Home / แฟนตาซี / พันธะเลือดลูน่าผู้นิราศ / บทที่ 50 ชีวิตที่แลกด้วยชื่อ

Share

บทที่ 50 ชีวิตที่แลกด้วยชื่อ

last update publish date: 2026-10-24 09:50:39

เสียงของชายผมสีเงินยังคงดังก้องอยู่ในหัวของโรสลิน แม้แผ่นโลหะสีเงินบนโต๊ะจะดับแสงลงแล้วก็ตาม

ชื่อของข้าไม่ใช่สิ่งที่ถูกขโมยไป แต่เป็นสิ่งที่ข้าใช้แลกกับชีวิตของเจ้าเอง

โรสลินยืนนิ่ง มือที่จับแผ่นโลหะเย็นเฉียบจนแทบไร้ความรู้สึก

“เขากำลังพยายามบอกอะไรฉันกันแน่…”

อาเดรียนยืนอยู่ข้างเธอ สีหน้าของเขาเคร่งขรึม

“บางทีเขาอาจยอมสละชื่อของตัวเองเพื่อช่วยเจ้าให้รอดจากการถูกลบ”

“แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น ทำไมชื่อของฉันถึงถูกเปลี่ยนตามไปด้วย?”

“เพราะชื่อของเจ้าอาจเป็นส่วนหนึ่งของพันธสัญญาที่เขาทำไว้”

โรสลินหลับตาลง พยายามจัดเรียงข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับมา

ผู้สืบทอดคนแรกถูกลบออกจากโลกเพื่อให้ผู้สืบทอดคนที่สองมีชีวิตอยู่ ชายผมสีเงินยอมแลกชื่อของตัวเองเพื่อช่วยเธอ ขณะที่ชื่อเดิมของเธอกลับถูกซ่อนเอาไว้ และอาเดรียนก็มีคำสาปที่เชื่อมโยงกับเธอมานานกว่าพันปี

ทุกอย่างเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่มีใครยอมเปิดเผยความจริงทั้งหมด

“ฉันจะไม่ยอมให้ใครใช้ชีวิตของฉันเป็นข้ออ้างในการเสียสละตัวเองอีกแล้ว” เธอกล่าว “ไม่ว่าจะเป็นพ่อของฉัน อิซารา หรือแม้แต่คุณ”

อาเดรียนมองเธออย่างจริงจัง

“ข้าจะไม่ทำเช่นนั้น”

“คุณเคยพูดแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง”

“และข้าก็ยังพยายามรักษาคำพูดนั้นอยู่”

โรสลินถอนหายใจ ก่อนยื่นมือไปจับมือเขา

“ฉันไม่ได้ต้องการให้คุณสมบูรณ์แบบ อาเดรียน ฉันแค่ต้องการให้คุณบอกความจริง แม้ความจริงนั้นจะทำให้ฉันโกรธก็ตาม”

“ข้าจะบอกเจ้า”

“ดีค่ะ เพราะถ้าฉันรู้ทีหลัง ฉันจะโกรธมากกว่าเดิม”

“ข้าเชื่อเช่นนั้น”

เธอหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อย ก่อนสีหน้าจะกลับมาเคร่งขรึม

“เราต้องกลับไปยังสถานที่ไร้นาม แต่ก่อนอื่น ฉันต้องรู้ว่าการคืนชื่อให้ผู้ถูกลบหมายถึงอะไร”

อาเดรียนพยักหน้า

“ข้าจะให้เอเวอเร็ตต์ตรวจสอบพันธสัญญาโบราณอีกครั้ง ส่วนเจ้าควรพักก่อน”

“ฉันพักมาแล้วค่ะ”

“เจ้าพักโดยนั่งอ่านเอกสารตลอดคืน”

“นั่นเรียกว่าพักสมองค่ะ ไม่ใช่พักสายตา”

“โรสลิน”

“อาเดรียน”

ทั้งสองสบตากัน ก่อนที่ราชาแวมไพร์จะถอนหายใจอย่างยอมแพ้

“อย่างน้อยก็กินอาหารก่อน”

“ตกลงค่ะ”

เธอตอบรับง่าย ๆ จนอาเดรียนเลิกคิ้วอย่างสงสัย

“เจ้าว่าง่ายผิดปกติ”

“เพราะฉันหิวจริง ๆ ค่ะ”

เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วดึงมือเธอขึ้นจุมพิต

ช่วงเวลาเล็ก ๆ เช่นนี้ทำให้โรสลินรู้สึกว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่ในโลกที่เป็นของเธอ ไม่ใช่โลกที่ถูกสร้างขึ้นจากความทรงจำของคนอื่น

