เข้าสู่ระบบหนึ่งอาทิตย์ต่อมา
เป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์แล้วที่มะปรางมาอยู่กับอนาวิน เธอนอนบนเตียงกับเขาทุกคืน แต่เขาไม่ได้แตะต้องเธอ และเขาก็ไม่ชวนเธอคุยด้วยซ้ำ เขาคงเกลียดเธอจนเข้าไส้เลยแหละที่เธอมาอยู่กับเขา ตื่นเช้ามาเขาก็ออกไปทำงาน ส่วนมะปรางก็ทำงานบ้านอยู่แต่ในคอนโดไม่ได้ออกไปไหน นอกจากเดินออกไปซื้อของที่เซเว่นที่อยู่ไม่ไกลจากคอนโด ถ้าของสดหมดก็นั่งรถของคอนโดไปซื้อที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต ขากลับบางทีก็กลับกับรถของคอนโด หรือบางทีก็นั่งมอเตอร์ไซด์กลับ มะปรางที่กำลังทำงานบ้านอยู่ก็คิดว่าเธอจะต้องหางานทำ เพราะถ้าให้อยู่แบบนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเอาเงินจากไหนมาใช้จ่ายในเรื่องส่วนตัว หนึ่งอาทิตย์ที่เธอมาอยู่ที่นี่ก็หมดไปกับเรื่องของกินของใช้หลายบาทแล้ว ดังนั้นวันนี้เธอจึงเสิร์ชหางานทางอินเตอร์เน็ต จึงเห็นว่ามีหลายงานที่เขาเปิดรับสมัครอยู่ เธอกรอกใบสมัครงานไปทางอีเมล งานที่เธอสมัครคืองานแคชเชียร์ร้านอาหารซึ่งอยู่ในห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง เงินเดือนอยู่ที่17,000 บาท และยังมีค่าเซอร์วิสชาร์จให้กับพนักงานอีกด้วย ตอนเย็น ในขณะที่มะปรางกำลังทำอาหารอยู่ในครัว เสียงโทรศัพท์ของเธอก็มีสายเรียกเข้ามา เธอละจากงานที่ทำอยู่แล้วหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์มากดรับสาย 'ฮัลโหล' 'คุณปัณณ์ทิชาใช่ไหมคะ' 'ใช่ค่ะ' 'พรุ่งนี้คุณเข้ามาที่ร้านได้เลยนะคะ เพราะเจ้าของร้านอยากสัมภาษณ์คุณก่อนรับเข้าทำงานค่ะ' 'อ๋อได้ค่ะ พรุ่งนี้ฉันต้องเข้าไปสัมภาษณ์กี่โมงคะ' 'เก้าโมงค่ะ งั้นแค่นี้นะคะ สวัสดีค่ะ' 'สวัสดีค่ะ' ว่าจบเธอก็กดวางสายพลางคิดในใจว่าขอให้เจ้าของร้านรับเธอเข้าทำงานด้วยเถอะ วันต่อมา วันนี้มะปรางตื่นเช้ามาก็อาบน้ำแล้วแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีสุภาพ กระโปรงสั้นเหนือเข่าเล็กน้อย แต่งหน้าด้วยโทนสีชมพูอ่อน ปลายผมหนีบให้เป็นวอลลุ่มแล้วรวบตึงผูกเป็นหางม้าโชว์ต้นคอเพรียวระหง ในขณะที่เธอหมุนตัวอยู่หน้ากระจกเพื่อสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองอยู่นั้น ร่างสูงที่เพิ่งตื่นก็หยัดตัวลุกจากเตียงแล้วหันมองไปยังร่างบอบบางที่ยืนอยู่หน้ากระจก พลางหัวคิ้วหนาขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยว่าเธอจะไปไหน เขาอยากจะถามแต่ก็ไม่อยากถาม เพราะคิดว่าไม่จำเป็นที่จะต้องชวนเธอคุยหรือถามไถ่อะไร