Home / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 92 — คนที่อยู่ใกล้ที่สุด

Share

บทที่ 92 — คนที่อยู่ใกล้ที่สุด

last update Petsa ng paglalathala: 2026-10-24 00:52:59

“ยกด้านซ้ายขึ้นอีกนิดเจ้าค่ะ”

เยว่ซีถอยหลบให้ผู้ช่วยขยับแคร่

ปลายไม้ติดอยู่กับธรณีประตู หญิงชราบนแคร่กำขอบผ้าแน่น นางจึงก้มลงบอกให้รอเพียงครู่เดียว โดยไม่เห็นแสงแดงที่สว่างขึ้นบนขื่อด้านหลัง

เสี่ยวถังเห็น

ตอนแรกนางคิดว่าเป็นประกายจากสนามลอดเข้ามาทางกระเบื้องแตก

แต่แสงนั้นขยับ

เศษสีคล้ำหลุดจากซอกไม้ ลอยค้างอยู่ชั่วพริบตา ก่อนเส้นดำจะเหยียดออกจากขอบคมราวกับถูกยิงจากคันธนู

ปลายของมันชี้ตรงกลางหลังเยว่ซี

“เยว่ซี!”

นางหันตามเสียงเรียกไม่ทัน

มือของเสี่ยวถังผลักเข้าที่หัวไหล่

เยว่ซีเซพ้นแนวประตู กระแทกผู้ช่วยคนหนึ่งจนทั้งคู่ล้มลงข้างแคร่

เสียงกระบี่ของจ้าวเฉิงฟันผ่านอากาศ

แสงสีเงินอมฟ้าพุ่งทะลุช่องหน้าต่างเข้ามาพร้อมกัน

แต่เสี่ยวถังอยู่ใกล้เยว่ซีเพียงช่วงแขน

นางก้าวเข้าขวางไปแล้ว

เสียงทึบสั้น ๆ ดังขึ้น

ร่างเพื่อนชะงัก

เยว่ซีเงยหน้าจากพื้น เห็นเสี่ยวถังยืนอยู่ตรงตำแหน่งที่ตนเพิ่งยืน มือข้างหนึ่งยังยื่นมาทางนาง

ตรงใต้ชายโครงมีรอยคล้ำเล็ก ๆ

แล้วเลือดก็ซึมออกมา

คมปราณสีเงินตัดเส้นดำที่เชื่อมกับเศษอาคมขาดสะบั้น กระบี่ของจ้าวเฉิงกดเศษนั้นลงกับกรอบหน้าต่าง ขณะที่หลิงยวนเข้าถึงตัวเสี่ยวถังก่อนเข่าของนางจะกระแทกพื้น

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วจนเสียงเรียกชื่อเมื่อครู่ยังเหมือนค้างอยู่ใต้หลังคา

เยว่ซีมองมือของเพื่อน

มันค่อย ๆ ตกลง

⸻

“เปิดทาง!”

หลิงยวนประคองเสี่ยวถังนอนลงบนพื้นเรียบข้างประตู แสงผนึกจากฝ่ามือปิดรอบบาดแผลทันที

จ้าวเฉิงยังตรึงเศษอาคมไว้

มันดิ้นอยู่ใต้กระบี่ พยายามดึงตัวกลับไปหาเสี่ยวถัง

ผู้อาวุโสสวี่วิ่งเข้ามาพร้อมหีบผนึก เขาตบแผ่นทองแดงทับ ก่อนครอบเศษนั้นลงในกล่องแล้วกดฝาปิดด้วยมือทั้งสอง

เสียงกระแทกดังจากข้างใน

ครั้งเดียว

จากนั้นแสงแดงก็ลอดออกมาตามรอยต่อฝา

“พาคนออกจากเรือนนี้!” เขาสั่งผู้คุม “อย่าหยุดตรงประตู!”

