Share

ตอนที่ 3

last update Last Updated: 2025-12-31 10:23:56

"ตาภู ทำไมถึงได้ทำหน้าตาน่ากลัวแบบนั้นล่ะ แม่แค่ชวนมาทานดินเนอร์และจะได้ถือโอกาสแนะนำว่าที่เจ้าสาวให้รู้จักแท้ ๆ อย่าทำสีหน้าบอกบุญไม่รับแบบนั้นสิ"

"นี่คุณแม่เอาจริงหรือครับ มันหมดยุคสมัยคลุมถุงชนกันแล้วนะครับ ผมก็นึกว่าคุณแม่จะพูดเล่นเสียอีก"

"พูดเล่นที่ไหนกันล่ะ แล้วนี่อย่าบอกนะว่าลูกลืมไปหมดแล้วน่ะตาภู เรื่องแต่งงานที่เราเคยพูดกันก่อนหน้านี้"

"นี่คุณแม่เอาจริงหรือครับเนี่ย"

"แม่ก็บอกอยู่นี่ไงว่าแม่ไม่ได้พูดเล่น เรื่องแบบนี้ใครจะไปพูดเล่นกัน งั้นแม่ไปดูในครัวก่อนนะ แม่ให้แม่บ้านทำของโปรดลูกด้วย" ภูผาหย่อนกายลงนั่งบนโต๊ะอาหารระหว่างรอมารดาเดินไปในครัว ส่วนข้าวหอมที่เดินลงจากห้องนอนชั้นบนก็เดินลงไปที่ห้องอาหารตามที่กานดาสั่ง

"เธอมันคนเมื่อตอนเช้านี่ มาทำอะไรที่บ้านของฉัน!"

"คุณ...เอ่อ...คุณคนเมื่อเช้านี่คะ"

"ฉันถามว่าเธอมาทำอะไรที่นี่" ร่างสูงลุกขึ้นแล้วเดินไปคว้าต้นแขนเล็กอย่างแรงโดยไม่ยั้งมือ ใบหน้าใสนิ่วหน้าด้วยความเจ็บแล้วเซไปตามแรงดึงของคนตัวสูง

"ฉันเจ็บค่ะคุณ"

"หวังว่าเธอคงจะไม่ใช่ผู้หญิงที่ฉันจะแต่งงานด้วยหรอกนะ คงไม่ใช่สินะ จริงไหม!" ข้าวหอมที่ได้ยินแบบนั้นก็ตกใจยิ่งกว่า เพราะที่เขาถามแบบนี้ก็แสดงว่าคนที่เธอต้องแต่งงานด้วยจะต้องเป็นคน ๆ นี้อย่างแน่นอน

"คุณคือลูกชายของป้าดาหรือคะ"

"ใช่! ฉันถามไปเมื่อกี้เธอไม่ได้ยินหรือไง ถามว่าเธอมาทำอะไรที่นี่น่ะ"

"อ้าว...นี้ทั้งสองคนรู้จักกันแล้วสินะ ดีเลย...งั้นก็ไม่ต้องพูดอะไรมาก เดี๋ยวทานข้าวเสร็จก็คุยรายละเอียดของงานแต่งได้เลย"

"อย่าบอกนะครับคุณแม่ ผู้หญิงที่จะให้ผมแต่งงานด้วยคือคนนี้"

"ใช่แล้วตาภู ทำไมล่ะ ก็ลูกรู้จักกันอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง แบบนี้ก็ยิ่งคุยง่ายเลยสิ"

"ใครบอกว่าผมรู้จักกับผู้หญิงคนนี้กันล่ะครับ"

"อ้าว ก็เห็นคุยกันจับมือถือแขน แม่ก็นึกว่าสนิทสนมกันแล้วน่ะสิ เอาล่ะ ไหน ๆ ก็มากันครบแล้ว เรามาทานข้าวกันเถอะ แม่หิวแล้วล่ะ ส่วนเรื่องแต่งงานเดี๋ยวเราค่อยคุยกัน"

