Home / แฟนตาซี / พันธะเลือดลูน่าผู้นิราศ / บทที่ 51 เงาสะท้อนของราชาแวมไพร์

Share

บทที่ 51 เงาสะท้อนของราชาแวมไพร์

last update Petsa ng paglalathala: 2026-10-24 13:42:14

“ในที่สุดเจ้าก็มาถึง อิซารา”

เสียงนั้นดังขึ้นท่ามกลางห้องหินอันเงียบงัน

โรสลินยืนนิ่งอยู่หน้าประตู มือข้างหนึ่งกำจี้หินสีขาวที่ห้อยอยู่ตรงลำคอ ขณะที่อาเดรียนตัวจริงก้าวมายืนเคียงข้างเธอ ดวงตาสีแดงของราชาแวมไพร์จับจ้องชายอีกคนซึ่งมีใบหน้าเหมือนเขาทุกกระเบียดนิ้ว

ผมสีดำสนิท ดวงตาสีแดงเข้ม รูปร่างสูงสง่า และดาบประจำราชวงศ์แวมไพร์ในมือ

แม้แต่รอยแผลเล็ก ๆ ตรงข้อนิ้วมือซ้ายก็เหมือนกัน

สิ่งที่แตกต่างมีเพียงแววตา

อาเดรียนที่ยืนอยู่ข้างโรสลินมีความเยือกเย็นที่ผ่านความเจ็บปวดมานับพันปี ส่วนชายบนแท่นหินกลับมีแววตาของผู้ที่ไม่เคยยอมรับการสูญเสีย และพร้อมทำลายทุกสิ่งเพื่อเอาคืน

“ถอยไปจากนาง” อาเดรียนตัวจริงเอ่ยเสียงต่ำ

ชายอีกคนหัวเราะเบา ๆ

“เจ้ากล้าสั่งข้าหรือ”

“ข้าไม่จำเป็นต้องสั่งตัวเอง”

“ตัวเอง?” อีกฝ่ายเอียงคอเล็กน้อย “เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครกันแน่ อาเดรียน”

บรรยากาศในห้องพลันหนักอึ้ง

เส้นสีดำที่พันธนาการชายผมสีเงินบนแท่นหินขยับราวกับสิ่งมีชีวิต มันเลื้อยผ่านแขนและลำคอของเขา ก่อนจะรัดแน่นขึ้นเมื่อชายผู้นั้นพยายามขยับตัว

โรสลินมองภาพนั้นแล้วก้าวไปข้างหน้า

“ก่อนจะมีใครเริ่มต่อสู้กัน ฉันมีคำถาม”

ชายบนแท่นยกสายตามองเธอ

ส่วนอาเดรียนอีกคนกลับยิ้มกว้างขึ้น ราวกับรอคอยเสียงของเธอมานานแสนนาน

“เจ้ายังเหมือนเดิม ไม่เคยรอให้ใครอนุญาตก่อนพูด”

“ฉันไม่รู้จักคุณ” โรสลินตอบทันที “และฉันไม่ชอบให้คนแปลกหน้าเรียกฉันด้วยชื่อที่ฉันยังไม่ยืนยันว่าเป็นของตัวเอง”

รอยยิ้มของเขาค่อย ๆ จางลง

“เจ้าไม่รู้จักข้าอย่างนั้นหรือ”

“ถ้าคุณรู้จักฉันจริง ก็บอกมาว่าฉันเป็นใคร และอย่าตอบด้วยเรื่องเล่าที่คุณอยากให้ฉันเชื่อ”

อาเดรียนตัวจริงเหลือบมองเธอเพียงครู่เดียว เขาไม่ได้ห้าม ไม่ได้ดึงเธอกลับมา แม้ความระแวดระวังในแววตาจะเข้มข้นขึ้นทุกขณะ

นั่นทำให้โรสลินรู้ว่าเขากำลังหวาดกลัว

ไม่ใช่หวาดกลัวชายอีกคนเพียงอย่างเดียว

แต่หวาดกลัวความจริงที่อาจอยู่เบื้องหลังใบหน้านั้นด้วย

ชายอีกคนหมุนดาบในมืออย่างเชื่องช้า ปลายดาบลากผ่านพื้นหินจนเกิดประกายสีแดงคล้ำ

“ข้าคืออาเดรียน วาลมอร์ ราชาแห่งแวมไพร์ ผู้ครองบัลลังก์ก่อนที่โลกจะลบชื่อข้าออกไป”

อาเดรียนตัวจริงไม่ขยับ แต่บรรยากาศรอบตัวกลับเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด

“เป็นไปไม่ได้”

“แน่นอน เจ้าย่อมพูดเช่นนั้น” ชายคนนั้นตอบ “เพราะเจ้าได้รับชีวิตที่ข้าสูญเสียไปแล้ว”

โรสลินหันไปมองอาเดรียนข้างกาย

“คุณเคยมีฝาแฝดหรือเปล่า”

