Mag-log inเฉินฟันทองสูดลมหายใจลึก ๆ พยายามปลอบใจตัวเองว่า มันคิดมากจนเกินไป ถุยแข็งแค่ไหนก็หักได้โว้ย พวกมันมีถึงยี่สิบคน ถ้าคน ๆ เดียวแค่นี้ยังกลัว ก็ไม่ต้องออกมาหากินแล้ว
"แม่งเอ๊ยนี่มึงคิดว่าพวกกูถือศีลกินเจหรือไงวะ อยากตายมากใช่ไหมวะ เฮ้ยพวกเราปิดประตูตีแมว"
เฉินฟันทองสรุปความคิดตัวเองอย่างรวดเร็ว เลยกล้าที่จะพูดจาวางฟอร์มใหญ่โตเพราะถือว่ามีพวกมากกว่า
"เดี๋ยว…เดี๋ยวสิอย่าเพิ่งใจร้อนนักพี่ชาย รอแป๊บหนึ่ง ตอนนี้คอแห้งเป็นผง หิวน้ำเป็นบ้าเลย ขอซดเบียร์เย็น ๆ ให้ชื่นใจสักขวดก่อนได้หรือเปล่า"
ฉินฟ่านไม่รอฟังคำตอบ เขาเดินไปหยิบขวดเบียร์ในลังน้ำแข็ง ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะข้าง ๆ เขาใช้มือขวาจับคอขวดแล้วใช้นิ้วโป้งดีดงัดฝาเบียร์จนกระเด็นลอยขึ้นกลางอากาศ
ป๊อก
ฟองเบียร์ขาว ๆ ล้นขวดออกมา เขายกขึ้นดื่มอั่ก ๆ เข้าไปรวดเดียวแบบนอนสทอพจนหมดขวด
เจียงกั๋วเชาเดินมาตบหน้าเฉินฟันทองฉาดใหญ่
เพียะ!
"ไหนมึงคุยนักคุยหนาว่าไร้ร่องรอย แล้วไอ้บัดซบนี่ตามมาถึงที่นี่ได้ไง"
"ขอโทษครับ เดี๋ยวผมจะฆ่ามันเอง
คุณเจียงวางใจได้เลยครับ"
เฉินฟันทองโบกมือส่งสัญญาณให้ลูกน้องรุมยำฉินฟ่าน
ยังไม่ทันที่พวกมันจะขยับ ฉินฟ่านก็ขว้างขวดเบียร์ถูกหัวของเจียงกั๋วเชาเข้าอย่างจัง จนหัวแตกเลือดไหลลงมาอาบใบหน้าไปเกือบครึ่งซีก
"โอ๊ย ไอ้ระยำฆ่ามันได้กูจ่ายให้อีกสองล้าน รีบฆ่ามันสิโว้ย"
เจียงกั๋วเชาคำรามด้วยความโกรธแค้น แทบจะกินเลือดกินเนื้อฉินฟ่าน
ลงมือก่อนย่อมได้เปรียบ แต่คนที่ชิงลงมือก่อนกลับเป็นฉินฟ่าน
เขาเตะถังน้ำมันที่สุมไฟเพื่อให้แสงสว่าง ใส่พวกมันโครมใหญ่ สะเก็ดไฟแตกกระจายออกมาเป็นวงกว้างราวกับดอกไม้ไฟ ทำให้พวกมันที่กำลังจะล้อมกรอบเขาต้องเสียขบวน วิ่งหนีหลบเถ้าสะเก็ดไฟร้อน ๆ หัวซุกหัวซุน
