LOGIN"คุณแม่คะ เรื่องแต่งงานนี่มันยังไงกันคะ ทำไมหนูไม่เห็นรู้เรื่องเลย แล้วที่คุณแม่อยากให้หนูมาทำงานที่กรุงเทพฯ นี่ ความจริงแล้วอยากให้หนูมาแต่งงานหรือเปล่าคะ"
"แม่รู้ก็จริงลูก แต่แม่อยากให้หนูตัดสินใจเอง อีกอย่างพ่อของลูกก็ไม่กล้าปฏิเสธเพราะเป็นรุ่นพี่ที่มีบุญคุณกับพ่อของลูก แม่จึงให้หนูเป็นคนตัดสินใจ ถ้าไม่อยากแต่งก็บอกกับผู้ใหญ่ไปตรง ๆ นะลูก ยังไงการที่ลูกปฏิเสธเองก็น่าจะดีกว่า"
"แล้วทำไมคุณแม่ถึงไม่ปฏิเสธไปตั้งแต่แรกเลยล่ะคะ ถึงจะเกรงใจแต่ทำไมต้องให้หนูเป็นคนพูดเอง คนที่ไม่เคยเห็นหน้าและไม่เคยรู้จักนิสัยใจคอกันมาก่อน ต่อให้ต้องบังคับแต่งงานก็ไม่มีใครยอมแต่งอยู่แล้วล่ะคะ"
"แม่ขอโทษนะลูก แต่แม่แค่คิดว่าถ้าลูกไปคุยเอง ถึงลูกจะปฏิเสธแต่ลูกก็ยังทำงานที่บริษัทต่อได้ เพราะแม่ก็ได้คุยกับคุณกานดาไว้แล้วว่าฝากให้ลูกได้ทำงานที่บริษัทด้วย ส่วนตำแหน่งก็พิจารณาตามความเหมาะสม"
"แต่ถ้าหนูปฏิเสธล่ะคะ หนูยังจะได้ทำงานไหม คุณป้าคนนั้นจะโกรธเราไหมคะคุณแม่ เฮ้อ...ทำไมหนูต้องออกหน้าด้วยล่ะคะ แบบนี้ก็ลำบากใจแย่เลย"
"แต่แม่ไม่ได้ต้องการที่จะยัดเยียดให้หนูต้องแต่งงานหรอกนะ หนูอาจจะคิดว่าแม่แก้ตัวก็ไม่เป็นไร ถ้าแม่บอกหนูเรื่องแต่งงานก่อน หนูก็คงจะไม่ไปกรุงเทพฯ แน่นอน อีกอย่าง แม่ก็ไม่อยากให้ลูกมาทำบากทำงานในไร่กับแม่ อยากให้หนูสบายมากกว่านี้"
"หนูก็ไม่ได้อะไรมากหรอกนะคะ แค่รู้สึกเสียใจที่คุณแม่ไม่ยอมบอกเรื่องแต่งงานให้หนูรู้แค่นั้นเอง"
"แม่รักลูกมากนะข้าวหอม ต่อจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องคิดอย่างมีสตินะลูก ไม่ว่าลูกจะเลือกทางไหนแม่ก็เคารพการตัดสินใจของลูก แต่ถ้าลูกจะไม่แต่งงานก็บอกเหตุผลฝ่ายนั้นไปดี ๆ และปฏิเสธด้วยความนุ่มนวลก็พอ แม่ไม่อยากให้ฝั่งนั้นต้องรู้สึกขุ่นเคืองเรา"
"ค่ะคุณแม่ หนูเข้าใจแล้วล่ะค่ะ"
"ถ้าไปถึงบ้านของเพื่อพ่อแล้วก็โทรมาบอกแม่ด้วยนะลูก"
"ค่ะคุณแม่"
ข้าวหอมได้แต่นั่งครุ่นคิดอยู่ในใจระหว่างที่รอรถมารับ เรื่องคลุมถุงชนแบบนั้นมันจะไม่มีทางเกิดขึ้นกับตัวเธออย่างแน่นอน ไม่ว่ายังไงเธอก็จะไม่มีวันยอมรับการแต่งงานแบบนี้แน่นอน