ใบหน้าคมหล่อเหลาก็ทำสีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด ส่วนข้าวหอมก็ทำอะไรไม่ถูก ไม่คิดเลยว่าทำไมโลกถึงกลมขนาดนี้ เธอเพิ่งโดนเขาไล่ออกมาจากบริษัทยังไม่ถึงวันด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้เธอกลับกลายมาเป็นว่าที่ภรรยาของเขาเสียแล้ว

"แล้วนี่คุณพ่อไปไหนล่ะครับ ผมเห็นออกมาจากบริษัทก่อนผมอีก"

"ไปงานเลี้ยงของเจ้าสัวสุพจน์น่ะ แต่วันนี้แม่ไม่ได้ไปด้วยเพราะต้องมารอต้อนรับว่าที่เจ้าสาวของลูกไง"

"เดี๋ยวผมขอคุยกับคุณแม่หน่อยนะครับหลังจากทานอาหารเสร็จ"

"ได้สิลูก" บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเป็นไปด้วยความอึมครึมจนทุกคนรับประทานอาหารเสร็จ ข้าวหอมก็รีบไปช่วยแม่บ้านเก็บโต๊ะอาหารเพราะเธอไม่อยากขัดการสนทนาระหว่างคนทั้งสองที่น่าจะอยากคุยกันแบบส่วนตัวมากกว่า

"หนูไม่ต้องเก็บหรอก ให้แม่บ้านจัดการเถอะ"

"ไม่เป็นไรเลยค่ะ ให้หนูช่วยเถอะนะคะ"

"งั้นก็ตามใจหนูเถอะ"

"ขอบคุณมากค่ะ" หลังจากข้าวหอมเดินเข้าไปในครัวแล้ว ภูผาก็รีบถามมารดาด้วยสีหน้าไม่พอใจทันที

"นี่มันอะไรกันครับคุณแม่ แต่งงานนี่เอาจริงหรือครับ"

"คิดว่าแม่พูดเล่นหรือไงกันตาภู เลิกได้แล้วนะนิสัยที่รักสนุกแต่ไม่ผูกพันกับใครน่ะ แล้วตอนนี้แม่ก็เลือกผู้หญิงให้เรียบร้อยแล้ว แม่ไม่เอาหรอกนะผู้หญิงแบบที่ผ่าน ๆ มาของลูกน่ะ อายุก็สามสิบแล้วควรจะจริงจังกับผู้หญิงแค่คนเดียวแล้วสร้างชีวิตคู่ได้แล้วนะลูก"

"จะมีภาระผูกพันให้มันยุ่งยากทำไมล่ะครับ ผมก็อยู่ของผมแบบนี้มาตลอด แล้วก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใครด้วย ผู้หญิงก็เหมือนของกิน ถ้ากินแต่ของเดิม ๆ ซ้ำ ๆ มันก็น่าเบื่อและจำเจจะตาย ถ้าเบื่อก็แค่เปลี่ยรสชาติใหม่ไปเรื่อย ๆ แบบนี้มันดีกว่ากันเป็นไหน ๆ นะครับ"

"แม่ไม่เคยสอนให้ลูกดูถูกผู้หญิงแบบนี้เลยนะ แบบนี้มันก็เหมือนดูถูกแม่เหมือนกันนะตาภู เพราะแม่ก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน แต่แม่ก็ผิดเองที่ตามใจลูกทุกอย่างมากเกินไปจนทำให้เสียนิสัยแบบนี้"

"ผมไม่ได้หมายถึงแบบนั้นนะครับ ผมจะไปว่าคุณแม่ได้ยังไง ผมก็แค่ยกตัวอย่างแค่นั้นเอง อย่าคิดว่าผมจะยอมรับข้อเสนอบ้า ๆ แบบนี้นะครับ จะให้ผมแต่งงานแล้วซื่อสัตย์กับผู้หญิงแค่คนเดียวแบบนั้น ผมไม่มีวันทำแน่นอน ถ้าเป็นแบบนั้นจริงชีวิตคงจะน่าเบื่อมากแน่ ๆ ผมไม่มีทางทำอะไรอย่างนั้นแน่นอน แบบนี้ชีวิตผมก็ขาดสีสันพอดีสิครับ"

"จำที่เราเคยคุยกันได้หรือเปล่า"

"เรื่องอะไรครับ"

