เข้าสู่ระบบ"เป็นอย่างที่ฉันคิดจริง ๆ สินะ นึกแล้วไม่มีผิดเลย"
"อะ...โอ๊ย!"
"จะหนีไปไหนล่ะ คิดว่าทำอะไรกับฉันไว้แล้วจะหนีไปง่าย ๆ หรือไง คิดตื้นไปหน่อยล่ะมั้ง" ข้อเท้าเล็กถูกมือใหญ่จับไว้ก่อนจะใช้แรงทั้งหมดกดคนตัวเล็กลงบนเตียงอีกครั้ง จากนั้นก็ฉีกกระโปรงออกตามเสื้อไปจนร่างกายขาวผ่องเหลือเพียงแค่ชุดชั้นในเท่านั้น
"ฉันก็บอกความจริงไปแล้ว ปล่อยฉันเถอะนะคะ"
"เธอคิดว่าคนอย่างฉันจะปล่อยให้คนที่มาลอบกัดข้างหลังลอยนวลไปหรือไง มันต้องสั่งสอนให้หลาบจำ จะได้ไม่ต้องไปทำแบบนั้นอีก เธอผิดเองนะที่กล้ามาหัวหมอกับคนอย่างฉัน"
"อื้อ...จะ...เจ็บ ปล่อยฉันเถอะนะคะ" เนินอกสวยภายใต้ชุดชั้นในสีหวานถูกมือใหญ่ขย้ำอย่างแรง เธอทั้งเจ็บทั้งอายเพราะเป็นครั้งแรกที่โดนผู้ชายสัมผัสร่างกายแบบนี้ ด้วยสภาพที่หมิ่นเหม่แทบจะเปลือยกายล่อนจ้อน
ข้าวหอมพูดอะไรไม่ออกและร่างกายก็ถึงตรึงด้วยร่างแกร่ง ได้แต่คิดในใจว่าเธอคิดผิดเหลือเกินที่โกหกออกไปแบบนั้น เพราะยิ่งกระตุ้นให้เขาโกรธเคืองเธอมากกว่าเดิมอีก
"ช่วยไม่ได้นะ เธอมายั่วให้ฉันไม่พอใจเอง เตรียมรับผลกรรมที่ทำไว้ด้วยแล้วกัน เพราะฉันไม่มีวันยกโทษให้!" อาภรณ์ชิ้นสุดท้ายถูกมือหนากระตุกออกด้วยความชำนาญ ก่อนจะโดนเงาดำทะมึนของร่างสูงใหญ่ที่คร่อมร่างเธอไว้จนถูกบดบังด้วยเงาของเขา
ใบหน้าคมโน้มลงไปประกบจูบริมฝีปากนุ่มอย่างแรง จูบที่เธอเคยคิดมาตลอดว่ามันจะวาบหวามใจแค่ไหน แต่นี่มันไม่เหมือนอย่างที่เธอคิดเลยสักนิด จูบที่รุนแรงแบบนี้มันอะไรกัน ข้าวหอมพยายามบ่ายเบี่ยงออกแต่ก็ไม่เป็นผล มือหนารั้งศีรษะเธอไว้จนไร้ทางหนี เธอจึงปล่อยให้ริมฝีปากร้อนรุ่มรุกล้ำเข้าไปในปากนุ่มของเธอ
จูบที่ไม่มีความอ่อนโยน มีแต่ความดุดันและแข็งกร้าว มันรุนแรงจนเธอรับรู้ได้ถึงกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วปาก ข้าวหอมน้ำตาคลอด้วยความทรมาน ทั้งริมฝีปากที่โดนจู่โจมจนไร้ทางหนีและน้ำหนักตัวของคนร่างใหญ่ที่กดทับมาที่เธอจนแทบเคลื่อนไหวไม่ได้
เธอได้แต่คิดอยู่ในใจว่าทำไมโลกถึงไม่ยุติธรรมแบบนี้ ทำไมต้องสร้างผู้ชายให้แข็งแกร่งมากกว่าผู้หญิง ทำไมผู้หญิงจะต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบตลอด ตอนนี้เธออึดอัดจนอยากจะผลักร่างหนาไปให้พ้น แต่ก็ได้แค่คิดเพียงเท่านั้น เพราะขนาดแค่เคลื่อนไหวก็ยังทำไม่ได้เลยแท้ ๆ
