หน้าหลัก / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 94 — คนที่ยังอยู่ตรงนี้

แชร์

บทที่ 94 — คนที่ยังอยู่ตรงนี้

ผู้เขียน: อวี้จวิน (玉君)
last update วันที่เผยแพร่: 2026-10-24 02:39:52

เยว่ซีรู้สึกตัวเพราะมีใครบางคนกำลังเช็ดมือให้นาง

ผ้าอุ่นเคลื่อนผ่านปลายนิ้วอย่างเบามือ กลิ่นสมุนไพรลอยอยู่ใกล้จมูก นางพยายามขยับแขน แต่ร่างกายหนักจนทำได้เพียงงอนิ้วเข้าหาฝ่ามือ

เลือด…

นางจำได้ว่ามือคู่นี้เปื้อนเลือด

“เสี่ยวถัง…”

ผ้าที่กำลังเช็ดมือหยุดลง

“นางปลอดภัยแล้ว”

เสียงเสิ่นซูเหอดังอยู่ข้างเตียง เยว่ซีฝืนลืมตา เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายผ่านแสงตะเกียงเลือนราง ก่อนพยายามยันตัวลุก

ความปวดแล่นขึ้นจากใต้ลิ้นปี่ทันที

เสิ่นซูเหอประคองไหล่นางไว้

“ค่อย ๆ ขยับ เจ้าเพิ่งฟื้น”

“นางอยู่ที่ใดเจ้าคะ”

“เรือนข้างกัน อาจารย์ฉินเฝ้าอยู่ เลือดหยุดแล้ว ไม่มีปราณมารเหลือในร่าง”

เยว่ซีมองริมฝีปากของผู้พูด ราวกับต้องเห็นทุกคำจึงจะเชื่อได้

“จริงหรือเจ้าคะ”

เสิ่นซูเหอจับมือนางวางลงบนผ้าห่ม

“จริง นางผ่านคืนที่อันตรายที่สุดมาแล้ว”

ลมหายใจซึ่งเยว่ซีกลั้นไว้ค่อย ๆ ผ่อนออก

นางหันมองรอบห้อง บนโต๊ะมีถ้วยยาและผ้าสะอาด ตรงเก้าอี้ใกล้ประตู โม่หลิงยวนนั่งหลับอยู่โดยยังสวมเสื้อคลุมตัวนอก กระบี่วางพิงอยู่ข้างเข่า มือข้างหนึ่งทอดอยู่บนขอบโต๊ะ

“ข้าหลับไปนานเท่าใด”

“สามวันสามคืน”

เยว่ซีหันกลับมาทันที

แต่เพียงเท่านั้นก็ทำให้เวียนศีรษะจนต้องหลับตา

สามวันแล้วหรือ

ความทรงจำสุดท้ายยังชัดราวเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ นางเดินข้างเปล จับมือเสี่ยวถังไว้แน่น แล้วทางเดินตรงหน้าก็ค่อย ๆ มืดลง

“ยาย…จ้าวเฉิง…”

“ปลอดภัยทั้งคู่ อวี้หนิงมีรอยฟกช้ำ แต่ยังเดินมาตามหมอด้วยตนเองได้ ไม่มีผู้ใดเสียชีวิตจากเหตุครั้งนั้น”

นิ้วของเยว่ซีคลายออกจากผ้าห่มทีละนิ้ว

“ดีแล้ว…”

นางอยากถามอีกหลายอย่าง อยากบอกให้หลิงยวนไปนอนบนเตียง อยากรู้ว่าเสี่ยวถังเจ็บมากหรือไม่

แต่เปลือกตากลับหนักขึ้นทุกขณะ

ก่อนหลับลง นางรู้สึกว่ามีมืออีกข้างแตะหน้าผาก

อุ่นและคุ้นเคย

คราวนี้เยว่ซีไม่ได้ฝืนลืมตาอีก

⸻

เมื่อแสงเช้าส่องผ่านหน้าต่าง เยว่ซีตื่นขึ้นพร้อมความหิวจนท้องบิด

นางเพิ่งขยับตัว เสียงท้องก็ดังขึ้นเสียก่อน

อาจารย์ฉินซึ่งกำลังตรวจชีพจรเงยหน้ามอง

เสิ่นซูเหอชะงักมือที่ยกถาดยา

ส่วนหลิงยวนหันไปหยิบหมอนอีกใบมารองหลังให้นางอย่างสงบเกินไป

เยว่ซีดึงผ้าห่มขึ้นปิดท้อง

“ข้าหิว”

“ได้ยินแล้ว” อาจารย์ฉินตอบ

นางก้มหน้าทันที

หมอชรายิ้มเล็กน้อย ก่อนปล่อยข้อมือ

“กินได้ แต่ช้า ๆ อย่าคิดว่าหิวสามวันแล้วต้องกินคืนให้ครบในมื้อเดียว”