"ถ้าลูกยังไม่มีครอบครัวหรือมีลูกให้แม่ก่อนอายุสามสิบ แม่จะหาผู้หญิงให้ไง"

"แต่ผมยังอยากมีอิสระนะครับ แต่งงานอะไรนั่นมันไม่ต่างอะไรจากคุกเลย มันทำให้ชีวิตขาดอิสระและสีสัน เป็นคนมีพันธะมันวุ่นวายจะตาย กระดิกตัวไปไหนก็ไม่ได้ ชีวิตแบบนี้มันสนุกตรงไหน แบบนี้มันยิ่งกว่าต้นไม้เหี่ยวเฉาอีกนะครับ"

"แต่จนป่านนี้แล้วลูกก็ยังมีหลานให้แม่ไม่ได้ แถมยังไม่พาลูกสะใภ้เป็นตัวเป็นตนมาแนะนำให้แม่รู้จักอีก แล้วผู้หญิงแต่ละคนที่เป็นข่าวก็จัดจ้านกันทั้งนั้น แบบนี้จะเป็นแม่ของลูกไหวไหม จะดูแลหลานของแม่ได้ดีหรือเปล่า"

"หวังว่าคงจะจำได้นะ ถ้าลูกไม่มีทายาท ทรัพย์สมบัติทั้งหมดของตระกูลเรา พ่อของลูกก็คงไม่มีวันวางมือจากธุรกิจนี้เด็ดขาด ยังไงก็สงสารสภาพร่างกายของพ่อบ้างนะ จะให้โหมงานหนักเหมือนวัยหนุ่มสาวมันไม่ได้แล้ว หรือลูกอยากจะเห็นพ่อล้มป่วยไปก่อนล่ะ"

"แต่การใช้ชีวิตอิสระมันก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่ครับ ส่วนผมถ้าไม่มีทายาทแล้วมันจะเป็นผลกระทบอะไรกับบริษัทเราล่ะครับคุณแม่ การไม่มีทายาทของผมมันจะทำให้ธุรกิจของเราเดินหน้าไปไม่ได้เลยหรือครับ"

"มันจะเดินหน้าไปได้ยังไงล่ะ ถ้าไม่มีคนสืบทอดต่อจากลูก แล้วธุรกิจที่บรรพบุรุษของเราสร้างขึ้นมาด้วยนำพักน้ำแรงอย่างยากลำบากล่ะ จะต้องมาจบลงในรุ่นของลูกแบบนั้นหรือไง"

"แต่คุณแม่ครับ"

"แม่จะพูดอีกครั้งเดียว ถ้าลูกอยากมีแนวทางชีวิตเป็นของตัวเองก็ตามใจ แต่แม่ก็จะตัดหางปล่อยวัดลูกเหมือนกัน ชีวิตเสเพลแบบนั้นมันดีตรงไหน มันก็แค่ความสนุกชั่วครั้งชั่วคราว แม่คงจะไม่ยอมให้คนที่อยู่อย่างไร้จุดหมายไปวัน ๆ และไม่มีระเบียบแบบแผนในชีวิตมาบริหารกิจการครอบครัวของเราได้หรอกนะ แบบนี้แม่จะกล้าฝากอนาคตของธุรกิจเราให้ลูกได้ยังไง"

"คุณแม่ครับ"

"เอาล่ะ ไม่มีเวลาคิดแล้วนะ ถ้าจะตัดสินใจยังไงก็บอกแม่มาตอนนี้เลย ถ้าลูกไม่ตกลงแม่ก็จะได้บอกหนูข้าวหอมให้ยกเลิกงานแต่งไป ทุกอย่างมันไม่ใช่เรื่องล้อเล่น จะเอายังไงก็รีบบอกมาเถอะ แม่ไม่มีเวลาว่างมากนักหรอกนะ"

"แล้วแม่จะให้ผมแต่งงานกับผู้หญิงบ้านนอกเซ่อซ่าคนนั้นเนี่ยนะครับ"

