Share

บทที่ 4

Author: ฟันเฟืองที่หวนคืน
ตลอดเส้นทางไปโรงพยาบาล เจียงชวนไม่เอ่ยปากพูดอะไรเลยสักคำ

เขาขับรถมุ่งหน้าไปข้างหน้าโดยไม่แม้แต่จะหันมาปรายตามองราวกับว่าคนที่นั่งจมกองเลือดอยู่ข้าง ๆ เป็นเพียงคนแปลกหน้าที่ไม่มีความสำคัญอะไร

สิ่งที่เขาทำคือ การวางแผ่นรองซับสำหรับสัตว์เลี้ยงไว้ใต้ตัวฉันซ้อนกันหลายชั้น เพียงเพราะกลัวว่าเลือดจะซึมลงไปทำให้เบาะ

เขาเปิดกระจกรถปล่อยให้สายลมเย็นเยือกพัดเข้ามาปะทะตัวฉันจนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง

เพียงเพราะเขามองว่ากลิ่นคาวเลือดจากตัวฉันนั้นน่ารังเกียจจนทำให้เขารู้สึกคลื่นไส้

เมื่อถึงโรงพยาบาล เขารีบดำเนินการเรื่องเอกสารด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะทิ้งฉันไว้ในห้องพักคนไข้อย่างโดดเดี่ยว

ราวกับต้องการสะบัดภาระอันน่ารำคาญที่เขาทนไม่ได้ต่อไป

โชคยังดีที่เด็กของฉันยังปลอดภัย

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ประตูห้องพักคนไข้ก็ถูกผลักเปิดออก

ฉันคิดว่าจะเป็นเจียงชวน

ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้น กลับเป็นใบหน้าของฉันไม่อยากจะเห็นมันมากที่สุด

หลินเวยเวย

เธอเข้ามาพร้อมปิ่นโตเก็บอุณหภูมิ ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานที่ดูไร้ที่ติ

“พอดีที่บริษัทมีธุระด่วนเข้ามาค่ะ พี่ชวนปลีกตัวมาไม่ได้ ก็เลยให้ฉันมาอยู่เป็นเพื่อนพี่แทน”

“นี่เป็นซุปไก่ดำที่พี่ชวนลงมือทำเองกับมือเลยนะคะ ตอนนี้ยังอุ่น ๆ อยู่เลยค่ะ พี่รีบทานตอนร้อน ๆ นะคะ จะได้ดีต่อเด็กในท้อง”

เธอหมุนฝาปิ่นโตออก

กลิ่นหอมกรุ่นของซุปกระจายตัวอบอวลไปทั่วห้องพักผู้ป่วยในทันที

ครั้งหนึ่งฉันเคยเป็นคนที่หลงใหลในรสชาติซุปไก่ดำที่เจียงชวนบรรจงต้มให้มากที่สุด

แต่ในเวลานี้ มันกลับตีกลับขึ้นมาจนฉันรู้สึกคลื่นไส้

“เอาออกไป” ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาเยือกเย็น

“ที่นี่ไม่ต้อนรับเธอ กรุณาออกไปด้วย”

คำพูดของฉันสามารถฉีกหน้ากากจอมปลอมของอีกฝ่ายออกจนหมดสิ้น

รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินเวยเวยหายวับไปในพริบตา

เธอโน้มตัวลงมาที่ข้างหูฉันก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก

“เสิ่นอวี๋ แกคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน?”

“อาศัยไอ้เด็กที่เกิดมาผิดที่ผิดทางในท้องนี่ แล้วหวังจะยึดครองตำแหน่งคุณนายเจียงไปตลอดชีวิตงั้นเหรอ?”

“พี่ชวนรักฉันคนเดียว ส่วนคนไร้ค่าอย่างแกที่คอยเกาะกินเขาเหมือนปรสิต จุดจบของมีเพียงความพินาศเท่านั้น”

ถ้อยคำเหล่านั้นเปรียบดั่งคมมีดที่ปักลงกลางใจฉันอย่างแม่นยำ

ความโกรธแค้นที่อัดแน่นระเบิดออกมาจนร่างกายฉันสั่นเทา ก่อนจะตวัดมือตบเธอ

ทว่าหญิงสาวกลับหลบได้อย่างง่ายดาย

ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ชามซุปในมือของหลินเวยเวยก็พลิกคว่ำลง ทำให้น้ำซุปราดลงบนหลังมือของฉันอย่างจัง

“กรี๊ด!”