เธอจะไปไหนหรือทำอะไรมันก็เรื่องของเธอ ไม่ใช่เรื่องของเขา คนที่เขาต้องให้ความสนใจก็มีแต่ปัทเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องไปให้ความสนใจผู้หญิงใจง่ายแบบเธอที่แอบเข้ามานอนในห้องกับผู้ชาย เมื่อคิดได้อย่างนั้นอนาวินก็เดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเข้าห้องน้ำไป มะปรางมองแผ่นหลังกว้างพลางคิดในใจว่าเขาไม่คิดจะถามเธอหน่อยเหรอว่าเธอจะออกไปไหน ก่อนที่เธอจะเลิกคิดแล้วออกไปจากคอนโด ร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง เมื่อมาถึงร้านอาหารมะปรางก็ถูกเรียกเข้าไปพบกับเจ้าของร้านที่นั่งอยู่ในห้องทำงานทันที เมื่อเข้ามาเธอจึงเห็นชายหนุ่มนั่งอยู่บนโซฟา เขากวาดสายตามองร่างสวยที่ยืนอยู่ตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ ก่อนที่มะปรางจะยกมือไหว้นอบน้อมและเอ่ยออกไปด้วยรอยยิ้มแจ่มใส "สวัสดีค่ะ" "คุณปัณณ์ทิชาใช่ไหม" เขาถามพร้อมรอยยิ้มอ่อน "ใช่ค่ะ" ตอบพร้อมรอยยิ้มสดใส "ผมรับคุณเข้าทำงาน" "คุณยังไม่ได้สัมภาษณ์อะไรฉันเลย คุณก็รับฉันเข้าทำงานแล้วเหรอคะ" เธอเอ่ยถามออกไปด้วยท่าทีตกตะลึง พลางตื่นเต้นดีใจที่เขารับเธอเข้าทำงานโดยที่ไม่ได้ถามอะไรเลย "ผมเห็นประวัติของคุณในใบสมัครงานแล้ว และได้เห็นเรซูเม่แล้ว ที่ผมเรียกคุณมาวันนี้ก็เพื่อจะดูบุคลิกภาพของคุณเท่านั้นว่าควรจะรับเข้าทำงานหรือเปล่า บางคนดูในใบสมัครแล้วถือว่าผ่าน แต่พอให้มาสัมภาษณ์แล้วไม่ผ่านก็มี เนื่องจากพอผมเห็นบุคลิกแล้วไม่ผ่าน" ก่อนที่มะปรางจะเอ่ยถามขึ้น "คนที่บุคลิกไม่ผ่านต้องเป็นยังไงเหรอคะ" "บางคนพอผมถามก็ตอบแบบหน้านิ่งๆ ไม่ยิ้มแย้มแจ่มใส แต่คุณน่ะใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว" "อ๋อค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว" ระบายยิ้มบางๆ "เอาเป็นว่าพรุ่งนี้คุณเข้ามาทำงานได้เลยนะ" "ได้ค่ะ" "ผมชื่อพีทนะ คุณเรียกผมว่าพี่พีทก็แล้วกัน เพราะเด็กในร้านเรียกผมว่าพี่พีทกันทุกคน" "ค่ะพี่พีท" "ชื่อเล่นของคุณคือมะปรางใช่ไหม" "ใช่ค่ะ" "วันนี้ไม่มีอะไรแล้ว งั้นมะปรางก็กลับบ้านได้เลยนะ" "ค่ะพี่พีท สวัสดีค่ะ" เธอยกมือไหว้แล้วออกจากห้องทำงานของเขาไปเมื่อออกมาจากห้องทำงานของพีทแล้ว มะปรางก็ไปเดินเที่ยวดูนั่นดูนี่เพราะยังไม่อยากกลับ นานๆได้มาเดินห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพทั้งทีก็ต้องเดินให้คุ้มหน่อย แต่ไม่ได้ซื้ออะไรหรอกเพราะไม่มีเงินพอที่จะซื้อตอนนี้เธอมีเงินเหลือติดตัวอยู่ห้าพันบาท