และเธอจะปกป้องสิ่งนี้ไว้ให้ได้

เอเวอเร็ตต์ใช้เวลาครึ่งวันตรวจสอบเอกสารทั้งหมดที่พวกเขานำกลับมาจากสถานที่ไร้นาม

เมื่อถึงช่วงบ่าย เขาก็เรียกโรสลินกับอาเดรียนเข้าไปในห้องทำงาน พร้อมวางแผ่นกระดาษเก่าสามแผ่นลงบนโต๊ะ

“ข้าพบคำอธิบายเกี่ยวกับการคืนชื่อแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

โรสลินนั่งลงทันที

“พูดมาเลยค่ะ”

หมอชราชี้ไปยังข้อความบนกระดาษแผ่นแรก

“ตามบันทึกโบราณ ชื่อของผู้ถูกลบมีสามสถานะ ได้แก่ ชื่อที่ถูกซ่อน ชื่อที่ถูกขโมย และชื่อที่ถูกสละ”

“ต่างกันอย่างไร?”

“ชื่อที่ถูกซ่อนยังคงเป็นของเจ้าของเดิม เพียงแต่ถูกปิดกั้นไม่ให้ผู้อื่นเข้าถึง ชื่อที่ถูกขโมยจะถูกนำไปใช้แทนชื่ออื่น ทำให้เจ้าของเดิมสูญเสียสิทธิ์ในการยืนยันตัวตน ส่วนชื่อที่ถูกสละคือชื่อที่เจ้าของยินยอมแลกเปลี่ยนเพื่อให้สิ่งอื่นดำรงอยู่”

โรสลินนึกถึงข้อความบนแผ่นโลหะทันที

“ชื่อของผู้สืบทอดคนแรกเป็นชื่อที่ถูกสละ?”

“มีความเป็นไปได้สูงพ่ะย่ะค่ะ”

“แล้วชื่อของฉันล่ะ?”

เอเวอเร็ตต์เงียบไปครู่หนึ่ง

“จากหลักฐานที่เรามี ชื่อโรสลิน วินเทอร์อาจเป็นชื่อที่ถูกนำมาใช้แทนชื่อเดิมของท่าน แต่ข้ายังไม่อาจยืนยันได้ว่าชื่อเดิมนั้นถูกขโมยหรือถูกซ่อน”

“ถ้าเป็นชื่อที่ถูกขโมย ฉันจะได้มันกลับคืนมาอย่างไร?”

“ต้องมีผู้ถือครองชื่อเดิมเป็นผู้เปิดเผยความจริง หรือมีหลักฐานที่สามารถยืนยันตัวตนเดิมได้โดยไม่ผ่านผู้ที่เปลี่ยนแปลงมัน”

โรสลินขมวดคิ้ว

“หมายความว่าเราต้องหาคนที่เปลี่ยนชื่อฉัน หรือหาหลักฐานที่ไม่สามารถถูกแก้ไขได้”

“ถูกต้องพ่ะย่ะค่ะ”

อาเดรียนหยิบเอกสารแผ่นที่สองขึ้นมา

“แล้วชื่อที่ถูกสละสามารถคืนได้หรือไม่?”

เอเวอเร็ตต์มองเขา

“ทำได้ แต่การคืนชื่อนั้นอาจทำให้พันธสัญญาที่ผูกอยู่กับมันสิ้นสุดลง”

“และถ้าชื่อนั้นเป็นสิ่งที่ค้ำจุนชีวิตของผู้สืบทอดคนที่สอง?” อาเดรียนถาม

หมอชราไม่ตอบทันที

ความเงียบของเขาทำให้โรสลินเข้าใจคำตอบได้โดยไม่ต้องถามต่อ

หากชายผมสีเงินยอมสละชื่อของตัวเองเพื่อรักษาชีวิตเธอ การคืนชื่อนั้นอาจทำให้เขากลับมาเป็นตัวตนเดิม แต่ก็อาจทำให้พันธสัญญาที่ค้ำจุนชีวิตของเธอพังทลายลง

“ถ้าอย่างนั้น เราต้องหาวิธีคืนชื่อโดยไม่ทำให้ใครต้องตาย”

“ข้าจะพยายามค้นคว้าเพิ่มเติมพ่ะย่ะค่ะ”

โรสลินส่ายหน้า

“ไม่ใช่แค่พยายามค่ะ เราต้องทำให้ได้”

เอเวอเร็ตต์ยิ้มบาง ๆ

“ข้าจะทำให้ดีที่สุด”

ในค่ำวันเดียวกัน เซราฟีนกลับมาพร้อมข่าวที่ทำให้ทุกคนต้องเปลี่ยนแผน

“วาเลเรียนออกจากซากเมืองหลวงแล้วเพคะ”

โรสลินลุกขึ้นจากเก้าอี้

“เขาไปที่ไหน?”