“ไม่เคย”

“มีพี่น้องที่หน้าตาเหมือนกันทุกอย่างไหม”

“ไม่มี”

“ถ้าอย่างนั้น เขาอาจไม่ใช่คนที่มีชีวิตอยู่จริงก็ได้”

ชายบนแท่นหัวเราะขึ้นทันที

“ฉลาดเหมือนเดิม แต่ยังมองโลกง่ายเกินไป อิซารา”

โรสลินหันกลับไปหาเขา

“ฉันบอกแล้วว่าอย่าเรียกชื่อนั้น”

“แล้วเจ้าจะให้ข้าเรียกเจ้าว่าอะไร โรสลิน วินเทอร์?” เขาเอ่ยชื่อปัจจุบันของเธออย่างจงใจ “ชื่อที่ชายคนหนึ่งขโมยมาจากเจ้า ชื่อที่หญิงคนหนึ่งแก้ไขลงในทะเบียน และชื่อที่โลกยอมรับเพราะมันสะดวกกว่าการจดจำความจริงหรือ”

จี้หินสีขาวตรงลำคอของโรสลินร้อนวาบ

ภาพบางอย่างแล่นผ่านความคิดอย่างรวดเร็ว

ห้องสีขาว

มือของผู้หญิงผมสีเงิน

เสียงร้องไห้ของเด็กทารก

และชายคนหนึ่งกำลังพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

ขอเพียงนางมีชีวิตอยู่ ต่อให้ข้าต้องสูญเสียชื่อของตัวเองก็ไม่เป็นไร

โรสลินยกมือกุมจี้ไว้แน่น บังคับตัวเองให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน

“คุณรู้เรื่องชื่อของฉันได้อย่างไร”

“เพราะข้าเป็นคนที่อยู่ตรงนั้นในวันซึ่งเจ้าถูกพรากจากชื่อเดิม”

“คุณเป็นคนพรากมันไปหรือเปล่า”

“ไม่ใช่”

เขาตอบเร็วเกินไป

โรสลินสังเกตเห็นความผิดปกตินั้นทันที

“แต่คุณรู้ว่าใครทำ”

รอยยิ้มกลับมาปรากฏบนใบหน้าของเขา

“ในที่สุดเจ้าก็เริ่มถามคำถามที่ถูกต้อง”

“และคุณก็ยังไม่ตอบ”

คราวนี้ชายคนนั้นเงียบไป

อาเดรียนตัวจริงยกมือขึ้นเล็กน้อย เปลวเพลิงสีแดงเข้มก่อตัวขึ้นรอบปลายนิ้ว ทว่าเมื่อพลังของเขาแผ่ออกไป เส้นสีดำบนพื้นกลับตอบสนองทันที

มันพุ่งขึ้นจากรอยแตกของหิน พันรอบข้อเท้าของเขาอย่างรวดเร็ว

“อาเดรียน!”

โรสลินหันไปคว้าแขนเขา

ความมืดไต่ขึ้นมาตามรองเท้าและขากางเกงของราชาแวมไพร์ ก่อนจะรัดแน่นตรงหัวเข่า อาเดรียนพยายามใช้พลังตัดมัน แต่ทุกครั้งที่เขาปล่อยพลัง เส้นสีดำกลับแยกตัวเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

ชายอีกคนมองภาพนั้นด้วยความพึงพอใจ

“เห็นหรือยัง ข้าบอกแล้วว่าเจ้าเป็นเพียงส่วนที่เหลืออยู่ของข้า”

“หุบปาก” อาเดรียนตัวจริงคำราม

“เจ้ามีชีวิตต่อเพราะใครกันแน่? เพราะราชินีผู้เสียสละความทรงจำ? เพราะหญิงที่เจ้าคิดว่ารัก? หรือเพราะข้ายอมรับความเจ็บปวดทั้งหมดแทนเจ้า?”

ดาบในมือชายอีกคนยกสูงขึ้น

เลือดสีแดงเข้มที่เคลือบอยู่บนคมดาบเริ่มหยดลงบนพื้น

หนึ่งหยด

สองหยด

แล้วเลือดเหล่านั้นก็เคลื่อนไหวสวนทางแรงโน้มถ่วง ไหลย้อนขึ้นจากพื้นไปตามคมดาบ

โรสลินเบิกตากว้าง

เธอจำพลังลักษณะนี้ได้

มันคือพลังเดียวกับที่ปรากฏในรอยแยกของประตูรัตติกาลนิรันดร์ พลังที่ไม่เพียงดูดกลืนชีวิต แต่ยังทำให้สิ่งที่เคยเกิดขึ้นกลับมามีอิทธิพลต่อโลกปัจจุบัน

“เลือดบนดาบนั่นเป็นของใคร” เธอถาม

ชายอีกคนก้มมองดาบของตน

“ของเขา”

