تسجيل الدخولงานแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย โดยมีผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายและคนในครอบครัวของแต่ละฝ่ายที่มาร่วมเป็นสักขีพยานเท่านั้น เพราะนั่นคือคำขอของภูผาเอง
หลังจากที่สวมแหวนแต่งงานและถ่ายรูปเสร็จ งานแต่งงานเล็ก ๆ แต่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของครอบครัวอย่างเต็มเปี่ยมก็ทำให้ข้าวหอมยิ้มออกมาได้บ้าง แต่ก็ยิ้มได้เพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น เพราะคนข้างกายเธอได้แต่ทำหน้าบอกบุญไม่รับ แล้วเธอก็ไม่เคยเห็นรอยยิ้มของเขาปรากฎบนใบหน้าหล่อเหลาเลยแม้แต่ครั้งเดียว
รถหรูสองคันเคลื่อนตัวออกไปจากบ้านหลังใหญ่ จุดหมายปลายทางคือคอนโดหรูที่เป็นห้องชุดแบบเพนท์เฮ้าส์ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงที่ราคาสูงลิ่ว ทั้งสองครอบครัวกำลังส่งตัวเจ้าบ่าวและเจ้าสาวไปที่นั่น เพราะเป็นคอนโดที่ภูผาอาศัยอยู่เป็นหลักมาหลายปีแล้ว แถมยังเดินทางสะดวกและไม่ไกลจากบริษัทด้วย
"แม่ดีใจด้วยนะลูกที่ได้เป็นฝั่งเป็นฝาสักที จงเป็นภรรยาที่ดีและดูแลสามีให้ดีที่สุดด้วยนะลูก ขอให้ลูกมีความสุขในคืนแต่งงานนับตั้งแต่วันนี้และตลอดไปนะ"
"ขอบคุณมากนะคะคุณแม่"
"แม่ขอฝากลูกสาวด้วยนะลูก" มารดาของข้าวหอมหันไปพูดกับเจ้าบ่าวที่ฝืนยิ้มเล็กน้อย ซึ่งยุพินก็ทราบดีว่าเป็นการแต่งงานแบบกะทันหัน จึงไม่แปลกที่เจ้าบ่าวจะยังปรับตัวไม่ได้ "ชีวิตคู่ของทั้งสองคนเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น ก็ลองศึกษาดูใจกันไปเรื่อย ๆ นะลูก พูดคุยกันด้วยสติ มีเหตุผลและมีความเข้าใจกัน แม่เชื่อว่าทุกอย่างจะต้องผ่านไปได้ดีอย่างแน่นอน"
"ขอบคุณครับ" ภูผาก็ยิ้มให้กับผู้ใหญ่เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสบายใจ
"อย่าลืมหาตำแน่งงานให้หนูข้าวหอมด้วยล่ะลูก ให้น้องไปทำงานที่บริษัทของเรานั่นแหละ"
"ขอบคุณมากเลยนะคะ พอดีหนูจบการตลาดมาน่ะค่ะ ถ้าพอจะช่วยอะไรได้หนูก็จะช่วยอย่างเต็มที่เลยค่ะ ขอความกรุณาด้วยนะคะ"
"ดีเลย งั้นก็ไปทำงานด้วยกันนั่นแหละ จะได้ใกล้ชิดสนิทสนมกันด้วย ว่าแต่ไปทำงานเป็นเลขาดีกว่าไหมล่ะลูก จะได้ใกล้ชิดกันด้วย"
"ไม่เป็นไรเลยค่ะ หนูอยากทำงานตามสายที่เรียนมาน่าจะถนัดกว่า"
"ก็ตามใจหนูนะ งั้นพ่อกับแม่จะกลับเลยนะ คืนนี้ก็มีความสุขมาก ๆ ล่ะลูก รีบมีหลานให้แม่ได้แล้วนะ"
ข้าวหอมก้มหน้าซ่อนความเขินอายเอาไว้ พอประตูห้องหรูปิดลง ร่างสูงก็เดินไปที่ห้องนอนของตัวเองแล้วปิดประตูใส่เสียงดัง
ข้าวหอมมองตามคนตัวสูงที่ทำสีหน้าหงุดหงิดขึ้นไปจนลับตา ซึ่งเธอก็รู้ดีว่าเขาไม่พอใจมากแต่ไหน จากนั้นก็มองดูกระเป๋าเสื้อผ้าของตัวเองที่ยังไม่รู้จะเอาไว้ที่ไหนดี
