Startseite / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 97 — ก้าวกลับเข้าสู่ลาน

Teilen

บทที่ 97 — ก้าวกลับเข้าสู่ลาน

last update Veröffentlichungsdatum: 24.10.2026 12:30:02

เสียงกระบี่ไม้กระทบกันดังขึ้นสามครั้ง

ครั้งที่สี่ เหยียนอวี้หนิงหยุดมือก่อนปลายกระบี่จะถึงไหล่จ้าวเฉิง

“เจ้าเปลี่ยนเท้าเร็วเกินไป”

จ้าวเฉิงก้มมองเท้าตนเอง

“ข้าฝึกมาทั้งชีวิตเพื่อให้เร็วขึ้น วันนี้กลับต้องช้าลงอีก”

“ข้าขอให้เจ้าจำลองจังหวะของเขา มิได้ขอให้เจ้าชนะข้า”

“คำขอของเจ้าทำร้ายความมั่นใจข้ามาก”

เยว่ซีซึ่งนั่งอยู่บนม้านั่งหลุดหัวเราะ ก่อนใช้ปลายกิ่งไม้ขีดเส้นบนดิน

“ตอนเขายกกระบี่หนัก ไหล่จะขยับก่อน แต่ตอนส่งปราณดิน เขาจะกดส้นเท้า”

อวี้หนิงลดกระบี่แล้วเดินมาดู

“หากเขาใช้สองอย่างพร้อมกัน?”

เยว่ซีวางกิ่งไม้ทาบเส้นหนึ่ง

“ครั้งก่อนเราคิดแต่ทำให้เขาลงเท้าไม่เต็มฝ่าเท้า แต่ถ้าเขายืนมั่นคงอยู่แล้ว เจ้าจะทำอย่างไร”

อวี้หนิงมองภาพบนดิน ก่อนใช้รองเท้าลบเส้นตรงกลางทิ้ง

“ข้าไม่จำเป็นต้องทำให้เขาล้ม”

นางขีดเส้นใหม่ออกไปด้านข้าง

“ให้กระบี่เขาไปถึงตำแหน่งที่ต้องการ แล้วข้าไปอีกทาง”

จ้าวเฉิงชะโงกมอง

“ดี เช่นนั้นคนที่ต้องยืนรับคือข้าหรือ”

อวี้หนิงยื่นกระบี่ไม้คืนให้

“เจ้าฉลาดขึ้นแล้ว”

⸻

สิบสองวันผ่านไปนับจากเหตุที่เรือนรักษา

คนทั้งสามที่พยายามลักพาตัวผู้ป่วยถูกแยกสอบ บัญชีคลังอาวุธของสำนักต้นสังกัดถูกนำมาตรวจ ส่วนข้อมูลจากเผยเหวินซูทำให้เจ้าสำนักส่งผู้อาวุโสและศิษย์หอวินัยออกไปตามหาสถานที่ซึ่งเคยรับคนสิบเจ็ดคน

พวกเขาออกเดินทางตั้งแต่รุ่งเช้าหลังได้รับข้อมูล ไม่ได้รอให้การแข่งขันจบ

ภายในสำนักชิงเสวียน ผู้บาดเจ็บทยอยกลับมาเดินได้ ลานฝึกด้านเหนือผ่านการตรวจอาคมใหม่ทั้งหมด ผู้คุมแต่ละจุดได้รับรายชื่อและหน้าที่ชัดเจน อุปกรณ์จากภายนอกต้องตรวจต่อหน้าเจ้าของก่อนนำเข้าสนาม

การแข่งขันที่ค้างอยู่จึงได้รับการกำหนดวันอีกครั้ง

เยว่ซีเดินได้โดยไม่ต้องมีคนประคองแล้ว แต่ยังถูกห้ามใช้ปราณเต็มกำลัง

เสี่ยวถังนั่งได้นานขึ้นและเดินได้เพียงระยะสั้น อาจารย์ฉินจึงอนุญาตให้นั่งดูการแข่งขันช่วงเดียว โดยมีเสิ่นซูเหออยู่ด้วย

เมื่อจ้าวเฉิงไปบอกข่าว นางถามทันทีว่า

“ช่วงที่เจ้าลงแข่งหรือ”

เขายืนเงียบอยู่หน้าเตียง

เสี่ยวถังจึงค่อย ๆ ยิ้ม

“ข้าลืม เจ้าแพ้ไปแล้ว”

“คนเจ็บควรพูดให้น้อย จะได้หายเร็ว”

“ข้าเพิ่งพูดสองประโยค”

