Share

บทที่ 2

Author: ฟันเฟืองที่หวนคืน
ข้อความนั้นถูกส่งออกไปแล้ว

ฉันเงยหน้าขึ้น

แหวนแต่งงานส่องประกายวับวาวพลันปรากฏขึ้นมาในสายตา

จู่ ๆ ปลายจมูกของฉันก็รู้สึกแสบร้อน

ฉันกับเจียงชวน เรารู้จักกันในการแข่งขันโต้วาทีสมัยมหาวิทยาลัย

ในตอนนั้นเขาไม่ใช่คนรักสะอาดอะไรเลย

เขายอมกินอาหารที่ฉันกินเหลือ

ยอมดื่มชานมแก้วเดียวกันโดยใช้หลอดอันเดียวกัน

แม้กระทั่งในช่วงที่ฉันมีประจำเดือน เขาก็ยังเต็มใจช่วยซักผ้าปูที่นอนที่เปรอะคราบเลือดให้ฉัน

หลังแต่งงานกันใหม่ ๆ เขาจำวันครบรอบของเราได้แม่นยำทุกปี และคอยตระเตรียมเซอร์ไพรส์ไว้ให้ฉันล่วงหน้า

จนกระทั่งฉันตั้งท้อง

ในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ ผลจากอิทธิพลของฮอร์โมนทำให้ฉันกินอะไรไม่ได้เลย เอาแต่อาเจียนออกมา ร่างกายที่เคยสดใสเริ่มทรุดโทรมลง

ช่วงแรก เจียงชวนยังคงมีความสงสารและคอยโอบกอดปลอบประโลมฉัน

ทว่านานวันเข้า เขาก็เริ่มไม่ยอมโอบกอดฉันอีกต่อไป แถมยังกลับบ้านดึกดื่นขึ้นเรื่อย ๆ

และไม่นานนัก คำว่า “สกปรก” ก็ถูกเขานำมาใช้เรียกฉัน

เขาบอกว่าห้องน้ำที่ฉันเพิ่งอาเจียนใส่ทำให้เขารู้สึกสะอิดสะเอียน บอกว่าตัวฉันมี “กลิ่นเปรี้ยวของคนท้อง”

สุดท้ายเขาก็เริ่มตีตัวออกห่างและย้ายไปนอนแยกห้องกับฉัน

ฉันเคยหลอกตัวเองว่านี่เป็นเพียงปัญหาการกระทบกระทั่งกันธรรมดาในช่วงตั้งครรภ์ และหวังเพียงว่าเมื่อคลอดลูกแล้ว ทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม

กระทั่งการปรากฏตัวของหลินเวยเวย

เธอเป็นผู้ช่วยคนใหม่ของเจียงชวน ทั้งสาว ทั้งสวย แถมยังปากหวาน

ฉันจับสังเกตถึงบรรยากาศที่ไม่ปกติระหว่างคนทั้งคู่ได้ตั้งแต่วันแรกที่เห็น

สายตาที่เธอมองเจียงชวนนั้นร้อนแรง โดยไม่มีทีท่าว่าจะปิดบังใด ๆ

และสำหรับเจียงชวน เขาปฏิบัติกับเธอแตกต่างออกไปอย่างเห็นได้ชัด

เขาจำได้ว่าเธอไม่กินผักชี และคอยคีบอาหารให้เธอโดยไม่ต้องเอ่ยปากร้องขอ ถึงขั้นหัวเราะออกมาอย่างร่าเริงตอนที่เธอเล่ามุกตลก ซึ่งเป็นเสียงหัวเราะที่ฉันไม่ได้ยินจากเขามานานแสนนานแล้ว

ทว่าในเวลานั้นฉันยังไม่มีหลักฐานใดในมือ

“ติ๊งต่อง”

เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ขัดจังหวะห้วงความทรงจำของฉัน

