Home / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 93 — เพียงให้เจ้าลืมตา

Share

บทที่ 93 — เพียงให้เจ้าลืมตา

last update publish date: 2026-10-24 02:17:21

แผ่นหินรอบตัวหลินเยว่ซียกขึ้นจากพื้น

เสียงแตกร้าวลั่นต่อกันไปถึงธรณีประตู ฝุ่นซึ่งควรตกลงกลับลอยขึ้นอยู่ข้างแก้ม รอยเลือดบนมือของนางสว่างวาบท่ามกลางแสงที่ทะลักออกจากปลายนิ้ว

โม่หลิงยวนรู้สึกถึงแรงกระแทกผ่านฝ่ามือที่ประคองข้อมือนางอยู่

ผนึกชั้นหนึ่งกำลังเปิดออก

“ท่านเยี่ย รับทางด้านหลัง!”

เยี่ยจื้อหยวนยกมือทั้งสองขึ้นทันที อักขระเรียงตัวขวางระหว่างเยว่ซีกับผู้บาดเจ็บที่เหลือ ขณะที่เจ้าสำนักขยายม่านป้องกันคลุมผู้คนริมลาน

เสิ่นซูเหอโน้มตัวบังเสี่ยวถังไว้ อาจารย์ฉินยังคงกดเข็มตรงจุดชีพจร มืออีกข้างตรึงผ้าห้ามเลือดไม่ยอมปล่อย

“เยว่ซี คลายมือก่อน” เสิ่นซูเหอบอก “ให้ข้าดูแลนาง”

หญิงสาวไม่ได้หันมา

สายตาของนางจับอยู่ที่กล่องผนึกกลางลาน ด้านในมีเสียงกระแทกถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่มันขยับ รอยดำตรงชายโครงเสี่ยวถังก็เต้นตาม

เยว่ซีเห็นแล้ว

สิ่งนั้นยังทำร้ายเพื่อนของนางอยู่

นางค่อย ๆ วางมือเสี่ยวถังลงข้างตัวเพื่อน ก่อนลุกขึ้นอย่างไม่มั่นคง

หินที่ลอยอยู่รอบกายแตกเป็นผง

หลิงยวนกางปราณสีเงินอมฟ้ารับแรงด้านข้าง เปลี่ยนแนวที่กำลังพุ่งเข้าหาคนเจ็บให้เบนออกสู่ประตู

บานไม้ทั้งสองกระแทกหลุดจากกรอบ!

ผู้อาวุโสสวี่ถอยพ้นแนวกล่องได้เพียงก้าวเดียว คลื่นแสงก็ซัดผ่านธรณีประตูออกไป

พื้นลานถูกเปิดเป็นร่องยาว

กล่องผนึกกระเด็นขึ้นกลางอากาศ ฝาโลหะบิดงอ อักขระสีแดงบนเศษแกนด้านในสว่างจัด ก่อนเสียงกรีดร้องแหลมจะดังจนศิษย์หลายคนต้องยกมือปิดหู

เงาดำพุ่งออกจากรอยแยก

เยว่ซียื่นมือไปข้างหน้า

นางไม่ได้เรียกรากไม้ ไม่ได้ดึงน้ำจากที่ใด ไม่มีแม้แต่กระบวนท่าที่เคยฝึก

มีเพียงภาพเสี่ยวถังล้มลงซ้ำอยู่ในหัว

เจ้า…โดนหรือไม่

เพื่อนถามถึงนาง ทั้งที่เลือดของตนกำลังไหลผ่านนิ้วคนช่วย

“หยุดเสียที!”

แสงจากร่างเยว่ซีระเบิดออก

เงาดำที่เพิ่งพ้นกล่องถูกกลืนหายกลางอากาศ เศษแกนสั่นอย่างรุนแรง รอยสลักบนผิวหลุดลอกทีละเส้น ก่อนตัวมันจะร้าวจากด้านใน

เสียงกรีดร้องขาดห้วง

แล้วเศษแกนก็แตกละเอียด

คลื่นปราณกวาดผ่านผงสีดำจนไม่เหลือสิ่งใดจับตัวได้อีก พุ่งต่อเข้ากำแพงเตี้ยซึ่งกั้นลานกับสนามประลองว่างเปล่า

กำแพงพังลงทั้งแถบ

แผ่นหินบนสนามพลิกขึ้นราวถูกมือขนาดใหญ่กระชากจากใต้ดิน เสาธงข้างลานหักกลางต้น ราวไม้ที่ไม่มีผู้คนอยู่แล้วแตกกระจายไปกับฝุ่น

“ก้มลง!”