เยว่ซีหัวเราะจนต้องหันไปทางหน้าต่าง

นั่นเป็นครั้งแรกในหลายวันที่นางได้ยินเพื่อนแกล้งคนอื่นด้วยน้ำเสียงเช่นเดิม

⸻

ก่อนถึงเวลาแข่งขัน เยว่ซีพบหลิงยวนอยู่ใต้ชายคาข้างลาน

เขากำลังตรวจคมกระบี่ แสงเช้าตกบนสันจมูกและปลายนิ้ว เสื้อคลุมสีอ่อนเรียบร้อยจนแทบไม่เหลือร่องรอยของคืนที่เขาวิ่งระหว่างเรือนรักษากับที่คุมขัง

ศิษย์หญิงสองคนซึ่งเดินผ่านมาเงียบลงพร้อมกัน ก่อนรีบคารวะแล้วเดินต่อ

เยว่ซีมองตามนิดหนึ่ง

หลิงยวนเก็บกระบี่เข้าฝัก

“มองอะไร”

“ดูว่าพวกนางจะชนเสาหรือไม่”

เขาเหลือบไปทางเสาที่อยู่ห่างจากทางเดินพอสมควร ก่อนหันกลับมาหานาง

เยว่ซีทำเป็นไม่เห็นสายตานั้น

นางหยิบสายรัดข้อมือเส้นใหม่ออกจากแขนเสื้อ

“เส้นเก่าขาดแล้ว”

หลิงยวนยื่นแขนมาให้

คราวนี้นางผูกอย่างคล่องแคล่ว ดึงชายแขนเสื้อให้แนบแล้วกดปมจนแบน

“ไม่ผูกติดกับแขนเสื้อตนเองแล้วหรือ”

“หากท่านยังพูด ข้าจะผูกให้แน่นจนจับกระบี่ไม่ได้”

เขาหัวเราะเบา ๆ

เยว่ซีตรวจปมอีกครั้ง ก่อนเงยหน้าขึ้น

“วันนี้ข้าจะดูให้จบ”

หลิงยวนรู้ว่านางหมายถึงอะไร

หลายครั้งที่ยืนข้างสนาม นางต้องหันไปมองเสาหิน ผู้คุม หรือทางออก มากกว่าจะได้ดูคนบนลานอย่างเต็มตา

เขาแตะหลังมือนาง

“วันนี้มีคนเฝ้าสนามแล้ว เจ้าดูการประลองได้”

“หากท่านแพ้ ข้าจะไม่ช่วยแก้ตัวให้”

“เช่นนั้นข้าคงต้องระวังมากหน่อย”

เยว่ซีคลายมือจากสายรัด แต่เขายังจับมือนางอยู่

นางเหลือบมองทางเดิน

“คนกำลังมา”

“ข้าเห็น”

“แล้วเหตุใดยังไม่ปล่อย”

หลิงยวนก้มลงใกล้อีกนิด

“เจ้าดึงปมแน่นเกินไป ข้ารอให้แก้”

เยว่ซีก้มพรวด

เมื่อพบว่าปมไม่ได้แน่นเกินไปเลย เสียงหัวเราะของเขาก็ดังอยู่เหนือศีรษะแล้ว

⸻

ลานฝึกด้านเหนือเล็กกว่าสนามเดิม ผู้ชมจึงนั่งใกล้กัน แต่เว้นทางเดินสำหรับหมอและผู้คุมไว้ตลอดแนว

เสี่ยวถังนั่งบนเก้าอี้พนักสูงใต้ร่มผ้า ยายหวังคลุมผ้าบางบนตักให้นาง ส่วนเยว่ซีนั่งข้างกัน

จ้าวเฉิงเดินกลับมาพร้อมแผ่นรายชื่อ

“ประเภทอาคมแข่งจบวันนี้ ประเภทปราณเหลือรอบสำคัญ ส่วนกระบี่จะตัดสินพรุ่งนี้”

เสี่ยวถังยื่นมือขอแผ่นรายชื่อ

เขาเลื่อนให้ช้า ๆ

“อ่านได้ แต่ห้ามถามว่าข้าแข่งเมื่อใดอีก”

นางรับมาแล้วทำหน้าซื่อ

บนลาน ผู้ใช้กระบี่หนักเดินขึ้นจากบันไดอีกด้าน

เสียงรอบสนามเบาลงเล็กน้อย

เขาหยุดตรงขอบเส้น มองผู้ชมก่อนกำด้ามกระบี่แน่น อาจารย์ของเขายืนอยู่ด้านล่าง พยักหน้าให้เพียงครั้งเดียว

อาจารย์ฉินกับเยี่ยจื้อหยวนตรวจเขาซ้ำก่อนเริ่ม ไม่มีปราณมารหลงเหลือ เส้นปราณฟื้นพอสำหรับการแข่งขันแล้ว

ผู้คุมประกาศผลตรวจให้ทั้งสองฝ่ายรับทราบ

อวี้หนิงก้าวขึ้นลาน

ชายผู้นั้นมองนางอยู่อึดใจ

“วันนั้นข้าทำให้เจ้าบาดเจ็บ”

“วันนี้ก็อย่าคิดว่าข้าจะยอมให้ฟันง่าย ๆ”

เขาชะงัก ก่อนรอยยิ้มจาง ๆ จะปรากฏขึ้น

ทั้งสองคารวะ

เสียงสัญญาณเริ่มดังขึ้น

กระบี่หนักฟันลงทันที!

