Teilen

5. ถ้าไม่สน ก็อย่ามอง

last update Veröffentlichungsdatum: 25.10.2026 13:12:11

หลังจากวันนั้นความสัมพันธ์ของปั้นชากับคีตะเหมือนถูกใครบางคนกดปุ่มถอยหลัง จากที่เคยแซวกันทุกเช้า จากที่คีตะเคาะประตูถามว่ากินข้าวหรือยัง จากที่มีข้อความกวน ๆ เด้งเข้ามาทุกสองสามชั่วโมง ทุกอย่างเงียบลง เงียบจนปั้นชารู้สึกได้แต่เธอก็ทำเหมือนไม่รู้ เช้าวันจันทร์ปั้นชาลงมาชั้นล่างตอนเกือบเก้าโมง คิรินนั่งกินกาแฟอยู่ที่โต๊ะส่วนคีตะยืนพิงเคาน์เตอร์ครัวในชุดนักศึกษาเสื้อเชิ้ตขาวพับแขน กางเกงสีเข้ม ผมสีน้ำตาลอ่อนเซ็ตลวก ๆ แต่ดูดีเกินเหตุ ปั้นชาเหลือบมองแค่ครู่เดียวแล้วเดินไปเปิดตู้เย็น

“ตื่นเช้าจัง” คิรินทัก

“อือ”

คีตะเงยหน้าจากโทรศัพท์สายตาสบกัน เงียบ… ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงพูดอะไรสักอย่าง ‘วันนี้พี่สวยนะ‘ ‘ผมไปส่งไหม’ หรืออย่างน้อยก็ ‘อรุณสวัสดิ์ครับคนเย็นชา’ แต่วันนี้ไม่มีเขาแค่พยักหน้าเบา ๆ

“ตื่นเช้านะครับ” แล้วก้มกลับไปดูโทรศัพท์ ปั้นชาชะงักนิดหนึ่งก่อนตอบ

“อือ”

คิรินมองซ้ายทีขวาที “พวกมึงทะเลาะกัน?”

“เปล่า” ปั้นชาตอบก่อน คีตะก็พูดขึ้นพร้อมกัน “ไม่ได้ทะเลาะ”

ทั้งคู่เงียบ คิรินยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ “อ๋อ”

ปั้นชาหันไปมอง “อ๋ออะไร”

“เปล่า”

เธอไม่ถามต่อแต่ขณะที่กำลังหยิบขวดน้ำ คีตะก็เดินผ่านหลังเธอไป กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ลอยผ่านปั้นชาหันตามโดยไม่ตั้งใจ เธอเห็นเขาหยิบกุญแจรถจากโต๊ะ

“ไปก่อนนะพี่” คีตะพูดกับคิริน

“กลับกี่โมง”

“ไม่รู้ เย็น ๆ”

เขาหันมาทางปั้นชา “ผมไปนะ”

เธอพยักหน้าตอบว่า “อือ” แค่นั้น

ประตูบ้านปิดลงคิรินวางแก้วกาแฟลง

“ปั้น”

“อะไร”

“เมื่อก่อนมันพูดกับเธอวันละร้อยคำ”

“ดีแล้ว”

“ดี?”

“สงบดี”

คิรินมองหน้าเพื่อน “จริง?”

“อือ”

“งั้นเมื่อกี้มองตามมันทำไม”

มือที่กำลังเปิดขวดน้ำหยุด ปั้นชาเงยหน้าตอบ “ไม่ได้มอง”

“เราเห็น”

“มองประตู”

“ประตูอยู่คนละทาง”

เธอนิ่ง คิรินยิ้มมุมปาก “โอเค ไม่แซว”

“ไม่ได้มีอะไรให้แซว”

“ยังไม่ได้บอกว่ามี”

ปั้นชาหรี่ตา “กินกาแฟไป”

“ครับ”

คิรินหัวเราะเบา ๆ ส่วนปั้นชายกขวดน้ำขึ้นดื่มทั้งที่ในใจกลับหงุดหงิดแบบไร้สาเหตุ… หงุดหงิดอะไรก็ดีแล้วไม่ใช่หรือไง? เขาเลิกกวนเลิกยุ่งเลิกทำอะไรให้เธอเข้าใจผิด ควรดีใจแต่ทำไมมันรู้สึกเงียบเกินไป

ช่วงบ่ายปั้นชานั่งทำงานอยู่ในห้องโทรศัพท์สั่นเธอเผลอหยิบขึ้นเร็วเกินปกติ ไม่ใช่คีตะแต่เป็นลูกค้า เธอวางลงอีกครึ่งชั่วโมงสั่นอีก หยิบมาดูก็ยังไม่ใช่ ผ่านไปอีกพักใหญ่ปั้นชาขมวดคิ้วแล้ววางโทรศัพท์คว่ำหน้าลง