เขาพยักหน้าไปทางอาเดรียนตัวจริง

โรสลินรู้สึกเหมือนอากาศในห้องหายไปชั่วขณะ

“เป็นไปไม่ได้” อาเดรียนพูดเสียงแข็ง “ข้าไม่เคยต่อสู้กับเจ้า”

“เจ้าจำไม่ได้ต่างหาก”

ชายอีกคนยกดาบขึ้นให้เห็นชัด

“เลือดนี้ถูกเก็บไว้ในวันที่เจ้าถูกแยกออกจากข้า วันที่เจ้ายอมให้ชื่อของตัวเองถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน เพื่อให้คนหนึ่งได้มีชีวิต และอีกคนต้องรับทุกสิ่งที่เจ้าปฏิเสธ”

เขาหันมามองโรสลิน

“เจ้าจำได้ไหม อิซารา วันที่เจ้าบอกว่าจะกลับมาหาข้า แต่กลับเลือกช่วยเขาแทน”

โรสลินส่ายหน้า

“ฉันไม่จำอะไรที่คุณพูดทั้งนั้น”

“เพราะเจ้าถูกทำให้ลืม”

“หรือเพราะเรื่องของคุณไม่เคยเกิดขึ้นจริง”

คำพูดนั้นทำให้ใบหน้าของเขาแข็งค้าง

เพียงชั่วอึดใจ แต่โรสลินเห็นชัดเจน

เธอจึงก้าวเข้าไปอีกก้าว แม้จะรู้ว่าเส้นสีดำบนพื้นพร้อมโจมตีได้ทุกเมื่อ

“ถ้าคุณเป็นอาเดรียนอีกคนจริง คุณก็ควรรู้ว่าเขาคิดอะไร รู้สึกอย่างไร และกลัวอะไร แต่สิ่งที่คุณทำอยู่คือพยายามบังคับให้ฉันยอมรับเรื่องเล่าของคุณ”

เธอชี้ไปยังชายที่ยืนอยู่ข้างตัว

“อาเดรียนคนนี้อาจมีอดีตที่ฉันไม่รู้ อาจเคยทำผิดพลาด และอาจปิดบังความจริงบางอย่างจากฉัน แต่ฉันจะเป็นคนตัดสินเขาจากสิ่งที่เขาทำ ไม่ใช่จากคำพูดของคนที่หน้าตาเหมือนเขา”

ดวงตาของชายบนแท่นเปลี่ยนเป็นสีแดงจัด

“เจ้ากล้าปฏิเสธข้าอีกครั้งหรือ”

“ถ้าคุณต้องการให้ฉันเลือกคุณด้วยการข่มขู่ คำตอบก็เหมือนเดิม”

โรสลินยกคางขึ้น

“ไม่”

ทันใดนั้นพื้นห้องสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

เส้นสีดำทั้งหมดพุ่งขึ้นจากพื้น กลายเป็นเส้นใยจำนวนมากที่แผ่กระจายไปทั่วผนัง อาเดรียนตัวจริงคว้าโรสลินเข้ามาหลบหลังตนเองโดยสัญชาตญาณ แต่เขาหยุดมือก่อนจะดึงเธอไปไกลกว่านั้น

“ทางซ้าย” เขาบอกเธออย่างรวดเร็ว “มีช่องว่างระหว่างเสาหิน ถ้าเจ้าเห็นว่าปลอดภัย ไปได้เลย ข้าจะไม่ขวางทางเจ้า”

โรสลินสบตาเขา ก่อนพยักหน้า

“เราไปด้วยกัน”

ทั้งสองเคลื่อนตัวไปทางเสาหินพร้อมกัน

อาเดรียนฟันเส้นสีดำที่พุ่งเข้ามา ส่วนโรสลินปล่อยพลังจันทราเป็นวงแสงสีเงิน ไม่ได้พยายามทำลายทุกเส้น แต่ตัดเฉพาะส่วนที่กำลังรัดร่างของชายผมสีเงินบนแท่น

ทันทีที่แสงสัมผัสเส้นใย เสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นจากผนังทั้งสี่ด้าน

ไม่ใช่เสียงของมนุษย์

แต่เป็นเสียงของคนจำนวนมากที่ถูกบังคับให้ลืมชื่อของตนเอง

ชายผมสีเงินบนแท่นกระตุกอย่างรุนแรง เปลือกตาที่ปิดสนิทมานานค่อย ๆ เปิดขึ้น ดวงตาสีเทาของเขาจับจ้องโรสลิน

“อย่า...” เขาพยายามเปล่งเสียง “อย่าปล่อยเขาออกมา”

โรสลินหันไปมองชายอีกคน

“คุณหมายถึงอาเดรียน?”