เจ็บ!

ความเจ็บปวดแสนสาหัสทำให้ฉันหวีดร้องออกมา

หลังมือของฉันบวมแดงและพองขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความร้อนผ่าวแผ่ซ่านไปทั่วผิวหนัง

ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องพักก็ถูกผลักเปิดออก

เจียงชวนพุ่งตัวเข้ามา

หลินเวยเวยรีบบีบน้ำตาออกมาทันที สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นแตกตื่นตกใจสุดขีด

“พี่ชวน! ขอโทษค่ะ! ฉันไม่ได้ตั้งใจ!”

“จู่ ๆ พี่เขาผลักฉัน ฉันก็เลยเผลอทำ...”

“ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ นะคะ”

เธอร้องไห้สะอึกสะอื้น ใครที่ได้เห็นต่างก็ต้องรู้สึกสงสารเธอจับใจ

แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้เอ่ยปากอธิบายอะไร เจียงชวนก็พุ่งเข้ามาตรงหน้าฉันเสียแล้ว

เขาไม่ได้มาเพื่อถามไถ่อาการบาดเจ็บของฉันแม้แต่น้อย

หากแต่ยกมือขึ้นแล้วฟาดลงบนใบหน้าของฉันอย่างแรงฉาดใหญ่

“เสิ่นอวี๋! คุณเป็นบ้าอะไรอีก!”

ฝ่ามือที่ฟาดลงมาที่ใบหน้าของฉันเมื่อครู่ ทำเอาฉันปวดหัวตาลาย มีเสียงวิ๊งสะท้อนก้องอยู่ในหู

“เวยเวยอุตส่าห์มีน้ำใจมาเยี่ยม แต่คุณกลับทำแบบนี้กับเธอเนี่ยนะ?”

เขาผลักฉันให้กระเด็นออกจากเตียงอย่างรุนแรง โดยไม่สนเลยสักนิดว่าฉันเป็นสตรีตั้งครรภ์ที่กำลังต้องการการดูแลรักษาครรภ์

จากนั้น เขารีบคว้ามือของหลินเวยเวยไปดู คอยเป่าลมเบา ๆ ที่มือของหญิงสาวด้วยความทะนุถนอม

ในขณะที่ตัวฉันที่ถูกน้ำร้อนลวก กลับถูกเขาโยนทิ้งไว้ราวกับสิ่งของไร้ค่า

หลังมือที่โดนลวกเจ็บจนแทบขาดใจ

ทว่าต่อให้เจ็บปวดร่างกายเพียงใด ก็ยังเทียบไม่ได้กับความเจ็บปวดที่กัดกินอยู่ในหัวใจ

“เจียงชวน”

ฉันเค้นเสียงออกมาจากลำคอที่กำลังแห้งผาก

“คุณตาบอดหรือไง?”

“คนที่ถูกน้ำร้อนลวกน่ะคือฉัน!”

ในที่สุดเขาก็ยอมหันกลับมามองฉัน แต่สายตานั้นกลับเต็มไปด้วยความรังเกียจและเหลืออด

“นั่นก็เพราะคุณหาเรื่องใส่ตัว! ใครใช้ให้คุณเป็นคนเริ่มก่อน?”

“เสิ่นอวี๋ ผมเอือมระอากับนิสัยของคุณเต็มทีแล้ว! ขอโทษเวยเวยเดี๋ยวนี้!”

ขอโทษงั้นหรือ?

ให้ฉันไปขอโทษเมียน้อยของเขาน่ะหรือ?

ฉันจ้องมองเขา ก่อนจะเอ่ยถามทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ “ถ้าฉันไม่ทำล่ะ?”

ความอดทนของเขาขาดสะบั้นลงในทันที

“เสิ่นอวี๋ นี่เป็นคำเตือนสุดท้ายจากผม ไปขอโทษซะ!”