เสิ่นซูเหอยกข้าวต้มอุ่นมาวางให้ พร้อมอาหารอ่อนอีกเล็กน้อย เยว่ซีรับช้อนแล้วตักคำแรก ความอุ่นไหลลงคอจนเพิ่งรู้ว่าตนไม่มีแรงเพียงใด

กินไปได้ไม่กี่คำ มือก็เริ่มสั่น

หลิงยวนเลื่อนชามเข้ามาใกล้ แล้วประคองใต้ข้อมือนาง

เยว่ซีเหลือบมองเขา

ใต้ตาของเขามีเงาจาง ๆ

“เมื่อคืนท่านนอนบนเก้าอี้หรือ”

“ข้าหลับได้”

“ข้าไม่ได้ถามว่าหลับได้หรือไม่”

มือของเขาหยุดเล็กน้อย

เสิ่นซูเหอหันไปจัดขวดยาบนโต๊ะ ส่วนอาจารย์ฉินก้มเก็บเข็ม ทั้งสองดูพร้อมใจกันไม่เข้าร่วมการสนทนา

หลิงยวนมองคนบนเตียง

“เจ้ากินให้หมดก่อน”

“แล้วท่านจะไปพักหรือไม่”

“จะไป”

เยว่ซีจึงยอมตักต่อ

อาจารย์ฉินเก็บกล่องเสร็จแล้วกล่าวขึ้นลอย ๆ

“ข้าพูดมาตั้งแต่เมื่อคืน เพิ่งมีคนฟังเอาตอนนี้”

หลิงยวนไม่ได้เถียง

เยว่ซีหลุดยิ้มเป็นครั้งแรก ก่อนรอยยิ้มจะจางเมื่อมองเห็นรอยถลอกเหนือข้อมือเขา

ภาพประตูที่แตกกระจายกลับเข้ามาในหัว

นางวางช้อน

“วันนั้นข้าทำร้ายใครหรือไม่”

หลิงยวนสบตานางทันที

“ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บสาหัสจากพลังของเจ้า พวกเรากันคนออกจากแนวได้ทัน”

“แต่สนาม…”

“กำแพงพังไปหนึ่งแถบ พื้นลานเสียหาย เสาธงกับประตูต้องเปลี่ยน”

เยว่ซีมองมือตนเอง

มันดูเหมือนเดิมทุกอย่าง

นางยังจำได้ว่ามือคู่นี้เคยพยายามดึงรากไม้เล็ก ๆ จนหมดแรง แต่วันนั้นหินทั้งแผ่นกลับแตกต่อหน้าต่อตา โดยที่นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำอย่างไร

“หากครั้งหน้าข้าหยุดไม่ได้อีกเล่า”

คราวนี้ไม่มีใครรีบตอบ

อาจารย์ฉินเลื่อนเก้าอี้เข้ามาใกล้

“ร่างกายเจ้ารับพลังเช่นนั้นไม่ไหว นั่นเป็นเหตุที่หลับไปถึงสามวัน ก่อนจะฝึกอะไรต่อ ต้องให้เส้นปราณฟื้นเสียก่อน”

หลิงยวนวางมือนางลงบนผ้าห่ม

“ผนึกเปิดเพียงส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือยังอยู่ เมื่อเจ้าแข็งแรง เราจะตรวจร่วมกับท่านเยี่ยแล้วเริ่มฝึกควบคุมใหม่”

“ข้าไม่ได้ตั้งใจให้มันออกมา”

“ข้าเห็น”

คำตอบสั้น ๆ ทำให้เยว่ซีเงยหน้าขึ้น

เขาไม่ได้มองนางด้วยสายตาที่มองซากกำแพง

“ครั้งหน้าเราต้องรู้ให้เร็วกว่านั้น ว่ามันกำลังจะเกิดขึ้น”

เยว่ซีพยักหน้าช้า ๆ

นางยังกลัว

แต่ความกลัวเริ่มมีสิ่งที่พอจะลงมือทำได้อยู่ข้างหน้า

⸻

เสี่ยวถังฟื้นแล้วในช่วงสาย

เสิ่นซูเหอนำข่าวมาบอกขณะเยว่ซีกำลังดื่มยา นางวางถ้วยแทบไม่ทัน ก่อนเลิกผ้าห่มออก

หลิงยวนยื่นแขนมาขวางตรงหน้า

“ลองนั่งโดยไม่พิงหมอนก่อน”

เยว่ซีทำทันที

เพียงครู่เดียว ความมืดก็วาบขึ้นตรงขอบสายตา นางต้องคว้าแขนเขาไว้

หลิงยวนประคองกลับลงบนหมอน

“เห็นหรือยัง”

นางกัดริมฝีปากอย่างขัดใจตนเอง

“ข้าอยากเห็นนาง”