"แล้วนี่เราจะทำยังไงต่อไปดีล่ะ แล้วเราจะเริ่มต้นจากตรงไหนดี" คอนโดหรูบนตึกสูงถึง 77 ชั้น เป็นห้องชุดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและราคาแพงที่สุดของตึกนี้ เธอได้ยินมารดาของเจ้าบ่าวบอกกับมารดาของเธอว่าคอนโดนี้ราคาสูงถึงหกสิบล้าน แม้จะเป็นห้องชุดที่ทั้งกว้างใหญ่และหรูหราขนาดนี้ แต่หัวใจของเธอกับเคว้งคว้างเหลือเกิน
ข้าวห้อมทำได้เพียงลากกระเป๋าไปที่โซนรับแขกขนาดใหญ่ แล้วหย่อนกายลงนั่งที่โซฟาหรู เธอไม่กล้าแม้แต่จะแตะข้าวของทุกอย่างในห้องนี้เลยด้วยซ้ำ ทุกอย่างในห้องนี้แม้กล่องใส่ทิชชูยังดูหรูหราจนน่าทึ่งไปหมด
เป็นครั้งแรกในชีวิตตั้งแต่เกิดมาที่เธอได้มาอยู่ในห้องที่หรูหราขนาดนี้ นี่มันยิ่งกว่าในละครที่เธอดูเสียอีก นี่คือสภาพแวดล้อมของคนที่ร่ำรวยสินะ มันเทียบกับชีวิตของคนธรรมดาแบบเธอไม่ได้เลยด้วยซ้ำ มันยิ่งกว่าที่เธอจินตนาการเอาไว้เสียอีก
ข้าวหอมนั่งคิดอะไรอยู่ในใจไปเรื่อยเปื่อย แล้วก็ผล็อยหลับไปที่โซฟาทั้งชุดแต่งงานด้วยความอ่อนเพลีย
ข้าวหอมสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงสิ่งของกระทบกันอยู่ในครัว ก่อนจะตกใจที่เห็นสภาพของตัวเองยังอยู่ในชุดแต่งงานสีขาวฟูฟ่องทั้งคืน ข้าวหอมเดินไปตามเสียงที่ได้ยินไปที่ครัวก็เห็นผู้หญิงวัยกลางคนกำลังทำอาหารอยู่ในครัวตั้งแต่เช้า
"ป้าเห็นคุณหนูนอนอยู่บนเตียงเลยไม่กล้าปลุกน่ะคะ แล้วนี่ป้าทำให้ตื่นหรือเปล่าคะ"
"ไม่ค่ะ ขอโทษที่เสียมารยาทถามนะคะ แล้วคุณป้าเป็นใครคะ มาทำอะไรอยู่ที่นี่หรือคะ"
"ป้าก็มาเตรียมอาหารให้คุณภูผาและดูแลความสะอาดของห้องนี้น่ะค่ะ ป้าทำแบบนี้มาตลอดมาสามปีแล้ว ป้าก็จะเตรียมอาหารเช้าไว้ให้คุณภูผาทุกวันตั้งแต่เช้าแบบนี้แหละค่ะ แต่ถ้าวันไหนที่คุณภูผาไม่ได้มานอนที่นี่ ป้าก็มาทำความสะอาดอย่างเดียวค่ะ
"หนูชื่อข้าวหอมนะคะ งั้นต่อไปข้าวจะขอเป็นลูกมือของคุณป้าได้ไหมคะ จะได้รู้ว่ามีอาหารอะไรที่คุณภูผาชอบทานบ้าง เพราะว่าแต่งงานกันแล้วก็อยากทำหน้าที่ของภรรยาให้เต็มที่น่ะค่ะ"
"ได้สิคะ แต่ว่าคุณหนูไปอาบน้ำก่อนเถอะค่ะ แล้วเมื่อคืนไม่ได้ไปนอนที่ห้องหรือคะ สวมชุดเจ้าสาวทั้งคืนเลยนะคะเนี่ย"
"พอดีลุกมาตอนเกือบเช้ามาหาอะไรทานแล้วก็เผลอหลับไปน่ะค่ะ" ข้าวหอมรีบแก้ตัวเพราะกลัวแม่บ้านจะเข้าใจผิดสามี แต่ดูเหมือนแม่บ้านก็ไม่ได้เชื่อในสิ่งที่เธอพูดนัก
"ไปอาบน้ำก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวป้าจะเตรียมอาหารเช้าไว้รอ เห็นคุณนายบอกว่าคุณหนูทำงานที่บริษัทด้วยนี่คะ ไปเตรียมตัวเถอะค่ะ เดี๋ยวป้าจะเตรียมอาหารไว้บนโต๊ะให้ เพราะเดี๋ยวป้าทำตรงนี้เสร็จก็จะไปทำงานที่บ้านใหญ่ต่อค่ะ"