“ไม่อย่างนั้น เราไปจดทะเบียนหย่ากันเดี๋ยวนี้เลย!”

“และจำไว้ว่าคุณรวมถึงไอ้เด็กในท้องนั่น จะไม่ได้เงินสักแดงเดียวจากตระกูลเจียง!”

“ผมจะทำให้คุณต้องออกไปตัวเปล่า เนรเทศออกจากเมือง และจะทำให้คุณต้องจมปลักอยู่ในโคลนตมไปตลอดชีวิต!”

ถ้อยคำเหล่านั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่สังหารความหวังสุดท้ายในใจฉันจนมอดไหม้จนหมดสิ้น

ฉันจ้องมองใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นของเขา สลับกับมองไปด้านหลังเขา พื้นที่ตรงนั้นมีหลินเวยเวยกำลังซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเขา พร้อมกับส่งยิ้มของผู้ชนะมาให้ฉัน

ฉันค่อย ๆ ยันตัวขึ้น นั่งตัวตรง

ฉันก้มหน้าลง ลูบไล้หน้าท้องที่นูนเด่นของตัวเองอย่างอ่อนโยน

ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยสายตาที่เรียบเฉยไร้ความสะทกสะท้าน

“เจียงชวน เด็กคนนี้คือเลือดเนื้อเชื้อไขของคุณจริง ๆ นะ”

“คุณแน่ใจแล้วเหรอ ว่าจะยอมแลกทุกอย่างเพื่อผู้หญิงคนนี้ ถึงขนาดทำลายฉันได้ลงคอ?”

เขาแค่นหัวเราะออกมาพลางกระชับอ้อมกอดหลินเวยเวยให้แน่นขึ้น

“เลือดเนื้อเชื้อไข?”

“หึ ผู้หญิงที่ท้องให้ผมได้น่ะมีถมไป”

“แต่เวยเวยน่ะ ทั้งโลกนี้มีแค่คนเดียว”

ฉันพยักหน้าเบา ๆ

ก่อนจะค่อย ๆ ยกมือซ้ายของตัวเองขึ้นมา

มือข้างที่ไม่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกน้ำร้อนลวก

ในมือนั้นฉันกำเครื่องบันทึกเสียงขนาดเล็กเอาไว้แน่น

ในตอนที่ฉันเอ่ยถามคำถามสุดท้าย ฉันก็ได้กดปุ่มบันทึกเสียงเรียบร้อยแล้ว

และในตอนนี้ ฉันก็กดปุ่มหยุดบันทึกอย่างช้า ๆ ต่อหน้าคนทั้งคู่

ไฟสัญญาณสีแดงดวงเล็กกะพริบแจ้งเตือนหนึ่งครั้งก่อนจะดับลง

ฉันหันไปทางเขาพลางคลี่รอยยิ้มบางที่ดูจืดจางออกมา

“ดีมาก”

“ทุกคำที่คุณพูดเมื่อกี้ ฉันบันทึกไว้หมดแล้ว”

“หย่าได้ แต่คนที่จะไม่ได้เงินสักแดงเดียว คงเป็นคุณต่างหาก”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธะร้าวฉาน สู่ความเสียใจที่ไม่มีวันย้อนคืน   บทที่ 9

