Share

ตอนที่ 10 : โหยหา

Author: Happy Better
last update publish date: 2026-06-14 21:50:21

ทะเลมองพื้นบริเวณหน้าโซฟาที่เต็มไปด้วยคราบน้ำใสด้วยสายตารู้สึกผิด แก้มยังแดงระเรื่อไม่หาย เธอแทบไม่กล้าเงยหน้าสบตาแม่บ้านที่กำลังก้มเช็ดทำความสะอาดอยู่ตรงหน้า ต่างจากคนต้นเรื่องที่ตอนนี้กลับนั่งเอนหลังอยู่บนโต๊ะทำงานด้วยท่าทีสบายอารมณ์ แถมยังยกยิ้มมุมปากเหมือนผู้ชนะอย่างเห็นได้ชัด

“เล... ขอโทษนะคะคุณป้า” เสียงหวานเอ่ยเบา ๆ อย่างเกรงใจ

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณหนู แค่น้ำหกเอง” เธอตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ยังไงมันก็เป็นหน้าที่ของป้าอยู่แล้ว” หญิงวัยกลางคนในชุดยูนิฟอร์มเพียงหัวเราะน้อย ๆ ก่อนจะก้มใช้ผ้าซับความชื้นบนพื้นอีกรอบ

ยิ่งได้ยินแบบนั้น ทะเลก็ยิ่งรู้สึกผิดหนักกว่าเดิม ส่วนภาคินนั้นยังคงนั่งมองเธอด้วยสายตาแพรวพราว ไม่ได้มีท่าทีสำนึกเลยแม้แต่น้อย หลังเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดเรียบร้อย แม่บ้านก็โค้งตัวเล็กน้อย ก่อนเดินออกจากห้องไป

และในจังหวะเดียวกันนั้นเอง นิพนธ์ก็เดินสวนเข้ามาพอดี ดวงตาคมของชายวัยกลางคนกวาดมองบรรยากาศภายในห้องเพียงแวบเดียว ก่อนสายตาจะหยุดอยู่ที่ทะเล ซึ่งยังนั่งตัวเกร็งอยู่บนโซฟาตัวเดิม

โซฟาตัวที่เพิ่งผ่านความวุ่นวายและเร่าร้อนมาไม่นาน

“มีอะไรรึเปล่า?” เขาเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางเดินเข้ามาทิ้งตัวนั่งลงข้าง ๆ ลูกสาวอย่างสงบนิ่ง

กลิ่นน้ำหอมเย็น ๆ จากตัวนิพนธ์ลอยเข้ามาใกล้ จนทะเลเผลอกลืนน้ำลายเบา ๆ ด้วยความประหม่า ขณะที่ภาคินซึ่งอยู่ฝั่งโต๊ะทำงาน กลับยกยิ้มมุมปากบาง ๆ แล้วหันหน้าหนีไปอีกทาง ราวกับกำลังกลั้นขำอะไรบางอย่างอยู่

“เปล่าค่ะป๋า...” ทะเลตอบเสียงเบา แก้มยังร้อนผ่าวไม่หาย ก่อนจะลอบตวัดสายตาค้อนคนต้นเรื่องอย่างคาดโทษ แต่ภาคินกลับยกยิ้มมุมปากเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยสักนิด

“งั้นไปกินข้าวกันไหม?” นิพนธ์เอ่ยขึ้นพลางลูบเส้นผมนุ่มของเธอเบา ๆ ดวงตาคมมองใบหน้าสวยที่ยังขึ้นสีจาง ๆ ด้วยความเอ็นดู “ป๋าจองโต๊ะไว้แล้ว”

“ไปสิพ่อ” ภาคินโพล่งขึ้นทันที เขาปิดแฟ้มเอกสารลง ก่อนยันกายลุกขึ้นเต็มความสูง แล้วบิดไหล่ไปมาไล่ความเมื่อยล้า “ผมหิวจนไส้จะขาดอยู่แล้ว”

นิพนธ์พยักหน้ารับเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลายังคงสงบนิ่งตามแบบฉบับของเขา ทว่าในแววตากลับซ่อนความเฉียบคมเอาไว้เงียบ ๆท่าทีของลูกชายกับลูกสาวในวันนี้ มันชัดเจนเกินกว่าจะมองข้าม