จังหวะนั้นเอง เขากระโดดลอยตัวขึ้นสูงราวนกกระเรียนกางปีกโผบิน แล้วทิ้งตัวเหยียบลงบนหัวคนแรกอย่างแรงจนคอหักตาย
พวกมันทุกคนได้ยินเสียงดังกร๊อบอย่างชัดเจน จนรู้สึกขนลุกเกรียว จังหวะนั้นเอง
ฉินฟ่าน เดี๋ยวหักข้อต่อของข้อศอก เดี๋ยวกางกรงเล็บขยุ้มคอหอย จนกระดูกคอแหลกเละ บางครั้งหมุนตัวเตะใส่เป้ากลางหว่างขา ฉินฟ่านลงมือเตะต่อยอย่างดุดันอำมหิต ทุกครั้งเข้าเป้าจุดตายอย่างไร้ความปราณี คล้ายกับต้องการระบายความโกรธแค้นให้
กับซูหลิง
เพียงหายใจเข้าออกสิบครั้ง ก็เหลือเพียงเฉินฟันทองกับเจียงกั๊วเชา ทั้งสองคนถึงกับขนลุกซู่ สมองคล้ายกับชาด้วยความหวาดกลัว ที่เห็นซากศพกองเกลื่อนกลาดในพริบตา บ้าไปแล้ว มันเป็นใครกันแน่ถึงได้มีฝีมือร้ายกาจแบบนี้
"พี่ใหญ่...ไว้ชีวิตผมสักคนเถอะครับ อย่าฆ่าผมเลย"
เฉินฟันทองคุกเข่าพูดร้องขอชีวิตกับฉินฟ่านยังไม่ทันจบ
เปรี้ยง!!!
ประกายไฟแลบจากปากกระบอกปืน
เจียงกั๋วเชากลับชักปืน จุดสี่สี่แม็กนั่ม ยิงเข้าที่ขมับของเฉินฟันทองในระยะเผาขน ร่างของเฉินฟันทองเบิกตาโพลง ค่อยๆ เอนล้มลงกองกับพื้น
ใช่มันตายแล้วแถมยังตายตาไม่หลับอีกต่างหาก เลือดสีแดงข้นทะลักปนสมองไหลออกมานองบนพื้นมากมาย
"กูจะฆ่าอีนี่ก่อน แล้วค่อยฆ่ามึง ฮ่า ๆ"
เจียงกั๋วเชาหันปากกระบอกปืนยิงใส่หน้าอกซูหลิง
เปรี้ยง!!!
"กรีดฟ้า" ฉินฟ่านตะโกนก้องสะบัดมือวูบออกไปประกายสีแดงเพลิงพุ่งวาบดุจสะเก็ดไฟกระแทกหัวกระสุนอย่างแม่นยำจนเบี่ยงออกไป
ติ๊ง…
อัคคีกรีดฟ้าไหววูบอีกที ทะลุหว่างคิ้วของเจียงกั๋วเชา มันเจาะทะลวงจากด้านหน้าของหน้าผากจนทะลุท้ายทอยด้านหลังออกไป หลงเหลือร่องรอยของบาดแผลเป็นเพียงรอยเส้นบาง ๆ แนวตั้งยาวสองซม.