ชายผมสีเงินส่ายหน้าอย่างยากลำบาก

“ไม่ใช่... เขาไม่ใช่อาเดรียน”

อาเดรียนตัวจริงชะงัก

ชายบนแท่นพยายามยกมือขึ้น แต่เส้นสีดำรัดแน่นกว่าเดิม

“สิ่งที่ยืนอยู่ตรงนั้น... คือชื่อที่ถูกตัดออกจากตัวเขา”

ความเงียบตกลงมาเพียงเสี้ยววินาที

จากนั้นชายอีกคนก็หัวเราะ

“ในที่สุดเจ้าก็ตื่นเสียที”

เขาก้าวลงจากแท่นหิน ดาบในมือครูดพื้นจนเกิดเสียงแหลมบาดหู

“บอกพวกเขาสิ ว่าเกิดอะไรขึ้นในคืนที่เมืองหลวงของราชวงศ์จันทราถูกปิดผนึก”

ชายผมสีเงินกัดฟัน

“เจ้าต้องการให้ข้าพูดเรื่องที่เจ้าก่อขึ้นอย่างนั้นหรือ”

“ข้าต้องการให้พวกเขารู้ว่าใครเป็นคนเลือก”

“เจ้าไม่ใช่อาเดรียน” ชายผมสีเงินกล่าว “เจ้าเป็นเพียงชื่อที่เขาสละทิ้งเพื่อให้ตัวเองสามารถมีชีวิตอยู่ต่อได้”

อาเดรียนตัวจริงยืนนิ่งราวกับถูกตรึง

ภาพความทรงจำที่แตกกระจายผุดขึ้นในหัวของเขา

ห้องประกอบพิธี

ดาบเปื้อนเลือด

เสียงผู้หญิงคนหนึ่งร้องเรียกชื่อเขา

และตัวเขาเองกำลังยืนอยู่กลางวงแหวนสีดำ ขณะที่ชายอีกคนยื่นมือมาให้

ส่งความเจ็บปวดทั้งหมดมาให้ข้า แล้วเจ้าจะได้มีชีวิตต่อไป

อาเดรียนยกมือกุมศีรษะ

“ไม่...”

โรสลินรีบหันกลับมา

“อาเดรียน มองฉัน”

เขาไม่ตอบ ดวงตาสีแดงเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำที่ขอบม่านตา พลังมืดไหลออกมาจากรอยแผลเดิมตรงหน้าอก

โรสลินคว้ามือเขาไว้

“มองฉันสิ!”

คราวนี้อาเดรียนเงยหน้าขึ้น

เธอไม่ได้พยายามใช้พลังบังคับความทรงจำของเขา ไม่ได้ดึงเขากลับมาด้วยพันธสัญญาเลือด เพียงจับมือเขาไว้แน่นพอให้เขารู้ว่าเธอยังอยู่ตรงนี้

“คุณไม่จำเป็นต้องจำทุกอย่างในตอนนี้” เธอกระซิบ “แต่คุณต้องไม่ปล่อยให้ใครใช้ความทรงจำที่หายไปตัดสินว่าคุณเป็นใคร”

ลมหายใจของอาเดรียนหนักหน่วง

“ถ้าเขาคือส่วนหนึ่งของข้า...”

“เขาก็ยังต้องตอบคำถามเหมือนคนอื่น”

โรสลินหันไปเผชิญหน้าชายอีกคน

“คุณบอกว่าเป็นชื่อที่ถูกตัดออกจากอาเดรียน ถ้าอย่างนั้นคุณมีความทรงจำของเขาหรือไม่”

“มี”

“มีความรู้สึกของเขาหรือไม่”

“มากกว่าที่เจ้าจะจินตนาการได้”

“แล้วคุณมีสิทธิ์เลือกชีวิตของเขาหรือเปล่า”

ชายอีกคนเงียบไป

โรสลินก้าวเข้าไปใกล้ ดวงตาสีเงินสว่างขึ้นอย่างมั่นคง

“คุณอาจเป็นความเจ็บปวดของเขา ความโกรธของเขา หรือความผิดที่เขาไม่อยากจดจำ แต่คุณไม่มีสิทธิ์เอาสิ่งเหล่านั้นมาอ้างว่าคุณเป็นเขาทั้งหมด”

รอยยิ้มบนใบหน้าของชายอีกคนหายไป

“เจ้าคิดว่าตัวเองเข้าใจเขาแล้วหรือ อิซารา”

“ฉันไม่ได้อ้างว่าเข้าใจเขาทั้งหมด”

โรสลินตอบอย่างหนักแน่น

“ฉันแค่รู้ว่าเขาเป็นคนที่ยอมรับว่าตัวเองกลัวได้ เป็นคนที่ยอมให้ฉันปฏิเสธได้ และเป็นคนที่ไม่เคยขอให้ฉันรักเขาเพื่อชดใช้ความผิดในอดีต”

เธอบีบมืออาเดรียน

“สิ่งเหล่านี้คุณไม่มีเลย”