ทั้งสายตา น้ำเสียง หรือแม้แต่ความใกล้ชิดที่ดูเกินพี่น้องธรรมดา และบางที เขาอาจต้องหาเวลาคุยกับทั้งคู่จริง ๆ สักครั้ง ก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดไปมากกว่านี้

แม้ลึก ๆ แล้ว นิพนธ์จะเตรียมใจเอาไว้บ้างแล้วก็ตาม หากวันหนึ่งทั้งสองคนเลือกกันจริง ๆ เขาเองก็คงต้องยอมปล่อยมือ ต่อให้หวงแหนทะเลมากแค่ไหน หรือกังวลต่อสายตาของสังคมเพียงใด เขาก็ไม่อยากสูญเสียลูกไปพร้อมกันทั้งสองคน

“ไปกันเถอะ ทะเล” ภาคินเดินเข้ามาข้างเธอ ก่อนตวัดแขนโอบไหล่บางเอาไว้อย่างสนิทสนม มืออีกข้างคว้าเสื้อสูทตัวนอกกับกระเป๋าของเธอขึ้นถือ “พี่หิวจนจะขาดใจแล้วเนี่ย”

“แหม่... คิดว่าเลไม่รู้หรือไง” ทะเลกัดฟันพึมพำเสียงเบา แล้วกระทุ้งศอกใส่สีข้างเขาแรง ๆ อย่างรู้ทัน

ทำเอาภาคินหลุดหัวเราะต่ำในลำคอ ขณะที่นิพนธ์ซึ่งเดินตามหลังมานั้น เพียงมองภาพของทั้งคู่เงียบ ๆ โดยไม่พูดอะไรออกมาเลยสักคำ

ช่วงบ่ายหลังทานข้าวเสร็จ ภาคินรีบคว้าตัวทะเลเอาไว้ทันที โดยอ้างกับนิพนธ์หน้าตาเฉยว่าอยากให้เธอช่วยดูแบบบรรจุภัณฑ์ครีมตัวใหม่ แม้คนเป็นพ่อจะทำท่าอิดออดอยู่บ้าง แต่สุดท้ายก็ต้องยอมปล่อย เพราะดันมีแขกคนสำคัญเข้ามาพบพอดี

“ไหนอะ? ที่พี่บอกจะให้เลช่วยดู”

ทะเลเดินเข้ามาในห้องจากทางระเบียงด้านหลัง หลังจากออกไปคุยโทรศัพท์กับเพื่อนอยู่พักหนึ่ง เธอเอ่ยถามขึ้นทันที เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเอาแต่นั่งอมยิ้มมองเธอแปลก ๆ

“รีบขนาดนั้นเลย?” ภาคินเอ่ยประชดเสียงทุ้ม พลางกระดิกนิ้วเรียกให้เธอเดินเข้าไปหา “มานี่สิ”

ทะเลที่ไม่ได้เอะใจอะไร เดินเข้าไปหาเขาอย่างว่าง่าย แต่ทันทีที่เข้าใกล้ ร่างบางก็ถูกดึงให้นั่งลงบนตักแกร่งอย่างรวดเร็ว จนตอนนี้เธอเริ่มจะชินกับการถูกเขากอดเอาไว้แบบนี้แล้วจริง ๆ

“เอ่อ พี่ภา...” หญิงสาวเอ่ยเสียงเคร่งเล็กน้อย ราวกับกำลังจะพูดเรื่องสำคัญ “เลขอถามอะไรหน่อยสิ”

“อือ ได้สิ” เขาตอบเสียงต่ำ ก่อนก้มลงเม้มต้นคอขาวเนียนเบา ๆ สลับดูดดุนอย่างเอาแต่ใจ จนทะเลเผลอหลุดครางออกมาแผ่ว ๆ

“อื้อออ... พี่อย่าเพิ่งแกล้งได้ไหม”

เธอเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย แต่กลับไม่เป็นผลเลยสักนิด ท่อนแขนแข็งแรงของภาคินยิ่งกระชับรัดเธอแน่นขึ้น ราวกับงูเหลือมที่กำลังรัดเหยื่อเอาไว้ จนสุดท้ายทะเลได้แต่ปล่อยให้เขาทำตามใจ

“ถามมาสิ” กลายเป็นเขาที่เร่งขึ้นมาแทน ทั้งที่ริมฝีปากยังคลอเคลียอยู่แถวลำคอของเธอไม่ห่าง จนทะเลเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า เขาจะตั้งใจฟังสิ่งที่เธอกำลังจะพูดจริง ๆ หรือเปล่า

แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยอะไรออกมา เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้นเสียก่อน ภาคินเอื้อมมือไปรับสายอย่างเสียไม่ได้ ขณะที่อีกมือยังโอบเอวบางของเธอเอาไว้ไม่ยอมปล่อย

“ครับ?”

(คุณภาคะ... ได้เวลาเข้าประชุมแล้วค่ะ) เสียงเลขาสาวหน้าห้องดังลอดออกมาจากปลายสาย

“โอเค เดี๋ยวผมตามไป” เขาตอบสั้น ๆ ก่อนวางสาย แล้วหันกลับมาซุกใบหน้ากับซอกคอหอมของทะเลต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“พี่ภาไปประชุมมมม” ทะเลรีบดันตัวเองออกห่างทันทีเมื่อได้ยินแบบนั้น แต่ท่อนแขนแกร่งของเขากลับไม่ยอมปล่อยเธอง่าย ๆ ยิ่งเธอดิ้น เขาก็ยิ่งกอดแน่นขึ้นกว่าเดิม

นี่เขาจะสิงร่างเธอเลยหรือยังไงกัน.....

สบโอกาสที่ได้อยู่คนเดียว ทะเลจึงเลือกเดินสำรวจรอบบริษัทเพื่อฆ่าเวลา และไม่ปล่อยให้ความเงียบหรือความเหงาเข้ามาครอบงำจิตใจมากเกินไป

เธอเดินแวะไปตามแผนกต่าง ๆ อย่างสนอกสนใจ ทั้งฝ่ายการตลาด ฝ่ายวิจัยผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงสตูดิโอถ่ายคอนเทนต์ของบริษัท ในมือมีสมุดจดเล่มเล็กติดตัวไว้ตลอดเวลา คอยจดรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เธอคิดว่าน่าสนใจ

พนักงานหลายคนดูแปลกใจอยู่บ้างที่เห็นลูกสาวคนสวยของท่านประธานเดินเข้ามาพูดคุยด้วยตัวเอง แต่ทะเลกลับเป็นกันเองเกินคาด เธอยิ้มง่าย ชวนคุยเก่ง และไม่ได้ถือตัวเลยสักนิด

“ทะเล” เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้หญิงสาวชะงักฝีเท้า ก่อนหันกลับไปมองต้นเสียงทันที

“อ้าว ป๋า!” เธอยิ้มกว้าง “ไม่ได้เข้าประชุมกับพี่ภาเหรอคะ?”

“ส่วนบริหารของภา จะเกี่ยวอะไรกับป๋าล่ะ” นิพนธ์ตอบพร้อมรอยยิ้ม ก่อนเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างเธอ เขาไล่มองสมุดจดในมือของลูกสาว แล้วเหลือบมองพนักงานที่กำลังแอบชะเง้อมองกันอยู่เงียบ ๆ

“เที่ยวเดินสำรวจบริษัทเลยเหรอเรา”

“ก็เลอยากรู้นี่คะ ว่าแต่ละฝ่ายเขาทำงานกันยังไงบ้าง” เธอตอบพลางเปิดสมุดให้ดู “เลจดไว้ด้วยนะ”

“ขยันเกินไปไหม” นิพนธ์มองลายมือเล็ก ๆ ที่เขียนเต็มหน้ากระดาษ ก่อนหัวเราะเบา ๆ อย่างเอ็นดู

“เลอยากช่วยงานป๋าจริง ๆ นี่นา”