เสิ่นซูเหอนั่งลงข้างเตียง

“นางเองก็อยากเห็นเจ้า แต่ตอนนี้พวกเจ้าคนหนึ่งยังนั่งไม่ไหว อีกคนขยับแล้วแผลปริ รออีกสองวัน หากอาจารย์ฉินอนุญาต ข้าจะพาไป”

เยว่ซีมองประตูอยู่พักใหญ่ ก่อนยอมพยักหน้า

“ฝากบอกนางว่าข้าฟื้นแล้วได้หรือไม่เจ้าคะ”

“นางทราบแล้ว”

“แล้วนางว่าอย่างไร”

มุมปากเสิ่นซูเหอยกขึ้นน้อย ๆ

“นางถามว่าเจ้าร้องไห้อีกหรือเปล่า”

เยว่ซีก้มหน้ามองถ้วยยา

“บอกนางว่าไม่ได้ร้อง”

หลิงยวนยื่นผ้าสะอาดให้โดยไม่พูดอะไร

นางรับมาแล้วเช็ดหางตาอย่างรวดเร็ว

“เมื่อครู่ยาขมต่างหาก”

⸻

สองวันต่อมา เยว่ซีได้รับอนุญาตให้ออกจากเรือน

นางเตรียมตัวตั้งแต่เสิ่นซูเหอยังมาไม่ถึง พยายามผูกสายคาดเอวด้วยตนเอง แต่ปลายนิ้วยังไม่มีแรงพอจะดึงปมให้แน่น

หลิงยวนเดินเข้ามาเห็นพอดี

เขาย่อตัวลงตรงหน้า จับปลายสายทั้งสองข้างมาผูกใหม่

“ไปเพียงเรือนข้างกัน ไม่จำเป็นต้องรีบจนเหงื่อออก”

“ข้าไม่ได้รีบ”

เขาเหลือบมองรองเท้าซึ่งนางสวมผิดข้าง

เยว่ซีก้มตามแล้วนิ่งไป

หลิงยวนไม่ได้หัวเราะ

เขาเพียงขยับรองเท้าให้ใหม่อย่างระมัดระวัง ซึ่งกลับทำให้นางอายยิ่งกว่าเดิม

พอออกจากเรือน สายลมเย็นก็พัดเข้าหาใบหน้า

เยว่ซีหยุดอยู่บนขั้นบันไดชั่วครู่

ศิษย์สองคนที่เดินผ่านรีบหลีกทาง คนหนึ่งยกมือคารวะ อีกคนแอบมองมือนางก่อนสะกิดเพื่อนให้เดินต่อ

ไกลออกไป เสียงกระซิบดังมาจากใต้ต้นไม้

“ฟื้นแล้วจริง ๆ ด้วย”

“ได้ยินว่าตอนพลังออกมา แสงขึ้นไปถึงยอดเขา…”

เยว่ซีหันมองหลิงยวน

“ถึงยอดเขาเลยหรือ”

“ข้าอยู่ข้างเจ้า ไม่ได้ขึ้นไปดู”

นางเม้มปากกับคำตอบนั้น ก่อนเหลือบเห็นเสิ่นซูเหอยิ้มอยู่ด้านหลัง

“มีเรื่องอะไรอีกเจ้าคะ”

“มีคนเล่าว่าเจ้าตื่นมาก็กินข้าวต้มสามชาม” เสิ่นซูเหอตอบ

เยว่ซีหยุดเดิน

“ชามเดียว”

“ข้าทราบ ข้าเป็นคนยกให้”

“เช่นนั้นใครเป็นคนเพิ่มอีกสองชาม!”

หลิงยวนประคองข้อศอกให้นางก้าวพ้นหินที่ยื่นขึ้นจากทางเดิน

“เรื่องเล่าเดินเร็วกว่าคนป่วย”

เยว่ซีทำท่าจะตอบ แต่ศิษย์เด็กคนหนึ่งวิ่งมาหยุดตรงหน้าเสียก่อน

เขาคือเด็กที่อวี้หนิงช่วยหลบเศษหินในวันนั้น

เด็กยกมือคารวะอย่างเก้ ๆ กัง ๆ

“ศิษย์พี่หลิน ท่านหายเจ็บแล้วหรือขอรับ”

เยว่ซีมองผ้าพันแผลเล็ก ๆ บนหน้าผากเขา

“ดีขึ้นแล้ว เจ้าเล่า”

“แผลนิดเดียวขอรับ”

เขาล้วงสิ่งหนึ่งออกจากอกเสื้อ เป็นผ้าเช็ดหน้าพับไม่เรียบร้อยนัก

“ของท่าน ข้าเก็บได้ตอนช่วยย้ายของจากเรือนเก็บอุปกรณ์ อาจารย์ซักให้แล้ว”

