Masukบ้านมะปราง วันต่อมา
"อันที่จริงมะปรางไม่ได้ต้องการความรับผิดชอบจากคุณไปร์ทเลยค่ะแม่" ก่อนที่แม่ของมะปรางจะถอนหายใจออกมาแล้วเอ่ยออกไป "ในเมื่อคุณอังคณาเขาต้องการรับผิดชอบ ลูกก็อย่าปฏิเสธเขาเลย" "ค่ะแม่ งั้นมะปรางไปแล้วนะแม่ อยู่ที่โน่นมะปรางจะโทรมาหาแม่บ่อยๆนะคะ" "โชคดีนะลูก ไปอยู่กับคุณไปร์ทก็ต้องเชื่อฟังเขานะลูก เขาให้ทำอะไรลูกก็ต้องทำ เข้าใจไหมลูก" คนเป็นแม่เอ่ยพร้อมกับลูบหัวของลูกสาวด้วยความอ่อนโยน "ค่ะแม่ งั้นมะปรางลานะคะ" หญิงสาวบอกพร้อมกับยกมือไหว้แม่ของตัวเอง ก่อนจะหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าออกไปจากบ้านแล้วเดินไปยังบ้านของอังคณาที่อยู่ถัดไปจากบ้านของเธอสามหลัง บ้านของมะปรางเป็นบ้านปูนชั้นเดียวที่มีขนาดเล็ก ซึ่งต่างจากบ้านของอังคณาที่เป็นสองชั้น มีเนื้อที่หลายร้อยตารางเมตร เธออยู่กับแม่มาเจ็ดปีแล้ว เพราะตอนที่เธอเรียนอยู่มอสี่พ่อไปมีภรรยาใหม่ บ้านอังคณา หญิงสาวเดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ก็เห็นคนตัวสูงนั่งคุยอยู่กับแม่ของเขาในห้องรับแขก เมื่อเห็นอย่างนั้นเท้าเล็กจึงชะงักไว้เพราะรู้สึกประหม่าเมื่อเห็นเขา อังคณาที่หันมาเห็นเธอพอดีจึงเอ่ยขึ้น "มานั่งนี่ก่อนสิมะปราง" ว่าแล้วมะปรางก็ก้าวเท้าเดินไปหย่อนสะโพกนั่งบนโซฟาตัวที่ติดกับเขา อนาวินที่นั่งสีหน้าบึ้งตึงอยู่ไม่ได้ชายตามามองเธอ นั่นจึงทำให้หญิงสาวรู้สึกเกร็งไม่น้อยกับท่าทีของเขา ก่อนเสียงของอังคณาจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงใจดี "ก่อนไปสนามบินเดี๋ยวกินข้าวด้วยกันก่อนนะมะปราง" ก่อนเสียงทุ้มราบเรียบของอนาวินจะเอ่ยขึ้น "งั้นแม่ก็กินเถอะ ผมไม่หิว" "เมื่อกี้ไหนลูกบอกว่าจะกินข้าวกับแม่ก่อนไปไง" "แต่ตอนนี้ผมกินไม่ลงแล้วครับ" มะปรางที่ได้ยินก็รู้สึกจุกในอกเพราะที่เขาบอกว่ากินข้าวไม่ลงนั้นเป็นเพราะเธอ ก่อนที่เธอจะเอ่ยขึ้น "มะปรางกินมาจากบ้านแล้วค่ะ คุณป้ากับคุณอนาวินทานกันเถอะค่ะ" เธอจำต้องพูดโกหกออกไปเพราะอยากให้เขาทานข้าวกับแม่ของเขาก่อนไป "อ๋อ ถ้าอย่างนั้นป้าขอตัวไปกินข้าวก่อนนะมะปราง" "ตามสบายค่ะคุณป้า" ว่าจบอังคณาก็ลุกออกจากโซฟา จากนั้นเจ้าของความสูง187เซนติเมตรจึงลุกตามแล้วเดินไปยังโต๊ะอาหารที่อยู่ไม่ไกล เวลาต่อมา เมื่อแม่ลูกรับประทานอาหารเสร็จก็ร่ำลากัน ก่อนที่อนาวินจะออกจากบ้านไปขึ้นรถที่เขาเช่าตอนมาถึงภูเก็ตซึ่งจอดอยู่หน้าบ้าน