เป็นข้อความจากซูฉิง เพื่อนสนิทที่ฉันไว้ใจที่สุด

“หลินเวยเวย ภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่เมืองเจียงเฉิง เกิดวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 1999 บ้านเลขที่ 69 เขตเฉิงหนาน พ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก”

พร้อมกับแนบรูปถ่ายใบหนึ่งส่งตามมาด้วย

ในรูปถ่ายนั้น เจียงชวนกำลังบรรจงสวมสร้อยคอให้หลินเวยเวย

ฉันจำสร้อยเส้นนั้นได้ดี

เพราะมันคือของขวัญที่เจียงชวนเคยรับปากว่าจะซื้อให้เพื่อปลอบขวัญฉันในช่วงที่ตั้งครรภ์

แต่ฉันกลับรอคอยมานานถึงสามเดือน สิ่งที่ได้รับตอบกลับมามีเพียงคำว่า

“สร้อยเส้นละหกหลัก ไม่คุ้มค่าที่จะซื้อให้หรอก”

แต่ในตอนนี้ สร้อยเส้นที่เขาเคยบอกว่าไม่คุ้มค่า กลับไปวางเด่นอยู่บนลำคอของผู้หญิงอีกคนหนึ่ง

ไม่ใช่เพราะมูลค่าของมันไม่คุ้มค่า

แต่เป็นเพราะฉันไม่มีค่าพอที่จะได้รับมันต่างหาก

ความโกรธแค้นและความอัปยศอดสูราวกับเถาวัลย์ที่รัดแน่นเข้าที่หัวใจของฉันจนแทบขาดใจตาย

เวลาห้าทุ่มตรง เสียงกลอนประตูถูกสะเดาะออกเบา ๆ

วินาทีที่สบตากับเจียงชวน เขาก็ชะงักไปเล็กน้อย ดูเหมือนเขาจะคาดไม่ถึงว่าฉันจะยังตื่นอยู่

ฉันมองเขาด้วยสายตาที่เย็นเยียบ ก่อนจะยัดเยียดรูปถ่ายของเขากับหลินเวยเวยไปตรงหน้าเขา

“อธิบายมา”

เมื่อเห็นหลักฐานในรูป คิ้วของเจียงชวนก็ขมวดมุ่นเข้าหากัน

เขาไม่แม้แต่จะคิดหาข้ออ้างหรือแก้ตัวใด ๆ เลยด้วยซ้ำ

“คุณกล้าสืบเรื่องของผมงั้นเหรอ?”

เขาแย่งโทรศัพท์มือถือไปจากมือฉันแล้วฟาดลงบนพื้นอย่างแรง

จนหน้าจอแตกละเอียดกระจายเป็นเสี่ยง ๆ

“เสิ่นอวี๋! คุณเป็นบ้าอะไรไปหรือไง? ทำไมเดี๋ยวนี้ถึงได้กลายเป็นคนวัตถุนิยมและหวาดระแวงจนน่ารำคาญขนาดนี้?”

“ผมก็แค่ซื้อของขวัญให้เพื่อนร่วมงานเท่านั้นเองนี่? มันคือการสร้างความสัมพันธ์ในการทำงาน คุณเข้าใจไหม?”

“วัน ๆ คุณเอาแต่ขลุกตัวอยู่แต่ในบ้านไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง สุดท้ายในสมองก็มีแต่เรื่องไร้สาระพวกนี้สินะ?”

เขาชี้หน้าตำหนิฉันจากมุมสูง ราวกับว่าตัวฉันคือคนที่งี่เง่าไร้เหตุผล

“สร้างความสัมพันธ์งั้นเหรอ? สร้อยคอราคาเป็นแสนเนี่ยนะ ที่คุณเรียกมันว่าการสร้างความสัมพันธ์?”

“เจียงชวน คุณเห็นฉันเป็นคนโง่หรือไง!”

เขาตะคอกกลับมาอย่างกะทันหัน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเกรี้ยวกราด

“คุณมันก็แค่ยัยบ้าที่เอาแต่สติแตก!”