“ไม่มีใครทราบแน่ชัด แต่หน่วยลาดตระเวนพบร่องรอยพลังของประตูรัตติกาลนิรันดร์ทางเหนือ ตรงเส้นทางที่มุ่งไปยังสถานที่ไร้นาม”

อาเดรียนมีสีหน้าเย็นชาลงทันที

“เขารู้แล้วว่าผู้สืบทอดคนแรกยังมีชีวิต”

“ถ้าเขาไปถึงที่นั่นก่อนเรา เขาอาจบังคับให้ชายคนนั้นเปิดเผยชื่อเดิม” โรสลินกล่าว

“หรือใช้ชื่อของเขาเปิดประตู” อาเดรียนเสริม

เซราฟีนวางแผนที่ลงบนโต๊ะ

“เรามีทางไปถึงสถานที่ไร้นามสองเส้นทาง เส้นทางแรกเร็วกว่า แต่ผ่านพื้นที่ที่พลังความว่างเปล่ารุนแรง ส่วนเส้นทางที่สองปลอดภัยกว่า แต่ต้องใช้เวลาเพิ่มอย่างน้อยหนึ่งวัน”

โรสลินพิจารณาแผนที่

“เราจะใช้เส้นทางแรก”

อาเดรียนหันมามองเธอทันที

“ไม่”

เธอเลิกคิ้ว

“คุณยังไม่ได้ฟังเหตุผลของฉันเลยนะคะ”

“ข้าฟังพอแล้ว เส้นทางนั้นอันตรายเกินไป”

“ส่วนเส้นทางที่ปลอดภัยกว่าจะทำให้วาเลเรียนไปถึงก่อน”

“ข้าจะหาทางอื่น”

โรสลินวางมือบนโต๊ะ

“นี่แหละค่ะ สิ่งที่ฉันไม่ต้องการ คุณกำลังตัดสินใจแทนทุกคนอีกแล้ว”

อาเดรียนชะงัก

“ข้าเพียงต้องการปกป้องเจ้า”

“ฉันรู้ แต่การปกป้องไม่ใช่การปิดกั้นทางเลือกของฉัน”

เธอสูดลมหายใจเข้าลึก

“ฉันจะไม่เดินเข้าไปในพื้นที่อันตรายโดยไม่เตรียมตัว เราจะใช้แผนที่ของเอเวอเร็ตต์ หลีกเลี่ยงจุดที่พลังความว่างเปล่ารุนแรง และตั้งจุดถอยกลับ หากสถานการณ์เกินควบคุม เราจะถอนตัวพร้อมกัน”

เซราฟีนพยักหน้า

“แผนนี้ทำได้เพคะ”

อาเดรียนยังคงเงียบ

โรสลินเดินเข้าไปหาเขา

“คุณไม่จำเป็นต้องชอบทุกการตัดสินใจของฉัน แต่ฉันต้องการให้คุณเชื่อว่าฉันสามารถรับผิดชอบต่อการเลือกของตัวเองได้”

ราชาแวมไพร์สบตาเธออยู่นาน ก่อนจะพยักหน้าอย่างช้า ๆ

“ตกลง เราจะใช้เส้นทางแรก แต่หากเจ้ารู้สึกว่าพลังของเจ้ากำลังถูกดึงออกไป เจ้าต้องบอกข้าทันที”

“และถ้าคุณเริ่มมีอาการจากคำสาป คุณก็ต้องบอกฉันทันทีเช่นกัน”

“ตกลง”

เซราฟีนมองทั้งสองคนสลับกัน ก่อนถอนหายใจ

“ข้าคิดว่าการเดินทางครั้งนี้อาจไม่ยากเท่าการทำให้ทั้งสองพระองค์ยอมรับว่าต่างฝ่ายต่างเป็นห่วงกัน”

โรสลินยิ้ม

“คุณเริ่มเข้าใจพวกเราแล้วค่ะ”

“น่าเสียดายที่ข้าไม่สามารถลาออกจากตำแหน่งได้”

“คุณลาออกได้เสมอค่ะ”

“แล้วใครจะคอยห้ามไม่ให้ฝ่าบาททั้งสองพระองค์ทำเรื่องอันตรายเพคะ?”