เจ้าสำนักกดฝ่ามือลง ม่านป้องกันโค้งรับเศษหินที่พุ่งมาทางผู้ชม เสียงกระแทกดังถี่จนแทบแยกไม่ออก

เหยียนอวี้หนิงดึงศิษย์เด็กสองคนลงหลังฐานบันได ส่งปราณดินยกสันหินขึ้นปิดช่องต่ำซึ่งเศษไม้กำลังลอดเข้ามา ความเจ็บที่แผ่นหลังทำให้นางกัดฟัน แต่ยังยันแขนไว้

จ้าวเฉิงพายายหวังถอยถึงหลังเสา เขาใช้ตัวบังหญิงชราแล้วตวัดกระบี่ปัดเศษกระเบื้องที่หล่นจากชายคา

สายตาของเขายังมองผ่านฝุ่นไปหาเยว่ซี

นางยืนอยู่ตรงประตูในแสงสว่างนั้น เสื้อและเส้นผมสะบัดจนมองแทบไม่เห็นใบหน้า

เขาอยากเข้าไปหา

แต่ยายหวังจับแขนเขาแน่น ข้างเท้ายังมีคนเจ็บซึ่งลุกเองไม่ได้

จ้าวเฉิงจึงคุกเข่าลงช่วยดึงเปลให้พ้นแนวหลังคา มือที่จับกระบี่เกร็งจนข้อขาว

⸻

เส้นดำใต้ผิวเสี่ยวถังหยุดเคลื่อนไหว

อาจารย์ฉินก้มมองทันที

รอยที่ทอดขึ้นไปหาอกจางลงจากปลายเส้น ไล่กลับเข้าหาบาดแผลราวหมึกถูกชะออก เขาขยับเข็มตามจังหวะชีพจร แล้วสั่งเสิ่นซูเหอเปลี่ยนผ้าห้ามเลือด

“ปราณมารคลายแล้ว!”

เยี่ยจื้อหยวนกดอักขระดวงสุดท้ายลงเหนือแผล ส่วนปราณสีเงินอมฟ้าที่หลิงยวนทิ้งไว้คอยกั้นหัวใจก็ค่อย ๆ หุบเข้ามา บีบสิ่งตกค้างออกจากเส้นปราณ

ควันคล้ำลอยขึ้นเพียงสายเดียว ก่อนสลายไปเมื่อสัมผัสแสงนอกม่านป้องกัน

เสี่ยวถังสูดลมหายใจเฮือก

อาจารย์ฉินแตะชีพจรนางอีกครั้ง

“ยังเสียเลือดมาก ยกผ้าสะอาดมา!”

เสิ่นซูเหอรับผ้าจากศิษย์ด้านหลังโดยไม่ละสายตาจากคนเจ็บ

พลังมารหมดไปแล้ว

แต่บาดแผลยังอยู่

⸻

เยว่ซีไม่ได้ยินคำสั่งเหล่านั้นชัดเจน

เสียงทุกอย่างเหมือนดังมาจากใต้น้ำ มีเพียงหัวใจตนเองที่กระแทกจนเจ็บหน้าอก นางมองตำแหน่งกล่องซึ่งกลายเป็นหลุมตื้น แต่ความร้อนในร่างยังไม่หยุด

ไม่มีสิ่งใดเหลือให้โจมตีแล้ว

พลังกลับยังไหลออกมา

นางพยายามกำมือ ทว่าปลายนิ้วชาไปหมด ความเจ็บแล่นจากข้อมือถึงหัวไหล่ ราวเส้นปราณถูกยืดจนใกล้ขาด

“หลิงยวน…”

เสียงของนางเบาจนแทบหายไปในลม

คนที่อยู่ด้านข้างก้าวเข้ามาทันที

คลื่นปราณกระแทกแขนเสื้อเขาจนฉีกตรงตะเข็บ หลิงยวนยกกระบี่ขึ้นปักลงข้างธรณีประตู แสงสีเงินอมฟ้าแผ่ออกเป็นแนวโค้ง เบนแรงส่วนเกินไปยังสนามว่าง ขณะที่มืออีกข้างจับข้อมือนางไว้

“ข้าอยู่นี่”

เยว่ซีหันมามองเขา ดวงตาแดงก่ำ น้ำตายังไหลแต่ใบหน้ากลับซีดลงเรื่อย ๆ

“ข้าหยุดไม่ได้”

“อย่าฝืนกดทั้งหมดกลับลงไป”

เขาขยับเข้ามาใกล้อีกครึ่งก้าว ใช้ฝ่ามือประคองกลางหลังนาง ส่งปราณเข้าไปเพียงสายบางตามทางที่คุ้นเคย

ความร้อนกระแทกสวนทันที

หลิงยวนเปลี่ยนตำแหน่งนิ้ว ไม่บังคับปิดรอยที่เพิ่งเปิด แต่ประคองกระแสซึ่งกำลังไหลผิดทางให้กลับเข้าสู่เส้นปราณหลัก

