Masukเสียงแตกร้าวของจี้หินสีขาวยังคงก้องอยู่ในหูของโรสลิน
เศษหินสองชิ้นตกลงบนพื้นหินสีดำ แสงสีเงินที่เคยส่องสว่างจากจี้ค่อย ๆ ดับลง ทว่าก่อนที่มันจะมอดหายไปโดยสมบูรณ์ อักขระเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ภายในกลับปรากฏขึ้นชั่วขณะ ไม่ใช่ชื่อโรสลิน วินเทอร์ ไม่ใช่ชื่ออิซารา แต่เป็นสัญลักษณ์วงแหวนสามวงซ้อนกัน และมีเส้นหนึ่งพาดผ่านตรงกลาง โรสลินก้มมองเศษจี้ ก่อนเงยหน้าขึ้นเผชิญชายที่มีใบหน้าเหมือนอาเดรียน “คุณพูดว่าฉันขโมยหัวใจของคุณไป หมายความว่าอย่างไร” ชายคนนั้นยิ้มอย่างคนที่รอคำถามนี้มานาน “เจ้าจำไม่ได้จริง ๆ หรือ” “ถ้าฉันจำได้ ฉันคงไม่ถาม” “เจ้าก็ยังใจร้อนเหมือนเดิม” “ส่วนคุณก็ยังพูดมากโดยไม่ตอบคำถามเหมือนเดิม” รอยยิ้มของเขาหายไปชั่วขณะ ด้านหลังโรสลิน อาเดรียนตัวจริงยืนเงียบสนิท ตั้งแต่วาเลเรียนเรียกชายอีกคนว่า ฝ่าบาท เขาก็ไม่เอ่ยอะไรอีกเลย ดวงตาสีแดงจับจ้องแผ่นโลหะในมือวาเลเรียนราวกับกำลังพยายามดึงความทรงจำที่ถูกฝังไว้กลับคืนมา “ส่งแผ่นโลหะนั่นมา” อาเดรียนกล่าวในที่สุด วาเลเรียนเลิกคิ้ว “ฝ่าบาทต้องการสิ่งนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ” “ข้าไม่ได้สั่งให้เจ้าประชด” “ขออภัยพ่ะย่ะค่ะ แต่ข้าไม่แน่ใจว่าควรเชื่อฟังราชาองค์ไหน” เขาหันไปมองชายอีกคนอย่างจงใจ “ในเมื่อราชาองค์แรกยังยืนอยู่ตรงนั้น” อาเดรียนก้าวไปข้างหน้า แต่โรสลินแตะแขนเขาเบา ๆ “อย่าเพิ่ง” เขาหันมามองเธอ “มันอาจเป็นกับดัก” “ฉันรู้ แต่ถ้าเราเริ่มต่อสู้โดยที่ยังไม่รู้ว่าใครต้องการอะไร เราจะกลายเป็นคนเล่นตามเกมของพวกเขา” อาเดรียนมองใบหน้าของเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า เขาไม่ได้พยายามห้ามเธอ ไม่ได้ยืนยันว่าตนเองรู้ดีกว่า และนั่นทำให้โรสลินยังสามารถคิดได้อย่างชัดเจนท่ามกลางความวุ่นวาย เธอหันไปหาวาเลเรียน “คุณเดินทางมาถึงที่นี่เพราะต้องการปลดปล่อยเขาใช่ไหม” “ข้าต้องการคืนสิ่งที่ถูกพรากไปจากผู้ครองนามที่แท้จริง” “แล้วทำไมต้องเป็นฉัน” “เพราะเจ้าเป็นภาชนะที่เหลืออยู่เพียงใบเดียว” คำตอบนั้นทำให้ความเงียบเย็นเยียบแผ่ปกคลุมห้อง วาเลเรียนก้าวเข้ามาใกล้ มือที่ถือแผ่นโลหะยกขึ้นช้า ๆ “นามของอิซาราถูกแบ่งออกจากร่างเดิมเมื่อหลายร้อยปีก่อน ส่วนหัวใจของผู้ครองนามถูกผนึกไว้กับสายเลือดจันทรา เมื่อราชวงศ์ถูกลบออกจากประวัติศาสตร์ ทุกสิ่งควรจะสิ้นสุดลง แต่มีคนตัดสินใจเก็บนามนั้นไว้ แล้วส่งต่อให้เด็กคนหนึ่ง” “เด็กคนนั้นคือฉัน?” “ใช่” “ใครเป็นคนเลือก” วาเลเรียนยิ้มบาง ๆ “ผู้หญิงที่เจ้าเรียกว่าราชินีลูนาเรีย” โรสลินกำมือแน่น ชื่อของมารดาเคยเป็นที่ยึดเหนี่ยวเพียงไม่กี่อย่างที่เธอมี แต่ตอนนี้แม้แต่ความทรงจำเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้นก็ไม่อาจเชื่อถือได้อีกแล้ว “คุณมีหลักฐานหรือไม่” “แผ่นโลหะที่ข้าถืออยู่คือหลักฐาน” “มันพิสูจน์ได้แค่ว่ามีคนสลักข้อความลงไป ไม่ได้พิสูจน์ว่าเรื่องที่คุณพูดเป็นความจริง” วาเลเรียนหัวเราะเบา ๆ “เจ้าทำให้ข้านึกถึงใครบางคน” “ฉันไม่สนใจว่าคุณนึกถึงใคร” “อิซาราก็เคยพูดเช่นนี้ ก่อนที่นางจะขอให้ข้าช่วยนาง” ชายผู้มีใบหน้าเหมือนอาเดรียนขยับตัวทันที “อย่าเอ่ยชื่อนางด้วยปากของเจ้า” วาเลเรียนหันไปโค้งศีรษะให้เขา “แน่นอน ฝ่าบาท ข้าจะไม่ลืมว่าพระองค์เกลียดผู้ใดมากที่สุด” “ข้าสั่งให้หุบปาก” “หรือพระองค์กลัวว่าพวกเขาจะรู้ว่าใครเป็นคนฆ่านางจริง ๆ” แสงสีแดงวาบขึ้นในดวงตาของชายปริศนา ดาบในมือเขายกขึ้นทันที แต่ก่อนที่คมดาบจะฟันลงมา เส้นสีดำที่พันธนาการชายผมสีเงินบนแท่นกลับกระตุกอย่างรุนแรง เสียงคำรามต่ำดังขึ้นจากใต้พื้น วาเลเรียนหันไปมองแท่นหิน แล้วรอยยิ้มของเขาก็กว้างขึ้น “ถึงเวลาแล้ว” เขากรีดปลายนิ้วตัวเอง เลือดหยดหนึ่งตกลงบนแผ่นโลหะ ทันใดนั้น อักขระทั้งหมดบนแผ่นก็สว่างขึ้นพร้อมกัน พื้นห้องแยกออกเป็นวงแหวนสามชั้น ขณะที่เส้นสีดำพุ่งเข้าหาโรสลินจากทุกทิศทาง อาเดรียนดึงดาบออกจากฝัก “โรสลิน ระวัง!” เธอปล่อยพลังจันทราออกไปเป็นเกราะสีเงิน แต่ครั้งนี้เส้นสีดำไม่ได้พยายามเจาะเกราะของเธอ มันกลับเลื้อยผ่านช่องว่างเล็ก ๆ เข้ามาพันรอบข้อมือ ก่อนจะดึงเธอเข้าหาแท่นหิน แรงกระชากรุนแรงจนเธอเสียหลัก อาเดรียนคว้ามือเธอไว้ได้ทัน “จับข้าไว้!” “ฉันจับอยู่!” เส้นสีดำรัดข้อมือของโรสลินแน่นขึ้น ความเจ็บปวดแล่นผ่านกระดูกจนเธอต้องกัดฟัน แต่สิ่งที่ทำให้เธอหวาดกลัวไม่ใช่ความเจ็บ เป็นเสียงกระซิบที่ดังขึ้นในหัว คืนชื่อของเจ้า คืนหัวใจของเจ้า คืนสิ่งที่ไม่เคยเป็นของเจ้า ภาพความทรงจำที่ไม่ใช่ของเธอทะลักเข้ามาอย่างไม่มีทางหยุดยั้ง ห้องโถงของพระราชวัง ชายผมดำในชุดคลุมสีดำสนิทนั่งอยู่บนบัลลังก์ ข้างกายเขามีหญิงสาวผมสีเงิน ดวงตาของนางเหมือนโรสลินทุกประการ หญิงสาวกำลังยิ้มให้เขา ไม่ใช่รอยยิ้มของคนรัก แต่เป็นรอยยิ้มของคนที่กำลังตัดสินใจทำสิ่งเลวร้ายเพื่อปกป้องคนคนหนึ่ง “หากเจ้าทำเช่นนั้น เขาจะไม่มีวันจำเจ้าได้อีก” ชายบนบัลลังก์กล่าว หญิงสาวตอบกลับอย่างสงบ “ขอเพียงเขามีชีวิตอยู่ก็พอ” “แล้วหัวใจของเจ้าเล่า” “ข้าไม่ต้องการมันอีกแล้ว” ภาพนั้นแตกสลาย โรสลินสะดุ้งสุดตัว อาเดรียนกำลังพยายามดึงเธอออกจากวงแหวน แต่เส้นสีดำกลับพันรอบแขนของเขาด้วยเช่นกัน “โรสลิน ฟังเสียงข้า!” เธอพยายามตอบ แต่เสียงที่หลุดออกจากลำคอกลับไม่ใช่เสียงของตัวเอง “อย่าแตะต้องเขา...” อาเดรียนชะงัก ดวงตาของโรสลินเปลี่ยนเป็นสีเงินสว่างจ้า ขณะที่อักขระโบราณเริ่มปรากฏขึ้นบนผิวหนังตรงข้อมือ ชายอีกคนจ้องมองเธอด้วยความตกตะลึง “นั่น... เป็นไปไม่ได้” วาเลเรียนคุกเข่าลงต่อหน้าแท่นหินอย่างรวดเร็ว “หัวใจเริ่มตอบสนองแล้ว!” ชายผมสีเงินบนแท่นพยายามดิ้นรน “โรสลิน! อย่าฟังเสียงนั้น!” แต่เธอไม่ได้ยินเขาอีกต่อไป