แชร์

9 นางบำเรอ

ผู้เขียน: Duangkwan
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-11 08:23:45

เมื่อออกมาจากห้องทำงานของพีทแล้ว มะปรางก็ไปเดินเที่ยวดูนั่นดูนี่เพราะยังไม่อยากกลับ นานๆได้มาเดินห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพทั้งทีก็ต้องเดินให้คุ้มหน่อย แต่ไม่ได้ซื้ออะไรหรอกเพราะไม่มีเงินพอที่จะซื้อ

ตอนนี้เธอมีเงินเหลือติดตัวอยู่ห้าพันบาท ดังนั้นเธอจะต้องประหยัดให้มากที่สุด เพราะยังอีกตั้งหนึ่งเดือนถึงจะได้รับเงินเดือน ไหนจะค่ากิน อีกทั้งค่ารถไปกลับจากที่ทำงานอีก ในระหว่างนี้คงต้องกินมาม่าไปก่อนเพื่อให้เงินห้าพันบาทที่ยังมีเหลืออยู่นี้ได้ใช้จ่ายไปจนถึงวันเงินเดือนออก

เมื่อมะปรางเดินดูนั่นดูนี่จนครบทุกชั้นแล้วก็รู้สึกหิว ดังนั้นเธอจึงเดินไปยังฟู๊ดเซนเตอร์ เธอสั่งข้าวราดแกงมากินพร้อมกับน้ำเปล่าหนึ่งขวด เมื่อกินเสร็จเธอก็หยิบน้ำที่ยังเหลือกลับมาด้วย ช่วงนี้อะไรที่ประหยัดได้ก็ต้องประหยัด ห้ามกินทิ้งกินขว้าง ปกติเธอก็ไม่ใช่คนที่กินทิ้งกินขว้างอยู่แล้ว เนื่องจากฐานะทางบ้านของเธอไม่ได้มีเงินมากพอที่จะใช้จ่ายได้ตามอำเภอใจ

ก่อนเข้าคอนโดเธอก็แวะซื้อมาม่าที่เซเว่นมาหนึ่งแพค เพราะเธอคิดว่าตั้งแต่วันพรุ่งนี้จนถึงวันเงินเดือนออก ทุกตอนเย็นเธอจะกินมาม่าแทนข้าว ตอนเที่ยงที่ร้านจะให้พนักงานทุกคนกินฟรีคนละหนึ่งมื้อ ดังนั้นจึงเข้าทางเธอที่ยังเหลือเงินอยู่น้อยนิดเพื่อเอาไว้เป็นค่ารถไฟฟ้าไปกลับจากที่ทำงาน

ตอนเย็น

เมื่อร่างสูงกลับมาถึงคอนโดเขาก็ได้กลิ่นมาม่าโชยเข้ามาแตะจมูกของเขา ซึ่งปกติแล้วเขาจะไม่ชอบกลิ่นของมาม่า หลายคนชอบเพราะบอกว่ามันหอม แต่เผอิญว่าเขาไม่ชอบ

เรียวขายาวก้าวเดินไปยังกลิ่นที่ลอยมาจากในครัว เมื่อเห็นว่าหญิงสาวนั่งกินมาม่าอยู่จึงเอ่ยขึ้นทันทีด้วยน้ำเสียงทุ้มเข้มไม่พอใจ

"ฉันไม่ชอบกลิ่นมาม่า เททิ้งเดี๋ยวนี้"

"แต่มะปรางเพิ่งกินได้แค่คำเดียวเองนะคะ" เธอละจากชามมาม่าแล้วหันมาพูดกับร่างสูงที่ยืนสีหน้าขรึมใส่เธออยู่ ก่อนเรียวปากหยักสวยจะเอ่ยถาม

"วันนี้นึกยังไงถึงได้กินมาม่า"

"มันจำเป็นน่ะค่ะ"

"จำเป็นยังไง"

"ในระหว่างนี้มะปรางต้องกินมาม่าแทนข้าวทุกตอนเย็นค่ะ"