คำตอบของเธอทำให้แววตาของนิพนธ์อ่อนลงเล็กน้อย ก่อนมือใหญ่จะยกขึ้นลูบศีรษะเธอเบา ๆ อย่างชื่นใจ แต่แล้วสายตาคมของเขาก็พลันหยุดนิ่ง เมื่อเหลือบไปเห็นบางอย่างตรงลำคอของหญิงสาว

“นี่รอยอะไรน่ะเล?” เขาเอ่ยถามช้า ๆ พลางใช้นิ้วเกลี่ยปอยผมของเธอออก เผยให้เห็นรอยจ้ำแดงจาง ๆ บนผิวขาวเนียน

“หืม? ทำไมคะ?” ทะเลขมวดคิ้ว ก่อนยกมือขึ้นแตะบริเวณที่เขามองอย่างสงสัย

“มันแดง ๆ น่ะ” นิพนธ์จ้องรอยนั้นนิ่ง “เลไปโดนอะไรมารึเปล่า”

เพียงสิ้นคำถาม ความทรงจำก่อนหน้าก็แล่นวาบเข้ามาในหัวทันที คนที่ทำรอยนี่ไว้ ตอนนี้กำลังนั่งประชุมอยู่ในห้องนั้นต่างหาก

‘พี่ภา!!!’ เธอกัดฟันด่าอีกฝ่ายในใจ ก่อนรีบยกยิ้มกลบเกลื่อนให้นิพนธ์

“น่าจะตอนเลออกไปคุยโทรศัพท์กับเกลที่สวนแน่ ๆ เลยค่ะ”

“อือออ...” นิพนธ์ครางรับในลำคอ ทั้งที่ลึก ๆ แล้วเขาพอเดาคำตอบได้อยู่ก่อนแล้ว

“อย่าไปเกานะ เดี๋ยวมันยิ่งแดงกว่าเดิม”

ทะเลยิ้มหวานให้เขา ก่อนเงยหน้ามองอีกฝ่ายดี ๆ แล้วเริ่มสังเกตเห็นความเหนื่อยล้าบนใบหน้าหล่อเหลานั้น

“ป๋าเป็นอะไรรึเปล่าคะ?” เธอถามเสียงอ่อน “วันนี้ดูไม่ค่อยสดชื่นเลย”

“อื้อ...” นิพนธ์ยกมือขึ้นกดขมับเบา ๆ สีหน้าดูอ่อนล้ากว่าปกติ “ป๋ารู้สึกปวดหัวนิดหน่อย”

“งั้นกลับบ้านก่อนไหมคะ?” พอได้ยินแบบนั้น สีหน้าของทะเลก็เปลี่ยนเป็นกังวลทันที ดวงตาคู่สวยมองเขาอย่างเป็นห่วงจนปิดไม่มิด “เดี๋ยวเลกลับกับพี่ภาก็ได้ค่ะ”

นิพนธ์มองเธอเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรอยยิ้มบางเบาจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นตรงมุมปาก มือใหญ่ยกขึ้นลูบแก้มนุ่มของเธอแผ่วเบาอย่างเอ็นดู

“งั้นเดี๋ยวป๋ากลับบ้านก่อน” เขาพูดเสียงอ่อน “เลกับภารีบกลับนะ เดี๋ยวช่วงเย็นรถจะติด”

ทะเลพยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนจะขยับเข้าไปโอบกอดพ่อเลี้ยงเอาไว้โดยแทบไม่ต้องคิด กลิ่นน้ำหอมสะอาด ๆ กับอ้อมแขนอุ่นของนิพนธ์ทำให้หัวใจของเธออ่อนยวบลงอย่างประหลาด

อบอุ่นจนบางครั้งเธอก็เผลอคิดว่า ถ้าโลกนี้ไม่มีบ้านหลังนี้ ไม่มีนิพนธ์กับภาคิน เธอคงกลับไปเป็นเด็กผู้หญิงตัวคนเดียวเหมือนเดิมอีกครั้ง

ตั้งแต่เล็กจนโต ทะเลไม่เคยชินกับการมีใครคอยใส่ใจขนาดนี้ ไม่มีคนคอยถามว่าเหนื่อยไหม ไม่มีคนคอยบังคับให้กินข้าว ตื่นนอน หรือกลับบ้านตรงเวลา