แต่เป็นเรื่องแปลกที่ไม่มีเลือดไหลออกจากบาดแผลเลยแม้แต่หยดเดียว เจียงกั๋วเชาเบิกตาโพลงตายในท่ายืน
หลังจากนั้นอัคคีกรีดฟ้าก็กลายเป็นรอยสักแมงป่องแดงบนหลังมือฉินฟ่านอีกครั้ง
"เด็กดีไม่ต้องกลัว ผมอยู่นี่แล้ว ตอนนี้คุณปลอดภัยลืมตาได้แล้วครับ"
ฉินฟ่านเดินไปกอดเธอปลอบใจ แล้วแก้เชือกที่มัดออก แล้วบอกให้เธอลืมตาได้ แต่เมื่อเห็นศพมากมาย เธอถึงกับตัวสั่นร่ำไห้ด้วยความกลัว จนกอดเขาแน่น
"ไม่เป็นไร คุณปลอดภัยแล้ว ต่อไปจะไม่มีใครทำร้ายคุณได้อีก ผมให้สัญญา ทีนี้ลองสูดลมหายใจลึก ๆ แล้วตะโกนดัง ๆ ให้สุดเสียงว่า ผู้ชายของฉันเก่งที่สุด"
ฉินฟ่านพยายามหาวิธีที่ออกแนวตลก ๆ ปลอบใจเธอ
ซูหลิงอายจนหน้าแดง แต่ก็ทำตาม เธอตะโกนเสียงดัง
"ผู้ชายของฉันเก่งที่สุด"
"ดังกว่านี้อีก"
ซูหลิงสูดลมหายใจลึก ๆ แล้วตะโกนจนสุดเสียง
"ผู้ชายของฉันเก่งที่สุดดดดดด"
"ฮ่า ๆ ดีมาก พวกเรากลับบ้านกันเถอะ"
เขาหอมแก้มให้รางวัลเธอไปฟอดใหญ่
แล้วจูงมือเธอเดินออกไป
หมู่แมลงตัวเล็กตัวน้อยละแวกนั้นส่งเสียงร้องกันดังระงม พร้อมกับสายลมที่พัดโชยมาเบา ๆ จนเรือนผมของซูหลิงยุ่งเหยิง ฉินฟ่านจึงเอามือช่วยจัดทรงผมให้
"ขอบคุณมากที่มาช่วยฉัน ฉันนึกว่าต้องตายซะแล้ว แต่คุณทำได้ยังไงถึงเอาชนะพวกมันทั้งฝูงได้คะ"
ซูหลิงเอ่ยปากถามเขาด้วยความสงสัย
"เพราะผู้ชายของคุณเก่งที่สุดไง" เขาพูดจาหยอกเธออีกครั้ง จนเธอต้องตีแขนของเขาด้วยความเขินอาย
"คุณรักษาคนเก่ง ทำน้ำหอมก็เก่ง ต่อยตีก็ยังเก่ง แล้วยังเก่งเรื่องไหนอีกเหรอคะ"
"บอกไม่ได้หรอก เดี๋ยวคุณจะหาว่าผมขี้โม้"
"น่านะ บอกหน่อยเถอะค่ะ"
เขาโน้มใบหน้าลงไป แนบริมฝีปากกระซิบเบา ๆ ที่ข้างใบหูของเธอ
"เรื่องบนเตียงผมก็เก่งนะ อยากลองไหมล่ะ"
เธอหันขวับแถมยังหยิกแขนของเขา "เห็นไหม ไม่เชื่อละสิ ในใจของคุณคงคิดว่าผมเป็นคนชอบขี้โม้คุยโวโอ้อวด คุณต้องลองถึงจะรู้ว่าผมเก่งจริง แม่หมูตัวน้อย"
ฉินฟ่านไม่พูดเฉย ๆ เขาฟาดก้นงอน ๆ ของซูหลิงไปอย่างแรง
เพียะ!