"ทำไม" ขมวดคิ้วสงสัย

"ตอนนี้มะปรางมีเงินอยู่ห้าพัน ดังนั้นกว่าเงินเดือนจะออกมะปรางก็ต้องกินมาม่าแทนข้าวไปก่อนค่ะ เพราะเงินที่มีอยู่นี้มะปรางต้องประหยัดไว้เป็นค่าเดินทางไปทำงานค่ะ" เธอพูดออกมาด้วยสีหน้าและแววตาน่าสงสาร จนทำเอาอีกคนถึงกับชะงักแล้วเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงอ่อนลง

"วันนี้เธอไปสมัครงานมาเหรอ"

"ใช่ค่ะ"

"งานอะไร"

"เป็นแคชเชียร์ในร้านอาหารที่อยู่ในห้างค่ะ"

"ปกติเธอชอบกินมาม่าหรือเปล่า"

"ไม่ได้ชอบค่ะ แต่ถ้ามันจำเป็นก็ต้องกินค่ะ"

"ถ้าไม่ชอบก็เททิ้งซะสิ"

"ถ้ามะปรางเททิ้ง มะปรางก็ไม่มีอะไรกินสิคะ ตอนนี้มะปรางก็หิวมากด้วย"

"เดี๋ยวฉันจะสั่งข้าวมากิน และจะสั่งมาเผื่อเธอด้วย"

"ขอบคุณนะคะคุณอนาวิน" เธอเอ่ยออกไปด้วยรอยยิ้มเบิกบานจนแก้มแทบปริที่เขามีน้ำใจกับเธอ

"งั้นเธอก็เทมาม่าสิ เพราะฉันไม่ค่อยชอบกลิ่นมันเท่าไหร่"

"ได้ค่ะ" จากนั้นเธอก็เทมาม่าลงในถังขยะ ก่อนที่อนาวินจะจัดการสั่งอาหารในโทรศัพท์

หนึ่งอาทิตย์ที่เธอมาอยู่กับเขา ทุกตอนเย็นเขาจะไปรับปัทที่ทำงานแล้วพาออกไปทานข้าวข้างนอกตามประสาคนที่กำลังคบหาดูใจกัน

มะปรางออกจากครัวมาหย่อนสะโพกนั่งบนโซฟาในห้องโถง เธอรอของกินอย่างใจจดใจจ่อ เธอก็ไม่รู้หรอกว่าเขาสั่งอะไร เพราะเมื่อกี้เขาไม่ได้ถามว่าเธอจะกินอะไร แต่ไม่ว่าเขาจะสั่งอะไรมาให้ เธอก็กินได้ทั้งนั้นเพราะตอนนี้เธอหิวมากเลย

เวลาต่อมา

ชายหนุ่มลงไปเอาของกินข้างล่างแล้วกลับเข้าห้องมา มะปรางที่นั่งอยู่ก็รีบลุกไปหาเขาทันที แววตาของเธอเป็นประกายเมื่อได้กลิ่นอาหารและเห็นถุงของกินหลายอย่างที่อยู่ในมือของเขา

"เอามาค่ะ เดี๋ยวมะปรางจะเอาไปใส่จานให้ค่ะ"

"หิวมากเลยเหรอ" เขายกยิ้มมุมปากพลางหัวเราะในลำคอเมื่อเห็นท่าทีของเธอ ซึ่งเขาดูออกว่าเธอคงหิวมาก

"หิวมากค่ะ" ว่าแล้วเขาก็ยื่นถุงของกินให้เธอ มะปรางถือเข้าไปในครัวแล้วเทใส่จาน ก่อนจะยกออกมาวางบนโต๊ะข้างนอก จากนั้นจึงเดินไปหาเขาที่นั่งคุยโทรศัพท์อยู่

'งั้นแค่นี้นะปัท เดี๋ยวพี่ขอไปกินข้าวก่อน'

มะปรางที่ได้ยินนึกสงสัยว่าคนชื่อปัทคือใคร เธอคิดว่าคนในสายคงเป็นผู้หญิงแน่นอน ก่อนเสียงทุ้มจะหันถามยังร่างบางที่ยืนอยู่

"เอาของกินใส่จานเสร็จแล้วเหรอ"

