LOGINคำกล่าวของแม่ทัพหญิงทำให้คนอยุติธรรมนิ่งงัน
“ไม่จำเป็น” ในที่สุดก็ควานหาเสียงเจอ ผู้เป็นองค์ชายส่ายหน้า พระสนมตงอิงหลงดีใจคิดว่าอีกฝ่ายจะเข้าข้าง อย่างไรองค์ชายห้าก็ไม่ได้โปรดปรานพระชายา นางเสียอีกที่เป็นสนมรัก
ที่ไหนได้ หญิงสาวคิดผิด
“สาวใช้ชั่วช้าใส่ร้ายพระชายาตบปากยี่สิบที โบยยี่สิบครั้งแล้วจับโยนออกไปจากตำหนักจวินหรง ขับไล่ให้พ้นเขตเมืองชั้นใน พระสนมตงอิงลดขั้นจากสนมขั้นสองเหลือเพียงอนุ ย้ายกลับไปอยู่ที่เรือนเยว่ ให้ช่วยงานที่โรงซักล้างหนึ่งเดือน”
“ไม่นะเพคะ!” ตงอิงแทบสิ้นสติ นางโวยวายขณะที่สาวใช้ผู้นั้นกำลังถูกลากตัวไปลงโทษไม่มีโอกาสได้อ้อนวอน
เพียงไม่นานอดีตพระสนมก็ถูกพาตัวออกไปเช่นกัน
ตำหนักองค์ชายห้าเหลือเพียงความเงียบงัน บรรดาฮูหยินที่มาเข้าร่วมงานเลี้ยงน้ำชาต่างก็พากันทยอยกลับไป ความจริงพวกนางควรกลับตั้งนานแล้ว หากไม่มีเรื่องเกิดขึ้นเสียก่อน
ลู่รั่วซีเองก็ไม่รั้งอยู่ต่อ นางหันหลัง ไม่แม้จะมองหน้าผู้เป็นสวามี สือมู่ทำตัวไม่ถูก ตั้งแต่จำความได้ลู่รั่วซีไม่เคยหันหลังให้เขา ผู้เป็นองค์ชายนึกกังวลใจ ก่อนจะชะงักเมื่อมองเห็นโลหิตที่ไหลรินจากฝ่ามือเล็ก
ก่อนหน้านี้ที่กรีดมือหญิงสาวลงมือรุนแรง ขณะที่สาวใช้ผู้นั้นเพียงเจาะเลือดที่ปลายนิ้ว
ร่างสูงก้าวตามหลังพระชายาทันที ยังไม่ทันได้เข้าใกล้นางก็หันหน้ามามอง “ตามหม่อมฉันมาทำไมเพคะ”
“ข้าจะทำแผลให้”
“ไม่จำเป็น หม่อมฉันให้เย่หลานตามหมอหลวงแล้ว”
“ดึกแล้ว ให้ข้าทำให้ก็ได้”
“เพียงกลิ่นของหญ้ารากแฝดก็ยังแยกไม่ได้ หม่อมฉันไม่กล้าไว้ใจวิชาแพทย์ของพระองค์แล้วเพคะ ขอตัว”
พูดจบก็จากไปทันที และเพราะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหก ต่อให้สือมู่วิ่งตามก็คงไม่ทัน องค์ชายห้าแห่งราชวงศ์สือถอนหายใจ นางโกรธเขา เป็นครั้งแรกที่ลู่รั่วซีโกรธเขา
ร่างบางนั่งนิ่งมองบาดแผลที่ฝ่ามือ ระหว่างที่ท่านหมอเฉินกำลังทำการรักษาให้อย่างตั้งใจ ชายชรามือสั่นไม่น้อย แม้เคยพบเชื้อพระวงศ์มาหลายพระองค์ แต่เขายอมรับว่าการทำแผลให้พระชายาลู่ค่อนข้างเคร่งเครียดกดดัน ไม่ใช่ว่าพระนางหน้าตาน่ากลัวแต่บางอย่างรอบตัว บอกให้รู้ว่าสตรีผู้นี้ไม่ธรรมดา อีกทั้งตอนนี้สายตาของพระชายาก็จดจ้องมาที่เขาไม่ละไป
นี่คือแม่ทัพหญิงที่ฆ่าคนได้ตาไม่กะพริบ
ขณะที่เฉินซ่งคิดว้าวุ่นหวาดกลัว ลู่รั่วซีไม่ได้สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย นางกำลังเหม่อลอย
ที่หญิงสาวนั่งนิ่งเพราะกำลังคิดทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น
นางจำได้ว่าตัวเองตายไปแล้วที่ด้านนอกกำแพงนั่น ถูกพวกซากศพรุมทึ้งกัดกิน แล้วเหตุใดไฉนกลับยังมีชีวิตรอด อีกทั้งดูเหมือนจะได้ย้อนเวลากลับมาในช่วงเวลาหลังแต่งงานเข้าตำหนักจวินหรงได้ไม่กี่วัน หรือก่อนที่นางจะตายในอีกหนึ่งปี
“เสร็จแล้วพ่ะย่ะค่ะ แต่บาดแผลลึกนัก อาจจะทิ้งร่องรอยเอาไว้”
“ทิ้งเอาไว้ก็ดี” นางพึมพำ จะได้เป็นเครื่องเตือนใจว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นจริง ๆ นางย้อนเวลากลับมาจริง ๆ
“พ่ะย่ะค่ะ?”
“ช่างเถิด ขอบคุณท่านหมอเฉินมาก” มุมปากบางมีรอยยิ้มเล็กน้อย แต่ไปไม่ถึงดวงตา ทำให้ผู้ชราเหงื่อกาฬรินไหล
“แผลนี้ต้องทำความสะอาดทุกวันจนกว่าจะแห้งสนิท พรุ่งนี้กระหม่อมจะมาเปลี่ยนผ้าพันแผลให้พ่ะย่ะค่ะ”
“ข้าเข้าใจแล้ว ขอบคุณมาก เย่เหลียงเจ้าไปส่งท่านหมอ”
“พ่ะย่ะค่ะ” หมอหลวงชราไม่รั้งอยู่ต่อ เก็บข้าวของและเดินออกมาจากตำหนักอวี้หรงของผู้เป็นชายา แต่แล้วก็ต้องหยุดนิ่งเพราะที่หน้าตำหนักมีองค์ชายห้ายืนขวางทางอยู่
ตลอดมาแม้จะไม่ได้พูดคุยหรือใกล้ชิด แต่ผู้เป็นองค์ชายก็รับรู้เสมอว่าลู่รั่วซียังคงอยู่ในฐานะชายาของเขา แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกัน เนื้อความในจดหมายนั้น บอกสิ่งที่ทำลายหัวใจที่แสนจะเข้มแข็งจนพังยับเยินใช้เวลาเดินทางไม่นาน ร่างองอาจก็มาถึงที่กำแพงเหนือเดินทางมาที่นี่ครั้งแรก ไม่คิดว่าจะต้องมาด้วยเรื่องที่เลวร้าย และไม่อยากให้เกิดขึ้นทหารรักษาประตูต่างเงียบงัน พวกเขาค้อมศีรษะลงอย่างเต็มพิธีการเมื่อเห็นว่าผู้ที่เสด็จมาเยือนเป็นใคร สือมู่เดินผ่านด้วยจิตใจที่ไม่อยู่กับเนื้อตัว จนกระทั่งมาถึงที่ลานฝึกของค่ายทหาร ที่แห่งนั้นมีผ้าสีขาวปูยาวอยู่บนพื้นดิน ไม่มีซากศพ มีเพียงเสื้อผ้าอาภรณ์“นางอยู่ที่ใด” สุรเสียงที่เอื้อนเอ่ยแหบแห้ง เพราะเดินทางมาทั้งวันทั้งคืนจนไม่ได้พัก แต่ถึงจะมีเวลาพักสือมู่ตอนนี้ก็กินอะไรไม่ลง“ตรงนั้นพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพใหญ่หยางจื่อห่าวชี้ไป “แม่ทัพลู่สละชีวิต ช่วยชีวิตพวกพ้องให้รอดพ้นจากความตายและนำพามาซึ่งชัยชนะ”“ไม่ใช่” น้ำเสียงนั้นแข็งกระด้างแฝงไปด้วยความร้าวรานแสนสาหัส เพราะที่หย
ตลอดเวลาหนึ่งปีที่อภิเษกสมรสกับลู่รั่วซี สือมู่ไม่เคยได้ใกล้ชิดหรือสนิทสนมกับผู้เป็นชายา แม้จะรู้จักนางมาตั้งแต่เยาว์วัย กระนั้นก็ไม่อาจจะเรียกได้ว่าแตกหัก จนกระทั่งวันที่พระองค์สั่งลงโทษผู้เป็นชายาต่อหน้าธารกำนัล เหตุเพราะหญิงสาวทำร้ายพระสนมตงอิงด้วยการผลักอีกฝ่ายตกน้ำ ชื่อเสียงของแม่ทัพหญิงป่นปี้ ถูกคนนินทาว่าร้าย จากวีรชนผู้กล้ากลายเป็นเพียงสตรีที่หึงหวงไร้สาระตอนที่สั่งลงโทษลู่รั่วซี สือมู่ไม่ได้คาดหวังผลลัพธ์เช่นนี้ เขาเพียงโกรธที่นางรังแกคนที่อ่อนแอกว่า ตงอิงเป็นเพียงหญิงที่ไร้พลังเท่านั้น แต่สุดท้ายเพราะเหตุการณ์ครั้งนั้นก็ทำให้ผู้คนตราหน้าและมองลู่รั่วซีไม่ดีสือมู่ควรดีใจ นั่นเป็นสิ่งที่คนตระกูลลู่สมควรได้รับแต่เขาไม่ได้รู้สึกดีสักนิดเพราะจากวันนั้นลู่รั่วซีก็ไม่กลับมาเหยียบที่วังองค์ชายห้าอีกเลย นางยังคงเป็นพระชายาของเขา แต่ทั้งสองกลับต้องไกลห่างหนึ่งเดือนต่อมา สือมู่ถึงได้รู้ความจริงว่าตงอิงโกหก ทั้งหมดเป็นแผนการของหญิงสาวที่เขามองว่าอ่อนแอและไร้เดียงสา สาวใช้ที่ร่วมมือกับนางตัดสินใจเปิดโปงความจริงเพราะหึงหวงที่ตงอิงใกล้ชิดกับซุนเจิง