เยว่ซีสะดุ้ง เผลอคว้าแขนเสื้อเขาแน่น

“เจ็บ…”

“ตรงไหน”

นางยกมือแตะใต้ลิ้นปี่

หลิงยวนลดแรงลงทันที

“ตามปราณข้ามาทีละน้อย ไม่ต้องรีบ”

พื้นใต้เท้าทั้งสองสั่นอีกครั้ง รอยร้าวลามไปชนฐานเสาด้านข้าง ผู้อาวุโสสวี่รีบตรึงฐานไว้ด้วยแผ่นอาคม ส่วนเจ้าสำนักเคลื่อนแนวป้องกันออกไปอีกชั้น

เยว่ซีพยายามทำตาม

นางเคยฝึกเช่นนี้มาหลายครั้ง เคยรู้ว่าต้องปล่อยลมหายใจตรงไหน ต้องคลายมือเมื่อใด

แต่คราวนี้ทุกครั้งที่หลับตา นางกลับเห็นเลือดของเสี่ยวถัง

ลมหายใจขาดสะดุด

พลังพุ่งขึ้นอีกระลอกจนหลิงยวนต้องกระชับแขนรับร่างนางไว้

“ข้าพานางกลับมาแล้ว…”

เยว่ซีพูดทั้งที่มองไม่ชัด

“ข้าเพิ่งได้นางกลับมา…”

หลิงยวนก้มลงใกล้ ให้เสียงตนถึงนางโดยไม่ต้องตะโกน

“เสี่ยวถังยังอยู่ข้างหลังเจ้า อาจารย์ฉินกำลังรักษานาง”

หญิงสาวส่ายหน้าอย่างหวาดกลัว

“เมื่อครู่นางไม่ตอบข้า”

“นางหมดสติ”

“แต่มือนางเย็น…”

คำสุดท้ายหายไปในเสียงสะอื้น

หลิงยวนไม่ได้บอกให้นางหยุดร้อง เขาประคองมือที่เปื้อนเลือดของนางไว้ แล้วหันไปหาเสิ่นซูเหอ

หญิงผู้นั้นเข้าใจทันที

“เยว่ซี!” นางเรียก “เสี่ยวถังหายใจได้ดีขึ้นแล้ว เจ้าได้ยินข้าหรือไม่”

สายตาเยว่ซีขยับผ่านไหล่หลิงยวน

ในม่านปราณที่ยังคุ้มกันอยู่ เสี่ยวถังนอนบนผ้าสะอาด อาจารย์ฉินก้มทำแผล เสิ่นซูเหอประคองข้อมือเพื่อนของนางไว้

แล้วเยว่ซีก็เห็น

อกของเสี่ยวถังยกขึ้นช้า ๆ

ลดลง

ก่อนยกขึ้นอีกครั้ง

นางเฝ้ามองจนแน่ใจว่าไม่ได้เห็นเพราะน้ำตาพร่า

แรงที่กำแขนเสื้อหลิงยวนค่อย ๆ คลาย

“นางยังหายใจ…”

“ใช่” เขาตอบ “ตอนนี้เจ้าหายใจตามข้า”

คราวนี้เยว่ซีทำได้

ลมหายใจแรกสั่นจนเจ็บคอ ครั้งต่อมาจึงยาวขึ้นเล็กน้อย นางจับปราณสายบางของเขาได้ท่ามกลางความปั่นป่วน แล้วค่อย ๆ ผ่อนกระแสของตนตาม

แสงรอบกายลดลง

เศษหินซึ่งยังลอยอยู่ตกกระทบพื้น เสียงสุดท้ายดังใกล้ปลายเท้าก่อนทุกอย่างสงบ

เยว่ซีเข่าอ่อนทันที

หลิงยวนช้อนร่างนางไว้ก่อนทรุดลงบนหินแตก

⸻

ฝุ่นยังไม่ทันจาง เสียงคนเรียกหากันก็ดังขึ้นรอบสนาม

เจ้าสำนักสั่งตรวจแนวอาคารและนับผู้บาดเจ็บ ผู้อาวุโสสวี่เดินเข้าไปถึงตำแหน่งกล่อง ใช้เครื่องมือตรวจทั้งหลุมและเศษโลหะที่กระจายอยู่

เยี่ยจื้อหยวนตามไปตรวจซ้ำ

ไม่มีแรงตอบกลับ

ไม่มีปราณมารจับตัวอยู่ใต้พื้น

“แกนถูกทำลายหมดแล้ว” เขาบอกเจ้าสำนัก

ผู้อาวุโสสวี่เก็บเศษกล่องที่เหลือ ก่อนหันมองร่องยาวจากประตูไปถึงสนามประลอง

ริมร่องนั้นมีแผ่นหินหนาซึ่งขาดออกจากกัน ผิวแตกเรียบในบางส่วน อีกหลายก้อนกลายเป็นผงละเอียด