โดยมีร่างเล็กของมะปรางเข้ามานั่งในรถด้วยเช่นกัน ภายในรถตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงแต่เสียงของเครื่องปรับอากาศในรถเท่านั้นที่ดังออกมา มะปรางหันหน้ามองนอกรถ โดยร่างเล็กรู้สึกเกร็งไม่น้อยที่ต้องมาอยู่สองต่อสองกับเขาซึ่งกำลังโกรธที่ต้องมารับผิดชอบเธอ เมื่อมาถึงสนามบินร่างสูงก็สาวเท้าเดินนำหน้าคนตัวเล็กไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้ใส่ใจคนด้านหลัง ในขณะที่มะปรางนั้นต้องลากกระเป๋าขนาดยี่สิบนิ้ววิ่งตามเพราะกลัวจะไม่ทัน เนื่องจากแต่ละก้าวของเขานั้นแค่ก้าวเดียวก็เท่ากับสองก้าวของเธอ ทั้งสองพากันมายังหน้าเคาน์เตอร์เช็คอิน อนาวินหยิบบัตรประชาชนออกมาจากกระเป๋าสตางค์ยี่ห้อหรู ก่อนจะเอ่ยบอกกับร่างบางพร้อมกับยื่นมือรอรับสิ่งที่ตัวเองขอ "เอาบัตรประชาชนมา" ว่าแล้วหญิงสาวก็หยิบบัตรประชาชนในกระเป๋าสตางค์ใบสวยแต่ราคาไม่แพงยื่นให้เขาไปจัดการเช็คอิน ร่างสูงรับตั๋วจากพนักงานมาสองใบและยื่นตั๋วที่มีชื่อของปันณ์ทิชาให้เธอ ก่อนที่ทั้งสองจะพากันเข้าเกทไป เมื่อทั้งสองขึ้นมาบนเครื่องบิน ชายหนุ่มก็ยกกระเป๋าเสื้อผ้าขนาดสิบแปดนิ้วของตัวเองขึ้นไปไว้ในที่เก็บสัมภาระซึ่งอยู่เหนือศีรษะ ก่อนจะหยิบกระเป๋าจากมือของมะปรางแล้วยกขึ้นไปเก็บรวมไว้กับกระเป๋าของเขา ฝ่ามือแกร่งดันร่างเล็กให้เข้าไปนั่งริมหน้าต่าง จากนั้นเขาจึงเดินเข้าไปหย่อนตัวนั่งลงข้างเธอ จนกระทั่งเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมงกว่า เครื่องบินก็ลงจอดยังสนามบินสุวรรณภูมิ อนาวินพาหญิงสาวไปขึ้นรถหรูที่ลูกน้องคนสนิทของเขาจอดรออยู่ก่อนแล้ว เนื่องจากเขาได้ส่งข้อความไปบอกก่อนขึ้นเครื่องบินว่าจะมาถึงกี่โมงเมื่อออกมาจากห้องทำงานของพีทแล้ว มะปรางก็ไปเดินเที่ยวดูนั่นดูนี่เพราะยังไม่อยากกลับ นานๆได้มาเดินห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพทั้งทีก็ต้องเดินให้คุ้มหน่อย แต่ไม่ได้ซื้ออะไรหรอกเพราะไม่มีเงินพอที่จะซื้อตอนนี้เธอมีเงินเหลือติดตัวอยู่ห้าพันบาท ดังนั้นเธอจะต้องประหยัดให้มากที่สุด เพราะยังอีกตั้งหนึ่งเดือนถึงจะได้รับเงินเดือน ไหนจะค่ากิน อีกทั้งค่ารถไปกลับจากที่ทำงานอีก ในระหว่างนี้คงต้องกินมาม่าไปก่อนเพื่อให้เงินห้าพันบาทที่ยังมีเหลืออยู่นี้ได้ใช้จ่ายไปจนถึงวันเงินเดือนออกเมื่อมะปรางเดินดูนั่นดูนี่จนครบทุกชั้นแล้วก็รู้สึกหิว