ขาเรียวถูกแยกออกจากกันอย่างรวดเร็วจนข้าวหอมตกใจที่ถูกบังคับให้เธออ้าขากะทันหัน แต่เธอกลับตกใจกับสิ่งที่ปรากฎอยู่ตรงหน้ามากกว่า ความเป็นชายที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้ามันน่ากลัวจนเธอต้องหลบสายตาไปทางอื่นแทบไม่ทัน
ถึงเธอจะไม่เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับใครมาก่อน แต่เธอก็รู้ว่าจะเกิดอะไรต่อจากนี้
"มะ...มันเข้ามาไม่ได้หรอกค่ะ ใหญ่ขนาดนี้ไม่มีทาง"
"แฟนเก่าของเธอมันเทียบฉันไม่ได้หรือไง ยังไม่เคยโดนแบบนี้สินะ แต่ว่าผู้หญิงที่ฉันเคยนอนด้วยต่างก็ชอบกันทั้งนั้นนี่ ความจริงแล้วคงจะตื่นเต้นมากล่ะสินะ"
"ไม่ใช่นะคะ ฉันไม่ได้ต้องการแบบนั้น"
"อย่าเลยน่า เธอต้องการมันก็บอกมา ไม่มีผู้หญิงคนไหนเคยปฏิเสธฉัน มีแต่ขอร้องอ้อนวอนให้ทำเยอะ ๆ กันทั้งนั้น หรือว่าเธอคิดจะเล่นตัวเพื่อเรียกร้องความสนใจหรือไง แต่บอกไว้ก่อนนะว่ามันไม่ได้ผล แล้วคนอย่างเธอคงไม่ต้องเล้าโลมหรอกมั้ง เสียเวลา!"
ปึก!
"อ๊ะ! ฮือ...เอาออกไปนะ เจ็บ! ไม่ไหวแล้ว" เสียงหวานเอื้อนเอ่ยเสียงแผ่วที่ร่างกายของเธอโดนรุกล้ำเข้ามาเป็นครั้งแรก ร่างเล็กสั่นสะท้านด้วยความทรมาน เธอไม่สามารถขัดขืนได้เลยเพราะโดนร่างใหญ่โน้มตัวลงมาแนบชิดเพื่อปิดทางหนีของเธอทั้งหมด
"แน่นขนาดนี้เลยหรือวะ เป็นไปไม่ได้น่า อย่าบอกนะว่าเธอยัง..." ร่างแกร่งผละออกจากคนตัวเล็กแล้วถอนแก่นกายออก ซึ่งก็เป็นไปตามที่เขาคิดตอนที่กำลังสอดใส่ เพราะมันแน่นรัดรอบแก่นกายของเขาจนแทบดึงออกไม่ได้
ภูผาเห็นคราบเลือดบางส่วนที่ติดถุงยางป้องกันมาเล็กน้อย ก่อนจะถามในสิ่งที่เขายังค้างคาใจเมื่อรู้ว่าคนตรงหน้ายังบริสุทธิ์อยู่
"เธอน่ะอายุเท่าไหร่"
"ยี่สิบสี่ปีค่ะ"
"อายุขนาดนี้แล้วเธอไม่เคยมีแฟนเลยหรือไง" ร่างเล็กพยักหน้าแต่มือไม้ก็ยังปิดเนินอกเป็นพัลวันด้วยความอาย
"หึ ไม่น่าเชื่อเลยจริง ๆ ว่าฉันจะได้ฟันสาวบริสุทธิ์แบบเธอด้วย แต่ว่านี่มันเพิ่งจะเริ่มต้นของบทลงโทษเท่านั้น สิ่งสำคัญที่เธอควรหวงแหนมันกำลังจะโดนฉันช่วงชิงไปน่ะสิ สะใจจริง ๆ"
ปึก!
