تسجيل الدخول"คุณแม่คะ เรื่องแต่งงานนี่มันยังไงกันคะ ทำไมหนูไม่เห็นรู้เรื่องเลย แล้วที่คุณแม่อยากให้หนูมาทำงานที่กรุงเทพฯ นี่ ความจริงแล้วอยากให้หนูมาแต่งงานหรือเปล่าคะ"
"แม่รู้ก็จริงลูก แต่แม่อยากให้หนูตัดสินใจเอง อีกอย่างพ่อของลูกก็ไม่กล้าปฏิเสธเพราะเป็นรุ่นพี่ที่มีบุญคุณกับพ่อของลูก แม่จึงให้หนูเป็นคนตัดสินใจ ถ้าไม่อยากแต่งก็บอกกับผู้ใหญ่ไปตรง ๆ นะลูก ยังไงการที่ลูกปฏิเสธเองก็น่าจะดีกว่า"
"แล้วทำไมคุณแม่ถึงไม่ปฏิเสธไปตั้งแต่แรกเลยล่ะคะ ถึงจะเกรงใจแต่ทำไมต้องให้หนูเป็นคนพูดเอง คนที่ไม่เคยเห็นหน้าและไม่เคยรู้จักนิสัยใจคอกันมาก่อน ต่อให้ต้องบังคับแต่งงานก็ไม่มีใครยอมแต่งอยู่แล้วล่ะคะ"
"แม่ขอโทษนะลูก แต่แม่แค่คิดว่าถ้าลูกไปคุยเอง ถึงลูกจะปฏิเสธแต่ลูกก็ยังทำงานที่บริษัทต่อได้ เพราะแม่ก็ได้คุยกับคุณกานดาไว้แล้วว่าฝากให้ลูกได้ทำงานที่บริษัทด้วย ส่วนตำแหน่งก็พิจารณาตามความเหมาะสม"
"แต่ถ้าหนูปฏิเสธล่ะคะ หนูยังจะได้ทำงานไหม คุณป้าคนนั้นจะโกรธเราไหมคะคุณแม่ เฮ้อ...ทำไมหนูต้องออกหน้าด้วยล่ะคะ แบบนี้ก็ลำบากใจแย่เลย"
"แต่แม่ไม่ได้ต้องการที่จะยัดเยียดให้หนูต้องแต่งงานหรอกนะ หนูอาจจะคิดว่าแม่แก้ตัวก็ไม่เป็นไร ถ้าแม่บอกหนูเรื่องแต่งงานก่อน หนูก็คงจะไม่ไปกรุงเทพฯ แน่นอน อีกอย่าง แม่ก็ไม่อยากให้ลูกมาทำบากทำงานในไร่กับแม่ อยากให้หนูสบายมากกว่านี้"
"หนูก็ไม่ได้อะไรมากหรอกนะคะ แค่รู้สึกเสียใจที่คุณแม่ไม่ยอมบอกเรื่องแต่งงานให้หนูรู้แค่นั้นเอง"
"แม่รักลูกมากนะข้าวหอม ต่อจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องคิดอย่างมีสตินะลูก ไม่ว่าลูกจะเลือกทางไหนแม่ก็เคารพการตัดสินใจของลูก แต่ถ้าลูกจะไม่แต่งงานก็บอกเหตุผลฝ่ายนั้นไปดี ๆ และปฏิเสธด้วยความนุ่มนวลก็พอ แม่ไม่อยากให้ฝั่งนั้นต้องรู้สึกขุ่นเคืองเรา"
"ค่ะคุณแม่ หนูเข้าใจแล้วล่ะค่ะ"
"ถ้าไปถึงบ้านของเพื่อพ่อแล้วก็โทรมาบอกแม่ด้วยนะลูก"
"ค่ะคุณแม่"
ข้าวหอมได้แต่นั่งครุ่นคิดอยู่ในใจระหว่างที่รอรถมารับ เรื่องคลุมถุงชนแบบนั้นมันจะไม่มีทางเกิดขึ้นกับตัวเธออย่างแน่นอน ไม่ว่ายังไงเธอก็จะไม่มีวันยอมรับการแต่งงานแบบนี้แน่นอน
"หนูสินะข้าวหอม"
"สวัสดีค่ะคุณป้า"
"เคยเจอตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยก ตอนนี้กลายเป็นสาวหน้าตาสะสวยมากเลยนะ แล้วนี่ทานอะไรมาหรือยังล่ะ"