"หยุดเดี๋ยวนี้นะ ถ้ายังว่าหนูข้าวหอมแบบไม่ให้เกียรติอีกก็ไม่ต้องมาคุยกันแล้ว หนูข้าวหอมน่ะไม่เหมือนผู้หญิงแบบที่แกเคยเล่น ๆ ด้วยหรอกนะตาภู ผู้หญิงที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตนกับผู้ใหญ่และนิสัยน่ารักแบบนี้น่ะหาไม่ได้ง่าย ๆ หรอกนะ ถ้าได้รู้จักกับหนูข้าวหอมมากขึ้น ลูกจะต้องหลงรักอย่างแน่นอน"

"ไม่มีทาง! ผู้หญิงแบบนั้นไม่ใช่สเปกของผมเลยด้วยซ้ำ เจอครั้งแรกก็ไม่ถูกชะตาแล้วครับ จะให้กล้ำกลืนฝืนทนแต่งงานด้วยก็พอได้อยู่ แต่ถ้าให้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วย แถมยังต้องมีลูกด้วยกันอีก ผมนึกภาพไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่ามันจะเป็นยังไง"

"เลิกพูดให้ร้ายคนอื่นได้แล้วนะตาภู ตกลงจะเอายังไง"

"พูดอย่างกับว่าผมมีทางเลือกมากมายนักแหละครับ"

"งั้นก็เป็นอันตกลงตามนี้นะ จำที่เราเคยพูดกันได้ไหม"

"อะไรอีกล่ะครับคุณแม่"

"ภายในหนึ่งปีต้องมีหลานให้แม่ด้วย หวังว่าคงยังไม่ลืมนะ"

"ทำไมมันยุ่งยากวุ่นวายแบบนี้นะ"

"ถ้าไม่ทำแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ถ้ามันยากนักก็ไม่ต้องทำหรอกนะ"

"เฮ้อ...อะไรกันเนี่ย แล้วผมมีสิทธิ์เลือกอะไรได้บ้างล่ะ"

"นี่แม่เป็นห่วงอนาคตลูกจริง ๆ นะ ถ้าขืนยังควงสาวไม่ซ้ำหน้าอยู่แบบนี้ไปเรื่อย ๆ ใช้ชีวิตเหลวไหลแบบนี้ต่อไป อนาคตก็คงต้องอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยวไปจนตายแน่ ๆ"

"พอเถอะครับ ผมเข้าใจแล้วครับ อยากจะทำอะไรก็เชิญเลย แค่มีหลานให้คุณแม่เท่านั้นก็พอใช่ไหมล่ะครับ ถ้ามีหลานให้แม่แล้ว ผมจะทำยังไงกับชีวิตของตัวเอง แม่ก็จะไม่ห้ามแล้วใช่ไหมครับ"

"ก็ตามนั้นแหละ"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธนาการร้าย พ่ายรัก   ตอนที่ 6

    "เป็นอย่างที่ฉันคิดจริง ๆ สินะ นึกแล้วไม่มีผิดเลย""อะ...โอ๊ย!""จะหนีไปไหนล่ะ คิดว่าทำอะไรกับฉันไว้แล้วจะหนีไปง่าย ๆ หรือไง คิดตื้นไปหน่อยล่ะมั้ง" ข้อเท้าเล็กถูกมือใหญ่จับไว้ก่อนจะใช้แรงทั้งหมดกดคนตัวเล็กลงบนเตียงอีกครั้ง จากนั้นก็ฉีกกระโปรงออกตามเสื้อไปจนร่างกายขาวผ่องเหลือเพียงแค่ชุดชั้นในเท่านั้น"ฉันก็บอกความจริงไปแล้ว ปล่อยฉันเถอะนะคะ""เธอคิดว่าคนอย่างฉันจะปล่อยให้คนที่มาลอบกัดข้างหลังลอยนวลไปหรือไง มันต้องสั่งสอนให้หลาบจำ จะได้ไม่ต้องไปทำแบบนั้นอีก เธอผิดเองนะที่กล้ามาหัวหมอกับคนอย่างฉัน""อื้อ...จะ...เจ็บ ปล่อยฉันเถอะนะคะ" เนินอกสวยภายใต้ชุดชั้นในสีหวานถูกมือใหญ่ขย้ำอย่างแรง เธอทั้งเจ็บทั้งอายเพราะเป็นครั้งแรกที่โดนผู้ชายสัมผัสร่างกายแบบนี้ ด้วยสภาพที่หมิ่นเหม่แทบจะเปลือยกายล่อนจ้อนข้าวหอมพูดอะไรไม่ออกและร่างกายก็ถึงตรึงด้วยร่างแกร่ง ได้แต่คิดในใจว่าเธอคิดผิดเหลือเกินที่โกหกออกไปแบบนั้น เพราะยิ่งกระตุ้นให้เขาโกรธเคืองเธอมากกว่าเดิมอีก"ช่วยไม่ได้นะ เธอมายั่วให้ฉันไม่พอใจเอง เตรียมรับผลกรรมที่ทำไว้ด้วยแล้วกัน เพราะฉันไม่มีวันยกโทษให้!" อาภรณ์ชิ้นสุดท้ายถูกมือหนากระตุกออกด้วยค

