LOGIN“บริษัทเกิดวิกฤตหนักขนาดนี้ ทำไมพวกเราถึงไม่รู้เรื่องเลยคะ?” เสียงของหญิงวัยกลางคนดังลั่นกลางห้องประชุมของบริษัทวินไวท์ ทรานสปอร์ตสีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เช่นเดียวกับบรรดาผู้ถือหุ้นคนอื่น ๆ ที่เริ่มส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันไปทั่วห้องบรรยากาศตึงเครียดจนแทบไม่มีใครยอมฟังกัน “ใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ คุณสมร” ฤทธิ์ชัยค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ประธาน พลางส่งสายตาจริงใจไปยังผู้ถือหุ้นทุกคน “ผมเชื่อว่าทั้งหมดเป็นเพียงความเข้าใจผิด ตอนนี้บริษัทของเรายังดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ และยังไม่ได้ถูกฟ้องล้มละลายอย่างที่กำลังเป็นข่าว” “แล้วจะให้พวกเราเชื่อได้ยังไงครับ?” ชายวัยกลางคนอีกคนเอ่ยแทรกขึ้นทันที “คุณมีหลักฐานอะไรมายืนยันไหม ว่าบริษัทของเรายังมีสภาพคล่องทางการเงินเพียงพอ และทุกอย่างยังอยู่ภายใต้การควบคุม?” คำถามนั้นทำให้ทั้งห้องเงียบลงในทันที สายตาของผู้ถือหุ้นทุกคู่จับจ้องไปยังฤทธิ์ชัย รอคำตอบจากประธานบริษัทเพราะครั้งนี้ คำพูดเพียงอย่างเดียว คงไม่เพียงพอที่จะเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาอีกแล้ว “อะไรกันครับ?” ประตูห้องถูกผลักเปิดออก พร้อมเสียงทุ้มเรียบนิ่งดังแทรกขึ้น ท่ามกลางห้อ
บริษัท Velvet Skin รถตู้สีดำคันหรูเคลื่อนเข้ามาจอดสนิทหน้าสำนักงานใหญ่ ทันทีที่ประตูรถเปิดออก ผู้บริหารทั้งสามก็ก้าวลงมาพร้อมสีหน้าเรียบนิ่ง หากแต่แววตาแฝงไว้ด้วยความพึงพอใจจากการประชุมที่เพิ่งจบลง “คุณทะเลคะ” เลขาสาวรีบเดินเข้ามาต้อนรับ พร้อมยื่นมือรับกระเป๋าสะพายจากเจ้านาย “มีแขกมารอพบอยู่ที่ห้องรับแขกค่ะ “หืม?” ทะเลครางรับเบา ๆ ก่อนหันไปสบตานิพนธ์กับภาคินราวกับถามความเห็น “ใครเหรอคะ คุณสายฝน” “คุณชัชวาลค่ะ” “อ๋อ…” หญิงสาวพยักหน้ารับ ก่อนยิ้มบาง ๆ “งั้นรบกวนคุณสายฝนช่วยต้อนรับคุณชัชวาลก่อนนะคะ เลขอแวะเข้าห้องน้ำแป๊บหนึ่ง เดี๋ยวตามไปค่ะ” “ได้เลยค่ะ” สายฝนรับคำ ก่อนรีบเดินแยกไปยังห้องรับรองแขก “ไหวหรือเปล่าทะเล?” ภาคินเอื้อมมือโอบเอวของเธอหลวม ๆ พลางก้มมองใบหน้าที่ดูอ่อนล้า “นั่นสิ” นิพนธ์เอ่ยสมทบ พลางยกมือลูบแก้มลูกสาวเบา ๆ “ป๋าว่าช่วงนี้หนูดูเหนื่อย ๆ นะ บอกแล้วว่าอย่าหักโหม” แล้วเขาก็ถอนหายใจแผ่ว ๆ ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ตั้งแต่กลับมาจากโอเชี่ยน กรุ๊ป หนูก็วิ่งไปวิ่งมาทุกวัน ไหนจะต้องดูแลงานที่นี่อีก ร่างกายคนเรามันไม่ใช่เหล็กนะลูก” ทะเลยิ้มบาง ๆ ก่อนจ