"ขอบคุณมากค่ะ"
สามสิบนาทีต่อมา ข้าวหอมก็แต่งตัวด้วยชุดทำงาน แล้วเตรียมเอกสารสำหรับยืนยันการสมัครงานไว้เรียบร้อย เธอเห็นสามีกำลังเดินออกมาจากห้องนอนในชุดสูทหรูก็ทำตัวไม่ถูก จึงเดินไปที่โต๊ะอาหารก่อนออกไปทำงาน
"ใครบอกว่าฉันจะให้เธอนั่งร่วมโต๊ะอาหารกับฉันกัน" เสียงเข้มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนข้าวหอมต้องถอยออกมา แล้วยืนมองดูชายหนุ่มที่กำลังรับประทานอาหารเช้าโดยไม่สนใจมองดูเธอแม้แต่น้อย ทำราวกับว่าเธอไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น
"คุณภูคะ เอ่อ...คุณภูจะ..."
"ใครอนุญาตให้เธอเรียกฉันว่าภูเฉย ๆ กัน อย่ามาทำเป็นเรียกแบบสนิทสนมนะ"
"ขอโทษค่ะ คุณภูผาคะ มีห้องว่างห้องไหนที่พอใช้ได้บ้างไหมคะ นอกจากห้องที่คุณภูผาใช้อยู่น่ะค่ะ" เธอเห็นมีห้องถึงห้าห้อง แต่เธอก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปห้องไหนเลย เพราะกลัวว่าชายหนุ่มอาจจะไม่พอใจถ้าทำอะไรโดยที่ไม่ได้บอกเขาก่อน
"เธอโง่หรือไง! แม่บ้านมาทำความสะอาดที่นี่ห้องนี้ทุกวัน ถ้าเห็นว่าเธอกับฉันนอนแยกห้องกันแบบนี้แล้วรู้ไปถึงหูของแม่ฉันจะเป็นยังไง"
"นะ...นั่นสิคะ"
"ก็เอาของไปไว้ที่ห้องของฉันให้หมดแล้วก็นอนห้องนั้นแหละ แต่บอกไว้ก่อนนะว่าฉันไม่ได้พิสวาสเธอหรอก ที่ทำแบบนี้ก็เพราะเป็นความต้องการของแม่ฉันเท่านั้นแหละ อย่าคิดว่าที่ฉันแต่งงานกับเธอเพราะว่าฉันพิสวาสเธอนะ อย่าแม้แต่จะคิดล่ะ"
"ค่ะ ฉันทราบค่ะ"
"ก็ดี...แล้วเวลาอยู่บริษัทไม่ต้องมาทำตีสนิทฉันด้วย แล้วอย่าให้ใครรู้เด็ดขาดว่าฉันกับเธอแต่งงานและอาศัยอยู่ด้วยกันน่ะ"
"ทราบแล้วค่ะ"
หลังจากที่คนตัวสูงลุกออกจากโต๊ะอาหารแล้ว ข้าวหอมก็รีบรับประทานอาหารที่แม่บ้านเตรียมไว้ให้อย่างรวดเร็ว เธอจะต้องรีบทานให้เสร็จก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินออกจากห้อง เพราะว่าเธอจะต้องเดินทางไปทำงานพร้อมกับเขาด้วย
เมนูอาหารเช้าแบบฝรั่งหมดเกลี้ยงภายในพริบตา ก่อนที่ข้าวหอมจะรีบล้างมืออย่างรีบเร่ง พอเห็นสามีกำลังเดินออกจากห้อง เธอก็รีบคว้ากระเป๋าและแฟ้มเอกสารสมัครงานแล้วตามหลังสามีออกไป
พอลิฟต์ส่วนตัวเปิดประตูออก ข้าวหอมก็รีบเดินตามภูผาออกไปที่ลานจอดรถส่วนตัวด้วย
"เธอจะตามฉันมาทำไม ทางออกจากตึกมันต้องกดไปชั้นหนึ่งนะ"
"เอ่อ...ก็จะไปทำงานพร้อมกับคุณภูผาไงคะ"
"โง่ ๆ ๆ เธอนี่มันโง่จริง ๆ คิดสิว่าถ้าเธอเดินออกจากรถพร้อมกับฉัน พนักงานของฉันจะคิดยังไง บอกไปแล้วว่าอย่ามาวุ่นวายกับฉัน เธอจะไปไหนก็ไปเองสิ จะมาวุ่นวายกับฉันทำไม"
"ขอโทษค่ะ"
"นี่กุญแจและคีย์การ์ดเข้าคอนโด ต่างคนต่างอยู่น่ะจำไว้! ถ้าเข้าใจแล้วก็รีบไสหัวออกไปจากตรงนี้สักที!"
