LOGINข้าวหอมกดลิฟต์ไปยังชั้นแผนกบุคคล เพราะเธอเคยมาที่นี่ครั้งหนึ่งแล้วจึงไม่ได้ถามรายละเอียดอะไรกับใครอีก แล้วก็ตรงไปที่ชั้นนั้นทันที
ข้าวหอมระมัดระวังตัวเองมากขึ้น ทุกย่างก้าวต้องมีสติจะผิดพลาดแบบที่ผ่านมาไม่ได้อีกแล้ว
"เริ่มทำงานวันนี้ได้เลยนะ เดี๋ยวจะให้คนนำทางไปที่ฝ่ายการตลาด"
"ของคุณมากนะคะ" ข้าวหอมยกมือไหว้ด้วยความนอบน้อม ก่อนจะเดินตามคนนำทางไปที่ห้องของฝ่ายการตลาดซึ่งต้องขึ้นลิฟต์ไปอีกหลายชั้น
"เด็กคนนี้ใช่คนที่โดนบอสไล่ออกตั้งแต่วันแรกที่มาสมัครงานเมื่อวันก่อนหรือเปล่า"
"จริงหรือ ฉันก็ว่าอยู่หน้าตาคุ้น ๆ นะ"
"ใช่แน่นอน เพราะฉันเป็นคนพาน้องเขาออกไปจากบริษัทเอง ฉันจำหน้าตาได้แม่น ใช่เด็กคนนั้นอย่างแน่นอน"
"แปลกนะ ทั้ง ๆ ที่โดนไล่ออกแล้วแต่ทำไมยังกลับเข้ามาทำงานที่นี่ได้อีกล่ะ"
"เป็นเด็กเส้นหรือเปล่านะ หรือไม่ก็พ่อแม่มีเงิน เป็นลูกคุณหนูงี้หรือเปล่า"
"นั่นสิ จะใช่ไหมนะ ทำบอสหัวเสียขนาดนั้นแต่กลับเข้ามาทำงานที่นี้ได้ก็ไม่ธรรมดาแล้วล่ะ"
"อย่ามัวแต่นินทาอยู่เลย เดี๋ยวบอสมาได้ยินก็เป็นเรื่องหรอก แยกย้ายกันไปทำงานได้แล้ว"
"ทำงานได้ดีเลยนี่ เคยทำงานที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า"
"ไม่มีประสบการณ์เลยค่ะ ตั้งแต่เรียนจบมาเพิ่งจะได้ทำงานที่นี่เป็นที่แรกเลย แต่ตอนที่ฝึกงานช่วงปีสี่ก่อนเรียนจบเคยไปฝึกงงานที่บริษัทมาสองเดือนค่ะ ก็เลยได้ประสบการณ์จากตรงนั้นมานิดหน่อย"
"ถือว่าเริ่มต้นได้ดีเลย ค่อย ๆ ฝึกทำรายละเอียดปลีกย่อยแล้วศึกษาการทำงานของปีก่อน ๆ ไปก่อนนะ เดี๋ยวพอเข้าใจแล้วก็จะให้ลองทำในขั้นตอนที่ยากขึ้น ลองทำแบบนี้ไปสักหนึ่งสัปดาห์ก่อนแล้วกัน"
"ขอบคุณมากค่ะหัวหน้า ฉันจะตั้งใจทำงานอย่างสุดความสามารถเลยล่ะค่ะ"
"ดี ถ้าไปได้สวยเดี๋ยวอีกหนึ่งสัปดาห์จะพาไปเลี้ยงต้อนรับน้องใหม่ก็แล้วกัน"
"จริงหรือเปล่าหัวหน้า เลี้ยงเนี่ย ต้องไปทั้งแผนกเลยหรือเปล่าคะ"
"ก็ต้องไปทั้งแผนกแน่นอนอยู่แล้วสิ แน่นอนว่าฉันเลี้ยงเอง"
"เยี่ยมไปเลย ต้องขอบใจเด็กใหม่นะที่ทำให้เราได้ไปดื่มฟรีน่ะ ฉันจะดื่มให้เมาจนหาทางกลับบ้านไม่เจอเลย แต่ขอเป็นวันศุกร์นะครับหัวหน้า วันเสาร์จะได้นอนเต็มที่ไปเลย"
"พวกนายนี่ลืมไปหรือเปล่าว่าพาเด็กใหม่ไปเลี้ยง พวกนายแค่ตัวแถมก็เพลา ๆ หน่อย เกรงใจเงินในกระเป๋าของฉันบ้างสิ"
