LOGIN“มึง นั่นพี่เซจิป่าววะ” น้ำหวานที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พูดขึ้น บังเอิญว่าเป็นทิศที่หันหน้าเขาหาเขาพอดี น้ำหวานจึงต้องเห็นเป็นธรรมดาอยู่แล้ว และหลังจากได้ยินแบบนั้นทุกคนก็พากันหันไปมอง แต่ก็ไม่ได้พรวดพราดหันไปหรอกนะ เพราะกลุ่มเพื่อนของฉันมีวิธีหันอย่างแนบเนียนอยู่แล้ว
“เออว่ะ ใช่จริงด้วย ว่าแต่พี่เขาเปลี่ยนคนควงอีกแล้วเหรอวะ”
ฉันปรายตามองเขาอีกครั้งก่อนจะเห็นท่าทางยิ้มแย้มรวมถึงสายตาที่เขาใช้มองผู้หญิงคนนั้น มันช่าง...อบอุ่นเหลือเกิน เป็นสายตาที่ฉันคงไม่มีวันได้รับจากเขา
“ของขวัญ มึงจะกินอะไรเนี่ยะ กูเรียกหลายรอบแล้วนะ”
“อ๋อ...เอาตามมึงละกัน” ฉันบอกกล่าวหลังจากเรียกสติคืนมาได้
“เออ จะได้รีบสั่ง หิวกันจะตายแล้ว”
“เห้ย นั่นคิรัน เดือนคณะมึงป้ะของขวัญ” มิ้งส่งสายตาไปยังทิศสิบสิงนาฬิกาข้างหลังของฉัน ก่อนที่พวกเราจะค่อย ๆ ลอบมองอย่างแนบเนียนแล้วหันกลับมาพูดจาชุมนุมกันอีกครั้ง
“เออว่ะ” ว่าจบ พวกมันก็ส่งสายตามาทางฉันอย่างมีเล่ศ์นัย อะไรกันอีกล่ะเนี่ยะ
“อะแฮ่ม...ของขวัญ...”
“?”
“ฉันว่าคิรันมองเธออยู่นะ”
“บ้าหน่า เขาอาจจะแค่ตกใจที่พวกเราแห่กันหันไปมองก็ได้” ฉันว่าพลางยกแก้วน้ำขึ้นจิบเป็นการเลี่ยงบทสนทนาต่อจากนี้ แต่ก็ยังไม่วาย เมื่อได้ยินที่เพื่อนสาวในกลุ่มพูดฉันก็หันมองคิรันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ค่อนข้างโจ่งแจ้งหน่อย ส่วนอีกฝ่ายก็หันมามองฉันเช่นกัน พลางยกยิ้มให้
ฉันมองเขาด้วยความสงสัยอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่คิรันจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเกินตรงมา…ทางนี้!!!
แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาทั้งหล่อทั้งเท่ห์ในเวลาเดียวกัน สันกรามคมชัดส่งให้ดวงหน้าของเขาดูมีมิติ ชนิดที่ว่านั่งมองทั้งวันก็คงไม่มีเบื่อ
“ของขวัญ…“ เสียงทุ้มละมุนหูเอ่ยขึ้นหลังจากเดินมาถึงโต๊ะ
ว่าแต่…เขารู้จักชื่อฉันด้วยเหรอ!
”ห…ห๊ะ?“ ฉันไม่รู้จะตอบอะไร เพราะไม่ทราบว่าเขามีธุระอะไรกันแน่ จึงได้แต่รับคำเรียกขานของเขา
“คือ…ฉันเห็นว่าช่วงนี้เธออ่านหนังสือเยอะมาก ตอนพักก็ไปอ่านที่หอสมุดมหาลัย” ฉันขมวดีิ้วงุ่นด้วยความสงสัย แต่ดูเหมือนว่าช่วงนี้ฉันจะทำอย่างนั้นนะ เพราะใกล้สอบไงล่ะ
“อ๋อ แล้ว…นายมีอะไรเหรอ?”