"หนูสินะข้าวหอม"
"สวัสดีค่ะคุณป้า"
"เคยเจอตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยก ตอนนี้กลายเป็นสาวหน้าตาสะสวยมากเลยนะ แล้วนี่ทานอะไรมาหรือยังล่ะ"
"ทานแล้วค่ะคุณป้า"
"แล้วนี่เรื่องแต่งงานได้คุยกับครอบครัวเข้าใจแล้วหรือยังล่ะ"
"ค่ะ พอดีว่าหนูก็เพิ่งทราบรายละเอียดมากคุณแม่ คุณแม่ก็ไม่ได้บอกตั้งแต่แรกน่ะค่ะ ก็เพิ่งมาทราบจากคุณป้า คุณแม่บอกว่าให้หนูเป็นคนตัดสินใจเอง หนูต้องขอโทษด้วยนะคะที่ต้องขอปฏิเสธ เพราะหนูยังไม่รู้จักนิสัยใจคอกันเลยด้วยซ้ำ แถมยังไม่เคยได้คุยและไม่เคยเจอกันด้วย เอ่อ...แล้วคนที่หนูจะต้องแต่งงานด้วยคือลูกชายของคุณป้าหรือคะ"
"ใช่แล้วล่ะลูก แต่หนูตัดสินใจดีแล้วใช่ไหม"
"ค่ะ ถึงหนูจะยังไม่มีแฟน แต่ถ้าจะให้หนูแต่งกับคนที่ไม่รู้จักก็คงทำใจลำบากมากเลยค่ะ ไม่แน่ว่าบางทีลูกชายของคุณป้าอาจจะคิดเหมือนหนูก็ได้นะคะ"
"แสดงว่าคุณแม่ของหนูยังไม่ได้บอกสาเหตุที่จะต้องแต่งงานกับลูกชายของป้าใช่ไหมลูก"
"เหตุผล? เอ่อ...เหตุผลอะไรหรือคะ"
"หนูคงจะไม่รู้สินะว่าตอนนี้สวนผลไม้ของครอบครัวหนูเข้าขั้นวิกฤติขนาดไหน"
"เอ๊ะ...เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ คุณแม่ไม่เห็นเคยบอกเรื่องนี้กับหนูเลยนะคะ"
"ไม่แปลกหรอกที่จะไม่บอกน่ะ เพราะไม่มีพ่อแม่คนไหนที่อยากให้ลูกรู้เรื่องอะไรแบบนี้หรอก โดยเฉพาะสถานะทางการเงินของบ้านน่ะ แต่ถ้าหนูแต่งงานกับลูกชายของป้า เงินทุกบาทที่ครอบครัวของหนูติดหนี้ของธนาคารอยู่ และบ้านก็ยังติดจำนองเพราะต้องเอาเงินไปจ่ายให้พนักงานที่ทำงานในสวนทุกเดือน ทางเราจะเป็นคนเคลียร์หนี้สินให้ทั้งหมด นี่แหละคือสิ่งที่ป้าพอจะช่วยครอบครัวหนูได้"
ข้าวหอมแทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าสถานะทางการเงินของครอบครัวเธอจะเข้าขั้นวิกฤตขนาดนี้ เรื่องสำคัญขนาดนี้ทำไมมารดาถึงไม่เคยบอกให้เธอทราบเลย
"ป้าก็อยากจะช่วยครอบครัวขอหนูนะ แต่มันก็ต้องมีขอแลกเปลี่ยน แต่ถ้าหนูไม่แต่งงาน ป้าก็ไม่ขัดข้องหรอกลูก ป้าก็ยังจะรับหนูทำงานที่บริษัทเหมือนเดิม ถ้าหนูคิดจะอยู่ที่กรุงเทพฯ ต่อน่ะนะ แต่ป้าแค่ไม่ได้ช่วยคุณพ่อคุณแม่ของหนูเท่านั้นเอง"