ข้าวหอมรู้สึกดีใจมากที่ทุกคนในแผนกต่างก็ให้การต้อนรับเธอเป็นอย่างดี จนมีรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธออย่างธรรมชาติ เธอรู้สึกโล่งใจที่ไม่ได้
การเริ่มต้นทำงานวันแรกก็ผ่านไปด้วยดี ข้าวหอมไปยืนรอรถโดยสารประจำทางที่หน้าบริษัทเพื่อจะได้ประหยัดค่าใช้จ่าย เนื่องจากบริษัทที่เธอทำงานอยู่ถึงคอนโดก็ไม่ได้ไกลมาก ซึ่งถ้านั่งแท็กซี่ทุกวันก็จะสิ้นเปลืองมากเกินไป
วันนี้ทั้งวันเธอก็ไม่ได้เจอภูผาเลย ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะห้องระดับผู้บริหารจะอยู่ชั้นบนสุดของตึกและไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถขึ้นไปบนชั้นนั้นได้ นอกจากพนักงานที่ตำแหน่งสูง ๆ ระดับหัวหน้าแผนกขึ้นไปและแขกระดับวีไอพีเท่านั้น ถ้าเป็นพนักงานทั่วไปก็ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของก่อน
ข้าวหอมเปิดประตูห้องเข้าไปแล้วดูที่ชั้นวางรองเท้าซึ่งยังมีช่องว่างอยู่ นั้นก็หมายถึงเจ้าของห้องนี้ยังไม่ได้กลับมา ข้าวหอมจึงหยิบกระเป๋าสัมภาระของเธอเข้าไปในห้องนอนหรูของเขาเพื่อจะได้จัดการเก็บเสื้อผ้าให้เข้าที่ก่อนที่เขาจะกลับมา
ของทุกอย่างในห้องนอนของเขาดูหรูหราและมีราคาทั้งนั้น จนเธอไม่กล้าแตะต้องอะไรเลยนอกจากตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่หลายตู้ที่ยังมีพื้นที่เหลือให้เธอได้เอาเสื้อผ้าไปแขวนไว้ได้
ข้าวหอมมองดูเตียงหรูขนาดใหญ่ประมาณสิบฟุต เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นเตียงที่กว้างใหญ่ขนาดนี้ แถมเตียงก็ยังเป็นของนำเข้าจากต่างประเทศที่เธอเคยเห็นในโทรทัศน์ทั้งนั้น ซึ่งเธอก็ไม่คาดคิดเหมือนกันว่าเธอจะมีโอกาสได้นอนบนเตียงหรูหราราแบบนั้นด้วย
"ปัง!" เสียงประตูห้องที่ถูกกระแทกเสียงดังพร้อมกับคนตัวสูงที่เดินเข้ามาหาเธอด้วยสายตาที่เกรี้ยวกราด ข้าวหอมรู้สึกหวาดหวั่นกับสายตาคมดุคู่นั้นเหลือเกิน เพราะมันคมกริบราวกับจะเชือดเฉือนเนื้อตัวเธอได้ทุกเมื่อ
"คะ...คุณภูผามีอะไรหรือเปล่าคะ" แขนเรียวของเธอถูกมือหนารั้งเข้าหาตัวของเขาแน่น แรงที่มือของเขาทำให้เธอเจ็บจนแทบน้ำตาร่วง แต่ข้าวหอมก็ยังทำใจดีสู้เสือและข่มความกลัวไว้อย่างสุดกำลัง ถึงแม้ในใจเธอตอนนี้จะกลัวมากขนาดไหนก็ตาม
"หึ! ยังจะกล้าถามแบบนี้อีกนะ เธอก็รู้อยู่แก่ใจนี่ว่าอะไร ยังจะทำหน้าซื่อตาใสอีกหรือ ไม่พอใจอะไรฉันล่ะ ไม่พอใจที่ฉันไม่ให้เธอร่วมโต๊ะอาหารในตอนเช้า หรือไม่พอใจที่ฉันไม่ให้เธอนั่งรถไปที่บริษัทด้วย เอ้า! ว่ามาสิ!"