  • พันธนาการร้าย พ่ายรัก   ตอนที่ 5

    ข้าวหอมกดลิฟต์ไปยังชั้นแผนกบุคคล เพราะเธอเคยมาที่นี่ครั้งหนึ่งแล้วจึงไม่ได้ถามรายละเอียดอะไรกับใครอีก แล้วก็ตรงไปที่ชั้นนั้นทันทีข้าวหอมระมัดระวังตัวเองมากขึ้น ทุกย่างก้าวต้องมีสติจะผิดพลาดแบบที่ผ่านมาไม่ได้อีกแล้ว"เริ่มทำงานวันนี้ได้เลยนะ เดี๋ยวจะให้คนนำทางไปที่ฝ่ายการตลาด""ของคุณมากนะคะ" ข้าวหอมยกมือไหว้ด้วยความนอบน้อม ก่อนจะเดินตามคนนำทางไปที่ห้องของฝ่ายการตลาดซึ่งต้องขึ้นลิฟต์ไปอีกหลายชั้น"เด็กคนนี้ใช่คนที่โดนบอสไล่ออกตั้งแต่วันแรกที่มาสมัครงานเมื่อวันก่อนหรือเปล่า""จริงหรือ ฉันก็ว่าอยู่หน้าตาคุ้น ๆ นะ""ใช่แน่นอน เพราะฉันเป็นคนพาน้องเขาออกไปจากบริษัทเอง ฉันจำหน้าตาได้แม่น ใช่เด็กคนนั้นอย่างแน่นอน""แปลกนะ ทั้ง ๆ ที่โดนไล่ออกแล้วแต่ทำไมยังกลับเข้ามาทำงานที่นี่ได้อีกล่ะ""เป็นเด็กเส้นหรือเปล่านะ หรือไม่ก็พ่อแม่มีเงิน เป็นลูกคุณหนูงี้หรือเปล่า""นั่นสิ จะใช่ไหมนะ ทำบอสหัวเสียขนาดนั้นแต่กลับเข้ามาทำงานที่นี้ได้ก็ไม่ธรรมดาแล้วล่ะ""อย่ามัวแต่นินทาอยู่เลย เดี๋ยวบอสมาได้ยินก็เป็นเรื่องหรอก แยกย้ายกันไปทำงานได้แล้ว""ทำงานได้ดีเลยนี่ เคยทำงานที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า""ไม่มีประสบการณ์เล