สีหน้าของภาคินครุ่นคิด นัยน์ตาคมจ้องเธอไม่พูดอะไรสักคำจนทะเลที่นอนอยู่บนเตียงลุกพรวดขึ้นนั่ง ภาคินสะดุ้งเล็กน้อยราวกับหลุดจากภวังค์ความคิด สายตาเผลอกวาดมองเรียวขาขาวเนียนที่โผล่พ้นชายผ้าห่มออกมา ก่อนจะรีบดึงผ้าห่มขึ้นคลุมให้เธออย่างรวดเร็ว “หมายความว่ายังไงพี่ภา!!” เธอถามย้ำอีกครั้ง “พี่ก็แค่คิดว่าเลกำลังจะมีลูกให้พี่” “บ้า!!” ทะเลหลบตาพลางครุ่นคิด ก่อนจะสบตาเขาอีกครั้ง “เลกินยาคุมนะ ไม่น่าจะท้อง” “แต่พี่สดกับเลทุกครั้งไง จะพลาดก็แปลกไหม?” เขาถามกลับ หากแต่น้ำเสียงนั้นแฝงความดีใจ “พี่อยากมีลูกอะเล” นัยน์ตาคมจ้องมองเธอ จับมือนุ่มๆนั้นแน่น เสียงถอนหายใจของเธอดังแผ่วๆ ราวกับกำลังครุ่นคิด ก่อนที่ทั้งสองคนจะถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเคาะประตูและตามมาด้วยเสียงปลดล็อกอัตโนมัติ “เป็นยังไงบ้างทะเล?!” นิพนธ์เดินเข้ามาพร้อมสาหร่าย เขาเอ่ยถามพลางเดินเข้ามาใกล้ ในขณะที่ภาคินขยับออกจากตัวน้องเล็กน้อย “ไม่ปวดหัวแล้วค่ะป๋า” “จริงรึเปล่า?“ เขาหย่อนตัวลงนั่งข้างเตียง แล้วยื่นมือสัมผัสหน้าผากของเธอ แล้วทำสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย “ไม่ร้อนแล้วจริงด้วย” “พ่อ!!” ภาคินพูดขึ้น ก่อนวางแก้วยาลงถาดที่
“สวัสดีค่ะคุณทะเล” “สวัสดีค่ะ” ทะเลกล่าวตอบรับพนักงานสาวที่หอบหิ้วเอกสารเต็มไม้เต็มมือ “ให้ช่วยไหมคะ?” “รบกวนกดลิฟต์ให้หน่อยได้ไหมคะ?” เธอยิ้มอย่างเขินๆ “ได้ค่ะ” ว่าที่ประธานบริษัทยิ้มตอบกลับอย่างเป็นมิตร แล้วเดินนำหน้าอีกฝ่ายไปที่ลิฟต์ หลังจากที่ส่งพนักงานสาวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอก็ว่าจะไปหานิพนธ์ที่ห้องทำงาน ทว่า…ยังไม่ทันเดินพ้นประตูหนีไฟ!! พรึ่บ!! “อ่า!!” ทะเลร้องเสียงร้อง เมื่อร่างบางปลิวตามแรงกระแชกของคนด้านใน พลันสายตาปะทะเข้ากับเขา “โธ่พี่ภา!! อื้อออออ” คนสวยเชิดหน้าร้องครางเสียงแผ่ว เมื่อภาคินซุกไซร้คลเคลียลำคอระหง เสียงสูดลมหายใจแรงๆนั้นราวกับอดยาก ริมฝีปากทั้งกัดทั้งเม้นลงลำคอขาวๆจนทะเลรู้สึกเจ็บแปล๊บๆ “เดี๋ยวพี่ภา!!” ทะเลร้องห้ามพลางใช้สองมือประคองใบหน้าหล่อ “ไปทำอะไรมา ทำไมอารมณ์รุนแรงแบบนี้” “อื้อออ!!”