แคร่ที่ติดธรณีถูกยกพ้นไปแล้ว ผู้ช่วยรีบนำหญิงชราออก ส่วนคนอื่นถูกพาไปทางระเบียงอีกฝั่ง

เยว่ซียังนั่งอยู่บนพื้น

นางมองเลือดที่ไหลผ่านนิ้วหลิงยวน

ความคิดเหมือนหยุดลงตรงนั้น

เสี่ยวถังถูกทำร้าย

เมื่อครู่นางยังช่วยจัดเสื้อคลุมให้ตนเองอยู่

เยว่ซียันมือจะลุก ความเจ็บจากฝ่ามือแล่นขึ้นถึงข้อศอก แต่นางแทบไม่รู้สึก

“เสี่ยวถัง…”

เสียงของนางเบามาก

หลิงยวนเงยหน้าขึ้น

“เยว่ซี ถอยให้ผู้รักษาเข้ามาก่อน”

นางขยับตามทันที

เข่าเคลื่อนถอยไปบนพื้นโดยไม่ทันลุก จนอาจารย์ฉินเข้าถึงตัวเสี่ยวถังได้ เสิ่นซูเหอคุกเข่าลงอีกด้าน เปิดหีบยาแล้วตัดผ้ารอบแผลออก

เยว่ซีเห็นเลือดชัดขึ้น

นางรีบหันไปมองใบหน้าเพื่อนแทน

เสี่ยวถังลืมตาอยู่

ดวงตาคู่นั้นกำลังมองหานาง

เยว่ซีคลานเข้าไปทางหัวไหล่ด้านที่ไม่ขวางผู้รักษา

“ข้าอยู่นี่”

ริมฝีปากของเสี่ยวถังขยับ

ไม่มีเสียงออกมาในครั้งแรก

นางพยายามอีกครั้ง

“เจ้า…โดนหรือไม่”

เยว่ซีส่ายหน้ารวดเร็ว

“ข้าไม่เป็นอะไร”

เสี่ยวถังมองรอยเลือดบนแก้มนาง

เยว่ซียกมือแตะทันที

“แผลเดิม เป็นแผลเดิมจากเมื่อกลางวัน”

คำอธิบายหลุดออกมาอย่างร้อนรน

เพื่อนเหมือนจะพยักหน้า แต่ความเจ็บทำให้คิ้วขมวดเข้าหากัน ลมหายใจสะดุดจนหลิงยวนต้องเปลี่ยนตำแหน่งฝ่ามือ

“อย่าเพิ่งพูด” อาจารย์ฉินบอก “เก็บแรงหายใจ”

เสี่ยวถังหลับตาลงครึ่งหนึ่ง

เยว่ซียื่นมือไปหา ก่อนหยุดค้างเพราะไม่รู้ว่าจับตรงไหนแล้วจะทำให้เจ็บเพิ่มหรือไม่

เสิ่นซูเหอเห็น

“จับมือนางได้”

เยว่ซีจึงรับมือเพื่อนขึ้นมาอย่างระมัดระวัง

นิ้วของเสี่ยวถังเย็นกว่าตอนพานางขึ้นบันไดมาก

⸻

เยี่ยจื้อหยวนมาถึงพร้อมเจ้าสำนัก

หลิงยวนยังตรึงปราณอยู่รอบบาดแผล เขาตัดส่วนที่พยายามลามออกมาได้แล้ว แต่รอยคล้ำยังฝังลึกอยู่ใต้ผิว

เยี่ยจื้อหยวนก้มตรวจเพียงครู่เดียว ก่อนวางแผ่นผนึกเสริมตรงด้านข้างลำตัว

“ของที่พุ่งเข้าไปฝากปราณไว้ในแผล ต้องปิดไม่ให้มันไหลเข้าหัวใจ”

“ข้าตรึงอยู่” หลิงยวนตอบ

อาจารย์ฉินตรวจชีพจรแล้วหันหาเสิ่นซูเหอ

“เตรียมห้ามเลือดภายใน ข้าจะลงเข็ม”

เยว่ซีมองมือผู้รักษาที่เคลื่อนไหวรวดเร็ว

ไม่มีใครหยุดช่วย

ไม่มีใครยอมแพ้

แต่นางยังอยากได้ยินสักคนบอกว่าเสี่ยวถังจะไม่ตาย

“นาง…”

คำถามติดอยู่ในลำคอ

เสิ่นซูเหอเงยหน้ามองนางแวบหนึ่ง

“นางยังอยู่กับเรา เยว่ซี ให้ข้ารักษาก่อน”

เยว่ซีพยักหน้า

นางจะไม่ขวาง

จะไม่ร้องจนคนอื่นเสียสมาธิ

นางก้มมองมือที่ประคองอยู่ แล้วใช้หัวแม่มือลูบหลังมือเพื่อนเบา ๆ

“จำตอนฝึกแผ่นอาคมได้หรือไม่”