อวี้หนิงก้าวเฉียง พื้นตรงที่นางเคยยืนยกตัวเป็นสันหิน นางไม่กระโดดหลบ แต่ใช้ปราณดินกดปลายสันให้ยุบ แล้วเหยียบผ่านไปด้านข้าง

คมกระบี่ของนางแทงเข้าหาต้นแขน

อีกฝ่ายหมุนด้าม ปัดกระบี่นางออกด้วยแรงจนข้อมือสะท้าน

อวี้หนิงถอยสองก้าว

กระบี่หนักตามมาติด ๆ

เสียงโลหะกระแทกดังจนเสี่ยวถังเผลอจับแขนเก้าอี้ เยว่ซีมองเท้าของคู่ต่อสู้ ไม่ได้ละสายตาไปทางอื่น

ชายผู้นั้นลงส้นเท้าขวา

พื้นด้านหลังอวี้หนิงนูนขึ้น ปิดทางถอย

นางหันไหล่หลบกระบี่ที่ฟันขวาง ปลายคมเฉือนชายแขนเสื้อขาด จากนั้นกดฝ่ามือลงบนสันหินด้านหลัง

หินแตกออกเป็นสองส่วน

ผู้ชมหลายคนคิดว่านางกำลังเปิดทางหนี

แต่อวี้หนิงกลับพุ่งไปข้างหน้า

กระบี่หนักถูกยกขึ้นรับทันที แรงปะทะทำให้นางถอยกลับมาอีกครั้ง รองเท้าครูดพื้นจนเหลือระยะห่างจากเส้นขาวไม่ถึงสองก้าว

จ้าวเฉิงหยุดพูด

“นางใกล้ขอบเกินไปแล้ว”

เยว่ซีมองเศษหินที่อวี้หนิงทำแตก

มันยังวางอยู่กลางลาน

สองชิ้นห่างกันพอดีกับช่วงก้าวของคนผู้หนึ่ง

บนสนาม อวี้หนิงหอบหายใจ มือที่จับกระบี่สั่นเล็กน้อย

คู่ต่อสู้ลดปลายกระบี่

เขาไม่ผลีผลามเข้าไป

อวี้หนิงจึงเป็นฝ่ายก้าวออกจากขอบเอง

กระบี่เรียวแทงต่ำเข้าหาเข่า ชายผู้นั้นเบี่ยงขาหลบแล้วกดคมกระบี่ลงปิดแนว เขาเห็นนางยกมือซ้าย จึงรีบถอนเท้าก่อนพื้นใต้รองเท้าจะขยับ

อวี้หนิงไม่ได้โจมตีพื้นตรงนั้น

เศษหินสองชิ้นด้านหลังเขาพลันจมลงพร้อมกัน

ช่องว่างระหว่างหินกลายเป็นร่องแคบ

ส้นเท้าที่กำลังถอยวางลงไม่เต็มฝ่าเท้า

ร่างเขาเอียงเพียงนิดเดียว แต่กระบี่หนักซึ่งกดต่ำอยู่ทำให้แก้สมดุลช้าลง

อวี้หนิงเข้าประชิด!

เขายกแขนรับ พร้อมส่งปราณดินให้พื้นเบื้องหน้านูนขึ้นขวาง

นางเหยียบสันหินที่เขาสร้าง ใช้มันส่งตัวผ่านข้างไหล่แทนการฝืนบุกตรง ๆ

กระบี่หนักตวัดย้อน

อวี้หนิงยกกระบี่รับ คมทั้งสองเสียดสีกันดังแสบหู นางปล่อยให้แรงนั้นผลักตนหมุน แล้วหยุดปลายกระบี่ตรงลำคออีกฝ่ายจากด้านข้าง

ชายผู้นั้นหยุดทันที

กระบี่หนักค้างอยู่ห่างเอวนางเพียงคืบเดียว

กรรมการก้าวเข้ามาดูตำแหน่ง ก่อนยกมือ

“เหยียนอวี้หนิงชนะ!”