    ชีวิตหลังหย่าร้างสงบสุขกว่าที่ฉันเคยจินตนาการไว้มากเจียงชวนทำตามสัญญาที่ตกลงกันไว้อย่างเคร่งครัดทั้งบ้าน รถ ต่างถูกโอนกรรมสิทธิ์เป็นชื่อของฉันโดยสมบูรณ์รวมถึงหุ้นร้อยละสามสิบก็ตกมาอยู่ในมือฉันเพียงชั่วข้ามคืน จากแม่บ้านเต็มเวลาที่ต้องคอยพึ่งพาจมูกคนอื่นหายใจ ได้กลายเป็นเจ้าของทรัพย์สินมหาศาลฉันตัดสินใจทิ้งเมืองที่เต็มไปด้วยรอยร้าวแห่งความทรงจำนั้นไว้เบื้องหลังและตัดสินใจขายบ้านหลังนั้นทิ้ง แล้วหอบเงินก้อนโตกลับมายังเมืองที่พ่อกับแม่ของฉันอาศัยอยู่จากนั้นฉันก็นำเงินจำนวนนั้นไปซื้อห้องชุดขนาดใหญ่ในย่านที่ฉันเติบโตมาตั้งแต่เด็กเพื่อใช้ชีวิตที่เหลือร่วมกับท่านทั้งสองส่วนเงินที่เหลือ ฉันก็นำไปต่อยอดด้วยการลงทุนก่อตั้งสตูดิโอเล็ก ๆ แห่งหนึ่งโดยเน้นทำในสิ่งที่ฉันคุ้นเคยและถนัดทุก ๆ วันของฉันในตอนนี้ อาจจะวุ่นวายอยู่บ้าง แต่มันเข้ามาเติมเต็มชีวิตของฉันให้สมบูรณ์ขึ้นลูกในท้องของฉันเติบโตขึ้นทุกวัน แรงดิ้นของเขาเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับจะส่งสัญญาณเตือนให้ฉันรู้ว่า เขาสบายดีนาน ๆ ครั้ง ซูฉิงจะส่งข่าวคราวของเจียงชวนและหลินเวยเวยมาให้ฟังบ้างเจียงชวนในเวลานี้ได้สูญ

  • พันธะร้าวฉาน สู่ความเสียใจที่ไม่มีวันย้อนคืน   บทที่ 8

    “โอกาสงั้นหรือ?”ฉันก้มมองเจียงชวนด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเหยียดหยาม“โอกาสที่ฉันเคยให้คุณมันยังไม่พออีกเหรอ?”“ตอนที่ฉันแพ้ท้องอย่างหนัก ในช่วงเวลาที่ฉันต้องการคุณมากที่สุด คุณไปอยู่ที่ไหน?”“ตอนที่ฉันถูกแม่ของคุณกลั่นแกล้งและถูกเมียน้อยของคุณเหยียดหยามเกียรติ คุณไปอยู่ที่ไหน?”“กระทั่งตอนที่ฉันถูกคุณผลักจนเกือบแท้ง นอนจมอยู่บนเตียงคนไข้ที่เย็นเฉียบ ในตอนนั้นคุณกำลังทำอะไรอยู่?”“คุณเอาแต่ปกป้องเมียน้อยของคุณ มัวแต่กล่าวหาว่าฉันไร้เหตุผล หรือแม้กระทั่งลงไม้ลงมือกับฉัน”ทุกถ้อยคำที่ฉันเอ่ยออกไป ศีรษะของเจียงชวนก็ยิ่งก้มต่ำลงเรื่อย ๆ ส่วนสีหน้าของแม่สามีเองก็ย่ำแย่ลงทุกที“ฉันเคยให้โอกาสคุณแล้ว”“น่าเสียดายที่คุณไม่เคยเห็นค่ามันเลย”พูดจบ ฉันก็เลื่อนปากกาและสัญญาหย่าฉบับนั้นไปวางตรงหน้าเขาอีกครั้ง“เซ็นซะ”“นี่ไม่ใช่คำขอร้อง แต่นี่คือทางเลือกที่ดีที่สุด และเป็นเพียงทางรอดเดียวที่คุณเหลืออยู่แล้ว”ทนายความของเจียงชวนในตอนนี้ละทิ้งความพยายามที่จะขัดขืนไปโดยสิ้นเชิงแล้วเขาโน้มตัวเข้าไปกระซิบเอ่ยเสียงต่ำข้างหูเจียงชวนเบา ๆ “คุณเจียงครับ เซ็นเถอะครับ ตราบใดที่เรายังมีลมห