เสี่ยวถังลืมตาขึ้นนิดหนึ่ง

เยว่ซีพยายามยิ้ม

“เจ้าบอกว่าซ้ายของเจ้ากับซ้ายของข้าไม่เหมือนกัน จ้าวเฉิงถูกควันรมจนต้องย้ายไปอยู่ข้างหน้าต่าง”

จ้าวเฉิงซึ่งยืนเฝ้าอยู่ใกล้ประตูหันมา

มือที่จับกระบี่ของเขาเกร็งแน่น

เยว่ซีไม่ได้มองเขา นางพูดกับเสี่ยวถังต่อ

“ครั้งสุดท้ายข้ามองไม่เห็นทาง แต่เจ้าบอกว่าแสงจะกลับมา…”

เสียงนางสั่น

“แล้วมันก็กลับมา”

นิ้วในมือนางขยับเล็กน้อย

เยว่ซีรีบก้มลงใกล้

เสี่ยวถังพยายามมองหน้านาง

“อย่า…ร้อง”

เยว่ซีเพิ่งรู้ว่าน้ำตาตกลงบนหลังมือเพื่อนแล้ว

นางยกแขนเช็ดอย่างรีบร้อน

“ได้ ข้าจะไม่ร้อง”

แต่น้ำตายังไหล

นางจึงหันหน้าไปเช็ดอีกครั้ง ไม่อยากให้เสี่ยวถังต้องเป็นฝ่ายปลอบทั้งที่กำลังเจ็บ

⸻

กล่องผนึกในมือผู้อาวุโสสวี่สั่นรุนแรงขึ้น

เขาถอยออกไปจากคนเจ็บ วางมันบนพื้นลานด้านนอก แล้วใช้แผ่นอาคมอีกสองแผ่นปิดทับ

แสงแดงยังลอดออกมา

เจ้าสำนักก้าวไปยืนข้างเขา ยกม่านกักรอบกล่องทันที

“ส่วนใหญ่ถูกทำลายไปแล้ว เหตุใดยังมีแรงถึงเพียงนี้”

ผู้อาวุโสสวี่มองรอยสลักที่ค่อย ๆ ปรากฏบนฝา

เส้นเดียวกันกำลังสว่างอยู่ใต้ผนึกตรงแผลเสี่ยวถัง

“มันยังเชื่อมกับปราณที่ฝากไว้ในร่างนาง”

หลิงยวนได้ยิน

เขาเปลี่ยนการกดปราณจากล้อมแผลเป็นตัดทางเชื่อมทีละเส้น

เสี่ยวถังสะดุ้ง

เสียงครางหลุดจากริมฝีปาก

เยว่ซีเงยหน้าขึ้นทันที

“ท่าน…”

“ข้าต้องแยกมันออก” หลิงยวนบอก “อาจเจ็บ แต่ปล่อยไว้ไม่ได้”

นางมองเขา

ใต้แสงอาคม ใบหน้าที่เคยสงบนิ่งเคร่งขรึมจนแทบไม่เคลื่อนไหว สายตาจับอยู่ที่บาดแผล ไม่ปล่อยผ่านแม้การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

เยว่ซีก้มลงหาเพื่อนอีกครั้ง

“ข้าจับมือเจ้าอยู่”

เสี่ยวถังบีบนิ้วนางตอบ

เบามาก

หลิงยวนกดปราณลง

เส้นคล้ำเส้นหนึ่งขาดออกจากรอยแผล กลายเป็นควันดำ ก่อนถูกเยี่ยจื้อหยวนกักไว้ด้วยแผ่นผนึก

กล่องด้านนอกกระแทกพื้นดังปัง

พร้อมกันนั้น เสี่ยวถังก็สูดลมหายใจเฮือกใหญ่

เลือดไหลออกมาจากมุมปาก

เยว่ซีนิ่งไป

เสิ่นซูเหอรีบเช็ดออกให้นาง อาจารย์ฉินเลื่อนนิ้วตรวจชีพจร แล้วเปลี่ยนเข็มอีกตำแหน่งทันที

“ยังมีชีพจร” เขากล่าวชัด ๆ “หลิงยวน ตรึงไว้เช่นนั้น”