“ผมจะบอกอะไรให้นะเสิ่นอวี๋ บ้านหลังนี้ผมเป็นเสาหลัก! เงินทุกบาททุกสตางค์ก็เป็นผมที่หา!”

“ผมอยากจะใช้เงินมันก็เรื่องของผม คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง!”

“ถ้ายังกล้าทำตัวงี่เง่าไร้เหตุผลแบบนี้อีก ต่อไปผมจะไม่ให้เงินคุณแม้แต่บาทเดียว!”

“คอยดูสิว่าถ้าไร้เงาผม คุณและลูกจะอยู่รอดไปได้ยังไง!”

บีบบังคับทางการเงิน

ในที่สุดเขาก็ฉีกหน้ากากชิ้นสุดท้ายทิ้ง เผยให้เห็นธาตุแท้ที่น่าสะอิดสะเอียนออกมาจนหมดเปลือก

ฉันมองดูเขา ความเหนื่อยล้าพลันถาโถมเข้าใส่

บริเวณหน้าอกราวกับถูกเจาะเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ ปล่อยให้สายลมหนาวเหน็บพัดกระหน่ำเข้ามา

ฉันไม่คิดจะโต้เถียงกับคนประเภทนี้อีก จึงเอ่ยปากถามออกไปอย่างราบเรียบ

“โทรศัพท์เครื่องนั้น ราคาหนึ่งหมื่นห้าพันบาท”

“คุณเป็นคนทำพัง ช่วยจ่ายค่าเสียหายคืนมาด้วยค่ะ”

เขาคงนึกไม่ถึงว่าฉันจะพูดเรื่องนี้ขึ้นมาอย่างหน้าตาเฉย จึงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะควักเงินสดปึกหนึ่งออกมาจากกระเป๋าสตางค์แล้วฟาดลงบนใบหน้าของฉันอย่างจัง

“พอไหม?”

“ถ้ายังไม่พอก็เอาไปอีก!”

ธนบัตรใบสีเทาปลิวว่อนกระจายเกลื่อนพื้น ราวกับกำลังหัวเราะเยาะสภาพความอนาถของฉันอย่างเงียบเชียบ

ฉันไม่ได้ก้มลงไปเก็บเงินพวกนั้นแม้แต่นิดเดียว

เพียงแค่เลิกผ้าห่มออกแล้วล้มตัวลงนอน หันหลังให้เขาอย่างไม่ใยดี

“ออกไปซะ”

“ฉันรังเกียจที่คุณสกปรก”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธะร้าวฉาน สู่ความเสียใจที่ไม่มีวันย้อนคืน   บทที่ 9

    ชีวิตหลังหย่าร้างสงบสุขกว่าที่ฉันเคยจินตนาการไว้มากเจียงชวนทำตามสัญญาที่ตกลงกันไว้อย่างเคร่งครัดทั้งบ้าน รถ ต่างถูกโอนกรรมสิทธิ์เป็นชื่อของฉันโดยสมบูรณ์รวมถึงหุ้นร้อยละสามสิบก็ตกมาอยู่ในมือฉันเพียงชั่วข้ามคืน จากแม่บ้านเต็มเวลาที่ต้องคอยพึ่งพาจมูกคนอื่นหายใจ ได้กลายเป็นเจ้าของทรัพย์สินมหาศาลฉันตัดสินใจทิ้งเมืองที่เต็มไปด้วยรอยร้าวแห่งความทรงจำนั้นไว้เบื้องหลังและตัดสินใจขายบ้านหลังนั้นทิ้ง แล้วหอบเงินก้อนโตกลับมายังเมืองที่พ่อกับแม่ของฉันอาศัยอยู่จากนั้นฉันก็นำเงินจำนวนนั้นไปซื้อห้องชุดขนาดใหญ่ในย่านที่ฉันเติบโตมาตั้งแต่เด็กเพื่อใช้ชีวิตที่เหลือร่วมกับท่านทั้งสองส่วนเงินที่เหลือ ฉันก็นำไปต่อยอดด้วยการลงทุนก่อตั้งสตูดิโอเล็ก ๆ แห่งหนึ่งโดยเน้นทำในสิ่งที่ฉันคุ้นเคยและถนัดทุก ๆ วันของฉันในตอนนี้ อาจจะวุ่นวายอยู่บ้าง แต่มันเข้ามาเติมเต็มชีวิตของฉันให้สมบูรณ์ขึ้นลูกในท้องของฉันเติบโตขึ้นทุกวัน แรงดิ้นของเขาเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับจะส่งสัญญาณเตือนให้ฉันรู้ว่า เขาสบายดีนาน ๆ ครั้ง ซูฉิงจะส่งข่าวคราวของเจียงชวนและหลินเวยเวยมาให้ฟังบ้างเจียงชวนในเวลานี้ได้สูญ

  • พันธะร้าวฉาน สู่ความเสียใจที่ไม่มีวันย้อนคืน   บทที่ 8

    “โอกาสงั้นหรือ?”ฉันก้มมองเจียงชวนด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเหยียดหยาม“โอกาสที่ฉันเคยให้คุณมันยังไม่พออีกเหรอ?”“ตอนที่ฉันแพ้ท้องอย่างหนัก ในช่วงเวลาที่ฉันต้องการคุณมากที่สุด คุณไปอยู่ที่ไหน?”“ตอนที่ฉันถูกแม่ของคุณกลั่นแกล้งและถูกเมียน้อยของคุณเหยียดหยามเกียรติ คุณไปอยู่ที่ไหน?”“กระทั่งตอนที่ฉันถูกคุณผลักจนเกือบแท้ง นอนจมอยู่บนเตียงคนไข้ที่เย็นเฉียบ ในตอนนั้นคุณกำลังทำอะไรอยู่?”“คุณเอาแต่ปกป้องเมียน้อยของคุณ มัวแต่กล่าวหาว่าฉันไร้เหตุผล หรือแม้กระทั่งลงไม้ลงมือกับฉัน”ทุกถ้อยคำที่ฉันเอ่ยออกไป ศีรษะของเจียงชวนก็ยิ่งก้มต่ำลงเรื่อย ๆ ส่วนสีหน้าของแม่สามีเองก็ย่ำแย่ลงทุกที“ฉันเคยให้โอกาสคุณแล้ว”“น่าเสียดายที่คุณไม่เคยเห็นค่ามันเลย”พูดจบ ฉันก็เลื่อนปากกาและสัญญาหย่าฉบับนั้นไปวางตรงหน้าเขาอีกครั้ง“เซ็นซะ”“นี่ไม่ใช่คำขอร้อง แต่นี่คือทางเลือกที่ดีที่สุด และเป็นเพียงทางรอดเดียวที่คุณเหลืออยู่แล้ว”ทนายความของเจียงชวนในตอนนี้ละทิ้งความพยายามที่จะขัดขืนไปโดยสิ้นเชิงแล้วเขาโน้มตัวเข้าไปกระซิบเอ่ยเสียงต่ำข้างหูเจียงชวนเบา ๆ “คุณเจียงครับ เซ็นเถอะครับ ตราบใดที่เรายังมีลมห