  • พันธะร้าวฉาน สู่ความเสียใจที่ไม่มีวันย้อนคืน   บทที่ 7

    วันรุ่งขึ้น ฉันเลือกสวมชุดที่ดูภูมิฐานเมื่อฉันก้าวเข้าไปในห้องประชุมของสำนักงานทนายความซิงไห่ เจียงชวนและแม่สามีต่างพากันชะงักงันพวกเขาคงคาดหวังว่าจะได้เห็นสภาพหญิงสาวที่ถูกทิ้งจนซูบผอมและเอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายทว่ากลับคาดไม่ถึงเลยว่า เธอจะดูสุขุมเยือกเย็นมากกว่าแต่ก่อน แต่ที่สำคัญ...เธอยังดูเข้มแข็งอีกด้วย“เสี่ยวอวี๋...” เจียงชวนเดินเข้ามาจับตัวฉันเพื่อรื้อฟื้นความสัมพันธ์ฉันถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเลี่ยงการสัมผัสจากเขา“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน”ฉันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา แล้วเอ่ยทวนประโยคที่เขาเคยพิพากษาฉันในวันนั้น“ฉันรังเกียจความสกปรกของคุณ”ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีซีดเผือดในทันที มือที่ยื่นออกมาค้างเติ่งอยู่กลางอากาศแม่สามีที่เห็นดังนั้น จึงพุ่งตัวเข้ามาหาฉัน“เสิ่นอวี๋! เธอทำตัวแบบนี้ได้ยังไง! อาชวนมีน้ำใจมาตามรับเธอถึงที่ อย่ามาทำตัวไม่รู้จักดีชั่ว!”ซูฉิงก็ก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว บังตัวฉันไว้“คุณผู้หญิงคะ กรุณาระวังคำพูดของคุณด้วยค่ะ”“ตอนนี้เป็นเวลาที่ลูกความของฉันกำลังหารือเรื่องการหย่าร้างกับลูกชายของคุณ หากคุณไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ ก็เชิญออกไปรอข้า

  • พันธะร้าวฉาน สู่ความเสียใจที่ไม่มีวันย้อนคืน   บทที่ 6

    ตลอดหนึ่งสัปดาห์ต่อจากนั้น ฉันตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิงโทรศัพท์มือถือยังคงปิดเครื่องอยู่ ในแต่ละวันนอกจากการกินกับการนอน สิ่งเดียวที่ฉันทำคือการติดต่อกับซูฉิงทางช่องทางเดียวเท่านั้นประสิทธิภาพการทำงานของซูฉิงนั้นสูงมากเธอตรวจสอบจนกระจ่างในเวลาอันรวดเร็วเงินจำนวนสิบล้านบาทที่โอนออกไปนั้น ผู้รับโอนคือลูกพี่ลูกน้องของหลินเวยเวยวันถัดมาหลังจากเงินโอนเข้าบัญชี หลินเวยเวยก็นำไปจ่ายเป็นเงินดาวน์คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองทันทีและเจียงชวนไม่ได้ให้แค่เงินเพียงสิบล้านบาทนี้กับเธอเท่านั้นนักสืบเอกชนที่ซูฉิงจ้างมาพบว่า ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา เจียงชวนใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ ทั้งการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายเท็จ และการอ้างชื่อโครงการต่าง ๆ เพื่อยักยอกเงินออกจากบริษัทของครอบครัวเขาเอง รวมเป็นเงินเกือบสิบห้าล้านบาทเงินเหล่านี้ส่วนใหญ่ไหลเข้ากระเป๋าของหลินเวยเวยและครอบครัวของเธอนี่ไม่ใช่แค่เรื่องการนอกใจระหว่างสมรสธรรมดา ๆ อีกต่อไปแล้วแต่มันคือการยักยอกเงินของบริษัท เป็นการขโมยเงินจากที่ที่ตัวเองมีหน้าที่ดูแล และเป็นอาชญากรรมทางธุรกิจเมื่อซูฉิงวางเอกสารปึกหนาไว้ตรงหน้าฉัน ฉันกลับรู

