LOGIN“ถวายบังคมองค์ชายห้า”
“นางเป็นอย่างไรบ้าง” นางที่ว่าจะเป็นใคร หากไม่ใช่พระชายาลู่
“บาดแผลที่ฝ่ามือลึกนัก คิดว่าคงใช้เวลาราวหนึ่งเดือนจึงจะหายสนิท และคงทิ้งร่องรอยไว้ ระหว่างนี้กระหม่อมจะเดินทางมาทำแผลให้พระชายาทุกวันจนกว่าจะหายดี”
“ไม่ต้องมา แผลที่มือนางข้าจะทำให้เอง”
องค์ชายห้าไม่เก่งวรยุทธ์ แต่มีความรู้วิชาแพทย์ที่โดดเด่น ท่านหมอชราจึงไม่แปลกใจอันใดหากเขาอยากจะทำแผลให้ผู้เป็นชายาเอง อย่างไรแค่ทำแผลไม่ใช่เรื่องหนักหนาไม่มีอะไรต้องกังวล แต่จากข่าวลือที่ได้ยินมา องค์ชายห้าไม่โปรดปรานพระชายาเท่าไรนัก แต่ถ้าไม่โปรดปรานจะใส่ใจถึงเพียงนี้หรือ คนเรานี่เชื่อข่าวลือไม่ได้จริง ๆ
เฉินซ่งสั่นศีรษะเล็กน้อยขับไล่ความคิดก่อนจะเดินทางกลับจวน โดยที่มีเย่เหลียงคอยคุ้มกันดูแลความปลอดภัย
ภายในตำหนักอวี้หรง ลู่รั่วซีได้ยินทุกอย่าง ถามว่าดีใจหรือไม่ที่พระสวามีใส่พระทัย ถ้าเป็นก่อนหน้านี้คงดีใจมากที่เขาแสดงออกว่าเป็นห่วงเป็นใย แต่นางในตอนนี้ไม่สามารถบอกความรู้สึกของตัวเองได้เลย
สือมู่เคยเป็นทุกอย่างสำหรับลู่รั่วซี นางตกหลุมรักเขา เพราะว่าเขาอ่อนโยน ใจดี เคยทำแผลให้นางตอนเด็ก ก็ไม่คิดว่าคนที่เคยทำแผลให้ จะเป็นคนที่สร้างบาดแผลให้กับนางในวันนี้เช่นกัน
ทั้งทางร่างกายและทางจิตใจ
หากแก้ไขความเข้าใจผิดไม่ได้ เขาจะลงโทษนางต่อหน้าธารกำนัล ชื่อเสียงของพระชายาจะป่นปี้เสียหาย ถูกมองว่าใจร้ายหวงแหนสวามีจนมีเรื่องมีราวใหญ่โต
นางในตอนนั้นเลือกจะปล่อยผ่านไม่สนใจ อย่างไรก็ไม่ใช่เรื่องจริง แต่อีกไม่นานก็จะเกิดเรื่องที่จะตอกย้ำความร้ายกาจของนางขึ้นอีก และเขาจะปกป้องคนอื่นเช่นเดิม
สือมู่ไม่เคยฟังความจากปากของลู่รั่วซี เขามองว่านางชอบใช้กำลังป่าเถื่อนรุนแรง ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งพระชายาเอกของเขา หากไม่ใช่เพราะเป็นคุณหนูสกุลลู่คิดหรือว่าจะได้แต่งงานเข้าวังองค์ชาย
จนแล้วจนรอดแต่งงานกันแล้วแม้จะมองในทางที่ดีก็ไม่เคย อุตส่าห์ได้ชีวิตกลับมาอีกครั้งก่อนที่นางจะถลำลึกคิดว่าควรพอสักที หาไม่แล้วถ้าอีกหนึ่งปีข้างหน้านางต้องตายอีกครั้ง เมื่อไปพบบรรพชนสกุลลู่ พวกเขาจะได้ไม่ต้องอับอายที่มีลูกหลานโง่เขลา หลงบุรุษจนหน้ามืดตามัว
กึก
เสียงฝีเท้าที่ดังเข้ามาใกล้ทำให้ต้องเงยหน้ามอง
แม้จะได้ยินสิ่งที่องค์ชายห้าพูดกับท่านหมอ แต่ก็ไม่คิดว่าเขาจะเข้ามาหา
“องค์ชายห้ามีธุระอะไรกับหม่อมฉันหรือเพคะ”
หากเป็นก่อนหน้านี้ ถ้าเขามาหาลู่รั่วซีคงยิ้มกว้างจนหน้าบาน แต่ตอนนี้ท่าทางของนางนั้นเย็นชาห่างเหิน แม้รอยยิ้มก็ไม่มีให้ เหล่าทหารที่ค่ายอุดรอาจจะชินกับแม่ทัพหญิงที่ไร้รอยยิ้ม แต่ผู้เป็นองค์ชายไม่ชิน
“หากไม่มีธุระข้ามาไม่ได้หรือ”
“เพคะ เพราะก่อนหน้านี้หากไม่จำเป็นพระองค์ไม่มีทางเสด็จมาที่นี่” แต่งงานหนึ่งเดือนเป็นครั้งแรกที่เขามาเหยียบที่ตำหนักอวี้หรง
สือมู่สะอึก เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดคุยกับลู่รั่วซีอย่างไร
“เจ้าโกรธข้า?”