  • พันธะร้าวฉาน สู่ความเสียใจที่ไม่มีวันย้อนคืน   บทที่ 7

    วันรุ่งขึ้น ฉันเลือกสวมชุดที่ดูภูมิฐานเมื่อฉันก้าวเข้าไปในห้องประชุมของสำนักงานทนายความซิงไห่ เจียงชวนและแม่สามีต่างพากันชะงักงันพวกเขาคงคาดหวังว่าจะได้เห็นสภาพหญิงสาวที่ถูกทิ้งจนซูบผอมและเอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายทว่ากลับคาดไม่ถึงเลยว่า เธอจะดูสุขุมเยือกเย็นมากกว่าแต่ก่อน แต่ที่สำคัญ...เธอยังดูเข้มแข็งอีกด้วย“เสี่ยวอวี๋...” เจียงชวนเดินเข้ามาจับตัวฉันเพื่อรื้อฟื้นความสัมพันธ์ฉันถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเลี่ยงการสัมผัสจากเขา“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน”ฉันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา แล้วเอ่ยทวนประโยคที่เขาเคยพิพากษาฉันในวันนั้น“ฉันรังเกียจความสกปรกของคุณ”ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีซีดเผือดในทันที มือที่ยื่นออกมาค้างเติ่งอยู่กลางอากาศแม่สามีที่เห็นดังนั้น จึงพุ่งตัวเข้ามาหาฉัน“เสิ่นอวี๋! เธอทำตัวแบบนี้ได้ยังไง! อาชวนมีน้ำใจมาตามรับเธอถึงที่ อย่ามาทำตัวไม่รู้จักดีชั่ว!”ซูฉิงก็ก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว บังตัวฉันไว้“คุณผู้หญิงคะ กรุณาระวังคำพูดของคุณด้วยค่ะ”“ตอนนี้เป็นเวลาที่ลูกความของฉันกำลังหารือเรื่องการหย่าร้างกับลูกชายของคุณ หากคุณไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ ก็เชิญออกไปรอข้า

  • พันธะร้าวฉาน สู่ความเสียใจที่ไม่มีวันย้อนคืน   บทที่ 6

    ตลอดหนึ่งสัปดาห์ต่อจากนั้น ฉันตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิงโทรศัพท์มือถือยังคงปิดเครื่องอยู่ ในแต่ละวันนอกจากการกินกับการนอน สิ่งเดียวที่ฉันทำคือการติดต่อกับซูฉิงทางช่องทางเดียวเท่านั้นประสิทธิภาพการทำงานของซูฉิงนั้นสูงมากเธอตรวจสอบจนกระจ่างในเวลาอันรวดเร็วเงินจำนวนสิบล้านบาทที่โอนออกไปนั้น ผู้รับโอนคือลูกพี่ลูกน้องของหลินเวยเวยวันถัดมาหลังจากเงินโอนเข้าบัญชี หลินเวยเวยก็นำไปจ่ายเป็นเงินดาวน์คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองทันทีและเจียงชวนไม่ได้ให้แค่เงินเพียงสิบล้านบาทนี้กับเธอเท่านั้นนักสืบเอกชนที่ซูฉิงจ้างมาพบว่า ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา เจียงชวนใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ ทั้งการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายเท็จ และการอ้างชื่อโครงการต่าง ๆ เพื่อยักยอกเงินออกจากบริษัทของครอบครัวเขาเอง รวมเป็นเงินเกือบสิบห้าล้านบาทเงินเหล่านี้ส่วนใหญ่ไหลเข้ากระเป๋าของหลินเวยเวยและครอบครัวของเธอนี่ไม่ใช่แค่เรื่องการนอกใจระหว่างสมรสธรรมดา ๆ อีกต่อไปแล้วแต่มันคือการยักยอกเงินของบริษัท เป็นการขโมยเงินจากที่ที่ตัวเองมีหน้าที่ดูแล และเป็นอาชญากรรมทางธุรกิจเมื่อซูฉิงวางเอกสารปึกหนาไว้ตรงหน้าฉัน ฉันกลับรู