"อะ...อื้อ ไม่นะคะ อย่าขยับนะ"
ปึก! ปึก! ปึก!
ร่างบางกระเพื่อมไหวไปตามแรงกระแทกที่ตอกอัดใส่ตัวเธออย่างแรง ถึงจะเป็นครั้งแรกแต่เขาก็ไม่ได้อ่อนโยนเลยสักนิด ภูผาได้แต่ก้มหน้าก้มตาก่นกระแทกและขยับสะโพกแกร่งไปตามแรงอารมณ์ของความโกรธ เพราะผู้หญิงคนนี้เข้ามาในชีวิต ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเขาดูวุ่นวายไปหมด
ถ้าไม่มีผู้หญิงคนนี้สักคน ป่านนี้เขาคงกำลังปลดปล่อยอารมณ์กับผู้หญิงที่เขาถูกใจในเรื่องบนเตียงอยู่แน่ ๆ ไม่ต้องมามีพันธะผูกพันกับใครให้ปวดหัว สามสิบปีมานี้ทำให้เขาค้นพบว่าการอยู่คนเดียวมันดีกว่าเป็นไหน ๆ เพราะเขาอยากจะทำอะไร อยากจะมีอะไรกับใครก็ทำได้ทั้งนั้น แค่มีเงินก็สามารถบันดาลทุกอย่างได้แล้ว แค่เอาเงินฟาดหัวนิดหน่อยก็มีแต่คนกระดี๊กระด๊าออดอ้อนและเอาใจเขาทันที
ข้าวหอมปวดแปลบไปทั่วสรรพางค์กาย เพราะแค่ประคองลมหายใจก็เหนื่อยแล้ว เธอได้แต่โอนอ่อนไปตามการควบคุมของสามีที่ต้องการเพียงแค่ปลดปล่อยอารมณ์ของตัวเองเท่านั้น
ไม่ว่าเขาจะจับร่างกายเธอพลิกคว่ำ นอนหงายหรือตะแคงนอน ไม่ว่าจะท่วงท่าไหนเธอก็ต้องเคลื่อนไหวไปตามที่เขาต้องการ ถุงยางป้องกันถูกดึงทิ้งและสวมใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นการมีเซ็กส์ครั้งแรกที่ทั้งหนักหน่วงและรุนแรงเหลือเกิน
มือหนาพลิกร่างนุ่มให้นอนคว่ำหน้าอีกครั้งหลังจากก่อนหน้านี้ที่เขาพลิกตัวเธอนอนหงาย แล้วบังคับให้โก่งสะโพกขึ้น หยาดน้ำตาใสไหลออกมาเองทั้ง ๆ ที่เธอพยายามกลั้นมันไว้อย่างเต็มที่
เมื่อเขากระแทกความเป็นชายเข้าใส่ตัวเธออย่างหนักหน่วงแล้ว เขาก็พลิกตัวเธอนอนหงายอีกครั้ง แล้วกดไปที่ระหว่างข้อพับเข่าทั้งสองข้างเพื่อเริ่มบทสวาทรอบใหม่อีกครั้ง ข้าวหอมเบือนหน้าหนีแล้วหันข้างเพื่อซ่อนคราบน้ำตาไว้
"หันมา!"
"..."