"เสร็จแล้วค่ะ" บอกจบร่างเล็กก็หมุนตัวก้าวเดินไปยังโต๊ะอาหาร ก่อนที่อนาวินจะลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วเดินไปหย่อนกายนั่งตรงข้ามเธอ จากนั้นทั้งสองจึงรับประทานอาหารไปจนเสร็จ โดยมะปรางก็มีความประหม่าเล็กน้อยที่ต้องนั่งร่วมโต๊ะทานข้าวกับเขาเป็นครั้งแรก

ห้องนอน

เมื่อมะปรางอาบน้ำใส่ชุดนอนเสร็จก็มานอนบนเตียงอย่างเช่นหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา เธอทิ้งตัวนอนตะแคงหันหน้าออกนอกเตียง ซึ่งทุกคืนเธอมักจะนอนท่านี้

อนาวินที่กึ่งนั่งกึ่งนอนแชทไลน์อยู่กับปัทหันมามองร่างเล็กที่นอนหันหลังให้เขาอยู่ พลางคิดในใจว่าถ้าเขาจะทำแบบนั้นกับเธออีกก็ไม่ได้ผิดอะไร ก็ในเมื่อเธอเป็นฝ่ายเข้าหาเขาก่อนตั้งแต่แรก

เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็ปิดหน้าจอโทรศัพท์แล้วขยับเข้าไปใกล้กับหญิงสาว มะปรางที่รู้สึกเหมือนกับว่าเขาขยับเข้ามาใกล้จึงรู้สึกหวั่นใจเล็กน้อย พลันร่างของเธอเกร็งอย่างอัตโนมัติ เมื่อลำแขนหนารวบร่างของเธอเข้าไปแนบชิดกับอกแกร่งของเขา จนทำเอาเธอถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจ

"คุณอนาวิน!"

"ตกใจทำไม คืนนั้นตอนที่ฉันจะทำ ทำไมเธอถึงไม่ตกใจล่ะ" ลมหายใจร้อนผ่าวสัมผัสกับหลังคอระหงพลางเสียงทุ้มที่เอ่ยชิดกับใบหูทำเอาขนกายสาวลุกชัน

"คืนนั้นมะปรางทั้งผลักทั้งดิ้นแล้วแต่คุณก็ยังจะทำ มะปรางสู้แรงของคุณไม่ได้เลยค่ะ"

"คิดว่าฉันจะเชื่อเธอเหรอ"

"คืนนั้นมะปรางไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไปนอนในห้องของคุณจริงๆนะคะ แต่มะปรางก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามะปรางเข้าไปนอนในห้องของคุณได้ยังไง"

"เลิกโกหกได้แล้ว เพราะถ้าเธอยิ่งพูดก็เท่ากับว่าเธอกำลังแก้ตัว"

"..." เธอเงียบเพราะไม่รู้จะอธิบายยังไงให้เขาเชื่อว่าเธอไม่ได้มีเจตนาจะเข้าไปในห้องนอนของเขา แต่เธอก็บอกไม่ได้ว่าเธอไปนอนในห้องของเขาได้ยังไง

"ในเมื่อเธอเลือกที่จะใช้วิธีเข้าหาฉันด้วยการเข้าไปนอนในห้องของฉันจนได้มาอยู่กับฉัน เพราะงั้นงานที่ฉันจะให้เธอทำไม่ใช่มีแต่เฉพาะงานบ้านหรอกนะ แต่ฉันยังมีงานอีกอย่างที่เธอจะต้องทำ"

"งานอะไรเหรอคะ"

"เธอรับปากมาก่อนสิว่าเธอจะทำ"

เมื่อได้ยินอย่างนั้นคำพูดของแม่ในวันนั้นก็ฉายเข้ามาในหัวทันที

'ไปอยู่กับคุณไปร์ทก็ต้องเชื่อฟังเขานะลูก เขาให้ทำอะไรลูกก็ต้องทำ เข้าใจไหมลูก'

"ว่าไง" เขาถามย้ำ

"ตกลงค่ะ ไม่ว่าคุณอนาวินจะให้มะปรางทำอะไร มะปรางก็จะทำค่ะ ว่าแต่...งานอะไรเหรอคะที่คุณจะให้มะปรางทำ"

"ฉันจะให้เธอเป็นนางบำเรอของฉันจนกว่าฉันจะได้แต่งงาน"