“เป็นอะไรของเรา”

เธอบ่นเบา ๆ ไม่มีข้อความจากเขา มันก็ควรปกติทั้งคู่ไม่ได้เป็นอะไรกัน คีตะไม่ได้มีหน้าที่ต้องทักแต่ความเคยชินไม่กี่วันที่ผ่านมากลับน่ารำคาญกว่าที่คิด ตกเย็นเสียงรถคีตะเข้ามาจอดหน้าบ้าน ปั้นชาที่กำลังวาดรูปอยู่หยุดมือเธอเงยหน้ามองประตูแล้วรีบก้มกลับ ไม่สน ไม่เกี่ยว ไม่ถึงนาทีเสียงหัวเราะของผู้หญิงก็ดังขึ้นจากชั้นล่าง ปั้นชาหยุดมืออีกครั้งปลายปากกาค้างกลางอากาศ เธอหลับตาลง

“อีกแล้ว”

เสียงฝีเท้าหลายคนเดินเข้าบ้านตามด้วยเสียงคีตะหัวเราะ คืนนี้ไม่ใช่คนเดียวเหมือนจะมีเพื่อนกลุ่มเดิมมาด้วย ปั้นชาใส่หูฟังเปิดเพลงดังขึ้นวาดรูปต่อพยายามไม่สน แต่พอเกือบสองทุ่มเธอต้องลงไปเอาน้ำ ห้องนั่งเล่นมีคนอยู่ห้าหกคน คีตะนั่งกลางโซฟาผู้หญิงผมยาวคนหนึ่งนั่งชิดเขามากจนแทบไม่มีช่องว่าง อีกคนกำลังหัวเราะกับเพื่อน ปั้นชาเดินผ่านสายตาของเขาหยุดอยู่ที่เธอแวบหนึ่ง ก่อนพูดขึ้น

“พี่ปั้น”

เธอหันไปมองเขา “อะไร”

“กินอะไรยัง”

ปั้นชารู้สึกแปลก ประโยคเดิมน้ำเสียงเดิมแต่ครั้งนี้มันฟังห่างกว่าเดิมมาก

“กินแล้ว”

“โอเค”

เขาถามแค่นั้น ไม่ถามต่อ ไม่กวน ไม่บอกว่าจะทำให้กิน ปั้นชาพยักหน้าแล้วเดินเข้าครัว ขณะเปิดตู้เย็นเสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังจากห้องนั่งเล่น

“คีตะ คืนนี้ไปต่อไหม”

“ดูที่ดิ”

“ถ้าไปฉันไปด้วย”

“เออ”

ปั้นชากำขวดน้ำแน่นขึ้นนิดหนึ่ง เธอถอนหายใจ… ไร้สาระ มันเรื่องของเขา แต่พอเดินกลับออกมาเธอก็เห็นผู้หญิงคนเดิมเอามือพาดไหล่คีตะ เขาไม่ปัดออกแถมยังหัวเราะอยู่ด้วย

ปั้นชาเดินผ่านไปเหมือนไม่เห็นคีตะ เขาเงยหน้ามองตามเห็นแค่แผ่นหลังเย็นชา ไม่มีสีหน้า ไม่มีอาการ ไม่มีอะไรเลย ในอกเขาหนักขึ้นนิดหนึ่ง

“คีตะ” เพื่อนเรียก เขาหันกลับไปมอง

“อะไร”

“เหม่อไรวะ”

“เปล่า”

“มองพี่ปั้นอีกแล้ว”

คีตะขมวดคิ้ว “มึงพูดมาก”

“ชอบเขาก็จีบดิ”

ผู้หญิงข้างตัวชะงักเล็กน้อย คีตะหัวเราะกลบ “เขาไม่เอากู”

“แล้วมึงถอย?”

“เออ” พูดออกมาเหมือนง่ายแต่ในใจกลับไม่ง่ายเลย เพื่อนยักคิ้ว

“งั้นกลับมาเป็นมึงเหมือนเดิมก็ดี”

คีตะหยิบแก้วขึ้นดื่ม “กูก็เป็นเหมือนเดิมอยู่แล้ว”

เขาพูดแบบนั้นทั้งที่ตัวเองรู้ดีที่สุดว่าไม่เหมือน ตีหนึ่งกว่าปั้นชาสะดุ้งตื่นเพราะเสียงประตูชั้นล่าง เธอลืมตาในความมืด เป็นเสียงคนคุยกันเสียงผู้หญิงหัวเราะจากนั้นเสียงฝีเท้าขึ้นบันได ประตูห้องคีตะเปิดแล้วปิด ปั้นชานอนนิ่งเธอมองผนังฝั่งนั้น ไม่รู้ทำไมในอกถึงแน่นเธอพลิกตัวหันหลังให้ผนัง