แววตาของชายอีกคนวูบไหว

ทันใดนั้น เขาก็พุ่งเข้าหาโรสลินอย่างรวดเร็ว

อาเดรียนตัวจริงขยับมาขวาง แต่โรสลินไม่ปล่อยมือเขา เธอหมุนตัวตามแรงดึง แล้วปล่อยพลังจันทราลงบนพื้นระหว่างพวกเขา

วงแหวนสีเงินปรากฏขึ้นใต้เท้าชายปริศนา

ดาบของเขาหยุดค้างกลางอากาศ

เขาก้มมองวงแหวน ก่อนหัวเราะออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ

“เจ้ายังมีพลังนี้อยู่จริง ๆ”

“พลังของฉัน ไม่ใช่ของคุณ”

“พลังนี้เคยเป็นของข้า”

“งั้นคุณก็คงต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับความจริงว่า ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว”

โรสลินกำมือ

วงแหวนสีเงินปิดล้อมร่างชายปริศนา แต่ไม่สามารถกักเขาไว้ได้นาน เส้นสีดำจากพื้นเริ่มพันรอบวงแหวนและดูดกลืนแสงไปทีละน้อย

ชายผมสีเงินรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย ตะโกนออกมา

“โรสลิน! อย่าทำลายเขา!”

เธอหันขวับ

“ทำไม?”

“เพราะถ้าเจ้าฆ่าเขา... ความเจ็บปวดทั้งหมดที่ถูกแยกออกจากอาเดรียนจะกลับคืนสู่ร่างเดิม!”

อาเดรียนหน้าซีดลง

ชายปริศนาหัวเราะอย่างผู้ชนะ

“ได้ยินแล้วใช่ไหม หากข้าหายไป เขาจะต้องจดจำทุกอย่างที่เกิดขึ้นในคืนนั้น ความผิดทุกอย่างที่เขาทำ และคนทุกคนที่เขาฆ่าเพื่อให้เจ้าได้มีชีวิตอยู่”

โรสลินรู้สึกเย็นวาบไปทั้งร่าง

“คนที่เขาฆ่า?”

ชายปริศนายกดาบขึ้นอีกครั้ง

“เจ้าอยากรู้หรือไม่ว่าเลือดบนดาบนี้เป็นของใคร”

เขาหันคมดาบเข้าหาอาเดรียนตัวจริง

“มันเป็นเลือดของหญิงคนแรกที่เจ้ารัก และเป็นเลือดของคนที่เจ้าสาบานว่าจะปกป้อง... ก่อนที่เจ้าจะเป็นคนลงมือฆ่านางด้วยตัวเอง”

อาเดรียนเซถอยหลังหนึ่งก้าว

“โกหก...”

แต่เสียงของเขาไม่หนักแน่นเหมือนเดิม

โรสลินหันไปมองเขา เห็นความหวาดกลัวที่ไม่เคยปรากฏในดวงตาคู่นั้นมาก่อน

ไม่ใช่ความกลัวตาย

แต่เป็นความกลัวว่าตัวเองอาจเคยทำสิ่งที่ไม่สามารถให้อภัยได้

เธออยากถามว่าเขาจำอะไรได้บ้าง แต่ยังไม่ทันเอ่ย เสียงระเบิดก็ดังขึ้นจากด้านหลังประตูหิน

แรงสั่นสะเทือนกระแทกพื้นจนเศษหินร่วงลงมาจากเพดาน

ชายผมสีเงินหันไปทางประตู สีหน้าซีดเผือด

“ไม่... เขามาถึงแล้ว”

เสียงฝีเท้าดังมาจากทางเดินด้านนอก

ตามด้วยเสียงหัวเราะที่โรสลินจำได้ทันที

“ช่างน่าประทับใจจริง ๆ ที่ทุกคนมารวมตัวกันครบเช่นนี้”

วาเลเรียนปรากฏตัวตรงประตูหิน เสื้อคลุมสีดำเปื้อนฝุ่นและเลือด ทว่าดวงตากลับเปล่งประกายด้วยความยินดีอย่างน่าขนลุก

เขามองอาเดรียนตัวจริง ก่อนหันไปมองชายอีกคน

แล้วคุกเข่าลงข้างหนึ่ง

“ในที่สุด ข้าก็ได้พบผู้ครองนามที่แท้จริง”

ชายปริศนาลดดาบลงช้า ๆ

“ลุกขึ้น วาเลเรียน”

“ขอรับ ฝ่าบาท”

คำเรียกนั้นทำให้ทุกคนในห้องนิ่งงัน

แม้แต่อาเดรียนตัวจริงยังจ้องชายตรงหน้าด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

วาเลเรียนเงยหน้าขึ้น ยิ้มให้โรสลิน

“ส่วนเจ้า... ผู้สืบทอดคนที่สอง”

เขาหยิบแผ่นโลหะสีเงินออกมาจากเสื้อคลุม บนแผ่นนั้นมีชื่อหนึ่งสลักอยู่ด้วยอักษรโบราณ