ในความทรงจำที่ไหลทะลักเข้ามา หญิงสาวผมสีเงินยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า “อิซารา” นางเรียก โรสลินอยากปฏิเสธชื่อนั้น แต่เสียงกลับติดอยู่ในลำคอ “เจ้าต้องช่วยเขา” “ฉันไม่ใช่อิซารา” “เจ้าคือคนเดียวที่ทำได้” “ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น!” หญิงสาวผมสีเงินยื่นมือมาสัมผัสแก้มเธอ “เพราะข้าทำให้เจ้าลืม” คำตอบนั้นทำให้โรสลินนิ่งงัน “คุณเป็นใคร” หญิงสาวมองเธอด้วยความเศร้า “ข้าคือคนที่ให้กำเนิดสายเลือดของเจ้า แต่ไม่ใช่คนที่เจ้าจดจำในฐานะมารดา” “แล้วลูนาเรียล่ะ” “ลูนาเรียเป็นชื่อที่ส่งต่อจากหญิงคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง เจ้ารู้จักเพียงคนที่รับหน้าที่เลี้ยงดูเจ้า ส่วนผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเจ้า... เป็นคนที่ถูกลบออกจากประวัติศาสตร์ก่อนที่ราชวงศ์จะถือกำเนิดเสียอีก” โรสลินถอยหลัง “แล้วทำไมทุกคนถึงต้องโกหกฉัน” “เพราะพวกเขากลัวว่าสิ่งที่เจ้าจำได้จะทำให้ประตูเปิดออก” “ประตูอะไร” หญิงสาวไม่ได้ตอบ นางเพียงหันไปมองชายผมดำที่ยืนอยู่หลังบัลลังก์ “เขาไม่ใช่คนที่เจ้าควรเกลียด อิซารา” โรสลินหันไปมองตาม ชายคนนั้นกำลังยืนถือดาบเปื้อนเลือด และที่ปลายดาบมีร่างของหญิงสาวอีกคนล้มลง ใบหน้าของนางเหมือนโรสลินทุกประการ ก่อนที่ความทรงจำจะดับลง โรสลินได้ยินเสียงชายคนนั้นร้องเรียกชื่อหนึ่ง ไม่ใช่อิซารา ไม่ใช่โรสลิน แต่เป็นชื่อที่ถูกกลืนหายไปพร้อมกับเสียงกรีดร้องของหญิงสาว จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบ “โรสลิน!” เสียงของอาเดรียนดึงเธอกลับสู่ปัจจุบัน เธอหอบหายใจอย่างหนัก หยาดน้ำตาไหลลงมาโดยไม่รู้ตัว เส้นสีดำยังคงพันรอบข้อมือ แต่แสงสีเงินจากร่างของเธอเริ่มผลักมันออกทีละน้อย อาเดรียนประคองเธอไว้โดยไม่บังคับให้เธอขยับไปไหน “มองข้า เจ้ากลับมาแล้ว” โรสลินจ้องเขาอยู่นาน ก่อนจะพยักหน้าอย่างอ่อนแรง “ฉันเห็นความทรงจำบางอย่าง” “เจ้าเห็นอะไร” เธอหันไปมองชายที่มีใบหน้าเหมือนเขา “ฉันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนฉันถูกฆ่าด้วยดาบของคุณ” อาเดรียนตัวจริงแข็งค้าง ชายอีกคนกำดาบแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว “เจ้าจำได้แล้วหรือ” โรสลินส่ายหน้า “ไม่ ฉันเห็นภาพ แต่ฉันยังไม่รู้ว่ามันเป็นความจริงหรือไม่” เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ “และฉันจะไม่ตัดสินใครจากภาพที่คนอื่นยัดเยียดให้ฉันดู” ชายอีกคนจ้องเธออย่างเกรี้ยวกราด “เจ้าจะปฏิเสธความทรงจำของตัวเองไปอีกนานแค่ไหน” “จนกว่าจะมีหลักฐานที่ฉันตรวจสอบได้” “แล้วถ้าหลักฐานนั้นทำให้เจ้าเกลียดเขาล่ะ” เขาชี้ดาบไปทางอาเดรียนตัวจริง “เจ้าจะยังจับมือคนที่ฆ่าเจ้าได้หรือไม่” โรสลินก้มมองมือของตัวเอง เธอยังคงจับมืออาเดรียนอยู่ “ถ้าเขาเคยทำสิ่งที่เลวร้ายจริง