“ก็เหมือนเดิมของเขา”

ถึงจะบอกตัวเองแบบนั้นแต่เสียงหัวเราะผู้หญิงเบา ๆ จากอีกฝั่งทำให้เธอลืมตาอีกครั้ง ปั้นชาดึงผ้าห่มขึ้นปิดหู

“รำคาญ” ครั้งนี้ไม่แน่ใจว่าใครน่ารำคาญกว่ากัน คีตะผู้หญิงคนนั้นหรือหัวใจตัวเอง

เช้าวันต่อมาปั้นชาลงมาชั้นล่างตอนเก้าโมงกว่าตรงโต๊ะอาหารมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ ไม่ใช่คนเมื่อคืนก่อนและไม่ใช่คนเมื่อวานตอนเย็นที่นั่งชิดคีตะบนโซฟา เป็นอีกคน ปั้นชามองเพียงครู่เดียวก่อนเดินไปเปิดตู้เย็น ผู้หญิงคนนั้นหันมาทักทาย

“สวัสดีค่ะ”

“ค่ะ”

คีตะเดินลงบันไดตามมาในเสื้อยืดสีดำ ผมยุ่ง เขาชะงักนิดหนึ่งเมื่อเห็นปั้นชา

“ตื่นแล้ว?”

“อือ”

“ผมจะออกไปส่งเพื่อน”

“อือ” ปั้นชาไม่มองหน้าเขา คีตะยืนอยู่พักหนึ่งเหมือนอยากพูดอะไรสุดท้ายก็พูดแค่

“งั้นไปก่อน”

“อือ”

ประตูปิดลงปั้นชายืนนิ่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์ คิรินเดินลงมาพอดี เขามองประตูแล้วมองปั้นชา

“เมื่อคืนมาอีกแล้ว?”

“ไม่รู้”

“ไม่รู้?”

“ฉันนอน”

คิรินเดินไปชงกาแฟ “ช่วงนี้คีตะกลับไปเป็นเหมือนเดิมเลย”

ปั้นชาไม่ตอบ

“นึกว่าจะดีขึ้น”

“เขาก็เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว” น้ำเสียงเธอเย็นจนคิรินหันมอง

“ทำไมฟังเหมือนโกรธ”

“ไม่ได้โกรธ”

“โอเค”

ปั้นชาเงียบไป ก่อนพูดเอง “เขาจะพาใครมาก็เรื่องของเขา”

คิรินพยักหน้า “ใช่”

“ฉันไม่เกี่ยว”

“อือ”

“ไม่ได้สนใจด้วย”

คิรินยกแก้วขึ้นจิบ “อือ”

ปั้นชาหันไปมองเพื่อนตัวเอง “นายอือทำไม”

“ก็เห็นด้วย”

“…”

คิรินยิ้ม “เราไม่ได้พูดอะไรเลยนะ”

ปั้นชาหยิบกาแฟตัวเองแล้วเดินขึ้นห้องทันที คิรินมองตามก่อนพึมพำ “สองคนนี้จะเอายังไงกันแน่วะ”

ช่วงเที่ยงคีตะกลับบ้านเขาเดินผ่านหน้าห้องปั้นชา หยุดยืนพักหนึ่งยกมือขึ้นจะเคาะแต่หยุดกลางอากาศ เขายืนอยู่อย่างนั้นเกือบสิบวินาทีสุดท้ายก็ลดมือลงเดินกลับไปห้องตัวเอง ปั้นชาที่อยู่ด้านในได้ยินเสียงฝีเท้าเธอมองประตู… เงียบ เธอคิดว่าเขาจะเคาะแต่ไม่มี ความรู้สึกว่างเปล่าแปลก ๆ แล่นขึ้นมา ปั้นชาขมวดคิ้ว

“ดีแล้ว”

เธอบอกตัวเองแบบนั้นแต่สุดท้ายกลับลุกไปเปิดประตู ทางเดินว่าง คีตะเข้าไปในห้องแล้วเธอยืนอยู่พักหนึ่งก่อนปิดประตู เย็นวันนั้นคีตะออกไปอีกครั้งครั้งนี้ไม่บอกเธอ ไม่รายงาน ไม่ถามว่ากินอะไร ปั้นชาทำงานถึงเกือบสามทุ่มแล้วลงมาหาน้ำ คิรินนั่งดูทีวีอยู่

“คีตะยังไม่กลับ?” คำถามหลุดออกมาเอง คิรินหันมองทันที ปั้นชาชะงัก “ถามเฉย ๆ”

“ยัง”

“อือ”

“ทำไม”

“ไม่มีอะไร”

เธอเปิดตู้เย็น คิรินยิ้ม “โทรถามไหม”

“ไม่”

“เราไม่ได้บอกให้เธอโทร”

