登入เสียงโห่ร้องฆ่าฟันดังแว่วมาจากเบื้องนอก เป็นคนของหวยหนานอ๋องที่หมายจะบุกเข้ามาในจวนเจิ้นกั๋วกงเพื่อปลงพระชนม์ฮ่องเต้เฉียนเจิ้งหน่วยกล้าตายอีกหลายคนพุ่งพรวดเข้ามาเหล่าองครักษ์กรูกันเข้าไปรับมือ เสียงต่อสู้ปะทะดังขึ้นรอบสารทิศ“ลูกเขย ยังไม่ลงมืออีก เจ้ากำลังรอสิ่งใดอยู่?”หวยหนานอ๋องพลันตะโกนลั่นใส่จ้าวหยวนเช่อฮ่องเต้เฉียนเจิ้งทอดพระเนตรจ้าวหยวนเช่อที่ยืนอยู่เบื้องพระพักตร์ สีพระพักตร์พลันแปรเปลี่ยนแววตาของจ้าวหยวนเช่อเยียบเย็นลงเล็กน้อย “ฝ่าบาทโปรดอย่าได้หลงเชื่อคำของกบฏพ่ะย่ะค่ะ”“ลูกเขยคนดีของข้า เจ้าเป็นถึงผู้บัญชาการหน่วยองครักษ์หน้าพระที่นั่ง หากมิใช่เพราะเจ้าส่งมอบแผนที่ค่ายกลป้องกันเมืองหลวงให้แก่ข้า ข้าจะลักลอบนำกำลังคนสองหมื่นนายเข้ามาในเมืองหลวงอย่างเงียบเชียบได้อย่างไร?” หวยหนานอ๋องแค่นเสียงหัวเราะหยันเขามองออกตั้งนานแล้วว่าฮ่องเต้เฉียนเจิ้งคิดจะปลิดชีพตน ประจวบเหมาะกับที่เขาก็คิดจะก่อกบฏพลิกฟ้าล้มล้างฮ่องเต้เฉียนเจิ้งอยู่พอดี หากจ้าวหยวนเช่อเลือกที่จะยืนหยัดอยู่ข้างเขา เช่นนั้นก็ยังนับว่าเป็นลูกเขยคนดีของเขาอยู่ทว่าหากไม่เป็นเช่นนั้น แม้เขาต้องตาย จ้าวหยวนเ
“ให้ข้าน้อยส่งคนผู้หนึ่งติดตามแม่นางเจียงไปดีหรือไม่ขอรับ? ข้าน้อยต้องการรั้งอยู่เพื่อคอยช่วยเหลือท่าน”หนานเฟิงเอ่ยปากเกลี้ยกล่อมด้วยความหวังดี“เจ้าจงไปเอง” เซี่ยหวยอวี่ปัดมือของเขาออก “เรื่องในเมืองหลวง ข้าย่อมมีวิธีจัดการเอง”“องค์ชาย...”หนานเฟิงยังคิดจะกล่าวอันใดอีก“นี่คือคำสั่งของข้า” เซี่ยหวยอวี่เชิดคางขึ้นปรายตามองเขา “เจ้าต้องคุ้มครองนางให้ปลอดภัย อีกทั้งไม่อนุญาตให้บุรุษอื่นใดเข้าใกล้นาง หากเรื่องในเมืองหลวงนี้จบสิ้นลงเมื่อใด ข้าจะรีบปลีกตัวไปหานางโดยเร็วที่สุด”“ขอรับ”หนานเฟิงมิกล้าขัดขืน ทำได้เพียงประสานมือรับคำ แล้วเร่งฝีเท้าตามออกไปอย่างรวดเร็ว……จวนเจิ้นกั๋วกง ล้วนประดับประดาไปด้วยผ้าแพรสีแดงทุกหนแห่ง บรรยากาศเต็มไปด้วยความปีติยินดียามเที่ยงวัน แขกเหรื่อไปมาหาสู่กันอย่างมิขาดสาย คึกคักเป็นอย่างยิ่ง เสียงดนตรีบรรเลงแว่วมามิได้ขาด เหล่านางรำต่างร่ายรำด้วยท่วงท่าอันงดงาม“ฝ่าบาทเสด็จ—”เกาอี้เปล่งเสียงขานยาวครอบครัวเจิ้นกั๋วกงตลอดจนแขกเหรื่อทั่วทั้งจวนต่างรีบเร่งออกไปคุกเข่ารอรับเสด็จ“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นของเจิ้นกั๋