เขาก็ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำ แต่ฉันจะไม่ยอมให้คุณใช้ความผิดของเขาเป็นข้ออ้างในการควบคุมชีวิตของฉัน” ชายอีกคนแค่นหัวเราะ “เจ้ายังไม่เข้าใจ เขาฆ่าหญิงที่เขารักที่สุดเพื่อให้เจ้าได้เกิดมา” คำพูดนั้นทำให้สีหน้าของอาเดรียนตัวจริงเปลี่ยนไป “พอได้แล้ว” “ทำไม? เจ้ากลัวว่านางจะรู้หรือว่าความรักของเจ้าเริ่มต้นจากการฆ่าคนคนหนึ่ง?” “ข้าบอกให้เจ้าหยุด!” พลังแวมไพร์ระเบิดออกจากร่างอาเดรียนจนพื้นหินแตกร้าว แต่แทนที่ชายอีกคนจะถอยหนี เขากลับยิ้มอย่างพึงพอใจ “ใช่แล้ว ปล่อยให้ความโกรธนำทางเจ้า อาเดรียน เจ้าทำได้ดีเสมอเมื่อมีคนที่เจ้าต้องการปกป้องอยู่ตรงหน้า” เส้นสีดำทั้งหมดพุ่งเข้าหาอาเดรียนพร้อมกัน โรสลินเห็นกับดักนั้นก่อนใคร เธอปล่อยมือจากอาเดรียนเพียงชั่วครู่ แล้วก้าวเข้าไปในวงแหวนตรงกลาง “โรสลิน อย่า!” เสียงของอาเดรียนดังขึ้นพร้อมกับที่เธอยกมือขึ้น “ฉันไม่ได้จะเสียสละตัวเอง!” แสงสีเงินระเบิดออกจากฝ่ามือของเธอ แต่ครั้งนี้มันไม่ได้โจมตีเส้นสีดำโดยตรง เธอเลือกตัดการเชื่อมต่อระหว่างเส้นใยกับความโกรธของอาเดรียน เส้นสีดำชะงักทันที จากนั้นเธอก็หันไปยังชายอีกคน “คุณบอกว่าความเจ็บปวดทั้งหมดเป็นของคุณ เพราะเขาสละมันให้คุณใช่ไหม” เขาจ้องเธออย่างระแวดระวัง “แล้วอย่างไร” “ถ้าคุณเป็นความเจ็บปวดของเขาจริง คุณก็คงเจ็บปวดเพราะเขาเหมือนกัน” “หุบปาก!” “คุณโกรธที่เขามีชีวิตต่อ คุณโกรธที่เขายังมีความรัก และคุณโกรธที่เขามีโอกาสเลือกสิ่งที่คุณไม่มีโอกาสเลือก” โรสลินก้าวไปข้างหน้า “แต่การทำให้เขาทรมานไม่ได้ทำให้คุณได้ชีวิตของเขาคืนมา” ดวงตาของชายอีกคนสั่นไหว เป็นครั้งแรกที่เขาดูเหมือนคนที่กำลังเจ็บปวด มากกว่าผู้ที่กำลังคุกคามคนอื่น อาเดรียนตัวจริงยืนขึ้นช้า ๆ “ข้าไม่รู้ว่าเจ้าเป็นใคร” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “แต่ถ้าเจ้ามีความเจ็บปวดของข้าอยู่จริง ข้าจะไม่ปฏิเสธมัน ข้าจะรับรู้ว่ามันเคยเกิดขึ้น และจะหาความจริงว่าเหตุใดเราจึงถูกแยกออกจากกัน” ชายอีกคนมองเขาด้วยแววตาไม่เชื่อ “เจ้าคิดว่าคำพูดไม่กี่คำจะชดเชยสิ่งที่เจ้าทำได้หรือ” “ไม่” อาเดรียนตอบโดยไม่หลบสายตา “แต่ข้าจะไม่ฆ่าเจ้าเพียงเพื่อให้ตัวเองลืมอีกครั้ง” คำพูดนั้นทำให้ดาบในมือชายปริศนาสั่นไหว ก่อนที่ใครจะพูดอะไรต่อ เสียงปรบมือช้า ๆ ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง วาเลเรียนลุกขึ้นยืนแล้ว เขามองวงแหวนสีเงินที่เริ่มแตกสลายด้วยสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย ก่อนยกแผ่นโลหะขึ้นอีกครั้ง “น่าเสียดายจริง ๆ ข้าหวังว่าเจ้าจะยอมรับนามเดิมของตัวเองง่ายกว่านี้” “คุณยังไม่ได้คำตอบที่ต้องการจากฉัน” โรสลินกล่าว “ไม่เป็นไร ข้าไม่ได้ต้องการคำตอบจากเจ้าเพียงอย่างเดียว” เขาหันไปมองชายผมสีเงินบนแท่น “ข้าต้องการให้ผู้ถูกลบคนแรกกลับมามีชื่ออีกครั้ง” เส้นสีดำรัดรอบแท่นหินอย่างรุนแรง