เขาเคยเห็นเยว่ซีฝึกควบคุมรากไม้จนเหงื่อเต็มหน้า

พลังที่เพิ่งออกจากร่างนางแตกต่างจากสิ่งนั้นเหลือเกิน

บนทางเดินด้านนอก เจ้าสำนักจากต่างถิ่นผู้หนึ่งยกแขนเสื้อบังฝุ่น มองเสาธงที่หักแล้วหันไปถามผู้อาวุโสข้างกาย

“หากเมื่อครู่ไม่มีม่านป้องกัน คนที่อยู่ใกล้จะเป็นอย่างไร”

อีกฝ่ายไม่ตอบ

สายตาของเขาเลยผ่านซากกำแพงไปยังหญิงสาวในอ้อมแขนโม่หลิงยวน

“นางยังฝึกไม่ถึงปีหรือ”

เจ้าสำนักผู้นั้นหันมองเขาทันที

คำถามนั้นไม่ได้เอ่ยถึงคนเจ็บเลย

ห่างออกไป ศิษย์เด็กที่อวี้หนิงช่วยไว้กำลังพยายามลุกขึ้น เขามองสนามเสียหายด้วยใบหน้าซีด ก่อนหันไปทางประตู

“ศิษย์พี่หลินเป็นอะไรหรือไม่”

อวี้หนิงยื่นมือให้เขาจับ

“หลีกทางให้หมอก่อน”

เด็กพยักหน้าแล้วรีบช่วยพาเพื่อนถอยออกไป

อวี้หนิงมองตามแวบหนึ่ง ก่อนหันกลับมาหาเยว่ซี

นางยังจำความรู้สึกตอนชนะอีกฝ่ายบนลานได้ จำได้ด้วยว่าตนเคยหงุดหงิดเพียงใดที่ทุกคนคอยดูแลศิษย์ใหม่ผู้นี้

แต่ตอนนี้เยว่ซีไม่ได้มองว่าตนทำสิ่งใดสำเร็จ

นางพยายามยกศีรษะจากอกหลิงยวนเพื่อหาเพื่อนเพียงคนเดียว

อวี้หนิงจึงเก็บกระบี่แล้วเดินไปช่วยเปิดทางสำหรับเปล

⸻

“ข้ายังไม่หลับ”

เยว่ซีบอกเมื่อหลิงยวนประคองนางนั่งบนม้านั่งซึ่งศิษย์ยกมา

เขาคุกเข่าตรงหน้า ใช้นิ้วตรวจชีพจรนาง

จังหวะเต้นเร็วและเบา แต่กระแสที่ปั่นป่วนเริ่มสงบลงแล้ว ผนึกส่วนที่เหลือยังอยู่ มีเพียงช่องหนึ่งซึ่งไม่อาจกลับเป็นเช่นเดิม

เขาปรับปราณประคองรอบช่องนั้น ก่อนถอนมือออกช้า ๆ

“ข้าไม่ได้ห้ามเจ้าลืมตา”

“ท่านมองเหมือนกำลังจะให้ข้านอน”

“เพราะเจ้าจะล้มอยู่แล้ว”

เยว่ซีอยากเถียง แต่ทันทีที่ขยับ โลกตรงหน้าก็เอียง หลิงยวนรับไหล่นางไว้โดยไม่พูดซ้ำ

ยายหวังมาถึงข้างตัวพอดี

หญิงชราใช้ผ้าเช็ดฝุ่นบนแก้มให้ ระวังไม่แตะรอยแผลเดิม มือของยายสั่นเล็กน้อยจนเยว่ซีรีบจับไว้

“ยาย…”

“ยายอยู่ตรงนี้”

นางมองหญิงชราตั้งแต่ใบหน้าถึงแขนเสื้อ

“โดนหินหรือไม่เจ้าคะ”

“จ้าวเฉิงบังไว้ให้แล้ว”

เยว่ซีหันไปหาเขา

ชายหนุ่มยืนอยู่ข้างเสา เสื้อเต็มไปด้วยฝุ่น ปลายแขนมีรอยถลอกเล็กน้อย เขาเห็นนางมองจึงขยับแขนให้ดูว่าตนยังใช้ได้

คราวนี้เขาไม่ได้พูดเล่น

“ทุกคนอยู่ครบ” เขาบอก “ข้านับแล้ว”

ริมฝีปากเยว่ซีสั่น

นางก้มมองมือที่ยังเปื้อนเลือด ก่อนถามเสียงเบา

“เสี่ยวถังเล่า”