อิซารา วาลมอร์ — ผู้ถือครองนามของราชา

วาเลเรียนพลิกแผ่นโลหะให้เธอเห็นด้านหลัง

มีข้อความอีกบรรทัดหนึ่งปรากฏอยู่

สถานะปัจจุบัน: ยังมีชีวิตอยู่ในร่างของผู้สืบทอดคนที่สอง

โรสลินรู้สึกเหมือนพื้นใต้เท้าหายไป

เธอไม่ได้เพียงได้รับชื่อของคนตายมาโดยไม่รู้ตัว

แต่บางสิ่งที่ควรจะตายไปแล้ว กำลังใช้ชีวิตอยู่ในร่างของเธอ

ชายที่มีใบหน้าเหมือนอาเดรียนยิ้มให้เธออีกครั้ง

“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน อิซารา”

แล้วเขาก็เอ่ยประโยคที่ทำให้จี้หินสีขาวของโรสลินแตกออกเป็นสองซีก

“คราวนี้ เจ้าจะต้องคืนหัวใจที่ขโมยไปจากข้า”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • พันธะเลือดลูน่าผู้นิราศ   บทที่ 55 เมื่อจันทราเลือกหัวใจ

    รุ่งอรุณแรกหลังจากการล่มสลายของแดนไร้นามมาถึงอย่างเงียบงัน แสงสีทองส่องผ่านหน้าต่างสูงของปราสาทแวมไพร์ สาดลงบนพื้นหินอ่อนที่เคยเย็นเยียบมานานนับศตวรรษ ทหารเวรยามกลับมาประจำตำแหน่ง ผู้คนที่เคยสูญเสียความทรงจำเริ่มจดจำชื่อของตนเองได้อีกครั้ง และข่าวการรอดชีวิตของราชาแวมไพร์ก็แพร่กระจายไปทั่วอาณาจักร ทว่าสำหรับโรสลิน วินเทอร์ การกลับมาของแสงสว่างไม่ได้หมายความว่าทุกคำถามจะได้รับคำตอบ เธอยืนอยู่ริมระเบียง มองท้องฟ้าที่เปลี่ยนจากสีดำเป็นสีน้ำเงินเข้ม มือข้างหนึ่งแตะจี้หินสีขาวซึ่งได้รับการซ่อมแซมด้วยเวทมนตร์ของเอเวอเร็ตต์ แม้มันจะไม่สมบูรณ์เหมือนเดิม แต่เศษหินทั้งสองชิ้นกลับเชื่อมติดกันอย่างมั่นคง ไม่มีชื่อซ่อนอยู่ภายใน ไม่มีคำสั่งจากอดีต มีเพียงแสงสีเงินจาง ๆ ที่ส่องสว่างเมื่อเธอต้องการเท่านั้น “เจ้าตื่นตั้งแต่เมื่อไร” เสียงทุ้มดังขึ้นจากด้านหลัง โรสลินหันกลับไปเห็นอาเดรียนยืนอยู่ตรงประตู เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำเรียบง่าย ไม่มีมงกุฎ ไม่มีเครื่องหมายราชวงศ์ และไม่มีดาบประจำตัว เขาดูเหมือนผู้ชายคนหนึ่งที่เพิ่งผ่านค่ำคืนอันยาวนานมาเช่นเดียวกับเธอ “ไม่นานค่ะ” “ข้าให้คนเตรียมอาหารไว้แล

  • พันธะเลือดลูน่าผู้นิราศ   บทที่ 54 ความจริงก่อนรุ่งอรุณ

    “ต้นกำเนิดของเจ้าเอง” คำพูดของอาเดรียนทำให้โรสลินนิ่งงัน รอบตัวพวกเขา ห้องหินกำลังพังทลาย แสงสีดำจากรอยแยกบนพื้นค่อย ๆ แผ่กระจายไปตามผนัง เสียงของสิ่งที่อยู่หลังประตูยังคงกระซิบเรียกชื่อผู้คนที่ไม่มีใครจดจำได้อีกต่อไป แต่โรสลินกลับได้ยินเพียงเสียงหัวใจของตัวเอง เธอค่อย ๆ ปล่อยมือจากอาเดรียน “อธิบายมา” อาเดรียนไม่หลบสายตา “ข้าจะอธิบายทุกอย่างที่ข้าจำได้ แต่ข้าไม่กล้ารับรองว่าความทรงจำทั้งหมดเป็นความจริง” “เริ่มจากเรื่องที่คุณเพิ่งพูด” เขาสูดลมหายใจลึก “หญิงที่ข้าเคยรู้จักในนามอิซาราไม่ได้เป็นเพียงผู้ถือครองนามแห่งพันธสัญญา นางเป็นร่างที่ใช้กักเก็บตัวตนของผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ผู้หญิงที่อยู่ก่อนการกำเนิดราชวงศ์จันทรา และเป็นต้นกำเนิดของพลังที่สืบทอดมาถึงเจ้า” โรสลินรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว “ผู้หญิงหลังผนึก” “ใช่” “ผู้หญิงที่บอกว่าตัวเองเป็นต้นกำเนิดของราชวงศ์จันทรา” “ข้าคิดว่าใช่” เธอหัวเราะเบา ๆ อย่างขมขื่น “ทุกคนมีคำตอบให้ฉันครึ่งเดียวเสมอ” อาเดรียนก้มหน้าลง “ข้าขอโทษ” “อย่าเพิ่งขอโทษแทนสิ่งที่คุณยังไม่รู้” โรสลินตอบ “ฉันต้องการความจริง ไม่ใช่ความรู้สึกผิดของคุณ” เขาเงยห

