Semua Bab พันธนาการรักใต้เงากระบี่: Bab 1 - Bab 10

62 Bab

บทที่ 1 — ประตูที่ไม่เปิดให้ผู้ไร้พลัง

สิบสามปีต่อมา ณ หมู่บ้านชิงลั่วหลินเยว่ซีฝันถึงกระบี่เล่มเดิมอีกแล้วปลายคมมีเลือดหยดลงมา ใครบางคนบังอยู่ตรงหน้า นางพยายามมองข้ามไหล่เขาไป แต่ทุกครั้งจะตื่นก่อนเห็นสิ่งที่อยู่ด้านหลังคราวนี้นางตื่นเพราะยายหวังเคาะหน้าผาก“หากยังไม่ลุก รถขนฟืนจะไปเสียก่อน”หญิงสาวผุดลุกทันที หน้าผากชนขอบหน้าต่างดังโป๊กยายหวังถอนหายใจ“จะไปเป็นเซียน ยังแพ้หน้าต่างบ้านตัวเอง”เยว่ซีคลำศีรษะ รีบคว้าเสื้อคลุมมาสวม ก่อนเก็บตำราเล่มบางลงในห่อสัมภาระตรงมุมปกด้านในมีชื่อเขียนไว้ด้วยหมึกจางหลินจิ้งเหยียนนางใช้นิ้วลูบรอยหมึกครั้งหนึ่ง แล้วผูกห่อผ้าให้แน่น“คิดดีแล้วหรือ” ยายหวังถาม“ข้าตรวจประกาศแล้วเจ้าค่ะ ชิงเสวียนรับศิษย์ใหม่ปีนี้ หากพลาด ต้องรออีกสามปี”“ยายถามเรื่องขึ้นเขา ไม่ได้ถามเรื่องวันรับสมัคร”เยว่ซีชะงักมือลมเช้าพัดผ่านประตู กลิ่นฟืนชื้นลอยเข้ามาพร้อมเสียงคนเรียกจากถนน“ที่นั่นเก็บบันทึกเหตุเมืองหลินอันไว้” นางตอบ “ข้าอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในคืนนั้น”“ยายเล่าเท่าที่รู้ให้ฟังหมดแล้ว”“ข้ารู้เจ้าค่ะ”นางจำพ่อแม่ไม่ได้ จำบ้านไม่ได้ แม้แต่เสียงที่ได้ยินในความฝันก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเสียงของใคร สิ่งที
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-17
Baca selengkapnya

บทที่ 2 — ชื่อที่ไม่ควรอยู่ในบัญชี

เช้าวันแรกในสำนัก หลินเยว่ซีถูกเรียกตัวก่อนจะได้กินข้าวศิษย์ผู้มาส่งคำสั่งยืนรอหน้าประตูเรือนพัก มองผ้าพันมือของนางแล้วกล่าวว่า“นำป้ายผ่านการทดสอบมาด้วย”เสี่ยวถังซึ่งกำลังกัดหมั่นโถวหยุดเคี้ยว“เรียกไปเรื่องใดหรือศิษย์พี่”“หอวินัยจะตรวจผลการสอบเมื่อวาน”เมื่อเขาเดินออกไป เสี่ยวถังก็รีบยัดหมั่นโถวอีกลูกใส่มือเยว่ซี“กินก่อน อย่างน้อยถูกดุก็อย่าให้ท้องร้อง”เยว่ซีรับไว้ แต่ยังไม่ทันกัดก็ได้ยินเสียงคนคุยกันตรงลาน“ข้าบอกแล้ว คนไม่มีปราณจะผ่านได้อย่างไร”“ศิษย์พี่โม่เข้าไปช่วยเองเชียวนะ”นางก้มมองป้ายสีขาวในมือ ก่อนเก็บมันไว้กับตำราของบิดา“ฝากหมั่นโถวด้วย”เสี่ยวถังรับกลับอย่างไม่เต็มใจ“อย่าช้านัก ข้าหิวแล้ว”“ข้าฝากไว้ ไม่ได้ยกให้”⸻ภายในหอวินัยมีผู้รออยู่ห้าคนชายวัยกลางคนในชุดเทานั่งหลังโต๊ะ ศิษย์ข้างกายเรียกเขาว่าอาจารย์ฉิน ส่วนผู้คุมสอบเมื่อวานยืนอยู่ทางซ้าย สีหน้าเคร่งเครียดลั่วชิงเหยาอยู่ข้างหน้าต่างเมื่อเห็นเยว่ซี นางเลื่อนสายตาไปยังผ้าพันมือเพียงครู่เดียว“ไม่ต้องกังวล” นางกล่าว “สำนักเพียงต้องทำให้ทุกคนยอมรับผลการสอบ”เยว่ซีคารวะ แล้ววางป้ายลงบนโต๊ะอาจารย์ฉินถามทันที“
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-17
Baca selengkapnya