“คิริน”

“โอเค ๆ”

ประมาณห้าทุ่มรถคีตะกลับเข้ามา ปั้นชายังไม่นอน เธอนั่งวาดงานแต่หูจับเสียงด้านนอกได้ทุกอย่าง ประตูเปิดเสียงรองเท้าเสียงผู้หญิง อีกแล้ว! ปั้นชาหยุดปากกาคราวนี้ใจเธอหล่นวูบชัดเจน เธอวางปากกาเดินไปที่ประตูมือแตะลูกบิดแล้วหยุด

จะเปิดไปทำไม จะออกไปพูดอะไร ‘กลับมาแล้วเหรอ’ หรือ ‘พาใครมาอีก’ เธอมีสิทธิ์อะไร… ก็ไม่มี ปั้นชาปล่อยมือแต่จังหวะนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

ก๊อก ๆ

เธอชะงัก

“พี่ปั้น”

เสียงคีตะ ปั้นชายืนนิ่งก่อนเปิดประตูเห็นคีตะยืนอยู่คนเดียว

“มีอะไร”

“เอานี่มาให้”

เขายื่นถุงเล็ก ๆ ข้างในเป็นเค้กร้านโปรดของเธอ ปั้นชามองมัน “ทำไม”

“ผ่านร้าน”

“แล้ว?”

“ซื้อมาเผื่อ” คำพูดง่าย ๆ เหมือนเดิมแบบที่เขาเคยทำหัวใจเธอไหววูบ แต่ทันทีนั้นเองเสียงผู้หญิงก็ดังมาจากบันได

“คีตะ เร็วหน่อย”

ปั้นชามองเลยไหล่เขาไปมีผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ หน้าตาดีแต่งตัวสวย คนใหม่อีกแล้ว ปั้นชากลับมามองถุงเค้กหัวใจที่ไหวเมื่อครู่เหมือนโดนอะไรบางอย่างกดลง เธอไม่ได้รับเค้ก คีตะขมวดคิ้ว

“ไม่กิน?”

“ไม่”

“พี่ชอบร้านนี้”

“วันนี้ไม่อยากกิน”

เขานิ่ง “โอเค”

ปั้นชามองหน้าเขาก่อนพูดช้า ๆ “นายไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้”

คีตะชะงัก “แบบไหน”

“ซื้อของให้”

“ก็แค่ซื้อเผื่อ”

“นั่นแหละ”

“แล้วมันทำไม”

ปั้นชาอยากตอบว่าเพราะมันทำให้เข้าใจผิด เพราะมันทำให้เธอคิดว่าตัวเองพิเศษ เพราะทั้งที่เขาพาผู้หญิงอื่นกลับบ้านไม่ซ้ำหน้าแต่ยังยืนเอาเค้กมาให้เธอเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เธอพูดไม่ได้สุดท้ายจึงตอบเสียงเย็น

“ไม่จำเป็น”

คีตะมองหน้าเธอ “พี่รำคาญ?”

“อือ” เธอโกหก

“ผมทำให้พี่อึดอัด?”

ปั้นชากำลูกบิดประตูแน่น “นิดหน่อย” เธอโกหกไปอีก

สีหน้าคีตะเปลี่ยน รอยยิ้มเล็ก ๆ ที่เคยมีก็หายไป

“โอเค” เขาพยักหน้า “เข้าใจแล้ว”

คีตะลดถุงเค้กลง “ขอโทษครับ”

ปั้นชารู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาในอกแต่ยังคงทำหน้านิ่ง

“อือ”

เขาหันหลังกลับไป ผู้หญิงตรงบันไดยิ้มแล้วเดินเข้ามาหา คีตะเดินไปพร้อมเธอ ประตูห้องฝั่งตรงข้ามเปิดแล้วปิดลง ปั้นชายังยืนอยู่มือกำลูกบิดแน่นเธอมองพื้นที่ว่างตรงหน้าผ่านไปหลายวินาทีก่อนปิดประตูช้า ๆ คืนนั้นงานที่ควรเสร็จไม่เดินเลยสักนิด ปั้นชานั่งมองจอแท็บเล็ตแต่สมองกลับนึกถึงสีหน้าคีตะตอนพูดว่า ‘เข้าใจแล้ว’ ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกผิดแต่เธอก็พยายามหาเหตุผลมาหักล้าง ดีแล้วมันควรเป็นแบบนี้ เขาจะได้ไม่ทำให้เธอเข้าใจผิด ผู้ชายแบบคีตะก็แค่เจ้าชู้เก่งเรื่องดูแลผู้หญิงจำว่าใครชอบอะไร ซื้อของให้ พูดดี เอาใจ มันคงเป็นนิสัยไม่ใช่เพราะเธอพิเศษ ปั้นชายกมือกดหน้าอกตัวเองเบา ๆ

“ดีแล้ว” แต่เสียงตัวเองกลับเบากว่าที่คิด

อีกฝั่งของผนังคีตะนั่งอยู่ปลายเตียง ผู้หญิงที่มากับเขากำลังนั่งเล่นโทรศัพท์ เขามองถุงเค้กในมือ ก่อนหัวเราะกับตัวเองเบา ๆ “โง่ชะมัด”

“อะไร” ผู้หญิงถาม

“เปล่า” คีตะวางถุงลงบนโต๊ะ เธอมอง

“ซื้อให้คนข้างห้อง?”

