Home / แฟนตาซี / พันธะเลือดลูน่าผู้นิราศ / บทที่ 54 ความจริงก่อนรุ่งอรุณ

Share

บทที่ 54 ความจริงก่อนรุ่งอรุณ

last update Petsa ng paglalathala: 2026-10-24 13:42:32

“ต้นกำเนิดของเจ้าเอง”

คำพูดของอาเดรียนทำให้โรสลินนิ่งงัน

รอบตัวพวกเขา ห้องหินกำลังพังทลาย แสงสีดำจากรอยแยกบนพื้นค่อย ๆ แผ่กระจายไปตามผนัง เสียงของสิ่งที่อยู่หลังประตูยังคงกระซิบเรียกชื่อผู้คนที่ไม่มีใครจดจำได้อีกต่อไป แต่โรสลินกลับได้ยินเพียงเสียงหัวใจของตัวเอง

เธอค่อย ๆ ปล่อยมือจากอาเดรียน

“อธิบายมา”

อาเดรียนไม่หลบสายตา

“ข้าจะอธิบายทุกอย่างที่ข้าจำได้ แต่ข้าไม่กล้ารับรองว่าความทรงจำทั้งหมดเป็นความจริง”

“เริ่มจากเรื่องที่คุณเพิ่งพูด”

เขาสูดลมหายใจลึก

“หญิงที่ข้าเคยรู้จักในนามอิซาราไม่ได้เป็นเพียงผู้ถือครองนามแห่งพันธสัญญา นางเป็นร่างที่ใช้กักเก็บตัวตนของผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ผู้หญิงที่อยู่ก่อนการกำเนิดราชวงศ์จันทรา และเป็นต้นกำเนิดของพลังที่สืบทอดมาถึงเจ้า”

โรสลินรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว

“ผู้หญิงหลังผนึก”

“ใช่”

“ผู้หญิงที่บอกว่าตัวเองเป็นต้นกำเนิดของราชวงศ์จันทรา”

“ข้าคิดว่าใช่”

เธอหัวเราะเบา ๆ อย่างขมขื่น

“ทุกคนมีคำตอบให้ฉันครึ่งเดียวเสมอ”

อาเดรียนก้มหน้าลง

“ข้าขอโทษ”

“อย่าเพิ่งขอโทษแทนสิ่งที่คุณยังไม่รู้” โรสลินตอบ “ฉันต้องการความจริง ไม่ใช่ความรู้สึกผิดของคุณ”

เขาเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง

“ในคืนที่เมืองหลวงถูกปิดผนึก อิซาราพยายามหยุดพิธีซึ่งจะปลดปล่อยสิ่งที่อยู่หลังประตู นางบอกข้าว่าหากปล่อยให้พิธีดำเนินต่อไป ตัวตนของผู้หญิงที่ถูกผนึกไว้จะกลับคืนมา แต่สิ่งที่ติดตามนางมาด้วยจะทำลายทุกสิ่งที่มีชื่ออยู่ในโลก”

“แล้วคุณฆ่าอิซารา?”

“ข้าใช้ดาบแทงร่างของนางตามที่นางร้องขอ”

“แต่คุณเพิ่งบอกว่าหญิงที่คุณฆ่าคือต้นกำเนิดของฉัน”

“เพราะในขณะนั้น ตัวตนทั้งสองถูกผูกไว้ในร่างเดียวกัน ข้าไม่รู้ว่าอิซารากำลังปกป้องใคร หรือกำลังพยายามปลดปล่อยใครกันแน่”

โรสลินหลับตาลงชั่วครู่

คำตอบนั้นไม่ได้ทำให้ทุกอย่างกระจ่าง แต่ทำให้เธอเข้าใจว่าทำไมอาเดรียนจึงไม่อาจแยกความทรงจำของตัวเองออกจากความรู้สึกผิดได้

เขาอาจเคยลงมือจริง

แต่ยังไม่รู้ว่าเขาฆ่าใคร

และใครเป็นคนตัดสินใจให้เขาต้องทำเช่นนั้น

“แล้วชื่อของฉันเกี่ยวข้องอย่างไร”

อาเดรียนหันไปมองชายผมสีเงินซึ่งนอนพิงผนังอยู่ไม่ไกล

“ข้าคิดว่าคนที่ตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุดคือเขา”

โรสลินเดินเข้าไปหาชายผมสีเงินทันที

“คุณได้ยินแล้วใช่ไหม ฉันต้องการคำตอบทั้งหมด”

ชายคนนั้นพยายามลุกขึ้น แต่เอเวอเร็ตต์เข้ามาประคองไว้ก่อน

“อย่าฝืนร่างกาย” แพทย์ชรากล่าว “พลังที่ผูกเขาไว้กับแท่นหินเพิ่งถูกทำลาย เขาอาจยังไม่สามารถรักษาร่างกายให้คงรูปได้”

โรสลินคุกเข่าลงตรงหน้าเขา

“ฉันไม่ต้องการให้คุณสละชีวิตเพื่อฉัน และไม่ต้องการให้คุณรับชื่อคืนเพราะใครสั่ง แต่ฉันอยากรู้ว่าคุณเป็นใคร”

