Mag-log inวันต่อมา
ร้านอาหาร ห้องวีไอพี วันนี้พอขิมเลิกงาน โซลก็พาเธอมาที่ร้านอาหารเพื่อจะบอกเรื่องที่ถูกคุณย่าบังคับให้แต่งงาน “วันนี้พี่โซลมีเรื่องไม่สบายใจหรือเปล่าคะ ทำไมถึงดูสีหน้าไม่ค่อยดีเลย” “พี่มีข่าวร้ายจะมาบอกขิมน่ะ” เขาหันไปมองแฟนสาวแล้วเอ่ยออกไปด้วยสีหน้าหม่นหมอง “ข่าวร้าย? อะไรเหรอคะ” เธอถามด้วยสีหน้าตกใจ ใจคอไม่ค่อยดีเมื่อได้ยินคำว่าข่าวร้าย “เมื่อวานคุณย่าบอกให้พี่แต่งงานกับคนโปรดของคุณย่าน่ะ” “ตะ แต่งงาน!” เธอถามออกไปอย่างตกใจไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเอง ก่อนจะตั้งสติแล้วถามต่อ “แล้วใครเหรอคะคนโปรดของคุณย่าพี่โซล” “เขาชื่อพราว พราวเป็นลูกแม่บ้าน แม่เขาเสียไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน แล้วคุณย่าก็อุปการะเลี้ยงดูพราวตั้งแต่นั้นมา คุณย่าเอ็นดูพราวมาก” “ปฏิเสธไม่ได้เหรอคะ” “พี่ปฏิเสธแล้วขิม แต่คุณย่าก็ยังยืนกรานว่าให้พี่แต่งงานกับพราวให้ได้ ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาถ้าเรื่องไหนที่คุณย่าตัดสินใจไปแล้ว ใครก็ขัดคำสั่งของคุณย่าไม่ได้ แม้แต่พ่อพี่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่งของคุณย่า” “งั้นเราต้องเลิกกันทั้งที่ยังรักกันเหรอคะ” เธอเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้าเศร้าหมอง “ถึงพี่จะแต่งงาน พี่ก็จะไม่เลิกกับขิม เราจะยังเจอกันได้ปกติ ถ้าถึงเวลาที่เหมาะสมพี่ก็จะหย่ากับพราวแล้วมาหมั้นกับขิมตามที่พี่เคยสัญญาไว้นั่นแหละ แต่ขิมต้องรออีกสักหน่อยนะ ขิมพอจะรอได้ไหม” “นานแค่ไหนคะ” “ไม่เกินหนึ่งปีพี่จะหย่ากับเขา แล้วมาหมั้นกับขิมทันที ขิมรอได้ไหมปีนึง” “ขิมรอได้ค่ะ” “ขอบใจนะขิมที่เข้าใจพี่ งั้นเราก็กินข้าวกันเถอะขิม” จากนั้นทั้งสองก็รับประทานอาหารกัน ทว่าวันนี้อาหารที่เคยรู้สึกอร่อย แต่กลับรู้สึกไม่อร่อยเหมือนวันก่อนๆเมื่อคิดว่าความตั้งใจของทั้งคู่ไม่เป็นอย่างที่หวัง หลังจากที่โซลกับขิมทานข้าวกันเสร็จแล้ว เขาก็ไปส่งเธอที่คอนโดก่อนจะกลับบ้านไป หนึ่งอาทิตย์ต่อมา ร่างสูงของโซลที่อยู่ในเสื้อผ้าแบรนด์เนมชื่อดังก้าวลงบันไดมาอย่างเร่งรีบ อนงค์นาถที่นั่งอยู่กับพราวในห้องโถงเมื่อเห็นจึงเอ่ยถามออกไป “จะไปไหนโซล” “ไปหาคนรักครับ” เขาตอบพลางดวงตาคมจ้องมองไปยังเจ้าของร่างเล็กที่นั่งอยู่ข้างคนเป็นย่าด้วยสายตาเย้ยหยันเพื่อย้ำให้รู้ว่าเขามีคนรักแล้ว