Home / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 95 — สิ่งที่เถ้าถ่านบอกไม่ได้

Share

บทที่ 95 — สิ่งที่เถ้าถ่านบอกไม่ได้

last update publish date: 2026-10-24 12:05:16

“ข้าอยากเห็นสนาม”

หลินเยว่ซีพูดขณะโม่หลิงยวนกำลังพานางกลับจากเรือนเสี่ยวถัง

เขาหยุดตรงทางแยก ด้านหนึ่งนำกลับเรือนพัก อีกด้านมีรั้วไม้ชั่วคราวขวางอยู่ ไกลออกไปได้ยินเสียงสิ่วกระทบหินเป็นระยะ

“วันนี้เจ้าเดินมามากแล้ว”

“ขอเพียงดูจากข้างนอก ไม่ลงไป”

หลิงยวนมองใบหน้านาง

เยว่ซีไม่ได้หลบตา

“ข้าจำได้แค่ตอนมันแตก แต่จำไม่ได้ว่าข้าทำอะไรลงไปบ้าง หากต้องเริ่มฝึกใหม่ ข้าอยากเห็นให้ชัดก่อน”

เขาจึงเปลี่ยนทาง

เมื่อพ้นแนวต้นไม้ เยว่ซีก็หยุดเดินเอง

กำแพงเตี้ยหายไปทั้งแถบ

ทางผ่านระหว่างลานกับเรือนเก็บอุปกรณ์กลายเป็นร่องลึก แผ่นหินถูกขนมากองไว้ด้านข้าง บางก้อนแตกละเอียดจนต้องตักใส่กระบุง

นางมองจากร่องนั้นไปยังประตูเรือน

จากตรงที่นางเคยยืน ถึงตรงที่กำแพงเคยอยู่ ระยะทางไกลกว่าที่จำได้มาก

เยว่ซีค่อย ๆ กำมือไว้ในแขนเสื้อ

ศิษย์ที่กำลังซ่อมลานคนหนึ่งเงยหน้าเห็นนาง เขาชะงัก ก่อนคารวะแล้วหันไปยกหินต่อ เสียงสิ่วเงียบลงสองสามจุด

“มีคนอยู่ตรงกำแพงหรือไม่” นางถาม

“ย้ายออกไปก่อนแล้ว”

“ถ้าย้ายไม่ทัน…”

หลิงยวนมองร่องบนพื้นเช่นเดียวกับนาง

“ตอนฝึกครั้งหน้า เราจะเตรียมที่ให้พร้อม และหยุดตั้งแต่เจ้ารู้สึกผิดปกติ”

เยว่ซีพยักหน้าช้า ๆ

ขณะนั้น เสียงไม้ลั่นดังจากในลาน

ศิษย์สองคนกำลังใช้คานงัดแผ่นหิน ลิ่มรองด้านล่างพลันดีดหลุด หินทั้งแผ่นเอียงเข้าหาเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างกองเครื่องมือ

“ถอย!”

เยว่ซีร้องพร้อมยื่นมือ

ความร้อนวาบขึ้นกลางฝ่ามือ

นางชะงัก ภาพกำแพงแตกซ้อนทับแผ่นหินตรงหน้า

หลิงยวนก้าวผ่านนางไปแล้ว ฝ่ามือยกขึ้นรับน้ำหนักด้วยปราณสีเงินอมฟ้า หยุดแผ่นหินก่อนถึงไหล่เด็กหนุ่ม

เยว่ซีหันคว้าท่อนไม้ข้างรั้ว

“หนุนใต้คาน! อย่าเอามือเข้าไป!”

ศิษย์อีกคนรับไม้ไปสอดเข้าช่อง หลิงยวนค่อย ๆ ลดหินลงจนมั่นคง

เด็กหนุ่มคลานออกมา ใบหน้าเต็มไปด้วยฝุ่น

หัวหน้าช่างรีบเข้าตรวจแล้วสั่งเพิ่มไม้ค้ำก่อนขนต่อ

เยว่ซีมองฝ่ามือตนเอง

ไม่มีแสง ไม่มีสิ่งใดแตกเพิ่ม

หลิงยวนกลับมาหานาง

“เจ็บตรงไหนหรือไม่”

นางส่ายหน้า

“ข้าเกือบส่งปราณออกไป”

เยว่ซีเงยหน้ามองหินที่วางนิ่งอยู่บนไม้รอง

ครั้งนี้นางจำทุกอย่างได้ ตั้งแต่ตกใจ ยื่นมือ จนถึงยอมลดมือลง

⸻

ก่อนกลับ ทั้งสองผ่านศาลาริมลาน

ศิษย์ฝ่ายจัดงานกำลังย้ายหีบไม้ลงจากชั้นวาง ฝาหีบใบหนึ่งเปิดอยู่ เผยป้ายโลหะประดับพู่และกล่องผ้าบุรางวัลเรียงกัน