ไม่มีใครตอบ

เพราะทุกคนรู้ดีว่าเซราฟีนคงต้องทำหน้าที่นั้นต่อไปอีกนาน

พวกเขาออกเดินทางก่อนรุ่งสาง

เส้นทางเหนือเต็มไปด้วยหมอกสีเงิน ต้นไม้สองข้างทางไร้ใบไม้ แม้จะเป็นช่วงที่ควรมีหิมะปกคลุม แต่พื้นดินกลับแห้งสนิท ราวกับพื้นที่นี้ถูกตัดขาดจากฤดูกาลของโลกภายนอก

โรสลินรู้สึกถึงความผิดปกติตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าสู่เขตแดน

เสียงนกร้องค่อย ๆ หายไป เสียงลมเบาลง และเมื่อเดินผ่านหลักหินต้นหนึ่ง เธอก็พบว่าตัวอักษรบนแผนที่ของเซราฟีนเลือนหายไปหนึ่งบรรทัด

“หยุดก่อน”

ทุกคนหยุดเดิน

โรสลินยกจี้หินขึ้น แสงสีเงินส่องไปยังหลักหินที่อยู่ข้างทาง

มีข้อความสลักอยู่บนพื้นผิวของมัน

ผู้ที่เดินทางโดยปราศจากชื่อ จะได้รับอนุญาตให้ผ่าน

“นี่ไม่ใช่เส้นทางปกติแล้ว” เซราฟีนกล่าว พลางชักดาบออกจากฝัก

โรสลินก้าวเข้าไปใกล้หลักหิน

“ถ้าพวกเราต้องใช้ชื่อเพื่อยืนยันตัวตน เราอาจถูกสถานที่นี้ดึงชื่อออกไปได้”

อาเดรียนพยักหน้า

“อย่าพูดชื่อเต็มของตัวเอง และอย่าเชื่อเสียงที่เรียกจากในหมอก”

เอเวอเร็ตต์หยิบผงแร่สีเงินออกมาขีดวงเขตป้องกันรอบกลุ่ม

“หากเกิดอะไรขึ้น ให้ทุกคนอยู่ภายในวงนี้ก่อนพ่ะย่ะค่ะ”

โรสลินมองหมอกตรงหน้า

เสียงหนึ่งดังขึ้นจากระยะไกล

“โรสลิน…”

เธอชะงัก

เสียงนั้นเหมือนเสียงของราชินีลูนาเรียทุกประการ

“ลูกแม่…”

อาเดรียนจับมือเธอไว้ทันที

“อย่าตอบ”

เสียงในหมอกดังขึ้นอีกครั้ง

“เจ้าจะไม่คิดถึงแม่หรือ?”

โรสลินกัดริมฝีปาก

เธอคิดถึงลูนาเรียจริง ๆ คิดถึงอ้อมกอด กลิ่นหอมของดอกไม้ในห้องบรรทม และเสียงที่เคยกล่อมเธอในคืนที่ฝันร้าย

แต่ตอนนี้เธอไม่รู้ว่าความทรงจำเหล่านั้นเป็นของจริงทั้งหมดหรือไม่

“ถ้าคุณเป็นแม่ของฉันจริง” โรสลินกล่าวเสียงดัง “จงตอบคำถามที่มีเพียงแม่ของฉันเท่านั้นที่รู้”

หมอกหยุดเคลื่อนไหว

จากนั้นเสียงผู้หญิงก็ตอบกลับมา

“เจ้าต้องการให้ข้าพิสูจน์ความรักด้วยความทรงจำอย่างนั้นหรือ?”

โรสลินกำมือแน่น

“ฉันต้องการให้คุณพิสูจน์ว่าคุณเป็นใคร”

เสียงหัวเราะดังขึ้นจากหมอก

“เจ้าเรียนรู้ที่จะไม่เชื่อใจใครแล้วสินะ”

“ไม่ค่ะ ฉันแค่เรียนรู้ว่าความรักไม่ควรเรียกร้องให้ฉันละทิ้งเหตุผล”

ทันใดนั้น หมอกตรงหน้าก็แหวกออก

หญิงสาวในชุดสีขาวยืนอยู่บนเส้นทางเบื้องหน้า ใบหน้าของนางเหมือนลูนาเรียทุกประการ แต่ดวงตากลับว่างเปล่า ไม่มีแววอบอุ่นที่โรสลินเคยจดจำ

นางยื่นมือออกมา

“มาหาแม่สิ”