ลู่รั่วซีเองก็ไม่ได้พูดหรือตอบรับ ไม่อยากจะถือสาหาความคนเมา นางปล่อยผ่าน แต่ตอนที่จะเดินเลี่ยงไปฝ่ายนั้นกลับเอื้อมมือมาหมายจะสัมผัสแน่นอนว่าแม่ทัพหญิงเบี่ยงตัวหลบได้ทัน มือหนาไม่ได้แตะแม้ชายผ้า แต่เมื่อเขาจู่โจมเข้าหา ทหารทั้งสี่ก็ชักอาวุธทันที ไม่ใช่เพียงเขา เหนือกำแพงเมืองพลธนูต่างก็เล็งเป้า ชายร่างท้วมถูกหมายหัวด้วยลูกศรแหลมคมนี่ราวกับน้ำเย็นที่สาดใส่ร่างจนคนเมาพลันได้สติ รู้ทันทีว่าเผลอล่วงเกินคนที่สำคัญมากแห่งเฟิงหยวนเข้าให้แล้ว“เผ่าปู้?” ในความทรงจำของหญิงสาวดูเหมือนจะไม่รู้เกี่ยวกับเผ่านี้เลย อาจจะเป็นเพียงเผ่าเล็ก ๆ ที่พึ่งได้ออกมาเผชิญโลกกว้าง ลู่รั่วซีพึมพำเสียงเบา แต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกเย็นเยียบไปถึงขั้วหัวใจ“ดูเหมือนว่าจะต้องไปเยือนสักครา”“แม่นางได้โปรดละเว้นด้วย!” บุรุษร่างท้วมรีบทรุดกายคุกเข่าแต่คนที่เขาขอร้องเป็นผู้ใด นี่คือแม่ทัพหญิงที่เด็ดขาดที่สุด “เย่เหลียงลากกลับไปที่เผ่าปู้ ให้ผู้นำเผ่าจัดการให้ดี มิฉะนั้นแล้วข้าจะเดินทางไปจัดการด้วยตนเอง”“พ่ะย
หลังจากคลอดองค์ชายน้อย ลู่รั่วซีก็มีความคิดอยากจะกลับไปประจำตำแหน่งแม่ทัพปกป้องกำแพงเมือง ซึ่งสือมู่ก็เห็นด้วย เพราะพระองค์ชื่นชอบตอนที่พำนักอยู่ที่จวนแม่ทัพมากกว่าตอนที่อยู่ในเขตเมืองชั้นในที่เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์มากมายและสายตาที่จับจ้อง กระนั้นก็ไม่อยากให้ผู้เป็นชายาไปประจันหน้ากับพวกซากศพอีกแล้วด้วยเหตุนี้เองจึงต้องคิดหาวิธีรั้งนางเอาไว้ ให้อยู่ติดจวนแล้ววิธีใดเล่าจะดีที่สุด นอกจากทำให้นางตั้งท้องอีกครั้งองค์ชายห้าวางแผนอย่างแยบยล เมื่อบุตรชายอายุได้ห้าเดือน ก็เริ่มบำรุงร่างกายภรรยาให้พรั่งพร้อม ลู่รั่วซีไม่รู้ตัวเลย เพราะสิ่งที่สือมู่ใช้บำรุงก็คืออาหาร จวบจนวันที่หญิงสาวมีความคิดจะออกไปลาดตระเวนสำรวจป่า วันนั้นเรือนร่างงดงามก็เป็นลมล้มพับอีกครั้ง ก่อนที่ท่านหมอกงจะตรวจพบว่าแม่ทัพหญิงตั้งครรภ์อีกแล้วลูกคนแรกยังไม่ขวบปี คนที่สองก็ตามมาติด ๆ ลู่รั่วซีได้แต่มองพระสวามีอย่างสับสน ขณะที่ตัวต้นเรื่องยิ้มกริ่ม เขาสามารถรั้งนางได้อีกปีพอนางคิดจะไปอีก ก็ทำให้ท้องอีกสุดท้ายแม่ทัพหญิงจำต้องวางมือ ให้คนที่พร้อมทำหน้าที่ขึ้นมาประจำการแทนและคนผู้นั้น