บทที่ 3 — สิ่งที่บิดาทิ้งไว้

“รู้จัก”คำตอบนั้นทำให้หลินเยว่ซีลืมคำถามที่เตรียมไว้ทั้งหมดนางเดินทางมาถึงชิงเสวียนเพื่อหากระดาษสักแผ่นที่บอกเรื่องบิดามารดา แต่คนที่เคยพบพวกเขากลับยืนอยู่ตรงหน้า“ท่านรู้จักท่านพ่อได้อย่างไร”“เขาเคยรักษาข้า”“เมื่อใดเจ้าคะ”“สิบสามปีก่อน”เสียงประตูหอจดหมายเหตุปิดดังขึ้นด้านหลัง ผู้ดูแลถือโคมเดินลงบันไดมา หลิงยวนจึงขยับหลบให้นางผ่าน ก่อนหันกลับมาหาเยว่ซี“ที่นี่ไม่เหมาะจะคุยเรื่องนี้”“เช่นนั้นที่ใดเหมาะ”นางถามเร็วเกินกว่าจะรักษามารยาท แต่เขาไม่ได้ตำหนิ“ตามมา”เยว่ซีเดินข้างเขาไปตามระเบียง กระทั่งถึงศาลาเล็กซึ่งมองเห็นทางเข้าออกได้ทั้งสองด้าน หลิงยวนจึงหยุดนางยังไม่ยอมนั่ง“ท่านพ่อเป็นคนอย่างไรเจ้าคะ”เขามองนางครู่หนึ่ง“เวลาอ่านตำรา เขาชอบพับมุมกระดาษ ภรรยาเขาไม่ชอบ จึงทำที่คั่นให้ แต่เขามักลืมว่าเก็บไว้หน้าใด”เยว่ซีค่อย ๆ คลายมือจากสายห่อผ้านางเคยคิดว่าคำตอบคงเป็นคนดี เป็นหมอ หรือเป็นผู้ฝึกตนผู้หนึ่งไม่เคยคิดว่าจะได้รู้เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้“แล้วท่านแม่เล่า”“เวลาโกรธ นางจะเรียกชื่อเขาเต็ม ๆ”“ท่านพ่อกลัวหรือ”“เขาจะรีบหาที่คั่นให้พบ”เยว่ซีหัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนขอบตาจะร้อ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-17
Baca selengkapnya

บทที่ 4 — ปราณที่ห้ามปลุก

“เหตุใดท่านพ่อจึงห้ามเปิดเส้นปราณให้ข้า”เยว่ซีถามโดยยังมองจดหมายบนโต๊ะเจ้าสำนักกับหลิงยวนสบตากันเพียงครู่เดียว แต่คราวนี้นางทันเห็น“ข้าไม่ได้ไม่มีพลัง ใช่หรือไม่เจ้าคะ”ความเงียบยืนยันสิ่งที่นางสงสัยหลิงยวนเลื่อนเก้าอี้ออก“นั่งก่อน”“ข้านั่งมานานแล้ว”เขาชะงักมือเยว่ซีสูดลมหายใจ พยายามให้เสียงตนเองมั่นคง“หินตรวจปราณไม่สว่าง ทุกคนบอกว่าข้าฝึกไม่ได้ แต่ท่านพ่อกลับเตือนไม่ให้ใครเปิดเส้นปราณ ข้าขึ้นทางทดสอบแล้วอาคมย้อนใส่ ยังมีคนวางยันต์รอข้าที่ศาลาอีก”นางเงยหน้ามองเขา“สิ่งที่คนเหล่านั้นต้องการอยู่ในตัวข้าใช่หรือไม่”“ใช่”คำตอบตรงไปตรงมาทำให้นางเตรียมคำถามถัดไปไม่ทันหลิงยวนกล่าวต่อ“เจ้าเคยใช้ปราณได้มากกว่าหนึ่งสาย ตั้งแต่ยังเด็ก”“มากกว่าหนึ่ง… กี่สายเจ้าคะ”“เท่าที่เคยปรากฏ ห้าสาย”เยว่ซีมองมือของตนเมื่อวานนางยังคิดว่าจะทำอย่างไรให้หินตรวจปราณสว่างแม้เพียงนิดเดียว“แล้วมันหายไปไหน”“ถูกผนึกไว้”“ใครผนึก”“ข้า”นางเงยหน้าทันทีเจ้าสำนักขยับจะกล่าวบางอย่าง แต่หลิงยวนพูดต่อเสียก่อน“ร่างกายเจ้าในตอนนั้นรับมันไม่ไหว พ่อแม่เจ้าต้องการให้ปิดพลังไว้ก่อน”“รวมถึงความทรงจำด้วยหรือไม่
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-17
Baca selengkapnya