แต่ตอนนี้ เธอกลับมีทุกอย่างที่เคยโหยหา ทั้งความห่วงใย ความเอาใจใส่ และอ้อมกอดที่ทำให้รู้สึกว่า ตัวเองสำคัญกับใครสักคนจริง ๆ จนบางครั้ง แค่ถูกลูบหัวเบา ๆ จากนิพนธ์ หรือถูกภาคินตามใจเล็ก ๆ น้อย ๆ มันก็ทำให้หัวใจของเธอเต็มขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธะรักต้องห้าม   ตอนที่ 30 : ผมกับทะเลไม่ใช่พี่น้องกันนะครับ

    เสียงดนตรีภายในห้องบอลรูมค่อย ๆ เปลี่ยนจังหวะ ก่อนแสงไฟบนเวทีจะหรี่ลง จอ LED ขนาดใหญ่ด้านหลังเวทีพลันสว่างขึ้น พร้อมตัวอักษรสีทองปรากฏบนพื้นหลังสีดำสนิท PONGWARIN 25th ANNIVERSARY 25 YEARS OF EXCELLENCE ภาพความทรงจำตลอดระยะเวลา 25 ปีค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนจอ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของ Velvet Skin ผลิตภัณฑ์รุ่นแรก รางวัลและความสำเร็จต่าง ๆ ไล่เรียงมาจนถึงภาพขององค์กรในปัจจุบัน ก่อนภาพจะเปลี่ยนเป็นโลโก้ VELVET SKIN และ OCEAN GROUP ที่ปรากฏเคียงคู่กัน เสียงบรรยายดังขึ้นอย่างนุ่มนวล “ยี่สิบห้าปีแห่งความมุ่งมั่น…ยี่สิบห้าปีแห่งการเติบโต และยี่สิบห้าปีแห่งความภาคภูมิใจของพงศ์วารินทร์” ภาพสุดท้ายหยุดลงที่โลโก้ PG พร้อมภาพสมาชิกครอบครัวพงศ์วารินทร์ในอดีต ก่อนค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นภาพปัจจุบัน เสียงปรบมือดังขึ้นทั่วทั้งห้อง พิธีกรหญิงก้าวออกมาด้านหน้า พร้อมรอยยิ้ม “และตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา บุคคลสำคัญผู้เป็นทั้งผู้ก่อตั้งและผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของพงศ์วารินทร์ กรุ๊ป…” เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ขณะที่แสงสปอตไลต์ค่อย ๆ สาดไปยังชายวัยกลางคนบริเวณที่นั่งด้านหน้า “ขอเรียนเชิญ คุณนิพนธ์ พงศ์วารินท

  • พันธะรักต้องห้าม   ตอนที่ 29 : PONGWARIN 25th ANNIVERSARY GALA

    ช่วงเช้าของวันใหม่ ข่าวของทะเลและภาคินยังคงแพร่กระจายไปทั่วโลกอินเทอร์เน็ตอย่างต่อเนื่อง หากแต่ทั้งสองคนกลับไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก เพราะมีทีมกฎหมายและทีมไอทีคอยจัดการและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ภายในห้องแต่งตัว นิพนธ์กำลังยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ พลางจัดเนกไทให้เข้าที่ด้วยท่าทีสุขุม “งานเริ่มหกโมงเย็น” เขาพูดขึ้นเสียงเรียบ ขณะตรวจความเรียบร้อยของตัวเองผ่านเงาสะท้อนในกระจก “แต่พวกเธอสองคนต้องไปถึงก่อน เข้าใจไหม?” “แต่คุณท่านคะ…” สาหร่ายเดินเข้ามาพร้อมเสื้อสูทตัวนอก ก่อนจะชะงักเล็กน้อย “ให้หร่ายกับชาไปด้วยจะดีเหรอคะ?” “แล้วจะอยู่บ้านทำอะไร?” นิพนธ์หันกลับมามอง ก่อนเลิกคิ้วเล็กน้อย รับเสื้อสูทจากมือของเธอ แล้วเอื้อมไปจัดปกเสื้อให้เข้าที่ “ไปช่วยงานที่นั่นแหละ อย่างน้อยก็อยู่เป็นเพื่อนทะเลด้วย” “เปล่าหรอกค่ะ…” สาหร่ายยิ้มหวาน ก่อนเอ่ยเสียงออดอ้อน “ที่หร่ายค้านเพราะหร่ายกับชาไม่มีชุดสวย ๆ ที่เหมาะกับงานต่างหากค่ะ” นิพนธ์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนหลุดหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ จริงด้วย เขาเกือบลืมไปว่าสองคนนี้เป็นสาวใช้ จะไปมีชุดราตรีสวย ๆ สำหรับออกงานใหญ่ได้อย่างไร “งั้นก็ไปที่ห้องเ