“อือ”

“เขาไม่เอา?”

“อือ”

“นายชอบเขาจริงสินะ”

คีตะนิ่งครั้งนี้ไม่ปฏิเสธ เขาเอนหลังพิงหัวเตียง “แต่เขารำคาญกู”

“งั้นถอยดิ”

คีตะหัวเราะเบาๆ “ถอยแล้ว”

“จริง?”

เขามองประตู “จริง”

คำตอบนั้นเหมือนพูดให้ตัวเองฟังมากกว่า จากคืนนั้นคีตะหยุดทุกอย่าง ไม่เคาะประตู ไม่ซื้อกาแฟ ไม่ถามว่ากินข้าวหรือยัง ไม่ทักข้อความ ไม่กวน และกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิมอย่างเต็มตัว สามวันต่อมาปั้นชาเห็นผู้หญิงอีกคนเดินออกจากห้องเขาอีกสองวันคนใหม่ อาทิตย์เดียวกันมีถึงสามคน เธอเห็นแต่ทำเหมือนไม่เห็น ทุกเช้าที่สวนกันเธอพูดแค่

“อือ”

เขาก็ตอบแค่ “ครับ”

เหมือนคนที่อยู่บ้านเดียวกันเท่านั้น คืนหนึ่งปั้นชานั่งวาดรูปอยู่ที่โต๊ะเสียงหัวเราะผู้หญิงดังจากห้องฝั่งตรงข้าม เธอวางปากกามองผนังก่อนหยิบหูฟังขึ้นมาใส่ เสียงเพลงดังกลบทุกอย่างแต่กลบความรู้สึกไม่ได้ ปั้นชามองภาพบนหน้าจอเป็นภาพผู้ชายกำลังยื่นดอกไม้ให้ผู้หญิงเธอจ้องมันนานก่อนลบมือของผู้ชายออกจากภาพทั้งที่ลูกค้าไม่ได้สั่ง

“บ้า”

เธอกด Undo กลับแล้วหลับตาในหัวมีแต่ประโยคเดิมเขาก็ทำแบบนี้กับทุกคน ทั้งกาแฟ อาหารเช้า เค้ก การช่วยทำแผล คำพูดดี ๆ ทุกอย่าง ก็คงแค่เพราะคีตะเป็นคีตะผู้ชายเจ้าชู้ที่เก่งเรื่องทำให้ผู้หญิงรู้สึกพิเศษ ปั้นชาคิดแบบนั้นซ้ำ ๆ จนเกือบเชื่อ แต่สิ่งที่เธอไม่เห็นคือคืนเดียวกันหลังผู้หญิงคนนั้นหลับไปคีตะกลับเดินออกมายืนหน้าห้องเธอเงียบ ๆ มือยกขึ้นเหมือนจะเคาะแล้วหยุด เขายืนอยู่เกือบนาทีสุดท้ายลดมือลง

“เขารำคาญมึงไม่ใช่เหรอ” เขาพึมพำเบา ๆ ก่อนกลับห้อง

คนสองคนที่อยู่ห่างกันไม่ถึงสิบก้าวกลับเหมือนอยู่ไกลกันกว่าเดิมหลายเท่าเพราะคนหนึ่งคิดว่าตัวเองถูกปฏิเสธ ส่วนอีกคนกำลังพยายามเชื่อว่าสิ่งที่เคยได้รับไม่เคยพิเศษตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • พี่ครับ เปลี่ยนจากกัดเป็นรักได้ไหม?   10. ถ้าต้องติดอยู่ด้วยกัน ก็อย่าหนีกันอีก