จ้าวเฉิงหลบไปด้านข้าง เปิดให้เห็นอาจารย์ฉินซึ่งกำลังลุกจากพื้น

หมอเช็ดมือแล้วเดินเข้ามา

“ห้ามเลือดได้แล้ว ชีพจรดีขึ้น แต่คืนนี้ยังต้องเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด”

เยว่ซีเกือบลุก หลิงยวนจึงประคองเอวไว้

“ข้าไปดูนางได้หรือไม่เจ้าคะ”

อาจารย์ฉินมองใบหน้าซีดของนาง แล้วถอนหายใจ

“ไปนั่งข้าง ๆ ได้ ห้ามส่งปราณให้นางอีก ตอนนี้เจ้ากับนางต่างต้องพัก”

หลิงยวนช่วยพานางไปถึงเปล

เสี่ยวถังยังหลับตา ใบหน้าซีดจนน่ากลัว แต่คราบเลือดตรงมุมปากถูกเช็ดออกแล้ว ผ้าพันแผลใหม่แนบอยู่ใต้ผ้าห่ม

เยว่ซีนั่งลงข้างเปลอย่างระมัดระวัง

นางยื่นมือไป แต่หยุดก่อนสัมผัสเพื่อน

เมื่อครู่มือคู่นี้ทำให้หินทั้งลานแตก

เสิ่นซูเหอเห็นอาการลังเลนั้น จึงจับข้อมือเสี่ยวถังวางลงบนฝ่ามือเยว่ซีเบา ๆ

“จับได้”

เยว่ซีประคองมือเพื่อนไว้ด้วยสองมือ

ไม่มีแสงออกมาอีก

มีเพียงนิ้วเย็น ๆ ที่นางคุ้นเคย

นางก้มหน้าลง น้ำตาหยดหนึ่งตกบนหลังมือเสี่ยวถัง แล้วอีกหยดก็ตามมา

“คราวหน้าเรียกข้าก็พอ…”

คำพูดขาดห้วง นางต้องกลืนสะอื้นก่อนจะพูดต่อ

“เจ้าผลักข้าล้มก็ได้ ข้าจะไม่โกรธ”

ไม่มีเสียงตอบ

เยว่ซีใช้นิ้วเช็ดหยดน้ำออกจากมือเพื่อนอย่างเก้ ๆ กัง ๆ แต่เช็ดเท่าไรก็มีหยดใหม่ตกลงมา

หลิงยวนนั่งข้างนาง ปล่อยให้นางเอนพิงโดยไม่เร่งให้พูดสิ่งใด

ครู่หนึ่ง อาจารย์ฉินให้คนเตรียมย้ายเปลเข้าเรือนรักษาที่ปลอดภัย

เยว่ซีจึงก้มลงใกล้เพื่อนอีกนิด

นิ้วที่อยู่ในมือนางขยับเบามาก

เยว่ซีหยุดหายใจ

นางเงยหน้ามองเสิ่นซูเหอทันที อีกฝ่ายเข้ามาตรวจ ก่อนพยักหน้าให้นางเงียบ ๆ

เสี่ยวถังยังไม่ลืมตา

แต่นิ้วของเพื่อนงอเข้าหาฝ่ามือนางอีกครั้ง

ครั้งนี้เยว่ซีร้องไห้ออกมาโดยไม่พยายามกลั้น

⸻

เมื่อเปลถูกยกออกจากลาน ผู้คนถอยเปิดทาง

บางคนมองเยว่ซีแล้วคารวะ บางคนยังหลบสายตาเมื่อเห็นรอยแตกใต้เท้า ส่วนแขกหลายคนเฝ้ามองนางนานกว่าที่ควร

เยว่ซีไม่ทันสังเกต

นางเดินช้า ๆ ข้างเปล มือข้างหนึ่งยังจับเสี่ยวถัง อีกข้างมีหลิงยวนประคองไว้

ใต้ชายคาฝั่งตรงข้าม บุรุษผู้ติดตามเจ้าสำนักแห่งหนึ่งก้มลงพูดกับผู้เป็นอาจารย์

“เด็กที่บาดเจ็บเป็นญาตินางหรือขอรับ”

“ได้ยินว่าเป็นเพื่อนร่วมสำนัก”

ผู้ติดตามมองหลุมกลางลานอีกครั้ง

“เพียงเห็นเพื่อนบาดเจ็บ ก็ปล่อยพลังได้ถึงเพียงนี้…”

เจ้าสำนักผู้นั้นยกมือห้ามไม่ให้พูดต่อ

ผู้อาวุโสสวี่กำลังเดินผ่าน เขาจึงเปลี่ยนไปสั่งศิษย์ช่วยขนคนเจ็บ น้ำเสียงสุภาพดังเช่นแขกคนอื่น