เยว่ซีรับมา

นางจำรอยเย็บตรงมุมได้ เสี่ยวถังเคยบ่นว่าดอกไม้ที่นางปักดูคล้ายหัวผักกาด

ผ้าผืนนี้คงหล่นตอนนางพยายามห้ามเลือดให้เพื่อน

“ขอบใจ”

เด็กยิ้ม ก่อนวิ่งกลับไปหาเพื่อนตามเสียงเรียก

เยว่ซีลูบรอยเย็บเบา ๆ

สายตาตามทางยังมีอยู่ บางคนอยากรู้ บางคนระวังตัว แต่เด็กเมื่อครู่เพียงนำของมาคืนและถามว่านางยังเจ็บหรือไม่

นางเก็บผ้าไว้ในแขนเสื้อ แล้วเดินต่อ

⸻

เสียงจ้าวเฉิงดังลอดออกมาจากเรือนก่อนเยว่ซีจะถึงประตู

“ข้าบอกแล้วว่าไม่ได้ขโมย ข้าหยิบมาสองอัน คนเจ็บหนึ่ง คนเยี่ยมหนึ่ง ยุติธรรมที่สุด”

“นั่นของกินหลังยาเสี่ยวถัง”

“เช่นนั้นข้ากินยาแทนนางได้หรือไม่”

“ได้” อวี้หนิงตอบทันที “เหลือกากยาอยู่ในหม้อ”

เยว่ซีผลักประตูเข้าไป

จ้าวเฉิงหันมาพร้อมผลไม้เชื่อมครึ่งชิ้นในมือ

ส่วนเสี่ยวถังนอนพิงหมอน ใบหน้าซีด แต่ดวงตาลืมอยู่

เยว่ซีหยุดตรงธรณีประตู

คำพูดที่เตรียมมาตลอดสองวันหายไปหมด

เสี่ยวถังเองก็เงียบลง

ครู่หนึ่ง เพื่อนยกมือขึ้นจากผ้าห่ม

“เข้ามาสิ”

เยว่ซีก้าวไปหาเร็วเกินกำลัง หลิงยวนต้องประคองหลังไว้จนถึงเก้าอี้ข้างเตียง

นางนั่งลง จับมือที่ยื่นมาหาทันที

อุ่นแล้ว

นิ้วที่เคยเย็นจนทำให้นางหวาดกลัวกำลังขยับอยู่ในมือ

เสี่ยวถังมองหน้านาง ก่อนกล่าวเบา ๆ

“เสิ่นซูเหอบอกว่าเจ้าไม่ได้ร้องไห้”

เยว่ซีพยายามยิ้ม

แต่ริมฝีปากกลับสั่น

“ข้าบอกให้นางพูดเช่นนั้นเอง”

เสี่ยวถังหัวเราะออกมาสั้น ๆ แล้วนิ่วหน้าจนทุกคนขยับพร้อมกัน

“อย่าหัวเราะ!” เยว่ซีรีบบอก

“ก็เจ้าพูด…”

“ข้าจะไม่พูดแล้ว”

เสี่ยวถังมองนางทั้งที่ยังเจ็บแผล ก่อนใช้นิ้วเกี่ยวปลายนิ้วเพื่อนไว้

“เช่นนั้นนั่งอยู่ก็พอ”

ห้องเงียบลง

เยว่ซีมองผ้าห่มซึ่งคลุมบาดแผลอยู่ น้ำตาหยดหนึ่งตกลงบนหลังมือโดยห้ามไม่ทัน

“วันนั้นข้าไม่ได้ยินเจ้าเรียกเลย”

“มันเร็วมาก”

“ข้าหันหลังอยู่”

“อืม”

“หากข้าหันมาเร็วกว่านั้น…”

เสี่ยวถังกระชับนิ้วเท่าที่มีแรง

“เยว่ซี มองข้าหน่อย”

นางเงยหน้าขึ้นช้า ๆ

“ข้ายังอยู่”

เยว่ซีสูดลมหายใจ แต่กลับสะอื้นออกมาแทน

เสี่ยวถังพยายามยกมืออีกข้าง เยว่ซีจึงรีบโน้มตัวเข้าไปให้เพื่อนแตะแก้มโดยไม่ต้องขยับแผล

ฝ่ามือนั้นเบามาก

“ข้าเห็นมันจะถึงตัวเจ้าแล้ว ข้าไม่ได้คิดทันหรอก”

“ข้าเกือบเสียเจ้าไป”

“แต่เจ้าช่วยข้าไว้แล้ว”

เยว่ซีส่ายหน้า น้ำตาหยดลงไม่หยุด

เสี่ยวถังไม่พูดต่อ นางเพียงวางมืออยู่ข้างแก้มเพื่อนเช่นนั้น

จ้าวเฉิงก้มมองผลไม้ในมือตน ก่อนวางลงบนจานเงียบ ๆ

อวี้หนิงหันไปเปิดหน้าต่างอีกบานให้ลมเข้ามา

หลิงยวนยืนอยู่หลังเก้าอี้ มือแตะไหล่เยว่ซีเพียงเบา ๆ

ไม่มีใครเร่งให้นางหยุดร้อง

⸻

พักใหญ่ เยว่ซีจึงยอมรับผ้ามาเช็ดหน้า

เสี่ยวถังมองนางแล้วกระซิบ

“ข้าได้ยินว่าเจ้าทำกำแพงพัง”