    หลังคืนที่จูบกันทุกอย่างระหว่างปั้นชากับคีตะดูเหมือนเปลี่ยนไปเล็กน้อย แค่เล็กน้อยแต่ชัดพอที่คนรอบข้างเริ่มจับได้ เช้าวันต่อมาปั้นชาลงมากินข้าวตามปกติ คีตะนั่งอยู่ก่อนแล้วพอเธอเดินเข้ามาเขาก็เงยหน้า ทั้งคู่สบสายตากัน มินท์ที่นั่งข้างปั้นชามองสลับไปมาก่อนถามเบา ๆ“ทำไมบรรยากาศเหมือนในซีรีส์เลยคะ”ปั้นชาหันมองเธอ “กินข้าว”“ค่ะ”คีตะกลั้นยิ้ม ปั้นชาเห็น “นายก็ด้วย”“ผมยังไม่ได้พูดอะไร”“หน้าพูด”“หน้าผมหล่อเฉย ๆ”ปั้นชาถอนหายใจแต่คราวนี้ไม่ได้เย็นชาเหมือนก่อน คีตะเลื่อนแก้วกาแฟมาทางเธอ“อเมริกาโน่ไม่หวาน”ปั้นชามองกาแฟที่เขายื่นให้ “ทำไม”“ชงเผื่อ”เธอไม่ปฏิเสธแค่รับมา “ขอบคุณ”คีตะนิ่งไปนิดหนึ่งจากนั้นก็ยิ้ม “ครับ”มินท์ก้มกินข้าวแต่ไหล่สั่น ปั้นชาหันไปมอง“หัวเราะอะไร”“เปล่าค่ะ”“เห็น”“หนูสำลักข้าว”“ยังไม่ได้กินคำใหม่”“สำลักอากาศค่ะ”ปั้นชามองอย่างรู้ทันก่อนเลือกไม่พูดต่อ ช่วงเช้าทุกคนได้รับแจ้งว่าทางด้านล่างยังมีปัญหาเพราะฝนเมื่อคืน ทำให้รถส่งของขึ้นมาไม่ได้บางส่วน วันนี้ทีมช่างต้องลงไปดูทางระบายน้ำด้านล่างโรงเรียน และเสริมแนวกั้นตรงจุดที่ดินเริ่มสไลด์ ทีมศิลป์เองก็ต้องช่วยขนกระสอ

  • พี่ครับ เปลี่ยนจากกัดเป็นรักได้ไหม?   9. ถ้าครั้งนี้ไม่ผลัก ผมจะถือว่าพี่ยอม

    เช้าวันต่อมาฝนหยุดแล้วแต่หมอกยังหนาจนยอดเขาฝั่งตรงข้ามแทบหายไปทั้งลูก หลังอาหารเช้าทุกคนถูกแบ่งงานใหม่ เพราะเมื่อคืนต้นไม้ล้มขวางทางและน้ำจากด้านบนไหลเข้ามาใกล้อาคารเรียน ผู้ชายส่วนหนึ่งต้องไปช่วยขุดทางน้ำ ส่วนทีมศิลป์ต้องรีบเก็บรายละเอียดภาพบนผนังก่อนความชื้นจะกลับมาอีก ปั้นชายืนอยู่หน้ากำแพงพร้อมพู่กันในมือ คีตะยืนบนบันไดด้านข้างกำลังซ่อมโคมไฟเก่า วันนี้ทั้งคู่แทบไม่ได้กัดกัน ไม่ใช่เพราะไม่อยาก แต่เหมือนต่างคนต่างระวังมากขึ้นโดยเฉพาะหลังเมื่อคืน หลังจากปั้นชายืนรอเขากลับจากฝนหลังจากทำแผลให้ หลังจากคำว่า ‘ไม่ต้องห่วง’ ที่เธอยังได้ยินอยู่ในหัว มินท์เดินถือถังสีผ่านแล้วหยุด “พี่ปั้น”“อะไร”“เมื่อวานพี่คีตะกลับเข้าที่นอนกี่โมงคะ”ปั้นชาชะงัก “ไม่รู้”“พี่ไม่ได้ทำแผลให้เหรอ”“ทำ”“แล้วไม่รู้ได้ไง”“ทำเสร็จก็แยกกัน”มินท์พยักหน้าแบบทำหน้าไม่เชื่อ “ค่ะ”“ทำหน้าอะไร”“เปล่า”ปั้นชายกพู่กันขึ้น “ถ้าไม่ไปทำงาน เดี๋ยวให้วาดเมฆสามสิบก้อน”มินท์รีบเดินหนีคีตะที่อยู่บนบันไดหัวเราะ ปั้นชาหันไปมอง“ขำอะไร”“พี่ดุคนอื่นด้วย”“แล้ว?”“ดี ผมนึกว่าโดนอยู่คนเดียว”“นายโดนมากกว่าเพราะสมควร”คีตะยิ้ม “กล