ทว่าสายตายังติดตามหญิงสาวทั้งสองจนพ้นประตู

เมื่อครู่เขามองเพียงพลังของหลินเยว่ซี

บัดนี้เขาจำใบหน้าของคนที่นางไม่ยอมปล่อยมือได้แล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 94 — คนที่ยังอยู่ตรงนี้

    เยว่ซีรู้สึกตัวเพราะมีใครบางคนกำลังเช็ดมือให้นางผ้าอุ่นเคลื่อนผ่านปลายนิ้วอย่างเบามือ กลิ่นสมุนไพรลอยอยู่ใกล้จมูก นางพยายามขยับแขน แต่ร่างกายหนักจนทำได้เพียงงอนิ้วเข้าหาฝ่ามือเลือด…นางจำได้ว่ามือคู่นี้เปื้อนเลือด“เสี่ยวถัง…”ผ้าที่กำลังเช็ดมือหยุดลง“นางปลอดภัยแล้ว”เสียงเสิ่นซูเหอดังอยู่ข้างเตียง เยว่ซีฝืนลืมตา เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายผ่านแสงตะเกียงเลือนราง ก่อนพยายามยันตัวลุกความปวดแล่นขึ้นจากใต้ลิ้นปี่ทันทีเสิ่นซูเหอประคองไหล่นางไว้“ค่อย ๆ ขยับ เจ้าเพิ่งฟื้น”“นางอยู่ที่ใดเจ้าคะ”“เรือนข้างกัน อาจารย์ฉินเฝ้าอยู่ เลือดหยุดแล้ว ไม่มีปราณมารเหลือในร่าง”เยว่ซีมองริมฝีปากของผู้พูด ราวกับต้องเห็นทุกคำจึงจะเชื่อได้“จริงหรือเจ้าคะ”เสิ่นซูเหอจับมือนางวางลงบนผ้าห่ม“จริง นางผ่านคืนที่อันตรายที่สุดมาแล้ว”ลมหายใจซึ่งเยว่ซีกลั้นไว้ค่อย ๆ ผ่อนออกนางหันมองรอบห้อง บนโต๊ะมีถ้วยยาและผ้าสะอาด ตรงเก้าอี้ใกล้ประตู โม่หลิงยวนนั่งหลับอยู่โดยยังสวมเสื้อคลุมตัวนอก กระบี่วางพิงอยู่ข้างเข่า มือข้างหนึ่งทอดอยู่บนขอบโต๊ะ“ข้าหลับไปนานเท่าใด”“สามวันสามคืน”เยว่ซีหันกลับมาทันทีแต่เพียงเท่านั้นก็ทำให้เว

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 93 — เพียงให้เจ้าลืมตา

    แผ่นหินรอบตัวหลินเยว่ซียกขึ้นจากพื้นเสียงแตกร้าวลั่นต่อกันไปถึงธรณีประตู ฝุ่นซึ่งควรตกลงกลับลอยขึ้นอยู่ข้างแก้ม รอยเลือดบนมือของนางสว่างวาบท่ามกลางแสงที่ทะลักออกจากปลายนิ้วโม่หลิงยวนรู้สึกถึงแรงกระแทกผ่านฝ่ามือที่ประคองข้อมือนางอยู่ผนึกชั้นหนึ่งกำลังเปิดออก“ท่านเยี่ย รับทางด้านหลัง!”เยี่ยจื้อหยวนยกมือทั้งสองขึ้นทันที อักขระเรียงตัวขวางระหว่างเยว่ซีกับผู้บาดเจ็บที่เหลือ ขณะที่เจ้าสำนักขยายม่านป้องกันคลุมผู้คนริมลานเสิ่นซูเหอโน้มตัวบังเสี่ยวถังไว้ อาจารย์ฉินยังคงกดเข็มตรงจุดชีพจร มืออีกข้างตรึงผ้าห้ามเลือดไม่ยอมปล่อย“เยว่ซี คลายมือก่อน” เสิ่นซูเหอบอก “ให้ข้าดูแลนาง”หญิงสาวไม่ได้หันมาสายตาของนางจับอยู่ที่กล่องผนึกกลางลาน ด้านในมีเสียงกระแทกถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่มันขยับ รอยดำตรงชายโครงเสี่ยวถังก็เต้นตามเยว่ซีเห็นแล้วสิ่งนั้นยังทำร้ายเพื่อนของนางอยู่นางค่อย ๆ วางมือเสี่ยวถังลงข้างตัวเพื่อน ก่อนลุกขึ้นอย่างไม่มั่นคงหินที่ลอยอยู่รอบกายแตกเป็นผงหลิงยวนกางปราณสีเงินอมฟ้ารับแรงด้านข้าง เปลี่ยนแนวที่กำลังพุ่งเข้าหาคนเจ็บให้เบนออกสู่ประตูบานไม้ทั้งสองกระแทกหลุดจากกรอบ!ผู้อาวุ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 92 — คนที่อยู่ใกล้ที่สุด