"ทานแล้วค่ะคุณป้า"
"แล้วนี่เรื่องแต่งงานได้คุยกับครอบครัวเข้าใจแล้วหรือยังล่ะ"
"ค่ะ พอดีว่าหนูก็เพิ่งทราบรายละเอียดมากคุณแม่ คุณแม่ก็ไม่ได้บอกตั้งแต่แรกน่ะค่ะ ก็เพิ่งมาทราบจากคุณป้า คุณแม่บอกว่าให้หนูเป็นคนตัดสินใจเอง หนูต้องขอโทษด้วยนะคะที่ต้องขอปฏิเสธ เพราะหนูยังไม่รู้จักนิสัยใจคอกันเลยด้วยซ้ำ แถมยังไม่เคยได้คุยและไม่เคยเจอกันด้วย เอ่อ...แล้วคนที่หนูจะต้องแต่งงานด้วยคือลูกชายของคุณป้าหรือคะ"
"ใช่แล้วล่ะลูก แต่หนูตัดสินใจดีแล้วใช่ไหม"
"ค่ะ ถึงหนูจะยังไม่มีแฟน แต่ถ้าจะให้หนูแต่งกับคนที่ไม่รู้จักก็คงทำใจลำบากมากเลยค่ะ ไม่แน่ว่าบางทีลูกชายของคุณป้าอาจจะคิดเหมือนหนูก็ได้นะคะ"
"แสดงว่าคุณแม่ของหนูยังไม่ได้บอกสาเหตุที่จะต้องแต่งงานกับลูกชายของป้าใช่ไหมลูก"
"เหตุผล? เอ่อ...เหตุผลอะไรหรือคะ"
"หนูคงจะไม่รู้สินะว่าตอนนี้สวนผลไม้ของครอบครัวหนูเข้าขั้นวิกฤติขนาดไหน"
"เอ๊ะ...เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ คุณแม่ไม่เห็นเคยบอกเรื่องนี้กับหนูเลยนะคะ"
"ไม่แปลกหรอกที่จะไม่บอกน่ะ เพราะไม่มีพ่อแม่คนไหนที่อยากให้ลูกรู้เรื่องอะไรแบบนี้หรอก โดยเฉพาะสถานะทางการเงินของบ้านน่ะ แต่ถ้าหนูแต่งงานกับลูกชายของป้า เงินทุกบาทที่ครอบครัวของหนูติดหนี้ของธนาคารอยู่ และบ้านก็ยังติดจำนองเพราะต้องเอาเงินไปจ่ายให้พนักงานที่ทำงานในสวนทุกเดือน ทางเราจะเป็นคนเคลียร์หนี้สินให้ทั้งหมด นี่แหละคือสิ่งที่ป้าพอจะช่วยครอบครัวหนูได้"
ข้าวหอมแทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าสถานะทางการเงินของครอบครัวเธอจะเข้าขั้นวิกฤตขนาดนี้ เรื่องสำคัญขนาดนี้ทำไมมารดาถึงไม่เคยบอกให้เธอทราบเลย
"ป้าก็อยากจะช่วยครอบครัวขอหนูนะ แต่มันก็ต้องมีขอแลกเปลี่ยน แต่ถ้าหนูไม่แต่งงาน ป้าก็ไม่ขัดข้องหรอกลูก ป้าก็ยังจะรับหนูทำงานที่บริษัทเหมือนเดิม ถ้าหนูคิดจะอยู่ที่กรุงเทพฯ ต่อน่ะนะ แต่ป้าแค่ไม่ได้ช่วยคุณพ่อคุณแม่ของหนูเท่านั้นเอง"
ข้าวหอมคิดในใจอย่างหนัก เธอไม่เคยคิดเลยว่าบ้านจะติดจำนองกับธนาคาร หรือว่าที่มารดาไล่ให้เธอมาทำงานที่กรุงเทพฯ คงเพราะไม่อยากให้รู้เรื่องนี้แน่ ๆ แต่ถ้าบ้านถูกธนาคารยึด ครอบครัวเธอจะไปอยู่ที่ไหน แล้วไหนจะคนงานที่ต้องตากแดดตากลมในสวนอีก แล้วคนงานเหล่านั้นจะหาเงินมาจากไหนเพื่อใช้จ่ายในครอบครัว หากสวนของเธอต้องปิดตัวลง
