Masukหนึ่งเดือนต่อมา
วันนี้อนงค์นาถบังคับให้หลานชายของตัวเองพาพราวไปเลือกชุดแต่งงาน โซลที่ไม่สามารถขัดคำสั่งของคุณย่าได้จึงจำต้องพาเธอไปร้านชุดแต่งงานอย่างฝืนใจ บนรถ “แอบรักฉันมาหลายปี ตอนนี้คงจะดีใจมากสินะที่จะได้แต่งงานกับฉัน” เสียงทุ้มเอ่ยออกไปด้วยความเย้ยหยัน ในขณะที่มือประคองพวงมาลัยรถ สายตามองไปข้างหน้า “ถึงพราวจะชอบคุณโซลมานานแล้ว แต่พราวก็ไม่ได้ดีใจเลยค่ะที่จะได้แต่งงานกับคุณ พราวไม่เคยคิดจะแย่งคนรักของใคร คุณโซลก็รู้นี่คะว่าพราวต้องทำตามคำสั่งของคุณท่าน ซึ่งคุณเองก็ขัดคุณท่านไม่ได้ไม่ใช่เหรอคะ” “…” “คุณโซลทนอยู่กับพราวไปสักพักเถอะค่ะ แล้วพราวจะหย่าให้คุณเอง” เธอพูดออกไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น โซลที่ได้ยินอย่างนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรต่อพลางคิดในใจว่าสิ่งเดียวที่ต้องทำตอนนี้คือต้องทำใจแต่งงานกับเธอและทนอยู่กับเธอไปสักพักจนถึงวันจะได้หย่า หลายวันต่อมา ห้องนอนของอนงค์นาถ โซลเข้ามาในห้องของคนเป็นย่าจึงเห็นว่าที่เจ้าสาวของเขานั่งคุยกับย่าของเขาอยู่บนโซฟา พราวที่เห็นอย่างนั้นจึงพูดกับอนงค์นาถเพราะคิดว่าเขาคงมีเรื่องอยากจะคุยธุระกับคุณย่าของเขา “คุณท่านคะ พราวขอตัวกลับห้องนะคะ” “เธอไม่ต้องไป เพราะเรื่องที่ฉันจะคุยกับคุณย่าไม่ได้เป็นความลับที่เธอจะรู้ไม่ได้” “ค่ะ” “แกมีอะไรจะคุยกับย่างั้นเหรอ” ชายหนุ่มทิ้งตัวนั่งข้างคนเป็นย่าแล้วบอกออกไป “หลังจากแต่งงานแล้วผมจะไปอยู่ที่เขาใหญ่นะครับ เพราะจะได้ไปดูแลสวนองุ่นด้วย” ครอบครัวของเขานอกจากจะมีกิจการโรงแรมแล้ว ยังมีสวนองุ่นที่เขาใหญ่จำนวนหลายพันไร่อีกด้วย อนงค์นาถจะนำองุ่นมาแปรรูปเป็นไวน์และส่งขายต่างประเทศ ซึ่งได้กำไรแต่ละปีหลายร้อยล้านบาท “ย่าแล้วแต่แกเลย” “ผมจะมาบอกคุณย่าแค่นี้แหละครับ งั้นผมกลับห้องก่อนนะครับ” บอกจบชายหนุ่มก็ลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วเดินกลับห้องนอนของตัวเองไป ก่อนที่อนงค์นาถจะหันมาพูดกับพราวที่นั่งอยู่ข้างๆ “ร้อยวันพันปีไม่เคยคิดจะไปดูไร่องุ่น พอมาตอนนี้อยากจะไปดูแลไร่ซะงั้น” อนงค์นาถพูดออกไปด้วยความรู้สึกคลางแคลงใจ ก่อนที่พราวจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “คุณท่านคะ งั้นพราวกลับห้องก่อนนะคะ คุณท่านจะได้พักผ่อน” “เธอไปเถอะ” จากนั้นร่างเล็กก็ลุกจากโซฟาแล้วกลับห้องของตัวเองไป วันต่อมา วันนี้โซลมารับขิมที่คอนโดเพื่อจะพาไปส่งที่โรงแรมของเขาที่เธอทำงานอยู่ บนรถ “หลังจากพี่แต่งงานแล้ว พี่จะไปอยู่ที่เขาใหญ่เพราะพี่จะไปดูแลสวนองุ่นด้วย” “อ๋อค่ะ” เธอรับคำด้วยสีหน้าหม่นหมองเมื่อต้องอยู่ห่างจากแฟน “ขิมอยากไปอยู่เขาใหญ่กับพี่ด้วยไหม พี่จะให้ขิมไปทำงานที่โน่น” “พี่โซลจะให้ขิมไปทำงานอะไรเหรอคะ” “พี่จะให้ขิมไปช่วยงานในออฟฟิศ พี่จะให้ขิมไปทำบัญชีรายรับรายจ่าย ขิมอยากไปไหม” “ขิมอยากไปค่ะ แล้วจะให้ขิมไปพักที่ไหนล่ะคะ” “พี่มีบ้านให้ขิมอยู่ และบ้านหลังนั้นก็อยู่ใกล้กับออฟฟิศด้วย” “ตกลงค่ะ ขิมจะไปอยู่กับพี่โซลที่โน่นจนกว่าเราจะได้หมั้นกันค่ะ” “งานหมั้นของเรามันจะเกิดขึ้นแน่ขิม ขิมอย่ากังวลนะ” “ค่ะ” แล้วทั้งสองก็คุยกันไปตลอดทางจนกระทั่งถึงโรงแรม หนึ่งเดือนต่อมา หลังจากงานแต่งงานเสร็จสิ้นเมื่ออาทิตย์ก่อน วันนี้ก็เป็นวันที่เขากับภรรยาชั่วคราวต้องไปเขาใหญ่กัน โซลกับพราวออกจากบ้านตั้งแต่เช้าแล้วไปรับขิมที่คอนโด คอนโดขิม เมื่อรถหรูเลี้ยวเข้ามาจอดยังหน้าคอนโดของขิม พราวที่นั่งอยู่เบาะข้างก็หันมองเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่นั่งเบาะคนขับด้วยสีหน้าสงสัยก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ยบอกคนที่กำลังสงสัยออกไป “ฉันมารับขิมไปอยู่ที่เขาใหญ่ด้วย” “อ๋อค่ะ” “เธอลงไปนั่งข้างหลัง” “ค่ะ” รับคำเสร็จร่างเล็กก็เปิดประตูลงจากรถแล้วไปนั่งเบาะหลัง โซลลงจากรถแล้วหยิบกระเป๋าที่ขิมถือไปเก็บไว้ท้ายรถ ขิมเข้ามานั่งด้านหน้าพร้อมกับหันถามยังแฟนตัวสูงด้วยรอยยิ้มแจ่มใส “พี่โซลกินอะไรมาหรือยังคะ” “ยัง แล้วขิมล่ะกินอะไรหรือยัง” ใบหน้าเหล่อเหลาไร้ที่ติหันถามคนรักด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ น้ำเสียงนุ่มนวลและขับรถออกไปสู่ถนนใหญ่ “ขิมยังไม่ได้กินอะไรเลยค่ะ” “งั้นเดี๋ยวระหว่างทางเราแวะกินกันก่อนนะ เพราะกว่าจะถึงเขาใหญ่ก็เกือบสามชั่วโมงเลยละ” “ค่ะ” แล้วโซลกับขิมก็คุยกันไปตลอดทาง ส่วนพราวที่นั่งเบาะหลังก็มองวิวข้างทางบ้าง ดูโทรศัพท์บ้างเพื่อฆ่าเวลา จนกระทั่งรถหรูของโซลเลี้ยวเข้ามาจอดยังหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง ขิมลงจากรถก่อนที่โซลจะเปิดประตูลงจากรถตาม เขาที่เหมือนนึกอะไรได้จึงเปิดประตูเบาะหลังพร้อมกับเอ่ยถามร่างบางออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง สีหน้าเรียบเฉยซึ่งผิดกับที่คุยกับแฟนของเขาเมื่อครู่ “เธอจะลงไปกินข้าวด้วยไหม” “ไม่ค่ะ” ว่าแล้วเขาก็ไม่ได้เซ้าซี้ จากนั้นจึงพาแฟนสาวเดินเข้าไปในร้านอาหาร พราวมองตามคนทั้งสองด้วยสายตาละห้อยพลางคิดในใจว่าเขาคงรักแฟนมากแหละถึงได้พาไปอยู่กับเขาด้วย เมื่อโซลกับขิมรับประทานอาหารเสร็จก็พากันเดินออกมาจากร้าน ทั้งสองคุยกันด้วยใบหน้าแช่มชื่นจนเข้ามานั่งในรถ โซลออกรถมุ่งหน้าไปยังเขาใหญ่ซึ่งอีกไม่กี่สิบกิโลก็ถึง โซลกับขิมคุยกันอย่างเพลิดเพลินกระทั่งรถเลี้ยวเข้ามาในไร่องุ่นที่มีเนื้อที่หลายพันไร่ ไร่องุ่นอนงค์นาถ @เขาใหญ่ รถราคาแพงแล่นเข้ามาจอดยังหน้าบ้านชั้นเดียวหลังใหญ่ที่มีขนาดห้าร้อยตารางเมตร รอบตัวบ้านโอบล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่จำนวนหลายสิบต้น ดูแล้วร่มรื่นและน่าอยู่ พราวลงจากรถแล้วเดินไปหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าที่อยู่ท้ายรถและเดินเข้าบ้านไป ซึ่งโซลกับขิมยังนั่งในรถ “บ้านหลังนี้เหรอคะที่พี่โซลจะให้ขิมอยู่” ขิมมองไปรอบๆบ้านที่ดูแล้วบรรยากาศดีน่าอยู่พร้อมกับเอ่ยถามแฟนตัวสูง “ไม่ใช่หลังนี้หรอก แต่เป็นอีกหลังนึง เดี๋ยวพี่พาไป” ว่าแล้วเขาก็ขับรถไปยังบ้านอีกหลังที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านหลังใหญ่นี้ อีกหลังก็เป็นบ้านชั้นเดียวเหมือนกัน แต่มีขนาดเล็กกว่าครึ่งหนึ่งของบ้านหลังใหญ่ที่เขาอยู่บ้านพักที่ขิมอาศัยอยู่ร่างสูงลงจากรถสี่ประตูโฟวิลแล้วเดินเข้าไปในบ้านจึงเห็นว่าแฟนสาวกำลังรับประทานอาหารอยู่ ขิมที่หันมาเห็นแฟนหนุ่มตัวสูงพอดีจึงระบายยิ้มพร้อมกับเอ่ยออกไป“พี่โซลไปไหนมาเหรอคะ”“พี่ขับรถไปดูในไร่มาน่ะ”“พี่โซลมากินข้าวด้วยกันสิคะ”“พี่ก็กำลังหิวอยู่พอดีเลย” ว่าแล้วชายหนุ่มก็เดินไปหย่อนกายนั่งบนเก้าอี้ข้างคนรัก ขิมตักข้าวใส่จานให้แฟนหนุ่มก่อนที่ทั้งสองจะรับประทานอาหารกันไปและคุยกันไปอย่างสำราญใจเมื่อรับประทานอาหารเสร็จทั้งคู่ก็พากันมานั่งในห้องโถง ก่อนใบหน้าหล่อเหลาจะหันถามแฟนสาวที่นั่งอยู่ข้างกัน“ขิมชอบที่นี่ไหม”“ขิมชอบที่นี่มากกว่ากรุงเทพอีกค่ะ ขิมว่าบรรยากาศที่นี่ดีมากเลยค่ะ”“พี่ดีใจนะที่ขิมชอบ” เขาระบายยิ้มด้วยความดีใจที่เธอชอบ“ถ้าเราแต่งงานกันแล้ว เราจะอยู่ที่นี่ได้ไหมคะ”“ได้สิ ไม่ว่าขิมจะชอบที่ไหนพี่ก็จะให้ขิมอยู่ที่นั่นแหละ”“ขอบคุณนะคะที่ตามใจขิม”“ถ้าพี่ไม่ตามใจคนที่พี่รัก แล้วจะให้พี่ไปตามใจใครล่ะ”“ก็ตามใจภรรยาของพี่ไง”“พี่ไม่ได้ตามใจเขาเหมือนกับที่ตามใจขิมหรอกนะ”“ขอบคุณพี่โซลมากนะคะที่ยังให้ความสำคัญกับขิม”“ขิมก็รู้ว่าที่พี่แต่งงานเพราะความจำเป็น
เมื่อรถมาจอดหน้าบ้านชั้นเดียวที่มีขนาดไม่ใหญ่มากโซลก็ลงจากรถไปหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าของขิมแล้วทั้งสองก็พากันเข้าบ้านไป“พี่จะให้แม่บ้านมาทำงานบ้านให้ทุกวันนะขิม”“ได้ค่ะ”“ขิมอยู่ที่นี่ได้ตามสบายเลย ขิมต้องการอะไรก็บอกพี่ได้ ไม่ต้องเกรงใจนะ”“ค่ะ”“งั้นพี่ไปก่อนนะ” บอกจบคนตัวสูงก็ออกจากบ้านไปขึ้นรถแล้วขับกลับบ้านหลังใหญ่ที่อยู่ไม่ไกล บ้านสองหลังนี้ถ้าจะเดินไปก็ถึงเพราะอยู่ห่างกันประมาณสามร้อยเมตรด้านพราวเมื่อเข้ามาในบ้านพราวก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังทำความสะอาดพื้นบ้านอยู่ พราวที่เห็นจึงเอ่ยทักทายออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“สวัสดีค่ะพี่”“อ้อ สวัสดีค่ะ คุณมากับคุณโซลใช่ไหมคะ” แหวนที่เป็นคนดูแลบ้านหลังนี้เอ่ยทักทายออกไปด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร“ใช่ค่ะ”“คุณชื่ออะไรคะ” เมื่อวานโซลโทรมาบอกแหวนว่าให้ทำความสะอาดบ้านเพราะวันนี้เขาจะมา แต่โซลไม่ได้บอกแหวนว่าจะพาใครมาด้วย“ชื่อพราวค่ะ”“พี่ยินดีที่ได้รู้จักน้องพราวนะ พี่ชื่อแหวน”“พราวยินดีที่ได้รู้จักพี่แหวนค่ะ”“ว่าแต่…น้องพราวเป็นอะไรกับคุณโซลเหรอ” แล้วเสียงทุ้มของเจ้าของบ้านก็เอ่ยขึ้น“เขาเป็นคนงานใหม่ของฉันเอง”“คนงานใหม่?” แหวนเอ่ยย้ำออกไปอย่างไ
หนึ่งเดือนต่อมาวันนี้อนงค์นาถบังคับให้หลานชายของตัวเองพาพราวไปเลือกชุดแต่งงาน โซลที่ไม่สามารถขัดคำสั่งของคุณย่าได้จึงจำต้องพาเธอไปร้านชุดแต่งงานอย่างฝืนใจบนรถ“แอบรักฉันมาหลายปี ตอนนี้คงจะดีใจมากสินะที่จะได้แต่งงานกับฉัน” เสียงทุ้มเอ่ยออกไปด้วยความเย้ยหยัน ในขณะที่มือประคองพวงมาลัยรถ สายตามองไปข้างหน้า“ถึงพราวจะชอบคุณโซลมานานแล้ว แต่พราวก็ไม่ได้ดีใจเลยค่ะที่จะได้แต่งงานกับคุณ พราวไม่เคยคิดจะแย่งคนรักของใคร