  • พันธะรักต้องห้าม   ตอนที่ 28 : จะพังเพราะมึง

    เวลาล่วงเลยเข้าสู่ห้าทุ่มกว่า ฤทธิ์ชัยยังคงนั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ภายในห้องนั่งเล่น ในมือของชายวัยกลางคนถือแก้วไวน์สีแดงเข้ม ค่อย ๆ แกว่งมันไปมาอย่างไร้จุดหมาย ใบหน้าเคร่งเครียด หัวคิ้วขมวดแน่นไม่คลาย สายตาเหลือบมองนาฬิกาบนผนังเป็นระยะ ราวกับกำลังรอใครบางคน แกร๊ก…เสียงประตูบ้านเปิดออก “เอ้า…” ไวท์เดินเข้ามาพร้อมสีหน้าอ่อนล้า เสื้อผ้ายังคงเป็นชุดเดิมตั้งแต่เมื่อวาน เพียงแต่ยับยู่ยี่จนดูออกว่าเจ้าตัวไม่ได้กลับบ้านทั้งคืน “ยังไม่นอนอีกเหรอพ่อ?” ฤทธิ์ชัยเงยหน้าขึ้นมองลูกชาย ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่เย็นเยียบ “ฉันมีเรื่องจะคุยกับแก” เขาชี้ไปยังโซฟาฝั่งตรงข้าม “นั่งลง” “เฮ้อ…” ไวท์ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย ก่อนทิ้งตัวลงนั่ง “อะไรอีกล่ะพ่อ พรุ่งนี้ค่อยคุยไม่ได้เหรอ ผมเหนื่อย” “มึงไปทำเรื่องอะไรมา” “เรื่องอะไร?” “ไอ้ไวท์!” ฤทธิ์ชัยตวาดเสียงลั่น “อย่ามาทำเป็นไม่รู้ กูถามว่ามึงไปทำอะไรมา!” “ก็บอกแล้วไง…ไปดื่มกับเพื่อน เมาจนกลับไม่ไหว ก็เลยนอนห้องมัน” “แล้วมึงไปทำอะไร…นอกจากนั้น!” ปัง! แก้วไวน์ถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะจนของเหลวกระเพื่อม “มึงรู้ไหม…วันนี้กูต้องเจออะไรบ้าง!”