เจียงโย่วหนิงเบือนหน้าหนีอย่างไม่เป็นธรรมชาติ นางมิอาจอธิบายให้พวกนางฟังได้ จึงทำได้เพียงเปลี่ยนเรื่องคุย“เตรียมการไว้พร้อมสรรพแล้ว รอเพียงท่านมาถึงเจ้าค่ะ” ฟางเฟยกล่าว “ข้ากับอู๋มามาปรึกษากันแล้ว จึงให้คนขับรถม้ากลับไป ข้ากับฟู่อวี้ล้วนบังคับรถม้าเป็น เราสองคนผลัดเปลี่ยนกันก็พอ ไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองเงินทองส่วนนั้นเจ้าค่ะ”“เอาเถิด ข้าจะประคองมามาขึ้นไปเอง”เจียงโย่วหนิงอยากอธิบายกับอู๋มามาว่า ยามนี้พวกนางมิได้ขัดสนเงินทองทว่าเรื่องสำคัญที่สุดในยามนี้คือการรีบเดินทางออกจากเมืองให้ฟางเฟยกับฟู่อวี้เป็นคนขับรถม้าก็มิใช่ว่าจะทำมิได้ เช่นนั้นก็ออกเดินทางกันก่อนเถิดทั้งสี่คนพากันขึ้นรถม้าฟางเฟยและฟู่อวี้นั่งอยู่ด้านนอกเจียงโย่วหนิงกับอู๋มามานั่งอยู่ภายในรถม้า“คุณหนู เหตุใดสีหน้าท่านจึงดูไม่สู้ดีนัก? เมื่อคืนนอนหลับไม่สนิทหรือเจ้าคะ?”เมื่อรถม้าเริ่มเคลื่อนตัว อู๋มามาก็เอ่ยถามด้วยความห่วงใย“อืม” เจียงโย่วหนิงพยักหน้า ส่งยิ้มให้นางพลางรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้า “ข้ากังวลเล็กน้อยว่าการเดินทางจากไปจะไม่ราบรื่น จึงนอนไม่ค่อยหลับ”นางยกมือขึ้นลูบใบหน้าตนเอง หวังจะปัดเป่าความร้อน
“เจ้าค่ะ” เจียงโย่วหนิงรับคำอย่างว่าง่าย ก่อนจะเร่งเร้าเขา “ท่านรีบไปเถิด ประเดี๋ยวชิงเจี้ยนจะมาเร่งเอาอีก”เขามิได้อาลัยอาวรณ์นางหรอก ต่อให้มีบ้าง ก็เป็นเพียงความรู้สึกแปลกใหม่ที่ยังเล่นสนุกไม่พอเท่านั้นรอเขากลับมางั้นหรือ?ก่อนหน้านี้นางก็ทำเช่นนั้นมาโดยตลอดทว่าครั้งนี้จะไม่เป็นเช่นนั้นอีกแล้วนางกำลังจะไป ไปให้ไกลแสนไกล เพื่อใช้ชีวิตที่ไม่มีเขาอีก“เจ้าก็สวมเสื้อผ้าเถิด ประเดี๋ยวจะโดนลมเย็นเอาได้”จ้าวหยวนเช่อหยิบเอี๊ยมของนางขึ้นมา หมายจะสวมให้เอี๊ยมผ้าฝ้ายสีชมพูปักลายดอกชาภูเขาดอกเล็ก ๆ ไว้ตรงริมขอบ เนื้อผ้านุ่มนวลเมื่อสัมผัส ราวกับยังกรุ่นกลิ่นหอมของนาง“ประเดี๋ยวข้าสวมเองเจ้าค่ะ”ใบหน้าของเจียงโย่วหนิงร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครา นางรีบคว้าเอี๊ยมมาซุกไว้ใต้ผ้าห่มปกติเขาเป็นคนเด็ดขาดฉับไว ไฉนครานี้จึงได้อ้อยอิ่งไม่ยอมไปเสียที?