"หมายถึงอะไรหรือคะ คุณหมายถึงเรื่องอะไรคะ ฉันไม่เข้าใจน่ะค่ะ"
"โห! ขนาดนี้แล้วยังทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอีกว่าเรื่องอะไร แสดงได้ตีบทแตกจริง ๆ เลยนะ ทำให้แม่ต้องมาดุฉันทั้ง ๆ ที่แม่ของฉันไม่เคยพูดอะไรแรง ๆ ใส่ฉันขนาดนี้ ใช้มารยาอะไรล่ะ ต้องการอะไรจากฉัน บอกมาสิ!"
"โอ๊ย...คุณภูผาคะ ฉันเจ็บ อ๊ะ! ฉันเจ็บค่ะ"
"ฉันต้องการให้เธอเจ็บไง บอกมาสิว่าทำแบบนี้ต้องการอะไรกันแน่"
"ฉันไม่ทราบจริง ๆ นะคะว่าอะไรเป็นอะไร แต่ฉันยังไม่ได้คุยกับแม่ของคุณเลยนะคะ ตั้งแต่วันที่ส่งตัวเข้าหอเมื่อคืนน่ะค่ะ"
"อย่ามาตอแหล ถ้าเธอไม่พูดแล้วใครจะพูด เรื่องที่เธอยังสวมชุดเจ้าสาวนอนอยู่ห้องรับแขกทั้งคืนน่ะ ถ้าเธอไม่บอกแล้วใครจะบอก ห๊ะ!"
"ฉันไม่ทราบจริง ๆ นะคะ เชื่อฉันเถอะค่ะ ฉันไม่ได้พูดอะไรจริง ๆ ค่ะคุณภูผา"
"ได้...ยังไงก็ยังยืนกรานจะไม่ยอมรับสินะ งั้นฉันจะง้างปากให้เธอพูดออกมาเอง"
"อ๊ะ!" ร่างเล็กถูกมือหนากดลงบนเตียงหรูด้วยแรงมหาศาล ก่อนที่เขาจะโน้มตัวลงไปตามแนบชิดคนตัวเล็กเพื่อเค้นความจริงออกมาจากปากเธอให้ได้
"จะยอมรับมาดี ๆ หรือจะให้ฉันง้างปากเธอออกมา!"
"ฉะ...ฉันไม่ได้บอกจริง ๆ นะคะคุณภูผา เชื่อฉันเถอะค่ะ"
"ได้...ไม่บอกสินะ ยังไงก็จะยังยืนกรานไม่บอกสินะ"
"กรี๊ด..." เสื้อของข้าวหอมถูกกระชากด้วยมือแกร่งจนกระดุมกระเด็นออกจากชุด เผยให้เห็นเนินอกขาวผ่องที่โผล่ออกมาหมิ่นเหม่จากชุดชั้นในสีหวาน ข้าวหอมทำสีหน้าตื่นกลัวและตัวสั่น ถ้าเธอไม่ยอมรับออกไป เสื้อผ้าของเธออาจจะถูกถอดออกไปอีกก็ได้
"จะร้องเสียงดังทำไม! ฉันถามไม่ได้ยินหรือไง จะยอมรับมาดี ๆ หรือจะให้ฉันทำมากกว่านี้" มือแกร่งออกแรงกดที่ไหล่ของเธอมากขึ้น เพื่อให้ร่างเล็กจนหนทางแล้วสารภาพในสิ่งที่ทำออกมาให้หมด
"ก็ได้ค่ะ ฉันจะบอกก็ได้ค่ะ ยอมแล้วค่ะคุณภูผา แต่ว่าปล่อยฉันก่อนเถอะนะคะ" ร่างหนาก็ผละออกตามที่เธอร้องขอทันที ร่างเล็กรีบดันตัวขึ้นนั่ง ก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างจับเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นปิดบังเนินอกไว้ ก่อนที่จะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ
"ฉันเป็นคนบอกคุณแม่ของคุณเองค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ แต่ฉันไม่คิดว่าท่านจะว่าคุณด้วย ขอโทษด้วยจริง ๆ ค่ะ" ข้าวหอมรีบโกหกคนตรงหน้าไปอย่างรวดเร็วเพราะจะได้จบเรื่องสักที ถ้าเธอยังยืนกรานไม่ยอมรับอยู่แบบนั้น เธอก็คงจะโดนหนักกว่านี้อีกเป็นแน่