“ขอไปอ่านด้วยได้ไหมครับ” เขาถามตรงประเด็นด้วยน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวล คนอะไรหล่อแล้วยังอบอุ่นเป็นที่สุด “เพราะยังไงเธอก็ไปอ่านคนเดียวอยู่แล้ว”
“เอ่อ…ฉันก็ไม่ติดอะไรนะ ไว้ถ้าเจอที่หอสมุดก็เข้ามาอ่านด้วยกันได้เลย”
“หมายถึง ขออ่านด้วยทุกวันเลยได้ไหม”
พอคิรันพูดจบ เพื่อนในโต๊ะก็พากันยกมือปิดปากแล้วร้องกรี๊ดออกมาราวกับรู้สึกฟิน แต่ก็เรียกรอยยิ้มของคิรันออกมาได้ ช่างเป็นรอยยิ้มฤดูใบไม้ผลิของจริงเลย
“คือนายอยากจะนัดอ่านหนังสือกับฉันเหรอ?”
“ใช่ครับ” เขาตอบกลับอย่างตรงไปตรงมาพร้อมรอยยิ้ม ประกอบกับความสุภาพของเขา ทำเอาใบหน้าของฉันร้อนฉ่าขึ้นมาในทันที
“ได้สิ”ฉันตอบรับคำอย่างหนักแน่น ในเมื่อเลือกที่จะมูฟออนแล้ว ก็ต้องเปิดใจยอมรับอะไรใหม่ ๆ บ้างเป็นธรรมดา ใช่ไหม ของขวัญ…
“ถ้าอย่างนั้นเอาไว้เจอกันนะครับ”กรี๊ด สุภาพที่สุด! แต่เดี๋ยวก่อนนะ…ที่ฉันตอบตกลงไปนี่ ถ้าไอเซ็นโตะมันรู้เข้า จะว่าอะไรหรือเปล่านะ
แต่ก็ช่างมันเถอะ เพราะในอนาคต เราแต่ละคนก็ต้องแยกย้ายไปตามเส้นทางของตัวเอง จะมามัวรอเพื่อนชี้นิ้วกำหนดเส้นทางไม่ได้หรอกนะ เดี๋ยวจะกอดคอกันขึ้นคานพอดี
เมื่อตกลงนัดหมายกันเรียบร้อย คิรันก็ไม่ลืมที่จะขอข้อมูลการติดต่อของฉันก่อนจะเดินกลับไปนั่งทานอาหารที่โต๊ะของตัวเอง
“โหยยย อยากอยู่คณะเดียวกับมึงบ้างจัง”
“แล้วมึงไม่สอบเข้ามาแต่แรกล่ะ”
“โอ้โห มึงคิดว่าง่ายมากมั้ง”
“ละนี่ กูจะบอกผัวมึง ว่ามึงมากรี๊ดเดือนคณะกู”
“เห้ยๆๆ พอเลย”
พวกสาว ๆ พากันพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่า อีกมุมหนึ่งมีคนกำลังจับจ้องมาด้วยสายตาเคร่งขรึม เขาจ้องมองโต๊ะที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับตัวเองซึ่งห่างออกไปเพียงไม่เท่าไหร่อย่างไม่วางตา ในใจร้อนรนราวกับมีไฟลุกโชนท่วมท้น
@ Seiji Talk
ผมนั่งมองโต๊ะของพวกเพื่อนของขวัญที่กำลังกรี๊ดไอหนุ่มหน้าอ่อนนั่น ดูเหมือนว่ามันจะเดินมาขอไลน์ของขวัญและคุยอะไรกันก็ไม่รู้ เพราะจุดที่ผมนั่งอยู่ไกลเกินที่จะได้ยิน
แล้วไอเซนโตะหายไปไหนเนี่ยะ
ผมกวาดสายตามองหาน้องชายของตัวเองที่ปกติจะตัวติดกับของขวัญอยู่ไม่ห่าง แต่ตอนนี้กลับไร้วี่แววเสียอย่างนั้น
[มึงอยู่ไหนวะ?] ผมรีบคว้าโทรศัพท์มากดส่งไลน์หามัน รู้สึกร้อนรนยังไงไม่รู้
[มีอะไร?]