เยว่ซีหยุดมอง

“ของสำหรับพิธีมอบรางวัลหรือเจ้าคะ”

ศิษย์ผู้นั้นพยักหน้า

“ต้องย้ายไปเก็บในหอใหญ่ขอรับ หลังคาศาลาร้าว กลัวฝนจะเข้า”

นางหันไปหาหลิงยวน

“แล้วการประลองของท่านเล่า”

“ยังไม่จบ”

เพิ่งเอ่ยออกมา เยว่ซีก็รู้สึกหน่วงในอก

ผู้เข้าแข่งขันฝึกฝนกันมานาน จ้าวเฉิงถึงกับนับวันถอดผ้าคล้องแขน อวี้หนิงใช้เวลาศึกษาคู่ต่อสู้ ส่วนหลิงยวนยังมีรอบที่ต้องขึ้นสนาม

ทุกอย่างกลับหยุดอยู่กลางทาง

หลิงยวนเห็นนางมองหีบรางวัล จึงกล่าวก่อนนางจะขอโทษ

“คนที่ต้องรับผิดคือผู้ลอบวางอาคมและนำปราณมารเข้ามา เจ้าจำเรื่องนี้ไว้ด้วย”

เยว่ซีเงยหน้า

“ข้ายังไม่ได้พูดเลย”

“แต่เจ้ากำลังจะรับผิดแทนพวกมัน”

นางเงียบไป ก่อนยอมถอนหายใจ

ศิษย์ฝ่ายจัดงานปิดหีบแล้วช่วยกันยกออกไป พู่เส้นหนึ่งหลุดห้อยตรงขอบ เยว่ซีจึงก้าวไปเก็บสอดกลับให้เรียบร้อย

“ข้าอยากเห็นท่านขึ้นรับรางวัล”

หลิงยวนมองนาง

“เช่นนั้นข้าคงต้องชนะให้ได้ก่อน”

“ข้าไม่ได้บอกให้ท่านแพ้เสียหน่อย”

เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วประคองนางเดินกลับ

⸻

เยี่ยจื้อหยวนรออยู่ที่ศาลาข้างเรือนพักพร้อมผู้อาวุโสสวี่

บนโต๊ะมีอ่างน้ำตื้น กระบอกไม้ และแผ่นทองแดงขนาดเท่าฝ่ามือ

“วันนี้ไม่ให้เจ้าส่งพลัง” เยี่ยจื้อหยวนบอก “เพียงตรวจว่าขณะพัก ปราณไหลไปทางใด”

ผู้อาวุโสสวี่วางแผ่นทองแดงข้างอ่าง

“ถ้าร้อนหรือเจ็บ บอกทันที ไม่ต้องทนให้ตรวจจบ”

เยว่ซีวางมือบนกระบอกไม้ หลิงยวนนั่งด้านข้าง แตะสองนิ้วตรงข้อมือเพื่อประคองกระแส

ผิวน้ำกระเพื่อมเป็นวงเล็ก

เยี่ยจื้อหยวนเลื่อนแผ่นทองแดงไปตามขอบอ่าง รอยสลักด้านบนรับแสงทีละเส้น ก่อนเส้นหนึ่งจะสว่างค้าง

“ตรงนี้รู้สึกอย่างไร”

“อุ่นเจ้าค่ะ”

“เหมือนวันนั้นหรือไม่”

เยว่ซีหลับตานึก

“วันนั้นแน่นอยู่ใต้ลิ้นปี่ก่อน แล้วขึ้นมาถึงอก ข้าได้ยินเสียงตัวเองหายใจดังมาก แต่มือกลับเย็น”

“ก่อนหินลอยนานเพียงใด” หลิงยวนถาม

“ข้าไม่แน่ใจ ตอนนั้นข้ามองแต่เสี่ยวถัง”

เยี่ยจื้อหยวนเก็บแผ่นทองแดงออก

“พอแล้ว”

นางลืมตาอย่างแปลกใจ

เขาทำเครื่องหมายลงบนกระดาษ

“ผนึกเปิดส่วนหนึ่ง แต่เส้นปราณยังรับไม่ไหว ช่วงนี้ห้ามลองเรียกพลังเช่นวันนั้นซ้ำ เราจะเริ่มจากให้เจ้าจำอาการก่อนกระแสเปลี่ยน”

เยว่ซีมองวงน้ำที่ค่อย ๆ สงบ

“ข้าไม่อยากต้องรอให้ใครบาดเจ็บอีก”

เยี่ยจื้อหยวนวางพู่กัน

“เช่นนั้นก็ฝึกในยามที่เจ้ายังสงบ ให้รู้ว่าปราณของตนต่างจากปกติตรงไหน ก่อนความกลัวจะทำให้เจ้าไม่ทันสังเกต”