เสียงปรบมือดังขึ้นรอบลาน

อวี้หนิงถอนกระบี่ ถอยคารวะอย่างหนักแน่น

ชายผู้ใช้กระบี่หนักมองร่องใต้เท้า ก่อนหัวเราะออกมาเบา ๆ

“ข้านึกว่าเจ้าจะยกกำแพง”

“ข้าเคยเห็นแล้วว่าท่านทุบมันได้”

เขาพยักหน้า รับความพ่ายแพ้โดยไม่แก้ตัว

ตอนเดินลงลาน มีศิษย์จากสำนักเดียวกันยื่นผ้าให้ เขารับไว้ แล้วเพิ่งสังเกตว่าคนผู้นั้นไม่ได้ถอยหนีเมื่อมือสัมผัสกัน

อาจารย์ตบไหล่เขา

“กลับไปฝึกการถอนเท้าใหม่”

ชายหนุ่มก้มหน้า

“ขอรับ”

น้ำเสียงครั้งนี้หนักแน่นกว่าตอนขึ้นลานมาก

⸻

อวี้หนิงลงมาถึงที่นั่งก็ถูกเยว่ซียื่นผ้าให้ทันที

“ข้อมือเจ้า”

“แค่รับแรงมากไปหน่อย”

นางนั่งลงข้างเสี่ยวถัง ปลดสายรัดข้อมือออกช้า ๆ

จ้าวเฉิงยืดหลัง

“หากไม่ได้ข้าเป็นคู่ซ้อม—”

“เจ้าจะให้ข้าขอบคุณกี่ครั้ง” อวี้หนิงถาม

“อย่างน้อยต่อหน้าคนมากกว่านี้”

เสี่ยวถังมองสนามที่ผู้ชมยังนั่งเต็ม

“ขึ้นไปประกาศเลยหรือไม่”

เยว่ซีหัวเราะ ก่อนอวี้หนิงจะหันมาหานาง

“รอบหน้าเจ้ากลับมาซ้อมกับข้าได้เมื่อใด”

คำถามทำให้เยว่ซีเงียบไปนิดหนึ่ง

“ต้องรออาจารย์ฉินอนุญาตก่อน”

“เช่นนั้นก็พักให้หาย”

อวี้หนิงม้วนผ้าที่ใช้เช็ดเหงื่อ

“ข้ายังไม่ได้ชนะเจ้าอีกครั้งเลย”

เยว่ซีมองหน้าอีกฝ่าย ก่อนรอยยิ้มจะค่อย ๆ กว้างขึ้น

“ครั้งหน้าข้าจะดูเส้นขาวให้ดี”

“ดูข้าด้วยก็แล้วกัน”

⸻

ช่วงบ่าย การประลองกระบี่กลับมาเริ่มต่อ

หลิงยวนก้าวขึ้นลานท่ามกลางเสียงเรียกจากผู้ชม คู่ต่อสู้ของเขาเป็นบุรุษร่างสูง ใช้กระบี่เรียวยาวและก้าวเท้าเบาจนแทบไม่ได้ยิน

ทันทีที่สัญญาณดัง อีกฝ่ายก็ฟันจากระยะไกล

ปราณกระบี่สามสายแยกกันเข้าหาไหล่ เอว และเข่าของหลิงยวน

เขาปัดสายต่ำด้วยฝักกระบี่ เบี่ยงตัวผ่านอีกสองสายแล้วเดินหน้า

คู่ต่อสู้ไม่ยอมให้เข้าประชิด ถอนเท้ารวดเร็วพร้อมแทงต่อเนื่อง ปลายกระบี่ปรากฏราวแสงฝนอยู่ตรงหน้า

หลิงยวนรับเพียงสองครั้ง

ครั้งที่สามเขาลดกระบี่ลง

เสียงฮือดังขึ้น

เยว่ซีเผลอขยับตัว แต่ยังนั่งอยู่ที่เดิม

คมกระบี่เรียวยาวแทงผ่านไหล่เขาไปโดยไม่ถูกเนื้อ หลิงยวนเอียงตัวเพียงเท่าที่จำเป็น ก่อนหมุนข้อมือสอดกระบี่ตนใต้แขนอีกฝ่าย

คู่ต่อสู้รีบถอนอาวุธ

ไม่ทันแล้ว

หลิงยวนใช้สันกระบี่กดข้อมือ พร้อมก้าวปิดทางหมุนตัว ปลายกระบี่ของเขาหยุดตรงกลางอก

ทั้งลานเงียบลง

บุรุษร่างสูงก้มมองอาวุธ ก่อนผ่อนลมหายใจ

“ท่านรอให้ข้าแทงซ้ำแนวเดิม”

“ครั้งที่สองเจ้าถอนเท้าก่อนมือ”

อีกฝ่ายลองขยับข้อมือตาม แล้วหัวเราะอย่างยอมรับ

“ข้าจะจำไว้”

เสียงประกาศชัยชนะดังขึ้น

หลิงยวนผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ

เยว่ซีปรบมือพร้อมคนอื่น จนเสี่ยวถังเอียงหน้ามอง

“เมื่อครู่เจ้ายิ้มก่อนกรรมการประกาศอีก”

“ข้าเห็นว่าเขาชนะแล้ว”

“ข้ายังไม่ได้ว่าอะไรเลย”