[แล้วทำไมมึงปล่อยของขวัญอยู่คนเดียว?]
[เจอกันเหรอ?]
[เออ ละมึงไปไหน ไม่คุมประพฤติมันเหรอ]
[เอ้า กูไม่ใช่พ่อ ไม่ใช่ผัวมันไหมวะ]
[//ส่งรูปที่แอบถ่ายเมื่อกี้ไปให้]
[อ่อ คิรัน คนนี้กูให้ผ่าน รูปหล่อ อบอุ่น นุ่มนวล ปลอดภัยหายห่วง]
[หายห่วงบ้านพ่อมึงสิ]
[เอ้า เออ บ้านกูก็บ้านมึงเหมือนกันอะ พ่อเดียวกัน ละมึงเป็นไรเนี่ยะ ผีเข้าอ่อ]
[สรุป มึงจะไม่มาไล่ไอ้หมอนั่นออกไปใช่ป้ะ]
[อะไรของมึง น้องมันจะมีผัวก็ปล่อยมันเถอะ คนนี้กูว่าโอเคกว่าคนอื่น ๆ ที่ผ่านมาเลย แค่นี้แหละ กูจะไปอยู่กับแฟน]
[ถ้ามึงไม่มาคืนนี้ไม่ต้องเข้าห้อง กูจะเปลี่ยนรหัส]
[กูนอนห้องแฟนได้ ละอีกอย่าง กูจะฟ้องแม่ด้วย ที่มึงเปลี่ยนรหัสไม่ให้กูเข้า] ไม่ว่าทางไหนผมก็พ่ายแพ้ไอ้เซ็นโตะลูกรักของที่บ้านตลอดเลยสินะ
[เดี๋ยวกูกลับไปรับมันไปส่งที่คอนโดเอง มึงจะทำอะไรก็ไปทำ อะไรวะเนี่ยะ อยู่ ๆ มาเล่นบทพี่ชายหวงน้องสาวเฉย] //บ่นยาว
[กูไม่ได้หวงเว้ย แค่ไม่อยากให้มันโดนผู้ชายหลอกหรอก ละมึงไม่ต้องมาแล้ว เดี๋ยวกูเอากลับเอง]
เถียงกันผ่านข้อความเสร็จผมก็วางโทรศัพท์ลงก่อนจะมองตรงไปยังโต๊ะเป้าหมายตรงหน้า เตรียมพร้อมพุ่งชน!
“เซจิ ถ้าอย่างนั้นเรากลับก่อนนะ ขอบคุณมากที่วันนี้มาช่วยติวให้“ นับดาว เพื่อนผู้หญิงในคณะของผมบอกก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วโบกมือลา คงเห็นว่าผมดูเหมือนจะยุ่ง
“เราไปส่งได้นะ“ เป็นเพราะฟ้ามืดแล้ว และกำลังจะกลับพอดีผมจึงอาสาแบบนั้น นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนที่ผมจะต้องจับคู่ขึ้นวอร์ดในปีสี่ด้วย และด้วยคำกล่าวที่ว่า ’เรียนหมอจะเรียนคนเดียวไม่ได้นะ ต้องร่วมด้วยช่วยกันกับเพื่อน‘ ดังนั้นผมจึงคิดว่าคงเป็นการดี หากพวกเราผูกมิตรกันเอาไว้เสียแต่เนิ่น ๆ
ใช่แล้ว เราไม่ค่อยสนิทหรือพูดคุยกันเท่าไหร่ แต่แล้วอยู่ ๆ วันนี้ ขณะที่ผมกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในหอสมุด เธอก็เดินเข้ามานั่งด้วยพร้อมกับบอกว่า ”ช่วยติวพาโธ(*1)ให้หน่อยได้ไหม เห็นว่านายคะแนนดีน่ะ“ และหลังจากติวเสร็จ เราก็มาจบที่ร้านอาหารร้านนี้ แต่ไม่คิดเลยว่าจะบังเอิญมาเจอของขวัญที่นี่ด้วย
“ถ้าอย่างนั้นรบกวนด้วยนะ” นับดาวกล่าวอย่างสุภาพ ผมจึงลุกขึ้นยืนตามเธอแต่ก่อนจะเดินออกจากร้านผมก็ไปหยุดที่โต๊ะหนึ่งก่อน