"ฉันบอกให้หันมาไง! แล้วสบตาฉันด้วย" มือแกร่งจับคางเล็กแล้วออกแรงบังคับให้มองหน้าเขา ดวงตาใสกลมโตน้ำตาคลอเบ้า เพราะแรงของมือแกร่งที่เขาออกแรงมันเจ็บจนน้ำตาเล็ด
"หึ! ร้องไห้งั้นหรือ ดีนี่ เป็นภาพที่สวยจริง ๆ เลย น้ำตาของผู้หญิงที่ไร้ทางสู้นี่มันดีจริง ๆ นะ"
ดวงตาใสกรอกสายตาไปทางอื่น ในเมื่อเธอหลบรัศมีเขาไม่พ้นก็เลยต้องใช้ดวงตามองไปทางอื่นแทน
"บอกให้มองหน้าฉันไง!"
ปึก! ปึก! ปึก!
เขาออกแรงสะโพกกดแก่นกายกระแทกเข้าไปในตัวร่างนุ่มรุนแรงกว่าทุกครั้งด้วยความโมโห เมื่อคนตรงหน้ากล้าขัดคำสั่งเขา
"มองสิ! มอง! ใช่...แบบนั้นแหละดี จำใบหน้าของฉันคนนี้ไว้ให้ดีล่ะ หึ! ได้เห็นใบหน้าเจิ่งนองไปด้วยน้ำตาแบบนี้ก็ดีไม่เลวเลยนะ"
"อ๊ะ! อื้อ..."
ในที่สุดคนตัวเล็กก็จำใจมองหน้าเขาไปตามคำสั่ง เพราะเธอไม่สามารถทนต่อความความกดดันด้วยการโหมสะโพกถี่ระรัวใส่เรือนร่างของเธอได้ บทลงโทษที่แสนป่าเถื่อนก็ดำเนินต่อไปครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนที่สติจะดับวูบลงเพราะความป่าเถื่อนและรุนแรงของคนเป็นสามี เธอก็ได้ยินเสียงเข้มพูดแว่ว ๆ กระทบโสตประสาทสติจะดับวูบไป
"จำไว้! ว่าอย่ามาล้อเล่นกับคนอย่างฉันอีก ไม่งั้นครั้งต่อไปเธอไม่ได้เจอแค่นี้แน่"
"ไปซื้อของหรือคะ""นาน ๆ ทีก็ไปช้อปปิ้งบ้างก็ดีนะครับ""แต่ว่าหนูไม่ได้อยากได้อะไรหรอกค่ะ ชุดที่มีอยู่ก็เยอะแยะ แถมใส่แค่ครั้งสองครั้งเอง แล้วยังเป็นชุดที่พี่สั่งมาให้แบบมัดมือชกอีก ทั้ง ๆ ที่หนูก็บอกพี่ตลอดว่าไม่ได้อยากได้แท้ ๆ""ก็นี่ไงครับ พี่ถึงจะพาหนูไปเดินเลือกด้วยตัวเองไง ก็ถ้าชอบตัวไหนหนูก็เลือกเอาเลย""หนูเพิ่งบอกไปเองนะคะว่าชุดในตู้เสื้อผ้าก็ยังมีเยอะแยะ เสียดายของค่ะ""หนูนี่ยังไง เมื่อห้าปีที่แล้วกับตอนนี้ก็ไม่ต่างกันเลยนะ ตอนนั้นก็ต้องให้แม่พี่บังคับถึงจะพาไปซื้อได้""พี่ภูยังจำเหตุการณ์ตอนนั้นได้อีกหรือคะ ตอนที่เห็นบิลค่าเสื้อผ้าส่งมาที่คอนโด หนูยอมรับเลยว่าหนูตกใจจนแทบจะเป็นลม เพราะค่าชุดค่ากระเป๋ารองเท้าเกือบล้าน คือตอนนั้นหนูอึ้งมากจริง ๆ นะคะ""ก็นั่นไง มันก็ผ่านมาตั้งนานแล้วที่เราไปเดินห้างด้วยกันน่ะ พี่ก็เลยอยากจะพาหนูไปเดินอีกสักรอบ เพื่อถือเป็นการระลึกถึงความหลังของเราสองคนด้วยไง""หนูจะยอมไปด้วยก็ได้ค่ะ แต่หนูขอถามคำถามพี่สักหนึ่งคำถามได้ไหมคะ คือหนูอยากจะฟังคำตอบจากปากของพี่เอง""ไม่ต้องถามคำถามเดียวหรอกครับ จะกี่คำถามก็ถามมาเถอะ พี่จะตอบให้ฟังจนเบื่อเลย""ตอนท
งานแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมฐานะของครอบครัวฝ่ายชาย ซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นที่โรงแรมหรูโดยเปิดห้องบอลรูมขนาดใหญ่เพราะมีแขกที่มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะแวดวงนักธุรกิจแทบทุกวงการ เพราะลูกค้าของธุรกิจนำเข้ารถหรูส่วนมากก็จะเป็นคนมีหน้ามีตาในสังคมและเป็นคนที่มีฐานะร่ำรวยติดอันดับเป็นส่วนมากแล้วก็ยังมีคนในวงการบันเทิงไม่น้อยที่มาร่วมงาน จึงมีนักข่าวมาทำข่าวในงานแต่งครั้งนี้ จึงถือเป็นงานแต่งที่ยิ่งใหญ่ เพราะตระกูลของภูผาก็เป็นตระกูลของลูกหลานนักการเมืองรุ่นเก่าด้วย จึงมีคนแขกระดับแนวหน้ามาร่วมงานกันอย่างล้นหลามงานแต่งที่ยิ่งใหญ่แต่อบอวลไปด้วยความอบอุ่น เพราะมีพยานรักตัวน้อยที่คอยสร้างเสียงหัวเราะให้กับแขกทุกคนที่มาร่วมงานอยู่ตลอดเวลา พยานตัวน้อยแก้มยุ้ยที่วิ่งเล่นไปทักทายแขกทั่วงานด้วยความตื่นเต้น"ขุนเขาหลับปุ๋ยเลยนะคะ""แน่ล่ะสิ ก็เล่นวิ่งทักทายแขกไปทั่วงานแบบนี้ ถ้าไม่เพลียก็คงไม่แปลกหรอกนะหนูว่าไหมล่ะ""ใช่ค่ะ""แต่ว่าพักคุยเรื่องของขุนเขาก่อนดีกว่านะครับ" ภูผาสวมกอดภรรยาสาวจากด้านหลัง ก่อนจะจูบไปที่ซอกคอขาวไปทั่วเบา ๆ ด้วยความหลงใหล"พี่ภูคะ หนูจั๊กจี้""ถึงจะจั๊กจี้แต่พี่ก็ไ
"ว๊าว...ป๊ะป๋า หม่ามี๊ มีลูกโป่งกับดอกไม้เยอะมากเลยคับ" ขุนเขาวิ่งเข้าไปในบริษัทชั้นแรกที่เป็นจุดบริการลูกค้า เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุด ขุนเขาก็มักจะมาเล่นที่บริษัททุกครั้ง แถมยังเป็นขวัญใจของพนักงานในบริษัทอีกด้วย"ขุนเขาชอบหรือครับลูก""ชอบคับป๊ะป๋า ขุนชอบลูกโป่ง แล้วป๊ะป๋าจะพาขุนไปเล่นของเล่นในห้างอีกวันไหนคับ""วันพรุ่งนี้ครับลูก ก็ป๋าพาขุนเขาไปเล่นของเล่นทุกสัปดาห์อยู่แล้วนี่ครับ วันนี้เพิ่งวันเสาร์เองนะลูก""งั้นวันนี้ขุนจะไปเล่นกับป้า ๆ ที่เป็นเพื่อนของหม่ามี๊นะคับ""คงไม่ต้องไปแล้วมั้งลูก โน่นไงครับ พวกลุง ๆ ป้า ๆ มารอต้อนรับขุนเขาแล้ว""จริงด้วย เย้...