"นี่…ใครใช้ให้คุณมาเรียกฉันว่าแม่หมู หยุดนะ อย่าหนีสิ มาให้ตีคืนซะดีๆ"
"พอคุณมีลูกให้ผมทั้งอ้วนทั้งขาวห้าหกคน ไม่เรียกคุณว่าแม่หมูแล้วจะเรียกว่าอะไร โอ๊ย โอ้ย…ใช่ไหม แม่หมู ฮ่าๆ"
ซูหลิงวิ่งไล่ตีเขาคืน จนฉินฟ่านต้องหลบซ้ายหลบขวา เสียงหยอกล้อเสียงหัวเราะดังก้องในยามค่ำคืนท่ามกลางแสงจันทร์
บางทีการหยอกล้อครั้งนี้ อาจจะสร้างความอิจฉาให้แก่เทพเทวดาฟ้าดินบ้างก็ได้ เพราะว่าต่อให้พวกท่านกินดีหมีหัวใจเสือมา ท่านเทพทั้งหลายก็คงไม่กล้าฟาดก้นงอน ๆ ของเหล่านางฟ้าเป็นแน่
ฉินฟ่านกับซูหลิงขี่มอเตอร์ไซค์ของพนักงานส่งอาหาร ไปจอดไว้สถานีตำรวจแล้วเอากุญแจรถกับเงินห้าพันหยวนมอบไว้กับตำรวจ บอกว่าเจ้าของรถคงเมา จึงจอดรถทิ้งไว้ข้างทาง พร้อมกับทำเงินหล่นไว้ห้าพันหยวน แต่เดี๋ยวเขาสร่างเมา คงมาแจ้งความว่ารถกับเงินหาย ค่อยมอบกุญแจกับเงินให้เขา
หลังจากนั้นทั้งคู่โบกแท็กซี่ กว่าจะมาถึงบ้านของซูหลิงก็หลังสี่ทุ่มแล้ว ฉินฟ่านส่งเธอเข้านอน เขานั่งข้างเตียงพร้อมกุมมือเธอ อยู่เป็นเพื่อนจนเธอหลับ แล้วค่อยลงมาหาคุณปู่
ทั้งสองนั่งจิบชาคุยกันในห้องหนังสือ เขาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นจนจบ ให้คุณปู่ฟัง
"เกิดอะไรขึ้น"
"มีคนลักพาตัวเธอครับ"
"ตายไปกี่คน"
คุณปู่ถามอย่างใจเย็น
"ยี่สิบเอ็ดคนรวมทั้งผู้บงการครับ คุณปู่ไม่ต้องเป็นห่วง ผมตัดรากถอนโคนพวกมันจนหมดสิ้นแล้ว ต่อไปซูหลิงจะปลอดภัยอย่างแน่นอน"
ฉินฟ่านคลึงถ้วยชาที่อยู่ในมือเบา ๆ
คุณปู่มองเขาอย่างพึงพอใจ
"ดี…เธอทำได้ดีมาก คนจะทำการณ์ใหญ่ ต้องตัดสินใจเฉียบขาด ยามลงมือต้องดุดันอำมหิต เสี่ยวหลิงพ้นคราวเคราะห์ครั้งนี้ได้ก็เพราะได้เธอช่วย ปู่ขอบใจเธอมาก"
"คุณปู่พูดเองว่า ผมเป็นคนตระกูลซูไม่ใช่เหรอครับ นี่เป็นเรื่องที่ผมสมควรทำอยู่แล้ว"
ฉินฟ่านหยอกคุณปู่ เพื่อไม่ให้บรรยากาศเคร่งเครียดเกินไป
"ฮ่า ๆ ๆ งั้นเธอกับซูหลิง ก็ต้องมีหลานให้ปู่อุ้มไว ๆ อ้อส่วนเรื่องตำรวจไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวปู่เคลียร์ให้เอง"
เขาโบกไม้โบกมือทันที
"ไม่ต้องหรอกครับคุณปู่ ที่นั่นเป็นโกดังร้างและเปลี่ยวมาก ไม่มีกล้องวงจรปิด เวลาผ่านไปสักพัก เดี๋ยวเรื่องก็เงียบเองครับ ต่อให้ต้องถูกจับขึ้นโรงขึ้นศาล ก็ไม่มีใครเชื่อหรอกครับ ว่าคนที่ไร้อาวุธเพียงคนเดียว จะฆ่าคนยี่สิบเอ็ดคน ที่มีอาวุธครบมือทั้งมีดทั้งปืนได้ แล้วช่วงนี้สุขภาพของคุณปู่เป็นไงบ้างครับ"