ดังนั้นเธอจึงเดินไปยังฟู๊ดเซนเตอร์ เธอสั่งข้าวราดแกงมากินพร้อมกับน้ำเปล่าหนึ่งขวด เมื่อกินเสร็จเธอก็หยิบน้ำที่ยังเหลือกลับมาด้วย ช่วงนี้อะไรที่ประหยัดได้ก็ต้องประหยัด ห้ามกินทิ้งกินขว้าง ปกติเธอก็ไม่ใช่คนที่กินทิ้งกินขว้างอยู่แล้ว เนื่องจากฐานะทางบ้านของเธอไม่ได้มีเงินมากพอที่จะใช้จ่ายได้ตามอำเภอใจก่อนเข้าคอนโดเธอก็แวะซื้อมาม่าที่เซเว่นมาหนึ่งแพค เพราะเธอคิดว่าตั้งแต่วันพรุ่งนี้จนถึงวันเงินเดือนออก ทุกตอนเย็นเธอจะกินมาม่าแทนข้าว ตอนเที่ยงที่ร้านจะให้พนักงานทุกคนกินฟรีคนล
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์แล้วที่มะปรางมาอยู่กับอนาวิน เธอนอนบนเตียงกับเขาทุกคืน แต่เขาไม่ได้แตะต้องเธอ และเขาก็ไม่ชวนเธอคุยด้วยซ้ำ เขาคงเกลียดเธอจนเข้าไส้เลยแหละที่เธอมาอยู่กับเขาตื่นเช้ามาเขาก็ออกไปทำงาน ส่วนมะปรางก็ทำงานบ้านอยู่แต่ในคอนโดไม่ได้ออกไปไหน นอกจากเดินออกไปซื้อของที่เซเว่นที่อยู่ไม่ไกลจากคอนโด ถ้าของสดหมดก็นั่งรถของคอนโดไปซื้อที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต ขากลับบางทีก็กลับกับรถของคอนโด หรือบางทีก็นั่งมอเตอร์ไซด์กลับมะปรางที่กำลังทำงานบ้านอยู่ก็คิดว่าเธอจะต้องหางานทำ เพราะถ้าให้อยู่แบบนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเอาเงินจากไหนมาใช้จ่ายในเรื่องส่วนตัวหนึ่งอาทิตย์ที่เธอมาอยู่ที่นี่ก็หมดไปกับเรื่องของกินของใช้หลายบาทแล้ว ดังนั้นวันนี้เธอจึงเสิร์ชหางานทางอินเตอร์เน็ต จึงเห็นว่ามีหลายงานที่เขาเปิดรับสมัครอยู่เธอกรอกใบสมัครงานไปทางอีเมล งานที่เธอสมัครคืองานแคชเชียร์ร้านอาหารซึ่งอยู่ในห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง เงินเดือนอยู่ที่17,000 บาท และยังมีค่าเซอร์วิสชาร์จให้กับพนักงานอีกด้วยตอนเย็นในขณะที่มะปรางกำลังทำอาหารอยู่ในครัว เสียงโทรศัพท์ของเธอก็มีสายเรียกเข้ามา เธอละจากงานที่ทำอย
คอนโดอนาวินไปร์ทกลับมาถึงคอนโดในเวลาเกือบสามทุ่ม ร่างสูงเปิดประตูเข้ามาจึงเห็นว่าร่างเล็กที่อยู่ในชุดนอนกางเกงขาสั้นสีหวานนั่งอยู่ในห้องโถง เมื่อเห็นอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ใส่ใจรีบเดินเข้าห้องนอนไปอาบน้ำแล้วสวมใส่เสื้อผ้า จากนั้นก็เดินมาขึ้นเตียงนอนสองชั่วโมงผ่านไปมะปรางที่ยังนั่งอยู่ข้างนอกเพื่อรอให้เขาหลับก่อนแล้วค่อยเข้าไป