“กินเสร็จรึยัง?” ผมถามเสียงเรียบ ตอนนี้มาหยุดอยู่ตรงโต๊ะเป้าหมายที่จด ๆ จ้อง ๆ เมื่อสักครู่เป็นที่เรียบร้อย ทุกตนในโต๊ะต่างหันมองผมด้วยความฉงน แต่พวกเธอก็พอจะรู้ได้ว่าผมกำลังคุยกับใคร
”(‘ ’) (. .) (‘ ’)“ เจ้าของใบหน้าตากลมแป๋วดุจดั่งตุ๊กตาพยักหน้าหนึ่งครั้งเป็นคำตอบให้ผม แต่แววตาของเธอก็ยังดูฉงน
“กินเสร็จแล้วก็ตามมา จะกลับคอนโดแล้ว”
“แต่เซนโตะบอกว่า…”
“ฉันบอกมันแล้ว ตามมา…”
ร่างบางหันมองไปทั่วบริเวณ เมื่อเห็นว่านับดาวยืนอยู่ข้างผม เธอก็จดจ้องราวกับช่างใจว่าจะตามมาด้วยดีไหม
“ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะ เดี๋ยวของขวัญกลับ-/กรี๊ด พี่เซจิทำอะไร!”
ผมไม่รีรอให้เธอปฏิเสธจนจบประโยคก็เข้าไปช้อนตัวเธอขึ้นพาดบ่าแล้วเตรียมจะเดินพาไปขึ้นรถของผม สายตาคนในร้านอาหารมองมากันเต็มไปหมด แต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร
แต่แล้ว…
“ทำอะไรครับ” ไอหน้าอ่อนชื่อคิรันเข้ามายืนขวางเอาไว้
“ไม่เกี่ยวกับมึง หลบไป”
“เกี่ยวสิ ก็พี่จะพาของขวัญไป”
“น้องสาวกู มึงไม่เกี่ยว” พูดจบผมก็รีบพาของขวัญเดินเลี่ยงมันแล้วออกจากร้านมา ขณะที่จะก้าวไปถึงรถ นับดาวก็เรียกผมก่อน
“เอ่อ…เซจิ ฉันว่าฉันกลับเองดีกว่า” เธอหยุดยืนอยู่ตรงหน้าร้านอาหารแล้วยืนโบกมือลาผมแทน ราวกับกลัวผมอย่างนั้นแหละ
“ถ้าอย่างนั้นก็ระวังตัวล่ะ” ผมตอบเธอกลับไปอย่างไม่ค่อยใส่ใจนัก เอาเถอะ ผมไม่ได้อยากจะไปส่งตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ดีเหมือนกัน จะได้รีบกลับไปจัดการยัยเด็กนี่ให้รู้แล้วรู้รอด
“ก็กูจะใช้...”“แต่ผมหยิบก่อน”“กูจำเป็นต้องใช้ตอนนี้...เดี๋ยวผัดผักมันไหม้”“ผมก็จำเป็นเหมือนกัน เดี๋ยวไข่ไหม้”ฉันตื่นขึ้นเพราะเสียงเอะอะโวยวายดังไปทั่วบริเวณ แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่าพี่เซจิและคิรันกำลังเข้าครัวทำอาหารด้วยกันอยู่ ถึงแม้จะดูเหมือนคนกำลังจะเปิดศึกฆ่าแกงกันมากกว่าก็เถอะ“ทำอะไรกัน?” ฉันเดินงัวเงียเข้ามาในห้องครัวเรียกความสนใจจากทั้งคู่ได้ทันควัน ก่อนจะจ้องมองสิ่งที่อยู่ในกะทะเริ่มเกรียมเข้าไปทุกที ฉันจึงต้องรีบเข้าไปคว้าตะหลิวในมือของคิรันออกมาถือไว้เอง ด้วยกลัวว่าทั้งคู่จะทำห้องฉันไฟลุกแทนที่จะได้นั่งทานข้าวกันอย่างปกติสุข“ออกไปทั้งคู่เลย” ฉันชี้นิ้วไปทางโซนห้องนั่งเล่น