"เป็นอย่างที่ฉันคิดจริง ๆ สินะ นึกแล้วไม่มีผิดเลย""อะ...โอ๊ย!""จะหนีไปไหนล่ะ คิดว่าทำอะไรกับฉันไว้แล้วจะหนีไปง่าย ๆ หรือไง คิดตื้นไปหน่อยล่ะมั้ง" ข้อเท้าเล็กถูกมือใหญ่จับไว้ก่อนจะใช้แรงทั้งหมดกดคนตัวเล็กลงบนเตียงอีกครั้ง จากนั้นก็ฉีกกระโปรงออกตามเสื้อไปจนร่างกายขาวผ่องเหลือเพียงแค่ชุดชั้นในเท่านั้น"ฉันก็บอกความจริงไปแล้ว ปล่อยฉันเถอะนะคะ""เธอคิดว่าคนอย่างฉันจะปล่อยให้คนที่มาลอบกัดข้างหลังลอยนวลไปหรือไง มันต้องสั่งสอนให้หลาบจำ จะได้ไม่ต้องไปทำแบบนั้นอีก เธอผิดเองนะที่กล้ามาหัวหมอกับคนอย่างฉัน""อื้อ...จะ...เจ็บ ปล่อยฉันเถอะนะคะ" เนินอกสวยภายใต้ชุดชั้นในสีหวานถูกมือใหญ่ขย้ำอย่างแรง เธอทั้งเจ็บทั้งอายเพราะเป็นครั้งแรกที่โดนผู้ชายสัมผัสร่างกายแบบนี้ ด้วยสภาพที่หมิ่นเหม่แทบจะเปลือยกายล่อนจ้อนข้าวหอมพูดอะไรไม่ออกและร่างกายก็ถึงตรึงด้วยร่างแกร่ง ได้แต่คิดในใจว่าเธอคิดผิดเหลือเกินที่โกหกออกไปแบบนั้น เพราะยิ่งกระตุ้นให้เขาโกรธเคืองเธอมากกว่าเดิมอีก"ช่วยไม่ได้นะ เธอมายั่วให้ฉันไม่พอใจเอง เตรียมรับผลกรรมที่ทำไว้ด้วยแล้วกัน เพราะฉันไม่มีวันยกโทษให้!" อาภรณ์ชิ้นสุดท้ายถูกมือหนากระตุกออกด้วยค
ข้าวหอมกดลิฟต์ไปยังชั้นแผนกบุคคล เพราะเธอเคยมาที่นี่ครั้งหนึ่งแล้วจึงไม่ได้ถามรายละเอียดอะไรกับใครอีก แล้วก็ตรงไปที่ชั้นนั้นทันทีข้าวหอมระมัดระวังตัวเองมากขึ้น ทุกย่างก้าวต้องมีสติจะผิดพลาดแบบที่ผ่านมาไม่ได้อีกแล้ว"เริ่มทำงานวันนี้ได้เลยนะ เดี๋ยวจะให้คนนำทางไปที่ฝ่ายการตลาด""ของคุณมากนะคะ" ข้าวหอมยกมือไหว้ด้วยความนอบน้อม ก่อนจะเดินตามคนนำทางไปที่ห้องของฝ่ายการตลาดซึ่งต้องขึ้นลิฟต์ไปอีกหลายชั้น"เด็กคนนี้ใช่คนที่โดนบอสไล่ออกตั้งแต่วันแรกที่มาสมัครงานเมื่อวันก่อนหรือเปล่า""จริงหรือ ฉันก็ว่าอยู่หน้าตาคุ้น ๆ นะ""ใช่แน่นอน เพราะฉันเป็นคนพาน้องเขาออกไปจากบริษัทเอง ฉันจำหน้าตาได้แม่น ใช่เด็กคนนั้นอย่างแน่นอน""แปลกนะ ทั้ง ๆ ที่โดนไล่ออกแล้วแต่ทำไมยังกลับเข้ามาทำงานที่นี่ได้อีกล่ะ""เป็นเด็กเส้นหรือเปล่านะ หรือไม่ก็พ่อแม่มีเงิน เป็นลูกคุณหนูงี้หรือเปล่า""นั่นสิ จะใช่ไหมนะ ทำบอสหัวเสียขนาดนั้นแต่กลับเข้ามาทำงานที่นี้ได้ก็ไม่ธรรมดาแล้วล่ะ""อย่ามัวแต่นินทาอยู่เลย เดี๋ยวบอสมาได้ยินก็เป็นเรื่องหรอก แยกย้ายกันไปทำงานได้แล้ว""ทำงานได้ดีเลยนี่ เคยทำงานที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า""ไม่มีประสบการณ์เล
งานแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย โดยมีผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายและคนในครอบครัวของแต่ละฝ่ายที่มาร่วมเป็นสักขีพยานเท่านั้น เพราะนั่นคือคำขอของภูผาเองหลังจากที่สวมแหวนแต่งงานและถ่ายรูปเสร็จ งานแต่งงานเล็ก ๆ แต่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของครอบครัวอย่างเต็มเปี่ยมก็ทำให้ข้าวหอมยิ้มออกมาได้บ้าง แต่ก็ยิ้มได้เพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น เพราะคนข้างกายเธอได้แต่ทำหน้าบอกบุญไม่รับ แล้วเธอก็ไม่เคยเห็นรอยยิ้มของเขาปรากฎบนใบหน้าหล่อเหลาเลยแม้แต่ครั้งเดียวรถหรูสองคันเคลื่อนตัวออกไปจากบ้านหลังใหญ่ จุดหมายปลายทางคือคอนโดหรูที่เป็นห้องชุดแบบเพนท์เฮ้าส์ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงที่ราคาสูงลิ่ว ทั้งสองครอบครัวกำลังส่งตัวเจ้าบ่าวและเจ้าสาวไปที่นั่น เพราะเป็นคอนโดที่ภูผาอาศัยอยู่เป็นหลักมาหลายปีแล้ว แถมยังเดินทางสะดวกและไม่ไกลจากบริษัทด้วย"แม่ดีใจด้วยนะลูกที่ได้เป็นฝั่งเป็นฝาสักที จงเป็นภรรยาที่ดีและดูแลสามีให้ดีที่สุดด้วยนะลูก ขอให้ลูกมีความสุขในคืนแต่งงานนับตั้งแต่วันนี้และตลอดไปนะ""ขอบคุณมากนะคะคุณแม่""แม่ขอฝากลูกสาวด้วยนะลูก" มารดาของข้าวหอมหันไปพูดกับเจ้าบ่าวที่ฝืนยิ้มเล็กน้อย ซึ่งยุพินก็ทราบดีว่าเป็นการแต่งงานแบ
"ตาภู ทำไมถึงได้ทำหน้าตาน่ากลัวแบบนั้นล่ะ แม่แค่ชวนมาทานดินเนอร์และจะได้ถือโอกาสแนะนำว่าที่เจ้าสาวให้รู้จักแท้ ๆ อย่าทำสีหน้าบอกบุญไม่รับแบบนั้นสิ""นี่คุณแม่เอาจริงหรือครับ มันหมดยุคสมัยคลุมถุงชนกันแล้วนะครับ ผมก็นึกว่าคุณแม่จะพูดเล่นเสียอีก""พูดเล่นที่ไหนกันล่ะ แล้วนี่อย่าบอกนะว่าลูกลืมไปหมดแล้วน่ะตาภู เรื่องแต่งงานที่เราเคยพูดกันก่อนหน้านี้""นี่คุณแม่เอาจริงหรือครับเนี่ย""แม่ก็บอกอยู่นี่ไงว่าแม่ไม่ได้พูดเล่น เรื่องแบบนี้ใครจะไปพูดเล่นกัน งั้นแม่ไปดูในครัวก่อนนะ แม่ให้แม่บ้านทำของโปรดลูกด้วย" ภูผาหย่อนกายลงนั่งบนโต๊ะอาหารระหว่างรอมารดาเดินไปในครัว ส่วนข้าวหอมที่เดินลงจากห้องนอนชั้นบนก็เดินลงไปที่ห้องอาหารตามที่กานดาสั่ง"เธอมันคนเมื่อตอนเช้านี่ มาทำอะไรที่บ้านของฉัน!""คุณ...เอ่อ...คุณคนเมื่อเช้านี่คะ""ฉันถามว่าเธอมาทำอะไรที่นี่" ร่างสูงลุกขึ้นแล้วเดินไปคว้าต้นแขนเล็กอย่างแรงโดยไม่ยั้งมือ ใบหน้าใสนิ่วหน้าด้วยความเจ็บแล้วเซไปตามแรงดึงของคนตัวสูง"ฉันเจ็บค่ะคุณ""หวังว่าเธอคงจะไม่ใช่ผู้หญิงที่ฉันจะแต่งงานด้วยหรอกนะ คงไม่ใช่สินะ จริงไหม!" ข้าวหอมที่ได้ยินแบบนั้นก็ตกใจยิ่งกว่า เพราะ