"สรุปแล้วหนูจะไม่แต่งใช่ไหมลูก งั้นป้าจะได้บอกครอบครัวหนูเลย เดี๋ยวกลัวพ่อของหนูจะรออีก"
"คุณป้าคะ งั้นหนูจะแต่งงานค่ะ หนูตกลงจะแต่งงานค่ะ แต่คุณป้าจะช่วยครอบครัวของหนูจริง ๆ ใช่ไหมคะ"
เมื่อได้ฟังในสิ่งที่ครอบครัวกำลังเผชิญอยู่ ข้าวหอมก็เปลี่ยนใจจะแต่งงานแบบไม่ลังเล เธอไม่สามารถที่จะทนเห็นครอบครัวของเธอลำบากได้เลย ถ้ามันจะสามารถทำให้ทุกอย่างที่กำลังแย่ดีขึ้น เพื่อบิดามารดาและคนงานในสวนอีกเกือบหนึ่งร้อยชีวิต เธอก็มีแต่ต้องทำเท่านั้น
"เรื่องนั้นไม่ต้องกังวลเลย เพราะป้าจะไม่ทำให้ครอบครัวหนูลำบากแน่ ๆ แต่มีข้อแม้นะ ถ้าหนูจะแต่งงานกับลูกชายของป้า หนูจะต้องมีหลานให้ป้าด้วยนี่สิ หนูจะรับได้ไหม ป้าไม่อยากฝืนใจหนูหรอกนะ ถ้าหนูไม่รู้สึกโอเคก็ไม่ต้องแต่งก็ได้ ป้าให้เอาไปคิดก่อน"
"ต้องมีลูกด้วยหรือคะ"
"ใช่ ลูกชายป้าตอนนี้ก็สามสิบแล้ว ยังไม่จริงจังกับผู้หญิงคนไหนสักคน รักอิสระ ชอบอยู่ครองตัวเป็นโสด แต่ถ้าเกิดมีลูกอาจจะทำให้ลูกชายของป้าเปลี่ยนเป็นคนที่ดีขึ้นก็ได้ อาจจะเป็นข้อแม้ที่เห็นแก่ตัวไปหน่อย แต่ถ้าหนูรับข้อตกลงนี้ได้ ป้าจะไถ่บ้านที่ติดจำนองจากธนาคารให้ ใช้หนี้ธนาคารที่ครอบครัวหนูเป็นหนี้อยู่ด้วย แถมจะให้เงินอีกก้อนสำหรับเอาไปตั้งตัวในการดูแลสวนต่อไป แบบนี้หนูจะโอเคหรือเปล่า"
การมีเงินมันดีจริง ๆ เพราะเงินสามารถบันดาลทุกอย่างได้ตามที่ต้องการ ข้าวหอมคิดหนักอีกครั้งเพราะการต้องมีลูกด้วยยิ่งทำให้เธอคิดนานมากกว่าเดิม
"หนูขอถามอะไรคุณป้าหน่อยได้ไหมคะ"
"ว่ามาสิลูก"
"ลูกชายของคุณป้าจะยอมจริง ๆ หรือคะ เอ่อ...ถ้าหนูตกลงจะแต่งงานด้วย ลูกชายของป้าจะยอมรับจริงหรือคะ"
"เรื่องนั้นไม่ต้องกังวลหรอกหนู ถ้าหนูตกลงก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว"
"ถ้าลูกชายคุณป้าไม่มีปัญหาอะไร งั้นหนูจะแต่งงานค่ะ"
"งั้นก็บอกเรื่องนี้ให้ครอบครัวทราบด้วยนะ อีกหนึ่งสัปดาห์ป้าจะได้จัดงานแต่งงานกันเลย"
"ตะ...แต่งเลยหรือคะ" ข้าวหอมไม่คาดคิดเหมือนกันว่าจะแต่งงานไวขนาดนี้
"ใช่ลูก หนูติดขัดอะไรหรือเปล่า"
"ค่ะ หนูตกลงค่ะคุณป้า หนูจะแต่งค่ะ"
"แล้วตอนนี้หนูอายุเท่าไหร่แล้วล่ะลูก"
"ยี่สิบสี่ปีค่ะ"
"งั้นเย็นนี้เรามาทานอาหารพร้อมหน้ากันดีกว่า ป้าจะได้แนะนำลูกชายให้หนูรู้จักด้วย อีกหน่อยก็จะได้เป็นสามีภรรยากันแล้ว ทำความรู้จักและสนิทสนมกันไว้นะหนู"