ลุงวายุ ป้าเอ๋ ขุนเขามาแล้วคับ" ร่างป้อมวิ่งเข้าไปกอดขาของคนทั้งสอง ก่อนที่วายุจะรวบเด็กตัวเล็กขึ้นขี่คอของตัวเองทันที"หัวหน้าก็ชอบตามใจขุนเขาอยู่เรื่อยเลยค่ะ เพราะแบบนี้ไงคะ ถึงติดหัวหน้าแจเลย พี่เอ๋ก็ด้วย หิ้วถุงขนมมาให้ขุนเขาอีกแล้วสินะคะ""บอกแล้วว่าอย่าเรียกผมว่าหัวหน้าน่ะ ตอนนี้คุณเป็นถึงภรรยาของคุณภูผานะครับ จะเรียกผมว่าหัวหน้าอีกหรือไง""ก็หัวหน้ายังเรียกแทนข้าวว่าคุณอยู่เลยนี่คะ เรียกข้าวว่าเธอเหมือนปกติก็ได้แท้ ๆ""ท
"สวัสดีครับคุณจักร คุณพาฝัน เชิญนั่งก่อนนะครับ""ขอบคุณครับคุณภูผา นี่รอพวกผมนานไหมครับ พอดีว่ารถติดเล็กนิดหน่อยน่าจะช้ากว่าที่นัดหมายสิบนาทีได้ ขอโทษด้วยนะครับ""ไม่เป็นไรเลยครับ ผมก็เพิ่งมาถึงเมื่อไม่นานนี้แหละครับ สบายมาก แล้วนี่จะทานอะไรเลยไหมครับ เดี๋ยวผมจะเรียกบริกรมารับออเดอร์ของคุณทั้งสองคนก่อน แล้วระหว่างนี้เราจะได้คุยกันไปด้วยรับประทานอาหารกันไปด้วยเลยดีไหมครับ""ก็ดีเหมือนกันนะครับ ผมก็ยังไม่ได้ทานอาหารตอนเที่ยงเลยเหมือนกัน""แล้วคนที่มากับคุณภูผาเนี่ยใครหรือคะ เป็นเลขาของคุณหรือเปล่า หน้าตาน่ารักเชียวค่ะ ผิวพรรณก็ดีมากด้วย"'อีกแล้วสินะ เวลาเขาพาภรรยาไปที่ไหนก็มักจะไม่มีใครรู้ว่าข้าวหอมคือภรรยาของเขา นี่เขากำลังลืมเรื่องสำคัญบางอย่างไปแน่ ๆ' ภูผาคิดในใจก่อนที่จะรีบอธิบายทันที"คนนี้คือข้าวหอม ภรรยาผมเองครับ""คุณภูผามีภรรยาแล้วหรือคะ เพิ่งเคยรู้เลยนะคะเนี่ย ขอโทษนะคะที่ไม่รู้มาก่อนแบบนี้""ไม่เป็นไรหรอกครับ งั้นผมจะขอแนะนำให้รู้จักอย่างเป็นทางการนะครับ ผู้หญิงคนนี้ชื่อข้าวหอม เป็นภรรยาของผมเอง แล้วตอนนี้ผมก็มีลูกชายแล้วนะครับ เกือบสามขวบแล้วด้วย""จริงหรือคะเนี่ย ทำไมถึงไม
หลังจากที่ภูผาได้ซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเองแล้ว เขาก็ได้พาภรรยาและลูกชายอันเป็นที่รักกลับมาสู่อ้อมอกอีกครั้งเขาไม่ได้รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว ห้องที่เคยว่างเปล่าและกว้างใหญ่ ตอนนี้ได้มีภรรยาและลูกชายสุดที่รักเข้ามาเติมเต็มและทำให้บ้านกลับมาเป็นบ้านอีกครั้งสายตาคมจ้องมองไปที่ใบทะเบียนสมรส ถึงจะจดทะเบียนสมรสกันแล้ว