เมื่อหลิงยวนถอนมือ วงน้ำสั่นอีกครั้ง

เยว่ซีเห็นแล้วถาม

“ปราณข้ายังต้องอาศัยท่านอยู่หรือ”

“ยังเชื่อมกันอยู่ การเปิดผนึกครั้งนี้ไม่ได้ทำให้มันแยกออก”

นางเลื่อนนิ้วแตะรอยถลอกเหนือข้อมือเขา

“เช่นนั้นตอนข้าฝึก ท่านก็ต้องบอกด้วยว่าเจ็บหรือไม่”

หลิงยวนมองมือนาง

ผู้อาวุโสสวี่ปิดฝากล่องเครื่องมือดังคลิก

“ข้อนี้ข้าเห็นด้วย”

เยี่ยจื้อหยวนเก็บกระดาษโดยไม่เงยหน้า

“ควรจดไว้เป็นข้อแรกเสียด้วย”

⸻

ช่วงบ่าย จ้าวเฉิงนำกระดานไม้แผ่นหนึ่งมาวางบนตักเยว่ซี

บนกระดานมีหลุมตื้นเรียงกันหลายแถว พร้อมเม็ดหินสีขาวดำ

“ยายหวังให้ข้านำมา นางบอกว่าหากเจ้าว่างจนคิดจะจับกระบี่ ให้จับสิ่งนี้แทน”

เหยียนอวี้หนิงซึ่งตามมาด้วยวางเบาะรองบนเก้าอี้

“เสี่ยวถังฝากบอกว่า รอนางนั่งไหวแล้วจะมาเล่นด้วย”

จ้าวเฉิงนั่งตรงข้าม หยิบหินดำขึ้น

“ข้าเล่นแทนระหว่างรอได้”

“เจ้ารู้วิธีหรือ”

“ห้าตัวเรียงกันมิใช่หรือ”

เขาวางหินลงกลางกระดานอย่างมั่นใจ

เยว่ซีมองตำแหน่งนั้น

ภาพบางอย่างผุดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว

โต๊ะหินใต้เงาไม้ นิ้วมือใหญ่เลื่อนหมากขาวมาตรงหน้านาง แต่ก่อนปล่อยกลับแกล้งกำไว้

นับใหม่สิ ซีเอ๋อร์ เจ้าแอบวางเพิ่มตอนพ่อหันไปหรือไม่

เสียงหัวเราะของสตรีดังอยู่ด้านหลัง

กลิ่นดอกกุ้ยฮวาลอยผ่าน—

เม็ดหินในมือเยว่ซีตกกระทบกระดาน

“เยว่ซี?”

จ้าวเฉิงลุกทันที

นางยกมือห้าม ก่อนหลับตาอีกครั้ง

ภาพจางไปแล้ว เหลือเพียงความรู้สึกว่าฝ่ามือใหญ่เคยคลุมมือเล็กของตนไว้

“ข้านึกถึงท่านพ่อ”

อวี้หนิงเลื่อนถ้วยน้ำเข้ามาใกล้

“ปวดศีรษะหรือไม่”

“ไม่”

เยว่ซีลืมตา มองหมากขาวริมกระดาน

“ครั้งนี้ไม่มีไฟ”

จ้าวเฉิงนิ่งไป

นางเก็บเม็ดหินขึ้นอย่างระมัดระวัง

“ข้าจำได้ว่าท่านแกล้งกล่าวหาข้าว่าโกง”

“แล้วเจ้าโกงหรือไม่”

เยว่ซีเงยหน้ามองเขา

จ้าวเฉิงยกมือทันที

“ข้าถามเพื่อความยุติธรรม”

นางหัวเราะ น้ำตาคลออยู่เล็กน้อย

“ข้ายังจำส่วนนั้นไม่ได้”

“เช่นนั้นข้าต้องนับหมากเจ้าทุกครั้ง”

อวี้หนิงเคาะกระดาน

“นับของตนเองก่อน เจ้าหยิบหินขาวไปแล้ว”

จ้าวเฉิงก้มมองมือ

เสียงหัวเราะของเยว่ซีดังขึ้นอีกครั้ง

หลิงยวนซึ่งกลับมาถึงชายคาหยุดอยู่ตรงนั้น เขาเห็นนางเช็ดหางตาแล้วก้มวางหมาก จึงไม่ได้เข้าไปขัด

แต่เยว่ซีเห็นเขาแล้ว

“ข้าจำท่านพ่อได้อีกนิดหนึ่ง”

เขาเดินเข้ามา

“คราวนี้ท่านทำอะไร”

“แพ้หมากข้า”

มุมปากหลิงยวนยกขึ้น

“เรื่องนั้นข้าเชื่อ”

จ้าวเฉิงก้มจัดหมากบนกระดาน เว้นเก้าอี้ข้างเยว่ซีให้เขา แล้วขยับตนเองไปนั่งฝั่งแดด