ข้าวหอมคิดในใจอย่างหนัก เธอไม่เคยคิดเลยว่าบ้านจะติดจำนองกับธนาคาร หรือว่าที่มารดาไล่ให้เธอมาทำงานที่กรุงเทพฯ คงเพราะไม่อยากให้รู้เรื่องนี้แน่ ๆ แต่ถ้าบ้านถูกธนาคารยึด ครอบครัวเธอจะไปอยู่ที่ไหน แล้วไหนจะคนงานที่ต้องตากแดดตากลมในสวนอีก แล้วคนงานเหล่านั้นจะหาเงินมาจากไหนเพื่อใช้จ่ายในครอบครัว หากสวนของเธอต้องปิดตัวลง
"สรุปแล้วหนูจะไม่แต่งใช่ไหมลูก งั้นป้าจะได้บอกครอบครัวหนูเลย เดี๋ยวกลัวพ่อของหนูจะรออีก"
"คุณป้าคะ งั้นหนูจะแต่งงานค่ะ หนูตกลงจะแต่งงานค่ะ แต่คุณป้าจะช่วยครอบครัวของหนูจริง ๆ ใช่ไหมคะ"
เมื่อได้ฟังในสิ่งที่ครอบครัวกำลังเผชิญอยู่ ข้าวหอมก็เปลี่ยนใจจะแต่งงานแบบไม่ลังเล เธอไม่สามารถที่จะทนเห็นครอบครัวของเธอลำบากได้เลย ถ้ามันจะสามารถทำให้ทุกอย่างที่กำลังแย่ดีขึ้น เพื่อบิดามารดาและคนงานในสวนอีกเกือบหนึ่งร้อยชีวิต เธอก็มีแต่ต้องทำเท่านั้น
"เรื่องนั้นไม่ต้องกังวลเลย เพราะป้าจะไม่ทำให้ครอบครัวหนูลำบากแน่ ๆ แต่มีข้อแม้นะ ถ้าหนูจะแต่งงานกับลูกชายของป้า หนูจะต้องมีหลานให้ป้าด้วยนี่สิ หนูจะรับได้ไหม ป้าไม่อยากฝืนใจหนูหรอกนะ ถ้าหนูไม่รู้สึกโอเคก็ไม่ต้องแต่งก็ได้ ป้าให้เอาไปคิดก่อน"
"ต้องมีลูกด้วยหรือคะ"
"ใช่ ลูกชายป้าตอนนี้ก็สามสิบแล้ว ยังไม่จริงจังกับผู้หญิงคนไหนสักคน รักอิสระ ชอบอยู่ครองตัวเป็นโสด แต่ถ้าเกิดมีลูกอาจจะทำให้ลูกชายของป้าเปลี่ยนเป็นคนที่ดีขึ้นก็ได้ อาจจะเป็นข้อแม้ที่เห็นแก่ตัวไปหน่อย แต่ถ้าหนูรับข้อตกลงนี้ได้ ป้าจะไถ่บ้านที่ติดจำนองจากธนาคารให้ ใช้หนี้ธนาคารที่ครอบครัวหนูเป็นหนี้อยู่ด้วย แถมจะให้เงินอีกก้อนสำหรับเอาไปตั้งตัวในการดูแลสวนต่อไป แบบนี้หนูจะโอเคหรือเปล่า"
การมีเงินมันดีจริง ๆ เพราะเงินสามารถบันดาลทุกอย่างได้ตามที่ต้องการ ข้าวหอมคิดหนักอีกครั้งเพราะการต้องมีลูกด้วยยิ่งทำให้เธอคิดนานมากกว่าเดิม
"หนูขอถามอะไรคุณป้าหน่อยได้ไหมคะ"
"ว่ามาสิลูก"
"ลูกชายของคุณป้าจะยอมจริง ๆ หรือคะ เอ่อ...ถ้าหนูตกลงจะแต่งงานด้วย ลูกชายของป้าจะยอมรับจริงหรือคะ"