“แล้วหม่อมฉันต้องรู้สึกขอบคุณหรือเพคะ”
ลู่รั่วซีเป็นคนแข็งกระด้าง เพราะเติบโตมาในกองทัพท่ามกลางบุรุษมากมาย นางห้าวหาญ ดุดัน คนเดียวที่หญิงสาวยอมอ่อนข้อให้มีเพียงเขา แต่ตอนนี้คนที่ไม่ว่าเมื่อไรก็อ่อนโยนเสมอ กลับตอบกลับมาอย่างราบเรียบเย็นชา
สือมู่ยืนนิ่ง ยอมรับว่าเขาทำตัวไม่ถูกจริง ๆ
“วันนี้มีเรื่องมากมาย หม่อมฉันอยากพักแล้ว รบกวนองค์ชายเสด็จกลับตำหนักจวินหรงเถิด”
“ไล่ข้าหรือ”
“เพคะ”
ลู่รั่วซีไม่มีเรื่องอะไรต้องพูดแล้ว ในเมื่อก่อนหน้านี้เขาไม่คิดที่จะรับฟังเอง
ตลอดมาแม้จะไม่ได้พูดคุยหรือใกล้ชิด แต่ผู้เป็นองค์ชายก็รับรู้เสมอว่าลู่รั่วซียังคงอยู่ในฐานะชายาของเขา แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกัน เนื้อความในจดหมายนั้น บอกสิ่งที่ทำลายหัวใจที่แสนจะเข้มแข็งจนพังยับเยินใช้เวลาเดินทางไม่นาน ร่างองอาจก็มาถึงที่กำแพงเหนือเดินทางมาที่นี่ครั้งแรก ไม่คิดว่าจะต้องมาด้วยเรื่องที่เลวร้าย และไม่อยากให้เกิดขึ้นทหารรักษาประตูต่างเงียบงัน พวกเขาค้อมศีรษะลงอย่างเต็มพิธีการเมื่อเห็นว่าผู้ที่เสด็จมาเยือนเป็นใคร สือมู่เดินผ่านด้วยจิตใจที่ไม่อยู่กับเนื้อตัว จนกระทั่งมาถึงที่ลานฝึกของค่ายทหาร ที่แห่งนั้นมีผ้าสีขาวปูยาวอยู่บนพื้นดิน ไม่มีซากศพ มีเพียงเสื้อผ้าอาภรณ์“นางอยู่ที่ใด” สุรเสียงที่เอื้อนเอ่ยแหบแห้ง เพราะเดินทางมาทั้งวันทั้งคืนจนไม่ได้พัก แต่ถึงจะมีเวลาพักสือมู่ตอนนี้ก็กินอะไรไม่ลง“ตรงนั้นพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพใหญ่หยางจื่อห่าวชี้ไป “แม่ทัพลู่สละชีวิต ช่วยชีวิตพวกพ้องให้รอดพ้นจากความตายและนำพามาซึ่งชัยชนะ”“ไม่ใช่” น้ำเสียงนั้นแข็งกระด้างแฝงไปด้วยความร้าวรานแสนสาหัส เพราะที่หย
ตลอดเวลาหนึ่งปีที่อภิเษกสมรสกับลู่รั่วซี สือมู่ไม่เคยได้ใกล้ชิดหรือสนิทสนมกับผู้เป็นชายา แม้จะรู้จักนางมาตั้งแต่เยาว์วัย กระนั้นก็ไม่อาจจะเรียกได้ว่าแตกหัก จนกระทั่งวันที่พระองค์สั่งลงโทษผู้เป็นชายาต่อหน้าธารกำนัล เหตุเพราะหญิงสาวทำร้ายพระสนมตงอิงด้วยการผลักอีกฝ่ายตกน้ำ ชื่อเสียงของแม่ทัพหญิงป่นปี้ ถูกคนนินทาว่าร้าย จากวีรชนผู้กล้ากลายเป็นเพียงสตรีที่หึงหวงไร้สาระตอนที่สั่งลงโทษลู่รั่วซี สือมู่ไม่ได้คาดหวังผลลัพธ์เช่นนี้ เขาเพียงโกรธที่นางรังแกคนที่อ่อนแอกว่า ตงอิงเป็นเพียงหญิงที่ไร้พลังเท่านั้น แต่สุดท้ายเพราะเหตุการณ์ครั้งนั้นก็ทำให้ผู้คนตราหน้าและมองลู่รั่วซีไม่ดีสือมู่ควรดีใจ นั่นเป็นสิ่งที่คนตระกูลลู่สมควรได้รับแต่เขาไม่ได้รู้สึกดีสักนิดเพราะจากวันนั้นลู่รั่วซีก็ไม่กลับมาเหยียบที่วังองค์ชายห้าอีกเลย นางยังคงเป็นพระชายาของเขา แต่ทั้งสองกลับต้องไกลห่างหนึ่งเดือนต่อมา สือมู่ถึงได้รู้ความจริงว่าตงอิงโกหก ทั้งหมดเป็นแผนการของหญิงสาวที่เขามองว่าอ่อนแอและไร้เดียงสา สาวใช้ที่ร่วมมือกับนางตัดสินใจเปิดโปงความจริงเพราะหึงหวงที่ตงอิงใกล้ชิดกับซุนเจิง
ลู่รั่วซีเองก็ไม่ได้พูดหรือตอบรับ ไม่อยากจะถือสาหาความคนเมา นางปล่อยผ่าน แต่ตอนที่จะเดินเลี่ยงไปฝ่ายนั้นกลับเอื้อมมือมาหมายจะสัมผัสแน่นอนว่าแม่ทัพหญิงเบี่ยงตัวหลบได้ทัน มือหนาไม่ได้แตะแม้ชายผ้า แต่เมื่อเขาจู่โจมเข้าหา ทหารทั้งสี่ก็ชักอาวุธทันที ไม่ใช่เพียงเขา เหนือกำแพงเมืองพลธนูต่างก็เล็งเป้า ชายร่างท้วมถูกหมายหัวด้วยลูกศรแหลมคมนี่ราวกับน้ำเย็นที่สาดใส่ร่างจนคนเมาพลันได้สติ รู้ทันทีว่าเผลอล่วงเกินคนที่สำคัญมากแห่งเฟิงหยวนเข้าให้แล้ว“เผ่าปู้?” ในความทรงจำของหญิงสาวดูเหมือนจะไม่รู้เกี่ยวกับเผ่านี้เลย อาจจะเป็นเพียงเผ่าเล็ก ๆ ที่พึ่งได้ออกมาเผชิญโลกกว้าง ลู่รั่วซีพึมพำเสียงเบา แต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกเย็นเยียบไปถึงขั้วหัวใจ“ดูเหมือนว่าจะต้องไปเยือนสักครา”“แม่นางได้โปรดละเว้นด้วย!” บุรุษร่างท้วมรีบทรุดกายคุกเข่าแต่คนที่เขาขอร้องเป็นผู้ใด นี่คือแม่ทัพหญิงที่เด็ดขาดที่สุด “เย่เหลียงลากกลับไปที่เผ่าปู้ ให้ผู้นำเผ่าจัดการให้ดี มิฉะนั้นแล้วข้าจะเดินทางไปจัดการด้วยตนเอง”“พ่ะย
หลังจากคลอดองค์ชายน้อย ลู่รั่วซีก็มีความคิดอยากจะกลับไปประจำตำแหน่งแม่ทัพปกป้องกำแพงเมือง ซึ่งสือมู่ก็เห็นด้วย เพราะพระองค์ชื่นชอบตอนที่พำนักอยู่ที่จวนแม่ทัพมากกว่าตอนที่อยู่ในเขตเมืองชั้นในที่เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์มากมายและสายตาที่จับจ้อง กระนั้นก็ไม่อยากให้ผู้เป็นชายาไปประจันหน้ากับพวกซากศพอีกแล้วด้วยเหตุนี้เองจึงต้องคิดหาวิธีรั้งนางเอาไว้ ให้อยู่ติดจวนแล้ววิธีใดเล่าจะดีที่สุด นอกจากทำให้นางตั้งท้องอีกครั้งองค์ชายห้าวางแผนอย่างแยบยล เมื่อบุตรชายอายุได้ห้าเดือน ก็เริ่มบำรุงร่างกายภรรยาให้พรั่งพร้อม ลู่รั่วซีไม่รู้ตัวเลย เพราะสิ่งที่สือมู่ใช้บำรุงก็คืออาหาร จวบจนวันที่หญิงสาวมีความคิดจะออกไปลาดตระเวนสำรวจป่า วันนั้นเรือนร่างงดงามก็เป็นลมล้มพับอีกครั้ง ก่อนที่ท่านหมอกงจะตรวจพบว่าแม่ทัพหญิงตั้งครรภ์อีกแล้วลูกคนแรกยังไม่ขวบปี คนที่สองก็ตามมาติด ๆ ลู่รั่วซีได้แต่มองพระสวามีอย่างสับสน ขณะที่ตัวต้นเรื่องยิ้มกริ่ม เขาสามารถรั้งนางได้อีกปีพอนางคิดจะไปอีก ก็ทำให้ท้องอีกสุดท้ายแม่ทัพหญิงจำต้องวางมือ ให้คนที่พร้อมทำหน้าที่ขึ้นมาประจำการแทนและคนผู้นั้น