เยว่ซีได้ยิน

แต่ภาพเลือดบนริมฝีปากเพื่อนกลับไม่ยอมหายไปจากสายตา

⸻

ยายหวังมาถึงหน้าประตูหลังฝากผู้บาดเจ็บไว้กับผู้ช่วยแล้ว

นางเห็นเสี่ยวถังนอนอยู่บนพื้นก็หยุดกึก

มือจับกรอบประตูแน่น

จ้าวเฉิงรีบเข้าประคอง

“ผู้รักษากำลังช่วยอยู่ขอรับ”

หญิงชราพยักหน้า แต่ใบหน้าซีดลงจนเขาไม่กล้าปล่อยมือ

เยว่ซีหันไปมอง

พอเห็นยาย นางเหมือนจะเรียก แต่เสียงไม่ออก

ยายหวังเดินมาหยุดด้านหลัง ลูบเส้นผมของนางช้า ๆ

“ยายอยู่นี่”

เยว่ซีพยักหน้า

ครั้งนี้คำตอบคุ้นเคยไม่อาจทำให้มือหยุดสั่น

นางมองเสี่ยวถังอีกครั้ง

เพื่อนลืมตาไม่เต็มแล้ว

นิ้วที่เคยบีบตอบกำลังคลายออก

“เสี่ยวถัง”

เยว่ซีก้มลงเรียก

เปลือกตานั้นขยับน้อย ๆ

นางรอ

รอให้เพื่อนมองมาเหมือนทุกครั้ง

แต่เสี่ยวถังไม่ลืมตาขึ้น

“นางหมดสติ” เสิ่นซูเหอบอกทันที “อย่าเขย่าตัวนาง”

เยว่ซีหยุดมือที่กำลังจะยกไปแตะไหล่

นางไม่ได้เขย่า

เพียงประคองมือเพื่อนไว้เหมือนเดิม

แล้วความร้อนที่เคยสะเทือนอยู่ลึกใต้เส้นปราณก็พุ่งขึ้นมาถึงกลางอก

⸻

เยว่ซีหายใจไม่เข้า

เสียงรอบตัวถอยห่างออกไป ทั้งเสียงอาจารย์ฉินสั่งยา เสียงผู้อาวุโสสวี่กดกล่องผนึก และเสียงผู้คุมกันคนออกจากลาน

นางยังมองเห็นทุกคนเคลื่อนไหว

แต่กลับได้ยินเสียงหนึ่งชัดกว่าสิ่งใด

“เยว่ซี!”

เสียงเสี่ยวถังเรียกก่อนผลักนางออกจากทาง

เพื่อนมีเวลาเพียงเท่านั้น

ไม่มีเวลาคิดว่าจะเจ็บตรงไหน

ไม่มีเวลารอให้ใครมาช่วย

นางเห็นแล้วก็ก้าวเข้ามา

เยว่ซีก้มมองมือที่อยู่ในมือตนเอง

มือที่เคยช่วยแย่งผ้าเช็ดโต๊ะจากจ้าวเฉิง มือที่ยื่นข้ามฉากไม้มาแตะกับนางหลังฝึกสำเร็จ มือที่จับแขนนางไว้ตลอดทางในวันนี้

ตอนนี้มันไม่ขยับแล้ว

ความร้อนกลางอกเปลี่ยนเป็นแรงกดมหาศาล

นางพยายามผ่อนลมหายใจ

ทำเหมือนที่หลิงยวนสอน

แต่ทุกครั้งที่สูดเข้า ภาพเสี่ยวถังยืนรับการโจมตีก็กลับมาชัดขึ้น

“เยว่ซี”

หลิงยวนเรียกนาง

เขารับรู้การเปลี่ยนแปลงนั้นก่อนใคร

ปราณที่เคยสงบอยู่ใต้ผนึกกำลังกระแทกขึ้นมาจากภายใน ไม่ใช่ปราณไม้ที่นางใช้จนล้า และไม่ใช่กระแสน้ำที่นางเคยฝึกประคอง

มันลึกกว่านั้น

แรงกว่าที่ควรตื่นในเวลานี้

หลิงยวนยังต้องตรึงแผลเสี่ยวถังไว้ มืออีกข้างจึงยื่นไปแตะข้อมือเยว่ซีอย่างระมัดระวัง

“ฟังเสียงข้า”