โรสลินไม่ขยับ

“คุณไม่ใช่แม่ของฉัน”

หญิงสาวหยุดยิ้ม

ใบหน้าของนางเริ่มแตกร้าวเหมือนกระจก ก่อนร่างทั้งหมดจะสลายเป็นละอองสีดำ

แต่ก่อนที่ละอองเหล่านั้นจะหายไป เสียงของนางกลับดังขึ้นอีกครั้ง

“ถ้าเช่นนั้น เจ้าก็จงจำไว้ว่าคนที่เปลี่ยนชื่อของเจ้า ไม่ใช่คนที่ขโมยชีวิตของเจ้าไป”

โรสลินเบิกตากว้าง

“หมายความว่าอย่างไร?”

ไม่มีคำตอบ

มีเพียงแสงสีเงินที่ปรากฏขึ้นกลางหมอก ก่อนรวมตัวเป็นเส้นทางใหม่ซึ่งทอดลึกเข้าไปในป่า

อาเดรียนมองเส้นทางนั้นอย่างระแวดระวัง

“มันกำลังนำทางเรา”

“หรือกำลังล่อเราเข้าไป” เซราฟีนแย้ง

โรสลินยกจี้หินขึ้นตรวจสอบ

แสงสีเงินจากจี้ไม่ได้แสดงสัญญาณเตือน แต่กลับส่องสว่างไปยังเส้นทางนั้นอย่างต่อเนื่อง

“เราไปต่อได้ แต่ต้องไม่แยกจากกัน”

ทุกคนพยักหน้า

พวกเขาเดินลึกเข้าไปในหมอก จนกระทั่งพบประตูหินเก่าบานหนึ่งตั้งอยู่กลางป่า

ไม่มีรั้ว ไม่มีอาคาร และไม่มีร่องรอยของผู้คน

ตรงกลางประตูมีสัญลักษณ์สามวงซ้อนกัน

แต่ครั้งนี้มีสิ่งหนึ่งแตกต่างออกไป

สัญลักษณ์วงนอกถูกขีดทับด้วยเส้นสีแดง

โรสลินวางมือบนประตู

จี้หินสีขาวส่องแสงขึ้นทันที

เสียงของชายผมสีเงินดังขึ้นจากอีกฟากหนึ่ง

หากเจ้ามาถึงที่นี่แล้ว จงจำไว้ว่าข้าไม่ได้สละชื่อเพื่อให้เจ้ากลับมาหาข้า

ข้าสละชื่อเพื่อให้เจ้ามีโอกาสเลือกชีวิตของตัวเอง

โรสลินรู้สึกถึงน้ำตาที่เอ่อขึ้นในดวงตา

“ฉันจะหาคุณให้พบ” เธอกระซิบ “แต่ฉันจะไม่ยอมให้คุณตายเพื่อฉันอีก”

ทันทีที่คำพูดนั้นจบลง ประตูหินก็เปิดออก

ด้านหลังคือห้องโถงสีดำซึ่งมีแท่นหินตั้งอยู่กลางห้อง บนแท่นนั้นมีชายผมสีเงินนอนนิ่งอยู่ ร่างกายของเขาถูกพันธนาการด้วยเส้นแสงสีดำหลายเส้น

โรสลินจำใบหน้าของเขาได้ทันที

ผู้สืบทอดคนแรก

บิดาของเธอ

แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนหยุดนิ่งกลับไม่ใช่สภาพของชายคนนั้น

หากเป็นร่างอีกคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างแท่นหิน

ชายคนนั้นมีผมสีดำ ดวงตาสีแดง และใบหน้าที่โรสลินคุ้นเคยเป็นอย่างดี

อาเดรียน

ไม่ใช่อาเดรียนที่ยืนอยู่ข้างเธอ

แต่เป็นอาเดรียนอีกคนหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนถูกดึงออกมาจากความทรงจำเมื่อพันกว่าปีก่อน

เขาหันมามองโรสลิน ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ในที่สุดเจ้าก็มาถึง อิซารา”

อาเดรียนที่ยืนอยู่ข้างเธอแข็งค้าง

เพราะชายอีกคนกำลังถือดาบที่มีตราประจำราชวงศ์แวมไพร์

และบนใบดาบนั้นมีเลือดสีดำที่ยังไม่แห้ง

ชายผู้นั้นยิ้มให้โรสลิน

“คราวนี้ ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าหนีไปจากข้าอีกแล้ว”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธะเลือดลูน่าผู้นิราศ   บทที่ 55 เมื่อจันทราเลือกหัวใจ