"ฮ่า ๆ ตั้งแต่กินยาเธอเข้าไป ปู่ฟิตเปรี๊ยะเลยล่ะ เหมือนหนุ่มขึ้นอีกสิบปี ตอนกลางคืนก็หลับสนิท ตื่นเช้ามาก็สดชื่น
อาการเจ็บไขข้อ ปวดเข่าก็หายเป็นปลิดทิ้ง ยาของเธอนี่ดีจริง ๆ ถ้าเธอปรุงยาขายคงรวยเละ กลายเป็นเศรษฐีดาวรุ่งพุ่งแรงคนใหม่เลยละ ฮ่าๆ"
"ผมเริ่มโครงการนี้แล้วครับ เพราะถ้าไม่รีบทำ ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะเก็บเงิน มาเป็นค่าสินสอดของซูหลิงได้"
ทั้งสองสบตากันนิ่งไปอึดใจหนึ่งกับมุกสด ๆ นี้ แล้วต่างก็ระเบิดเสียงหัวเราะดัง ๆ ออกมา ทั้งสองคุยเล่นกันอีกสักพัก ฉินฟ่านก็ขอตัวกลับ
ตอนเช้าตรู่หมอกยังไม่ทันจาง อากาศยังดูขมุกขมัวอยู่ มีคนเก็บขยะผ่านมา เห็นประตูโรงงานร้างเปิดอ้ากว้างอยู่ เขาอยากเข้าไปดูข้างใน เผื่อจะเก็บอะไรไปขายพอได้ค่าเหล้าบ้าง ทว่าพอชะเง้อหน้าเข้าไปดูก็ต้องร้องเสียงหลง เข่าของเขาอ่อนระทวยทรุดลงไปกองกับพื้นทันที
"มี…มีคนตาย"
มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงได้มีคนตายมากมายก่ายกองอย่างนี้ ปีนี้เขาอายุร่วมหกสิบปีแล้ว แต่เพิ่งจะเคยเห็นคนตายต่อหน้าต่อตามากมายขนาดนี้ พอเขาตั้งสติได้ ก็รีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ ยี่สิบนาทีต่อมาหน่วยอาชญากรรมหนึ่ง พร้อมกับแผนกนิติเวชก็มาถึงที่เกิดเหตุ
"ผู้หมวดมู่เชิญทางนี้หน่อยครับ ผมมีของดีจะให้ดู รับรองว่าคุณไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อนอย่างแน่นอน"
เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานชี้ให้มู่ปิงปิงดู
"จุ๊ ๆ ร้ายกาจจริง ๆ ผมทำงานมาหลายปี เพิ่งเคยเจอแบบนี้เป็นครั้งแรก จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าผู้ตายทั้งยี่สิบเอ็ดคน ตายด้วยวรยุทธหลากหลายวิชา ทั้งเพลงหมัดดรรชนี กรงเล็บ เพลงเตะ ทั้งกระดูกก้านคอหัก ลูกอัณฑะแตก คอหอยแหลกละเอียด ทรวงอกถูกต่อยจนยุบ กระดูกซี่โครงหักสะบั้นไม่เหลือชิ้นดี แต่ที่ตายในแบบอื่น กลับมีอยู่สองคน รับรองได้เลยว่า อันนี้คุณจะต้องเซอร์ไพร์ซแบบสุด ๆ คนที่ใส่ฟันทองนั่น คงถูกยิงนัดเดียว เข้าที่ขมับ ตายคาที่ในระยะเผาขน แต่ที่เด็ดสุด ที่ผมอยากจะให้คุณดูก็คือ คนใส่สูทนี่แหละ แผลที่หัวแตกเลือดไหลอาบหน้า คงเป็นเพราะถูกขวดเบียร์ ขว้างจากระยะไกลใส่ คนขว้างจะต้องมีกำลังข้อที่แข็งแรงมาก เพราะขวดแตกกระจายเป็นเศษเล็ก ๆ ฝังลึกลงไปที่หน้าผาก อันนี้เราปล่อยผ่านไปไม่ต้องสนใจ