นางเงยหน้า

ดวงตาเปียกชื้นมองเขาเหมือนคนที่พยายามจับบางสิ่งไว้ท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยว

“นางยังมีชีวิต” เขาพูดชัดทุกคำ “ข้ากำลังช่วยนางอยู่”

เยว่ซีพยักหน้า

นางได้ยิน

นางอยากเชื่อและรออย่างสงบ

แต่มือเสี่ยวถังยังเย็นอยู่ในอุ้งมือ

“ข้าไม่อยากให้นางตาย”

เสียงนั้นเบาจนแทบเป็นลมหายใจ

หลิงยวนกำลังจะตอบ—

กล่องผนึกด้านนอกกระแทกม่านกักอย่างรุนแรง

รอยแดงบนแผลเสี่ยวถังสว่างวาบ

ร่างของเพื่อนเกร็งขึ้นอีกครั้ง แม้ยังไม่ได้สติ

เยว่ซีสะดุ้ง

นางรู้สึกถึงบางสิ่งในอกตนเองแตกร้าว

ไม่ใช่เสียงดัง

เป็นความรู้สึกเหมือนสิ่งที่กดทับมานานพลันขยับพ้นที่

ปราณมหาศาลทะลักขึ้นมาตามเส้นชีพจร

ผ้าพันแผลรอบมือสั่น

เศษฝุ่นบนพื้นลอยขึ้นจากแผ่นหินทีละเม็ด

เยี่ยจื้อหยวนเงยหน้าทันที

หลิงยวนตวัดสายตาไปหาเจ้าสำนัก

“กั้นคนออกไป!”

เจ้าสำนักหันกลับมาแล้วกางม่านป้องกันโดยไม่ถาม

จ้าวเฉิงประคองยายหวังถอยออกจากแนวปราณ เสิ่นซูเหอก้มป้องตัวเสี่ยวถัง ขณะที่อาจารย์ฉินยังตรึงเข็มไว้ไม่ให้หลุด

เยว่ซีแทบไม่เห็นสิ่งเหล่านั้น

สายตานางจับอยู่ที่รอยคล้ำบนร่างเพื่อน

มันยังเคลื่อนไหว

ยังทำให้นางเจ็บ

ความหวาดกลัวซึ่งบีบรัดหัวใจมาตลอดวันพลันกลายเป็นแรงผลักที่นางหยุดไม่ได้

พื้นหินใต้เข่าแตกร้าว

รอยร้าวพุ่งออกเป็นวง

หลิงยวนประคองเสี่ยวถังไว้แล้วกางม่านสีเงินอมฟ้ารอบผู้รักษา มืออีกข้างยังพยายามส่งปราณเข้าประคองเยว่ซี

แต่ครั้งนี้พลังจากร่างนางไม่ได้ไหลตามเขา

มันดันออกมาเอง

แสงสว่างลอดผ่านระหว่างนิ้วที่เยว่ซีกำมือเพื่อนไว้

นางค่อย ๆ เงยหน้าไปทางกล่องผนึก

“ปล่อยนาง”

สิ้นเสียงนั้น แผ่นหินรอบตัวนางก็ยกขึ้นจากพื้น.