"ค่ะ"
"งั้นเดี๋ยวป้าไปบอกแม่บ้านเตรียมทำอาหารเย็นไว้ก่อนนะหนู ส่วนห้องของหนูเดี๋ยวให้แม่บ้านพาขึ้นไป"
"ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ"
"ไปซื้อของหรือคะ""นาน ๆ ทีก็ไปช้อปปิ้งบ้างก็ดีนะครับ""แต่ว่าหนูไม่ได้อยากได้อะไรหรอกค่ะ ชุดที่มีอยู่ก็เยอะแยะ แถมใส่แค่ครั้งสองครั้งเอง แล้วยังเป็นชุดที่พี่สั่งมาให้แบบมัดมือชกอีก ทั้ง ๆ ที่หนูก็บอกพี่ตลอดว่าไม่ได้อยากได้แท้ ๆ""ก็นี่ไงครับ พี่ถึงจะพาหนูไปเดินเลือกด้วยตัวเองไง ก็ถ้าชอบตัวไหนหนูก็เลือกเอาเลย""หนูเพิ่งบอกไปเองนะคะว่าชุดในตู้เสื้อผ้าก็ยังมีเยอะแยะ เสียดายของค่ะ""หนูนี่ยังไง เมื่อห้าปีที่แล้วกับตอนนี้ก็ไม่ต่างกันเลยนะ ตอนนั้นก็ต้องให้แม่พี่บังคับถึงจะพาไปซื้อได้""พี่ภูยังจำเหตุการณ์ตอนนั้นได้อีกหรือคะ ตอนที่เห็นบิลค่าเสื้อผ้าส่งมาที่คอนโด หนูยอมรับเลยว่าหนูตกใจจนแทบจะเป็นลม เพราะค่าชุดค่ากระเป๋ารองเท้าเกือบล้าน คือตอนนั้นหนูอึ้งมากจริง ๆ นะคะ""ก็นั่นไง มันก็ผ่านมาตั้งนานแล้วที่เราไปเดินห้างด้วยกันน่ะ พี่ก็เลยอยากจะพาหนูไปเดินอีกสักรอบ เพื่อถือเป็นการระลึกถึงความหลังของเราสองคนด้วยไง""หนูจะยอมไปด้วยก็ได้ค่ะ แต่หนูขอถามคำถามพี่สักหนึ่งคำถามได้ไหมคะ คือหนูอยากจะฟังคำตอบจากปากของพี่เอง""ไม่ต้องถามคำถามเดียวหรอกครับ จะกี่คำถามก็ถามมาเถอะ พี่จะตอบให้ฟังจนเบื่อเลย""ตอนท
งานแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมฐานะของครอบครัวฝ่ายชาย ซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นที่โรงแรมหรูโดยเปิดห้องบอลรูมขนาดใหญ่เพราะมีแขกที่มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะแวดวงนักธุรกิจแทบทุกวงการ เพราะลูกค้าของธุรกิจนำเข้ารถหรูส่วนมากก็จะเป็นคนมีหน้ามีตาในสังคมและเป็นคนที่มีฐานะร่ำรวยติดอันดับเป็นส่วนมากแล้วก็ยังมีคนในวงการบันเทิงไม่น้อยที่มาร่วมงาน จึงมีนักข่าวมาทำข่าวในงานแต่งครั้งนี้ จึงถือเป็นงานแต่งที่ยิ่งใหญ่ เพราะตระกูลของภูผาก็เป็นตระกูลของลูกหลานนักการเมืองรุ่นเก่าด้วย จึงมีคนแขกระดับแนวหน้ามาร่วมงานกันอย่างล้นหลามงานแต่งที่ยิ่งใหญ่แต่อบอวลไปด้วยความอบอุ่น เพราะมีพยานรักตัวน้อยที่คอยสร้างเสียงหัวเราะให้กับแขกทุกคนที่มาร่วมงานอยู่ตลอดเวลา