LOGINจาก "คู่นอน" แปรเปลี่ยนมาเป็น "คู่แต่งงาน" ที่มีคนหนึ่งรัก ส่วนอีกคนเกลียด "ถ้าพี่ไม่รักฉัน พี่ก็หย่าให้ฉันเถอะ" "ฉันไม่หย่า ให้ตายยังไงก็ไม่หย่า"
View Moreบทนำ
ชีวิตคู่ทุกข์ระทม
ใครว่าการแต่งงานคือชีวิตที่แสนมีความสุข มันอาจจะใช่สำหรับทุกคน แต่สำหรับเธอมันคือสิ่งที่แสนทุกข์ระทม การแต่งงานเหมือนพันธนาการยึดคนสองคนเอาไว้โดยปราศจาก ‘ความรัก’
ร่างเล็กของ ‘มิตา เลวิส’ นางแบบสาววัยยี่สิบสี่ปีที่กำลังปลดชุดเจ้าสาวฟูฟ่องแสนสวยออกจากเรือนร่างบอบบาง พร้อมมองใบหน้าหวานของตัวเองที่ปราศจากความสุข ทั้ง ๆ ที่วันนี้คืองานแต่งงานของเธอ มันควรเป็นวันที่เธอมีความสุขมากที่สุดด้วยซ้ำ แต่หญิงสาวต้องสลัดความคิดออกไปก่อนแล้วอาบน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายอันเหนื่อยอ่อนที่ต้องต้อนรับแขกทั้งวัน
ทว่ายังไม่ทันที่จะได้แต่งตัวในห้องน้ำ เสียงประตูห้องน้ำก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างใหญ่ของ ‘ไคเลอร์ โอเวนตัน’ ที่เดินเข้ามาในห้องน้ำอย่างถือวิสาสะ ขณะที่เขากำลังเปล่าเปลือย โดยไม่อายสายตาของเธอที่มองมาเลย
เอี๊ยด!!
“ทำไมพี่ไม่รอให้มิตาทำธุระในห้องน้ำให้เสร็จก่อนแล้วค่อยเข้ามา” รมิตาหันไปมองหน้าสามีตามกฎหมายของตัวเองอย่างไม่พอใจ ที่เขาไม่รู้จักคำว่าความเป็นส่วนตัวบ้างเลย
“แล้วทำไมฉันต้องสนใจเธอด้วยว่ากำลังทำอะไร คิดว่าอยากจะอยู่กับเธอตายแหละ อีกอย่างเธอกับฉันแต่งงานกันแล้วไม่ใช่หรือไง เรื่องนี้ทำไมต้องหวงด้วย” ชายหนุ่มหันมาด้วยสภาพร่างกายที่เปลือยเปล่า ซึ่งรมิตาพยายามไม่มองต่ำ เพราะรู้ว่าตรงนั้นมันมีอะไร เธอเลยเชิดใบหน้าสูงแล้วมองหน้าของเขาแทน
ไคเลอร์มองภรรยาของตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปในห้องอาบน้ำอย่างไม่ยี่หระต่อสายตาที่โกรธของเธอเลยสักนิดเดียว
“อย่างน้อยพี่ก็ต้องเกรงใจกันบ้างสิ”
คนตัวเล็กหันไปมองร่างสูงใหญ่ที่เดินเข้าไปอาบน้ำแล้วเปิดฝักบัว จนเกิดเสียงน้ำกระทบพื้นเสียงดังโดยไม่สนใจเธอเลย
“เฮ้อ”
รมิตาเดินออกมาแต่งตัวข้างนอก เพราะไคเลอร์เข้าไปอาบน้ำเป็นที่เรียบร้อย เธอมองใบหน้าของตัวเองที่หน้ากระจก แทนที่วันนี้จะเป็นวันที่เธอมีความสุขมากที่สุด เพราะคงไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ไม่อยากแต่งงาน ไม่เว้นแม้กระทั่งเธอ เธอเคยคิดอยากจะแต่งงานท่ามกลางความรักและความสุข แต่วันนี้มันกลับไม่มีสิ่งนั้นอยู่ในงานเลย ใบหน้าของเจ้าบ่าวที่บึ้งตึง ทำเอาเธออึดอัดและรู้สึกหน้าเสียเป็นที่สุด