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 97 — ก้าวกลับเข้าสู่ลาน

    เสียงกระบี่ไม้กระทบกันดังขึ้นสามครั้งครั้งที่สี่ เหยียนอวี้หนิงหยุดมือก่อนปลายกระบี่จะถึงไหล่จ้าวเฉิง“เจ้าเปลี่ยนเท้าเร็วเกินไป”จ้าวเฉิงก้มมองเท้าตนเอง“ข้าฝึกมาทั้งชีวิตเพื่อให้เร็วขึ้น วันนี้กลับต้องช้าลงอีก”“ข้าขอให้เจ้าจำลองจังหวะของเขา มิได้ขอให้เจ้าชนะข้า”“คำขอของเจ้าทำร้ายความมั่นใจข้ามาก”เยว่ซีซึ่งนั่งอยู่บนม้านั่งหลุดหัวเราะ ก่อนใช้ปลายกิ่งไม้ขีดเส้นบนดิน“ตอนเขายกกระบี่หนัก ไหล่จะขยับก่อน แต่ตอนส่งปราณดิน เขาจะกดส้นเท้า”อวี้หนิงลดกระบี่แล้วเดินมาดู“หากเขาใช้สองอย่างพร้อมกัน?”เยว่ซีวางกิ่งไม้ทาบเส้นหนึ่ง“ครั้งก่อนเราคิดแต่ทำให้เขาลงเท้าไม่เต็มฝ่าเท้า แต่ถ้าเขายืนมั่นคงอยู่แล้ว เจ้าจะทำอย่างไร”อวี้หนิงมองภาพบนดิน ก่อนใช้รองเท้าลบเส้นตรงกลางทิ้ง“ข้าไม่จำเป็นต้องทำให้เขาล้ม”นางขีดเส้นใหม่ออกไปด้านข้าง“ให้กระบี่เขาไปถึงตำแหน่งที่ต้องการ แล้วข้าไปอีกทาง”จ้าวเฉิงชะโงกมอง“ดี เช่นนั้นคนที่ต้องยืนรับคือข้าหรือ”อวี้หนิงยื่นกระบี่ไม้คืนให้“เจ้าฉลาดขึ้นแล้ว”⸻สิบสองวันผ่านไปนับจากเหตุที่เรือนรักษาคนทั้งสามที่พยายามลักพาตัวผู้ป่วยถูกแยกสอบ บัญชีคลังอาวุธของสำนักต้นสังก

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 96 — คนเจ็บไม่ใช่สิ่งของ

    “ข้าบอกแล้วว่าอาจารย์ของเขาสั่งให้มารับ”ชายในเสื้อคลุมสีเทายื่นป้ายประจำสำนักให้เสิ่นซูเหอเป็นครั้งที่สองนางไม่ได้รับ“และข้าก็บอกแล้วว่าเขายังเดินทางไม่ได้”ด้านหลังชายผู้นั้นมีคนหามเปลสองคนยืนรอ ผ้ารองเปลสะอาด พับผ้าห่มเรียบร้อย แม้แต่หมอนรองศีรษะก็เตรียมมาพร้อมทุกอย่างดูเหมาะกับการรับผู้ป่วยยกเว้นคนที่มารับไม่เคยถามเลยว่าผู้ป่วยเจ็บตรงไหน“เรานำยามาด้วย” ชายชุดเทากล่าว “ระหว่างทางจะมีคนดูแล ไม่รบกวนสำนักชิงเสวียนอีก”“ยาชนิดใด”เขาชะงักเล็กน้อยเสิ่นซูเหอยื่นมือ“ให้ข้าดู”ชายผู้นั้นล้วงขวดจากแขนเสื้อ แต่ก่อนจะวางลงบนฝ่ามือนาง เสียงลงกลอนก็ดังจากประตูด้านหลังคนหามเปลหันขวับศิษย์หอวินัยสองคนเข้ายืนขวางทางออก“ขอตรวจป้ายและหนังสือคำสั่งอีกครั้ง” ผู้คุมกล่าวชายชุดเทาค่อย ๆ เก็บขวดยากลับ“เมื่อครู่ตรวจแล้ว”“ตอนนี้ได้รับคำสั่งให้ตรวจซ้ำ”ความเงียบกดลงกลางโถงบนเตียงด้านใน บุรุษผู้ใช้กระบี่หนักพยายามยันตัวลุก เสิ่นซูเหอหันไปกดไหล่เขาไว้ก่อน“นอนลง”“ข้ารู้จักเขา…”สายตาทุกคู่หันไปทันทีชายชุดเทาถอนหายใจคล้ายหมดความอดทน“เห็นหรือไม่ พวกเรามิใช่คนแปลกหน้า”แต่คนเจ็บกลับมองเขาอย่างส

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 95 — สิ่งที่เถ้าถ่านบอกไม่ได้