แต่บาดแผลที่ทำให้เขาถึงแก่ความตายคือตรงนี้ คุณดู คุณเห็นรอยบาง ๆ ราวกับใบหลิว ที่เป็นเส้นสีแดงตรงหว่างคิ้วนี่ไหม มันคล้ายกับถูกอาวุธที่บางเบาทะลวงเข้าไปทั้งเร็วและรุนแรงมาก จนทะลุกะโหลก เข้าจากหน้าผากออกไปทางท้ายทอย โดยที่ไม่มีเลือดไหลออกมาสักหยด พูดง่าย ๆ ก็คือคล้ายมีดเลเซอร์นั่นแหละ ผมไม่เคยเห็นลักษณะการตายแบบนี้มาก่อนและไม่อยากเชื่อว่าในโลกนี้จะมีอาวุธแบบนี้ ยังกับอาวุธเอเลี่ยนยังไงยังงั้นเลยครับ"
มู่ปิงปิงถึงกับมึนงงไปหมด เหมือนถูกจับยัดเข้าไปในห้อง ที่มีหมอกหนาทึบ จู่ ๆ ในเมืองซูโจวอันสุขสงบ ก็ดันมีฆาตกรฝีมือร้ายกาจ ไม่ทราบจำนวนคน ไม่ทราบสังกัดผุดโผล่ขึ้นมา เป็นไปได้หรือไม่ว่า นี่เป็นฝีมือคน ๆ เดียว หรือเป็นกลุ่มนักฆ่าระดับมือพระกาฬ แถมไม่มีหลักฐาน ว่านี่เป็น
สงครามแก๊งแย่งชิงพื้นที่ หรือว่านี่จะเป็นการล้างแค้นส่วนตัว
อากวงลูกน้องของเธอวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามารายงานอย่างเร่งด่วน
"ผู้หมวดคับ คนที่ถูกยิงชื่อว่าเจ้าเฉินฟันทอง เป็นหัวหน้าแก๊งเล็ก ๆ แถวย่านประตูผี มันมีชื่อเสียงพอสมควร แถมยังมีประวัติอาชญากรรมยาวเป็นหางว่าว ทั้งปล้นจี้ชิงทรัพย์ ลักพาตัวเรียกค่าไถ่ มันเข้าออกในคุกเป็นว่าเล่น แทบจะเรียกได้ว่าเป็นบ้านหลังที่สองของมันก็ได้ ส่วนพื้นที่แถวนี้ไม่ค่อยมีคนสัญจรไปมา มันเปลี่ยวร้างมาก ทั้งไม่มีกล้องวงจรปิด จึงไม่พบทั้งพยานบุคคลและหลักฐาน แต่ที่น่าสนใจก็คือ
มีเหตุการณ์ไล่ล่าต่อสู้กันบางอย่างใกล้ ๆ แถวนี้ คุณลองดูคลิปนี่ก่อนครับ มันเพิ่งถูกเผยแพร่ออกไป ตอนนี้จำนวนคนที่คลิกเข้าไปดูมีเกินแสนแล้ว"
ลูกน้องของเธอยื่นแท็บเล็ตให้ดู เธอเห็นฉินฟ่านกระโดดไปมาบนหลังคารถที่กำลังแล่นด้วยความเร็วสูง ซึ่งคนธรรมดาไม่มีทางทำได้แน่
"ไปสืบหาที่อยู่ของเขามา เราจะไปสอบปากคำเขา งานนี้เราต้องจับฆาตกรให้ได้"
ฮึ่ม...อีตานี่เอง เธอจะต้องจับอีตาชีกอนี่ให้ได้
เพราะตอนนี้เขาเข้าข่ายน่าสงสัยที่สุด