  • พี่ครับ เปลี่ยนจากกัดเป็นรักได้ไหม?   8. ยิ่งลำบากยิ่งหนีกันไม่พ้น

    เช้าวันแรกของงานจริงเริ่มต้นด้วยเสียงระฆังเหล็กที่ดังตั้งแต่หกโมงตรง ปั้นชาลืมตาขึ้นช้า ๆ ด้วยสีหน้าของคนที่ยังไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองต้องตื่นเช้าขนาดนี้ เมื่อคืนกว่าจะหลับก็เกือบตีหนึ่งพื้นแข็งอากาศหนาว คนข้าง ๆ พลิกตัวทั้งคืนแล้วตอนนี้มินท์กำลังนั่งเขย่าแขนเธอ“พี่ปั้น ตื่นค่ะ”“ตื่นแล้ว”“แต่ตาพี่ยังปิด”ปั้นชาลืมตา “ตอนนี้เปิดแล้ว”มินท์หัวเราะ “ลุกเร็วค่ะ เดี๋ยวอาหารเช้าหมด”ปั้นชานั่งขึ้นอย่างช้า ๆ ก่อนก้มมองรองเท้าบูตที่วางอยู่ข้างเสื่อของคีตะ คืนก่อนเธอบอกว่าจะคืนให้แต่พอนึกถึงรองเท้าผ้าใบเปียกโคลนของเขา เธอกลับรู้สึกผิดนิด ๆ“พี่จะใส่บูตพี่คีตะต่อไหม” มินท์ถาม“ไม่”“ทำไม ดูเข้ากับพี่ดี”“มันใหญ่”“แต่มันช่วยชีวิตพี่นะ”ปั้นชามอง “ใครบอก”“พี่คีตะ”“เขาพูดอะไร”มินท์ยิ้ม “ก็เล่าว่าพี่เกือบล้ม”ปั้นชาขมวดคิ้ว “เขาเล่า?”“แค่บอกว่าพี่ไม่ชินทางโคลน”“อือ”“แต่หนูว่าพี่คีตะดูเป็นห่วงพี่มากนะ”ปั้นชาหันไปหยิบเสื้อคลุมทันที “ไม่”“หนูยังไม่ได้ถาม”“ก็ไม่”มินท์หัวเราะ “พี่รีบปฏิเสธอีกแล้ว”“ลุก”“ค่ะ ๆ”ตอนลงมาถึงลานโรงเรียนอากาศยังเย็นจัดหมอกลอยต่ำจนมองภูเขาไม่ค่อยชัด อาสาสมัครหลาย

  • พี่ครับ เปลี่ยนจากกัดเป็นรักได้ไหม?   7. หนีไปตั้งไกล ทำไมยังเจอกันอีก

    เช้าวันรุ่งขึ้นหลังเหตุการณ์เมื่อคืนปั้นชาตื่นตอนเจ็ดโมงกว่าทั้งที่แทบไม่ได้นอน เธอนอนลืมตาอยู่บนเตียงนานมาก ในหัวมีแต่ภาพเดิมวนไปวนมา ใบหน้าคีตะตอนเมา คำพูดของเขา ‘คนอื่นเข้าใกล้พี่ได้ แต่ผมไม่ได้’ แล้วก็จูบนั้นต่อด้วยเสียงฝ่ามือของเธอเอง ปั้นชาหลับตาแน่นแล้วเอาหมอนปิดหน้า“พอ”เธอพูดกับตัวเองเบา ๆ แต่ยิ่งสั่งให้หยุดสมองก็ยิ่งขยันเปิดซ้ำ ที่น่าหงุดหงิดที่สุดคือเธอไม่ได้โกรธอย่างเดียวมีอีกความรู้สึกหนึ่งซ่อนอยู่ ความรู้สึกที่เธอไม่อยากแตะต้อง ไม่อยากยอมรับและไม่อยากเรียกชื่อมัน ปั้นชาลุกขึ้นนั่งมองประตูห้อง อีกฝั่งของทางเดินคือห้องคีตะ เธอไม่รู้ว่าเขาตื่นหรือยังและไม่อยากรู้ด้วย อย่างน้อยก็พยายามคิดแบบนั้นมือถือบนโต๊ะสั่น มีข้อความจากรุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยเข้ามินท์ : พี่ปั้น สนใจไปค่ายอาสาไหมคะ พอดีมหาลัยเปิดรับเพิ่มปั้นชามองข้อความ ด้านล่างมีโปสเตอร์แนบมาค่ายอาสาพัฒนาโรงเรียนบนดอยทางภาคเหนือระยะเวลาเกือบสองอาทิตย์ เปิดรับนักศึกษา ศิษย์เก่า และอาสาสมัครที่เกี่ยวข้อง กิจกรรมมีทั้งซ่อมแซมห้องเรียน ทาสี วาดกำแพง ทำสื่อการสอนและกิจกรรมกับเด็ก เธอหยุดตรงคำว่า ‘วาดกำแพง’ เข้าทาง ที่สำคัญไ