    “ยกด้านซ้ายขึ้นอีกนิดเจ้าค่ะ”เยว่ซีถอยหลบให้ผู้ช่วยขยับแคร่ปลายไม้ติดอยู่กับธรณีประตู หญิงชราบนแคร่กำขอบผ้าแน่น นางจึงก้มลงบอกให้รอเพียงครู่เดียว โดยไม่เห็นแสงแดงที่สว่างขึ้นบนขื่อด้านหลังเสี่ยวถังเห็นตอนแรกนางคิดว่าเป็นประกายจากสนามลอดเข้ามาทางกระเบื้องแตกแต่แสงนั้นขยับเศษสีคล้ำหลุดจากซอกไม้ ลอยค้างอยู่ชั่วพริบตา ก่อนเส้นดำจะเหยียดออกจากขอบคมราวกับถูกยิงจากคันธนูปลายของมันชี้ตรงกลางหลังเยว่ซี“เยว่ซี!”นางหันตามเสียงเรียกไม่ทันมือของเสี่ยวถังผลักเข้าที่หัวไหล่เยว่ซีเซพ้นแนวประตู กระแทกผู้ช่วยคนหนึ่งจนทั้งคู่ล้มลงข้างแคร่เสียงกระบี่ของจ้าวเฉิงฟันผ่านอากาศแสงสีเงินอมฟ้าพุ่งทะลุช่องหน้าต่างเข้ามาพร้อมกันแต่เสี่ยวถังอยู่ใกล้เยว่ซีเพียงช่วงแขนนางก้าวเข้าขวางไปแล้วเสียงทึบสั้น ๆ ดังขึ้นร่างเพื่อนชะงักเยว่ซีเงยหน้าจากพื้น เห็นเสี่ยวถังยืนอยู่ตรงตำแหน่งที่ตนเพิ่งยืน มือข้างหนึ่งยังยื่นมาทางนางตรงใต้ชายโครงมีรอยคล้ำเล็ก ๆแล้วเลือดก็ซึมออกมาคมปราณสีเงินตัดเส้นดำที่เชื่อมกับเศษอาคมขาดสะบั้น กระบี่ของจ้าวเฉิงกดเศษนั้นลงกับกรอบหน้าต่าง ขณะที่หลิงยวนเข้าถึงตัวเสี่ยวถังก่อนเข่าขอ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 91 — ทางที่มันเลือก

    จ้าวเฉิงถอนกระบี่จากพื้นแล้วฟันซ้ำเส้นดำขาดออกตรงหน้าขั้นบันได ปลายด้านหนึ่งบิดเกร็ง ก่อนสลายเป็นควันเมื่อผู้อาวุโสสวี่ตบแผ่นผนึกลงทับอีกด้านยังเลื้อยต่อมันอ้อมปลายกระบี่ ผ่านใต้ราวไม้ แล้วพุ่งขึ้นไปหาเยว่ซี!นางขยับหลบพร้อมเสี่ยวถังเงาดำเฉี่ยวชายเสื้อคลุม ปักเข้ากับเสาไม้ด้านหลังจนเกิดรอยไหม้ยาว“เข้าห้อง!”เสิ่นซูเหอเปิดประตูรับเยว่ซีถอยเข้าไป แต่ยังไม่ทันพ้นธรณี เงาที่เกาะเสาก็สะบัดตัวกลับมาอีกครั้งผู้อาวุโสสวี่ปาแผ่นทองแดงขนาดเท่าฝ่ามือเข้าขวางแสงอาคมกระแทกมันหลุดจากเสาจ้าวเฉิงฟันลงทันทีคราวนี้เขาไม่ถอนกระบี่ ปราณจากคมกดเส้นดำนั้นติดกับพื้น ขณะที่ผู้อาวุโสสวี่เข้าครอบด้วยกล่องผนึกเสียงขูดแหลมดังอยู่ใต้ฝาแล้วเงียบลง“ถอยจากบันไดให้หมด!”ผู้คุมรีบกันคนออกจากระเบียงเยว่ซีหยุดอยู่ในประตู มือข้างหนึ่งยังจับแขนเสี่ยวถังแน่นเส้นดำถูกจับแล้วแต่ด้านนอก เสียงกระแทกจากร่างใหญ่กลับดังถี่ขึ้นจนพื้นใต้เท้าสั่น⸻หลิงยวนลากปลายกระบี่ผ่านขอบวงผนึกอักขระสีเงินอมฟ้าเชื่อมเข้าหากัน ปิดช่องสุดท้ายที่เงามารพยายามแทงออกมา“รับช่วงด้านนี้”เจ้าสำนักก้าวเข้าประจำตำแหน่งแทนทันทีหลิงยวนพุ่ง