ทั้งสองพากันคอตกแล้วเดินออกไปอย่างว่าง่าย ไม่นานอาหารก็ถูกยกออกมาตั้งวางไว้บนโต๊ะ“แล้วเซนโตะล่ะคะ ไม่ได้มาด้วยกันเหรอ?” ฉันถามถึงเพื่อนสนิทตัวดี ที่ตอนนี้หายหน้าหายตาและส่งพี่ชายตัวเองมาคุมประพฤติฉันแทน“ไปห้องแฟนแล้ว” พี่เซจิตอบพร้อมทำสีหน้าหน่าย ๆ ช่วงนี้ดูเหมือนเซนโตะจะติดแฟนสาวคนนี้มากเป็นพิเศษ หรือว่ามันจะเจอคนที่ใช่แล้วจริง ๆ นะ สงสัยต้องหาเวลาให้มันมานั่งชี้แจงสักหน่อยแล้ว“อ่อ...” ฉันพยักหน
ถึงแม้จะรู้สึกสงสัยว่าใครกันที่เป็นคนซื้อของพวกนี้มาให้ แต่ฉันก็รู้สึกขอบคุณมากยิ่งกว่า ให้ตายเถอะของขวัญ ลืมเรื่องสำคัญแบบนี้ไปได้ยังไงกันว่าใกล้วันนั้นของเดือนแล้ว ควรจะพกผ้าอนามัยติดตัวเอาไว้เผื่อฉุกเฉินสิฉันกลับมาถึงห้องของตัวเองโดยสวัสดิภาพ ก่อนจะพบว่าเซนโตะยืนรออยู่หน้าห้อง สีหน้าดูเป็นกังวลใจอย่างไรอย่างนั้น เมื่อเห็นฉํนมันก็รีบเดินตรงเข้ามาหาทันที“มึง ไม่เป็นไรนะ”“อืม...” สงสัยหวานกับมิ้งเป็นคนบอก บังเอิญว่าฉันทักไปหาพวกมันพอดี จึงไม่แปลกที่เซนโตะจะรู้เรื่องนี้เข้า “กูไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่...กูสงสัยว่ะ ว่าใครซื้อผ้าอนามัยกับกระโปรงตัวใหม่มาให้กู”“เออเอาเหอะมึง เรื่องแบบนี้ช่างแม่งเหอะ” เซนโตะพูดเหมือนต้องการตัดจบเรื่องนี้“หรือมึงรู้ว่าใคร?” ฉันหรี่ตามองส่งสายตาจับผิดไปหามันทันที หรือว่า...ไม่หรอกมั้ง อย่างเขาคนนั้นจะมาใส่ใจฉันได้ยังไง“กู...จะไปรู้ได้ไงเล่า เลิกพูดถึงเรื่องร้าย ๆ เถอะของขวัญ มีคนช่วย...ก็ดีแล้ว”เซนโตะว่าพลางรอให้ฉันเปิดประตูเพื่อจะเดินเข้าไปในห้อง เอาอีกแล้ว สองพี่น้องนี่ชอบมาวุ่นวายที่ห้องฉันกันตลอดเลยก๊อก ก๊อกเพิ่งปิดประตูลงได้ไม่นานเสียงเคาะประตูก็ดั
หลังจากวันนั้น พี่เซจิก็เริ่มทำตัวแปลกประหลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกเย็นหลังจากฉันกลับถึงคอนโดก็จะเห็นเขายืนอยู่ตรงหน้าห้องเป็นประจำ ไม่รู้ว่ามีธุระอะไรที่ห้องของฉันนักหนา วันนี้เองก็เช่นกัน“พอดี พี่มารอเซนโตะน่ะ...”“เซนโตะไปห้องแฟนค่ะ ไม่ได้อยู่กับน้อง” ฉันตอบกลับทันควันพลางเดินหลบเลี่ยงเขาเข้าไปในห้อง แต่พี่เซจิก็ยังไม่วายเดินตามเข้ามาในห้องจนได้“ก็นั่นแหละ...