ไม่มีใครสั่งให้หลีก

เขาเพียงเห็นว่าเมื่อครู่ นางอยากเล่าให้ใครฟังเป็นคนแรก

⸻

ยามเย็น ระฆังเรียกประชุมดังจากหอใหญ่

ผู้อาวุโสสวี่มารับหลิงยวนด้วยตนเอง เยว่ซีเห็นสีหน้าจึงวางหมาก

“เรื่องสนามหรือเจ้าคะ”

“เรื่องการประลองและของที่ยึดมา”

นางขอร่วมฟัง อาจารย์ฉินซึ่งมาตรวจอาการพอดีอนุญาตให้นั่งได้ไม่เกินครึ่งชั่วยาม โดยต้องมีคนพากลับ

จ้าวเฉิงจึงตามไปด้วย

ในหอใหญ่ หีบรางวัลถูกย้ายมาไว้ข้างผนังแล้ว ส่วนกลางโต๊ะวางจานตรวจปราณ ขวดยาว่าง เข็มเงินสามเล่ม และภาพคัดลอกรอยสลักบนเศษแกนที่ถูกทำลาย

เจ้าสำนักเริ่มจากเรื่องการแข่งขัน

“การประลองที่ยังค้างให้พักไว้ก่อน ผลคู่ที่ตัดสินแล้วคงเดิม ผู้บาดเจ็บจากเหตุลอบทำร้ายจะไม่ถูกตัดสิทธิ์เพียงเพราะยังขึ้นสนามไม่ได้”

ผู้อาวุโสฝ่ายจัดงานเปิดรายชื่อ

“จะใช้ลานฝึกด้านเหนือแทนหรือขอรับ”

“ให้ผู้อาวุโสสวี่ตรวจอาคมก่อน เมื่อผู้เข้าแข่งขันพร้อมจึงนัดรอบที่เหลือ ส่วนพิธีมอบรางวัลให้จัดหลังตัดสินครบ ผู้ชนะต้องได้รับเกียรติที่เขาต่อสู้มา”

เยว่ซีเหลือบมองหลิงยวน

เขารับสายตานางเพียงครู่เดียว ก่อนหันกลับไปฟัง

เจ้าสำนักกล่าวต่อ

“การช่วยผู้คนในวันเกิดเหตุให้บันทึกความชอบแยกต่างหาก อย่านำไปเปลี่ยนอันดับการประลอง”

จ้าวเฉิงเอนมากระซิบ

“ดีแล้ว ข้าจะได้แพ้เพราะฝีมือจริง ๆ ไม่มีใครมาแก้ให้”

เยว่ซีเกือบหลุดหัวเราะ แต่รีบก้มหน้าเมื่อเจ้าสำนักเลื่อนจานตรวจปราณมาตรงกลาง

บรรยากาศในห้องเปลี่ยนทันที

“ก่อนจะเปิดสนามอีกครั้ง เราต้องทราบว่าของพวกนี้เข้ามาได้อย่างไร และยังมีใครเกี่ยวข้อง”

หัวหน้าหอวินัยเปิดบันทึกสอบสวน

ชายชุดม่วงยอมรับว่ารับของมาทดลองกับผู้ฝึกปราณ ส่วนชายเสื้อคลุมสีน้ำตาลรู้วิธีใช้ยาและจาน แต่ทั้งสองอ้างว่าไม่รู้วิธีสร้าง

จุดรับของที่ให้การตรงกัน เจ้าสำนักจึงส่งคนไปตรวจแล้ว

ผู้อาวุโสสวี่หยิบขวดยาขึ้น

“ที่ก้นขวดมีรหัส ใช้วิธีคล้ายบัญชีเก่าที่เรายึดไว้ แต่เปลี่ยนเครื่องหมายท้ายบรรทัด”

หลิงยวนก้มดู

“บัญชีที่เผยเหวินซูเคยถอด”

ชื่อดังกล่าวทำให้ห้องเงียบลง

“ข้าลองตามวิธีเดิมแล้ว ได้ชื่อสินค้าที่ไม่มีอยู่จริง” ผู้อาวุโสสวี่บอก “ผู้ที่เคยใช้รหัสอาจมองออกว่าเปลี่ยนตรงไหน”

ผู้อาวุโสฝั่งประตูวางถ้วยชา

“จะให้คนที่เคยร่วมมือกับพวกมันอ่านให้เราหรือ”

“ให้ดูสำเนาในที่คุมขัง” หลิงยวนตอบ “ยังไม่ใช่ปล่อยตัว”

“หากเขาจงใจแปลผิดเล่า”

เยว่ซีมองบันทึกบนโต๊ะ ก่อนกล่าว

“เลือกบรรทัดที่เราตรวจสอบปลายทางได้แล้วปะปนไปด้วยได้หรือไม่เจ้าคะ หากเขาอ่านไม่ตรง เราจะได้รู้ว่าต้องตรวจคำตอบส่วนอื่นให้ละเอียด”

หัวหน้าหอวินัยพลิกกระดาษแล้วพยักหน้า

“ทำได้ขอรับ”

เจ้าสำนักจึงให้หลิงยวนกับผู้อาวุโสสวี่ไปสอบถาม โดยใช้เพียงสำเนาและยังไม่เปิดเผยเรื่องพลังเยว่ซี

นางไม่ได้ขอตาม

แต่ก่อนหลิงยวนลุก เยว่ซีเรียกเขาไว้

“ถามด้วยนะเจ้าคะ คนที่กินยาไปแล้วจะมีอันตรายภายหลังหรือไม่”

“ข้าจะถาม”

⸻

เผยเหวินซูเงยหน้าขึ้นเมื่อประตูชั้นนอกเปิด

เขาสวมชุดสีหม่น ข้อมือยังมีเครื่องผนึกปราณ รูปร่างซูบลงเล็กน้อย แต่สายตาจับความเคลื่อนไหวของผู้มาเยือนทันที

หลิงยวนวางกระดาษบนโต๊ะด้านนอกแนวอาคม

“อ่านได้หรือไม่”

เผยเหวินซูก้มมอง

“ข้าต้องรู้ก่อนว่าได้มาจาก—”

“อ่านเท่าที่เห็น”

อีกฝ่ายหยุดพูด สายตาไล่ตัวเลขทีละแถว จนถึงเครื่องหมายท้ายบรรทัด นิ้วบนโต๊ะพลันขยับ

ผู้อาวุโสสวี่เห็น

“จำได้หรือ”

เผยเหวินซูอ่านซ้ำ ก่อนเลื่อนกระดาษเข้าหาแสง

“สองบรรทัดแรกเป็นเส้นทางส่งยา บรรทัดที่สามเป็นจำนวนคนที่รับยา”

เขาไล่อธิบายเส้นทางสองแห่งแรกตรงกับข้อมูลที่ตรวจพบ

ผู้อาวุโสสวี่จึงวางภาพขวดยาให้ดูต่อ

ทันทีที่เห็นร่องตรงก้นขวด สีหน้าของเผยเหวินซูเปลี่ยนไป

“มีคนกินแล้วหรือ”

หลิงยวนชี้กระดาษ

“เครื่องหมายสุดท้ายหมายถึงอะไร”

“ผู้ที่ปราณต้านยาไม่ได้ให้ขีดทิ้ง ผู้ที่ยังมีสติให้วงไว้”

“เพราะเหตุใด”

เผยเหวินซูมองวงเล็กนั้นอยู่นาน

“พวกมันต้องการคนที่รับปราณแปลกปลอมเข้าไปแล้วรอด คนเช่นนั้นจะถูกส่งต่อเพื่อทดลองขั้นถัดไป”

ผู้อาวุโสสวี่วางภาพขวดลงช้า ๆ

“เจ้ารู้เพียงใด”

“ข้าเคยเห็นบัญชีรับคน แต่ไม่เคยเห็นผู้ที่ถูกส่งกลับมา”

หลิงยวนจับจ้องเขา

“แล้วเจ้าก็ยังช่วยส่งบัญชี”

เผยเหวินซูเงียบ ก่อนตอบ

“ใช่”

ไม่มีคำแก้ตัวตามมา

เขาดึงกระดาษมาใกล้อีกนิด

“ข้าบอกไม่ได้ว่ายานี้ถูกเปลี่ยนไปมากเพียงใด ต้องให้หมอตรวจคนเจ็บ แต่หากพวกท่านรักษาผู้ที่กินยาอยู่ อย่าเพิ่งส่งกลับไปกับผู้มารับ จนกว่าจะยืนยันตัวคนและคำสั่งได้”

เสียงฝีเท้าดังเร่งเข้ามาด้านนอก

ศิษย์หอวินัยหยุดคารวะแล้วรายงาน

“มีคนมารับผู้ใช้กระบี่หนักขอรับ อ้างว่าอาจารย์สั่งให้กลับคืนนี้ ผู้ดูแลยังไม่อนุญาต จึงให้ข้ามาแจ้ง”

หลิงยวนลุกทันที

“อยู่ที่ใด”

“เรือนรักษา”

“ปิดทางออก ตรวจป้ายกับคนเจ็บโดยตรง แล้วส่งคนไปถามอาจารย์ของเขา ห้ามมอบตัวผู้ป่วยให้ใครจนกว่าข้าจะถึง”

ศิษย์รับคำแล้วรีบออกไป

เผยเหวินซูมองตาม ก่อนแตะเครื่องหมายวงเล็กบนกระดาษ

“ค้นเปลที่พวกมันนำมาด้วย”

หลิงยวนหยุดตรงประตู

“หาอะไร”