ข้าวหอมรับกุญแจและคีย์การ์ดด้วยแววตาเศร้า แล้วกดปุ่มลิฟต์แล้วลงไปที่ชั้นแรก ก่อนจะเดินออกไปเรียกวินมอเตอร์ไซต์ด้วยความรีบเร่ง ถ้าเธอมัวแต่รอรถโดยสารประจำทาง เธอต้องไปเข้างานสายตั้งแต่วันแรกแน่ ๆ เพราะไม่รู้ว่าสายรถโดยสารประจำทางที่ตัวเองรอจะมาตอนไหน
"ไปซื้อของหรือคะ""นาน ๆ ทีก็ไปช้อปปิ้งบ้างก็ดีนะครับ""แต่ว่าหนูไม่ได้อยากได้อะไรหรอกค่ะ ชุดที่มีอยู่ก็เยอะแยะ แถมใส่แค่ครั้งสองครั้งเอง แล้วยังเป็นชุดที่พี่สั่งมาให้แบบมัดมือชกอีก ทั้ง ๆ ที่หนูก็บอกพี่ตลอดว่าไม่ได้อยากได้แท้ ๆ""ก็นี่ไงครับ พี่ถึงจะพาหนูไปเดินเลือกด้วยตัวเองไง ก็ถ้าชอบตัวไหนหนูก็เลือกเอาเลย""หนูเพิ่งบอกไปเองนะคะว่าชุดในตู้เสื้อผ้าก็ยังมีเยอะแยะ เสียดายของค่ะ""หนูนี่ยังไง เมื่อห้าปีที่แล้วกับตอนนี้ก็ไม่ต่างกันเลยนะ ตอนนั้นก็ต้องให้แม่พี่บังคับถึงจะพาไปซื้อได้""พี่ภูยังจำเหตุการณ์ตอนนั้นได้อีกหรือคะ ตอนที่เห็นบิลค่าเสื้อผ้าส่งมาที่คอนโด หนูยอมรับเลยว่าหนูตกใจจนแทบจะเป็นลม เพราะค่าชุดค่ากระเป๋ารองเท้าเกือบล้าน คือตอนนั้นหนูอึ้งมากจริง ๆ นะคะ""ก็นั่นไง มันก็ผ่านมาตั้งนานแล้วที่เราไปเดินห้างด้วยกันน่ะ พี่ก็เลยอยากจะพาหนูไปเดินอีกสักรอบ เพื่อถือเป็นการระลึกถึงความหลังของเราสองคนด้วยไง""หนูจะยอมไปด้วยก็ได้ค่ะ แต่หนูขอถามคำถามพี่สักหนึ่งคำถามได้ไหมคะ คือหนูอยากจะฟังคำตอบจากปากของพี่เอง""ไม่ต้องถามคำถามเดียวหรอกครับ จะกี่คำถามก็ถามมาเถอะ พี่จะตอบให้ฟังจนเบื่อเลย""ตอนท
งานแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมฐานะของครอบครัวฝ่ายชาย ซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นที่โรงแรมหรูโดยเปิดห้องบอลรูมขนาดใหญ่เพราะมีแขกที่มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะแวดวงนักธุรกิจแทบทุกวงการ เพราะลูกค้าของธุรกิจนำเข้ารถหรูส่วนมากก็จะเป็นคนมีหน้ามีตาในสังคมและเป็นคนที่มีฐานะร่ำรวยติดอันดับเป็นส่วนมากแล้วก็ยังมีคนในวงการบันเทิงไม่น้อยที่มาร่วมงาน จึงมีนักข่าวมาทำข่าวในงานแต่งครั้งนี้ จึงถือเป็นงานแต่งที่ยิ่งใหญ่ เพราะตระกูลของภูผาก็เป็นตระกูลของลูกหลานนักการเมืองรุ่นเก่าด้วย จึงมีคนแขกระดับแนวหน้ามาร่วมงานกันอย่างล้นหลามงานแต่งที่ยิ่งใหญ่แต่อบอวลไปด้วยความอบอุ่น เพราะมีพยานรักตัวน้อยที่คอยสร้างเสียงหัวเราะให้กับแขกทุกคนที่มาร่วมงานอยู่ตลอดเวลา