เยว่ซีชะงัก

จ้าวเฉิงรีบยกมือ

“เรื่องนี้ข้าไม่ได้เล่า”

“เขาเล่าตั้งแต่เสาต้นแรกหักไปทางใด” อวี้หนิงกล่าว

จ้าวเฉิงหันไปมองนางทันที

เสี่ยวถังเม้มปากกลั้นยิ้ม เยว่ซีเห็นแล้วรีบชี้เพื่อน

“ห้ามหัวเราะ”

“ข้ายังไม่ได้หัวเราะ”

“เจ้ากำลังจะหัวเราะ”

“ตอนนี้เจ้าจะห้ามนางหายใจด้วยหรือไม่” จ้าวเฉิงถาม

เยว่ซีหันขวับ เขาจึงหยิบถ้วยยาขึ้นบังหน้า

เสียงขำเบา ๆ ดังจากข้างหน้าต่าง

อวี้หนิงเก็บรอยยิ้มทันทีที่ทุกคนหันไปมอง

“ข้าไม่ได้ทำอะไร”

คราวนี้เยว่ซียิ้มออกมาจริง ๆ

รอยยิ้มยังปนกับคราบน้ำตา แต่เสี่ยวถังเห็นแล้วก็คลายมือที่กำผ้าห่มอยู่

“รอหายก่อน” เพื่อนพูด “ข้าจะไปดูสนามกับเจ้า”

เยว่ซีพยักหน้า

“ข้าจะเดินช้า ๆ”

“เจ้าต้องเดินช้าอยู่แล้ว” หลิงยวนกล่าวจากด้านหลัง

นางเงยหน้ามองเขา

“ข้าพูดกับเสี่ยวถัง”

“ข้าได้ยิน”

จ้าวเฉิงส่ายหน้า พลางหยิบผลไม้เชื่อมชิ้นใหม่ส่งให้เสี่ยวถังหลังดื่มยา

คราวนี้เขารอจนคนเจ็บรับไปก่อน จึงหยิบของตนเอง

⸻

ผู้อาวุโสสวี่มาถึงตอนที่เสิ่นซูเหอเริ่มไล่คนเยี่ยมออกจากห้อง

เยว่ซีหันไปคารวะ แต่เขายกมือห้าม

“นั่งเถิด ข้ามาดูว่าพวกเจ้าเป็นอย่างไร”

เขาถามอาการเสี่ยวถัง ตรวจขาเตียงที่โยกเล็กน้อย แล้วใช้ไม้บางหนุนให้มั่นคง ก่อนเดินออกไปกับหลิงยวน

เยว่ซีเห็นซองกระดาษหลายฉบับในมือเขา

บนซองหนึ่งมีตราสำนักที่นางไม่รู้จัก

ด้านนอก หลิงยวนปิดประตูให้เหลือช่องรับลม

“มีเรื่องใด”

ผู้อาวุโสสวี่ยื่นซองให้ดู

“ขอเข้าเยี่ยมเยว่ซี บางฉบับเสนอหมอ บางฉบับเสนอวิชาช่วยควบคุมปราณ”

“เจ้าสำนักตอบอย่างไร”

“ให้พักฟื้นก่อน ไม่รับแขก”

หลิงยวนกวาดสายตาผ่านชื่อผู้ส่ง ก่อนหยุดที่กระดาษแผ่นล่างสุด

“ฉบับนี้เล่า”

ผู้อาวุโสสวี่ไม่ได้ส่งให้ทันที

“ถามอาการเสี่ยวถัง ขอช่วยค่ารักษา”

หลิงยวนเงยหน้าขึ้น

“รู้จักนางหรือ”

“ข้าถามผู้ถือสารแล้ว เขาบอกว่าไม่เคยพบกันมาก่อน”

ลมพัดผ่านชายคา กระดาษในมือขยับเบา ๆ

ภายในห้อง เยว่ซีกำลังบอกเสี่ยวถังว่าจะกลับมาใหม่วันพรุ่งนี้ เสียงเพื่อนตอบเบาจนฟังไม่ชัด แต่ทำให้นางหัวเราะออกมาอีกครั้ง

หลิงยวนมองประตูอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันกลับมา

“ตรวจของทุกชิ้นก่อนส่งถึงคนเจ็บ รวมถึงยาและจดหมาย”

ผู้อาวุโสสวี่พยักหน้า

“ข้าสั่งไว้แล้ว”