“ใต้ผ้ารองอาจมีสายรัดกับอาคมกดปราณ เอาไว้ให้คนที่ถูกพาไปดิ้นไม่ได้”

ผู้อาวุโสสวี่รวบเอกสาร

หลิงยวนมองเผยเหวินซูเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนก้าวออกจากห้องขัง

ด้านหลังเขา เสียงอีกฝ่ายดังขึ้นต่ำ ๆ

“หากพบของพวกนั้น…อย่าให้พวกมันเข้าใกล้เตียงคนเจ็บอีก”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 102 — คราวนี้ข้าจะไปให้ทัน

    “ตอนนั้นท่านแม่อยู่ข้างข้า แล้วข้ากำลังเรียกใคร”หลินเยว่ซีวางบันทึกลงกลางโต๊ะประโยคสุดท้ายยังติดอยู่ในสายตา นางอายุเพียงสี่ขวบ แต่กลับได้ยินเสียงเรียกจากคนที่ไม่มีตัวตน ก่อนเหตุการณ์เมืองหลินอันถูกทำลายถึงหนึ่งปีผู้อาวุโสสวี่เลื่อนกระดาษส่วนที่พับไว้ออก“วันต่อมาบิดาเจ้าพาออกจากเรือนด้านตะวันตก อาการก็สงบ เขาเขียนไว้เท่านี้”เยว่ซีอ่านต่อจนถึงปลายหน้า แล้วพลิกด้านหลังเองไม่มีข้อความอื่นนางหันหาโม่หลิงยวน“ท่านเคยได้ยินเรื่องนี้หรือไม่”“ไม่เคย ตอนข้าพบเจ้า เจ้าห้าขวบแล้ว”“เช่นนั้นอย่าเพิ่งถือว่าเป็นอาคมเดียวกับที่ใช้จับคนเหล่านั้น”เยี่ยจื้อหยวนเงยหน้ามองนางเยว่ซีชี้ข้อความเรื่องย้ายเรือน“คนเจ็บที่เราช่วยกลับมายังมีอาการหลังออกจากที่ขัง แต่ข้าสงบลงทันทีที่เปลี่ยนสถานที่ อย่างน้อยมันก็ต่างกันตรงนี้เจ้าค่ะ”“ถูกต้อง” เขาตอบ “เก็บข้อแตกต่างนี้ไว้ตรวจต่อ”นางพยักหน้า ก่อนขอกระดาษมาคัดข้อความส่วนของบิดาระหว่างเขียน สายตากลับสะดุดลายหมึกที่คนอื่นเพิ่มลงในบันทึกฉบับใหญ่ ตรงที่บิดากำชับให้หยุดเมื่อผู้ป่วยเจ็บ มีคำสั่งให้ฝืนส่งปราณต่อเขียนทับอยู่พู่กันในมือนางหยุด“คนเขียนส่วนนี้ถูกจ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 101 — ลายมือที่กลับมาถึงนาง

    เผยเหวินซูหันกลับมาเมื่อได้ยินคำถามผู้คุมหยุดตาม เขามองบันทึกที่เยว่ซีประคองอยู่ ก่อนเดินกลับเข้ามาใต้ชายคาโดยมีคนตามประกบ“ตอนที่เซี่ยจิ้งเหิงสั่งให้ข้านำไปส่ง มันอยู่ในห้องหนังสือของเขาแล้ว”“เขาเคยบอกหรือไม่ว่าได้มาอย่างไร”“ไม่เคย”คำตอบสั้นจนเยว่ซีเผลอกำขอบกระดาษเผยเหวินซูเห็น แต่ไม่ได้รีบเติมสิ่งที่ตนไม่รู้ลงไปเพื่อให้นางพอใจ“ข้าจำได้ว่าตอนรับมา ปกกับเนื้อในหลุดจากกัน เขาให้คนเย็บใหม่ก่อนส่งออก ข้าเห็นเพียงหน้าที่เปิดค้างอยู่กับข้อความที่เขาสั่งให้ตรวจ”ผู้อาวุโสสวี่พลิกดูสันบันทึกทันทีด้ายสองแนวซ้อนกันอยู่จริง แนวหนึ่งสีซีดเกือบกลืนกับกระดาษ อีกแนวใหม่กว่าและร้อยห่างอย่างลวก ๆเยว่ซีมองรอยเย็บนั้นสิ่งที่บิดาเคยเขียนเพื่อช่วยคน ถูกใครบางคนถอดออก เปลี่ยนคำสอน แล้วเย็บกลับเข้าเล่มเหมือนไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น“ส่วนที่ใช้เสียงเรียกคน…” นางถาม “เป็นของท่านพ่อด้วยหรือไม่เจ้าคะ”เยี่ยจื้อหยวนเลื่อนบันทึกเข้าหาแสง“ที่อ่านพบตอนนี้ บิดาเจ้าใช้สิ่งคุ้นเคยช่วยให้ผู้ป่วยแยกความทรงจำออกจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ส่วนผู้แก้ไขกลับใช้ความคุ้นเคยนั้นหลอกให้คนยอมเปิดเส้นปราณ”เขาชี้ข้อความซึ่งถูก