เยว่ซีหันกลับไปมองสนามทันที

หลิงยวนกำลังเดินลงมา สายตาหยุดที่นางพอดี

คราวนี้นางไม่หลบ

⸻

ก่อนการแข่งขันคู่สุดท้ายของวัน เสิ่นซูเหอพาเสี่ยวถังกลับเรือนตามเวลาที่กำหนด ยายหวังกับจ้าวเฉิงไปส่ง ส่วนเยว่ซีรอหลิงยวนใต้ชายคา

นางยื่นมือไปหาข้อมือเขา

“ขอดูหน่อย”

หลิงยวนยอมให้ตรวจ สายรัดยังเรียบร้อย ไม่มีเลือด ไม่มีรอยฉีก

“พอใจหรือยัง”

“พรุ่งนี้เหลืออีกหนึ่งรอบ”

“เจ้าจำตารางแม่นกว่าข้าเสียอีก”

เยว่ซีกำลังจะตอบ เมื่อมีศิษย์คนหนึ่งเดินเข้ามาคารวะพร้อมกล่องไม้ยาว

“ผู้อาวุโสของข้าฝากให้แม่นางหลินขอรับ เป็นตำราปรับเส้นปราณ เห็นว่าอาจช่วยหลังจากเหตุวันนั้น”

เยว่ซีมองกล่อง แต่ยังไม่ยื่นมือ

“ขอบคุณในน้ำใจ ฝากผ่านผู้ดูแลสำนักก่อนเถิด”

ชายหนุ่มลังเล

“อาจารย์ข้าหวังเพียงได้สนทนากับแม่นางสักครู่—”

“นางตอบแล้ว”

หลิงยวนกล่าวเรียบ ๆ

ศิษย์ผู้นั้นจึงคารวะแล้วนำกล่องกลับไป

เยว่ซีมองตามจนถึงที่นั่งแขก

เจ้าสำนักผู้หนึ่งรับฟังรายงาน ก่อนหันมาสบตานางแล้วยิ้มอย่างสุภาพ

นางคารวะตอบตามมารยาท

แต่เมื่อหันกลับมา รอยยิ้มของตนก็จางลง

“ข้าแพ้ไปตั้งหลายวันแล้ว ยังมีคนอยากสอนข้ามากกว่าตอนก่อนแข่งเสียอีก”

หลิงยวนไม่ได้บอกว่านางคิดมาก

“ดูให้ดีว่าเขาอยากสอนอะไร และอยากได้อะไรตอบแทน”

เยว่ซีพยักหน้า

เหนือทางเดิน เสียงประกาศรายชื่อคู่ชิงกระบี่ดังขึ้น ผู้คนรีบขยับไปดูแผ่นรายชื่อใหม่

นางเองก็หันตามเสียงนั้น

วันนี้เป็นครั้งแรกหลังเกิดเหตุที่นางได้ดูการประลองจนจบ โดยไม่ต้องวิ่งหนีหรือจับมือใครท่ามกลางเลือด

นางอยากให้วันพรุ่งนี้เป็นเช่นเดียวกัน

⸻

ยามค่ำ ม้าเร็วตัวหนึ่งหยุดลงหน้าประตูสำนัก

ผู้ขี่ส่งป้ายหอวินัยให้ยามตรวจ แล้วลงจากหลังม้าด้วยเสื้อคลุมเปื้อนดิน

ในหอใหญ่ เจ้าสำนักรับจดหมายจากมือเขา หลิงยวนกับผู้อาวุโสสวี่ถูกเรียกมาพร้อมกัน

“พบสถานที่แล้วขอรับ”

ศิษย์ผู้นั้นวางห่อผ้าลงบนโต๊ะ

ด้านในเป็นสายรัดหนังเก่า หัวหมุดทองแดง และแผ่นไม้สลักตัวเลข

“ตรงกับที่เผยเหวินซูบอกหรือไม่” หลิงยวนถาม

“ตรงทั้งทางเข้าและห้องเก็บของ มีร่องรอยย้ายคนออกไปก่อนพวกเราไปถึง”

ผู้อาวุโสสวี่หยิบหัวหมุดขึ้นตรวจ

รอยสลักเป็นแบบเดียวกับเปลที่ยึดได้

เจ้าสำนักคลี่จดหมายต่อ ก่อนหยุดตรงบรรทัดท้าย

“พบคนหรือ”

“หนึ่งคนขอรับ ถูกขังอยู่หลังผนังห้องใต้ดิน อ่อนแรงมาก ผู้อาวุโสให้หมอดูแลอยู่ที่นั่น จึงส่งข้ามารายงานก่อน”

หลิงยวนมองแผ่นไม้บนโต๊ะ

ตัวเลขที่สลักไว้คือสิบเจ็ด

“เขาพูดอะไรได้บ้าง”

ศิษย์หอวินัยกลืนน้ำลาย

“บอกว่าตนเป็นคนสุดท้ายที่ถูกส่งเข้าไป”

ในห้องเงียบลง

เจ้าสำนักวางจดหมายช้า ๆ

“แล้วอีกสิบหกคน?”