ในห้อง เยว่ซีปล่อยมือเสี่ยวถังอย่างอ้อยอิ่ง

นางดีใจที่ครั้งนี้ยังได้บอกว่าจะมาหาอีก

นอกประตู หลิงยวนพลิกกระดาษฉบับนั้นคว่ำลง

คนส่งเขียนชื่อเสี่ยวถังไว้ถูกต้องทุกตัว

ทั้งที่ไม่เคยรู้จักนางมาก่อนเลย

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 94 — คนที่ยังอยู่ตรงนี้

    เยว่ซีรู้สึกตัวเพราะมีใครบางคนกำลังเช็ดมือให้นางผ้าอุ่นเคลื่อนผ่านปลายนิ้วอย่างเบามือ กลิ่นสมุนไพรลอยอยู่ใกล้จมูก นางพยายามขยับแขน แต่ร่างกายหนักจนทำได้เพียงงอนิ้วเข้าหาฝ่ามือเลือด…นางจำได้ว่ามือคู่นี้เปื้อนเลือด“เสี่ยวถัง…”ผ้าที่กำลังเช็ดมือหยุดลง“นางปลอดภัยแล้ว”เสียงเสิ่นซูเหอดังอยู่ข้างเตียง เยว่ซีฝืนลืมตา เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายผ่านแสงตะเกียงเลือนราง ก่อนพยายามยันตัวลุกความปวดแล่นขึ้นจากใต้ลิ้นปี่ทันทีเสิ่นซูเหอประคองไหล่นางไว้“ค่อย ๆ ขยับ เจ้าเพิ่งฟื้น”“นางอยู่ที่ใดเจ้าคะ”“เรือนข้างกัน อาจารย์ฉินเฝ้าอยู่ เลือดหยุดแล้ว ไม่มีปราณมารเหลือในร่าง”เยว่ซีมองริมฝีปากของผู้พูด ราวกับต้องเห็นทุกคำจึงจะเชื่อได้“จริงหรือเจ้าคะ”เสิ่นซูเหอจับมือนางวางลงบนผ้าห่ม“จริง นางผ่านคืนที่อันตรายที่สุดมาแล้ว”ลมหายใจซึ่งเยว่ซีกลั้นไว้ค่อย ๆ ผ่อนออกนางหันมองรอบห้อง บนโต๊ะมีถ้วยยาและผ้าสะอาด ตรงเก้าอี้ใกล้ประตู โม่หลิงยวนนั่งหลับอยู่โดยยังสวมเสื้อคลุมตัวนอก กระบี่วางพิงอยู่ข้างเข่า มือข้างหนึ่งทอดอยู่บนขอบโต๊ะ“ข้าหลับไปนานเท่าใด”“สามวันสามคืน”เยว่ซีหันกลับมาทันทีแต่เพียงเท่านั้นก็ทำให้เว

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 93 — เพียงให้เจ้าลืมตา

    แผ่นหินรอบตัวหลินเยว่ซียกขึ้นจากพื้นเสียงแตกร้าวลั่นต่อกันไปถึงธรณีประตู ฝุ่นซึ่งควรตกลงกลับลอยขึ้นอยู่ข้างแก้ม รอยเลือดบนมือของนางสว่างวาบท่ามกลางแสงที่ทะลักออกจากปลายนิ้วโม่หลิงยวนรู้สึกถึงแรงกระแทกผ่านฝ่ามือที่ประคองข้อมือนางอยู่ผนึกชั้นหนึ่งกำลังเปิดออก“ท่านเยี่ย รับทางด้านหลัง!”เยี่ยจื้อหยวนยกมือทั้งสองขึ้นทันที อักขระเรียงตัวขวางระหว่างเยว่ซีกับผู้บาดเจ็บที่เหลือ ขณะที่เจ้าสำนักขยายม่านป้องกันคลุมผู้คนริมลานเสิ่นซูเหอโน้มตัวบังเสี่ยวถังไว้ อาจารย์ฉินยังคงกดเข็มตรงจุดชีพจร มืออีกข้างตรึงผ้าห้ามเลือดไม่ยอมปล่อย“เยว่ซี คลายมือก่อน” เสิ่นซูเหอบอก “ให้ข้าดูแลนาง”หญิงสาวไม่ได้หันมาสายตาของนางจับอยู่ที่กล่องผนึกกลางลาน ด้านในมีเสียงกระแทกถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่มันขยับ รอยดำตรงชายโครงเสี่ยวถังก็เต้นตามเยว่ซีเห็นแล้วสิ่งนั้นยังทำร้ายเพื่อนของนางอยู่นางค่อย ๆ วางมือเสี่ยวถังลงข้างตัวเพื่อน ก่อนลุกขึ้นอย่างไม่มั่นคงหินที่ลอยอยู่รอบกายแตกเป็นผงหลิงยวนกางปราณสีเงินอมฟ้ารับแรงด้านข้าง เปลี่ยนแนวที่กำลังพุ่งเข้าหาคนเจ็บให้เบนออกสู่ประตูบานไม้ทั้งสองกระแทกหลุดจากกรอบ!ผู้อาวุ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 92 — คนที่อยู่ใกล้ที่สุด