ทว่าตอนนี้เธอเริ่มง่วงนอนแล้วน่ะสิ พลางคิดในใจว่าป่านนี้เขาจะหลับหรือยังนะ แต่ถ้าเขายังไม่หลับล่ะ พอเห็นหน้าเธอเดี๋ยวเขาก็ชักสีหน้าไม่พอใจใส่เธออีก เพราะฉะนั้นนอนบนโซฟานี่แหละเมื่อคิดได้ดังนั้นร่างบอบบางก็เอนกายนอนตะแคงลงไป เธอหยิบหมอนใบเล็กที่วางอยู่มาหนุน จากนั้นไม่กี่นาทีเธอก็เข้าสู่ภวังค์นิทราเที่ยงคืนอนาวินที่ยังไม่หลับนึกสงสัยว่าทำไมเธอถึงยังไม่เข้ามานอน เพื่อให้หายสงสัยร่างสูงจึงหยัดตัวลุกจากเตียงแล้วออกไปจากห้องนอนจึงเห็นว่าหญิงสาวนอนหลับอยู่บนโซฟา เธอนอนตะแคงโดยสองมือซุกเข้าไปอยู่ในหว่างขา เขาคิดในใจว่าคงหนาวสินะถึงได้นอนหนีบมือไว้แบบนั้นชายหนุ่มยืนมองเธออยู่ครู่หนึ่งพลางคิดในใจว่าจะอุ้มเธอไปนอนในห้องหรือจะเอาผ้าห่มมาห่มให้เธอดี และแล้วเขาก็ตัดสินใจก
ด้านอนาวินเมื่อเขาหลับไปได้หนึ่งชั่วโมงก็ตื่นขึ้นมา ร่างสูงลุกจากเตียงแล้วออกจากห้องไปจึงได้รู้ว่าอีกคนไม่อยู่ พลางคิดในใจว่าหรือเธอจะออกไปข้างนอกแต่ทันใดนั้นประตูคอนโดก็ถูกสแกนคีย์การ์ดเข้ามาติ๊ด แกร่กอนาวินมองไปยังประตูจึงเห็นร่างบอบบางที่หิ้วถุงของเปิดประตูเข้ามา เมื่อเห็นอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ถามอะไรเพราะคิดว่าไม่จำเป็น จากนั้นจึงกลับไปในห้องนอนเขาอาบน้ำแต่งตัวแล้วออกจากห้องมาจึงเห็นว่าร่างบอบบางนั่งกินขนมอยู่บนโซฟาในห้องโถง มะปรางที่เห็นคนตัวสูงจึงชะงักเม้มปากชั่งใจคิดว่าจะถามเขาดีไหมว่าเขาจะไปไหน แต่แล้วความประหม่าที่ยังมีอยู่จึงคิดว่าอย่าถามเขาดีกว่าร่างสูงที่อยู่ในเสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีขาวกางเกงสแลคสีดำจ้องมองมายังอีกคนที่มองเขาตาแป๋วเหมือนอยากจะถามอะไร ก่อนเรียวขายาวจะสาวเท้าเดินออกจากคอนโดไป โดยไม่คิดจะใส่ใจอีกคนที่นั่งอยู่เมื่อเข้ามานั่งในรถหรูเจ้าของใบหน้าหล่อก็หยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรออกหาหญิงสาวคนที่กำลังคบหาดูใจอยู่ทันทีตู๊ด~'ค่ะพี่ไปร์ท''พี่ออกจากคอนโดมาแล้วนะ ปัทจะให้พี่ไปเจอที่ไหน''พี่ไปร์ทมาหาปัทที่คอนโดได้เลยค่ะ เพราะถ้าคุยธุระสำคัญปัทว่าคุยที่คอนโดเหมาะกว่าไปคุ