เขาเพียงครางในลำคอเบาๆ แล้วจู่โจม กลับมาไซร้ลำคอของเธออีกครั้ง แล้วรั้งเธอเข้ามาจูบ เสียงจ๊วบจ๊าดดังไปทั่วโซนบันไดหนีไฟ หากแต่คนอารมณ์รุนแรงอย่างภาคินกลับไม่ได้สนใจอะไรนอกจากเธอ ร่างหนาบดเบียด กังขังทะเลเอาไว้ในอ้อมแขน มือหนาผละออกจากใบหน้าสวย
สื่อทุกสำนักต่างประโคมข่าวเกี่ยวกับว่าที่ประธานคนใหม่แห่งโอเชี่ยน กรุ๊ป ประวัติของทะเลถูกขุดขึ้นมาเผยแพร่ทั่วโลกอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันเกิด การศึกษา ชีวิตในต่างประเทศ ไปจนถึงประวัติของตระกูลฝั่งมารดา บางสำนักถึงขั้นย้อนลึกไปถึงบรรพบุรุษของเธอ เพื่อวิเคราะห์ที่มาของอาณาจักรโอเชี่ยน กรุ๊ป “เข้าใจแล้วว่าทำไมพ่อถึงอยากให้ผมเข้าหาทะเล” ไวท์พูดขึ้น พลางใช้นิ้วเลื่อนอ่านข่าวบนโทรศัพท์มือถือ “ทายาทหลายหมื่นล้านเลยนี่นา” “ก็คิดไม่ผิด…หึ!!” ฤทธิ์ชัยพึมพำเบา ๆ นัยน์ตาของเขาเป็นประกายขณะมองออกไปนอกกระจกรถตู้ของโอเชี่ยน กรุ๊ป ที่กำลังมุ่งหน้าสู่สำนักงานใหญ่กลางเกาะ “ผมว่าไม่น่ายากหรอกนะพ่อ” ไวท์ยกยิ้มมุมปาก “คุณอานิพนธ์อุตส่าห์นัดเราให้มาพบถึงที่แบบนี้” “ท่านคงกำลังเปิดทางให้ผมอยู่เหมือนกัน” “แกพูดเหมือนคุณนิพนธ์จะจับลูกสาวมายกให้แกอย่างนั้นแหละ” ฤทธิ์ชัยหัวเราะเบา ๆ “ก็ไม่แน่นะครับ” ไวท์ตอบอย่างมั่นใจ “ผู้หญิงแบบทะเล… ไม่ใช่จะเจอผู้ชายที่คู่ควรได้ง่าย ๆ เสียหน่อย” คำพูดนั้นทำให้ฤทธิ์ชัยหันมองลูกชายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มพอใจ เพราะไม่ว่าไวท์จะสนใจทะเลด้วยเหตุผลอะไร หากสุดท้าย
ที่คราสคลับช่วงตีสองกว่า เสียงเพลงคลอเบาๆ เปลี่ยนบรรยากาศที่แสนตื่นเต้นเป็นผ่อนคลาย แม้จะดึกมากๆแล้ว และใกล้เวลาที่คลับจะปิดให้บริการ หากแต่นักท่องราตรียังคงสนุกสนาน ยังคงแน่นขนัน ไม่ต่างจากหัวค่ำเลยสักนิด “เกล!!” เสียงทุ้มเข้มของสิงห์ดังเรียกสติของหญิงสาว ที่กำลังเพลินกับแอลกอฮอล์ตรงหน้า เธอเล่นเกมดื่มกับทะเลจนตอนนี้แทบจะกอดขวดนอนคอพับอยู่แล้ว “อะไร?!” เกวลินขึ้นเสียงกลับ เหลือบตามองก่อนจะสะบัดเชิดอย่างไม่ใส่ใจ พลางเอื้อมมือยกกระดกวิสกี้ “เมามากแล้วเนี่ย!!” สิงห์โน้มตัวแล้วกระชากแก้วออจากมือเรียวเล็ก