พี่มารอมันที่ห้องเธอไง เดี๋ยวมันกลับมา”“แล้วทำไมไม่ไปรอที่ห้องพี่ล่ะ ถ้าเซนโตะกลับมาก็ต้องกลับห้องพี่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”“ก็...เผื่อมันแวะห้องเธอก่อนไง”เอาเถอะ ฉันไม่อยากซักไซ้ไร่เรียงความอะไรให้มันมากมายนักหรอก เขาอยากจะอยู่ก็ให้อยู่ไปแล้วกัน แต่วันนี้ฉันมีธุระต้องออกไปอ่านหนังสือที่หอสมุดตามที่นัดกับคิรันเอาไว้เมื่ออาบน้ำเปลี่ยนจากชุดนักศึกษาเป็นชุดลำลองเรียบร้อยแล้ว ฉันก็หยิบกระเป๋าสะพายพร้อมกับไอแพดเพื่อเตรียมตัวออกไปอ่านหนังสือ แต่พอฉันก้าวพ้นประตูห้องนอน พี่เซจิก็รีบลุกขึ้นยืนทันที“ไปไหน?”“นัดเพื่อนอ่านหนังือเอาไว้ที่หอสมุดค่ะ”“ไปด้วย” ว่าพลางหยิบกุญแจรถของตัวเองแล้วเดินตามฉันออกมาจนถึงหน้าประตูห้อง“พี่จะไปทำไม น้
“โอ๊ย! พี่เป็นอะไรเนี่ยะ!” ฉันร้องออกมาเพราะแรงเหวี่ยงจากพี่เซจิที่โยนร่างของฉันลงบนเบาะหลังรถ และฉันก็โวยวายขึ้นทันทีหลังจากที่เขาปล่อยให้ฉันเป็นอิสระ ก่อนที่ขายาวจะก้าวอ้อมไปทางประตูฝั่งคนขับแล้วเปิดขึ้นมานั่ง“ไม่ได้เป็นอะไรหนิ เธอนั่นแหละดื้อ บอกให้กลับด้วยกันก็ไม่ยอมกลับ ฉันก็เลยต้องทำแบบนี้” ว่าพลางจับพวงมาลัยรถแล้วขับออกมาจากร้านอาหาร“ก็น้องไม่อยากขัดจังหวะพี่อยู่กับแฟนหนิ” ฉันพูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกไปตามตรง ไม่รู้ว่ามันฟังดูเป็นการประชดหรือเปล่านะ แต่สำหรับฉันแล้วมันหมายความตามนั้นจริง ๆหลังจากฟังสิ่งที่ฉันชี้แจงแล้วพี่เซจิก็นิ่งเงียบเหมือนทุกครั้ง เขาไม่มีเหตุจำเป็นจะต้องชี้แจงเรื่องนี้กับฉันหรอก แต่บอกตามตรง ว่าฉันก็แอบหวังให้เขาปฏิเสธกลับมา ว่าผู้หญิงคนนั้นกับเขาไม่ใช่แฟนกัน แต่ก็ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับจากเขาบอกตามตรง เห็นแบบนี้แล้ว...ฉันจะตัดใจจากพี่เซจิขั้นเด็ดขาดแล้วล่ะ ทุกคนรอดูได้เลยไม่นานนักรถก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าร้านคาเฟ่แห่งหนึ่งแทนที่จะเป็นคอนโดของพวกเรา ฉันรีบหันมองเขาด้วยแววตาฉงนสงสัย แต่ในขณะที่กำลังจะเอ่ยปากถาม เขาก็เปิดปากอธิบายขึ้นก่อนแล้ว“ฉันอยากกินของหวานน่ะ