"เรื่องนั้นไม่ต้องกังวลหรอกหนู ถ้าหนูตกลงก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว"
"ถ้าลูกชายคุณป้าไม่มีปัญหาอะไร งั้นหนูจะแต่งงานค่ะ"
"งั้นก็บอกเรื่องนี้ให้ครอบครัวทราบด้วยนะ อีกหนึ่งสัปดาห์ป้าจะได้จัดงานแต่งงานกันเลย"
"ตะ...แต่งเลยหรือคะ" ข้าวหอมไม่คาดคิดเหมือนกันว่าจะแต่งงานไวขนาดนี้
"ใช่ลูก หนูติดขัดอะไรหรือเปล่า"
"ค่ะ หนูตกลงค่ะคุณป้า หนูจะแต่งค่ะ"
"แล้วตอนนี้หนูอายุเท่าไหร่แล้วล่ะลูก"
"ยี่สิบสี่ปีค่ะ"
"งั้นเย็นนี้เรามาทานอาหารพร้อมหน้ากันดีกว่า ป้าจะได้แนะนำลูกชายให้หนูรู้จักด้วย อีกหน่อยก็จะได้เป็นสามีภรรยากันแล้ว ทำความรู้จักและสนิทสนมกันไว้นะหนู"
"ค่ะ"
"งั้นเดี๋ยวป้าไปบอกแม่บ้านเตรียมทำอาหารเย็นไว้ก่อนนะหนู ส่วนห้องของหนูเดี๋ยวให้แม่บ้านพาขึ้นไป"
"ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ"
"เป็นอย่างที่ฉันคิดจริง ๆ สินะ นึกแล้วไม่มีผิดเลย""อะ...โอ๊ย!""จะหนีไปไหนล่ะ คิดว่าทำอะไรกับฉันไว้แล้วจะหนีไปง่าย ๆ หรือไง คิดตื้นไปหน่อยล่ะมั้ง" ข้อเท้าเล็กถูกมือใหญ่จับไว้ก่อนจะใช้แรงทั้งหมดกดคนตัวเล็กลงบนเตียงอีกครั้ง จากนั้นก็ฉีกกระโปรงออกตามเสื้อไปจนร่างกายขาวผ่องเหลือเพียงแค่ชุดชั้นในเท่านั้น"ฉันก็บอกความจริงไปแล้ว ปล่อยฉันเถอะนะคะ""เธอคิดว่าคนอย่างฉันจะปล่อยให้คนที่มาลอบกัดข้างหลังลอยนวลไปหรือไง มันต้องสั่งสอนให้หลาบจำ จะได้ไม่ต้องไปทำแบบนั้นอีก เธอผิดเองนะที่กล้ามาหัวหมอกับคนอย่างฉัน""อื้อ...จะ...เจ็บ ปล่อยฉันเถอะนะคะ" เนินอกสวยภายใต้ชุดชั้นในสีหวานถูกมือใหญ่ขย้ำอย่างแรง เธอทั้งเจ็บทั้งอายเพราะเป็นครั้งแรกที่โดนผู้ชายสัมผัสร่างกายแบบนี้ ด้วยสภาพที่หมิ่นเหม่แทบจะเปลือยกายล่อนจ้อนข้าวหอมพูดอะไรไม่ออกและร่างกายก็ถึงตรึงด้วยร่างแกร่ง ได้แต่คิดในใจว่าเธอคิดผิดเหลือเกินที่โกหกออกไปแบบนั้น เพราะยิ่งกระตุ้นให้เขาโกรธเคืองเธอมากกว่าเดิมอีก"ช่วยไม่ได้นะ เธอมายั่วให้ฉันไม่พอใจเอง เตรียมรับผลกรรมที่ทำไว้ด้วยแล้วกัน เพราะฉันไม่มีวันยกโทษให้!" อาภรณ์ชิ้นสุดท้ายถูกมือหนากระตุกออกด้วยค