"นางบำเรอ?" เรียวปากสวยพึมพำออกมา เธอรู้สึกอึ้งกับคำว่านางบำเรอ ซึ่งเธอรู้ความหมายดี

"เธอคงรู้ดีนะว่านางบำเรอหมายถึงอะไร"

"มะปรางรู้ค่ะ ว่าแต่...คุณมีผู้หญิงที่อยากจะแต่งงานด้วยแล้วเหรอคะ" เธอเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงผะแผ่ว พลางริมฝีปากสั่นระริกด้วยความรู้สึกสิ้นหวังเมื่อรู้ว่าเขามีคนที่อยากจะแต่งงานด้วยแล้ว แสดงว่าที่ผ่านมาเธอแอบชอบคนที่มีเจ้าของแล้วอย่างนั้นเหรอ

"ใช่" เสียงทุ้มตอบกลับไป แต่เขาก็ไม่รู้หรอกว่าในอนาคตเจ้าสาวของเขาจะเป็นใคร

"ถ้าคุณมีคนที่จะแต่งงานด้วยแล้ว งั้นมะปรางจะกลับไปอยู่บ้านค่ะ" เมื่อรู้ว่าเขามีคนรักอยู่แล้ว เธอจึงคิดว่าไม่ควรจะอยู่กับเขาอีกแล้ว

"ตอนนี้เธอยังกลับไม่ได้"

"ทำไมล่ะคะ"

"ถ้าเธอกลับไปตอนนี้ แม่ฉันก็ต้องไม่สบายใจน่ะสิ เพราะฉะนั้นเธอต้องอยู่กับฉันไปสักพักก่อน"

"แต่คุณมีแฟนแล้ว"

"แต่ฉันก็จะให้เธออยู่"

"แล้วมะปรางจะต้องอยู่กับคุณไปอีกนานแค่ไหนคะ"

"ตอนนี้ฉันยังบอกไม่ได้ว่านานแค่ไหน เอาไว้ถึงเวลาฉันจะบอกเธอเอง"

"..." เธอนิ่งอย่างไม่รู้จะพูดอะไร พลางสีหน้าของเธอบ่งบอกถึงความผิดหวังเมื่อรู้ว่าต่อไปเขาจะแต่งงาน ส่วนเธอก็แค่นางบำเรอในสายตาของเขา

"แต่ในระหว่างที่เธอยังเป็นนางบำเรอของฉันอยู่ ฉันก็จะใช้ร่างกายเธอให้คุ้มค่า ให้สมกับที่เธออุตส่าห์เอาร่างกายมาประเคนให้ฉันถึงในห้องนอน" สิ้นเสียงทุ้มเอ่ย ริมฝีปากของเธอก็สั่นระริกด้วยความสะเทือนใจกับคำถ้อยคำที่เต็มไปด้วยการเหยียดหยามเธอ ก่อนที่มือแกร่งจะจับร่างบอบบางที่นอนตะแคงอยู่ให้พลิกมานอนหงาย

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พันธะร้ายกลายเป็นรัก   9 นางบำเรอ