    รุ่งอรุณแรกหลังจากการล่มสลายของแดนไร้นามมาถึงอย่างเงียบงัน แสงสีทองส่องผ่านหน้าต่างสูงของปราสาทแวมไพร์ สาดลงบนพื้นหินอ่อนที่เคยเย็นเยียบมานานนับศตวรรษ ทหารเวรยามกลับมาประจำตำแหน่ง ผู้คนที่เคยสูญเสียความทรงจำเริ่มจดจำชื่อของตนเองได้อีกครั้ง และข่าวการรอดชีวิตของราชาแวมไพร์ก็แพร่กระจายไปทั่วอาณาจักร ทว่าสำหรับโรสลิน วินเทอร์ การกลับมาของแสงสว่างไม่ได้หมายความว่าทุกคำถามจะได้รับคำตอบ เธอยืนอยู่ริมระเบียง มองท้องฟ้าที่เปลี่ยนจากสีดำเป็นสีน้ำเงินเข้ม มือข้างหนึ่งแตะจี้หินสีขาวซึ่งได้รับการซ่อมแซมด้วยเวทมนตร์ของเอเวอเร็ตต์ แม้มันจะไม่สมบูรณ์เหมือนเดิม แต่เศษหินทั้งสองชิ้นกลับเชื่อมติดกันอย่างมั่นคง ไม่มีชื่อซ่อนอยู่ภายใน ไม่มีคำสั่งจากอดีต มีเพียงแสงสีเงินจาง ๆ ที่ส่องสว่างเมื่อเธอต้องการเท่านั้น “เจ้าตื่นตั้งแต่เมื่อไร” เสียงทุ้มดังขึ้นจากด้านหลัง โรสลินหันกลับไปเห็นอาเดรียนยืนอยู่ตรงประตู เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำเรียบง่าย ไม่มีมงกุฎ ไม่มีเครื่องหมายราชวงศ์ และไม่มีดาบประจำตัว เขาดูเหมือนผู้ชายคนหนึ่งที่เพิ่งผ่านค่ำคืนอันยาวนานมาเช่นเดียวกับเธอ “ไม่นานค่ะ” “ข้าให้คนเตรียมอาหารไว้แล

  • พันธะเลือดลูน่าผู้นิราศ   บทที่ 54 ความจริงก่อนรุ่งอรุณ

    “ต้นกำเนิดของเจ้าเอง” คำพูดของอาเดรียนทำให้โรสลินนิ่งงัน รอบตัวพวกเขา ห้องหินกำลังพังทลาย แสงสีดำจากรอยแยกบนพื้นค่อย ๆ แผ่กระจายไปตามผนัง เสียงของสิ่งที่อยู่หลังประตูยังคงกระซิบเรียกชื่อผู้คนที่ไม่มีใครจดจำได้อีกต่อไป แต่โรสลินกลับได้ยินเพียงเสียงหัวใจของตัวเอง เธอค่อย ๆ ปล่อยมือจากอาเดรียน “อธิบายมา” อาเดรียนไม่หลบสายตา “ข้าจะอธิบายทุกอย่างที่ข้าจำได้ แต่ข้าไม่กล้ารับรองว่าความทรงจำทั้งหมดเป็นความจริง” “เริ่มจากเรื่องที่คุณเพิ่งพูด” เขาสูดลมหายใจลึก “หญิงที่ข้าเคยรู้จักในนามอิซาราไม่ได้เป็นเพียงผู้ถือครองนามแห่งพันธสัญญา นางเป็นร่างที่ใช้กักเก็บตัวตนของผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ผู้หญิงที่อยู่ก่อนการกำเนิดราชวงศ์จันทรา และเป็นต้นกำเนิดของพลังที่สืบทอดมาถึงเจ้า” โรสลินรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว “ผู้หญิงหลังผนึก” “ใช่” “ผู้หญิงที่บอกว่าตัวเองเป็นต้นกำเนิดของราชวงศ์จันทรา” “ข้าคิดว่าใช่” เธอหัวเราะเบา ๆ อย่างขมขื่น “ทุกคนมีคำตอบให้ฉันครึ่งเดียวเสมอ” อาเดรียนก้มหน้าลง “ข้าขอโทษ” “อย่าเพิ่งขอโทษแทนสิ่งที่คุณยังไม่รู้” โรสลินตอบ “ฉันต้องการความจริง ไม่ใช่ความรู้สึกผิดของคุณ” เขาเงยห