คุณโซลก็รู้นี่คะว่าพราวต้องทำตามคำสั่งของคุณท่าน ซึ่งคุณเองก็ขัดคุณท่านไม่ได้ไม่ใช่เหรอคะ”“…”“คุณโซลทนอยู่กับพราวไปสักพักเถอะค่ะ แล้วพราวจะหย่าให้คุณเอง” เธอพูดออกไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น โซลที่ได้ยินอย่างนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรต่อพลางคิดในใจว่าสิ่งเดียวที่ต้องทำตอนนี้คือต้องทำใจแต่งงานกับเธอและทนอยู่กับเธอไปสักพักจนถึงวันจะได้หย่าหลายวันต่อมาห้องนอนของอนงค์นาถโซลเข้ามาในห้องของคนเป็นย่าจึงเห็นว่าที่เจ้าสาวของเขานั่งคุยกับย่าของเขาอยู่บนโซฟา พราวที่เห็นอย่างนั้นจึงพูดกับอนงค์นาถเพราะคิดว่าเขาคงมีเรื่องอยากจะคุยธุระกับคุณย่าของเขา“คุณท่านคะ พราวขอตัวกลับห้องนะคะ”“เธอไม่ต้องไป เพร
วันต่อมาร้านอาหาร ห้องวีไอพีวันนี้พอขิมเลิกงาน โซลก็พาเธอมาที่ร้านอาหารเพื่อจะบอกเรื่องที่ถูกคุณย่าบังคับให้แต่งงาน“วันนี้พี่โซลมีเรื่องไม่สบายใจหรือเปล่าคะ ทำไมถึงดูสีหน้าไม่ค่อยดีเลย”“พี่มีข่าวร้ายจะมาบอกขิมน่ะ” เขาหันไปมองแฟนสาวแล้วเอ่ยออกไปด้วยสีหน้าหม่นหมอง“ข่าวร้าย? อะไรเหรอคะ” เธอถามด้วยสีหน้าตกใจ ใจคอไม่ค่อยดีเมื่อได้ยินคำว่าข่าวร้าย“เมื่อวานคุณย่าบอกให้พี่แต่งงานกับคนโปรดของคุณย่าน่ะ”“ตะ แต่งงาน!” เธอถามออกไปอย่างตกใจไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเอง ก่อนจะตั้งสติแล้วถามต่อ“แล้วใครเหรอคะคนโปรดของคุณย่าพี่โซล”“เขาชื่อพราว พราวเป็นลูกแม่บ้าน แม่เขาเสียไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน แล้วคุณย่าก็อุปการะเลี้ยงดูพราวตั้งแต่นั้นมา คุณย่าเอ็นดูพราวมาก”“ปฏิเสธไม่ได้เหรอคะ”“พี่ปฏิเสธแล้วขิม แต่คุณย่าก็ยังยืนกรานว่าให้พี่แต่งงานกับพราวให้ได้ ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาถ้าเรื่องไหนที่คุณย่าตัดสินใจไปแล้ว ใครก็ขัดคำสั่งของคุณย่าไม่ได้ แม้แต่พ่อพี่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่งของคุณย่า”“งั้นเราต้องเลิกกันทั้งที่ยังรักกันเหรอคะ” เธอเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้าเศร้าหมอง“ถึงพี่จะแต่งงาน พี่ก็จะไม่เลิกกับขิม เราจะยังเจอกันได