  • พันธนาการร้าย พ่ายรัก   ตอนที่ 4

    งานแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย โดยมีผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายและคนในครอบครัวของแต่ละฝ่ายที่มาร่วมเป็นสักขีพยานเท่านั้น เพราะนั่นคือคำขอของภูผาเองหลังจากที่สวมแหวนแต่งงานและถ่ายรูปเสร็จ งานแต่งงานเล็ก ๆ แต่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของครอบครัวอย่างเต็มเปี่ยมก็ทำให้ข้าวหอมยิ้มออกมาได้บ้าง แต่ก็ยิ้มได้เพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น เพราะคนข้างกายเธอได้แต่ทำหน้าบอกบุญไม่รับ แล้วเธอก็ไม่เคยเห็นรอยยิ้มของเขาปรากฎบนใบหน้าหล่อเหลาเลยแม้แต่ครั้งเดียวรถหรูสองคันเคลื่อนตัวออกไปจากบ้านหลังใหญ่ จุดหมายปลายทางคือคอนโดหรูที่เป็นห้องชุดแบบเพนท์เฮ้าส์ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงที่ราคาสูงลิ่ว ทั้งสองครอบครัวกำลังส่งตัวเจ้าบ่าวและเจ้าสาวไปที่นั่น เพราะเป็นคอนโดที่ภูผาอาศัยอยู่เป็นหลักมาหลายปีแล้ว แถมยังเดินทางสะดวกและไม่ไกลจากบริษัทด้วย"แม่ดีใจด้วยนะลูกที่ได้เป็นฝั่งเป็นฝาสักที จงเป็นภรรยาที่ดีและดูแลสามีให้ดีที่สุดด้วยนะลูก ขอให้ลูกมีความสุขในคืนแต่งงานนับตั้งแต่วันนี้และตลอดไปนะ""ขอบคุณมากนะคะคุณแม่""แม่ขอฝากลูกสาวด้วยนะลูก" มารดาของข้าวหอมหันไปพูดกับเจ้าบ่าวที่ฝืนยิ้มเล็กน้อย ซึ่งยุพินก็ทราบดีว่าเป็นการแต่งงานแบ

  • พันธนาการร้าย พ่ายรัก   ตอนที่ 3

    "ตาภู ทำไมถึงได้ทำหน้าตาน่ากลัวแบบนั้นล่ะ แม่แค่ชวนมาทานดินเนอร์และจะได้ถือโอกาสแนะนำว่าที่เจ้าสาวให้รู้จักแท้ ๆ อย่าทำสีหน้าบอกบุญไม่รับแบบนั้นสิ""นี่คุณแม่เอาจริงหรือครับ มันหมดยุคสมัยคลุมถุงชนกันแล้วนะครับ ผมก็นึกว่าคุณแม่จะพูดเล่นเสียอีก""พูดเล่นที่ไหนกันล่ะ แล้วนี่อย่าบอกนะว่าลูกลืมไปหมดแล้วน่ะตาภู เรื่องแต่งงานที่เราเคยพูดกันก่อนหน้านี้""นี่คุณแม่เอาจริงหรือครับเนี่ย""แม่ก็บอกอยู่นี่ไงว่าแม่ไม่ได้พูดเล่น เรื่องแบบนี้ใครจะไปพูดเล่นกัน งั้นแม่ไปดูในครัวก่อนนะ แม่ให้แม่บ้านทำของโปรดลูกด้วย" ภูผาหย่อนกายลงนั่งบนโต๊ะอาหารระหว่างรอมารดาเดินไปในครัว ส่วนข้าวหอมที่เดินลงจากห้องนอนชั้นบนก็เดินลงไปที่ห้องอาหารตามที่กานดาสั่ง"เธอมันคนเมื่อตอนเช้านี่ มาทำอะไรที่บ้านของฉัน!""คุณ...เอ่อ...คุณคนเมื่อเช้านี่คะ""ฉันถามว่าเธอมาทำอะไรที่นี่" ร่างสูงลุกขึ้นแล้วเดินไปคว้าต้นแขนเล็กอย่างแรงโดยไม่ยั้งมือ ใบหน้าใสนิ่วหน้าด้วยความเจ็บแล้วเซไปตามแรงดึงของคนตัวสูง"ฉันเจ็บค่ะคุณ""หวังว่าเธอคงจะไม่ใช่ผู้หญิงที่ฉันจะแต่งงานด้วยหรอกนะ คงไม่ใช่สินะ จริงไหม!" ข้าวหอมที่ได้ยินแบบนั้นก็ตกใจยิ่งกว่า เพราะ