จ้าวหยวนเช่อหันหลังเดินไปได้สองก้าว ก็เหลียวกลับมาถามนาง “พวกชิงหลานเล่า?”เจียงโย่วหนิงใจเต้นระรัว นางข่มความประหม่าแล้วแสร้งทำเป็นไม่มีอันใดเกิดขึ้น “มิได้เฝ้าอยู่หน้าเรือนหรอกหรือ? ท่านหาพวกเขามีอันใดหรือเจ้าคะ?”พวกชิงหลานล้วนถูกนางหลอกให้ไปที่
ค่ำคืนนี้ ตลอดจนหลายปีที่ผ่านมา ล้วนเป็นนางที่เต็มใจเองทั้งสิ้นนางมิได้นึกเสียใจแม้แต่น้อยภายภาคหน้า นางกับเขาจะตัดขาดความสัมพันธ์กันอย่างสิ้นเชิงจ้าวหยวนเช่อ ลากันเพียงเท่านี้จ้าวหยวนเช่อจุมพิตลงบนหน้าผากนางแผ่วเบา คล้ายทะนุถนอมและเวทนารักใคร่ ประหนึ่งคอยปกป้องดูแลนางอย่างดีเขานั่งลงข้างเตียง ยื่นมือออกไปโอบกอดนาง“ท่านจะทำอันใด?”เจียงโย่วหนิงใช้มือข้างหนึ่งดันแผงอกกำยำอุ่นร้อนของเขาไว้“อาบน้ำให้เจ้า”จ้าวหยวนเช่อตอบนางด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“ท่านรีบไปเถิด ประเดี๋ยวข้าจะอาบน้ำเอง”เจียงโย่วหนิงดิ้นรนขัดขืนความปวดเมื่อยบริเวณช่วงเอวทำให้นางอดมิได้ที่จะส่งเสียงครางออกมาเขานับว่าใส่ใจ ทว่านางมิได้ต้องการ“มิใช่บอกว่าหมดเรี่ยวแรงแล้วหรือ?”จ้าวหยวนเช่อไม่ยอมปล่อยมือ“ข้าพักสักประเดี๋ยวก็หายแล้ว ท่านรีบไปเถิด ยังต้องผลัดเปลี่ยนชุดมงคล อย่าให้เสียฤกษ์ยาม หากฝ่าบาทและหวยหนานอ๋องเอาผิดลงมาคงไม่ค่อยดีนัก”เจียงโย่วหนิงดิ้นหลุดจากอ้อมกอดของเขา“เช่นนั้นเจ้าก็พักสักประเดี๋ยว”จ้าวหยวนเช่อตามใจนาง แล้วจึงลงจากเตียงเจียงโย่วหนิงคลำหาสะเปะสะปะเพื่อดึงผ้าห่มมาคลุมกายลวก ๆ
ท่อนแขนเรียวของนางโอบรอบลำคอของเขาการเคลื่อนไหวของจ้าวหยวนเช่อที่กำลังขบเม้มริมฝีปากนางชะงักไปชั่วครู่นางยินยอมหรือ? นางยินยอม!วินาทีต่อมา รสจูบของเขาก็ดุดันเร่าร้อนยิ่งขึ้นชุดยาวสีครามของเขา และกระโปรงสีรากบัวของนางร่วงหล่นลงบนพื้น เสื้อตัวในสีขาวงาช้างพัวพันกันจนแยกไม่ออกว่าเป็นของเขาหรือของนางเขาเอนกายนางลงบนผ้าห่มผืนงาม ก้มมองนางด้วยหางตาที่แดงก่ำ ใบหูและลำคอล้วนแดงซ่านไปหมดท่อนแขนที่ยันอยู่ข้างกายนางปูดโปนด้วยเส้นเลือด เลือดในกายสูบฉีดพลุ่งพล่านใบหน้างดงามของนางแดงระเรื่อดั่งคนเมามาย ขนตาที่ยาวงอนหลุบต่ำ แววตาปรือปรอยคล้ายกึ่งหลับกึ่งตื่น นางเบือนหน้าหนี มิกล้าสบตาเขา“ตะเกียง...”