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 90 — ประตูที่ต้องเปิดค้างไว้

    หลิงยวนฟันกระบี่ผ่านข้อมือสีดำแขนของมันขาดออกจากร่างก่อนมือที่กำคอผู้เคราะห์ร้ายจะร่วงถึงพื้น เขาก็คว้าตัวชายผู้นั้นดึงออกมา แล้วถอยพ้นเงาที่ตวัดสวนขึ้นจากรอยแตกกลางอกเสียงหวีดแหลมกรีดผ่านทางเดินเงาสีคล้ำกระโจนตามเจ้าสำนักกระแทกฝ่ามือลงม่านอาคมตั้งขวางระหว่างมันกับคนทั้งสอง แรงปะทะทำให้พื้นหินแตกร้าวเป็นแนวยาว ทว่าแสงยังไม่ดับ“พาคนออก!”อาจารย์ฉินกับผู้ช่วยเข้ารับชายที่หมดสติ หลิงยวนกดแผ่นผนึกปิดรอยคล้ำตรงอกให้ ก่อนหมุนตัวกลับไปหาเงามารมันยืนอยู่หลังม่านสูงกว่าคนเกือบครึ่งตัว ส่วนล่างยังเป็นเส้นดำพันกันไม่หยุด ใบหน้าไร้ดวงตา มีเพียงรอยแยกยาวซึ่งเปิดออกช้า ๆแขนข้างที่ถูกตัดกำลังก่อตัวใหม่หลิงยวนก้าวเข้าหากระบี่สีเงินอมฟ้าฟันลงอีกครั้ง คราวนี้คมปราณผ่านกลางลำตัว แยกเงานั้นออกเป็นสองส่วนส่วนหนึ่งถูกเผาสลายทันทีอีกส่วนกลับแนบลงกับพื้น พุ่งไปตามรอยแตกใต้ม่านป้องกันเยี่ยจื้อหยวนปักแผ่นผนึกสกัดไว้ก่อนมันถึงรั้วหอรักษาพื้นสว่างวาบเงาดำหดกลับราวกับถูกไฟลวก“มันออกจากร่างแล้ว!” เขาตะโกน “ปิดทางใต้พื้นด้วย!”ผู้อาวุโสสองคนแยกไปคนละด้าน กระบี่ปักลงตรงรอยต่อแผ่นหิน อักขระแผ่ออกเป็

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 89 — กระบี่ที่ยังไม่ยอมปล่อยมือ

    หินใต้เท้าศิษย์ผู้นั้นยกตัวขึ้นก่อนหยดสีดำจะถึงรองเท้าเขาเสียหลักหงายหลังเหยียนอวี้หนิงคว้าคอเสื้อแล้วกระชากออกจากลาน ขณะเดียวกันก็ใช้กระบี่ฟันลงตรงรอยต่อพื้นแผ่นหินพลิกขึ้นสิ่งสีดำกระแทกด้านล่างของมัน ก่อนถูกประกบไว้ระหว่างหินสองแผ่นเสียงขูดดังแกรก ๆ อยู่ข้างใน“อย่าเข้าใกล้พื้นตรงนั้น!”อวี้หนิงผลักศิษย์ที่ช่วยไว้ไปทางประตู แล้วหันกลับมาหาชายผู้ใช้กระบี่หนักเขายังคุกเข่าอยู่มือข้างหนึ่งกำข้อมือตนเองแน่นจนเลือดซึมระหว่างนิ้ว ดวงตาจับอยู่ที่แผ่นหินซึ่งกำลังสั่น“นั่น…ออกมาจากข้าหรือ”อวี้หนิงไม่ตอบคำถามนั้น“อย่าฝืนเดินปราณ ผู้รักษากำลังมา”ชายผู้นั้นหอบหายใจเขาพยายามพยักหน้า แต่ทันใดนั้นแขนขวาก็กระตุก กระบี่หนักที่ตกอยู่ข้างตัวครูดพื้นเข้าหามือนิ้วของเขาคว้าด้ามไว้อวี้หนิงถอยหนึ่งก้าวชายผู้นั้นเงยหน้าขึ้น สีหน้าหวาดกลัวอย่างที่นางไม่เคยเห็นบนลานประลอง“หลบ!”กระบี่หนักฟาดลงมา!นางกระโดดออกด้านข้างพื้นหินระเบิดเป็นเศษแหลม สันดินพุ่งตามแนวกระบี่ไปกระแทกเสาระเบียงจนไม้แตกร้าวเสียงร้องดังจากในเรือนมีคนยังออกมาไม่หมดอวี้หนิงเปลี่ยนทิศทันที นางยกกำแพงหินเตี้ยขวางเศษไม้ ก่อนต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status