บทที่ 5 — แขกผู้พายายกลับมา

“ยายหวัง?”เยว่ซีก้าวไปถึงประตูก่อนนึกได้ว่าตนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหญิงชราที่มากับเซี่ยจิ้งเหิงใช่ยายจริงหรือไม่นางหยุดแล้วหันกลับมา“ศิษย์พี่เห็นนางหรือยังเจ้าคะ”ศิษย์ผู้ส่งข่าวส่ายหน้า“คนของท่านเซี่ยเป็นผู้แจ้ง นางยังอยู่ในรถม้า”หลิงยวนวางใบรายงานลง“รถจอดที่ใด”“ลานหน้าหอรับรองขอรับ”เขาหันไปหาเจ้าสำนัก“ขอให้อาจารย์รับแขก ข้าจะพานางไปดูคนในรถ”เจ้าสำนักพยักหน้าแล้วสั่งศิษย์ที่รออยู่ด้านนอกให้เชิญอาจารย์ฉินมาด้วยเยว่ซีเดินตามหลิงยวนลงบันได ความคิดวิ่งไปถึงบ้านไม้ที่จากมา ยายอยู่คนเดียว คนของเซี่ยจิ้งเหิงรู้ทางไปได้อย่างไร แล้วคนที่สำนักส่งไปตรวจหมู่บ้านอยู่ที่ใด“ยายจะเป็นอะไรหรือไม่”“ต้องเห็นก่อน”เขาไม่รับปากในสิ่งที่ยังไม่รู้ เยว่ซีจึงยิ่งเดินเร็วขึ้นก่อนพ้นประตูสวน หลิงยวนหยุดให้นางหันมอง“อย่าให้เขาแตะข้อมือเจ้า”นางพยักหน้า“หากยายบาดเจ็บ…”“ให้อาจารย์ฉินตรวจ”เยว่ซีสูดลมหายใจลึก คลายมือที่กำแน่นอยู่ข้างตัว แล้วเดินต่อ⸻รถม้าสองคันจอดอยู่กลางลาน คันหน้าปิดม่านแน่น ส่วนคันหลังบรรทุกหีบยาซึ่งประทับตราสถานสงเคราะห์เซี่ยจิ้งเหิงยืนสนทนากับศิษย์ต้อนรับอยู่ใต้ชายคาเขาเป็นชา
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-17
Baca selengkapnya