  • พันธะรักต้องห้าม   ตอนที่ 27 : ให้โอกาสอีกครั้ง

    หกโมงเย็นของวัน หลังเลิกงาน ภาคินแยกตัวจากทะเล โดยอ้างว่าจะไปทำธุระกับสิงห์ เพื่อนสนิทที่เป็นนายตำรวจ ส่วนทะเลก็ออกไปพร้อมกับเกวลิน โดยไม่เอะใจแม้แต่น้อย ไม่นานนัก รถยนต์สีดำคันหรูก็แล่นมาจอดสนิทอยู่หน้าบ้านพักของฤทธิ์ชัย บรรยากาศยามเย็นเงียบสงบ ตัดกับสีหน้าของชายทั้งสองที่เคร่งเครียดผิดปกติ ภาคินเอนตัวพิงเบาะ หลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วค่อย ๆ ผ่อนออกช้า ๆ ราวกับกำลังสะกดอารมณ์ของตัวเอง “กูว่า…” สิงห์เอ่ยทำลายความเงียบ พลางมองบ้านหลังใหญ่เบื้องหน้า “ต่อให้มึงมีหลักฐาน ไอ้ไวท์มันก็ไม่ยอมรับหรอก” เขาหันมามองเพื่อนด้วยแววตาเป็นห่วง “กลับกันเถอะวะ กูว่ามันไม่คุ้ม ถ้ามันยอมรับง่าย ๆ ป่านนี้คงไม่กล้าปล่อยคลิปตั้งแต่แรกหรอก” ภาคินยังคงนิ่ง สายตาคมจับจ้องไปยังประตูรั้วของบ้าน ก่อนกำหมัดแน่นอยู่บนหน้าตัก “กูไม่ได้มาเพื่อให้มันยอมรับ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ ก่อนเปิดประตูรถลงไป “กูมาเพื่อให้มันรับผิดชอบกับสิ่งที่มันทำ” ว่าจบ ภาคินก็ผลักประตูรถลงไปทันที สิงห์รีบเปิดประตูตามลงไป พลางเร่งฝีเท้าไล่หลังเพื่อน ก่อนจะเห็นภาคินยืนอยู่หน้าประตูรั้วบ้านของฤทธิ์ชัย

  • พันธะรักต้องห้าม   ตอนที่ 26 : งานเข้า

    “อะ ๆ” นิพนธ์ยกมือขึ้นเป็นเชิงห้าม ก่อนวางไอแพดไว้ข้างตัว แล้วคลี่ผ้าเช็ดปูตักออกอย่างเป็นระเบียบ จังหวะเดียวกับที่น้ำชายกชามข้าวต้มมาวางตรงหน้า ชายวัยกลางคนพยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนหันไปพูดกับลูกทั้งสอง “วันนี้พ่อมีนัดกับคุณเอกที่ห้องวิจัย ส่วนคุณสายจะเอาชุดเข้ามาให้ลอง” “ตอนไหนครับพ่อ?” ภาคินเงยหน้าถาม “วันนี้ผมกับเลมีประชุมกับฝ่ายการตลาดที่โอเชี่ยน กรุ๊ปเหมือนกัน” “งั้นเดี๋ยวพ่อให้คุณสายเอาชุดไปที่โอเชี่ยน กรุ๊ปก็แล้วกัน ยังไงพ่อก็ต้องแวะไปดูสถานที่จัดงานอยู่แล้ว” ภาคินกับทะเลพยักหน้ารับพร้อมกัน ก่อนที่ทั้งสามจะหันกลับมาตั้งใจรับประทานอาหารเช้าต่ออย่างเงียบ ๆ ทว่า…ไม่นาน เสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้น ทำให้สายตาของนิพนธ์และทะเลหันไปมองพร้อมกัน ขณะที่ภาคินรีบเอื้อมมือคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา เขาเหลือบมองหน้าจอเพียงครู่เดียว ก่อนกดปิดเสียง แล้วเงยหน้ามองทั้งสองคน “ผมขอตัวสักครู่นะครับ” พูดจบ ภาคินก็ลุกจากโต๊ะอาหาร ก่อนเดินออกมาทางโซนห้องครัว เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสาวใช้หรือคนของบ้านอยู่แถวนั้น ก่อนก้านนิ้วยาวจะเลื่อนรับสาย “ว่ายังไงคุ

  • พันธะรักต้องห้าม   ตอนที่ 25 : คิดว่าท้อง

    บ้านพงศ์วารินทร์ “เหนื่อยไหมคะ คุณท่าน” น้ำเสียงหวานของน้ำชาดังขึ้น พร้อมสองมือที่ค่อย ๆ บรรจงนวดคลึงไหล่กว้างของชายวัยกลางคนอย่างแผ่วเบา “อือ…” นิพนธ์ครางรับในลำคอ หลับตาลงช้า ๆ ปล่อยให้ความเมื่อยล้าจากทั้งวันค่อย ๆ คลายลงท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบ กระทั่งสัมผัสที่หัวไหล่หายไป เขาจึงลืมตาขึ้น ก่อนขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นหญิงสาวเลื่อนตัวลงไปนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า “จะทำอะไร” นิพนธ์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบ น้ำชาเพียงเงยหน้าขึ้นสบตา พร้อมส่งรอยยิ้มหวาน ก่อนค่อย ๆ วางมือทั้งสองลงบนหน้าขาของเขา ลูบผ่านเนื้อผ้าอย่างแผ่วเบา “ชาก็แค่อยากช่วยนวดให้คุณท่านค่ะ” เธอเอียงศีรษะเล็กน้อย พลางยิ้มอ่อน “จะได้รู้สึกสบายตัว…หายเหนื่อยไงคะ” “หึ!” นิพนธ์หัวเราะในลำคอเบาๆ พลางเอื้อมมือไปลูบศีรษะของเธออย่างเอ็นดู “เธอรู้ตัวไหม? ว่าเธอร่านขนาดไหน?” “คุณท่านเองก็ชอบไม่ใช่เหรอคะ?” เธอถามกลับตาใส พลางสองมือลูบไล้เลยๆ จนไปสัมผัสเข้ากับของต้องห้ามที่มันกำลังหลับใหลอยู่ภายใต้กางเกงนอนราคาแพงนั้น “ไม่อย่างนั้น~ คุณท่านคงไม่เรียกให้ชาขึ้นมานวดทุกคืน” นิพนธ์ยกยิ้มขึ้นมุมปาก ก่อนจะสูดปากร้องครางออกม

  • พันธะรักต้องห้าม   ตอนที่ 9 : สำรวจห้องใหม่ NC+

    ทะเลถูกภาคินพาเดินออกจากห้องท่านประธาน มายังอีกฝั่งของชั้นเก้า ซึ่งอยู่ในระนาบเดียวกันกับห้องของนิพนธ์ ระหว่างสองห้องนั้น มีห้องประชุมบอร์ดบริหารระดับสูงขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลาง ราวกับถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมการทำงานของคนทั้งสองเอาไว้อย่างสมบูรณ์แบบทันทีที่เข้ามาถึงหน้าห้องทำงานของรองประธาน ภาคินก็ใช

  • พันธะรักต้องห้าม   ตอนที่ 8 : อาณาจักรความงาม

    “เฮ้ย!!” ทะเลสะดุ้งสุดตัว รีบดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดใบหน้าส่วนล่างเอาไว้แทบจะทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจและเขินอาย เพราะจู่ ๆ นิพนธ์ก็มานั่งอยู่ข้างเตียงตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ชายวัยกลางคนกำลังมองเธอด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ที่ทั้งอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความเอ็นดู“ป๋า... เลตกใจหมดเลย” เสียงหวานอู้อี้ลอดผ

  • พันธะรักต้องห้าม   ตอนที่ 7 : โหยหาความรัก

    นั่งพูดคุยกันได้ไม่นาน พนักงานก็เริ่มทยอยนำอาหารมาเสิร์ฟทีละจาน กลิ่นหอมของสเต๊ก เนื้อย่าง และไวน์ชั้นดีลอยคลุ้งไปทั่วโต๊ะ แสงไฟสีส้มอ่อนภายในร้านสะท้อนลงบนแก้วคริสตัลและช้อนส้อมสีเงินจนดูหรูหรายิ่งขึ้น“ทะเลทานอันนี้สิ” นิพนธ์พูดขึ้น พลางเลื่อนจานสลัดกุ้งตัวใหญ่ไปไว้ตรงหน้าเธอ ก่อนหยิบช้อนกลางตักอ

  • พันธะรักต้องห้าม   ตอนที่ 1 : ยินดีต้อนรับกลับบ้าน

    สนามบินในช่วงเที่ยงคืนเงียบงันกว่าทุกวัน มีเพียงเสียงล้อกระเป๋าลากครูดไปกับพื้น และเสียงประกาศเที่ยวบินที่ดังแว่วมาจากไกล ๆ ทันทีที่ธารารินทร์ หรือ ทะเล หญิงสาววัยยี่สิบสองปีก้าวลงจากเครื่อง เธอก็รีบร้อนตรงกลับบ้านทันที หลังได้รับโทรศัพท์ด่วนจากนิพนธ์ พ่อเลี้ยงของเธอ ว่าแม่แท้ ๆ ของเธอเสียชีวิตแล้ว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status