ข้าวหอมกดลิฟต์ไปยังชั้นแผนกบุคคล เพราะเธอเคยมาที่นี่ครั้งหนึ่งแล้วจึงไม่ได้ถามรายละเอียดอะไรกับใครอีก แล้วก็ตรงไปที่ชั้นนั้นทันทีข้าวหอมระมัดระวังตัวเองมากขึ้น ทุกย่างก้าวต้องมีสติจะผิดพลาดแบบที่ผ่านมาไม่ได้อีกแล้ว"เริ่มทำงานวันนี้ได้เลยนะ เดี๋ยวจะให้คนนำทางไปที่ฝ่ายการตลาด""ของคุณมากนะคะ" ข้าวหอมยกมือไหว้ด้วยความนอบน้อม ก่อนจะเดินตามคนนำทางไปที่ห้องของฝ่ายการตลาดซึ่งต้องขึ้นลิฟต์ไปอีกหลายชั้น"เด็กคนนี้ใช่คนที่โดนบอสไล่ออกตั้งแต่วันแรกที่มาสมัครงานเมื่อวันก่อนหรือเปล่า""จริงหรือ ฉันก็ว่าอยู่หน้าตาคุ้น ๆ นะ""ใช่แน่นอน เพราะฉันเป็นคนพาน้องเขาออกไปจากบริษัทเอง ฉันจำหน้าตาได้แม่น ใช่เด็กคนนั้นอย่างแน่นอน""แปลกนะ ทั้ง ๆ ที่โดนไล่ออกแล้วแต่ทำไมยังกลับเข้ามาทำงานที่นี่ได้อีกล่ะ""เป็นเด็กเส้นหรือเปล่านะ หรือไม่ก็พ่อแม่มีเงิน เป็นลูกคุณหนูงี้หรือเปล่า""นั่นสิ จะใช่ไหมนะ ทำบอสหัวเสียขนาดนั้นแต่กลับเข้ามาทำงานที่นี้ได้ก็ไม่ธรรมดาแล้วล่ะ""อย่ามัวแต่นินทาอยู่เลย เดี๋ยวบอสมาได้ยินก็เป็นเรื่องหรอก แยกย้ายกันไปทำงานได้แล้ว""ทำงานได้ดีเลยนี่ เคยทำงานที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า""ไม่มีประสบการณ์เล
งานแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย โดยมีผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายและคนในครอบครัวของแต่ละฝ่ายที่มาร่วมเป็นสักขีพยานเท่านั้น เพราะนั่นคือคำขอของภูผาเองหลังจากที่สวมแหวนแต่งงานและถ่ายรูปเสร็จ งานแต่งงานเล็ก ๆ แต่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของครอบครัวอย่างเต็มเปี่ยมก็ทำให้ข้าวหอมยิ้มออกมาได้บ้าง แต่ก็ยิ้มได้เพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น เพราะคนข้างกายเธอได้แต่ทำหน้าบอกบุญไม่รับ แล้วเธอก็ไม่เคยเห็นรอยยิ้มของเขาปรากฎบนใบหน้าหล่อเหลาเลยแม้แต่ครั้งเดียวรถหรูสองคันเคลื่อนตัวออกไปจากบ้านหลังใหญ่ จุดหมายปลายทางคือคอนโดหรูที่เป็นห้องชุดแบบเพนท์เฮ้าส์ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงที่ราคาสูงลิ่ว