พราวที่เห็นแววตาคมที่จ้องมองมาจึงหลุบตาลงไม่กล้าสบตาเขา “เมื่อไหร่แกจะพาพราวไปเลือกชุดแต่งงาน” “ยังเหลือเวลาอีกตั้งเกือบสองเดือน ไม่จำเป็นต้องรีบหรอกครับคุณย่า” “ถ้าแกได้แต่งงานกับแฟนของแก แกก็คงจะรีบไปเลือกชุดแต่งงานแล้วสินะ” “มันแน่นอนอยู่แล้วครับ ก็คนมันดีใจนี่ครับที่จะได้แต่งงานกับผู้หญิงที่ตัวเองรัก ไม่ใช่แต่งกับผู้หญิงที่แอบรักผู้ชายข้างเดียวอย่างใครบางคน” “การที่ผู้หญิงแอบรักผู้ชาย แกคิดว่าผู้หญิงคนนั้นผิดงั้นเหรอ” อนงค์นาถรู้ว่าพราวแอบรักโซลก็เลยรู้ว่าหลานของตัวเองพูดเสียดสีพราวอยู่ “ก็ไม่ได้ผิด แต่ผมคิดว่าถ้าผู้ชายไม่รักตอบก็ควรจะถอยดีกว่านะครับ ไม่ใช่ว่าดันทุรังรักทั้งที่เขาก็มีแฟนอยู่แล้ว” “การที่คนเรารักใครสักคนมันไม่ผิดหรอกโซล” “ครับไม่ผิด แต่สิ่งที่ผิดคือทำให้คนที่รักกันไม่ได้สมหวังกัน” พราวถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างขื่นขมเมื่อโดนเขาตราหน้าว่าแย่งของคนอื่น “แกจะไปหาคนรักของแกก็รีบไปเถอะ” อนงค์นาถพูดตัดบทเพราะไม่อยากให้พราวโดนหลานชายตัวเองพูดเหน็บมากไปกว่านี้ โซลสาวเท้าออกไปขึ้นรถหรูหน้าบ้านแล้วขับออกไปด้วยความเร็ว “คุณท่านคะ พราวว่ามันเป็นเรื่องที่ผิดนะคะที่ไปแยกคนที่เขารักกันไม่ให้อยู่ด้วยกัน” พราวพูดด้วยสีหน้าเป็นทุกข์ หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมานี้เธอรู้สึกไม่สบายใจเลยเมื่อคิดว่าต้องแต่งงานกับเขาที่มีคนรักอยู่แล้ว ถึงเธอจะรักเขาแต่ไม่ได้คาดหวังว่าจะครอบครองเขามาเป็นของเธอ “เธออยู่เฉยๆไปเถอะพราว ทำตามที่ฉันสั่งก็พอ” “คุณท่านคะ แฟนของคุณโซลไม่ได้ผิดอะไรนะคะ” เธอพูดด้วยความรู้สึกผิดที่ต้องแยกคนที่รักไม่ให้ได้อยู่ด้วยกัน และรู้สึกเห็นใจแฟนของเขาเป็นอย่างมากที่ต้องเสียคนรักมาแต่งงานกับเธอ “ฉันรู้ว่าเธอรู้สึกลำบากใจมากแค่ไหน แต่เธอต้องอดทนนะพราว เพื่อฉัน” “ค่ะ” พราวก้มศีรษะรับคำอย่างฝืนใจ “งั้นเราไปกินข้าวกันเถอะพราว แล้วก็เลิกคิดมากได้แล้ว เดี๋ยวพออยู่กันไปโซลก็ลืมคนรักได้เองแหละ แล้วหลังจากนั้นเขาจะหันมาสนใจเธอแทน” “…” พราวคิดในใจว่าคงไม่มีทางที่เขาจะหันมาสนใจเธอ เพราะเขารักแฟนของเขามากขนาดนั้น วันนั้นเขาบอกว่าจะไม่บอกเลิกแฟนของเขาเพราะจะรอเวลาจนกว่าจะได้หย่ากับเธอเพื่อจะไปหมั้นกับแฟนของเขา “ลุกไปกินข้าวกันเถอะพราว” “ค่ะ” จากนั้นร่างบอบบางก็ลุกจากโซฟาแล้วทั้งสองก็พากันเดินไปนั่งที่โต๊ะอาหาร