    “ข้าอยากเห็นสนาม”หลินเยว่ซีพูดขณะโม่หลิงยวนกำลังพานางกลับจากเรือนเสี่ยวถังเขาหยุดตรงทางแยก ด้านหนึ่งนำกลับเรือนพัก อีกด้านมีรั้วไม้ชั่วคราวขวางอยู่ ไกลออกไปได้ยินเสียงสิ่วกระทบหินเป็นระยะ“วันนี้เจ้าเดินมามากแล้ว”“ขอเพียงดูจากข้างนอก ไม่ลงไป”หลิงยวนมองใบหน้านางเยว่ซีไม่ได้หลบตา“ข้าจำได้แค่ตอนมันแตก แต่จำไม่ได้ว่าข้าทำอะไรลงไปบ้าง หากต้องเริ่มฝึกใหม่ ข้าอยากเห็นให้ชัดก่อน”เขาจึงเปลี่ยนทางเมื่อพ้นแนวต้นไม้ เยว่ซีก็หยุดเดินเองกำแพงเตี้ยหายไปทั้งแถบทางผ่านระหว่างลานกับเรือนเก็บอุปกรณ์กลายเป็นร่องลึก แผ่นหินถูกขนมากองไว้ด้านข้าง บางก้อนแตกละเอียดจนต้องตักใส่กระบุงนางมองจากร่องนั้นไปยังประตูเรือนจากตรงที่นางเคยยืน ถึงตรงที่กำแพงเคยอยู่ ระยะทางไกลกว่าที่จำได้มากเยว่ซีค่อย ๆ กำมือไว้ในแขนเสื้อศิษย์ที่กำลังซ่อมลานคนหนึ่งเงยหน้าเห็นนาง เขาชะงัก ก่อนคารวะแล้วหันไปยกหินต่อ เสียงสิ่วเงียบลงสองสามจุด“มีคนอยู่ตรงกำแพงหรือไม่” นางถาม“ย้ายออกไปก่อนแล้ว”“ถ้าย้ายไม่ทัน…”หลิงยวนมองร่องบนพื้นเช่นเดียวกับนาง“ตอนฝึกครั้งหน้า เราจะเตรียมที่ให้พร้อม และหยุดตั้งแต่เจ้ารู้สึกผิดปกติ”เยว่ซีพย

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 94 — คนที่ยังอยู่ตรงนี้

    เยว่ซีรู้สึกตัวเพราะมีใครบางคนกำลังเช็ดมือให้นางผ้าอุ่นเคลื่อนผ่านปลายนิ้วอย่างเบามือ กลิ่นสมุนไพรลอยอยู่ใกล้จมูก นางพยายามขยับแขน แต่ร่างกายหนักจนทำได้เพียงงอนิ้วเข้าหาฝ่ามือเลือด…นางจำได้ว่ามือคู่นี้เปื้อนเลือด“เสี่ยวถัง…”ผ้าที่กำลังเช็ดมือหยุดลง“นางปลอดภัยแล้ว”เสียงเสิ่นซูเหอดังอยู่ข้างเตียง เยว่ซีฝืนลืมตา เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายผ่านแสงตะเกียงเลือนราง ก่อนพยายามยันตัวลุกความปวดแล่นขึ้นจากใต้ลิ้นปี่ทันทีเสิ่นซูเหอประคองไหล่นางไว้“ค่อย ๆ ขยับ เจ้าเพิ่งฟื้น”“นางอยู่ที่ใดเจ้าคะ”“เรือนข้างกัน อาจารย์ฉินเฝ้าอยู่ เลือดหยุดแล้ว ไม่มีปราณมารเหลือในร่าง”เยว่ซีมองริมฝีปากของผู้พูด ราวกับต้องเห็นทุกคำจึงจะเชื่อได้“จริงหรือเจ้าคะ”เสิ่นซูเหอจับมือนางวางลงบนผ้าห่ม“จริง นางผ่านคืนที่อันตรายที่สุดมาแล้ว”ลมหายใจซึ่งเยว่ซีกลั้นไว้ค่อย ๆ ผ่อนออกนางหันมองรอบห้อง บนโต๊ะมีถ้วยยาและผ้าสะอาด ตรงเก้าอี้ใกล้ประตู โม่หลิงยวนนั่งหลับอยู่โดยยังสวมเสื้อคลุมตัวนอก กระบี่วางพิงอยู่ข้างเข่า มือข้างหนึ่งทอดอยู่บนขอบโต๊ะ“ข้าหลับไปนานเท่าใด”“สามวันสามคืน”เยว่ซีหันกลับมาทันทีแต่เพียงเท่านั้นก็ทำให้เว