ชายผมสีเงินร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ร่างของเขาเริ่มโปร่งแสง ขณะที่อักขระบนแผ่นโลหะเปลี่ยนจากสีเงินเป็นสีดำ โรสลินรีบวิ่งเข้าไปหาเขา “หยุดเดี๋ยวนี้!” วาเลเรียนยกมือขึ้น “ข้าไม่อาจหยุดได้อีกแล้ว พิธีเริ่มต้นไปแล้ว” “คุณกำลังทำอะไรกับเขา!” “คืนชื่อที่เขาสละไป” “ถ้าเขาไม่ต้องการล่ะ!” วาเลเรียนมองเธอด้วยสายตาเย็นชา “คนที่ไม่มีชื่อไม่มีสิทธิ์เลือก” โรสลินหยุดนิ่ง ประโยคนั้นทำให้เธอเข้าใจบางอย่าง นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการคืนความทรงจำหรือการปลดปล่อยคนที่ถูกผนึก วาเลเรียนต้องการสร้างโลกที่ผู้คนจะมีสิทธิ์ดำรงอยู่ก็ต่อเมื่อมีชื่ออยู่ในบันทึกของเขา โลกที่ไม่มีใครสามารถปฏิเสธชะตากรรมที่ถูกกำหนดไว้ได้ เธอหันไปหาอาเดรียน “ฉันต้องการให้คุณช่วยฉันตัดเส้นใยรอบแท่น แต่ห้ามทำลายตัวเขา” อาเดรียนพยักหน้า “บอกข้าว่าต้องทำอย่างไร” “ใช้พลังของคุณกดเส้นใยไว้ ส่วนฉันจะตัดการเชื่อมต่อกับแผ่นโลหะ” ทั้งสองเคลื่อนไหวพร้อมกัน อาเดรียนปล่อยพลังแวมไพร์เข้าควบคุมเส้นสีดำ ขณะที่โรสลินวางมือเหนือแผ่นโลหะและใช้พลังจันทราสร้างวงแหวนล้อมรอบมัน เสียงกรีดร้องดังขึ้นทั่วห้อง วาเลเรียนพยายามดึงแผ่นโลหะกลับ แต่แรงสะท้อนจากวงแหวนทำให้เขากระเด็นไปชนผนัง โรสลินกัดฟัน กดพลังลงไปอีก “ฉันไม่รู้ว่าชื่อของคุณคืออะไร” เธอกล่าวกับชายผมสีเงิน “แต่ถ้าคุณต้องการมีชีวิตอยู่ คุณต้องเลือกด้วยตัวเองว่าจะรับมันคืนหรือไม่!” ชายผมสีเงินลืมตาขึ้น ดวงตาสีเทาของเขามองเธออย่างอ่อนแรง “ข้า... เลือก...” แผ่นโลหะสั่นสะเทือน “ข้าเลือก... ไม่กลับไปเป็นคนที่พวกเขาต้องการ” แสงสีเงินระเบิดออกจากแท่นหิน เส้นสีดำขาดสะบั้นทีละเส้น ร่างของชายผมสีเงินตกลงจากแท่น โรสลินรีบรับเขาไว้ก่อนศีรษะจะกระแทกพื้น วาเลเรียนลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ “เจ้าทำลายพิธีของข้า!” “เปล่า” โรสลินตอบ “ฉันแค่ไม่ยอมให้คุณเลือกแทนเขา” ชายผมสีเงินไออย่างหนัก ก่อนคว้าแขนเธอไว้ “ฟังข้า...” โรสลินโน้มตัวลงใกล้ “คุณต้องการบอกอะไร” เขาจ้องหน้าเธอ ริมฝีปากสั่นไหว “อาเดรียน... ไม่ใช่คนที่ฆ่าหญิงคนนั้น” โรสลินหันไปมองอาเดรียนตัวจริง ชายผมสีเงินสูดลมหายใจอย่างยากลำบาก ก่อนพูดต่อ “คนที่ถือดาบ... เป็นคนฆ่านาง แต่เขาไม่ได้ทำเพราะความเกลียดชัง” “แล้วเขาทำไปเพราะอะไร” ชายผมสีเงินหลับตาลงชั่วขณะ “เพราะนางขอให้เขาฆ่านาง... ก่อนที่นางจะกลายเป็นประตูให้สิ่งนั้นเข้ามาในโลก” เสียงคำรามต่ำดังมาจากใต้พื้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เสียงของเส้นใย แต่เป็นเสียงของบางสิ่งที่กำลังตื่นขึ้นใต้ซากปรักหักพัง ชายผมสีเงินบีบมือโรสลินแน่น “และถ้าเจ้าต้องการรู้ว่าหญิงคนนั้นเป็นใคร... เจ้าต้องตามหาคนที่ยังมีหัวใจของนางอยู่” “ใคร?” เขาลืมตาขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย สายตาของเขาเลื่อนไปยังชายที่มีใบหน้าเหมือนอาเดรียน “คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเจ้า... ไม่ได้มีเพียงชื่อของราชาแวมไพร์” ชายผมสีเงินกระซิบ “แต่มีหัวใจของผู้หญิงที่เจ้ากำลังตามหาอยู่ด้วย” ทันใดนั้น แผ่นโลหะในมือวาเลเรียนก็แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ เศษโลหะทั้งหมดลอยขึ้นกลางอากาศ ก่อนรวมตัวเป็นรูปหัวใจสีดำที่เต้นเป็นจังหวะ หนึ่งครั้ง สองครั้ง แล้วเสียงของหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากหัวใจนั้น “อิซารา... หากเจ้ายังมีชีวิตอยู่ จงอย่าปล่อยให้เขารักเจ้าอีกครั้ง” โรสลินหน้าซีดเผือด เพราะเสียงนั้นเป็นเสียงของเธอเอง เสียงเดียวกับที่เธอได้ยินในความทรงจำ และหัวใจสีดำที่ลอยอยู่กลางอากาศก็กำลังเรียกชื่อเธอซ้ำ ๆ “อิซารา... ผู้หญิงที่ข้าฆ่าเพื่อให้เจ้าได้มีชีวิตอยู่”รุ่งอรุณแรกหลังจากการล่มสลายของแดนไร้นามมาถึงอย่างเงียบงัน แสงสีทองส่องผ่านหน้าต่างสูงของปราสาทแวมไพร์ สาดลงบนพื้นหินอ่อนที่เคยเย็นเยียบมานานนับศตวรรษ ทหารเวรยามกลับมาประจำตำแหน่ง ผู้คนที่เคยสูญเสียความทรงจำเริ่มจดจำชื่อของตนเองได้อีกครั้ง และข่าวการรอดชีวิตของราชาแวมไพร์ก็แพร่กระจายไปทั่วอาณาจักร ทว่าสำหรับโรสลิน วินเทอร์ การกลับมาของแสงสว่างไม่ได้หมายความว่าทุกคำถามจะได้รับคำตอบ เธอยืนอยู่ริมระเบียง มองท้องฟ้าที่เปลี่ยนจากสีดำเป็นสีน้ำเงินเข้ม มือข้างหนึ่งแตะจี้หินสีขาวซึ่งได้รับการซ่อมแซมด้วยเวทมนตร์ของเอเวอเร็ตต์ แม้มันจะไม่สมบูรณ์เหมือนเดิม แต่เศษหินทั้งสองชิ้นกลับเชื่อมติดกันอย่างมั่นคง ไม่มีชื่อซ่อนอยู่ภายใน ไม่มีคำสั่งจากอดีต มีเพียงแสงสีเงินจาง ๆ ที่ส่องสว่างเมื่อเธอต้องการเท่านั้น “เจ้าตื่นตั้งแต่เมื่อไร” เสียงทุ้มดังขึ้นจากด้านหลัง โรสลินหันกลับไปเห็นอาเดรียนยืนอยู่ตรงประตู เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำเรียบง่าย ไม่มีมงกุฎ ไม่มีเครื่องหมายราชวงศ์ และไม่มีดาบประจำตัว เขาดูเหมือนผู้ชายคนหนึ่งที่เพิ่งผ่านค่ำคืนอันยาวนานมาเช่นเดียวกับเธอ “ไม่นานค่ะ” “ข้าให้คนเตรียมอาหารไว้แล
“ต้นกำเนิดของเจ้าเอง” คำพูดของอาเดรียนทำให้โรสลินนิ่งงัน รอบตัวพวกเขา ห้องหินกำลังพังทลาย แสงสีดำจากรอยแยกบนพื้นค่อย ๆ แผ่กระจายไปตามผนัง เสียงของสิ่งที่อยู่หลังประตูยังคงกระซิบเรียกชื่อผู้คนที่ไม่มีใครจดจำได้อีกต่อไป แต่โรสลินกลับได้ยินเพียงเสียงหัวใจของตัวเอง เธอค่อย ๆ ปล่อยมือจากอาเดรียน “อธิบายมา” อาเดรียนไม่หลบสายตา “ข้าจะอธิบายทุกอย่างที่ข้าจำได้ แต่ข้าไม่กล้ารับรองว่าความทรงจำทั้งหมดเป็นความจริง” “เริ่มจากเรื่องที่คุณเพิ่งพูด” เขาสูดลมหายใจลึก “หญิงที่ข้าเคยรู้จักในนามอิซาราไม่ได้เป็นเพียงผู้ถือครองนามแห่งพันธสัญญา