น้ำเสียงของนางแผ่วเบาอ่อนหวาน ดั่งน้ำผึ้งที่ละลาย เจือด้วยเสียงหอบหายใจแผ่ว ๆ ราวกับตะขอเล็ก ๆ ที่เกี่ยวตวัดจิตใจคนให้สั่นไหวจ้าวหยวนเช่อสะบัดมือเพียงครั้งเดียวบังเกิดเสียง “ฟึ่บ” เบา ๆ เทียนบนเชิงเทียนก็ดับลงจนหมดสิ้นความมืดมิดอันหนักอึ้งทาบทับลงมาในบัดดล แนบชิดกับนางอย่างแน่วแน่นางหดเอวเข้าหากันด้วยความหวาดกลัวมันจะต้องเจ็บประสบการณ์ในคราวก่อนยังคงทำให้นางหวาดหวั่นอยู่ในใจ
เช้าตรู่ต้นฤดูร้อน ศาลบรรพบุรุษแห่งจวนเจิ้นกั๋วกงในเมืองหลวง ถูกปกคลุมด้วยหมอกชั้นบางภายในศาลบรรพบุรุษมีเสียงสวดมนต์ของนักบวชดังขึ้นราง ๆ ภายในเรือน เตาหลอมสัมฤทธิ์ที่มีความสูงครึ่งคนมีควันพวยพุ่ง สาวใช้และบ่าวชายกำลังวิ่งวุ่นเจียงโย่วหนิงถือชายกระโปรงเดินมาจากด้านหลังทางเดิน ความปวดร้าวทั่วร่าง
“ไม่กลัวถูกขังในศาลบรรพบุรุษ แล้วกลัวไม้ตีมือหรือไม่?”จ้าวหยวนเช่อมือไพล่หลังเดินออกมาจากหลังฉากกั้น ดวงตาใสกระจ่างจ้องจ้าวเชียนหัว แววตาแผ่ซ่านความเยือกเย็น“ท่านซื่อจื่อ!”สาวใช้บ่าวหญิงเฒ่าคุกเข่าเต็มพื้นเจียงโย่วหนิงหน้าซีดจ้องมองจ้าวหยวนเช่อ ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แม้เขาจะไม่อยู่ในต
เจียงโย่วหนิงไม่มีเวลาคิดว่าเขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด ยื่นมือคิดจะปิดประตูแล้ววิ่งหนี แต่ช่วยไม่ได้ขาสองข้างไม่เอาไหน ไม่ฟังคำสั่งนางสักนิด ก้าวไม่ออกแม้แต่ก้าวเดียว“เข้ามา”จ้าวหยวนเช่อไม่หันหลัง แต่เหมือนมองเห็นการกระทำของนางเจียงโย่วหนิงกลัวถูกคนจับได้ เลยก้มหน้าเดินเข้าห้องด้านใน แล้วถามเสียง
“เจ้าช่างมีน้ำใจ มานั่งกับข้าตรงนี้มา”นางหานยิ้มพร้อมกวักมือเรียกเจียงโย่วหนิง ส่งสัญญาณให้นางมานั่งลงข้างตัวเองตอนนี้อยู่ข้างนอก ต้องดีกับเจียงโย่วหนิงหน่อย จะได้สร้างชื่อเสียงดีงามให้ตัวเองด้วยเจียงโย่วหนิงเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย แล้วยื่นล่วมยาให้หมอจางหมอจางสบตากับนางแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้