ทั้งสองครอบครัวกำลังส่งตัวเจ้าบ่าวและเจ้าสาวไปที่นั่น เพราะเป็นคอนโดที่ภูผาอาศัยอยู่เป็นหลักมาหลายปีแล้ว แถมยังเดินทางสะดวกและไม่ไกลจากบริษัทด้วย"แม่ดีใจด้วยนะลูกที่ได้เป็นฝั่งเป็นฝาสักที จงเป็นภรรยาที่ดีและดูแลสามีให้ดีที่สุดด้วยนะลูก ขอให้ลูกมีความสุขในคืนแต่งงานนับตั้งแต่วันนี้และตลอดไปนะ""ขอบคุณมากนะคะคุณแม่""แม่ขอฝากลูกสาวด้วยนะลูก" มารดาของข้าวหอมหันไปพูดกับเจ้าบ่าวที่ฝืนยิ้มเล็กน้อย ซึ่งยุพินก็ทราบดีว่าเป็นการแต่งงานแบ
"ตาภู ทำไมถึงได้ทำหน้าตาน่ากลัวแบบนั้นล่ะ แม่แค่ชวนมาทานดินเนอร์และจะได้ถือโอกาสแนะนำว่าที่เจ้าสาวให้รู้จักแท้ ๆ อย่าทำสีหน้าบอกบุญไม่รับแบบนั้นสิ""นี่คุณแม่เอาจริงหรือครับ มันหมดยุคสมัยคลุมถุงชนกันแล้วนะครับ ผมก็นึกว่าคุณแม่จะพูดเล่นเสียอีก""พูดเล่นที่ไหนกันล่ะ แล้วนี่อย่าบอกนะว่าลูกลืมไปหมดแล้วน่ะตาภู เรื่องแต่งงานที่เราเคยพูดกันก่อนหน้านี้""นี่คุณแม่เอาจริงหรือครับเนี่ย""แม่ก็บอกอยู่นี่ไงว่าแม่ไม่ได้พูดเล่น เรื่องแบบนี้ใครจะไปพูดเล่นกัน งั้นแม่ไปดูในครัวก่อนนะ แม่ให้แม่บ้านทำของโปรดลูกด้วย" ภูผาหย่อนกายลงนั่งบนโต๊ะอาหารระหว่างรอมารดาเดินไปในครัว ส่วนข้าวหอมที่เดินลงจากห้องนอนชั้นบนก็เดินลงไปที่ห้องอาหารตามที่กานดาสั่ง"เธอมันคนเมื่อตอนเช้านี่ มาทำอะไรที่บ้านของฉัน!""คุณ...เอ่อ...คุณคนเมื่อเช้านี่คะ""ฉันถามว่าเธอมาทำอะไรที่นี่" ร่างสูงลุกขึ้นแล้วเดินไปคว้าต้นแขนเล็กอย่างแรงโดยไม่ยั้งมือ ใบหน้าใสนิ่วหน้าด้วยความเจ็บแล้วเซไปตามแรงดึงของคนตัวสูง"ฉันเจ็บค่ะคุณ""หวังว่าเธอคงจะไม่ใช่ผู้หญิงที่ฉันจะแต่งงานด้วยหรอกนะ คงไม่ใช่สินะ จริงไหม!" ข้าวหอมที่ได้ยินแบบนั้นก็ตกใจยิ่งกว่า เพราะ
"คุณแม่คะ เรื่องแต่งงานนี่มันยังไงกันคะ ทำไมหนูไม่เห็นรู้เรื่องเลย แล้วที่คุณแม่อยากให้หนูมาทำงานที่กรุงเทพฯ นี่ ความจริงแล้วอยากให้หนูมาแต่งงานหรือเปล่าคะ""แม่รู้ก็จริงลูก แต่แม่อยากให้หนูตัดสินใจเอง อีกอย่างพ่อของลูกก็ไม่กล้าปฏิเสธเพราะเป็นรุ่นพี่ที่มีบุญคุณกับพ่อของลูก แม่จึงให้หนูเป็นคนตัดสินใจ ถ้าไม่อยากแต่งก็บอกกับผู้ใหญ่ไปตรง ๆ นะลูก