คอนโดอนาวินอนาวินพามะปรางเข้ามาในห้องคอนโดหรูที่มีขนาดใหญ่ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยหนึ่งร้อยตารางเมตร มีหนึ่งห้องนอนใหญ่ขนาดสี่สิบตารางเมตร ส่วนที่เหลือก็เป็นห้องโถง ห้องครัวและอื่นๆ"ในนี้มีห้องนอนอยู่ห้องเดียว ดังนั้นมันจึงจำเป็นที่ฉันจะต้องให้เธอเข้ามานอนในนี้ด้วย แต่ถ้ามีสองห้องนอนเธอก็อย่าหวังว่าฉันจะให้เธอมานอนกับฉัน" เมื่อเขาพาเธอเข้ามาในห้องนอนใบหน้าหล่อก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบเจือไว้ด้วยความไม่พอใจ"มะปรางต้องขอโทษนะคะที่มารบกวนคุณอนาวิน" เธอก้มศีรษะอย่างเกรงใจพร้อมกับพูดออกไป"ถ้าเมื่อวานเธอปฏิเสธไม่รับความรับผิดชอบกับแม่ฉันอย่างจริงจัง ฉันก็คงไม่ต้องพาเธอมาอยู่ด้วยแบบนี้หรอก" "เมื่อวานคุณก็ได้ยินนี่คะว่ามะปรางปฏิเสธความรับผิดชอบจากคุณป้าไปแล้ว" ก่อนที่อนาวินจะถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆแล้วพูดออกมา"แต่ก็เอาเถอะ ฉันจะถือว่าที่ต้องพาเธอมาอยู่ด้วยก็เป็นเพราะฉันอยากให้แม่สบายใจ แม่อยากให้ฉันรับผิดชอบที่เธอต้องเสียครั้งแรกให้กับฉัน แต่ไม่ใช่ว่าฉันอยากจะรับผิดชอบผู้หญิงใจง่ายอย่างเธอหรอกนะ""..." เธอเม้มปากแน่นพลางรู้สึกอัดอั้นในใจเมื่อเขาหาว่าเธอง่าย เขารู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอว่าเ
บ้านมะปราง วันต่อมา"อันที่จริงมะปรางไม่ได้ต้องการความรับผิดชอบจากคุณไปร์ทเลยค่ะแม่" ก่อนที่แม่ของมะปรางจะถอนหายใจออกมาแล้วเอ่ยออกไป"ในเมื่อคุณอังคณาเขาต้องการรับผิดชอบ ลูกก็อย่าปฏิเสธเขาเลย""ค่ะแม่ งั้นมะปรางไปแล้วนะแม่ อยู่ที่โน่นมะปรางจะโทรมาหาแม่บ่อยๆนะคะ""โชคดีนะลูก ไปอยู่กับคุณไปร์ทก็ต้องเชื่อฟังเขานะลูก เขาให้ทำอะไรลูกก็ต้องทำ เข้าใจไหมลูก" คนเป็นแม่เอ่ยพร้อมกับลูบหัวของลูกสาวด้วยความอ่อนโยน"ค่ะแม่ งั้นมะปรางลานะคะ" หญิงสาวบอกพร้อมกับยกมือไหว้แม่ของตัวเอง ก่อนจะหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าออกไปจากบ้านแล้วเดินไปยังบ้านของอังคณาที่อยู่ถัดไปจากบ้านของเธอสามหลังบ้านของมะปรางเป็นบ้านปูนชั้นเดียวที่มีขนาดเล็ก ซึ่งต่างจากบ้านของอังคณาที่เป็นสองชั้น มีเนื้อที่หลายร้อยตารางเมตร เธออยู่กับแม่มาเจ็ดปีแล้ว เพราะตอนที่เธอเรียนอยู่มอสี่พ่อไปมีภรรยาใหม่บ้านอังคณาหญิงสาวเดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ก็เห็นคนตัวสูงนั่งคุยอยู่กับแม่ของเขาในห้องรับแขก เมื่อเห็นอย่างนั้นเท้าเล็กจึงชะงักไว้เพราะรู้สึกประหม่าเมื่อเห็นเขา อังคณาที่หันมาเห็นเธอพอดีจึงเอ่ยขึ้น"มานั่งนี่ก่อนสิมะปราง" ว่าแล้วมะปรางก็ก้าวเท้าเดิ