  • พันธนาการร้าย พ่ายรัก   ตอนที่ 2

    "คุณแม่คะ เรื่องแต่งงานนี่มันยังไงกันคะ ทำไมหนูไม่เห็นรู้เรื่องเลย แล้วที่คุณแม่อยากให้หนูมาทำงานที่กรุงเทพฯ นี่ ความจริงแล้วอยากให้หนูมาแต่งงานหรือเปล่าคะ""แม่รู้ก็จริงลูก แต่แม่อยากให้หนูตัดสินใจเอง อีกอย่างพ่อของลูกก็ไม่กล้าปฏิเสธเพราะเป็นรุ่นพี่ที่มีบุญคุณกับพ่อของลูก แม่จึงให้หนูเป็นคนตัดสินใจ ถ้าไม่อยากแต่งก็บอกกับผู้ใหญ่ไปตรง ๆ นะลูก ยังไงการที่ลูกปฏิเสธเองก็น่าจะดีกว่า""แล้วทำไมคุณแม่ถึงไม่ปฏิเสธไปตั้งแต่แรกเลยล่ะคะ ถึงจะเกรงใจแต่ทำไมต้องให้หนูเป็นคนพูดเอง คนที่ไม่เคยเห็นหน้าและไม่เคยรู้จักนิสัยใจคอกันมาก่อน ต่อให้ต้องบังคับแต่งงานก็ไม่มีใครยอมแต่งอยู่แล้วล่ะคะ""แม่ขอโทษนะลูก แต่แม่แค่คิดว่าถ้าลูกไปคุยเอง ถึงลูกจะปฏิเสธแต่ลูกก็ยังทำงานที่บริษัทต่อได้ เพราะแม่ก็ได้คุยกับคุณกานดาไว้แล้วว่าฝากให้ลูกได้ทำงานที่บริษัทด้วย ส่วนตำแหน่งก็พิจารณาตามความเหมาะสม""แต่ถ้าหนูปฏิเสธล่ะคะ หนูยังจะได้ทำงานไหม คุณป้าคนนั้นจะโกรธเราไหมคะคุณแม่ เฮ้อ...ทำไมหนูต้องออกหน้าด้วยล่ะคะ แบบนี้ก็ลำบากใจแย่เลย""แต่แม่ไม่ได้ต้องการที่จะยัดเยียดให้หนูต้องแต่งงานหรอกนะ หนูอาจจะคิดว่าแม่แก้ตัวก็ไม่เป็นไร

  • พันธนาการร้าย พ่ายรัก   ตอนที่ 1

    "สวัสดีค่ะคุณแม่ เพิ่งมาถึงขนส่งค่ะ ใช่ค่ะ เพิ่งลงจากรถตอนนี้กำลังจะไปเรียกแท็กซี่ค่ะ""แล้วนี่ลูกจะไปที่บริษัททันไหม เข้าทำงานวันนี้วันแรกไม่ใช่หรือไง""หนูว่าจะฝากสัมภาระไว้ที่หมอชิตก่อนน่ะค่ะ แล้วค่อยกลับมาเอาตอนเลิกงาน เดี๋ยวหนูจะหาที่อาบน้ำก่อนแล้วจะได้เข้าไปที่บริษัทเลย""ถ้าเลิกงานแล้วอย่าลืมโทรไปตามเบอร์ที่แม่ส่งไปให้ด้วยล่ะลูก""ได้ค่ะคุณแม่ งั้นหนูขอไปเตรียมตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวจะไปเข้างานไม่ทัน เริ่มงานวันแรกด้วย""ตั้งใจนะลูก พอไปยื่นใบสมัครงานเสร็จแล้วอย่าลืมโทรไปเบอร์เบอร์ที่ส่งให้ในไลน์ด้วยล่ะ แม่ขออวยพรให้การทำงานวันแรกผ่านไปด้วยดีนะลูก แม่เป็นกำลังใจให้""ขอบคุณมากค่ะคุณแม่ งั้นหนูขอวางสายก่อนนะคะ"ข้าวหอมรีบอาบน้ำที่จุดบริการอาบน้ำอย่างรวดเร็ว หลังจากที่เอาสัมภาระไปฝากไว้ที่จุดรับฝากกระเป๋าแล้ว เธอก็รีบไปเรียกแท็กซี่เพื่อไปยังบริษัทนำเข้ารถยนต์ที่เธอต้องไปยื่นใบสมัครเพื่อยืนยันการเป็นพนักงานในวันนี้ข้าวหอมเงยหน้ามองตึกสูงด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะสูดหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อเรียกความมั่นใจให้กับตัวเอง แล้วเดินเข้าไปที่ประชาสัมพันธ์พร้อมกับถือแก้วกาแฟที่แวะซื้อข้างทาง แล้วเข้า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status