หญิงสาวเดินไปนั่งบนเตียง พร้อมกับเปิดภาพถ่ายงานแต่งงานของเขาและเธอ หัวใจสาวรู้สึกเจ็บแปลบเหมือนมีใครเอามือมากำเอาไว้แน่นจนหายใจไม่ออก ทว่าเธอพยายามนึกย้อนกับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ไคเลอร์เองก็คงรู้สึกอึดอัดที่ต้องมาแต่งงานกับเธอเช่นเดียวกัน
ยังไม่ทันที่คนตัวเล็กจะได้นอน เธอก็เห็นร่างใหญ่เดินออกมาจากห้องน้ำ โดยที่เขาเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าแล้วทำท่าเหมือนจะเดินออกจากห้องหอนี้
“พี่จะไปไหน” รมิตาโพล่งถามออกมา เมื่อเห็นว่าคนตัวโตกำลังเดินออกจากห้องหอที่เชื่อกันว่าคืนแรกของคู่แต่งงานไม่ควรออกไปไหน เพราะมันอาจจะส่งผลต่อชีวิตคู่ในระยะยาว ถึงแม้เธอจะไม่ได้เชื่อขนาดนั้น แต่ที่ถามออกไป เพราะกลัวคนอื่นเห็นว่าเขาอยู่ข้างนอก แทนที่จะอยู่กับเธอ ซึ่งถ้าคนอื่นมารู้เรื่องนี้เธอก็ไม่รู้จะต้องตอบคำถามยังไงเหมือนกัน
“จะไปเที่ยวกับเพื่อน” ไคเลอร์ตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาโดยที่เขาเลือกที่จะไม่มองภรรยาหมาดๆ ของตัวเองเลยแม้แต่น้อย ซึ่งรมิตาได้แต่ยืนมองด้วยอาการตัวสั่น เพราะไม่คิดว่าเขาจะเกลียดเธอได้มากขนาดนี้
“แต่นี่มันคืนส่งตัวเข้าหอนะ...”
“แล้วยังไง ฉันไม่อยากแต่งงานอยู่แล้วปะ แต่งก็แต่งให้แล้วยังจะเอาอะไรอีก” ไคเลอร์ตะเบ็งเสียงออกมา จนเส้นเลือดที่คอปูดโปนขึ้นมา
“ให้เกียรติฉันบ้าง ฉันรู้ว่าพี่ฝืนใจทำ แต่ขอให้ผ่านคืนนี้ไปก็ยังดี” เธอพยายามอ่อนลง ไม่อยากเถียงกับเขามาก เพราะรู้ว่าคนอย่างไคเลอร์ยิ่งร้ายใส่ เขาก็จะยิ่งต่อต้าน
“งั้นก็ทำตัวเป็นกะหรี่ให้ผัวดูก่อนสิ จะได้รู้สึกว่าอยากจะอยู่ด้วยหน่อย” เขาหันมามองคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างเตียงแล้วแสยะยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ พร้อมทั้งใช้สายตาดูแคลนเธอ
หญิงสาวนั่งรอไคเลอร์กลับห้องทุกวัน สองสามวันมานี่ชายหนุ่มไม่กลับห้องเลย จนกระทั่งภาพบางอย่างถูกส่งเข้ามาในมือถือของเธอ จนหญิงสาวรู้สึกเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก (มิตา...ฉันขอโทษนะที่ต้องส่งภาพนี้มา แต่ฉันว่าเธอต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว) ภาพของไคเลอร์ที่เดินโอบเอวของลูกหว้าขึ้นในคอนโดฯ หรูแห่งหนึ่ง มันช่างบีบรัดหัวใจของหญิงสาวเหลือเกิน เธอไม่รู้ว่าเขาจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอไปถึงเมื่อไร สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้มันยืนยันแล้วว่าเขาไม่แคร์เธอสักนิด (เธอจะตามมาไหม) เสียงของมุกดาบอกผ่านปลายสาย วันนี้มุกดามาหาเพื่อนที่คอนโดฯ แต่กลับเจอภาพที่ไคเลอร์กำลังกอดแนบอิงกับลูกหว้า ทำให้มุกดาอดไม่ได้ที่จะส่งภาพให้รมิตา&nbs