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 93 — เพียงให้เจ้าลืมตา

    แผ่นหินรอบตัวหลินเยว่ซียกขึ้นจากพื้นเสียงแตกร้าวลั่นต่อกันไปถึงธรณีประตู ฝุ่นซึ่งควรตกลงกลับลอยขึ้นอยู่ข้างแก้ม รอยเลือดบนมือของนางสว่างวาบท่ามกลางแสงที่ทะลักออกจากปลายนิ้วโม่หลิงยวนรู้สึกถึงแรงกระแทกผ่านฝ่ามือที่ประคองข้อมือนางอยู่ผนึกชั้นหนึ่งกำลังเปิดออก“ท่านเยี่ย รับทางด้านหลัง!”เยี่ยจื้อหยวนยกมือทั้งสองขึ้นทันที อักขระเรียงตัวขวางระหว่างเยว่ซีกับผู้บาดเจ็บที่เหลือ ขณะที่เจ้าสำนักขยายม่านป้องกันคลุมผู้คนริมลานเสิ่นซูเหอโน้มตัวบังเสี่ยวถังไว้ อาจารย์ฉินยังคงกดเข็มตรงจุดชีพจร มืออีกข้างตรึงผ้าห้ามเลือดไม่ยอมปล่อย“เยว่ซี คลายมือก่อน” เสิ่นซูเหอบอก “ให้ข้าดูแลนาง”หญิงสาวไม่ได้หันมาสายตาของนางจับอยู่ที่กล่องผนึกกลางลาน ด้านในมีเสียงกระแทกถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่มันขยับ รอยดำตรงชายโครงเสี่ยวถังก็เต้นตามเยว่ซีเห็นแล้วสิ่งนั้นยังทำร้ายเพื่อนของนางอยู่นางค่อย ๆ วางมือเสี่ยวถังลงข้างตัวเพื่อน ก่อนลุกขึ้นอย่างไม่มั่นคงหินที่ลอยอยู่รอบกายแตกเป็นผงหลิงยวนกางปราณสีเงินอมฟ้ารับแรงด้านข้าง เปลี่ยนแนวที่กำลังพุ่งเข้าหาคนเจ็บให้เบนออกสู่ประตูบานไม้ทั้งสองกระแทกหลุดจากกรอบ!ผู้อาวุ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 92 — คนที่อยู่ใกล้ที่สุด

    “ยกด้านซ้ายขึ้นอีกนิดเจ้าค่ะ”เยว่ซีถอยหลบให้ผู้ช่วยขยับแคร่ปลายไม้ติดอยู่กับธรณีประตู หญิงชราบนแคร่กำขอบผ้าแน่น นางจึงก้มลงบอกให้รอเพียงครู่เดียว โดยไม่เห็นแสงแดงที่สว่างขึ้นบนขื่อด้านหลังเสี่ยวถังเห็นตอนแรกนางคิดว่าเป็นประกายจากสนามลอดเข้ามาทางกระเบื้องแตกแต่แสงนั้นขยับเศษสีคล้ำหลุดจากซอกไม้ ลอยค้างอยู่ชั่วพริบตา ก่อนเส้นดำจะเหยียดออกจากขอบคมราวกับถูกยิงจากคันธนูปลายของมันชี้ตรงกลางหลังเยว่ซี“เยว่ซี!”นางหันตามเสียงเรียกไม่ทันมือของเสี่ยวถังผลักเข้าที่หัวไหล่เยว่ซีเซพ้นแนวประตู กระแทกผู้ช่วยคนหนึ่งจนทั้งคู่ล้มลงข้างแคร่เสียงกระบี่ของจ้าวเฉิงฟันผ่านอากาศแสงสีเงินอมฟ้าพุ่งทะลุช่องหน้าต่างเข้ามาพร้อมกันแต่เสี่ยวถังอยู่ใกล้เยว่ซีเพียงช่วงแขนนางก้าวเข้าขวางไปแล้วเสียงทึบสั้น ๆ ดังขึ้นร่างเพื่อนชะงักเยว่ซีเงยหน้าจากพื้น เห็นเสี่ยวถังยืนอยู่ตรงตำแหน่งที่ตนเพิ่งยืน มือข้างหนึ่งยังยื่นมาทางนางตรงใต้ชายโครงมีรอยคล้ำเล็ก ๆแล้วเลือดก็ซึมออกมาคมปราณสีเงินตัดเส้นดำที่เชื่อมกับเศษอาคมขาดสะบั้น กระบี่ของจ้าวเฉิงกดเศษนั้นลงกับกรอบหน้าต่าง ขณะที่หลิงยวนเข้าถึงตัวเสี่ยวถังก่อนเข่าขอ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status