ยังไงการที่ลูกปฏิเสธเองก็น่าจะดีกว่า""แล้วทำไมคุณแม่ถึงไม่ปฏิเสธไปตั้งแต่แรกเลยล่ะคะ ถึงจะเกรงใจแต่ทำไมต้องให้หนูเป็นคนพูดเอง คนที่ไม่เคยเห็นหน้าและไม่เคยรู้จักนิสัยใจคอกันมาก่อน ต่อให้ต้องบังคับแต่งงานก็ไม่มีใครยอมแต่งอยู่แล้วล่ะคะ""แม่ขอโทษนะลูก แต่แม่แค่คิดว่าถ้าลูกไปคุยเอง ถึงลูกจะปฏิเสธแต่ลูกก็ยังทำงานที่บริษัทต่อได้ เพราะแม่ก็ได้คุยกับคุณกานดาไว้แล้วว่าฝากให้ลูกได้ทำงานที่บริษัทด้วย ส่วนตำแหน่งก็พิจารณาตามความเหมาะสม""แต่ถ้าหนูปฏิเสธล่ะคะ หนูยังจะได้ทำงานไหม คุณป้าคนนั้นจะโกรธเราไหมคะคุณแม่ เฮ้อ...ทำไมหนูต้องออกหน้าด้วยล่ะคะ แบบนี้ก็ลำบากใจแย่เลย""แต่แม่ไม่ได้ต้องการที่จะยัดเยียดให้หนูต้องแต่งงานหรอกนะ หนูอาจจะคิดว่าแม่แก้ตัวก็ไม่เป็นไร
"สวัสดีค่ะคุณแม่ เพิ่งมาถึงขนส่งค่ะ ใช่ค่ะ เพิ่งลงจากรถตอนนี้กำลังจะไปเรียกแท็กซี่ค่ะ""แล้วนี่ลูกจะไปที่บริษัททันไหม เข้าทำงานวันนี้วันแรกไม่ใช่หรือไง""หนูว่าจะฝากสัมภาระไว้ที่หมอชิตก่อนน่ะค่ะ แล้วค่อยกลับมาเอาตอนเลิกงาน เดี๋ยวหนูจะหาที่อาบน้ำก่อนแล้วจะได้เข้าไปที่บริษัทเลย""ถ้าเลิกงานแล้วอย่าลืมโทรไปตามเบอร์ที่แม่ส่งไปให้ด้วยล่ะลูก""ได้ค่ะคุณแม่ งั้นหนูขอไปเตรียมตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวจะไปเข้างานไม่ทัน เริ่มงานวันแรกด้วย""ตั้งใจนะลูก พอไปยื่นใบสมัครงานเสร็จแล้วอย่าลืมโทรไปเบอร์เบอร์ที่ส่งให้ในไลน์ด้วยล่ะ แม่ขออวยพรให้การทำงานวันแรกผ่านไปด้วยดีนะลูก แม่เป็นกำลังใจให้""ขอบคุณมากค่ะคุณแม่ งั้นหนูขอวางสายก่อนนะคะ"ข้าวหอมรีบอาบน้ำที่จุดบริการอาบน้ำอย่างรวดเร็ว หลังจากที่เอาสัมภาระไปฝากไว้ที่จุดรับฝากกระเป๋าแล้ว เธอก็รีบไปเรียกแท็กซี่เพื่อไปยังบริษัทนำเข้ารถยนต์ที่เธอต้องไปยื่นใบสมัครเพื่อยืนยันการเป็นพนักงานในวันนี้ข้าวหอมเงยหน้ามองตึกสูงด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะสูดหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อเรียกความมั่นใจให้กับตัวเอง แล้วเดินเข้าไปที่ประชาสัมพันธ์พร้อมกับถือแก้วกาแฟที่แวะซื้อข้างทาง แล้วเข้า