วันต่อมาโซลตื่นตั้งแต่เช้าแล้วอาบน้ำสวมใส่เสื้อผ้าด้วยความตื่นเต้นเมื่อคิดว่าจะได้จัดงานหมั้นให้ผู้หญิงที่ตัวเองรัก ร่างสูงออกจากห้องนอนของตัวเองแล้วเดินไปเปิดประตูห้องนอนของคนเป็นย่าจึงเห็นว่าย่านั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา อนงค์นาถที่เห็นหลานชายสุดรักจึงปิดหนังสือและวางไว้บนโซฟาพร้อมกับเอ่ยถามออกไปด้วยรอยยิ้มอบอุ่น“มาหาย่าตั้งแต่เช้า มีเรื่องอะไรจะคุยกับย่าเหรอ”ชายหนุ่มก้าวมาหย่อนกายนั่งข้างคนเป็นย่าแล้วเอ่ยออกไปด้วยสีหน้าระรื่น“ผมมีเรื่องสำคัญจะมาบอกคุณย่าครับ”“ย่าก็มีเรื่องสำคัญที่จะบอกแกเหมือนกัน แกบอกเรื่องสำคัญของแกมาก่อนสิ”“ผมกับขิมก็คบกันมานานพอสมควรแล้ว เพราะฉะนั้นผมก็เลยจะมาบอกคุณย่าว่าผมจะหมั้นกับขิมครับ”“แกมั่นใจแล้วเหรอว่าอยากให้แฟนของแกมาเป็นภรรยาและแม่ของลูก”“ผมมั่นใจในตัวขิมร้อยเปอร์เซนต์ครับว่าขิมคือผู้หญิงที่จะมาเป็นภรรยาที่ดีและแม่ของลูกที่ดีของผมได้” เขาตอบออกไปอย่างมั่นอกมั่นใจเพราะเขาเชื่อมั่นในคนรักของเขา“แต่ย่าไม่มั่นใจในตัวของแฟนแกว่าจะเป็นภรรยาและแม่ที่ดีของลูกได้” อนงค์นาถที่ไม่อยากได้แฟนสาวของหลานชายมาเป็นหลานสะใภ้พูดอ้างออกไป“ผมคบกับขิมมาสองปีแล้ว
โซล อายุ27ปี สูง188เซนติเมตร มีธุรกิจโรงแรมและมีไร่องุ่นหลายพันไร่ พราว อายุ22ปี สูง159เซนติเมตรตัวอย่างเนื้อหา “คุณโซลจะทำอะไรคะ” “คนที่แต่งงานกันแล้วต้องทำอะไรกันล่ะ” “พรุ่งนี้เราจะหย่ากันแล้วนะคะ คุณไม่ควรมาทำแบบนี้กับพราว” “ใช่ พรุ่งนี้เราจะหย่ากัน และหลังจากวันพรุ่งนี้ฉันก็ทำอะไรเธอไม่ได้ แต่ตอนนี้ฉันยังไม่ได้หย่ากับเธอ เพราะงั้น…ฉันก็ยังเอาเธอได้” “…” “ไหนๆพรุ่งนี้ฉันกับเธอก็ต้องหย่ากันแล้ว งั้น…คืนนี้ฉันจะเอาเธอให้สมกับที่เธอรักฉันมานานก็แล้วกันนะ” “หย่ากับฉันได้ไม่นานก็หาผัวใหม่ได้แล้วเหรอ” “ค่ะ” “…” “เธออย่าพยายามหนีฉันเลยนะ เพราะต่อให้หนียังไงเธอก็เหนื่อยเปล่า” “คุณกับพราวหย่ากันแล้ว…” “ไม่ต้องจดทะเบียนสมรสก็เอากันได้” “ตอนนี้พราวไม่ได้มีสถานะเป็นอะไรกับคุณแล้วนะคะ” “ไม่มีสถานะก็เอากันได้” . . . . . . . . ภัตตาคารในโรงแรมหรูของโซล 19.00 น. วันนี้โซลพาขิมซึ่งเป็นหญิงสาวที่ตัวเองรักมารับประทานอาหาร เนื่องในโอกาสที่ทั้งสองเป็นแฟนกันมาสองปีแล้ว เมื่อสองปีก่อนขิมเข้ามาทำงานเป็นพนักงานต้อนรับส่วนหน้าในโรงแรมของโซล ตอนนั้นขิมอายุยี่สิบสามปี มีอยู่วันห