ดังนั้นเธอจะต้องประหยัดให้มากที่สุด เพราะยังอีกตั้งหนึ่งเดือนถึงจะได้รับเงินเดือน ไหนจะค่ากิน อีกทั้งค่ารถไปกลับจากที่ทำงานอีก ในระหว่างนี้คงต้องกินมาม่าไปก่อนเพื่อให้เงินห้าพันบาทที่ยังมีเหลืออยู่นี้ได้ใช้จ่ายไปจนถึงวันเงินเดือนออกเมื่อมะปรางเดินดูนั่นดูนี่จนครบทุกชั้นแล้วก็รู้สึกหิว ดังนั้นเธอจึงเดินไปยังฟู๊ดเซนเตอร์ เธอสั่งข้าวราดแกงมากินพร้อมกับน้ำเปล่าหนึ่งขวด เมื่อกินเสร็จเธอก็หยิบน้ำที่ยังเหลือกลับมาด้วย ช่วงนี้อะไรที่ประหยัดได้ก็ต้องประหยัด ห้ามกินทิ้งกินขว้าง ปกติเธอก็ไม่ใช่คนที่กินทิ้งกินขว้างอยู่แล้ว เนื่องจากฐานะทางบ้านของเธอไม่ได้มีเงินมากพอที่จะใช้จ่ายได้ตามอำเภอใจก่อนเข้าคอนโดเธอก็แวะซื้อมาม่าที่เซเว่นมาหนึ่งแพค เพราะเธอคิดว่าตั้งแต่วันพรุ่งนี้จนถึงวันเงินเดือนออก ทุกตอนเย็นเธอจะกินมาม่าแทนข้าว ตอนเที่ยงที่ร้านจะให้พนักงานทุกคนกินฟรีคนล
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์แล้วที่มะปรางมาอยู่กับอนาวิน เธอนอนบนเตียงกับเขาทุกคืน แต่เขาไม่ได้แตะต้องเธอ และเขาก็ไม่ชวนเธอคุยด้วยซ้ำ เขาคงเกลียดเธอจนเข้าไส้เลยแหละที่เธอมาอยู่กับเขาตื่นเช้ามาเขาก็ออกไปทำงาน ส่วนมะปรางก็ทำงานบ้านอยู่แต่ในคอนโดไม่ได้ออกไปไหน นอกจากเดินออกไปซื้อของที่เซเว่นที่อยู่ไม่ไกลจากคอนโด ถ้าของสดหมดก็นั่งรถของคอนโดไปซื้อที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต ขากลับบางทีก็กลับกับรถของคอนโด หรือบางทีก็นั่งมอเตอร์ไซด์กลับมะปรางที่กำลังทำงานบ้านอยู่ก็คิดว่าเธอจะต้องหางานทำ เพราะถ้าให้อยู่แบบนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเอาเงินจากไหนมาใช้จ่ายในเรื่องส่วนตัวหนึ่งอาทิตย์ที่เธอมาอยู่ที่นี่ก็หมดไปกับเรื่องของกินของใช้หลายบาทแล้ว ดังนั้นวันนี้เธอจึงเสิร์ชหางานทางอินเตอร์เน็ต จึงเห็นว่ามีหลายงานที่เขาเปิดรับสมัครอยู่เธอกรอกใบสมัครงานไปทางอีเมล งานที่เธอสมัครคืองานแคชเชียร์ร้านอาหารซึ่งอยู่ในห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง เงินเดือนอยู่ที่17,000 บาท และยังมีค่าเซอร์วิสชาร์จให้กับพนักงานอีกด้วยตอนเย็นในขณะที่มะปรางกำลังทำอาหารอยู่ในครัว เสียงโทรศัพท์ของเธอก็มีสายเรียกเข้ามา เธอละจากงานที่ทำอย