ตอนนี้เกริกวิทย์กับขวัญรัตน์ซึ่งเป็นพ่อกับแม่ของโซลนั่งอยู่ก่อนแล้ว ทั้งสองก็ได้รู้แล้วว่าลูกชายของตัวเองต้องแต่งงานกับพราวในอีกสองเดือนข้างหน้า สองสามีภรรยารู้ว่าลูกไม่อยากแต่งงานกับพราว แต่คนเป็นพ่อแม่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรลูกได้เพราะบ้านหลังนี้แม่ของเขาเป็นประมุขของบ้าน ถ้าท่านตัดสินใจที่จะทำอะไรลงไปแล้วทุกคนก็ต่างเชื่อฟังท่านหนึ่งเดือนต่อมาเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่โซลกับพราวมาอยู่ที่ไร่องุ่น หนึ่งเดือนมาแล้วที่โซลยังทำหน้าที่เก็บองุ่นตามคำสั่งของพราว ตอนกลางวันโซลจะกลับมากินข้าวพร้อมกับพราวทุกวันแล้วกลับไปเก็บองุ่นต่อ ทุกคืนโซลจะเข้าไปในห้องนอนของพราวและหอมแก้มพราวเพื่อเป็นรางวัล และตอนนี้อายุครรภ์ของพราวก็ครบสองเดือนแล้วเมื่อโซลกลับมาจากไร่ก็รีบอาบน้ำสวมใส่เสื้อผ้าแล้วเข้ามาในห้องนอนของพราวเพื่อจะหอมแก้มเธออย่างเช่นทุกคืนที่ผ่านมาฟอดด ฟอดด เสียงของจมูกโด่งเป็นสันฝังไปบนพวงแก้มนุ่มของคนตัวเล็กที่นั่งอยู่บนเตียง โดยโซลยืนอยู่ข้างเตียง“คุณหอมแก้มพราวมาเดือนนึงแล้ว เบื่อหรือยังคะ” ยิ้มบางๆ“พี่ไม่เบื่อเลย อยากหอมทั้งเช้าทั้งกลางวันด้วยซ้ำ”“แต่พราวรู้สึกเบื่อแล้วค่ะ”“พราวเบื่อพี่แล้วเหรอ” เขาสีหน้าสลดลงเมื่อเธอบอกว่าเบื่อ“พราวเบื่อที่จะให้คุณหอมแก้มแล้วค่ะ แต่พราวอยาก…ให้คุณทำมากกว่าหอมแก้มค่ะ” เธอพูดพร้อมกับส่งสายตาสื่อความนัย โซลที่เห็นอย่างนั้นจึงนึกรู้ทันที ก่อนจะเอ่ยออกไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“งั้นเรามาทำกันเลยไหม”“พี่โซลอยากมากใช่ไหมคะ เพราะตั้งสองเดือนแล้วที่พี่ไม่ได้ปลดปล่อย”โซลที่ได้ยินเมียตัว
เพ้นท์เฮาส์เมื่อเข้ามาในเพ้นท์เฮาส์ พราวก็เข้าห้องนอนไปและโซลก็เดินตามเธอเข้าไปในห้องด้วย“พราว พี่มีอะไรจะบอก”“อะไรเหรอคะ”“พราวสงสัยใช่ไหมว่าทำไมถึงท้อง ทั้งที่กินยาคุมฉุกเฉินแล้ว”“ใช่ค่ะ”“ตามหลักวิทยาศาสตร์ การคุมกำเนิดทุกชนิดมันไม่ได้ป้องกันการตั้งครรภ์ได้ร้อยเปอร์เซนต์หรอก”“พราวก็พอจะรู้ค่ะ”“แต่เรื่องของเรื่องก็คือ…ที่พราวท้องเพราะพราวไม่ได้กินยาคุมฉุกเฉินน่ะสิ” เขาบอกออกไปด้วยความประหม่า“แล้ววันนั้นที่คุณไปซื้อ มันคือยาอะไร” ดวงตาสวยฉายแววเคลือบแคลง“มันเป็นวิตามินน่ะ ไม่ใช่ยาคุมหรอก” เขาตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเทาเพราะหวั่นเกรงพราวเมื่อรู้อย่างนั้นก็ว่าออกไปด้วยสีหน้าดุปนโกรธ“คุณโซล! ทำไมคุณถึงได้ทำแบบนี้ด้วย!” “พี่ขอโทษ ที่พี่ทำแบบนี้เพราะพี่อยากผูกมัดพราว” เขาพูดออกไปด้วยแววตารู้สึกผิดและกลัวที่เห็นเธอโกรธ“คนโกหก คนหลอกลวง ขนาดเรื่องกินยาคุมยังหลอกกันได้ เรื่องอื่นคุณคงจะหลอกพราวได้เหมือนกัน” เธอพูดออกไปด้วยความโมโหที่โดนหลอก“พราวอย่าโกรธพี่เลยนะ เรื่องอื่นพี่ไม่เคยหลอกพราวเลย มีเรื่องนี้เรื่องเดียวที่พี่จำเป็นต้องหลอกพราว ตอนนั้นพี่คิดว่าถ้าพราวท้องพี่ก็จะบอกความจริงก
เมื่อโซลทำงานบ้านเสร็จก็เข้าไปในห้องของพราวจึงเห็นว่าเธอหลับอยู่ เมื่อเห็นอย่างนั้นเขาจึงสบโอกาสขึ้นไปนอนข้างเธอ ร่างแกร่งตะแคงหันหน้าเข้าหาร่างบอบบาง ดวงตาคมมองไปยังหน้าท้องแบนราบพลางฝ่ามือหนาก็เลื่อนไปวางบนหน้าท้องเธอเหมือนกับมั่นใจว่าคนตัวเล็กต้องท้องแน่นอน จนกระทั่งยี่สิบนาทีผ่านไปพราวก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เธอที่รู้สึกว่าเหมือนมีบางอย่างมาวางอยู่บนหน้าท้องของเธอจึงมองไปยังหน้าท้อง เมื่อเห็นว่าเป็นมือของเขาจึงหันไปมองด้านข้างก็ถึงกับเบิกตากว้างอย่างตกใจ“คุณโซล คุณขึ้นมานอนบนนี้ทำไม”“คือ…พี่” เขาไม่รู้จะตอบยังไง“ออกไป ทีหลังอย่าขึ้นมานอนอีกนะ”“ได้ ทีหลังพี่จะไม่ขึ้นมานอนอีก งั้นเราไปอาบน้ำแต่งตัวกันเถอะ จะได้ไปหาหมอกัน”“ค่ะ” ว่าแล้วทั้งสองก็ลุกจากเตียง โซลออกไปจากห้องแล้วอาบน้ำแต่งตัว เมื่อทั้งสองแต่งตัวเสร็จก็พากันไปยังโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งห้องตรวจแพทย์โซลพาพราวเข้ามาในห้องตรวจแพทย์ แล้วหมอก็ถามพราวว่าประจำเดือนมาครั้งล่าสุดวันที่เท่าไหร่ จึงทำให้พราวนึกขึ้นได้ว่าประจำเดือนของเธอเลยมาห้าวันแล้ว เมื่อเป็นอย่างนั้นหมอสาวที่เป็นเพื่อนของโซลก็บอกให้พราวไปเก็บปัสสาวะแล้ว
เมื่อทั้งสองดูซีรี่ย์จบก็เป็นเวลาห้าทุ่ม พราวลุกจากโซฟา“เธอจะเข้านอนแล้วเหรอ” เขาเงยหน้าถามร่างบางที่ยืนอยู่“ใช่ค่ะ”“พี่ขอเข้าไปนอนด้วยได้ไหม”“ที่นอนของคุณคือตรงนี้ ถ้าไม่อยากนอนตรงนี้ก็กลับบ้านไป”“พี่จะนอนตรงนี้ เธอไปนอนเถอะ” ว่าแล้วพราวก็เดินเข้าห้องนอนไป ก่อนที่ร่างสูงจะเข้าไปอาบน้ำใส่เสื้อผ้าและมานอนบนโซฟาเบาะผ้าราคาแพงในห้องนั่งเล่น ถึงโซฟาที่เขานอนอยู่นี้จะนุ่ม แต่ก็ไม่ได้นอนสบายเหมือนกับที่นอน แต่ถึงจะนอนไม่สบายตัวเหมือนนอนบนที่นอนคิงไซส์เขาก็ยอมนอน