ผู้รายงานก้มหน้า ก่อนตอบตามถ้อยคำที่จำมา

“เขาบอกว่า…ยังได้ยินเสียงพวกนั้นเรียกอยู่ทุกคืน”

หลิงยวนเงยหน้าทันที

“จากที่ใด”

“จากห้องที่ไม่มีคนอยู่ขอรับ”

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 98 — วันที่เสียงปรบมือกลับมา

    “อย่าให้ผู้ใดตามเสียงเข้าไปตามลำพัง”เยี่ยจื้อหยวนกล่าวหลังอ่านรายงานจบ เขาพลิกกระดาษกลับไปดูคำให้การของผู้รอดชีวิตอีกครั้ง ก่อนวางลงตรงหน้าเจ้าสำนัก“ยังสรุปไม่ได้ว่าเสียงมาจากคน อาคม หรือสิ่งอื่น แต่หากมันดังจากห้องที่ตรวจแล้วว่าไม่มีใคร ต้องรักษาระยะไว้ก่อน”ผู้อาวุโสสวี่เตรียมแผ่นอาคมลงกล่อง“ข้าจะไปกับคนส่งข่าว ตรวจทางเชื่อมใต้ดินและรอยสลักในห้อง ส่วนผู้รอดชีวิตให้ย้ายออกมาก่อน”หลิงยวนเลื่อนแผนที่เข้ามา“ใช้ทางเกวียนด้านใต้ เส้นทางสั้นกว่า และไม่ต้องผ่านช่องเขา ข้าจะให้คนไปสมทบที่ปากทาง”เจ้าสำนักอนุญาตทันที พร้อมส่งหมอและผู้คุ้มกันเพิ่มเมื่อจัดการเสร็จ ฟ้าด้านนอกเริ่มสว่างแล้วผู้อาวุโสสวี่ปิดกล่อง หันมองหลิงยวนซึ่งยังยืนอยู่ข้างแผนที่“เรื่องทางนี้มีคนรับแล้ว วันนี้เจ้ามีหน้าที่บนลาน”หลิงยวนพยักหน้าเขารอจนกลุ่มเดินทางพ้นประตู ก่อนหยิบกระบี่ขึ้นมาสายรัดข้อมือที่เยว่ซีผูกให้ยังเรียบร้อย⸻เยว่ซีมาถึงลานเหนือพร้อมยายหวังวันนี้เสี่ยวถังเลือกพักช่วงเช้า เพื่อเก็บแรงมาร่วมพิธีมอบรางวัลในตอนบ่าย จ้าวเฉิงรับปากจะจำกระบี่สุดท้ายไปเล่าให้ฟังอย่างละเอียด“ข้าบอกนางแล้วว่าจะไม่แต่งเต

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 97 — ก้าวกลับเข้าสู่ลาน

    เสียงกระบี่ไม้กระทบกันดังขึ้นสามครั้งครั้งที่สี่ เหยียนอวี้หนิงหยุดมือก่อนปลายกระบี่จะถึงไหล่จ้าวเฉิง“เจ้าเปลี่ยนเท้าเร็วเกินไป”จ้าวเฉิงก้มมองเท้าตนเอง“ข้าฝึกมาทั้งชีวิตเพื่อให้เร็วขึ้น วันนี้กลับต้องช้าลงอีก”“ข้าขอให้เจ้าจำลองจังหวะของเขา มิได้ขอให้เจ้าชนะข้า”“คำขอของเจ้าทำร้ายความมั่นใจข้ามาก”เยว่ซีซึ่งนั่งอยู่บนม้านั่งหลุดหัวเราะ ก่อนใช้ปลายกิ่งไม้ขีดเส้นบนดิน“ตอนเขายกกระบี่หนัก ไหล่จะขยับก่อน แต่ตอนส่งปราณดิน เขาจะกดส้นเท้า”อวี้หนิงลดกระบี่แล้วเดินมาดู“หากเขาใช้สองอย่างพร้อมกัน?”เยว่ซีวางกิ่งไม้ทาบเส้นหนึ่ง“ครั้งก่อนเราคิดแต่ทำให้เขาลงเท้าไม่เต็มฝ่าเท้า แต่ถ้าเขายืนมั่นคงอยู่แล้ว เจ้าจะทำอย่างไร”อวี้หนิงมองภาพบนดิน ก่อนใช้รองเท้าลบเส้นตรงกลางทิ้ง“ข้าไม่จำเป็นต้องทำให้เขาล้ม”นางขีดเส้นใหม่ออกไปด้านข้าง“ให้กระบี่เขาไปถึงตำแหน่งที่ต้องการ แล้วข้าไปอีกทาง”จ้าวเฉิงชะโงกมอง“ดี เช่นนั้นคนที่ต้องยืนรับคือข้าหรือ”อวี้หนิงยื่นกระบี่ไม้คืนให้“เจ้าฉลาดขึ้นแล้ว”⸻สิบสองวันผ่านไปนับจากเหตุที่เรือนรักษาคนทั้งสามที่พยายามลักพาตัวผู้ป่วยถูกแยกสอบ บัญชีคลังอาวุธของสำนักต้นสังก