ชายผมสีเงินมองเธอเนิ่นนาน

“ข้าเคยเป็นผู้สืบทอดคนแรกของราชวงศ์จันทรา”

“คุณเป็นพ่อของฉันหรือไม่”

เขานิ่งไป

“ข้าเป็นผู้ให้กำเนิดชีวิตที่เจ้าถืออยู่ แต่ไม่ใช่คนเดียวที่ทำให้เจ้ากลายเป็นเจ้าในวันนี้”

โรสลินขมวดคิ้ว

“นั่นไม่ใช่คำตอบ”

“ข้ารู้”

เขาหลับตาอย่างเหนื่อยล้า ก่อนเอ่ยต่อ

“ข้าให้เลือดและชื่อของตนแก่เจ้า เพื่อให้เจ้ามีชีวิตอยู่หลังจากพิธีล้มเหลว ส่วนหญิงที่เจ้าจำได้ในนามราชินีลูนาเรีย เป็นผู้รับเจ้าไปเลี้ยงดู และทำให้เจ้าเติบโตในโลกที่ไม่รู้จักต้นกำเนิดของเจ้า”

“ทำไมต้องเปลี่ยนชื่อฉัน”

“เพราะชื่อเดิมของเจ้าถูกใช้เป็นจุดยึดของประตู หากใครเรียกชื่อนั้นด้วยเจตนาที่ถูกต้อง ประตูจะสามารถค้นหาร่างของเจ้าได้ ไม่ว่าเจ้าจะอยู่ที่ใด”

“แล้วอิซาราคือชื่อเดิมของฉันจริงหรือเปล่า”

ชายผมสีเงินส่ายหน้า

“ข้ายังยืนยันไม่ได้”

โรสลินเม้มริมฝีปาก

“คุณเองก็ไม่รู้”

“ข้ารู้เพียงว่าชื่อนั้นถูกผูกไว้กับชีวิตของเจ้า และมีคนตั้งใจให้เจ้าจำมันไม่ได้ ข้าไม่รู้ว่ามันเป็นชื่อที่เจ้าถือกำเนิดมาพร้อมกัน หรือเป็นชื่อของผู้หญิงที่ถูกส่งต่อมายังเจ้า”

เธอเงียบไปครู่หนึ่ง

“แล้วคุณสละชื่อของตัวเองเพื่อช่วยฉันหรือ”

“ใช่”

“โดยไม่ถามฉันสักคำว่าต้องการให้คุณทำหรือไม่”

คำถามนั้นทำให้ชายผมสีเงินหลุบตาลง

“ข้าไม่มีข้อแก้ตัว”

“ฉันไม่ได้ต้องการให้คุณตายเพื่อฉัน”

“ข้ารู้แล้ว”

เขามองเธอด้วยดวงตาสีเทาที่อ่อนแรง

“แต่ในเวลานั้น ข้าเชื่อว่าการไม่มีตัวตนของข้าจะทำให้เจ้ามีโอกาสเลือกชีวิตของตัวเอง อย่างน้อยข้าก็หวังว่าการตัดสินใจนั้นจะไม่ทำให้เจ้าต้องเป็นเครื่องสังเวยของใครอีก”

โรสลินนิ่งเงียบ

เธออยากโกรธเขา อยากตำหนิทุกคนที่ตัดสินใจแทนเธอก่อนที่เธอจะมีโอกาสพูด แต่เมื่อเห็นความเหนื่อยล้าในดวงตาของชายตรงหน้า เธอกลับรู้ว่าความโกรธเพียงอย่างเดียวไม่อาจทำให้ความจริงทั้งหมดปรากฏขึ้นได้

“ฉันยังไม่ให้อภัยคุณ” เธอบอกตามตรง

ชายผมสีเงินพยักหน้า

“เจ้าไม่จำเป็นต้องให้อภัยข้าในวันนี้”

“และฉันจะไม่รับชื่อที่คุณยกให้ จนกว่าฉันจะรู้ว่ามันเป็นของฉันจริงหรือไม่”

“นั่นเป็นสิทธิ์ของเจ้า”

ครั้งนี้โรสลินไม่ได้รู้สึกเหมือนถูกบังคับให้แบกรับชะตากรรมของคนอื่น

เป็นครั้งแรกที่ใครบางคนยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าเธอมีสิทธิ์ปฏิเสธ

เสียงระเบิดดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก

เซราฟีนหันกลับไปทันที มือจับด้ามดาบแน่น

“เราไม่มีเวลาแล้ว! รอยแยกกำลังขยายตัว หากมันกลืนห้องนี้ เราจะถูกขังอยู่ในแดนไร้นามตลอดไป!”