  • พันธะเลือดลูน่าผู้นิราศ   บทที่ 53 หัวใจที่ไม่ยอมตาย

    “อิซารา... ผู้หญิงที่ข้าฆ่าเพื่อให้เจ้าได้มีชีวิตอยู่” เสียงนั้นดังสะท้อนทั่วห้องหิน ราวกับไม่ได้มาจากหัวใจสีดำที่ลอยอยู่กลางอากาศ แต่ดังขึ้นจากภายในร่างของทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น โรสลินไม่อาจละสายตาจากสิ่งตรงหน้าได้ หัวใจสีดำเต้นช้า ๆ มีเส้นแสงสีแดงแทรกอยู่ตามรอยแตก และทุกครั้งที่มันบีบตัว พลังจันทราในร่างของเธอจะตอบสนองราวกับมีบางสิ่งกำลังเรียกหา เธอรู้สึกถึงความเศร้า ความเจ็บปวด และความรักที่รุนแรงจนเกือบกลายเป็นความเกลียดชัง แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือความรู้สึกทั้งหมดนั้นไม่ใช่ของเธอ “อย่าเข้าใกล้มัน” อาเดรียนเตือน เขายืนอยู่ข้างเธอ ดาบในมือพร้อมรับมือกับทุกสิ่ง ทว่าแววตาของเขากลับจับจ้องหัวใจสีดำด้วยความสับสนอย่างที่โรสลินไม่เคยเห็นมาก่อน “มันกำลังเชื่อมต่อกับเจ้า” “ฉันรู้” “ถ้าเช่นนั้น ถอยออกมา” โรสลินหันไปมองเขา “คุณกำลังสั่งฉันหรือขอให้ฉันระวัง” อาเดรียนชะงัก ก่อนลดดาบลงเล็กน้อย “ข้ากำลังขอให้เจ้าระวัง เพราะข้าไม่รู้ว่ามันจะทำอะไรกับเจ้า” เธอพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นฉันจะระวัง แต่ฉันจะไม่หนีจากความจริงเพียงเพราะมันน่ากลัว” อาเดรียนไม่ได้ขัดขวาง เขาเพียงขยับเข้าม

  • พันธะเลือดลูน่าผู้นิราศ   บทที่ 52 หัวใจของผู้ถูกลบ

    เสียงแตกร้าวของจี้หินสีขาวยังคงก้องอยู่ในหูของโรสลิน เศษหินสองชิ้นตกลงบนพื้นหินสีดำ แสงสีเงินที่เคยส่องสว่างจากจี้ค่อย ๆ ดับลง ทว่าก่อนที่มันจะมอดหายไปโดยสมบูรณ์ อักขระเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ภายในกลับปรากฏขึ้นชั่วขณะ ไม่ใช่ชื่อโรสลิน วินเทอร์ ไม่ใช่ชื่ออิซารา แต่เป็นสัญลักษณ์วงแหวนสามวงซ้อนกัน และมีเส้นหนึ่งพาดผ่านตรงกลาง โรสลินก้มมองเศษจี้ ก่อนเงยหน้าขึ้นเผชิญชายที่มีใบหน้าเหมือนอาเดรียน “คุณพูดว่าฉันขโมยหัวใจของคุณไป หมายความว่าอย่างไร” ชายคนนั้นยิ้มอย่างคนที่รอคำถามนี้มานาน “เจ้าจำไม่ได้จริง ๆ หรือ” “ถ้าฉันจำได้ ฉันคงไม่ถาม” “เจ้าก็ยังใจร้อนเหมือนเดิม” “ส่วนคุณก็ยังพูดมากโดยไม่ตอบคำถามเหมือนเดิม” รอยยิ้มของเขาหายไปชั่วขณะ ด้านหลังโรสลิน อาเดรียนตัวจริงยืนเงียบสนิท ตั้งแต่วาเลเรียนเรียกชายอีกคนว่า ฝ่าบาท เขาก็ไม่เอ่ยอะไรอีกเลย ดวงตาสีแดงจับจ้องแผ่นโลหะในมือวาเลเรียนราวกับกำลังพยายามดึงความทรงจำที่ถูกฝังไว้กลับคืนมา “ส่งแผ่นโลหะนั่นมา” อาเดรียนกล่าวในที่สุด วาเลเรียนเลิกคิ้ว “ฝ่าบาทต้องการสิ่งนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ” “ข้าไม่ได้สั่งให้เจ้าประชด” “ขออภัยพ่ะย่ะค่ะ แต่ข้าไม่แน่ใจว่