พยานตัวน้อยแก้มยุ้ยที่วิ่งเล่นไปทักทายแขกทั่วงานด้วยความตื่นเต้น"ขุนเขาหลับปุ๋ยเลยนะคะ""แน่ล่ะสิ ก็เล่นวิ่งทักทายแขกไปทั่วงานแบบนี้ ถ้าไม่เพลียก็คงไม่แปลกหรอกนะหนูว่าไหมล่ะ""ใช่ค่ะ""แต่ว่าพักคุยเรื่องของขุนเขาก่อนดีกว่านะครับ" ภูผาสวมกอดภรรยาสาวจากด้านหลัง ก่อนจะจูบไปที่ซอกคอขาวไปทั่วเบา ๆ ด้วยความหลงใหล"พี่ภูคะ หนูจั๊กจี้""ถึงจะจั๊กจี้แต่พี่ก็ไ
"ว๊าว...ป๊ะป๋า หม่ามี๊ มีลูกโป่งกับดอกไม้เยอะมากเลยคับ" ขุนเขาวิ่งเข้าไปในบริษัทชั้นแรกที่เป็นจุดบริการลูกค้า เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุด ขุนเขาก็มักจะมาเล่นที่บริษัททุกครั้ง แถมยังเป็นขวัญใจของพนักงานในบริษัทอีกด้วย"ขุนเขาชอบหรือครับลูก""ชอบคับป๊ะป๋า ขุนชอบลูกโป่ง แล้วป๊ะป๋าจะพาขุนไปเล่นของเล่นในห้างอีกวันไหนคับ""วันพรุ่งนี้ครับลูก ก็ป๋าพาขุนเขาไปเล่นของเล่นทุกสัปดาห์อยู่แล้วนี่ครับ วันนี้เพิ่งวันเสาร์เองนะลูก""งั้นวันนี้ขุนจะไปเล่นกับป้า ๆ ที่เป็นเพื่อนของหม่ามี๊นะคับ""คงไม่ต้องไปแล้วมั้งลูก โน่นไงครับ พวกลุง ๆ ป้า ๆ มารอต้อนรับขุนเขาแล้ว""จริงด้วย เย้...ลุงวายุ ป้าเอ๋ ขุนเขามาแล้วคับ" ร่างป้อมวิ่งเข้าไปกอดขาของคนทั้งสอง ก่อนที่วายุจะรวบเด็กตัวเล็กขึ้นขี่คอของตัวเองทันที"หัวหน้าก็ชอบตามใจขุนเขาอยู่เรื่อยเลยค่ะ เพราะแบบนี้ไงคะ ถึงติดหัวหน้าแจเลย พี่เอ๋ก็ด้วย หิ้วถุงขนมมาให้ขุนเขาอีกแล้วสินะคะ""บอกแล้วว่าอย่าเรียกผมว่าหัวหน้าน่ะ ตอนนี้คุณเป็นถึงภรรยาของคุณภูผานะครับ จะเรียกผมว่าหัวหน้าอีกหรือไง""ก็หัวหน้ายังเรียกแทนข้าวว่าคุณอยู่เลยนี่คะ เรียกข้าวว่าเธอเหมือนปกติก็ได้แท้ ๆ""ท
"สวัสดีครับคุณจักร คุณพาฝัน เชิญนั่งก่อนนะครับ""ขอบคุณครับคุณภูผา นี่รอพวกผมนานไหมครับ พอดีว่ารถติดเล็กนิดหน่อยน่าจะช้ากว่าที่นัดหมายสิบนาทีได้ ขอโทษด้วยนะครับ""ไม่เป็นไรเลยครับ ผมก็เพิ่งมาถึงเมื่อไม่นานนี้แหละครับ สบายมาก แล้วนี่จะทานอะไรเลยไหมครับ เดี๋ยวผมจะเรียกบริกรมารับออเดอร์ของคุณทั้งสองคนก่อน แล้วระหว่างนี้เราจะได้คุยกันไปด้วยรับประทานอาหารกันไปด้วยเลยดีไหมครับ""ก็ดีเหมือนกันนะครับ ผมก็ยังไม่ได้ทานอาหารตอนเที่ยงเลยเหมือนกัน""แล้วคนที่มากับคุณภูผาเนี่ยใครหรือคะ เป็นเลขาของคุณหรือเปล่า หน้าตาน่ารักเชียวค่ะ ผิวพรรณก็ดีมากด้วย"'อีกแล้วสินะ เวลาเขาพาภรรยาไปที่ไหนก็มักจะไม่มีใครรู้ว่าข้าวหอมคือภรรยาของเขา นี่เขากำลังลืมเรื่องสำคัญบางอย่างไปแน่ ๆ' ภูผาคิดในใจก่อนที่จะรีบอธิบายทันที"คนนี้คือข้าวหอม ภรรยาผมเองครับ""คุณภูผามีภรรยาแล้วหรือคะ เพิ่งเคยรู้เลยนะคะเนี่ย ขอโทษนะคะที่ไม่รู้มาก่อนแบบนี้""ไม่เป็นไรหรอกครับ งั้นผมจะขอแนะนำให้รู้จักอย่างเป็นทางการนะครับ ผู้หญิงคนนี้ชื่อข้าวหอม เป็นภรรยาของผมเอง แล้วตอนนี้ผมก็มีลูกชายแล้วนะครับ เกือบสามขวบแล้วด้วย""จริงหรือคะเนี่ย ทำไมถึงไม
หลังจากที่ภูผาได้ซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเองแล้ว เขาก็ได้พาภรรยาและลูกชายอันเป็นที่รักกลับมาสู่อ้อมอกอีกครั้งเขาไม่ได้รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว ห้องที่เคยว่างเปล่าและกว้างใหญ่ ตอนนี้ได้มีภรรยาและลูกชายสุดที่รักเข้ามาเติมเต็มและทำให้บ้านกลับมาเป็นบ้านอีกครั้งสายตาคมจ้องมองไปที่ใบทะเบียนสมรส ถึงจะจดทะเบียนสมรสกันแล้ว เขาก็ยังรู้สึกค้างคาใจอยู่ แต่ก็คิดไม่ออกว่าเขากำลังรู้สึกค้างคาใจเรื่องอะไรกันแน่"คิดอะไรอยู่หรือคะพี่ภู หนูเห็นพี่นั่งจ้องใบทะเบียนสมรสอยู่สักพักแล้ว ที่ใบทะเบียนสมรสมันมีอะไรหรือเปล่าคะ หรือพี่ภูกำลังสงสัยอะไร""พี่ก็แปลกใจเหมือนกันนะว่าพี่กำลังคิดอะไรอยู่ มันยังรู้สึกค้างคาใจแต่ก็นึกไม่ออกว่าพี่ค้างคาใจเรื่องอะไร ถึงได้นั่งคิดอยู่นี่แหละ""อ๋อ...งั้นหนูไม่กวนแล้วล่ะค่ะ พี่ภูนั่งคิดไปก่อนก็ได้ แต่ตอนนี้อาหารเช้าเสร็จแล้วนะคะ หนูตั้งโต๊ะไว้รอแล้วค่ะ เดี๋ยวหนูจะพาขุนเขาไปนั่งทานข้าวรอที่โต๊ะก่อนนะคะ กว่าจะทานอิ่มคงอีกนาน""ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวถ้านึกออกได้ก็คงจะนึกออกเองแหละ พยายามคิดมากไปก็ปวดหัว งั้นเราไปที่ครัวกันเถอะ""ป๊ะป๋า อุ้ม อุ้ม" ขุนเขาที่จับมือมารดาอยู่ก็ผละไปก
"ป๊ะป๋า ป๊ะป๋า ป๊ะป๋า" ขุนเขารีบกระโดดใส่บิดาทันทีเมื่อเจอหน้าคนที่แสนคิดถึง ภูผาแทบน้ำตาคลอที่ได้เจอหน้าลูกชายที่เขาแสนรัก เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีโอกาสได้รับลูกชายกลับเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดอีกครั้งเลยด้วยซ้ำ"ป๋าคิดถึงลูกมากเลยนะ" ใบหน้าคมหอมแก้มยุ้ยของลูกชายฟอดใหญ่ มันคือความสุขในชีวิตที่เขาไม่สามารถหามันได้จากที่ไหนอีกแล้วในชีวิตนี้ พอคิดได้แบบนี้ก็ตั้งมั่นกับตัวเองว่าจะรักษาและทะนุถนอมคนข้างกายและให้ความสำคัญกับคนที่เขารักให้มากที่สุด"มาไม่บอกไม่กล่าวกันแบบนี้ ยังไงก็ต้องค้างที่นี่ก่อนนะ อย่าพึ่งรีบกลับล่ะ""ได้สิ แต่ว่าคงอยู่ได้ไม่นานนะ เพราะไม่มีคนดูแลงานที่บริษัทเลยน่ะสิ ก็ตาภูอยากมาที่นี่กะทันหันจนไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย แล้วฉันก็ตื่นเต้นจนไม่ได้เตรียมอะไรมาเหมือนกัน พอได้ยินความต้องการของตาภูก็รีบไปสนามบินอย่างเร่งด่วนเลยน่ะสิ""แล้วนี่ลูกจะเอายังไงต่อล่ะ ปรับความเข้าใจกันแล้ว แล้วคิดหรือยังว่าจะทำอะไรต่อไป""ครับคุณแม่ ที่ผมมาที่นี่ก็มีความตั้งใจที่จะพาลูกสาวของคุณแม่กลับไปอยู่ที่กรุงเทพฯ กับผมเหมือนเดิมครับ ผมสัญญาว่าผมจะดูแลคนที่สำคัญของผมให้ดีที่สุด ผมอยากจะดูแลลูกและเมียให้ด
"เสร็จสักทีนะ" ข้าวหอมใช้หลังมือปาดเหงื่อที่หน้าผาก หลังจากที่ทำความสะอาดห้องครั้งใหญ่ เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุด เธอจึงอยากทำความสะอาดให้เรียบร้อย ถึงแม้ว่าสามีของเธอแทบจะไม่ได้มาเหยียบที่นี่เลยก็ตาม"เธออยู่ที่ไหน""สวัสดีค่ะคุณภูผา ฉันเพิ่งทำความสะอาดห้องเสร็จน่ะค่ะ เอ่อ...คุณภูผาจะเข้ามาที่นี่ห
ข้าวหอมรีบไปล้างหน้าเพื่อจะได้รีบจัดการความรู้สึกบางอย่างออกไป เธอไม่คาดคิดเลยว่าเขาจะพาผู้หญิงมาที่นี่ ถึงแม้เธอจะรู้อยู่แล้วว่าเขาไม่ได้มีแค่เธอคนเดียว ถึงจะเป็นสามีภรรยากันแต่ก็แค่แต่งงานหลอก ๆ เท่านั้น เพราะมันไม่ใช่การแต่งงานที่เกิดจากความรักเลยถึงจะพยายามไม่คิด แต่เธอก็อดที่จะเสียใจไม่ได้ ชี
ยี่สิบนาทีต่อมา"เธอมาที่นี่ทำไม ใครสั่งให้เธอขึ้นมาขึ้นมาที่ห้องทำงานของฉันไม่ทราบ!""คุณภูผาคะ...""บอส! อยู่ที่ทำงานต้องเรียกฉันว่าบอสสิ แล้วมาทำอะไรที่นี่ ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าต่างคนต่างอยู่น่ะ แล้วยังกล้ามาเสนอหน้าอยู่ที่นี่อีก""บอสคะ ฉันมา...""ออกไป!" มือแกร่งชี้นิ้วไปที่ประตูด้วยสายตาเกรี
"ว๊าว...พี่เอิร์นซื้อกระเป๋าใบใหม่มาหรือคะ ไม่เคยเห็นเอามาใช้ที่ทำงานเลย นี่มันรุ่นใหม่ล่าสุดเลยไม่ใช่หรือคะ ราคาคงจะแพงมากเลยแน่ ๆ สวยมาก ๆ เลยค่ะ""ก็แสนต้น ๆ น่ะ พอเห็นคอลเลคชั่นใหม่ออกมาก็อดใจไม่ไหวทุกที ก็เลยต้องจัดมันสักหน่อย ของมันต้องมีก็แบบนี้แหละ""ฉันอยากมีเงินเยอะ ๆ แบบพี่บ้างจัง จะได้ซ