    “ยกด้านซ้ายขึ้นอีกนิดเจ้าค่ะ”เยว่ซีถอยหลบให้ผู้ช่วยขยับแคร่ปลายไม้ติดอยู่กับธรณีประตู หญิงชราบนแคร่กำขอบผ้าแน่น นางจึงก้มลงบอกให้รอเพียงครู่เดียว โดยไม่เห็นแสงแดงที่สว่างขึ้นบนขื่อด้านหลังเสี่ยวถังเห็นตอนแรกนางคิดว่าเป็นประกายจากสนามลอดเข้ามาทางกระเบื้องแตกแต่แสงนั้นขยับเศษสีคล้ำหลุดจากซอกไม้ ลอยค้างอยู่ชั่วพริบตา ก่อนเส้นดำจะเหยียดออกจากขอบคมราวกับถูกยิงจากคันธนูปลายของมันชี้ตรงกลางหลังเยว่ซี“เยว่ซี!”นางหันตามเสียงเรียกไม่ทันมือของเสี่ยวถังผลักเข้าที่หัวไหล่เยว่ซีเซพ้นแนวประตู กระแทกผู้ช่วยคนหนึ่งจนทั้งคู่ล้มลงข้างแคร่เสียงกระบี่ของจ้าวเฉิงฟันผ่านอากาศแสงสีเงินอมฟ้าพุ่งทะลุช่องหน้าต่างเข้ามาพร้อมกันแต่เสี่ยวถังอยู่ใกล้เยว่ซีเพียงช่วงแขนนางก้าวเข้าขวางไปแล้วเสียงทึบสั้น ๆ ดังขึ้นร่างเพื่อนชะงักเยว่ซีเงยหน้าจากพื้น เห็นเสี่ยวถังยืนอยู่ตรงตำแหน่งที่ตนเพิ่งยืน มือข้างหนึ่งยังยื่นมาทางนางตรงใต้ชายโครงมีรอยคล้ำเล็ก ๆแล้วเลือดก็ซึมออกมาคมปราณสีเงินตัดเส้นดำที่เชื่อมกับเศษอาคมขาดสะบั้น กระบี่ของจ้าวเฉิงกดเศษนั้นลงกับกรอบหน้าต่าง ขณะที่หลิงยวนเข้าถึงตัวเสี่ยวถังก่อนเข่าขอ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 91 — ทางที่มันเลือก

    จ้าวเฉิงถอนกระบี่จากพื้นแล้วฟันซ้ำเส้นดำขาดออกตรงหน้าขั้นบันได ปลายด้านหนึ่งบิดเกร็ง ก่อนสลายเป็นควันเมื่อผู้อาวุโสสวี่ตบแผ่นผนึกลงทับอีกด้านยังเลื้อยต่อมันอ้อมปลายกระบี่ ผ่านใต้ราวไม้ แล้วพุ่งขึ้นไปหาเยว่ซี!นางขยับหลบพร้อมเสี่ยวถังเงาดำเฉี่ยวชายเสื้อคลุม ปักเข้ากับเสาไม้ด้านหลังจนเกิดรอยไหม้ยาว“เข้าห้อง!”เสิ่นซูเหอเปิดประตูรับเยว่ซีถอยเข้าไป แต่ยังไม่ทันพ้นธรณี เงาที่เกาะเสาก็สะบัดตัวกลับมาอีกครั้งผู้อาวุโสสวี่ปาแผ่นทองแดงขนาดเท่าฝ่ามือเข้าขวางแสงอาคมกระแทกมันหลุดจากเสาจ้าวเฉิงฟันลงทันทีคราวนี้เขาไม่ถอนกระบี่ ปราณจากคมกดเส้นดำนั้นติดกับพื้น ขณะที่ผู้อาวุโสสวี่เข้าครอบด้วยกล่องผนึกเสียงขูดแหลมดังอยู่ใต้ฝาแล้วเงียบลง“ถอยจากบันไดให้หมด!”ผู้คุมรีบกันคนออกจากระเบียงเยว่ซีหยุดอยู่ในประตู มือข้างหนึ่งยังจับแขนเสี่ยวถังแน่นเส้นดำถูกจับแล้วแต่ด้านนอก เสียงกระแทกจากร่างใหญ่กลับดังถี่ขึ้นจนพื้นใต้เท้าสั่น⸻หลิงยวนลากปลายกระบี่ผ่านขอบวงผนึกอักขระสีเงินอมฟ้าเชื่อมเข้าหากัน ปิดช่องสุดท้ายที่เงามารพยายามแทงออกมา“รับช่วงด้านนี้”เจ้าสำนักก้าวเข้าประจำตำแหน่งแทนทันทีหลิงยวนพุ่ง