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 96 — คนเจ็บไม่ใช่สิ่งของ

    “ข้าบอกแล้วว่าอาจารย์ของเขาสั่งให้มารับ”ชายในเสื้อคลุมสีเทายื่นป้ายประจำสำนักให้เสิ่นซูเหอเป็นครั้งที่สองนางไม่ได้รับ“และข้าก็บอกแล้วว่าเขายังเดินทางไม่ได้”ด้านหลังชายผู้นั้นมีคนหามเปลสองคนยืนรอ ผ้ารองเปลสะอาด พับผ้าห่มเรียบร้อย แม้แต่หมอนรองศีรษะก็เตรียมมาพร้อมทุกอย่างดูเหมาะกับการรับผู้ป่วยยกเว้นคนที่มารับไม่เคยถามเลยว่าผู้ป่วยเจ็บตรงไหน“เรานำยามาด้วย” ชายชุดเทากล่าว “ระหว่างทางจะมีคนดูแล ไม่รบกวนสำนักชิงเสวียนอีก”“ยาชนิดใด”เขาชะงักเล็กน้อยเสิ่นซูเหอยื่นมือ“ให้ข้าดู”ชายผู้นั้นล้วงขวดจากแขนเสื้อ แต่ก่อนจะวางลงบนฝ่ามือนาง เสียงลงกลอนก็ดังจากประตูด้านหลังคนหามเปลหันขวับศิษย์หอวินัยสองคนเข้ายืนขวางทางออก“ขอตรวจป้ายและหนังสือคำสั่งอีกครั้ง” ผู้คุมกล่าวชายชุดเทาค่อย ๆ เก็บขวดยากลับ“เมื่อครู่ตรวจแล้ว”“ตอนนี้ได้รับคำสั่งให้ตรวจซ้ำ”ความเงียบกดลงกลางโถงบนเตียงด้านใน บุรุษผู้ใช้กระบี่หนักพยายามยันตัวลุก เสิ่นซูเหอหันไปกดไหล่เขาไว้ก่อน“นอนลง”“ข้ารู้จักเขา…”สายตาทุกคู่หันไปทันทีชายชุดเทาถอนหายใจคล้ายหมดความอดทน“เห็นหรือไม่ พวกเรามิใช่คนแปลกหน้า”แต่คนเจ็บกลับมองเขาอย่างส

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 95 — สิ่งที่เถ้าถ่านบอกไม่ได้

    “ข้าอยากเห็นสนาม”หลินเยว่ซีพูดขณะโม่หลิงยวนกำลังพานางกลับจากเรือนเสี่ยวถังเขาหยุดตรงทางแยก ด้านหนึ่งนำกลับเรือนพัก อีกด้านมีรั้วไม้ชั่วคราวขวางอยู่ ไกลออกไปได้ยินเสียงสิ่วกระทบหินเป็นระยะ“วันนี้เจ้าเดินมามากแล้ว”“ขอเพียงดูจากข้างนอก ไม่ลงไป”หลิงยวนมองใบหน้านางเยว่ซีไม่ได้หลบตา“ข้าจำได้แค่ตอนมันแตก แต่จำไม่ได้ว่าข้าทำอะไรลงไปบ้าง หากต้องเริ่มฝึกใหม่ ข้าอยากเห็นให้ชัดก่อน”เขาจึงเปลี่ยนทางเมื่อพ้นแนวต้นไม้ เยว่ซีก็หยุดเดินเองกำแพงเตี้ยหายไปทั้งแถบทางผ่านระหว่างลานกับเรือนเก็บอุปกรณ์กลายเป็นร่องลึก แผ่นหินถูกขนมากองไว้ด้านข้าง บางก้อนแตกละเอียดจนต้องตักใส่กระบุงนางมองจากร่องนั้นไปยังประตูเรือนจากตรงที่นางเคยยืน ถึงตรงที่กำแพงเคยอยู่ ระยะทางไกลกว่าที่จำได้มากเยว่ซีค่อย ๆ กำมือไว้ในแขนเสื้อศิษย์ที่กำลังซ่อมลานคนหนึ่งเงยหน้าเห็นนาง เขาชะงัก ก่อนคารวะแล้วหันไปยกหินต่อ เสียงสิ่วเงียบลงสองสามจุด“มีคนอยู่ตรงกำแพงหรือไม่” นางถาม“ย้ายออกไปก่อนแล้ว”“ถ้าย้ายไม่ทัน…”หลิงยวนมองร่องบนพื้นเช่นเดียวกับนาง“ตอนฝึกครั้งหน้า เราจะเตรียมที่ให้พร้อม และหยุดตั้งแต่เจ้ารู้สึกผิดปกติ”เยว่ซีพย