เขาก็ยังรู้สึกค้างคาใจอยู่ แต่ก็คิดไม่ออกว่าเขากำลังรู้สึกค้างคาใจเรื่องอะไรกันแน่"คิดอะไรอยู่หรือคะพี่ภู หนูเห็นพี่นั่งจ้องใบทะเบียนสมรสอยู่สักพักแล้ว ที่ใบทะเบียนสมรสมันมีอะไรหรือเปล่าคะ หรือพี่ภูกำลังสงสัยอะไร""พี่ก็แปลกใจเหมือนกันนะว่าพี่กำลังคิดอะไรอยู่ มันยังรู้สึกค้างคาใจแต่ก็นึกไม่ออกว่าพี่ค้างคาใจเรื่องอะไร ถึงได้นั่งคิดอยู่นี่แหละ""อ๋อ...งั้นหนูไม่กวนแล้วล่ะค่ะ พี่ภูนั่งคิดไปก่อนก็ได้ แต่ตอนนี้อาหารเช้าเสร็จแล้วนะคะ หนูตั้งโต๊ะไว้รอแล้วค่ะ เดี๋ยวหนูจะพาขุนเขาไปนั่งทานข้าวรอที่โต๊ะก่อนนะคะ กว่าจะทานอิ่มคงอีกนาน""ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวถ้านึกออกได้ก็คงจะนึกออกเองแหละ พยายามคิดมากไปก็ปวดหัว งั้นเราไปที่ครัวกันเถอะ""ป๊ะป๋า อุ้ม อุ้ม" ขุนเขาที่จับมือมารดาอยู่ก็ผละไปก
"ป๊ะป๋า ป๊ะป๋า ป๊ะป๋า" ขุนเขารีบกระโดดใส่บิดาทันทีเมื่อเจอหน้าคนที่แสนคิดถึง ภูผาแทบน้ำตาคลอที่ได้เจอหน้าลูกชายที่เขาแสนรัก เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีโอกาสได้รับลูกชายกลับเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดอีกครั้งเลยด้วยซ้ำ"ป๋าคิดถึงลูกมากเลยนะ" ใบหน้าคมหอมแก้มยุ้ยของลูกชายฟอดใหญ่ มันคือความสุขในชีวิตที่เขาไม่สามารถหามันได้จากที่ไหนอีกแล้วในชีวิตนี้ พอคิดได้แบบนี้ก็ตั้งมั่นกับตัวเองว่าจะรักษาและทะนุถนอมคนข้างกายและให้ความสำคัญกับคนที่เขารักให้มากที่สุด"มาไม่บอกไม่กล่าวกันแบบนี้ ยังไงก็ต้องค้างที่นี่ก่อนนะ อย่าพึ่งรีบกลับล่ะ""ได้สิ แต่ว่าคงอยู่ได้ไม่นานนะ เพราะไม่มีคนดูแลงานที่บริษัทเลยน่ะสิ ก็ตาภูอยากมาที่นี่กะทันหันจนไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย แล้วฉันก็ตื่นเต้นจนไม่ได้เตรียมอะไรมาเหมือนกัน พอได้ยินความต้องการของตาภูก็รีบไปสนามบินอย่างเร่งด่วนเลยน่ะสิ""แล้วนี่ลูกจะเอายังไงต่อล่ะ ปรับความเข้าใจกันแล้ว แล้วคิดหรือยังว่าจะทำอะไรต่อไป""ครับคุณแม่ ที่ผมมาที่นี่ก็มีความตั้งใจที่จะพาลูกสาวของคุณแม่กลับไปอยู่ที่กรุงเทพฯ กับผมเหมือนเดิมครับ ผมสัญญาว่าผมจะดูแลคนที่สำคัญของผมให้ดีที่สุด ผมอยากจะดูแลลูกและเมียให้ด