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 100 — โอกาสที่ต้องเดินกลับมา

    “เจ้าจะออกจากที่คุมขังเพื่อช่วยคนครั้งนี้เท่านั้น”เจ้าสำนักกล่าวพลางเลื่อนคำสั่งแผ่นหนึ่งมาตรงหน้าเผยเหวินซู“เครื่องผนึกปราณยังอยู่ ห้ามพกอาวุธ ห้ามแยกจากผู้ควบคุม หากพบสิ่งใดต่างจากที่เคยให้การ ต้องแจ้งทันที เมื่อเสร็จงานให้กลับมารับโทษตามเดิม”เผยเหวินซูก้มอ่านจนจบ“ข้ายอมรับ”ผู้คุมวางพู่กันให้ เขาจึงลงชื่อใต้คำสั่ง มือข้างที่ถูกเครื่องผนึกเสียดสีมีรอยแดง แต่ไม่ได้ร้องขอให้คลายออกจ้าวเฉิงมองลายมือบนกระดาษแล้วหันหาเจ้าสำนัก“ข้ามีเรื่องจะถามขอรับ”เผยเหวินซูวางพู่กันลง“ถามข้าเถิด”จ้าวเฉิงมองเขาตรง ๆ“จะให้พวกเราไว้ใจเจ้าได้อย่างไร ในเมื่อเจ้าก็เคยหักหลังพวกเรา”ห้องเงียบลงทันทีเผยเหวินซูไม่ได้หลบสายตา แต่คำตอบกลับช้ากว่าตอนรับเงื่อนไข“ข้าไม่มีคำใดทำให้เรื่องนั้นหายไป”“แล้วหากข้างในมีทางหนีที่เจ้าจงใจไม่เขียน—”“จ้าวเฉิง”เยว่ซีเรียกเบา ๆเขาหันมา สีหน้ายังคงเคร่งเครียด“ข้าไม่ได้ค้านเพราะไม่อยากช่วยคน แต่หากเขาพาหลิงยวนกับผู้อาวุโสเข้าไปติดกับ เราจะเสียคนเพิ่มอีกเท่าไร”“ข้าก็กลัวเรื่องนั้น”คำตอบทำให้เขานิ่งเยว่ซีมองเผยเหวินซู ก่อนพูดต่อ“ข้ายังจำสิ่งที่เขาทำได้ แต่คำเตือน

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 99 — เสียงของคนที่ไม่อยู่

    “ตรวจสายเลือด?”หลินเยว่ซีเงยหน้าจากจดหมายเสียงเก็บเก้าอี้จากลานพิธีรับรางวัลยังดังลอดหน้าต่างเข้ามา ป้ายรางวัลบนฝักกระบี่ของหลิงยวนยังผูกด้วยเชือกเส้นที่นางเพิ่งจัดให้ แต่บนโต๊ะตรงหน้ากลับมีคำขอเลือดของนางวางอยู่เรียบร้อยแล้วเจ้าสำนักเลื่อนจดหมายอีกสามฉบับมารวมกัน“บางสำนักเชิญเจ้าไปพักฟื้น บางแห่งเสนอช่วยฝึกควบคุมปราณ ข้าเรียกมาถามความประสงค์ของเจ้า มิได้รับปากผู้ใด”เยว่ซีวางจดหมายคืน“ข้าไม่ไปเจ้าค่ะ”“อาจารย์ฉินกับท่านเยี่ยดูแลข้าก็เพียงพอแล้วเจ้าค่ะ”เจ้าสำนักพยักหน้า ก่อนส่งจดหมายให้ศิษย์รับรอง“แจ้งตามนี้ แล้วส่งแขกกลับไปพัก ไม่ต้องรอพบเยว่ซี”ศิษย์รับคำแล้วออกจากห้องไม่มีใครขอให้นางคิดใหม่เยว่ซีจึงคลายมือที่กำชายแขนเสื้อโดยไม่รู้ตัว หลิงยวนเห็น แต่เพียงขยับเก้าอี้ให้นางลุกสะดวกทั้งสองเดินออกทางประตูข้าง ระหว่างผ่านระเบียง เสียงสนทนาจากห้องรับรองดังขึ้นพอดี“แม้แต่พบสักครู่ก็ไม่ได้หรือ”“ศิษย์พี่หลินต้องพักขอรับ”“ข้าเพียงอยากช่วยให้นางรู้ว่าพลังนั้นมาจากไหน”เยว่ซีชะลอฝีเท้า เหลือบมองไปเพียงครู่เดียวหลิงยวนหยุดรออยู่ข้างหน้า“กลับหรือไม่”เยว่ซีเดินไปจับมือเขาเอง“กลับเ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 98 — วันที่เสียงปรบมือกลับมา