  • พันธะเลือดลูน่าผู้นิราศ   บทที่ 53 หัวใจที่ไม่ยอมตาย

    “อิซารา... ผู้หญิงที่ข้าฆ่าเพื่อให้เจ้าได้มีชีวิตอยู่” เสียงนั้นดังสะท้อนทั่วห้องหิน ราวกับไม่ได้มาจากหัวใจสีดำที่ลอยอยู่กลางอากาศ แต่ดังขึ้นจากภายในร่างของทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น โรสลินไม่อาจละสายตาจากสิ่งตรงหน้าได้ หัวใจสีดำเต้นช้า ๆ มีเส้นแสงสีแดงแทรกอยู่ตามรอยแตก และทุกครั้งที่มันบีบตัว พลังจันทราในร่างของเธอจะตอบสนองราวกับมีบางสิ่งกำลังเรียกหา เธอรู้สึกถึงความเศร้า ความเจ็บปวด และความรักที่รุนแรงจนเกือบกลายเป็นความเกลียดชัง แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือความรู้สึกทั้งหมดนั้นไม่ใช่ของเธอ “อย่าเข้าใกล้มัน” อาเดรียนเตือน เขายืนอยู่ข้างเธอ ดาบในมือพร้อมรับมือกับทุกสิ่ง ทว่าแววตาของเขากลับจับจ้องหัวใจสีดำด้วยความสับสนอย่างที่โรสลินไม่เคยเห็นมาก่อน “มันกำลังเชื่อมต่อกับเจ้า” “ฉันรู้” “ถ้าเช่นนั้น ถอยออกมา” โรสลินหันไปมองเขา “คุณกำลังสั่งฉันหรือขอให้ฉันระวัง” อาเดรียนชะงัก ก่อนลดดาบลงเล็กน้อย “ข้ากำลังขอให้เจ้าระวัง เพราะข้าไม่รู้ว่ามันจะทำอะไรกับเจ้า” เธอพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นฉันจะระวัง แต่ฉันจะไม่หนีจากความจริงเพียงเพราะมันน่ากลัว” อาเดรียนไม่ได้ขัดขวาง เขาเพียงขยับเข้าม

  • พันธะเลือดลูน่าผู้นิราศ   บทที่ 52 หัวใจของผู้ถูกลบ

    เสียงแตกร้าวของจี้หินสีขาวยังคงก้องอยู่ในหูของโรสลิน เศษหินสองชิ้นตกลงบนพื้นหินสีดำ แสงสีเงินที่เคยส่องสว่างจากจี้ค่อย ๆ ดับลง ทว่าก่อนที่มันจะมอดหายไปโดยสมบูรณ์ อักขระเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ภายในกลับปรากฏขึ้นชั่วขณะ ไม่ใช่ชื่อโรสลิน วินเทอร์ ไม่ใช่ชื่ออิซารา แต่เป็นสัญลักษณ์วงแหวนสามวงซ้อนกัน และมีเส้นหนึ่งพาดผ่านตรงกลาง โรสลินก้มมองเศษจี้ ก่อนเงยหน้าขึ้นเผชิญชายที่มีใบหน้าเหมือนอาเดรียน “คุณพูดว่าฉันขโมยหัวใจของคุณไป หมายความว่าอย่างไร” ชายคนนั้นยิ้มอย่างคนที่รอคำถามนี้มานาน “เจ้าจำไม่ได้จริง ๆ หรือ” “ถ้าฉันจำได้ ฉันคงไม่ถาม” “เจ้าก็ยังใจร้อนเหมือนเดิม” “ส่วนคุณก็ยังพูดมากโดยไม่ตอบคำถามเหมือนเดิม” รอยยิ้มของเขาหายไปชั่วขณะ ด้านหลังโรสลิน อาเดรียนตัวจริงยืนเงียบสนิท ตั้งแต่วาเลเรียนเรียกชายอีกคนว่า ฝ่าบาท เขาก็ไม่เอ่ยอะไรอีกเลย ดวงตาสีแดงจับจ้องแผ่นโลหะในมือวาเลเรียนราวกับกำลังพยายามดึงความทรงจำที่ถูกฝังไว้กลับคืนมา “ส่งแผ่นโลหะนั่นมา” อาเดรียนกล่าวในที่สุด วาเลเรียนเลิกคิ้ว “ฝ่าบาทต้องการสิ่งนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ” “ข้าไม่ได้สั่งให้เจ้าประชด” “ขออภัยพ่ะย่ะค่ะ แต่ข้าไม่แน่ใจว่