“มึง นั่นพี่เซจิป่าววะ” น้ำหวานที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พูดขึ้น บังเอิญว่าเป็นทิศที่หันหน้าเขาหาเขาพอดี น้ำหวานจึงต้องเห็นเป็นธรรมดาอยู่แล้ว และหลังจากได้ยินแบบนั้นทุกคนก็พากันหันไปมอง แต่ก็ไม่ได้พรวดพราดหันไปหรอกนะ เพราะกลุ่มเพื่อนของฉันมีวิธีหันอย่างแนบเนียนอยู่แล้ว“เออว่ะ ใช่จริงด้วย ว่าแต่พี่เขาเปลี่ยนคนควงอีกแล้วเหรอวะ”ฉันปรายตามองเขาอีกครั้งก่อนจะเห็นท่าทางยิ้มแย้มรวมถึงสายตาที่เขาใช้มองผู้หญิงคนนั้น มันช่าง...อบอุ่นเหลือเกิน เป็นสายตาที่ฉันคงไม่มีวันได้รับจากเขา“ของขวัญ มึงจะกินอะไรเนี่ยะ กูเรียกหลายรอบแล้วนะ”“อ๋อ...เอาตามมึงละกัน” ฉันบอกกล่าวหลังจากเรียกสติคืนมาได้“เออ จะได้รีบสั่ง หิวกันจะตายแล้ว”“เห้ย นั่นคิรัน เดือนคณะมึงป้ะของขวัญ” มิ้งส่งสายตาไปยังทิศสิบสิงนาฬิกาข้างหลังของฉัน ก่อนที่พวกเราจะค่อย ๆ ลอบมองอย่างแนบเนียนแล้วหันกลับมาพูดจาชุมนุมกันอีกครั้ง“เออว่ะ” ว่าจบ พวกมันก็ส่งสายตามาทางฉันอย่างมีเล่ศ์นัย อะไรกันอีกล่ะเนี่ยะ“อะแฮ่ม...ของขวัญ...”“?”“ฉันว่าคิรันมองเธออยู่นะ”“บ้าหน่า เขาอาจจะแค่ตกใจที่พวกเราแห่กันหันไปมองก็ได้” ฉันว่าพลางยกแก้วน้ำขึ้นจิบเป็นการเลี่ยงบทสน
“วันนี้ดูอารมณ์ดีเนอะมึงอ่ะ” เซ็นโตะนั่งท้าวคางมองฉันที่กำลังหั่นผักเตรียมทำอาหารอยู่ในห้องของมัน“ยังไงวะ กูก็ยิ้มแบบนี้ทุกวันมั้ยล่ะ”“ไม่อ่ะ กูรู้สึกว่าวันนี้มึงยิ้มมากกว่าปกติ เหมือน....”“เหมือนอะไร?”“...คนบ้า”“ไอ้%#@$%$” ฉันบ่นมันอุบอิบแล้วจัดการทำกับข้าวของตัวเองต่อไป โดยสายตาเจ้ากรรมก็ยังไม่วายเหลือบมองพี่เซจิอยู่ตลอด พี่เซจิที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ด้วย สงสัยช่วงนี้สอบถี่ เพราะตั้งแต่มาถึงที่ห้องฉันก็เห็นเขาก้มหน้าอ่านหนังสืออยู่ตลอดเวลาแต่ในวันนี้เขาดูเงียบลงกว่าเมื่อคืนเยอะเลย ไม่แม้แต่จะทักทายอะไรฉันด้วยซ้ำ ออกมาจากห้องนอนตัวเองได้ก็อ่านหนังสืออยู่ในท่านั้น ทั้งห้องจึงมีเพียงเสียงของฉันและเซ็นโตะที่พูดคุยตอบโต้กันไปมา“เอ้า! เสร็จแล้ว!” ฉันยกแกงจืดเต้าหู้หมูสับกับผัดผักมาวางไว้ที่โต๊ะกินข้าวและนั่งรอเซ็นโตะที่กำลังเดินไปตักข้าวมา ตามหน้าที่ที่ตกลงกันเอาไว้ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว แต่เผลอแปบเดียวพี่เซจิก็หายไปจากโต๊ะอ่านหนังสือเสียอย่างนั้น อาจจะเข้าไปนอนในห้องแล้วล่ะมั้ง แต่แล้วก็เหมือนว่าฉันจะคิดผิด เมื่อร่างสูงที่ฉันกำลังนึกถึงอยู่นั้น เดินออกมาจากห้องนอนของต