เอเวอเร็ตต์มองวงแหวนทั้งสามที่กำลังหมุนช้าลง

“วาเลเรียนใช้หัวใจสีดำเป็นจุดเชื่อมต่อ แม้พิธีคืนชื่อจะล้มเหลว แต่พลังที่ปลดปล่อยออกมาก็ยังเปิดทางให้ความว่างเปล่าเข้าถึงโลกได้”

“แล้วเราต้องทำอย่างไร” โรสลินถาม

“ทำลายจุดเชื่อมต่อทั้งหมดพร้อมกัน”

“ถ้าทำลายหัวใจล่ะ”

เอเวอเร็ตต์ส่ายหน้า

“เราไม่รู้ว่าผลจะเป็นอย่างไร หัวใจนั้นอาจเป็นสิ่งเดียวที่ยึดตัวตนของผู้ถูกลบไว้ หากทำลายโดยไม่แยกพลังออกจากกัน พวกเขาอาจสูญหายไปตลอดกาล”

อาเดรียนมองวงแหวนบนพื้น

“แล้วถ้าใช้พลังของข้ากับพลังจันทราของโรสลินล่ะ”

แพทย์ชรานิ่งคิด

“คำสาปของฝ่าบาทเป็นจุดยึดของประตู ส่วนพลังจันทราของโรสลินสามารถตัดพันธะที่ถูกบังคับได้ หากทั้งสองพลังทำงานร่วมกัน อาจแยกความว่างเปล่าออกจากหัวใจโดยไม่ทำลายชื่อที่ถูกกักเก็บไว้”

“คำว่าอาจไม่ใช่คำที่น่าเชื่อถือในสถานการณ์เช่นนี้” เซราฟีนกล่าว

“ข้ารู้ แต่เรามีทางเลือกไม่มากแล้ว”

โรสลินลุกขึ้นยืน

“ถ้าอย่างนั้นเราจะทำ”

อาเดรียนหันมามองเธอ

“มันอาจทำให้คำสาปของข้ากลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม”

“ฉันรู้”

“และหากข้าควบคุมมันไม่ได้—”

“เราจะหยุดก่อนที่มันจะควบคุมคุณ”

เธอจับมือเขาไว้

“ฉันจะไม่ใช้ชีวิตของคุณเป็นเครื่องมือ และคุณก็ห้ามใช้ชีวิตของฉันเป็นข้อแลกเปลี่ยน เราทำสิ่งนี้ด้วยกัน เพราะเราต่างเลือกที่จะทำ”

อาเดรียนมองมือของเธอ ก่อนกระชับมือกลับ

“ตกลง”

เซราฟีนและเอเวอเร็ตต์พาชายผมสีเงินออกไปยังบริเวณที่ปลอดภัยกว่า ส่วนโรสลินกับอาเดรียนเดินเข้าสู่วงแหวนกลางห้อง

เส้นสีดำพุ่งเข้าหาพวกเขาทันที

อาเดรียนยกดาบขึ้น ปล่อยพลังแวมไพร์เป็นกำแพงสีแดงเข้ม ขณะที่โรสลินยกมือทั้งสองข้างขึ้น สร้างวงแสงสีเงินครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด

“ตอนนี้!” เอเวอเร็ตต์ตะโกนจากทางเดิน

โรสลินปล่อยพลังจันทราลงบนเส้นใยสีดำทีละเส้น ไม่ได้ทำลายมัน แต่ตัดการเชื่อมต่อที่ยึดมันไว้กับหัวใจ

อาเดรียนรับหน้าที่ตรึงพลังมืดไม่ให้หนีไปยังรอยแยก

ทั้งสองทำงานร่วมกันอย่างยากลำบาก

ทุกครั้งที่โรสลินตัดพันธะ ความทรงจำของคนที่ถูกลบจะไหลผ่านจิตใจของเธอ ทั้งใบหน้าที่เธอไม่รู้จัก เสียงเรียกชื่อที่ไม่มีใครตอบรับ และความเศร้าของผู้คนที่ถูกลืมจากโลก

เธอเกือบทรุดลงหลายครั้ง แต่ทุกครั้งที่แรงของเธอเริ่มหมด อาเดรียนจะส่งพลังเข้ามาช่วยประคองวงแหวน โดยไม่ดึงพลังของเธอไปใช้แทน

“เหลืออีกสามเส้น!” เขาตะโกน

โรสลินกัดฟัน

“ฉันเห็นแล้ว!”

เธอตัดเส้นแรก

วงแหวนสั่นสะเทือน

เส้นที่สองขาดลง

เสียงกรีดร้องจากความว่างเปล่าดังขึ้นจนทุกคนต้องยกมือปิดหู

เส้นสุดท้ายกลับรัดแน่นขึ้นรอบหัวใจสีดำ ราวกับมันรับรู้ว่ากำลังจะถูกปลดปล่อยจากพันธนาการ

โรสลินหยุดมือ

มีบางอย่างผิดปกติ

เส้นสีดำเส้นนี้ไม่ได้ยึดหัวใจไว้กับประตู

มันยึดหัวใจไว้กับอาเดรียน

เธอหันไปมองเขา

“อาเดรียน เส้นสุดท้ายเชื่อมกับคำสาปของคุณ!”