  • พันธะร้าวฉาน สู่ความเสียใจที่ไม่มีวันย้อนคืน   บทที่ 5

    สีหน้าของเจียงชวนแข็งค้างไปในทันทีเขาคงไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ ฉันจะยังเตรียมการรับมือไว้ได้รอบคอบถึงเพียงนี้“คุณ!”เมื่อได้สติเขาก็รีบพุ่งตัวเข้ามาคว้าเครื่องบันทึกเสียงแล้วฟาดลงกับพื้นจนแตกเป็นเสี่ยง ๆเมื่อเห็นท่าทางผ่อนคลายราวกับยกภูเขาออกจากอกของชายตรงหน้า ฉันกลับหัวเราะออกมาเบา ๆ “เจียงชวน คุณคิดว่าฉันโง่ขนาดนั้นเลยเหรอ?”“ที่คุณทำลายไปน่ะ เป็นแค่สำเนาสำรอง ทันทีที่ฉันกดปุ่มหยุด ข้อมูลเสียงทั้งหมดก็ถูกอัปโหลดขึ้นระบบคลาวด์ส่วนตัวผ่านการเชื่อมต่อไร้สายแบบเรียลไทม์เรียบร้อยแล้ว”“แถมยังมีการเข้ารหัสไว้แน่นหนา ทั่วโลกนี้มีแค่ฉันคนเดียวที่รู้รหัสผ่านนั้น”นับตั้งแต่วินาทีที่ฉันตัดสินใจติดต่อซูฉิง ฉันก็เตรียมแผนการสำหรับการหย่าร้างไว้ตลอดเวลา“เสิ่นอวี๋ นี่คุณขู่ผมงั้นเหรอ?”น้ำเสียงของเขาบิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธแค้นที่ปนเปไปกับความหวาดกลัว“ฉันไม่ได้ขู่คุณ”ฉันเลิกผ้าห่มออก ค่อย ๆ ก้าวลงจากเตียงแล้วสวมรองเท้าทุกย่างก้าวที่เดินนั้นเด็ดเดี่ยว“ฉันแค่กำลังแจ้งข้อเท็จจริงให้คุณทราบต่างหาก”“คำพูดที่คุณเพิ่งพล่ามออกมาเมื่อกี้ มันมากเกินพอที่จะทำให้คุณพ่า

  • พันธะร้าวฉาน สู่ความเสียใจที่ไม่มีวันย้อนคืน   บทที่ 4

    ตลอดเส้นทางไปโรงพยาบาล เจียงชวนไม่เอ่ยปากพูดอะไรเลยสักคำเขาขับรถมุ่งหน้าไปข้างหน้าโดยไม่แม้แต่จะหันมาปรายตามองราวกับว่าคนที่นั่งจมกองเลือดอยู่ข้าง ๆ เป็นเพียงคนแปลกหน้าที่ไม่มีความสำคัญอะไรสิ่งที่เขาทำคือ การวางแผ่นรองซับสำหรับสัตว์เลี้ยงไว้ใต้ตัวฉันซ้อนกันหลายชั้น เพียงเพราะกลัวว่าเลือดจะซึมลงไปทำให้เบาะเขาเปิดกระจกรถปล่อยให้สายลมเย็นเยือกพัดเข้ามาปะทะตัวฉันจนสั่นสะท้านไปทั้งร่างเพียงเพราะเขามองว่ากลิ่นคาวเลือดจากตัวฉันนั้นน่ารังเกียจจนทำให้เขารู้สึกคลื่นไส้เมื่อถึงโรงพยาบาล เขารีบดำเนินการเรื่องเอกสารด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะทิ้งฉันไว้ในห้องพักคนไข้อย่างโดดเดี่ยว ราวกับต้องการสะบัดภาระอันน่ารำคาญที่เขาทนไม่ได้ต่อไปโชคยังดีที่เด็กของฉันยังปลอดภัยไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ประตูห้องพักคนไข้ก็ถูกผลักเปิดออกฉันคิดว่าจะเป็นเจียงชวนทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้น กลับเป็นใบหน้าของฉันไม่อยากจะเห็นมันมากที่สุดหลินเวยเวยเธอเข้ามาพร้อมปิ่นโตเก็บอุณหภูมิ ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานที่ดูไร้ที่ติ“พอดีที่บริษัทมีธุระด่วนเข้ามาค่ะ พี่ชวนปลีกตัวมาไม่ได้ ก็เลยให้ฉันมาอยู่เป็นเพื่อ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status