    เมื่อออกมาจากห้องทำงานของพีทแล้ว มะปรางก็ไปเดินเที่ยวดูนั่นดูนี่เพราะยังไม่อยากกลับ นานๆได้มาเดินห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพทั้งทีก็ต้องเดินให้คุ้มหน่อย แต่ไม่ได้ซื้ออะไรหรอกเพราะไม่มีเงินพอที่จะซื้อตอนนี้เธอมีเงินเหลือติดตัวอยู่ห้าพันบาท ดังนั้นเธอจะต้องประหยัดให้มากที่สุด เพราะยังอีกตั้งหนึ่งเดือนถึงจะได้รับเงินเดือน ไหนจะค่ากิน อีกทั้งค่ารถไปกลับจากที่ทำงานอีก ในระหว่างนี้คงต้องกินมาม่าไปก่อนเพื่อให้เงินห้าพันบาทที่ยังมีเหลืออยู่นี้ได้ใช้จ่ายไปจนถึงวันเงินเดือนออกเมื่อมะปรางเดินดูนั่นดูนี่จนครบทุกชั้นแล้วก็รู้สึกหิว ดังนั้นเธอจึงเดินไปยังฟู๊ดเซนเตอร์ เธอสั่งข้าวราดแกงมากินพร้อมกับน้ำเปล่าหนึ่งขวด เมื่อกินเสร็จเธอก็หยิบน้ำที่ยังเหลือกลับมาด้วย ช่วงนี้อะไรที่ประหยัดได้ก็ต้องประหยัด ห้ามกินทิ้งกินขว้าง ปกติเธอก็ไม่ใช่คนที่กินทิ้งกินขว้างอยู่แล้ว เนื่องจากฐานะทางบ้านของเธอไม่ได้มีเงินมากพอที่จะใช้จ่ายได้ตามอำเภอใจก่อนเข้าคอนโดเธอก็แวะซื้อมาม่าที่เซเว่นมาหนึ่งแพค เพราะเธอคิดว่าตั้งแต่วันพรุ่งนี้จนถึงวันเงินเดือนออก ทุกตอนเย็นเธอจะกินมาม่าแทนข้าว ตอนเที่ยงที่ร้านจะให้พนักงานทุกคนกินฟรีคนล

  • พันธะร้ายกลายเป็นรัก   8 ไม่แตะต้อง

    หนึ่งอาทิตย์ต่อมาเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์แล้วที่มะปรางมาอยู่กับอนาวิน เธอนอนบนเตียงกับเขาทุกคืน แต่เขาไม่ได้แตะต้องเธอ และเขาก็ไม่ชวนเธอคุยด้วยซ้ำ เขาคงเกลียดเธอจนเข้าไส้เลยแหละที่เธอมาอยู่กับเขาตื่นเช้ามาเขาก็ออกไปทำงาน ส่วนมะปรางก็ทำงานบ้านอยู่แต่ในคอนโดไม่ได้ออกไปไหน นอกจากเดินออกไปซื้อของที่เซเว่นที่อยู่ไม่ไกลจากคอนโด ถ้าของสดหมดก็นั่งรถของคอนโดไปซื้อที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต ขากลับบางทีก็กลับกับรถของคอนโด หรือบางทีก็นั่งมอเตอร์ไซด์กลับมะปรางที่กำลังทำงานบ้านอยู่ก็คิดว่าเธอจะต้องหางานทำ เพราะถ้าให้อยู่แบบนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเอาเงินจากไหนมาใช้จ่ายในเรื่องส่วนตัวหนึ่งอาทิตย์ที่เธอมาอยู่ที่นี่ก็หมดไปกับเรื่องของกินของใช้หลายบาทแล้ว ดังนั้นวันนี้เธอจึงเสิร์ชหางานทางอินเตอร์เน็ต จึงเห็นว่ามีหลายงานที่เขาเปิดรับสมัครอยู่เธอกรอกใบสมัครงานไปทางอีเมล งานที่เธอสมัครคืองานแคชเชียร์ร้านอาหารซึ่งอยู่ในห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง เงินเดือนอยู่ที่17,000 บาท และยังมีค่าเซอร์วิสชาร์จให้กับพนักงานอีกด้วยตอนเย็นในขณะที่มะปรางกำลังทำอาหารอยู่ในครัว เสียงโทรศัพท์ของเธอก็มีสายเรียกเข้ามา เธอละจากงานที่ทำอย