อาเดรียนก้มมองรอยแผลสีดำบนหน้าอกตัวเอง

“ถ้าตัดมัน คำสาปอาจหายไป”

“หรือคุณอาจสูญเสียชีวิต”

เขานิ่งไป

โรสลินเห็นความคิดนั้นปรากฏในดวงตาของเขา และรีบจับมือเขาแน่น

“อย่าคิดจะทำอะไรโดยไม่บอกฉัน”

อาเดรียนมองเธออย่างจริงจัง

“ข้าไม่ได้จะทำเช่นนั้น”

“คุณกำลังคิดอยู่”

เขาถอนหายใจ

“ข้ากำลังคิดว่าหากมีทางเลือก ข้าจะเลือกอยู่กับเจ้า”

“ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยกันหาทางเลือกนั้น”

โรสลินหันกลับไปยังเส้นสีดำ เธอหลับตาลง ใช้พลังจันทราสัมผัสพันธะโดยไม่ตัดมันออก แต่ค่อย ๆ แยกเส้นใยออกจากแก่นคำสาป

มันเจ็บปวดจนเธอแทบยืนไม่ไหว

ทว่าครั้งนี้เธอไม่ได้พยายามควบคุมทุกสิ่งด้วยตัวเอง

เธอส่งสัญญาณให้อาเดรียนรับพลังส่วนหนึ่งไปตรึงไว้ ขณะที่เธอค่อย ๆ คลายปมที่ซ่อนอยู่ในเส้นใย

อาเดรียนทำตามโดยไม่ลังเล

เมื่อพันธะสุดท้ายคลายออก หัวใจสีดำก็หยุดเต้น

ความมืดที่ปกคลุมห้องหินถูกดูดกลับเข้าไปในรอยแยก เสียงกระซิบทั้งหมดดับลง และวงแหวนสามวงแตกสลายกลายเป็นฝุ่นสีเงิน

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง

โรสลินทรุดลง แต่อาเดรียนรับเธอไว้ทัน

“เจ้าบาดเจ็บหรือไม่”

“แค่เหนื่อย”

เธอหอบหายใจ ก่อนเงยหน้ามองเขา

“แล้วคุณล่ะ”

อาเดรียนยกมือแตะหน้าอกตัวเอง

รอยแผลสีดำยังอยู่ แต่ความเจ็บปวดที่เคยกัดกินเขามาตลอดหลายศตวรรษกลับลดลงอย่างชัดเจน

“ข้ายังมีชีวิตอยู่”

โรสลินหัวเราะออกมาอย่างโล่งใจ

“ดีมาก เพราะฉันยังไม่อนุญาตให้คุณตาย”

อาเดรียนยิ้มบาง ๆ ก่อนก้มหน้าลงแตะหน้าผากเธอ

“ข้าจะขออนุญาตเจ้าก่อนเสมอ”

พวกเขาออกจากห้องหินได้ก่อนทางเดินจะพังทลายทั้งหมด

เซราฟีนพาชายผมสีเงินไปยังพื้นที่ปลอดภัย ขณะที่เอเวอเร็ตต์ตรวจดูอาการของอาเดรียนอย่างละเอียด

“คำสาปไม่ได้หายไปทั้งหมด” แพทย์ชรากล่าว “แต่การเชื่อมต่อกับประตูถูกตัดออกแล้ว อย่างน้อยพลังจากความว่างเปล่าจะไม่สามารถใช้ร่างของฝ่าบาทเป็นทางผ่านได้ง่ายเหมือนเดิม”

“แล้วหัวใจสีดำล่ะ” โรสลินถาม

เอเวอเร็ตต์ชี้ไปยังเศษแสงสีเงินที่ลอยอยู่เหนือพื้น

“ชื่อที่ถูกกักเก็บไว้ได้รับการปลดปล่อยแล้ว ส่วนที่เหลือจะสลายไปเมื่อผู้ถูกลบแต่ละคนได้รับการยอมรับว่าครั้งหนึ่งพวกเขาเคยมีชีวิตอยู่”

“แปลว่าพวกเขาจะกลับมาได้หรือไม่”

“บางคนอาจกลับมา แต่บางคนอาจเหลือเพียงความทรงจำ เราไม่อาจเปลี่ยนทุกสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วได้”

โรสลินพยักหน้า

เธอไม่ต้องการปาฏิหาริย์ที่ทำให้ความตายทั้งหมดหายไป เพราะเธอรู้ดีว่าการคืนทุกสิ่งให้เหมือนเดิมอาจหมายถึงการลบความจริงที่ผู้คนเคยเผชิญ

สิ่งที่เธอต้องการคือการไม่ปล่อยให้ใครถูกลืมเพียงเพราะผู้มีอำนาจเห็นว่าพวกเขาไม่ควรมีตัวตน

ชายผมสีเงินเรียกเธอจากที่นั่งพัก

“โรสลิน”

เธอเดินเข้าไปหาเขา

“คุณรู้ไหมว่าตัวเองจะเป็นอย่างไรต่อไป”