  • พันธะร้าวฉาน สู่ความเสียใจที่ไม่มีวันย้อนคืน   บทที่ 5

    สีหน้าของเจียงชวนแข็งค้างไปในทันทีเขาคงไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ ฉันจะยังเตรียมการรับมือไว้ได้รอบคอบถึงเพียงนี้“คุณ!”เมื่อได้สติเขาก็รีบพุ่งตัวเข้ามาคว้าเครื่องบันทึกเสียงแล้วฟาดลงกับพื้นจนแตกเป็นเสี่ยง ๆเมื่อเห็นท่าทางผ่อนคลายราวกับยกภูเขาออกจากอกของชายตรงหน้า ฉันกลับหัวเราะออกมาเบา ๆ “เจียงชวน คุณคิดว่าฉันโง่ขนาดนั้นเลยเหรอ?”“ที่คุณทำลายไปน่ะ เป็นแค่สำเนาสำรอง ทันทีที่ฉันกดปุ่มหยุด ข้อมูลเสียงทั้งหมดก็ถูกอัปโหลดขึ้นระบบคลาวด์ส่วนตัวผ่านการเชื่อมต่อไร้สายแบบเรียลไทม์เรียบร้อยแล้ว”“แถมยังมีการเข้ารหัสไว้แน่นหนา ทั่วโลกนี้มีแค่ฉันคนเดียวที่รู้รหัสผ่านนั้น”นับตั้งแต่วินาทีที่ฉันตัดสินใจติดต่อซูฉิง ฉันก็เตรียมแผนการสำหรับการหย่าร้างไว้ตลอดเวลา“เสิ่นอวี๋ นี่คุณขู่ผมงั้นเหรอ?”น้ำเสียงของเขาบิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธแค้นที่ปนเปไปกับความหวาดกลัว“ฉันไม่ได้ขู่คุณ”ฉันเลิกผ้าห่มออก ค่อย ๆ ก้าวลงจากเตียงแล้วสวมรองเท้าทุกย่างก้าวที่เดินนั้นเด็ดเดี่ยว“ฉันแค่กำลังแจ้งข้อเท็จจริงให้คุณทราบต่างหาก”“คำพูดที่คุณเพิ่งพล่ามออกมาเมื่อกี้ มันมากเกินพอที่จะทำให้คุณพ่า

  • พันธะร้าวฉาน สู่ความเสียใจที่ไม่มีวันย้อนคืน   บทที่ 4

    ตลอดเส้นทางไปโรงพยาบาล เจียงชวนไม่เอ่ยปากพูดอะไรเลยสักคำเขาขับรถมุ่งหน้าไปข้างหน้าโดยไม่แม้แต่จะหันมาปรายตามองราวกับว่าคนที่นั่งจมกองเลือดอยู่ข้าง ๆ เป็นเพียงคนแปลกหน้าที่ไม่มีความสำคัญอะไรสิ่งที่เขาทำคือ การวางแผ่นรองซับสำหรับสัตว์เลี้ยงไว้ใต้ตัวฉันซ้อนกันหลายชั้น เพียงเพราะกลัวว่าเลือดจะซึมลงไปทำให้เบาะเขาเปิดกระจกรถปล่อยให้สายลมเย็นเยือกพัดเข้ามาปะทะตัวฉันจนสั่นสะท้านไปทั้งร่างเพียงเพราะเขามองว่ากลิ่นคาวเลือดจากตัวฉันนั้นน่ารังเกียจจนทำให้เขารู้สึกคลื่นไส้เมื่อถึงโรงพยาบาล เขารีบดำเนินการเรื่องเอกสารด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะทิ้งฉันไว้ในห้องพักคนไข้อย่างโดดเดี่ยว ราวกับต้องการสะบัดภาระอันน่ารำคาญที่เขาทนไม่ได้ต่อไปโชคยังดีที่เด็กของฉันยังปลอดภัยไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ประตูห้องพักคนไข้ก็ถูกผลักเปิดออกฉันคิดว่าจะเป็นเจียงชวนทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้น กลับเป็นใบหน้าของฉันไม่อยากจะเห็นมันมากที่สุดหลินเวยเวยเธอเข้ามาพร้อมปิ่นโตเก็บอุณหภูมิ ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานที่ดูไร้ที่ติ“พอดีที่บริษัทมีธุระด่วนเข้ามาค่ะ พี่ชวนปลีกตัวมาไม่ได้ ก็เลยให้ฉันมาอยู่เป็นเพื่อ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status