นางเป็นร่างที่ใช้กักเก็บตัวตนของผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ผู้หญิงที่อยู่ก่อนการกำเนิดราชวงศ์จันทรา และเป็นต้นกำเนิดของพลังที่สืบทอดมาถึงเจ้า” โรสลินรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว “ผู้หญิงหลังผนึก” “ใช่” “ผู้หญิงที่บอกว่าตัวเองเป็นต้นกำเนิดของราชวงศ์จันทรา” “ข้าคิดว่าใช่” เธอหัวเราะเบา ๆ อย่างขมขื่น “ทุกคนมีคำตอบให้ฉันครึ่งเดียวเสมอ” อาเดรียนก้มหน้าลง “ข้าขอโทษ” “อย่าเพิ่งขอโทษแทนสิ่งที่คุณยังไม่รู้” โรสลินตอบ “ฉันต้องการความจริง ไม่ใช่ความรู้สึกผิดของคุณ” เขาเงยห
“อิซารา... ผู้หญิงที่ข้าฆ่าเพื่อให้เจ้าได้มีชีวิตอยู่” เสียงนั้นดังสะท้อนทั่วห้องหิน ราวกับไม่ได้มาจากหัวใจสีดำที่ลอยอยู่กลางอากาศ แต่ดังขึ้นจากภายในร่างของทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น โรสลินไม่อาจละสายตาจากสิ่งตรงหน้าได้ หัวใจสีดำเต้นช้า ๆ มีเส้นแสงสีแดงแทรกอยู่ตามรอยแตก และทุกครั้งที่มันบีบตัว พลังจันทราในร่างของเธอจะตอบสนองราวกับมีบางสิ่งกำลังเรียกหา เธอรู้สึกถึงความเศร้า ความเจ็บปวด และความรักที่รุนแรงจนเกือบกลายเป็นความเกลียดชัง แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือความรู้สึกทั้งหมดนั้นไม่ใช่ของเธอ “อย่าเข้าใกล้มัน” อาเดรียนเตือน เขายืนอยู่ข้างเธอ ดาบในมือพร้อมรับมือกับทุกสิ่ง ทว่าแววตาของเขากลับจับจ้องหัวใจสีดำด้วยความสับสนอย่างที่โรสลินไม่เคยเห็นมาก่อน “มันกำลังเชื่อมต่อกับเจ้า” “ฉันรู้” “ถ้าเช่นนั้น ถอยออกมา” โรสลินหันไปมองเขา “คุณกำลังสั่งฉันหรือขอให้ฉันระวัง” อาเดรียนชะงัก ก่อนลดดาบลงเล็กน้อย “ข้ากำลังขอให้เจ้าระวัง เพราะข้าไม่รู้ว่ามันจะทำอะไรกับเจ้า” เธอพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นฉันจะระวัง แต่ฉันจะไม่หนีจากความจริงเพียงเพราะมันน่ากลัว” อาเดรียนไม่ได้ขัดขวาง เขาเพียงขยับเข้าม
เสียงแตกร้าวของจี้หินสีขาวยังคงก้องอยู่ในหูของโรสลิน เศษหินสองชิ้นตกลงบนพื้นหินสีดำ แสงสีเงินที่เคยส่องสว่างจากจี้ค่อย ๆ ดับลง ทว่าก่อนที่มันจะมอดหายไปโดยสมบูรณ์ อักขระเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ภายในกลับปรากฏขึ้นชั่วขณะ ไม่ใช่ชื่อโรสลิน วินเทอร์ ไม่ใช่ชื่ออิซารา แต่เป็นสัญลักษณ์วงแหวนสามวงซ้อนกัน และมีเส้นหนึ่งพาดผ่านตรงกลาง โรสลินก้มมองเศษจี้ ก่อนเงยหน้าขึ้นเผชิญชายที่มีใบหน้าเหมือนอาเดรียน “คุณพูดว่าฉันขโมยหัวใจของคุณไป หมายความว่าอย่างไร” ชายคนนั้นยิ้มอย่างคนที่รอคำถามนี้มานาน “เจ้าจำไม่ได้จริง ๆ หรือ” “ถ้าฉันจำได้ ฉันคงไม่ถาม” “เจ้าก็ยังใจร้อนเหมือนเดิม” “ส่วนคุณก็ยังพูดมากโดยไม่ตอบคำถามเหมือนเดิม” รอยยิ้มของเขาหายไปชั่วขณะ ด้านหลังโรสลิน อาเดรียนตัวจริงยืนเงียบสนิท ตั้งแต่วาเลเรียนเรียกชายอีกคนว่า ฝ่าบาท เขาก็ไม่เอ่ยอะไรอีกเลย ดวงตาสีแดงจับจ้องแผ่นโลหะในมือวาเลเรียนราวกับกำลังพยายามดึงความทรงจำที่ถูกฝังไว้กลับคืนมา “ส่งแผ่นโลหะนั่นมา” อาเดรียนกล่าวในที่สุด วาเลเรียนเลิกคิ้ว “ฝ่าบาทต้องการสิ่งนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ” “ข้าไม่ได้สั่งให้เจ้าประชด” “ขออภัยพ่ะย่ะค่ะ แต่ข้าไม่แน่ใจว่