  • พันธะเลือดลูน่าผู้นิราศ   บทที่ 51 เงาสะท้อนของราชาแวมไพร์

    “ในที่สุดเจ้าก็มาถึง อิซารา” เสียงนั้นดังขึ้นท่ามกลางห้องหินอันเงียบงัน โรสลินยืนนิ่งอยู่หน้าประตู มือข้างหนึ่งกำจี้หินสีขาวที่ห้อยอยู่ตรงลำคอ ขณะที่อาเดรียนตัวจริงก้าวมายืนเคียงข้างเธอ ดวงตาสีแดงของราชาแวมไพร์จับจ้องชายอีกคนซึ่งมีใบหน้าเหมือนเขาทุกกระเบียดนิ้ว ผมสีดำสนิท ดวงตาสีแดงเข้ม รูปร่างสูงสง่า และดาบประจำราชวงศ์แวมไพร์ในมือ แม้แต่รอยแผลเล็ก ๆ ตรงข้อนิ้วมือซ้ายก็เหมือนกัน สิ่งที่แตกต่างมีเพียงแววตา อาเดรียนที่ยืนอยู่ข้างโรสลินมีความเยือกเย็นที่ผ่านความเจ็บปวดมานับพันปี ส่วนชายบนแท่นหินกลับมีแววตาของผู้ที่ไม่เคยยอมรับการสูญเสีย และพร้อมทำลายทุกสิ่งเพื่อเอาคืน “ถอยไปจากนาง” อาเดรียนตัวจริงเอ่ยเสียงต่ำ ชายอีกคนหัวเราะเบา ๆ “เจ้ากล้าสั่งข้าหรือ” “ข้าไม่จำเป็นต้องสั่งตัวเอง” “ตัวเอง?” อีกฝ่ายเอียงคอเล็กน้อย “เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครกันแน่ อาเดรียน” บรรยากาศในห้องพลันหนักอึ้ง เส้นสีดำที่พันธนาการชายผมสีเงินบนแท่นหินขยับราวกับสิ่งมีชีวิต มันเลื้อยผ่านแขนและลำคอของเขา ก่อนจะรัดแน่นขึ้นเมื่อชายผู้นั้นพยายามขยับตัว โรสลินมองภาพนั้นแล้วก้าวไปข้างหน้า “ก่อนจะมีใครเริ่มต่อสู้ก

  • พันธะเลือดลูน่าผู้นิราศ   บทที่ 50 ชีวิตที่แลกด้วยชื่อ

    เสียงของชายผมสีเงินยังคงดังก้องอยู่ในหัวของโรสลิน แม้แผ่นโลหะสีเงินบนโต๊ะจะดับแสงลงแล้วก็ตาม ชื่อของข้าไม่ใช่สิ่งที่ถูกขโมยไป แต่เป็นสิ่งที่ข้าใช้แลกกับชีวิตของเจ้าเอง โรสลินยืนนิ่ง มือที่จับแผ่นโลหะเย็นเฉียบจนแทบไร้ความรู้สึก “เขากำลังพยายามบอกอะไรฉันกันแน่…” อาเดรียนยืนอยู่ข้างเธอ สีหน้าของเขาเคร่งขรึม “บางทีเขาอาจยอมสละชื่อของตัวเองเพื่อช่วยเจ้าให้รอดจากการถูกลบ” “แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น ทำไมชื่อของฉันถึงถูกเปลี่ยนตามไปด้วย?” “เพราะชื่อของเจ้าอาจเป็นส่วนหนึ่งของพันธสัญญาที่เขาทำไว้” โรสลินหลับตาลง พยายามจัดเรียงข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับมา ผู้สืบทอดคนแรกถูกลบออกจากโลกเพื่อให้ผู้สืบทอดคนที่สองมีชีวิตอยู่ ชายผมสีเงินยอมแลกชื่อของตัวเองเพื่อช่วยเธอ ขณะที่ชื่อเดิมของเธอกลับถูกซ่อนเอาไว้ และอาเดรียนก็มีคำสาปที่เชื่อมโยงกับเธอมานานกว่าพันปี ทุกอย่างเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่มีใครยอมเปิดเผยความจริงทั้งหมด “ฉันจะไม่ยอมให้ใครใช้ชีวิตของฉันเป็นข้ออ้างในการเสียสละตัวเองอีกแล้ว” เธอกล่าว “ไม่ว่าจะเป็นพ่อของฉัน อิซารา หรือแม้แต่คุณ” อาเดรียนมองเธออย่างจริงจัง “ข้าจะไม่ทำเช่นนั้น” “คุณเคยพูดแบบน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status