"คุณแม่คะ เรื่องแต่งงานนี่มันยังไงกันคะ ทำไมหนูไม่เห็นรู้เรื่องเลย แล้วที่คุณแม่อยากให้หนูมาทำงานที่กรุงเทพฯ นี่ ความจริงแล้วอยากให้หนูมาแต่งงานหรือเปล่าคะ""แม่รู้ก็จริงลูก แต่แม่อยากให้หนูตัดสินใจเอง อีกอย่างพ่อของลูกก็ไม่กล้าปฏิเสธเพราะเป็นรุ่นพี่ที่มีบุญคุณกับพ่อของลูก แม่จึงให้หนูเป็นคนตัดสินใจ ถ้าไม่อยากแต่งก็บอกกับผู้ใหญ่ไปตรง ๆ นะลูก ยังไงการที่ลูกปฏิเสธเองก็น่าจะดีกว่า""แล้วทำไมคุณแม่ถึงไม่ปฏิเสธไปตั้งแต่แรกเลยล่ะคะ ถึงจะเกรงใจแต่ทำไมต้องให้หนูเป็นคนพูดเอง คนที่ไม่เคยเห็นหน้าและไม่เคยรู้จักนิสัยใจคอกันมาก่อน ต่อให้ต้องบังคับแต่งงานก็ไม่มีใครยอมแต่งอยู่แล้วล่ะคะ""แม่ขอโทษนะลูก แต่แม่แค่คิดว่าถ้าลูกไปคุยเอง ถึงลูกจะปฏิเสธแต่ลูกก็ยังทำงานที่บริษัทต่อได้ เพราะแม่ก็ได้คุยกับคุณกานดาไว้แล้วว่าฝากให้ลูกได้ทำงานที่บริษัทด้วย ส่วนตำแหน่งก็พิจารณาตามความเหมาะสม""แต่ถ้าหนูปฏิเสธล่ะคะ หนูยังจะได้ทำงานไหม คุณป้าคนนั้นจะโกรธเราไหมคะคุณแม่ เฮ้อ...ทำไมหนูต้องออกหน้าด้วยล่ะคะ แบบนี้ก็ลำบากใจแย่เลย""แต่แม่ไม่ได้ต้องการที่จะยัดเยียดให้หนูต้องแต่งงานหรอกนะ หนูอาจจะคิดว่าแม่แก้ตัวก็ไม่เป็นไร
"สวัสดีค่ะคุณแม่ เพิ่งมาถึงขนส่งค่ะ ใช่ค่ะ เพิ่งลงจากรถตอนนี้กำลังจะไปเรียกแท็กซี่ค่ะ""แล้วนี่ลูกจะไปที่บริษัททันไหม เข้าทำงานวันนี้วันแรกไม่ใช่หรือไง""หนูว่าจะฝากสัมภาระไว้ที่หมอชิตก่อนน่ะค่ะ แล้วค่อยกลับมาเอาตอนเลิกงาน เดี๋ยวหนูจะหาที่อาบน้ำก่อนแล้วจะได้เข้าไปที่บริษัทเลย""ถ้าเลิกงานแล้วอย่าลืมโทรไปตามเบอร์ที่แม่ส่งไปให้ด้วยล่ะลูก""ได้ค่ะคุณแม่ งั้นหนูขอไปเตรียมตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวจะไปเข้างานไม่ทัน เริ่มงานวันแรกด้วย""ตั้งใจนะลูก พอไปยื่นใบสมัครงานเสร็จแล้วอย่าลืมโทรไปเบอร์เบอร์ที่ส่งให้ในไลน์ด้วยล่ะ แม่ขออวยพรให้การทำงานวันแรกผ่านไปด้วยดีนะลูก แม่เป็นกำลังใจให้""ขอบคุณมากค่ะคุณแม่ งั้นหนูขอวางสายก่อนนะคะ"ข้าวหอมรีบอาบน้ำที่จุดบริการอาบน้ำอย่างรวดเร็ว หลังจากที่เอาสัมภาระไปฝากไว้ที่จุดรับฝากกระเป๋าแล้ว เธอก็รีบไปเรียกแท็กซี่เพื่อไปยังบริษัทนำเข้ารถยนต์ที่เธอต้องไปยื่นใบสมัครเพื่อยืนยันการเป็นพนักงานในวันนี้ข้าวหอมเงยหน้ามองตึกสูงด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะสูดหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อเรียกความมั่นใจให้กับตัวเอง แล้วเดินเข้าไปที่ประชาสัมพันธ์พร้อมกับถือแก้วกาแฟที่แวะซื้อข้างทาง แล้วเข้า