เขามองมือของตัวเอง ซึ่งเริ่มกลับมามีสีสันมากขึ้น

“ข้ายังไม่รู้ว่าชื่อของข้าคืออะไร และไม่รู้ว่าข้าจะมีชีวิตอยู่ได้นานเพียงใด แต่ข้าจะไม่ขอให้เจ้ารับภาระนี้แทนข้าอีก”

“ดีค่ะ”

เขายิ้มจาง ๆ

“ข้ารู้ว่าเจ้ายังไม่พร้อมเรียกข้าว่าพ่อ”

โรสลินเงียบไป ก่อนตอบอย่างตรงไปตรงมา

“ฉันยังต้องการเวลา”

“ข้าจะรอ”

เธอพยักหน้า ไม่ได้ให้อภัยเขาทุกเรื่องในทันที แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธโอกาสที่จะรู้จักเขาในฐานะคนคนหนึ่ง แทนที่จะมองเขาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปริศนา

ขณะเดียวกัน เซราฟีนเดินเข้ามารายงาน

“เราพบวาเลเรียนแล้ว”

ทุกคนหันไปมองเธอ

“เขาหายไปพร้อมกับความว่างเปล่าหรือ” อาเดรียนถาม

“ไม่ใช่ค่ะ เราพบร่องรอยเลือดของเขาที่ทางออกเหนือ แต่ไม่พบร่าง”

เอเวอเร็ตต์ขมวดคิ้ว

“ถ้าเขารอดไปได้ เขาอาจยังมีพลังของผู้ถูกลบหลงเหลืออยู่”

โรสลินมองไปยังทางเดินที่พังทลาย

“เขาอาจหนีไปแล้ว แต่เขาไม่สามารถใช้ฉันเปิดประตูได้อีก”

อาเดรียนจับมือเธอ

“และครั้งนี้ เราจะไม่ปล่อยให้เขากำหนดว่าใครต้องเสียสละ”

โรสลินสบตาเขา

“เราไม่จำเป็นต้องไล่ตามเขาในทันที เราต้องกลับไปปกป้องผู้คนก่อน”

อาเดรียนพยักหน้า

“ตามที่เจ้าเห็นสมควร”

คำตอบสั้น ๆ นั้นทำให้เธอรู้ว่าเขาไม่ได้มองเธอเป็นกุญแจ เป็นภาชนะ หรือเป็นผู้สืบทอดที่ต้องรับผิดชอบต่อทุกสิ่ง

เขามองเธอเป็นคนคนหนึ่ง

คนที่มีสิทธิ์ตัดสินใจว่าจะเดินไปทางไหน

ก่อนออกจากแดนไร้นาม โรสลินหันกลับไปมองเศษแสงสีเงินที่ลอยอยู่เหนือพื้น

มีเสียงหนึ่งดังขึ้นในใจ

ไม่ใช่เสียงของหญิงสาวที่เรียกเธอว่าอิซารา

แต่เป็นเสียงที่อ่อนโยนและคุ้นเคยกว่า

“เจ้ามีสิทธิ์เลือกชื่อของตัวเอง”

โรสลินหยุดเดิน

เธอไม่รู้ว่าเสียงนั้นมาจากใคร อาจเป็นเศษความทรงจำของหญิงที่เคยมีชีวิตอยู่ หรืออาจเป็นเพียงเสียงสะท้อนจากพลังจันทรา

แต่คราวนี้เธอไม่ได้พยายามตามหาคำตอบในทันที

เธอหันกลับไปหาอาเดรียน

“ฉันยังไม่รู้ว่าชื่อเดิมของฉันคืออะไร”

“เจ้าไม่จำเป็นต้องรีบรู้”

“และฉันก็ยังไม่รู้ว่าผู้หญิงที่ฉันเห็นในความทรงจำเป็นใคร”

“เราจะค้นหาความจริงเมื่อเจ้าพร้อม”

โรสลินมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มบาง ๆ

“ฉันอยากกลับบ้าน”

อาเดรียนบีบมือเธอเบา ๆ

“ถ้าเช่นนั้น เรากลับบ้านกัน”

แต่ก่อนที่พวกเขาจะเดินพ้นทางออก เศษแสงสีเงินชิ้นสุดท้ายกลับลอยเข้ามาหาโรสลิน

มันหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ ก่อนเปลี่ยนเป็นตัวอักษรโบราณเพียงบรรทัดเดียว

“ผู้ครองนามที่แท้จริงยังคงมีชีวิตอยู่ และคนที่ช่วยเขาไว้คือผู้หญิงที่เจ้ารักที่สุด”

โรสลินอ่านประโยคนั้นซ้ำอีกครั้ง

เธอหันไปมองอาเดรียน

“ผู้หญิงที่ฉันรักที่สุด... หมายถึงใคร”

อาเดรียนไม่ได้ตอบ

เพราะในวินาทีเดียวกันนั้น เขาเห็นสัญลักษณ์สามวงซ้อนกันปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของตนเอง

สัญลักษณ์เดียวกับที่เคยอยู่บนจี้ของโรสลิน

และใต้สัญลักษณ์นั้น มีชื่อหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างช้า ๆ