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 94 — คนที่ยังอยู่ตรงนี้

    เยว่ซีรู้สึกตัวเพราะมีใครบางคนกำลังเช็ดมือให้นางผ้าอุ่นเคลื่อนผ่านปลายนิ้วอย่างเบามือ กลิ่นสมุนไพรลอยอยู่ใกล้จมูก นางพยายามขยับแขน แต่ร่างกายหนักจนทำได้เพียงงอนิ้วเข้าหาฝ่ามือเลือด…นางจำได้ว่ามือคู่นี้เปื้อนเลือด“เสี่ยวถัง…”ผ้าที่กำลังเช็ดมือหยุดลง“นางปลอดภัยแล้ว”เสียงเสิ่นซูเหอดังอยู่ข้างเตียง เยว่ซีฝืนลืมตา เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายผ่านแสงตะเกียงเลือนราง ก่อนพยายามยันตัวลุกความปวดแล่นขึ้นจากใต้ลิ้นปี่ทันทีเสิ่นซูเหอประคองไหล่นางไว้“ค่อย ๆ ขยับ เจ้าเพิ่งฟื้น”“นางอยู่ที่ใดเจ้าคะ”“เรือนข้างกัน อาจารย์ฉินเฝ้าอยู่ เลือดหยุดแล้ว ไม่มีปราณมารเหลือในร่าง”เยว่ซีมองริมฝีปากของผู้พูด ราวกับต้องเห็นทุกคำจึงจะเชื่อได้“จริงหรือเจ้าคะ”เสิ่นซูเหอจับมือนางวางลงบนผ้าห่ม“จริง นางผ่านคืนที่อันตรายที่สุดมาแล้ว”ลมหายใจซึ่งเยว่ซีกลั้นไว้ค่อย ๆ ผ่อนออกนางหันมองรอบห้อง บนโต๊ะมีถ้วยยาและผ้าสะอาด ตรงเก้าอี้ใกล้ประตู โม่หลิงยวนนั่งหลับอยู่โดยยังสวมเสื้อคลุมตัวนอก กระบี่วางพิงอยู่ข้างเข่า มือข้างหนึ่งทอดอยู่บนขอบโต๊ะ“ข้าหลับไปนานเท่าใด”“สามวันสามคืน”เยว่ซีหันกลับมาทันทีแต่เพียงเท่านั้นก็ทำให้เว

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 93 — เพียงให้เจ้าลืมตา

    แผ่นหินรอบตัวหลินเยว่ซียกขึ้นจากพื้นเสียงแตกร้าวลั่นต่อกันไปถึงธรณีประตู ฝุ่นซึ่งควรตกลงกลับลอยขึ้นอยู่ข้างแก้ม รอยเลือดบนมือของนางสว่างวาบท่ามกลางแสงที่ทะลักออกจากปลายนิ้วโม่หลิงยวนรู้สึกถึงแรงกระแทกผ่านฝ่ามือที่ประคองข้อมือนางอยู่ผนึกชั้นหนึ่งกำลังเปิดออก“ท่านเยี่ย รับทางด้านหลัง!”เยี่ยจื้อหยวนยกมือทั้งสองขึ้นทันที อักขระเรียงตัวขวางระหว่างเยว่ซีกับผู้บาดเจ็บที่เหลือ ขณะที่เจ้าสำนักขยายม่านป้องกันคลุมผู้คนริมลานเสิ่นซูเหอโน้มตัวบังเสี่ยวถังไว้ อาจารย์ฉินยังคงกดเข็มตรงจุดชีพจร มืออีกข้างตรึงผ้าห้ามเลือดไม่ยอมปล่อย“เยว่ซี คลายมือก่อน” เสิ่นซูเหอบอก “ให้ข้าดูแลนาง”หญิงสาวไม่ได้หันมาสายตาของนางจับอยู่ที่กล่องผนึกกลางลาน ด้านในมีเสียงกระแทกถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่มันขยับ รอยดำตรงชายโครงเสี่ยวถังก็เต้นตามเยว่ซีเห็นแล้วสิ่งนั้นยังทำร้ายเพื่อนของนางอยู่นางค่อย ๆ วางมือเสี่ยวถังลงข้างตัวเพื่อน ก่อนลุกขึ้นอย่างไม่มั่นคงหินที่ลอยอยู่รอบกายแตกเป็นผงหลิงยวนกางปราณสีเงินอมฟ้ารับแรงด้านข้าง เปลี่ยนแนวที่กำลังพุ่งเข้าหาคนเจ็บให้เบนออกสู่ประตูบานไม้ทั้งสองกระแทกหลุดจากกรอบ!ผู้อาวุ

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status