“ในที่สุดเจ้าก็มาถึง อิซารา” เสียงนั้นดังขึ้นท่ามกลางห้องหินอันเงียบงัน โรสลินยืนนิ่งอยู่หน้าประตู มือข้างหนึ่งกำจี้หินสีขาวที่ห้อยอยู่ตรงลำคอ ขณะที่อาเดรียนตัวจริงก้าวมายืนเคียงข้างเธอ ดวงตาสีแดงของราชาแวมไพร์จับจ้องชายอีกคนซึ่งมีใบหน้าเหมือนเขาทุกกระเบียดนิ้ว ผมสีดำสนิท ดวงตาสีแดงเข้ม รูปร่างสูงสง่า และดาบประจำราชวงศ์แวมไพร์ในมือ แม้แต่รอยแผลเล็ก ๆ ตรงข้อนิ้วมือซ้ายก็เหมือนกัน สิ่งที่แตกต่างมีเพียงแววตา อาเดรียนที่ยืนอยู่ข้างโรสลินมีความเยือกเย็นที่ผ่านความเจ็บปวดมานับพันปี ส่วนชายบนแท่นหินกลับมีแววตาของผู้ที่ไม่เคยยอมรับการสูญเสีย และพร้อมทำลายทุกสิ่งเพื่อเอาคืน “ถอยไปจากนาง” อาเดรียนตัวจริงเอ่ยเสียงต่ำ ชายอีกคนหัวเราะเบา ๆ “เจ้ากล้าสั่งข้าหรือ” “ข้าไม่จำเป็นต้องสั่งตัวเอง” “ตัวเอง?” อีกฝ่ายเอียงคอเล็กน้อย “เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครกันแน่ อาเดรียน” บรรยากาศในห้องพลันหนักอึ้ง เส้นสีดำที่พันธนาการชายผมสีเงินบนแท่นหินขยับราวกับสิ่งมีชีวิต มันเลื้อยผ่านแขนและลำคอของเขา ก่อนจะรัดแน่นขึ้นเมื่อชายผู้นั้นพยายามขยับตัว โรสลินมองภาพนั้นแล้วก้าวไปข้างหน้า “ก่อนจะมีใครเริ่มต่อสู้ก
เสียงของชายผมสีเงินยังคงดังก้องอยู่ในหัวของโรสลิน แม้แผ่นโลหะสีเงินบนโต๊ะจะดับแสงลงแล้วก็ตาม ชื่อของข้าไม่ใช่สิ่งที่ถูกขโมยไป แต่เป็นสิ่งที่ข้าใช้แลกกับชีวิตของเจ้าเอง โรสลินยืนนิ่ง มือที่จับแผ่นโลหะเย็นเฉียบจนแทบไร้ความรู้สึก “เขากำลังพยายามบอกอะไรฉันกันแน่…” อาเดรียนยืนอยู่ข้างเธอ สีหน้าของเขาเคร่งขรึม “บางทีเขาอาจยอมสละชื่อของตัวเองเพื่อช่วยเจ้าให้รอดจากการถูกลบ” “แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น ทำไมชื่อของฉันถึงถูกเปลี่ยนตามไปด้วย?” “เพราะชื่อของเจ้าอาจเป็นส่วนหนึ่งของพันธสัญญาที่เขาทำไว้” โรสลินหลับตาลง พยายามจัดเรียงข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับมา ผู้สืบทอดคนแรกถูกลบออกจากโลกเพื่อให้ผู้สืบทอดคนที่สองมีชีวิตอยู่ ชายผมสีเงินยอมแลกชื่อของตัวเองเพื่อช่วยเธอ ขณะที่ชื่อเดิมของเธอกลับถูกซ่อนเอาไว้ และอาเดรียนก็มีคำสาปที่เชื่อมโยงกับเธอมานานกว่าพันปี ทุกอย่างเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่มีใครยอมเปิดเผยความจริงทั้งหมด “ฉันจะไม่ยอมให้ใครใช้ชีวิตของฉันเป็นข้ออ้างในการเสียสละตัวเองอีกแล้ว” เธอกล่าว “ไม่ว่าจะเป็นพ่อของฉัน อิซารา หรือแม้แต่คุณ” อาเดรียนมองเธออย่างจริงจัง “ข้าจะไม่ทำเช่นนั้น” “คุณเคยพูดแบบน