    “อย่าให้ผู้ใดตามเสียงเข้าไปตามลำพัง”เยี่ยจื้อหยวนกล่าวหลังอ่านรายงานจบ เขาพลิกกระดาษกลับไปดูคำให้การของผู้รอดชีวิตอีกครั้ง ก่อนวางลงตรงหน้าเจ้าสำนัก“ยังสรุปไม่ได้ว่าเสียงมาจากคน อาคม หรือสิ่งอื่น แต่หากมันดังจากห้องที่ตรวจแล้วว่าไม่มีใคร ต้องรักษาระยะไว้ก่อน”ผู้อาวุโสสวี่เตรียมแผ่นอาคมลงกล่อง“ข้าจะไปกับคนส่งข่าว ตรวจทางเชื่อมใต้ดินและรอยสลักในห้อง ส่วนผู้รอดชีวิตให้ย้ายออกมาก่อน”หลิงยวนเลื่อนแผนที่เข้ามา“ใช้ทางเกวียนด้านใต้ เส้นทางสั้นกว่า และไม่ต้องผ่านช่องเขา ข้าจะให้คนไปสมทบที่ปากทาง”เจ้าสำนักอนุญาตทันที พร้อมส่งหมอและผู้คุ้มกันเพิ่มเมื่อจัดการเสร็จ ฟ้าด้านนอกเริ่มสว่างแล้วผู้อาวุโสสวี่ปิดกล่อง หันมองหลิงยวนซึ่งยังยืนอยู่ข้างแผนที่“เรื่องทางนี้มีคนรับแล้ว วันนี้เจ้ามีหน้าที่บนลาน”หลิงยวนพยักหน้าเขารอจนกลุ่มเดินทางพ้นประตู ก่อนหยิบกระบี่ขึ้นมาสายรัดข้อมือที่เยว่ซีผูกให้ยังเรียบร้อย⸻เยว่ซีมาถึงลานเหนือพร้อมยายหวังวันนี้เสี่ยวถังเลือกพักช่วงเช้า เพื่อเก็บแรงมาร่วมพิธีมอบรางวัลในตอนบ่าย จ้าวเฉิงรับปากจะจำกระบี่สุดท้ายไปเล่าให้ฟังอย่างละเอียด“ข้าบอกนางแล้วว่าจะไม่แต่งเต

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 97 — ก้าวกลับเข้าสู่ลาน

    เสียงกระบี่ไม้กระทบกันดังขึ้นสามครั้งครั้งที่สี่ เหยียนอวี้หนิงหยุดมือก่อนปลายกระบี่จะถึงไหล่จ้าวเฉิง“เจ้าเปลี่ยนเท้าเร็วเกินไป”จ้าวเฉิงก้มมองเท้าตนเอง“ข้าฝึกมาทั้งชีวิตเพื่อให้เร็วขึ้น วันนี้กลับต้องช้าลงอีก”“ข้าขอให้เจ้าจำลองจังหวะของเขา มิได้ขอให้เจ้าชนะข้า”“คำขอของเจ้าทำร้ายความมั่นใจข้ามาก”เยว่ซีซึ่งนั่งอยู่บนม้านั่งหลุดหัวเราะ ก่อนใช้ปลายกิ่งไม้ขีดเส้นบนดิน“ตอนเขายกกระบี่หนัก ไหล่จะขยับก่อน แต่ตอนส่งปราณดิน เขาจะกดส้นเท้า”อวี้หนิงลดกระบี่แล้วเดินมาดู“หากเขาใช้สองอย่างพร้อมกัน?”เยว่ซีวางกิ่งไม้ทาบเส้นหนึ่ง“ครั้งก่อนเราคิดแต่ทำให้เขาลงเท้าไม่เต็มฝ่าเท้า แต่ถ้าเขายืนมั่นคงอยู่แล้ว เจ้าจะทำอย่างไร”อวี้หนิงมองภาพบนดิน ก่อนใช้รองเท้าลบเส้นตรงกลางทิ้ง“ข้าไม่จำเป็นต้องทำให้เขาล้ม”นางขีดเส้นใหม่ออกไปด้านข้าง“ให้กระบี่เขาไปถึงตำแหน่งที่ต้องการ แล้วข้าไปอีกทาง”จ้าวเฉิงชะโงกมอง“ดี เช่นนั้นคนที่ต้องยืนรับคือข้าหรือ”อวี้หนิงยื่นกระบี่ไม้คืนให้“เจ้าฉลาดขึ้นแล้ว”⸻สิบสองวันผ่านไปนับจากเหตุที่เรือนรักษาคนทั้งสามที่พยายามลักพาตัวผู้ป่วยถูกแยกสอบ บัญชีคลังอาวุธของสำนักต้นสังก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status