บทที่ 6 — ราคาของความไว้ใจ

เผยเหวินซูกลับถึงเรือนรับรองหลังระฆังยามค่ำหน้าประตูมีศิษย์หอวินัยรออยู่สองคนเขาหยุดเพียงครู่เดียว ก่อนยิ้มตามปกติ“มีเรื่องใดหรือ”“อาจารย์ฉินเชิญไปพบขอรับ”“ตอนนี้?”“ตอนนี้ขอรับ”เหวินซูมองประตูห้องตนเองแล้วลดมือลง เขาไม่ได้ขอเข้าไปเปลี่ยนเสื้อ เพียงวางกระบี่ไว้กับศิษย์ผู้หนึ่งแล้วเดินตามไปเมื่อถึงหอวินัย โม่หลิงยวนนั่งรออยู่ด้านข้างโต๊ะกลางโต๊ะมีป้ายผ่านประตูหนึ่งแผ่นเผยเหวินซูจำรอยบิ่นตรงมุมได้ทันที“ป้ายของเรือนรับรอง” เขากล่าวอาจารย์ฉินเลื่อนใบเบิกมาให้“ลายมือเจ้า?”“ขอรับ”“เจ้าส่งผู้ใดไปหมู่บ้านชิงลั่ว”เหวินซูอ่านเอกสารอย่างละเอียด ก่อนเงยหน้า“ข้าอนุญาตให้ขบวนรับยาลงเขา แต่ไม่ได้สั่งให้ไปชิงลั่ว”“ชื่อหมู่บ้านอยู่ในรายการ”“ข้าไม่ได้เป็นผู้กรอกเส้นทาง”อาจารย์ฉินวางใบรายการอีกแผ่นข้างกัน“เช่นนั้นผู้ใดกรอก”“ผู้ดูแลขบวน น่าจะเป็นเฉินฝู ข้าขอพบเขาเพื่อสอบถามได้หรือไม่”“เขาไม่กลับขึ้นเขา”รอยยิ้มของเผยเหวินซูจางลงอย่างเหมาะเจาะ“ข้าจะให้คนตามหา”“หอวินัยส่งคนไปแล้ว”หลิงยวนกล่าวเป็นครั้งแรกเหวินซูหันมองเขาคนทั้งสองสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเหวินซูจะพยักหน้า“เช่นนั้น
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-17
Baca selengkapnya

บทที่ 7 — คนที่อยู่หลังประตู

“จดหมายฉบับนั้นอยู่กับข้า”หลิงยวนกล่าวขึ้นก่อนเยว่ซีจะเอ่ยสิ่งใดนางเงยหน้าจากเศษกระดาษเปื้อนเลือด“ฉบับที่ข้าส่งมาขอบันทึกหรือเจ้าคะ”เขาพยักหน้า แล้วให้อาจารย์ฉินส่งคนไปนำเอกสารจากห้องตนเองไม่นาน กระดาษสองแผ่นก็ถูกวางเคียงกันใต้โคมฉบับในมือหลิงยวนสมบูรณ์ ไม่มีรอยฉีก ข้อความและที่อยู่ครบถ้วน ส่วนเศษกระดาษจากตัวผู้ต้องหามีลายดอกไม้ตรงขอบกับตัวอักษรของเยว่ซีหลงเหลืออยู่ครึ่งบรรทัดนางก้มเข้าไปดูใกล้ ๆ“แผ่นที่ท่านเก็บไม่ใช่ฉบับที่ข้าเขียน”อาจารย์ฉินหยิบมันขึ้น“เจ้าจำได้แน่หรือ”“ก่อนส่ง ข้าทำน้ำหยดตรงคำว่าหลินอัน หมึกจึงซึม ข้ารอให้แห้งแล้วเขียนทับ แต่แผ่นนี้มีเพียงรอยหมึกฟุ้ง ไม่มีเส้นที่ข้าเขียนซ้ำ”หลิงยวนยกกระดาษส่องแสงด้านหลังเรียบเกินไป ไม่มีรอยกดของปลายพู่กัน“วิชาลอกเงาหมึก”เขาวางมันลงอย่างระมัดระวัง“คนเปลี่ยนเก็บสำเนาไว้ในแฟ้ม แล้วเอาต้นฉบับออกไป”เยว่ซีมองที่อยู่ของตนบนกระดาษจดหมายที่หวังว่าจะพาไปหาความจริง กลับพาคนแปลกหน้าไปถึงยายก่อน“อย่าเพิ่งโทษตัวเอง”นางเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงหลิงยวนเขาเลื่อนจดหมายออกจากมือนาง“การส่งคำร้องเข้าสำนักไม่ใช่ความผิด”อาจารย์ฉิ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-17
Baca selengkapnya