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 90 — ประตูที่ต้องเปิดค้างไว้

    หลิงยวนฟันกระบี่ผ่านข้อมือสีดำแขนของมันขาดออกจากร่างก่อนมือที่กำคอผู้เคราะห์ร้ายจะร่วงถึงพื้น เขาก็คว้าตัวชายผู้นั้นดึงออกมา แล้วถอยพ้นเงาที่ตวัดสวนขึ้นจากรอยแตกกลางอกเสียงหวีดแหลมกรีดผ่านทางเดินเงาสีคล้ำกระโจนตามเจ้าสำนักกระแทกฝ่ามือลงม่านอาคมตั้งขวางระหว่างมันกับคนทั้งสอง แรงปะทะทำให้พื้นหินแตกร้าวเป็นแนวยาว ทว่าแสงยังไม่ดับ“พาคนออก!”อาจารย์ฉินกับผู้ช่วยเข้ารับชายที่หมดสติ หลิงยวนกดแผ่นผนึกปิดรอยคล้ำตรงอกให้ ก่อนหมุนตัวกลับไปหาเงามารมันยืนอยู่หลังม่านสูงกว่าคนเกือบครึ่งตัว ส่วนล่างยังเป็นเส้นดำพันกันไม่หยุด ใบหน้าไร้ดวงตา มีเพียงรอยแยกยาวซึ่งเปิดออกช้า ๆแขนข้างที่ถูกตัดกำลังก่อตัวใหม่หลิงยวนก้าวเข้าหากระบี่สีเงินอมฟ้าฟันลงอีกครั้ง คราวนี้คมปราณผ่านกลางลำตัว แยกเงานั้นออกเป็นสองส่วนส่วนหนึ่งถูกเผาสลายทันทีอีกส่วนกลับแนบลงกับพื้น พุ่งไปตามรอยแตกใต้ม่านป้องกันเยี่ยจื้อหยวนปักแผ่นผนึกสกัดไว้ก่อนมันถึงรั้วหอรักษาพื้นสว่างวาบเงาดำหดกลับราวกับถูกไฟลวก“มันออกจากร่างแล้ว!” เขาตะโกน “ปิดทางใต้พื้นด้วย!”ผู้อาวุโสสองคนแยกไปคนละด้าน กระบี่ปักลงตรงรอยต่อแผ่นหิน อักขระแผ่ออกเป็

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 89 — กระบี่ที่ยังไม่ยอมปล่อยมือ

    หินใต้เท้าศิษย์ผู้นั้นยกตัวขึ้นก่อนหยดสีดำจะถึงรองเท้าเขาเสียหลักหงายหลังเหยียนอวี้หนิงคว้าคอเสื้อแล้วกระชากออกจากลาน ขณะเดียวกันก็ใช้กระบี่ฟันลงตรงรอยต่อพื้นแผ่นหินพลิกขึ้นสิ่งสีดำกระแทกด้านล่างของมัน ก่อนถูกประกบไว้ระหว่างหินสองแผ่นเสียงขูดดังแกรก ๆ อยู่ข้างใน“อย่าเข้าใกล้พื้นตรงนั้น!”อวี้หนิงผลักศิษย์ที่ช่วยไว้ไปทางประตู แล้วหันกลับมาหาชายผู้ใช้กระบี่หนักเขายังคุกเข่าอยู่มือข้างหนึ่งกำข้อมือตนเองแน่นจนเลือดซึมระหว่างนิ้ว ดวงตาจับอยู่ที่แผ่นหินซึ่งกำลังสั่น“นั่น…ออกมาจากข้าหรือ”อวี้หนิงไม่ตอบคำถามนั้น“อย่าฝืนเดินปราณ ผู้รักษากำลังมา”ชายผู้นั้นหอบหายใจเขาพยายามพยักหน้า แต่ทันใดนั้นแขนขวาก็กระตุก กระบี่หนักที่ตกอยู่ข้างตัวครูดพื้นเข้าหามือนิ้วของเขาคว้าด้ามไว้อวี้หนิงถอยหนึ่งก้าวชายผู้นั้นเงยหน้าขึ้น สีหน้าหวาดกลัวอย่างที่นางไม่เคยเห็นบนลานประลอง“หลบ!”กระบี่หนักฟาดลงมา!นางกระโดดออกด้านข้างพื้นหินระเบิดเป็นเศษแหลม สันดินพุ่งตามแนวกระบี่ไปกระแทกเสาระเบียงจนไม้แตกร้าวเสียงร้องดังจากในเรือนมีคนยังออกมาไม่หมดอวี้หนิงเปลี่ยนทิศทันที นางยกกำแพงหินเตี้ยขวางเศษไม้ ก่อนต

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status