สือมู่เคยถูกเล่นงานด้วยสมุนไพรหลายครั้ง ทั้งที่ตัวเองศึกษาด้านสมุนไพรมามาก ทั้งที่ตงอิงให้สาวใช้ของนางใช้หญ้ารากแฝดเพื่อตบตาในการใส่ร้ายลู่รั่วซีและที่ตงอิงคิดใช้สมุนไพรในการวางยาลู่รั่วซี เข็มเงินจับพิษไม่ได้ โชคดีที่ผ้าไหมเมฆขาวจับได้ พระชายาของเขาถึงได้รอดพ้นไม่เกิดเรื่องร้ายหลังเหตุการณ์ทั้งสองสือมู่เตือนตัวเองเสมอว่าต้องเด็ดขาด เขาไม่ใจดีกับผู้อื่นอีกต่อไปองค์ชายห้าไม่อยากทะเลาะกับพระชายาต้วนหร่านถูกลากไปโบย ท้ายที่สุดก็ถูกขับไล่ออกไปจากค่ายอุดรอย่างหมดสภาพ สำนึกเถิดว่าไล่ออกไปจากค่ายทหารยังดีกว่าถูกไล่ออกไปจากเมืององค์ชายห้าไม่สนใจสตรีผู้นั้นอีก ร่างกำยำพาตนเองมาแช่ในน้ำเย็นจนเรือนกายแกร่งสั่นระริก กระนั้นก็ไม่เรียกร้องให้ผู้เป็นชายามาช่วยเหลือเนื่องจากนางกำลังตั้งครรภ์และพึ่งฝ่าฟันการต่อสู้ที่หนักหน่วงมาจำเป็นต้องพักผ่อนเพียงยาปลุกกำหนัด ผู้เป็นองค์ชายเอาตัวรอดได้แน่นอนชายหนุ่มกัดฟันทนแต่ในระหว่างที่กำลังต่อสู้กับอารมณ์ใคร่ที่กำลังพลุ่งพล่านตอนนั้นแม่ทัพหญิงก็เดินเข้ามา“เกิดเรื่องขึ้นทำไมไม่ให้คนไปตามหม่อมฉัน” ร่
ช่วงก่อนที่ลู่รั่วซีจะเดินทางกลับเมืองชั้นใน หลังจากที่ได้รับชัยชนะกลับมา แม้จะถูกสั่งให้หยุดพักห้ามทำงาน แต่เพราะต้องส่งมอบภาระหน้าที่มากมายให้จี้เหวินอี้ ทำให้แม่ทัพหญิงจำเป็นต้องรั้งอยู่ที่กำแพงเหนือเพื่อจัดแจงความเรียบร้อยก่อน เพราะครั้งนี้นางน่าจะต้องพักยาวถึงอย่างนั้นนางก็ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากสือมู่เป็นอย่างดีความรักของคนทั้งคู่เป็นที่ประจักษ์หลายคนนึกอิจฉาตาร้อน กระนั้นก็มีคนที่คิดว่ายังคงมีหวังจะแทรกแซง เป็นต้วนหร่าน สตรีผู้นี้คิดว่าเพราะลู่รั่วซีตั้งครรภ์คงปรนนิบัติดูแลองค์ชายไม่ได้ นางจึงหาโอกาสทำหน้าที่แทนต้วนหร่านแอบใช้ธูปปลุกกำหนัด ในระหว่างที่สือมู่เข้าไปในห้องปรุงยา เพื่อต้มยาบำรุงร่างกายให้ชายารัก เพราะมีความรู้เรื่องสมุนไพรเพียงไม่นานเขาที่ได้กลิ่นแปลกปลอม ก็รีบพาตัวเองออกมาจากห้องปรุงยาทันทีต้วนหร่านไม่คิดว่าองค์ชายห้าจะรู้ตัวเร็ว นางรีบวิ่งตาม“องค์ชายเพคะ!” หญิงสาวเรียกร้อง ก่อนจะขวางทาง“หม่อมฉันอยากจะปรึกษาเรื่องการหลอมโอสถสักเล็กน้อย” นางแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราว ปรึกษาผู้เป็นองค์ชายเกี่ยวกับศ