บทที่ 8 — พยานที่ยังมีลมหายใจ

รอยล้อรถสิ้นสุดลงกลางลำธารศิษย์หอวินัยสองคนแยกกันตรวจริมฝั่ง ส่วนโม่หลิงยวนย่อตัวลงมองหินใต้น้ำตะไคร่บนก้อนหนึ่งถูกครูดออกเป็นทางเขาเงยหน้ามองต้นหลิวฝั่งตรงข้าม กิ่งต่ำสุดมีเศษผ้าสีเทาติดอยู่ แต่พื้นด้านล่างกลับไม่มีรอยเท้า“พวกมันขึ้นฝั่งตรงนั้นหรือขอรับ” ศิษย์คนหนึ่งถามหลิงยวนส่ายหน้า“ผ้าถูกผูกไว้”เขาชี้ปลายกิ่ง เศษผ้าไม่ได้เกี่ยวค้าง แต่พันรอบกิ่งเป็นปมเล็กคนตามรอยทั่วไปย่อมขึ้นฝั่งไปตรวจและเสียเวลาอยู่ที่นั่นหลิงยวนลุกขึ้น เดินทวนน้ำไปอีกหลายก้าว ก่อนพบรอยขอบล้อบนทรายใต้ตลิ่งรถไม่ได้ข้ามลำธารมันแล่นไปตามน้ำเพื่อกลบรอย แล้วขึ้นฝั่งเดิมไกลออกไป“ส่งข่าวกลับสำนักว่าเปลี่ยนทางไปทางตะวันตก” เขากล่าว “อีกสองคนตามข้ามา”คราวนี้เขาไม่รอให้เห็นรอยล้อครบทุกช่วงบนทางแคบซึ่งมีรถเพียงคันเดียวผ่าน พุ่มไม้ที่ถูกกดกับรอยดินใหม่บอกทิศทางได้มากพอแล้ว⸻ในรถม้าที่โยกคลอน ซูหว่านชิงกำมือซึ่งพันผ้าไว้บนตักปลายนิ้วของนางไม่มีความรู้สึกมาหลายชั่วยาม แต่ทุกครั้งที่ล้อกระแทกหลุม ความปวดกลับแล่นขึ้นมาถึงข้อศอกเฉินฝูนั่งตรงข้าม เขาเก็บห่อเอกสารไว้ใต้เสื้อคลุม ไม่ยอมให้นางละสายตาไปทางหน้าต่าง“ห
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-17
Baca selengkapnya

บทที่ 9 — แสงแรกใต้ผนึก

ป้ายรูปนกสองหัวถูกวางลงบนแผนที่เมืองหลินอันเจ้าสำนักเลื่อนตะเกียงเข้ามาใกล้ ร่องถนนเก่าปรากฏชัดใต้แสงไฟ ส่วนทางตะวันตกเป็นแนวเขาซึ่งมีลำธารไหลผ่านซูหว่านชิงนั่งพิงหมอนบนเก้าอี้ อาจารย์ฉินอนุญาตให้นางออกจากห้องได้เพียงครู่เดียว“รถเข้าทางหุบเขานี้เจ้าค่ะ” นางกล่าว “ก่อนถึงประตูจะได้ยินเสียงน้ำ แต่ตอนเข้าไปแล้วกลับเงียบสนิท”หลิงยวนใช้นิ้วลากตามแนวลำธาร“ท่อส่งน้ำเก่าของเมือง”“ข้าไม่เคยเห็นปากทางจากด้านนอก พวกเขาปิดม่านรถ”เจ้าสำนักหันไปสั่งศิษย์ที่รออยู่“ให้คนเฝ้าทางออกหุบเขาก่อน อย่าเพิ่งเข้าไป ใครออกมาต้องรู้ว่าไปที่ใด”ศิษย์รับคำแล้วรีบจากไปเยว่ซีมองจุดบนแผนที่ซึ่งเคยเป็นจวนสกุลหลินบ้านของนางอยู่ไม่ไกลจากแนวท่อส่งน้ำ“ตอนตรวจเมืองหลังเกิดเหตุ ไม่มีใครพบทางนี้หรือเจ้าคะ”เจ้าสำนักเปิดแผนที่อีกแผ่นเทียบ“พบ แต่ปากท่อพังลงมา ผู้ตรวจบันทึกว่าตันไปแล้ว”หลิงยวนก้มดูเส้นหมึก“หากเปิดใหม่จากฝั่งหุบเขา คนที่ตรวจแต่ในเมืองย่อมไม่เห็น”หว่านชิงหลับตาลงครู่หนึ่ง“ข้างในยังมีคนอยู่”ทุกคนหันไปมองนาง“ครั้งสุดท้ายที่ข้าถูกพาไป มีคนอย่างน้อยเจ็ดคน บางคนเดินไม่ได้แล้ว พวกเขาถูกขังใกล้ห้องปรุ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-17
Baca selengkapnya
Sebelumnya
1234567
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status