เพราะไม่ว่าพราวจะให้นอนตรงไหนเขาก็นอนได้ ขอแค่ให้ได้อยู่ในบ้านหลังเดียวกันกับเธอก็พอ โซลหยิบผ้านวมขึ้นมาห่ม จากนั้นไม่นานเขาก็เข้าสู่ภวังค์นิทราวันต่อมาพราวตื่นขึ้นมาก็เข้าห้องน้ำไปล้างหน้าแปรงฟันแล้วออกมาจากห้องนอน หญิงสาวเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นจึงเห็นว่าคนตัวสูงยังหลับอยู่ เท้าบางก้าวไปยืนข้างโซฟาพร้อมกับปลุกคนที่ยังหลับอยู่“ตื่นได้แล้ว”“…” “ตื่น!” เมื่อเห็นว่าเขายังไม่ตื่นเธอจึงเพิ่มลิมิตเสียงให้ดังขึ้น จนทำให้คนที่หลับสนิทอยู่รู้สึกตัว ชายหนุ่มค่อยๆลืมตาอย่างช้าๆด้วยความง่วงงุนก่อนจะปรับโฟกัสสายตาให้ชัดขึ้น เมื่อเห็นว
บริษัท วันต่อมาร่างสูงของทายาทเจ้าของโรงแรมหรูชื่อดังที่มีตำแหน่งเป็นรองประธานกรรมการซึ่งอยู่ในชุดสูทหรูราคาแพงสีดำขึ้นมายังชั้นผู้บริหารซึ่งอยู่ชั้นบนสุด หลังจากที่หลายเดือนมาแล้วที่เขาไม่ได้เข้ามา ก็ตั้งแต่แต่งงานกับพราวห้องทำงานโซลร่างแกร่งทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้เบาะหนังราคาแพงด้วยท่าทีเซ็งๆ ตั้งแต่เมื่อวานมาจนถึงวันนี้เขาถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่ายนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว เพราะใจคอยมัวพะวงห่วงหาแต่คนตัวเล็ก โซลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกหาเธอตู๊ดแต่เธอก็ไม่รับสาย เขาโทรอีกครั้งแต่เธอก็ไม่รับสายอีก เขาวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายพลางคิดในใจว่าเขายังต้องรอพราวคืนนี้อีกตั้งคืนกว่าเธอจะกลับมาด้านพราวพราวที่เดินริมชายหาดเคียงข้างฮันเตอร์หยิบโทรศัพท์ออกมาดู เมื่อเห็นว่าเป็นคนตัวสูงโทรมาจึงกดปิดเสียงแล้วเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋ากางเกง ฮันเตอร์ที่เห็นจึงเอ่ยถามออกไป“ใครโทรมาเหรอ ทำไมถึงไม่รับสายล่ะ”“คุณโซลโทรมา ฉันไม่อยากรับ”“ฉันขอถามอะไรหน่อยสิพราว”“ถามเรื่องอะไรล่ะ”“เรื่องสามีเก่าของเธอ”“ทำไมเหรอ”“เขาถอนหมั้นกับแฟนแล้วเหรอถึงได้มาวุ่นวายกับเธอ”“เขาบอกฉัน