  • พี่ครับ เปลี่ยนจากกัดเป็นรักได้ไหม?   6. คนอื่นเข้าใกล้ได้ แล้วทำไมผมไม่ได้

    ช่วงเย็นวันศุกร์ปั้นชายืนอยู่หน้ากระจกนานกว่าปกติ เธอไม่ได้แต่งตัวจัดมากแค่เดรสสายเดี่ยวสีดำเรียบ ๆ คลุมด้วยเสื้อเชิ้ตบางสีเทา ผมยาวตรงปล่อยลงมาปรกไหล่หน้าม้ายังคงเรียบกริบเหมือนเดิม แต่แค่เปลี่ยนจากเสื้อยืดกับกางเกงอยู่บ้าน ภาพในกระจกก็ดูต่างออกไปมากปั้นชายกต่างหูขึ้นลองเทียบจากนั้นขมวดคิ้วใส่ตัวเอง“แค่ไปคุยงาน” เธอบอกกระจก “ไม่ได้ไปเดต”ประโยคนี้เหมือนพูดเพื่อเตือนตัวเองมากกว่า คนที่นัดเธอคืนนี้ชื่อ ‘พี่แทน’ รุ่นพี่จากคณะเดียวกันสมัยมหาวิทยาลัย ปัจจุบันทำงานด้านครีเอทีฟและมีโปรเจกต์จ้างเธอวาดภาพประกอบให้แบรนด์หนึ่ง ตอนแรกแค่จะนัดคุยงานร้านกาแฟแต่พี่แทนบอกว่าทีมงานจะไปนั่งร้านเหล้ากันต่อ ถ้าเธอสะดวกก็ไปด้วยจะได้คุยรายละเอียดและทำความรู้จักคนในทีมปั้นชาคิดอยู่พักหนึ่งสุดท้ายก็ตอบตกลง เธอไม่ได้ออกไปเที่ยวแบบนี้นานแล้ว อีกอย่างอยู่บ้านก็มีแต่… เสียงประตูห้องฝั่งตรงข้ามเปิด ปั้นชาหยุดความคิดทันทีไม่กี่วินาทีต่อมาเสียงคีตะคุยโทรศัพท์ดังผ่านหน้าห้อง“เออ เดี๋ยวกูไป…ที่เดิมปะ…โอเค”เธอมองประตูก่อนถอนหายใจเบา ๆ ไม่เกี่ยวกับเธอ ตั้งแต่คืนที่เธอบอกเขาว่า ‘รำคาญ’ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปจริง ๆ คีตะ

  • พี่ครับ เปลี่ยนจากกัดเป็นรักได้ไหม?   5. ถ้าไม่สน ก็อย่ามอง

    หลังจากวันนั้นความสัมพันธ์ของปั้นชากับคีตะเหมือนถูกใครบางคนกดปุ่มถอยหลัง จากที่เคยแซวกันทุกเช้า จากที่คีตะเคาะประตูถามว่ากินข้าวหรือยัง จากที่มีข้อความกวน ๆ เด้งเข้ามาทุกสองสามชั่วโมง ทุกอย่างเงียบลง เงียบจนปั้นชารู้สึกได้แต่เธอก็ทำเหมือนไม่รู้ เช้าวันจันทร์ปั้นชาลงมาชั้นล่างตอนเกือบเก้าโมง คิรินนั่งกินกาแฟอยู่ที่โต๊ะส่วนคีตะยืนพิงเคาน์เตอร์ครัวในชุดนักศึกษาเสื้อเชิ้ตขาวพับแขน กางเกงสีเข้ม ผมสีน้ำตาลอ่อนเซ็ตลวก ๆ แต่ดูดีเกินเหตุ ปั้นชาเหลือบมองแค่ครู่เดียวแล้วเดินไปเปิดตู้เย็น“ตื่นเช้าจัง” คิรินทัก“อือ”คีตะเงยหน้าจากโทรศัพท์สายตาสบกัน เงียบ… ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงพูดอะไรสักอย่าง ‘วันนี้พี่สวยนะ‘ ‘ผมไปส่งไหม’ หรืออย่างน้อยก็ ‘อรุณสวัสดิ์ครับคนเย็นชา’ แต่วันนี้ไม่มีเขาแค่พยักหน้าเบา ๆ“ตื่นเช้านะครับ” แล้วก้มกลับไปดูโทรศัพท์ ปั้นชาชะงักนิดหนึ่งก่อนตอบ“อือ”คิรินมองซ้ายทีขวาที “พวกมึงทะเลาะกัน?”“เปล่า” ปั้นชาตอบก่อน คีตะก็พูดขึ้นพร้อมกัน “ไม่ได้ทะเลาะ”ทั้งคู่เงียบ คิรินยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ “อ๋อ”ปั้นชาหันไปมอง “อ๋ออะไร”“เปล่า”เธอไม่ถามต่อแต่ขณะที่กำลังหยิบขวดน้ำ คีตะก็เดินผ่านหลังเธอ

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status