ลูนาเรีย

อาเดรียนกำมือทันที

โรสลินเห็นชื่อที่หายไปจากสายตาเขา แต่เธอเห็นความเปลี่ยนแปลงในสีหน้าของเขาชัดเจน

“คุณจำอะไรได้ใช่ไหม”

อาเดรียนเงยหน้าขึ้น

“ข้าจำได้เพียงอย่างเดียว”

เขามองเธอด้วยแววตาหนักอึ้ง

“ผู้หญิงที่ข้าเคยคิดว่าตายไปแล้ว อาจเป็นคนเดียวกับที่เลี้ยงดูเจ้ามาตลอดชีวิต”

โรสลินรู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบ

ราชินีลูนาเรียอาจไม่ได้เป็นเพียงชื่อที่ส่งต่อจากหญิงคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง

แต่อาจเป็นผู้หญิงคนเดียวกับที่อยู่เบื้องหลังการลบชื่อของเธอ

และอาจเป็นคนที่ทำให้ทุกสิ่งเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่แรก

โรสลินสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนก้าวออกจากแดนไร้นามพร้อมอาเดรียน

เธอจะกลับไปหาความจริง

ไม่ใช่เพื่อเป็นอิซารา

ไม่ใช่เพื่อเป็นผู้สืบทอดที่ใครกำหนดไว้

แต่เพื่อค้นหาว่าโรสลิน วินเทอร์ เป็นใครด้วยตัวของเธอเอง

และครั้งนี้ เธอจะไม่ยอมให้ใครเขียนชะตากรรมแทนเธออีกต่อไป

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • พันธะเลือดลูน่าผู้นิราศ   บทที่ 55 เมื่อจันทราเลือกหัวใจ

    รุ่งอรุณแรกหลังจากการล่มสลายของแดนไร้นามมาถึงอย่างเงียบงัน แสงสีทองส่องผ่านหน้าต่างสูงของปราสาทแวมไพร์ สาดลงบนพื้นหินอ่อนที่เคยเย็นเยียบมานานนับศตวรรษ ทหารเวรยามกลับมาประจำตำแหน่ง ผู้คนที่เคยสูญเสียความทรงจำเริ่มจดจำชื่อของตนเองได้อีกครั้ง และข่าวการรอดชีวิตของราชาแวมไพร์ก็แพร่กระจายไปทั่วอาณาจักร ทว่าสำหรับโรสลิน วินเทอร์ การกลับมาของแสงสว่างไม่ได้หมายความว่าทุกคำถามจะได้รับคำตอบ เธอยืนอยู่ริมระเบียง มองท้องฟ้าที่เปลี่ยนจากสีดำเป็นสีน้ำเงินเข้ม มือข้างหนึ่งแตะจี้หินสีขาวซึ่งได้รับการซ่อมแซมด้วยเวทมนตร์ของเอเวอเร็ตต์ แม้มันจะไม่สมบูรณ์เหมือนเดิม แต่เศษหินทั้งสองชิ้นกลับเชื่อมติดกันอย่างมั่นคง ไม่มีชื่อซ่อนอยู่ภายใน ไม่มีคำสั่งจากอดีต มีเพียงแสงสีเงินจาง ๆ ที่ส่องสว่างเมื่อเธอต้องการเท่านั้น “เจ้าตื่นตั้งแต่เมื่อไร” เสียงทุ้มดังขึ้นจากด้านหลัง โรสลินหันกลับไปเห็นอาเดรียนยืนอยู่ตรงประตู เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำเรียบง่าย ไม่มีมงกุฎ ไม่มีเครื่องหมายราชวงศ์ และไม่มีดาบประจำตัว เขาดูเหมือนผู้ชายคนหนึ่งที่เพิ่งผ่านค่ำคืนอันยาวนานมาเช่นเดียวกับเธอ “ไม่นานค่ะ” “ข้าให้คนเตรียมอาหารไว้แล

  • พันธะเลือดลูน่าผู้นิราศ   บทที่ 54 ความจริงก่อนรุ่งอรุณ

    “ต้นกำเนิดของเจ้าเอง” คำพูดของอาเดรียนทำให้โรสลินนิ่งงัน รอบตัวพวกเขา ห้องหินกำลังพังทลาย แสงสีดำจากรอยแยกบนพื้นค่อย ๆ แผ่กระจายไปตามผนัง เสียงของสิ่งที่อยู่หลังประตูยังคงกระซิบเรียกชื่อผู้คนที่ไม่มีใครจดจำได้อีกต่อไป แต่โรสลินกลับได้ยินเพียงเสียงหัวใจของตัวเอง เธอค่อย ๆ ปล่อยมือจากอาเดรียน “อธิบายมา” อาเดรียนไม่หลบสายตา “ข้าจะอธิบายทุกอย่างที่ข้าจำได้ แต่ข้าไม่กล้ารับรองว่าความทรงจำทั้งหมดเป็นความจริง” “เริ่มจากเรื่องที่คุณเพิ่งพูด” เขาสูดลมหายใจลึก “หญิงที่ข้าเคยรู้จักในนามอิซาราไม่ได้เป็นเพียงผู้ถือครองนามแห่งพันธสัญญา นางเป็นร่างที่ใช้กักเก็บตัวตนของผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ผู้หญิงที่อยู่ก่อนการกำเนิดราชวงศ์จันทรา และเป็นต้นกำเนิดของพลังที่สืบทอดมาถึงเจ้า” โรสลินรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว “ผู้หญิงหลังผนึก” “ใช่” “ผู้หญิงที่บอกว่าตัวเองเป็นต้นกำเนิดของราชวงศ์จันทรา” “ข้าคิดว่าใช่” เธอหัวเราะเบา ๆ อย่างขมขื่น “ทุกคนมีคำตอบให้ฉันครึ่งเดียวเสมอ” อาเดรียนก้มหน้าลง “ข้าขอโทษ” “อย่าเพิ่งขอโทษแทนสิ่งที่คุณยังไม่รู้” โรสลินตอบ “ฉันต้องการความจริง ไม่ใช่ความรู้สึกผิดของคุณ” เขาเงยห

  • พันธะเลือดลูน่าผู้นิราศ   บทที่ 53 หัวใจที่ไม่ยอมตาย

    “อิซารา... ผู้หญิงที่ข้าฆ่าเพื่อให้เจ้าได้มีชีวิตอยู่” เสียงนั้นดังสะท้อนทั่วห้องหิน ราวกับไม่ได้มาจากหัวใจสีดำที่ลอยอยู่กลางอากาศ แต่ดังขึ้นจากภายในร่างของทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น โรสลินไม่อาจละสายตาจากสิ่งตรงหน้าได้ หัวใจสีดำเต้นช้า ๆ มีเส้นแสงสีแดงแทรกอยู่ตามรอยแตก และทุกครั้งที่มันบีบตัว พลังจันทราในร่างของเธอจะตอบสนองราวกับมีบางสิ่งกำลังเรียกหา เธอรู้สึกถึงความเศร้า ความเจ็บปวด และความรักที่รุนแรงจนเกือบกลายเป็นความเกลียดชัง แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือความรู้สึกทั้งหมดนั้นไม่ใช่ของเธอ “อย่าเข้าใกล้มัน” อาเดรียนเตือน เขายืนอยู่ข้างเธอ ดาบในมือพร้อมรับมือกับทุกสิ่ง ทว่าแววตาของเขากลับจับจ้องหัวใจสีดำด้วยความสับสนอย่างที่โรสลินไม่เคยเห็นมาก่อน “มันกำลังเชื่อมต่อกับเจ้า” “ฉันรู้” “ถ้าเช่นนั้น ถอยออกมา” โรสลินหันไปมองเขา “คุณกำลังสั่งฉันหรือขอให้ฉันระวัง” อาเดรียนชะงัก ก่อนลดดาบลงเล็กน้อย “ข้ากำลังขอให้เจ้าระวัง เพราะข้าไม่รู้ว่ามันจะทำอะไรกับเจ้า” เธอพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นฉันจะระวัง แต่ฉันจะไม่หนีจากความจริงเพียงเพราะมันน่ากลัว” อาเดรียนไม่ได้ขัดขวาง เขาเพียงขยับเข้าม

  • พันธะเลือดลูน่าผู้นิราศ   บทที่ 52 หัวใจของผู้ถูกลบ

    เสียงแตกร้าวของจี้หินสีขาวยังคงก้องอยู่ในหูของโรสลิน เศษหินสองชิ้นตกลงบนพื้นหินสีดำ แสงสีเงินที่เคยส่องสว่างจากจี้ค่อย ๆ ดับลง ทว่าก่อนที่มันจะมอดหายไปโดยสมบูรณ์ อักขระเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ภายในกลับปรากฏขึ้นชั่วขณะ ไม่ใช่ชื่อโรสลิน วินเทอร์ ไม่ใช่ชื่ออิซารา แต่เป็นสัญลักษณ์วงแหวนสามวงซ้อนกัน และมีเส้นหนึ่งพาดผ่านตรงกลาง โรสลินก้มมองเศษจี้ ก่อนเงยหน้าขึ้นเผชิญชายที่มีใบหน้าเหมือนอาเดรียน “คุณพูดว่าฉันขโมยหัวใจของคุณไป หมายความว่าอย่างไร” ชายคนนั้นยิ้มอย่างคนที่รอคำถามนี้มานาน “เจ้าจำไม่ได้จริง ๆ หรือ” “ถ้าฉันจำได้ ฉันคงไม่ถาม” “เจ้าก็ยังใจร้อนเหมือนเดิม” “ส่วนคุณก็ยังพูดมากโดยไม่ตอบคำถามเหมือนเดิม” รอยยิ้มของเขาหายไปชั่วขณะ ด้านหลังโรสลิน อาเดรียนตัวจริงยืนเงียบสนิท ตั้งแต่วาเลเรียนเรียกชายอีกคนว่า ฝ่าบาท เขาก็ไม่เอ่ยอะไรอีกเลย ดวงตาสีแดงจับจ้องแผ่นโลหะในมือวาเลเรียนราวกับกำลังพยายามดึงความทรงจำที่ถูกฝังไว้กลับคืนมา “ส่งแผ่นโลหะนั่นมา” อาเดรียนกล่าวในที่สุด วาเลเรียนเลิกคิ้ว “ฝ่าบาทต้องการสิ่งนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ” “ข้าไม่ได้สั่งให้เจ้าประชด” “ขออภัยพ่ะย่ะค่ะ แต่ข้าไม่แน่ใจว่