  • พันธะเลือดลูน่าผู้นิราศ   บทที่ 51 เงาสะท้อนของราชาแวมไพร์

    “ในที่สุดเจ้าก็มาถึง อิซารา” เสียงนั้นดังขึ้นท่ามกลางห้องหินอันเงียบงัน โรสลินยืนนิ่งอยู่หน้าประตู มือข้างหนึ่งกำจี้หินสีขาวที่ห้อยอยู่ตรงลำคอ ขณะที่อาเดรียนตัวจริงก้าวมายืนเคียงข้างเธอ ดวงตาสีแดงของราชาแวมไพร์จับจ้องชายอีกคนซึ่งมีใบหน้าเหมือนเขาทุกกระเบียดนิ้ว ผมสีดำสนิท ดวงตาสีแดงเข้ม รูปร่างสูงสง่า และดาบประจำราชวงศ์แวมไพร์ในมือ แม้แต่รอยแผลเล็ก ๆ ตรงข้อนิ้วมือซ้ายก็เหมือนกัน สิ่งที่แตกต่างมีเพียงแววตา อาเดรียนที่ยืนอยู่ข้างโรสลินมีความเยือกเย็นที่ผ่านความเจ็บปวดมานับพันปี ส่วนชายบนแท่นหินกลับมีแววตาของผู้ที่ไม่เคยยอมรับการสูญเสีย และพร้อมทำลายทุกสิ่งเพื่อเอาคืน “ถอยไปจากนาง” อาเดรียนตัวจริงเอ่ยเสียงต่ำ ชายอีกคนหัวเราะเบา ๆ “เจ้ากล้าสั่งข้าหรือ” “ข้าไม่จำเป็นต้องสั่งตัวเอง” “ตัวเอง?” อีกฝ่ายเอียงคอเล็กน้อย “เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครกันแน่ อาเดรียน” บรรยากาศในห้องพลันหนักอึ้ง เส้นสีดำที่พันธนาการชายผมสีเงินบนแท่นหินขยับราวกับสิ่งมีชีวิต มันเลื้อยผ่านแขนและลำคอของเขา ก่อนจะรัดแน่นขึ้นเมื่อชายผู้นั้นพยายามขยับตัว โรสลินมองภาพนั้นแล้วก้าวไปข้างหน้า “ก่อนจะมีใครเริ่มต่อสู้ก

  • พันธะเลือดลูน่าผู้นิราศ   บทที่ 50 ชีวิตที่แลกด้วยชื่อ

    เสียงของชายผมสีเงินยังคงดังก้องอยู่ในหัวของโรสลิน แม้แผ่นโลหะสีเงินบนโต๊ะจะดับแสงลงแล้วก็ตาม ชื่อของข้าไม่ใช่สิ่งที่ถูกขโมยไป แต่เป็นสิ่งที่ข้าใช้แลกกับชีวิตของเจ้าเอง โรสลินยืนนิ่ง มือที่จับแผ่นโลหะเย็นเฉียบจนแทบไร้ความรู้สึก “เขากำลังพยายามบอกอะไรฉันกันแน่…” อาเดรียนยืนอยู่ข้างเธอ สีหน้าของเขาเคร่งขรึม “บางทีเขาอาจยอมสละชื่อของตัวเองเพื่อช่วยเจ้าให้รอดจากการถูกลบ” “แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น ทำไมชื่อของฉันถึงถูกเปลี่ยนตามไปด้วย?” “เพราะชื่อของเจ้าอาจเป็นส่วนหนึ่งของพันธสัญญาที่เขาทำไว้” โรสลินหลับตาลง พยายามจัดเรียงข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับมา ผู้สืบทอดคนแรกถูกลบออกจากโลกเพื่อให้ผู้สืบทอดคนที่สองมีชีวิตอยู่ ชายผมสีเงินยอมแลกชื่อของตัวเองเพื่อช่วยเธอ ขณะที่ชื่อเดิมของเธอกลับถูกซ่อนเอาไว้ และอาเดรียนก็มีคำสาปที่เชื่อมโยงกับเธอมานานกว่าพันปี ทุกอย่างเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่มีใครยอมเปิดเผยความจริงทั้งหมด “ฉันจะไม่ยอมให้ใครใช้ชีวิตของฉันเป็นข้ออ้างในการเสียสละตัวเองอีกแล้ว” เธอกล่าว “ไม่ว่าจะเป็นพ่อของฉัน อิซารา หรือแม้แต่คุณ” อาเดรียนมองเธออย่างจริงจัง “ข้าจะไม่ทำเช่นนั้น” “คุณเคยพูดแบบน

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status