ก่อนจะหันไปส่งสายตาดุใส่พนักงานที่เดินมาเสิร์ฟอยู่นั้น “นิดๆเอง! เกลยังมีสติ!!” เกวลินเอนหลังพิงโซฟา กอดอกหลังยกคิ้วใส่ “ใช่ปะ!? ทะเล” “แกอะไหว!!” ทะเลพูดเสียงยืด “แต่ฉันหนักตาไม่ไหว” “งั้นกลับกันเลยดีกว่า” ภาคินเดินเข้ามา แล้วทิ้งตัวนั่งข้างๆ เขารั้งคนสวยเข้ามาสบที่ไหล่ แม้ว่าเขาจะดื่มกับเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันทนไปเยอะแต่เขาก็แข็งมากพอที่จะไม่เมาง่ายๆแบบไรสติ “เอ่อๆ วันนี้ขอบคุณมากๆเลยนะเว้ย” สิงห์พูดขึ้น “ของขวัญจะเก็บไว้อย่างดีเลย” สิงห์หันไปมองทางโต๊ะที่เต็มไปด้วยของขวั
ทะเลถูกภาคินพาเดินออกจากห้องท่านประธาน มายังอีกฝั่งของชั้นเก้า ซึ่งอยู่ในระนาบเดียวกันกับห้องของนิพนธ์ ระหว่างสองห้องนั้น มีห้องประชุมบอร์ดบริหารระดับสูงขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลาง ราวกับถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมการทำงานของคนทั้งสองเอาไว้อย่างสมบูรณ์แบบทันทีที่เข้ามาถึงหน้าห้องทำงานของรองประธาน ภาคินก็ใช
ทะเลมองพื้นบริเวณหน้าโซฟาที่เต็มไปด้วยคราบน้ำใสด้วยสายตารู้สึกผิด แก้มยังแดงระเรื่อไม่หาย เธอแทบไม่กล้าเงยหน้าสบตาแม่บ้านที่กำลังก้มเช็ดทำความสะอาดอยู่ตรงหน้า ต่างจากคนต้นเรื่องที่ตอนนี้กลับนั่งเอนหลังอยู่บนโต๊ะทำงานด้วยท่าทีสบายอารมณ์ แถมยังยกยิ้มมุมปากเหมือนผู้ชนะอย่างเห็นได้ชัด “เล... ขอโทษนะคะ
“เฮ้ย!!” ทะเลสะดุ้งสุดตัว รีบดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดใบหน้าส่วนล่างเอาไว้แทบจะทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจและเขินอาย เพราะจู่ ๆ นิพนธ์ก็มานั่งอยู่ข้างเตียงตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ชายวัยกลางคนกำลังมองเธอด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ที่ทั้งอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความเอ็นดู“ป๋า... เลตกใจหมดเลย” เสียงหวานอู้อี้ลอดผ
นั่งพูดคุยกันได้ไม่นาน พนักงานก็เริ่มทยอยนำอาหารมาเสิร์ฟทีละจาน กลิ่นหอมของสเต๊ก เนื้อย่าง และไวน์ชั้นดีลอยคลุ้งไปทั่วโต๊ะ แสงไฟสีส้มอ่อนภายในร้านสะท้อนลงบนแก้วคริสตัลและช้อนส้อมสีเงินจนดูหรูหรายิ่งขึ้น“ทะเลทานอันนี้สิ” นิพนธ์พูดขึ้น พลางเลื่อนจานสลัดกุ้งตัวใหญ่ไปไว้ตรงหน้าเธอ ก่อนหยิบช้อนกลางตักอ