  • พันธะร้ายกลายเป็นรัก   7 ไม่ได้พิศวาส

    คอนโดอนาวินไปร์ทกลับมาถึงคอนโดในเวลาเกือบสามทุ่ม ร่างสูงเปิดประตูเข้ามาจึงเห็นว่าร่างเล็กที่อยู่ในชุดนอนกางเกงขาสั้นสีหวานนั่งอยู่ในห้องโถง เมื่อเห็นอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ใส่ใจรีบเดินเข้าห้องนอนไปอาบน้ำแล้วสวมใส่เสื้อผ้า จากนั้นก็เดินมาขึ้นเตียงนอนสองชั่วโมงผ่านไปมะปรางที่ยังนั่งอยู่ข้างนอกเพื่อรอให้เขาหลับก่อนแล้วค่อยเข้าไป ทว่าตอนนี้เธอเริ่มง่วงนอนแล้วน่ะสิ พลางคิดในใจว่าป่านนี้เขาจะหลับหรือยังนะ แต่ถ้าเขายังไม่หลับล่ะ พอเห็นหน้าเธอเดี๋ยวเขาก็ชักสีหน้าไม่พอใจใส่เธออีก เพราะฉะนั้นนอนบนโซฟานี่แหละเมื่อคิดได้ดังนั้นร่างบอบบางก็เอนกายนอนตะแคงลงไป เธอหยิบหมอนใบเล็กที่วางอยู่มาหนุน จากนั้นไม่กี่นาทีเธอก็เข้าสู่ภวังค์นิทราเที่ยงคืนอนาวินที่ยังไม่หลับนึกสงสัยว่าทำไมเธอถึงยังไม่เข้ามานอน เพื่อให้หายสงสัยร่างสูงจึงหยัดตัวลุกจากเตียงแล้วออกไปจากห้องนอนจึงเห็นว่าหญิงสาวนอนหลับอยู่บนโซฟา เธอนอนตะแคงโดยสองมือซุกเข้าไปอยู่ในหว่างขา เขาคิดในใจว่าคงหนาวสินะถึงได้นอนหนีบมือไว้แบบนั้นชายหนุ่มยืนมองเธออยู่ครู่หนึ่งพลางคิดในใจว่าจะอุ้มเธอไปนอนในห้องหรือจะเอาผ้าห่มมาห่มให้เธอดี และแล้วเขาก็ตัดสินใจก

  • พันธะร้ายกลายเป็นรัก   6 คนที่กำลังคบหาดูใจ

    ด้านอนาวินเมื่อเขาหลับไปได้หนึ่งชั่วโมงก็ตื่นขึ้นมา ร่างสูงลุกจากเตียงแล้วออกจากห้องไปจึงได้รู้ว่าอีกคนไม่อยู่ พลางคิดในใจว่าหรือเธอจะออกไปข้างนอกแต่ทันใดนั้นประตูคอนโดก็ถูกสแกนคีย์การ์ดเข้ามาติ๊ด แกร่กอนาวินมองไปยังประตูจึงเห็นร่างบอบบางที่หิ้วถุงของเปิดประตูเข้ามา เมื่อเห็นอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ถามอะไรเพราะคิดว่าไม่จำเป็น จากนั้นจึงกลับไปในห้องนอนเขาอาบน้ำแต่งตัวแล้วออกจากห้องมาจึงเห็นว่าร่างบอบบางนั่งกินขนมอยู่บนโซฟาในห้องโถง มะปรางที่เห็นคนตัวสูงจึงชะงักเม้มปากชั่งใจคิดว่าจะถามเขาดีไหมว่าเขาจะไปไหน แต่แล้วความประหม่าที่ยังมีอยู่จึงคิดว่าอย่าถามเขาดีกว่าร่างสูงที่อยู่ในเสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีขาวกางเกงสแลคสีดำจ้องมองมายังอีกคนที่มองเขาตาแป๋วเหมือนอยากจะถามอะไร ก่อนเรียวขายาวจะสาวเท้าเดินออกจากคอนโดไป โดยไม่คิดจะใส่ใจอีกคนที่นั่งอยู่เมื่อเข้ามานั่งในรถหรูเจ้าของใบหน้าหล่อก็หยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรออกหาหญิงสาวคนที่กำลังคบหาดูใจอยู่ทันทีตู๊ด~'ค่ะพี่ไปร์ท''พี่ออกจากคอนโดมาแล้วนะ ปัทจะให้พี่ไปเจอที่ไหน''พี่ไปร์ทมาหาปัทที่คอนโดได้เลยค่ะ เพราะถ้าคุยธุระสำคัญปัทว่าคุยที่คอนโดเหมาะกว่าไปคุ