สือมู่เคยถูกเล่นงานด้วยสมุนไพรหลายครั้ง ทั้งที่ตัวเองศึกษาด้านสมุนไพรมามาก ทั้งที่ตงอิงให้สาวใช้ของนางใช้หญ้ารากแฝดเพื่อตบตาในการใส่ร้ายลู่รั่วซีและที่ตงอิงคิดใช้สมุนไพรในการวางยาลู่รั่วซี เข็มเงินจับพิษไม่ได้ โชคดีที่ผ้าไหมเมฆขาวจับได้ พระชายาของเขาถึงได้รอดพ้นไม่เกิดเรื่องร้ายหลังเหตุการณ์ทั้งสองสือมู่เตือนตัวเองเสมอว่าต้องเด็ดขาด เขาไม่ใจดีกับผู้อื่นอีกต่อไปองค์ชายห้าไม่อยากทะเลาะกับพระชายาต้วนหร่านถูกลากไปโบย ท้ายที่สุดก็ถูกขับไล่ออกไปจากค่ายอุดรอย่างหมดสภาพ สำนึกเถิดว่าไล่ออกไปจากค่ายทหารยังดีกว่าถูกไล่ออกไปจากเมืององค์ชายห้าไม่สนใจสตรีผู้นั้นอีก ร่างกำยำพาตนเองมาแช่ในน้ำเย็นจนเรือนกายแกร่งสั่นระริก กระนั้นก็ไม่เรียกร้องให้ผู้เป็นชายามาช่วยเหลือเนื่องจากนางกำลังตั้งครรภ์และพึ่งฝ่าฟันการต่อสู้ที่หนักหน่วงมาจำเป็นต้องพักผ่อนเพียงยาปลุกกำหนัด ผู้เป็นองค์ชายเอาตัวรอดได้แน่นอนชายหนุ่มกัดฟันทนแต่ในระหว่างที่กำลังต่อสู้กับอารมณ์ใคร่ที่กำลังพลุ่งพล่านตอนนั้นแม่ทัพหญิงก็เดินเข้ามา“เกิดเรื่องขึ้นทำไมไม่ให้คนไปตามหม่อมฉัน” ร่
ช่วงก่อนที่ลู่รั่วซีจะเดินทางกลับเมืองชั้นใน หลังจากที่ได้รับชัยชนะกลับมา แม้จะถูกสั่งให้หยุดพักห้ามทำงาน แต่เพราะต้องส่งมอบภาระหน้าที่มากมายให้จี้เหวินอี้ ทำให้แม่ทัพหญิงจำเป็นต้องรั้งอยู่ที่กำแพงเหนือเพื่อจัดแจงความเรียบร้อยก่อน เพราะครั้งนี้นางน่าจะต้องพักยาวถึงอย่างนั้นนางก็ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากสือมู่เป็นอย่างดีความรักของคนทั้งคู่เป็นที่ประจักษ์หลายคนนึกอิจฉาตาร้อน กระนั้นก็มีคนที่คิดว่ายังคงมีหวังจะแทรกแซง เป็นต้วนหร่าน สตรีผู้นี้คิดว่าเพราะลู่รั่วซีตั้งครรภ์คงปรนนิบัติดูแลองค์ชายไม่ได้ นางจึงหาโอกาสทำหน้าที่แทนต้วนหร่านแอบใช้ธูปปลุกกำหนัด ในระหว่างที่สือมู่เข้าไปในห้องปรุงยา เพื่อต้มยาบำรุงร่างกายให้ชายารัก เพราะมีความรู้เรื่องสมุนไพรเพียงไม่นานเขาที่ได้กลิ่นแปลกปลอม ก็รีบพาตัวเองออกมาจากห้องปรุงยาทันทีต้วนหร่านไม่คิดว่าองค์ชายห้าจะรู้ตัวเร็ว นางรีบวิ่งตาม“องค์ชายเพคะ!” หญิงสาวเรียกร้อง ก่อนจะขวางทาง“หม่อมฉันอยากจะปรึกษาเรื่องการหลอมโอสถสักเล็กน้อย” นางแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราว ปรึกษาผู้เป็นองค์ชายเกี่ยวกับศ