คอนโดอนาวินไปร์ทกลับมาถึงคอนโดในเวลาเกือบสามทุ่ม ร่างสูงเปิดประตูเข้ามาจึงเห็นว่าร่างเล็กที่อยู่ในชุดนอนกางเกงขาสั้นสีหวานนั่งอยู่ในห้องโถง เมื่อเห็นอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ใส่ใจรีบเดินเข้าห้องนอนไปอาบน้ำแล้วสวมใส่เสื้อผ้า จากนั้นก็เดินมาขึ้นเตียงนอนสองชั่วโมงผ่านไปมะปรางที่ยังนั่งอยู่ข้างนอกเพื่อรอให้เขาหลับก่อนแล้วค่อยเข้าไป ทว่าตอนนี้เธอเริ่มง่วงนอนแล้วน่ะสิ พลางคิดในใจว่าป่านนี้เขาจะหลับหรือยังนะ แต่ถ้าเขายังไม่หลับล่ะ พอเห็นหน้าเธอเดี๋ยวเขาก็ชักสีหน้าไม่พอใจใส่เธออีก เพราะฉะนั้นนอนบนโซฟานี่แหละเมื่อคิดได้ดังนั้นร่างบอบบางก็เอนกายนอนตะแคงลงไป เธอหยิบหมอนใบเล็กที่วางอยู่มาหนุน จากนั้นไม่กี่นาทีเธอก็เข้าสู่ภวังค์นิทราเที่ยงคืนอนาวินที่ยังไม่หลับนึกสงสัยว่าทำไมเธอถึงยังไม่เข้ามานอน เพื่อให้หายสงสัยร่างสูงจึงหยัดตัวลุกจากเตียงแล้วออกไปจากห้องนอนจึงเห็นว่าหญิงสาวนอนหลับอยู่บนโซฟา เธอนอนตะแคงโดยสองมือซุกเข้าไปอยู่ในหว่างขา เขาคิดในใจว่าคงหนาวสินะถึงได้นอนหนีบมือไว้แบบนั้นชายหนุ่มยืนมองเธออยู่ครู่หนึ่งพลางคิดในใจว่าจะอุ้มเธอไปนอนในห้องหรือจะเอาผ้าห่มมาห่มให้เธอดี และแล้วเขาก็ตัดสินใจก
ด้านอนาวินเมื่อเขาหลับไปได้หนึ่งชั่วโมงก็ตื่นขึ้นมา ร่างสูงลุกจากเตียงแล้วออกจากห้องไปจึงได้รู้ว่าอีกคนไม่อยู่ พลางคิดในใจว่าหรือเธอจะออกไปข้างนอกแต่ทันใดนั้นประตูคอนโดก็ถูกสแกนคีย์การ์ดเข้ามาติ๊ด แกร่กอนาวินมองไปยังประตูจึงเห็นร่างบอบบางที่หิ้วถุงของเปิดประตูเข้ามา เมื่อเห็นอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ถามอะไรเพราะคิดว่าไม่จำเป็น จากนั้นจึงกลับไปในห้องนอนเขาอาบน้ำแต่งตัวแล้วออกจากห้องมาจึงเห็นว่าร่างบอบบางนั่งกินขนมอยู่บนโซฟาในห้องโถง มะปรางที่เห็นคนตัวสูงจึงชะงักเม้มปากชั่งใจคิดว่าจะถามเขาดีไหมว่าเขาจะไปไหน แต่แล้วความประหม่าที่ยังมีอยู่จึงคิดว่าอย่าถามเขาดีกว่าร่างสูงที่อยู่ในเสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีขาวกางเกงสแลคสีดำจ้องมองมายังอีกคนที่มองเขาตาแป๋วเหมือนอยากจะถามอะไร ก่อนเรียวขายาวจะสาวเท้าเดินออกจากคอนโดไป โดยไม่คิดจะใส่ใจอีกคนที่นั่งอยู่เมื่อเข้ามานั่งในรถหรูเจ้าของใบหน้าหล่อก็หยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรออกหาหญิงสาวคนที่กำลังคบหาดูใจอยู่ทันทีตู๊ด~'ค่ะพี่ไปร์ท''พี่ออกจากคอนโดมาแล้วนะ ปัทจะให้พี่ไปเจอที่ไหน''พี่ไปร์ทมาหาปัทที่คอนโดได้เลยค่ะ เพราะถ้าคุยธุระสำคัญปัทว่าคุยที่คอนโดเหมาะกว่าไปคุ