  • พันธะร้ายกลายเป็นรัก   5 ต้องทนอยู่ไปก่อน

    คอนโดอนาวินอนาวินพามะปรางเข้ามาในห้องคอนโดหรูที่มีขนาดใหญ่ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยหนึ่งร้อยตารางเมตร มีหนึ่งห้องนอนใหญ่ขนาดสี่สิบตารางเมตร ส่วนที่เหลือก็เป็นห้องโถง ห้องครัวและอื่นๆ"ในนี้มีห้องนอนอยู่ห้องเดียว ดังนั้นมันจึงจำเป็นที่ฉันจะต้องให้เธอเข้ามานอนในนี้ด้วย แต่ถ้ามีสองห้องนอนเธอก็อย่าหวังว่าฉันจะให้เธอมานอนกับฉัน" เมื่อเขาพาเธอเข้ามาในห้องนอนใบหน้าหล่อก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบเจือไว้ด้วยความไม่พอใจ"มะปรางต้องขอโทษนะคะที่มารบกวนคุณอนาวิน" เธอก้มศีรษะอย่างเกรงใจพร้อมกับพูดออกไป"ถ้าเมื่อวานเธอปฏิเสธไม่รับความรับผิดชอบกับแม่ฉันอย่างจริงจัง ฉันก็คงไม่ต้องพาเธอมาอยู่ด้วยแบบนี้หรอก" "เมื่อวานคุณก็ได้ยินนี่คะว่ามะปรางปฏิเสธความรับผิดชอบจากคุณป้าไปแล้ว" ก่อนที่อนาวินจะถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆแล้วพูดออกมา"แต่ก็เอาเถอะ ฉันจะถือว่าที่ต้องพาเธอมาอยู่ด้วยก็เป็นเพราะฉันอยากให้แม่สบายใจ แม่อยากให้ฉันรับผิดชอบที่เธอต้องเสียครั้งแรกให้กับฉัน แต่ไม่ใช่ว่าฉันอยากจะรับผิดชอบผู้หญิงใจง่ายอย่างเธอหรอกนะ""..." เธอเม้มปากแน่นพลางรู้สึกอัดอั้นในใจเมื่อเขาหาว่าเธอง่าย เขารู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอว่าเ

  • พันธะร้ายกลายเป็นรัก   4 โกรธที่ต้องรับผิดชอบ

    บ้านมะปราง วันต่อมา"อันที่จริงมะปรางไม่ได้ต้องการความรับผิดชอบจากคุณไปร์ทเลยค่ะแม่" ก่อนที่แม่ของมะปรางจะถอนหายใจออกมาแล้วเอ่ยออกไป"ในเมื่อคุณอังคณาเขาต้องการรับผิดชอบ ลูกก็อย่าปฏิเสธเขาเลย""ค่ะแม่ งั้นมะปรางไปแล้วนะแม่ อยู่ที่โน่นมะปรางจะโทรมาหาแม่บ่อยๆนะคะ""โชคดีนะลูก ไปอยู่กับคุณไปร์ทก็ต้องเชื่อฟังเขานะลูก เขาให้ทำอะไรลูกก็ต้องทำ เข้าใจไหมลูก" คนเป็นแม่เอ่ยพร้อมกับลูบหัวของลูกสาวด้วยความอ่อนโยน"ค่ะแม่ งั้นมะปรางลานะคะ" หญิงสาวบอกพร้อมกับยกมือไหว้แม่ของตัวเอง ก่อนจะหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าออกไปจากบ้านแล้วเดินไปยังบ้านของอังคณาที่อยู่ถัดไปจากบ้านของเธอสามหลังบ้านของมะปรางเป็นบ้านปูนชั้นเดียวที่มีขนาดเล็ก ซึ่งต่างจากบ้านของอังคณาที่เป็นสองชั้น มีเนื้อที่หลายร้อยตารางเมตร เธออยู่กับแม่มาเจ็ดปีแล้ว เพราะตอนที่เธอเรียนอยู่มอสี่พ่อไปมีภรรยาใหม่บ้านอังคณาหญิงสาวเดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ก็เห็นคนตัวสูงนั่งคุยอยู่กับแม่ของเขาในห้องรับแขก เมื่อเห็นอย่างนั้นเท้าเล็กจึงชะงักไว้เพราะรู้สึกประหม่าเมื่อเห็นเขา อังคณาที่หันมาเห็นเธอพอดีจึงเอ่ยขึ้น"มานั่งนี่ก่อนสิมะปราง" ว่าแล้วมะปรางก็ก้าวเท้าเดิ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status