บทที่ 21ทนเพื่ออะไร ร่างกายบอบบางของรมิตาบอบช้ำมาทั้งคืน เมื่อวานเธอเจอกับเรื่องมากมาย แทนที่ไคเลอร์จะถามสักนิดว่าเธอเป็นยังไงบ้าง กลับบ้านมาได้ยังไง แต่เขากลับตอกย้ำและโทษว่าเธอคบชู้และมีอะไรกับอิษรา ทั้ง ๆ ที่มันไม่มีอะไรที่เป็นความจริงเลยสักนิดเดียว เธอเจ็บที่เขาไม่เคยเชื่อใจอะไรเธอเลย ตั้งแต่เรื่องวางยาอะไรนั่น ทั้ง ๆ ที่ช่วยเขาแท้ ๆ แต่กลับโดนเข้าใจผิดจนเรื่องราวมันบานปลายมาขนาดนี้ รมิตาไม่รู้ว่าตัวเองจะจบความสัมพันธ์ที่แสนเจ็บปวดนี้อย่างไร เธอรู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้ จนนึกถึงความรักของเพื่อนที่กว่าจะฟันฝ่าทุกอย่างมาได้คงเจ็บปวดไม่ต่างจากเธอตอนนี้ แม้เขาจะร้ายมากแค่ไหน แต่หัวใจของเธอกลับรักเขาหมดหัวใจ และเจ็บเหลือเกิน เจ็บจนรู้สึกหายใจไม่ออก เจ็บจนไม่อยากอยู่บนโลกใบนี้ด้วยซ้ำ แต่เธอไม่อยากเป็นคนเห็นแก่ตัวที่ทำให้คนข้างหลังต้องเสี
“พี่แค่ยังไม่มีโอกาสบอกครับ...” ไคเลอร์บอกผู้หญิงตรงหน้า ทำให้รมิตาที่แอบฟังอยู่ได้แต่กำมือของตัวเองแน่น ยิ่งได้มาฟังสิ่งที่เขาพูดแบบนี้กับผู้หญิงคนอื่นเธอก็รู้สึกเจ็บ “รีบ ๆ บอกเธอสิคะ ไหนพี่ไคล์บอกว่าถ้าเลิกกับเธอแล้วเราสองคนมาคบกันไงคะ” “ลูกหว้ารอพี่ก่อนนะ พี่สัญญาว่าจะเลิกกับมิตาให้เร็วที่สุด” จบคำพูดของไคเลอร์ทำให้น้ำตาของรมิตาร่วงเผาะด้วยความเสียใจ ร่างกายสาวสั่นเทิ้มไปมาจวนจะล้ม ทำให้มุกดาพยายามประคองเพื่อนไม่ให้ล้ม เพราะถ้าใครมารับรู้แบบนี้ก็คงทนไม่ไหวเหมือนกัน “มิตา...” “ฉันจะกลับแล้ว...”
คำพูดของอิษราทำให้ไคเลอร์ชะงัก ก่อนที่เขาจะนึกถึงตอนที่เขาและรมิตายังไม่มีความสัมพันธ์กัน เขาก็เห็นว่าหญิงสาวเป็นคนยิ้มง่ายมากแค่ไหน “มึงไม่ต้องมายุ่งกับเมียคนอื่น มึงเป็นถึงตำรวจ มึงคงไม่อยากโดนให้ออกจากราชการเพราะโดนโทษที่แย่งเมียชาวบ้านสินะ” “พี่จะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรวะ! พี่จะโกรธจะเกลียดเธออะไรนักหนา มิตาผิดอะไรขนาดนั้น หรือเรื่องพี่ลักษณ์” “มึงรู้เรื่องลักษณ์รวีได้ยังไง!” ไคเลอร์ถึงกับตกใจที่คนตรงหน้าพูดเรื่องลักษณ์รวีออกมา “มิตากับพี่ลักษณ์ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกันเลยด้วยซ้ำ ถ้าพี่คิดว่ามิตาเป็นต้นเหตุการตายของพี่ลักษณ์ละก็พี่คิดผิดแล้วนะ!”&n