คอนโดอนาวินอนาวินพามะปรางเข้ามาในห้องคอนโดหรูที่มีขนาดใหญ่ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยหนึ่งร้อยตารางเมตร มีหนึ่งห้องนอนใหญ่ขนาดสี่สิบตารางเมตร ส่วนที่เหลือก็เป็นห้องโถง ห้องครัวและอื่นๆ"ในนี้มีห้องนอนอยู่ห้องเดียว ดังนั้นมันจึงจำเป็นที่ฉันจะต้องให้เธอเข้ามานอนในนี้ด้วย แต่ถ้ามีสองห้องนอนเธอก็อย่าหวังว่าฉันจะให้เธอมานอนกับฉัน" เมื่อเขาพาเธอเข้ามาในห้องนอนใบหน้าหล่อก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบเจือไว้ด้วยความไม่พอใจ"มะปรางต้องขอโทษนะคะที่มารบกวนคุณอนาวิน" เธอก้มศีรษะอย่างเกรงใจพร้อมกับพูดออกไป"ถ้าเมื่อวานเธอปฏิเสธไม่รับความรับผิดชอบกับแม่ฉันอย่างจริงจัง ฉันก็คงไม่ต้องพาเธอมาอยู่ด้วยแบบนี้หรอก" "เมื่อวานคุณก็ได้ยินนี่คะว่ามะปรางปฏิเสธความรับผิดชอบจากคุณป้าไปแล้ว" ก่อนที่อนาวินจะถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆแล้วพูดออกมา"แต่ก็เอาเถอะ ฉันจะถือว่าที่ต้องพาเธอมาอยู่ด้วยก็เป็นเพราะฉันอยากให้แม่สบายใจ แม่อยากให้ฉันรับผิดชอบที่เธอต้องเสียครั้งแรกให้กับฉัน แต่ไม่ใช่ว่าฉันอยากจะรับผิดชอบผู้หญิงใจง่ายอย่างเธอหรอกนะ""..." เธอเม้มปากแน่นพลางรู้สึกอัดอั้นในใจเมื่อเขาหาว่าเธอง่าย เขารู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอว่าเ
บ้านมะปราง วันต่อมา"อันที่จริงมะปรางไม่ได้ต้องการความรับผิดชอบจากคุณไปร์ทเลยค่ะแม่" ก่อนที่แม่ของมะปรางจะถอนหายใจออกมาแล้วเอ่ยออกไป"ในเมื่อคุณอังคณาเขาต้องการรับผิดชอบ ลูกก็อย่าปฏิเสธเขาเลย""ค่ะแม่ งั้นมะปรางไปแล้วนะแม่ อยู่ที่โน่นมะปรางจะโทรมาหาแม่บ่อยๆนะคะ""โชคดีนะลูก ไปอยู่กับคุณไปร์ทก็ต้องเชื่อฟังเขานะลูก เขาให้ทำอะไรลูกก็ต้องทำ เข้าใจไหมลูก" คนเป็นแม่เอ่ยพร้อมกับลูบหัวของลูกสาวด้วยความอ่อนโยน"ค่ะแม่ งั้นมะปรางลานะคะ" หญิงสาวบอกพร้อมกับยกมือไหว้แม่ของตัวเอง ก่อนจะหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าออกไปจากบ้านแล้วเดินไปยังบ้านของอังคณาที่อยู่ถัดไปจากบ้านของเธอสามหลังบ้านของมะปรางเป็นบ้านปูนชั้นเดียวที่มีขนาดเล็ก ซึ่งต่างจากบ้านของอังคณาที่เป็นสองชั้น มีเนื้อที่หลายร้อยตารางเมตร เธออยู่กับแม่มาเจ็ดปีแล้ว เพราะตอนที่เธอเรียนอยู่มอสี่พ่อไปมีภรรยาใหม่บ้านอังคณาหญิงสาวเดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ก็เห็นคนตัวสูงนั่งคุยอยู่กับแม่ของเขาในห้องรับแขก เมื่อเห็นอย่างนั้นเท้าเล็กจึงชะงักไว้เพราะรู้สึกประหม่าเมื่อเห็นเขา อังคณาที่หันมาเห็นเธอพอดีจึงเอ่ยขึ้น"มานั่งนี่ก่อนสิมะปราง" ว่าแล้วมะปรางก็ก้าวเท้าเดิ