หลังจากที่ฉินฟ่านสำเร็จวิชาฝ่ามือมุทราเก้ากระบวนท่า เขาก็ไม่ต้องไปฝึกที่ชายป่าอีก แต่หันมาฝึกที่สนามหญ้าหน้าบ้านที่กว้างขวางแทน โดยเน้นไปที่จิตสำนึกของกระบวนท่าเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงร่ายรำกระบวนท่าอย่างเชื่องช้า เหลียนเฮ่ออยากเป็นจอมยุทธแบบคนอื่นบ้าง จึงรบเร้าให้เขาสอน แต่พอเจอฉินฟ่านสั่งให้วิ่งวันละห้ากิโล วิดพื้นวันละสองร้อยครั้ง เหลียนเฮ่อก็ยิ้มกว้างพลางโบกมือบ๊ายบายทันที เขาคิดว่าหันไปเอาดีทางเล่นเกมจะดีกว่า
"พี่ใหญ่ผมรู้สึกว่าพี่สวยขึ้นกว่าเมื่อก่อนอีกนะ เอหรือว่าความรักทำให้คนเราสวยขึ้นจริง ๆ แต่ใบหน้าพี่มันแปลก ๆ ไปนะ จะว่ายังไงดี อ๋อใช่จริง ๆ ด้วย รอยตกกระบนใบหน้าพี่มันหายไปหมดแล้วนี่เอง"
เหลียนเฮ่อมองซ้ายมองขวาอย่างละเอียดพลางพูดอย่างตื่นเต้น
เหลียนฟ่งพอได้ยิน รีบวิ่งเข้าไปส่องกระจกในห้องน้ำทันที
ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว
ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม
ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย
เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ
พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก
แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า
ชายชราดีใจที่ได้ยินว่าซีเหมินคังจะไม่ร่วมวงต่อสู้ด้วย งานนี้ย่อมง่ายขึ้นเขายืนแยกเท้าเล็กน้อย มือทั้งสองข้างกางกรงเล็บมือขวายกงอหักศอกเสมอปลายคางมือซ้ายกางกรงเล็บเหยียดตรงมาเบื้องหน้าเสมอหน้าอกนี่เป็นกระบวนท่าไม้ตายของมัน"ฮ่ะ ๆ กรงเล็บลูกไก่น้อยจะร้ายกาจสักแค่ไหนอยาก
ทั้งสองยังคงนอนกอดก่ายกันพูดคุยเล่นกันอยู่บนเตียงคุยเรื่องนั้นคุยเรื่องนี้เขาใช้ปลายนิ้วชี้ไล้พวงแก้มของเธอเบา ๆ"เรามีลูกกันสักสองคนชายหนึ่งหญิงหนึ่งดีไหมคะ"มู่ปิงปิงสบตาเขา อยากรู้ว่าเขาจะตอบยังไง"ไม่ดี ไม่ดี""ทำไมล่ะ คุณไม่อยากมีลูกกับฉันอย่าง
เราจะโยนโทรศัพท์ทิ้งลงแม่น้ำ หรือย้ายบ้านหนีปิงปิงดี ความคิดในหัวของฉินฟ่านในตอนนี้ สับสนปนเปไปหมด ความจริงสิ่งที่เขากลัวที่สุด ไม่ใช่เรื่องถูกหลอกถูกบังคับขู่เข็ญให้ไปจับโจรเขารู้สึกว่ามู่ปิงปิงเหมือนบ่อทรายดูด ยิ่งเขาเผลอใจเดินลงไปลึกมากเท่าไหร่จะยิ่งถูกดูดจนจมไปทั้งตัวและหัวใจ
ลู่เจี้ยนเล่าเรื่องข้อตกลงของทั้งสองให้ฉินฟ่านฟังฉินฟ่านไม่ได้ฟังเรื่องราวจากปากพี่ใหญ่เลยสักกะนิดเขาเอามือลูบคางพลางครุ่นคิดอย่างเคร่งเครียดเหมาะ…เหมาะเหม๋งเลย ช่างเหมาะเจาะอะไรเช่นนี้ยังกับผีเน่ากับโลงผุเอ๋…เปรียบเปรยคู่ที่เหมาะสมกันแบบนี้รึเปล่า อ้อ...