  • พันธะเลือดลูน่าผู้นิราศ   บทที่ 51 เงาสะท้อนของราชาแวมไพร์

    “ในที่สุดเจ้าก็มาถึง อิซารา” เสียงนั้นดังขึ้นท่ามกลางห้องหินอันเงียบงัน โรสลินยืนนิ่งอยู่หน้าประตู มือข้างหนึ่งกำจี้หินสีขาวที่ห้อยอยู่ตรงลำคอ ขณะที่อาเดรียนตัวจริงก้าวมายืนเคียงข้างเธอ ดวงตาสีแดงของราชาแวมไพร์จับจ้องชายอีกคนซึ่งมีใบหน้าเหมือนเขาทุกกระเบียดนิ้ว ผมสีดำสนิท ดวงตาสีแดงเข้ม รูปร่างสูงสง่า และดาบประจำราชวงศ์แวมไพร์ในมือ แม้แต่รอยแผลเล็ก ๆ ตรงข้อนิ้วมือซ้ายก็เหมือนกัน สิ่งที่แตกต่างมีเพียงแววตา อาเดรียนที่ยืนอยู่ข้างโรสลินมีความเยือกเย็นที่ผ่านความเจ็บปวดมานับพันปี ส่วนชายบนแท่นหินกลับมีแววตาของผู้ที่ไม่เคยยอมรับการสูญเสีย และพร้อมทำลายทุกสิ่งเพื่อเอาคืน “ถอยไปจากนาง” อาเดรียนตัวจริงเอ่ยเสียงต่ำ ชายอีกคนหัวเราะเบา ๆ “เจ้ากล้าสั่งข้าหรือ” “ข้าไม่จำเป็นต้องสั่งตัวเอง” “ตัวเอง?” อีกฝ่ายเอียงคอเล็กน้อย “เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครกันแน่ อาเดรียน” บรรยากาศในห้องพลันหนักอึ้ง เส้นสีดำที่พันธนาการชายผมสีเงินบนแท่นหินขยับราวกับสิ่งมีชีวิต มันเลื้อยผ่านแขนและลำคอของเขา ก่อนจะรัดแน่นขึ้นเมื่อชายผู้นั้นพยายามขยับตัว โรสลินมองภาพนั้นแล้วก้าวไปข้างหน้า “ก่อนจะมีใครเริ่มต่อสู้ก

  • พันธะเลือดลูน่าผู้นิราศ   บทที่ 50 ชีวิตที่แลกด้วยชื่อ

    เสียงของชายผมสีเงินยังคงดังก้องอยู่ในหัวของโรสลิน แม้แผ่นโลหะสีเงินบนโต๊ะจะดับแสงลงแล้วก็ตาม ชื่อของข้าไม่ใช่สิ่งที่ถูกขโมยไป แต่เป็นสิ่งที่ข้าใช้แลกกับชีวิตของเจ้าเอง โรสลินยืนนิ่ง มือที่จับแผ่นโลหะเย็นเฉียบจนแทบไร้ความรู้สึก “เขากำลังพยายามบอกอะไรฉันกันแน่…” อาเดรียนยืนอยู่ข้างเธอ สีหน้าของเขาเคร่งขรึม “บางทีเขาอาจยอมสละชื่อของตัวเองเพื่อช่วยเจ้าให้รอดจากการถูกลบ” “แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น ทำไมชื่อของฉันถึงถูกเปลี่ยนตามไปด้วย?” “เพราะชื่อของเจ้าอาจเป็นส่วนหนึ่งของพันธสัญญาที่เขาทำไว้” โรสลินหลับตาลง พยายามจัดเรียงข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับมา ผู้สืบทอดคนแรกถูกลบออกจากโลกเพื่อให้ผู้สืบทอดคนที่สองมีชีวิตอยู่ ชายผมสีเงินยอมแลกชื่อของตัวเองเพื่อช่วยเธอ ขณะที่ชื่อเดิมของเธอกลับถูกซ่อนเอาไว้ และอาเดรียนก็มีคำสาปที่เชื่อมโยงกับเธอมานานกว่าพันปี ทุกอย่างเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่มีใครยอมเปิดเผยความจริงทั้งหมด “ฉันจะไม่ยอมให้ใครใช้ชีวิตของฉันเป็นข้ออ้างในการเสียสละตัวเองอีกแล้ว” เธอกล่าว “ไม่ว่าจะเป็นพ่อของฉัน อิซารา หรือแม้แต่คุณ” อาเดรียนมองเธออย่างจริงจัง “ข้าจะไม่ทำเช่นนั้น” “คุณเคยพูดแบบน

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status