วันต่อมาโซลตื่นตั้งแต่เช้าตรู่แล้วเข้าครัวไปหุงข้าว จากนั้นจึงโทรสั่งของกินจากร้านอาหารชื่อดัง สามสิบนาทีต่อมาเขาก็ลงไปเอาอาหารที่พนักงานนำมาส่งขึ้นมาจัดแจงใส่จานและครอบไว้เขาเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำแล้วใส่ชุดเดิม จากนั้นจึงออกมานั่งในห้องโถงกว้างก่อนที่โทรศัพท์จะมีเสียงดังขึ้นRrrr!‘ครับแม่’‘เมื่อคืนลูกนอนที่ไหน ทำไม่ถึงไม่กลับบ้าน’ คนเป็นแม่เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วไม่เห็นรถของลูกจอดอยู่‘นอนที่เพ้นท์เฮ้าส์ครับ’‘พราวให้ลูกเข้าไปนอนได้แล้วเหรอ’‘เมื่อคืนผมไปเจอพราวที่คลับก็เลยพามาส่ง แล้วผมก็บอกว่าเมามากขับรถไม่ไหว พราวก็เลยให้นอนครับ’‘โกหกพราวว่าเมาน่ะสิ’‘ถ้าไม่โกหก พราวก็ต้องไล่ผมกลับบ้านอีกแน่’‘แล้วคืนนี้ลูกนอนที่นั่นอีกหรือเปล่า’‘ใจจริงผมอยากนอนทุกคืนแหละครับ ถ้าพราวไม่ไล่กลับซะก่อน’‘งั้นก็แค่นี้นะลูก ถ้าลูกนอนที่นั่นก็โทรมาบอกแม่ด้วยนะ’‘ได้ครับ’ ว่าจบโซลก็กดวางสาย ก่อนประตูห้องนอนของพราวจะถูกเปิดออกมา โซลที่เห็นจึงลุกขึ้นไปหาเธอแล้วเอ่ยถามด้วยความกระตือรือร้น“เธอจะกินข้าวเลยไหม”“วันนี้ฮันเตอร์จะมารับออกไปเที่ยวน่ะ”เมื่อได้ยินอย่างนั้นร่างสูงก็ถึงกับหน้
18.40 น.รถหรูของฮันเตอร์เคลื่อนตัวเข้ามาจอดยังหน้าคอนโดหรูที่พราวอาศัยอยู่ วันนี้เขาพาเธอออกไปกินข้าวและซื้อของหลายอย่างในระยะเวลาสองเดือนที่ผ่านมานี้ฮันเตอร์จะพาพราวออกไปเที่ยวอาทิตย์ละครั้ง บางครั้งฮันเตอร์ก็ชวนเพื่อนอีกสองคนออกมาพบปะสังสรรค์กัน เพราะไม่ได้เจอกันนานแล้ว นั่นก็คือคินกันนุ่นที่เป
เพ้นท์เฮาส์เมื่อพราวกลับมาถึงเพ้นท์เฮาส์ได้ไม่นานโทรศัพท์ของเธอก็มีสายโทรเข้ามา เมื่อเห็นว่าเป็นอนงค์นาถโทรมาพราวจึงกดรับสายทันที‘ค่ะคุณท่าน’‘เมื่อกี้โซลพาแฟนมาที่บ้าน เห็นบอกว่าจะหมั้นกันเดือนหน้า เธอต้องไปงานหมั้นด้วยนะพราว เพราะเธอก็คือคนในครอบครัวฉันเหมือนกัน’‘ได้ค่ะคุณท่าน’ ถึงแม้ว่าเธอจะเ
ออฟฟิศร่างสูงของโซลเดินมาที่โต๊ะทำงานของแฟนสาวแล้วเอ่ยถามออกไปด้วยความใส่ใจ“ไหวไหมขิม พอจะทำได้ไหม”“ขิมทำได้ค่ะ ขิมว่ามันสนุกกว่างานที่โรงแรมอีก”“พี่ดีใจนะที่ขิมชอบงานนี้”“พี่โซลไม่ต้องห่วงนะคะ ขิมทำได้ค่ะ” “งั้นพี่ขอตัวไปทำงานก่อนนะ”“ตามสบายค่ะ” ว่าแล้วชายหนุ่มก็เข้าไปทำงานในห้องทำงานของเขา
บ้านพักที่ขิมอาศัยอยู่ร่างสูงลงจากรถสี่ประตูโฟวิลแล้วเดินเข้าไปในบ้านจึงเห็นว่าแฟนสาวกำลังรับประทานอาหารอยู่ ขิมที่หันมาเห็นแฟนหนุ่มตัวสูงพอดีจึงระบายยิ้มพร้อมกับเอ่ยออกไป“พี่โซลไปไหนมาเหรอคะ”“พี่ขับรถไปดูในไร่มาน่ะ”“พี่โซลมากินข้าวด้วยกันสิคะ”“พี่ก็กำลังหิวอยู่พอดีเลย” ว่าแล้วชายหนุ่มก็เดินไป