พยานตัวน้อยแก้มยุ้ยที่วิ่งเล่นไปทักทายแขกทั่วงานด้วยความตื่นเต้น"ขุนเขาหลับปุ๋ยเลยนะคะ""แน่ล่ะสิ ก็เล่นวิ่งทักทายแขกไปทั่วงานแบบนี้ ถ้าไม่เพลียก็คงไม่แปลกหรอกนะหนูว่าไหมล่ะ""ใช่ค่ะ""แต่ว่าพักคุยเรื่องของขุนเขาก่อนดีกว่านะครับ" ภูผาสวมกอดภรรยาสาวจากด้านหลัง ก่อนจะจูบไปที่ซอกคอขาวไปทั่วเบา ๆ ด้วยความหลงใหล"พี่ภูคะ หนูจั๊กจี้""ถึงจะจั๊กจี้แต่พี่ก็ไ
"ว๊าว...ป๊ะป๋า หม่ามี๊ มีลูกโป่งกับดอกไม้เยอะมากเลยคับ" ขุนเขาวิ่งเข้าไปในบริษัทชั้นแรกที่เป็นจุดบริการลูกค้า เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุด ขุนเขาก็มักจะมาเล่นที่บริษัททุกครั้ง แถมยังเป็นขวัญใจของพนักงานในบริษัทอีกด้วย"ขุนเขาชอบหรือครับลูก""ชอบคับป๊ะป๋า ขุนชอบลูกโป่ง แล้วป๊ะป๋าจะพาขุนไปเล่นของเล่นในห้างอีกวันไหนคับ""วันพรุ่งนี้ครับลูก ก็ป๋าพาขุนเขาไปเล่นของเล่นทุกสัปดาห์อยู่แล้วนี่ครับ วันนี้เพิ่งวันเสาร์เองนะลูก""งั้นวันนี้ขุนจะไปเล่นกับป้า ๆ ที่เป็นเพื่อนของหม่ามี๊นะคับ""คงไม่ต้องไปแล้วมั้งลูก โน่นไงครับ พวกลุง ๆ ป้า ๆ มารอต้อนรับขุนเขาแล้ว""จริงด้วย เย้...ลุงวายุ ป้าเอ๋ ขุนเขามาแล้วคับ" ร่างป้อมวิ่งเข้าไปกอดขาของคนทั้งสอง ก่อนที่วายุจะรวบเด็กตัวเล็กขึ้นขี่คอของตัวเองทันที"หัวหน้าก็ชอบตามใจขุนเขาอยู่เรื่อยเลยค่ะ เพราะแบบนี้ไงคะ ถึงติดหัวหน้าแจเลย พี่เอ๋ก็ด้วย หิ้วถุงขนมมาให้ขุนเขาอีกแล้วสินะคะ""บอกแล้วว่าอย่าเรียกผมว่าหัวหน้าน่ะ ตอนนี้คุณเป็นถึงภรรยาของคุณภูผานะครับ จะเรียกผมว่าหัวหน้าอีกหรือไง""ก็หัวหน้ายังเรียกแทนข้าวว่าคุณอยู่เลยนี่คะ เรียกข้าวว่าเธอเหมือนปกติก็ได้แท้ ๆ""ท
"สวัสดีครับคุณจักร คุณพาฝัน เชิญนั่งก่อนนะครับ""ขอบคุณครับคุณภูผา นี่รอพวกผมนานไหมครับ พอดีว่ารถติดเล็กนิดหน่อยน่าจะช้ากว่าที่นัดหมายสิบนาทีได้ ขอโทษด้วยนะครับ""ไม่เป็นไรเลยครับ ผมก็เพิ่งมาถึงเมื่อไม่นานนี้แหละครับ สบายมาก แล้วนี่จะทานอะไรเลยไหมครับ เดี๋ยวผมจะเรียกบริกรมารับออเดอร์ของคุณทั้งสองคนก่อน แล้วระหว่างนี้เราจะได้คุยกันไปด้วยรับประทานอาหารกันไปด้วยเลยดีไหมครับ""ก็ดีเหมือนกันนะครับ ผมก็ยังไม่ได้ทานอาหารตอนเที่ยงเลยเหมือนกัน""แล้วคนที่มากับคุณภูผาเนี่ยใครหรือคะ เป็นเลขาของคุณหรือเปล่า หน้าตาน่ารักเชียวค่ะ ผิวพรรณก็ดีมากด้วย"'อีกแล้วสินะ เวลาเขาพาภรรยาไปที่ไหนก็มักจะไม่มีใครรู้ว่าข้าวหอมคือภรรยาของเขา นี่เขากำลังลืมเรื่องสำคัญบางอย่างไปแน่ ๆ' ภูผาคิดในใจก่อนที่จะรีบอธิบายทันที"คนนี้คือข้าวหอม ภรรยาผมเองครับ""คุณภูผามีภรรยาแล้วหรือคะ เพิ่งเคยรู้เลยนะคะเนี่ย ขอโทษนะคะที่ไม่รู้มาก่อนแบบนี้""ไม่เป็นไรหรอกครับ งั้นผมจะขอแนะนำให้รู้จักอย่างเป็นทางการนะครับ ผู้หญิงคนนี้ชื่อข้าวหอม เป็นภรรยาของผมเอง แล้วตอนนี้ผมก็มีลูกชายแล้วนะครับ เกือบสามขวบแล้วด้วย""จริงหรือคะเนี่ย ทำไมถึงไม
หลังจากที่ภูผาได้ซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเองแล้ว เขาก็ได้พาภรรยาและลูกชายอันเป็นที่รักกลับมาสู่อ้อมอกอีกครั้งเขาไม่ได้รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว ห้องที่เคยว่างเปล่าและกว้างใหญ่ ตอนนี้ได้มีภรรยาและลูกชายสุดที่รักเข้ามาเติมเต็มและทำให้บ้านกลับมาเป็นบ้านอีกครั้งสายตาคมจ้องมองไปที่ใบทะเบียนสมรส ถึงจะจดทะเบียนสมรสกันแล้ว เขาก็ยังรู้สึกค้างคาใจอยู่ แต่ก็คิดไม่ออกว่าเขากำลังรู้สึกค้างคาใจเรื่องอะไรกันแน่"คิดอะไรอยู่หรือคะพี่ภู หนูเห็นพี่นั่งจ้องใบทะเบียนสมรสอยู่สักพักแล้ว ที่ใบทะเบียนสมรสมันมีอะไรหรือเปล่าคะ หรือพี่ภูกำลังสงสัยอะไร""พี่ก็แปลกใจเหมือนกันนะว่าพี่กำลังคิดอะไรอยู่ มันยังรู้สึกค้างคาใจแต่ก็นึกไม่ออกว่าพี่ค้างคาใจเรื่องอะไร ถึงได้นั่งคิดอยู่นี่แหละ""อ๋อ...งั้นหนูไม่กวนแล้วล่ะค่ะ พี่ภูนั่งคิดไปก่อนก็ได้ แต่ตอนนี้อาหารเช้าเสร็จแล้วนะคะ หนูตั้งโต๊ะไว้รอแล้วค่ะ เดี๋ยวหนูจะพาขุนเขาไปนั่งทานข้าวรอที่โต๊ะก่อนนะคะ กว่าจะทานอิ่มคงอีกนาน""ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวถ้านึกออกได้ก็คงจะนึกออกเองแหละ พยายามคิดมากไปก็ปวดหัว งั้นเราไปที่ครัวกันเถอะ""ป๊ะป๋า อุ้ม อุ้ม" ขุนเขาที่จับมือมารดาอยู่ก็ผละไปก
"ป๊ะป๋า ป๊ะป๋า ป๊ะป๋า" ขุนเขารีบกระโดดใส่บิดาทันทีเมื่อเจอหน้าคนที่แสนคิดถึง ภูผาแทบน้ำตาคลอที่ได้เจอหน้าลูกชายที่เขาแสนรัก เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีโอกาสได้รับลูกชายกลับเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดอีกครั้งเลยด้วยซ้ำ"ป๋าคิดถึงลูกมากเลยนะ" ใบหน้าคมหอมแก้มยุ้ยของลูกชายฟอดใหญ่ มันคือความสุขในชีวิตที่เขาไม่สามารถหามันได้จากที่ไหนอีกแล้วในชีวิตนี้ พอคิดได้แบบนี้ก็ตั้งมั่นกับตัวเองว่าจะรักษาและทะนุถนอมคนข้างกายและให้ความสำคัญกับคนที่เขารักให้มากที่สุด"มาไม่บอกไม่กล่าวกันแบบนี้ ยังไงก็ต้องค้างที่นี่ก่อนนะ อย่าพึ่งรีบกลับล่ะ""ได้สิ แต่ว่าคงอยู่ได้ไม่นานนะ เพราะไม่มีคนดูแลงานที่บริษัทเลยน่ะสิ ก็ตาภูอยากมาที่นี่กะทันหันจนไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย แล้วฉันก็ตื่นเต้นจนไม่ได้เตรียมอะไรมาเหมือนกัน พอได้ยินความต้องการของตาภูก็รีบไปสนามบินอย่างเร่งด่วนเลยน่ะสิ""แล้วนี่ลูกจะเอายังไงต่อล่ะ ปรับความเข้าใจกันแล้ว แล้วคิดหรือยังว่าจะทำอะไรต่อไป""ครับคุณแม่ ที่ผมมาที่นี่ก็มีความตั้งใจที่จะพาลูกสาวของคุณแม่กลับไปอยู่ที่กรุงเทพฯ กับผมเหมือนเดิมครับ ผมสัญญาว่าผมจะดูแลคนที่สำคัญของผมให้ดีที่สุด ผมอยากจะดูแลลูกและเมียให้ด
"คุณแม่" ข้าวหอมลืมตาตื่นก็รู้ทันทีว่าตัวเองอยู่ที่โรงพยาบาล ข้างเตียงมีทั้งสามีของเธอที่ยืนทำใบหน้าเรียบเฉย พร้อมกับบิดาและมารดาของสามียืนเฝ้าเธออยู่ข้างเตียงด้วย"แม่ตกใจหมดเลยที่ตาภูโทรมาบอกแม่ว่าหนูไม่สบายจนต้องมารักษาตัวที่โรงพยาบาลน่ะ""คุณพ่อกับคุณแม่ก็เลยอุตส่าห์มาเยี่ยมหนูถึงที่นี่เลยหรือค
"คนนี้ชื่อคุณภูผา เป็นคนรู้จัก...""ฉันชื่อภูผา เป็นสามีของข้าวหอม""คะ...คุณภูผาบอกแบบนี้กับเพื่อนฉันไปจะดีหรือคะ ฉันเกรงว่าเพื่อนจะเข้าใจผิดเรื่องคุณ""ซุบซิบอะไรกันล่ะคะคุณภูผา หรือว่าจะยังนัดหมายอะไรกันมาไม่หมดก็เลยต้องพูดท่องบทพูดไว้ก่อน เพราะกลัวจะโป๊ะแตกหรือเปล่าคะ""ทำไมเธอถึงพูดแบบนั้นล่ะย
ข้าวหอมเปิดโทรทัศน์นั่งอยู่ที่ห้องรับแขกหลังจากที่ทำความสะอาดเสร็จ เพื่อจะได้รอภูผากลับมาที่นี่เสียงเปิดประตูดังขึ้น ข้าวหอมก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ เพราะเธอไม่เคยรออะไรขนาดนี้มาก่อน ถึงเขาจะบอกว่าไม่ต้องทำอะไรและไม่ต้องยุ่ง แต่ข้าวหอมก็เตรียมของโปรดของเขาไว้รอต้อนรับ เพราะเธออยากจะทำหน้าที่ของภรรย
สามวันต่อมา ของต่าง ๆ ที่สามีได้พาเธอไปซื้อก็ถูกทยอยนำมาส่งในวันนี้ ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋าและรองเท้า ข้าวหอมได้แต่ตื่นตาตื่นใจกับของพวกนี้มาก เพราะมีแต่เสื้อผ้าแบรนด์เนมหรูทั้งนั้น แต่ราคาก็น่าตกใจมาก ที่เธอคิดมาตลอดว่าราคาเสื้อผ้าประมาณห้าแสน แต่บิลรายการที่ส่งมาเกือบแปดแสน เธออยากจะขอบคุณสามีที่ซื







