Share

บทที่ 12

last update Tanggal publikasi: 2026-02-03 03:53:46

“มึง นั่นพี่เซจิป่าววะ” น้ำหวานที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พูดขึ้น บังเอิญว่าเป็นทิศที่หันหน้าเขาหาเขาพอดี น้ำหวานจึงต้องเห็นเป็นธรรมดาอยู่แล้ว และหลังจากได้ยินแบบนั้นทุกคนก็พากันหันไปมอง แต่ก็ไม่ได้พรวดพราดหันไปหรอกนะ เพราะกลุ่มเพื่อนของฉันมีวิธีหันอย่างแนบเนียนอยู่แล้ว

“เออว่ะ ใช่จริงด้วย ว่าแต่พี่เขาเปลี่ยนคนควงอีกแล้วเหรอวะ”

ฉันปรายตามองเขาอีกครั้งก่อนจะเห็นท่าทางยิ้มแย้มรวมถึงสายตาที่เขาใช้มองผู้หญิงคนนั้น มันช่าง...อบอุ่นเหลือเกิน เป็นสายตาที่ฉันคงไม่มีวันได้รับจากเขา

“ของขวัญ มึงจะกินอะไรเนี่ยะ กูเรียกหลายรอบแล้วนะ”

“อ๋อ...เอาตามมึงละกัน” ฉันบอกกล่าวหลังจากเรียกสติคืนมาได้

“เออ จะได้รีบสั่ง หิวกันจะตายแล้ว”

“เห้ย นั่นคิรัน เดือนคณะมึงป้ะของขวัญ” มิ้งส่งสายตาไปยังทิศสิบสิงนาฬิกาข้างหลังของฉัน ก่อนที่พวกเราจะค่อย ๆ ลอบมองอย่างแนบเนียนแล้วหันกลับมาพูดจาชุมนุมกันอีกครั้ง

“เออว่ะ” ว่าจบ พวกมันก็ส่งสายตามาทางฉันอย่างมีเล่ศ์นัย อะไรกันอีกล่ะเนี่ยะ

“อะแฮ่ม...ของขวัญ...”

“?”

“ฉันว่าคิรันมองเธออยู่นะ”

“บ้าหน่า เขาอาจจะแค่ตกใจที่พวกเราแห่กันหันไปมองก็ได้” ฉันว่าพลางยกแก้วน้ำขึ้นจิบเป็นการเลี่ยงบทสนทนาต่อจากนี้ แต่ก็ยังไม่วาย เมื่อได้ยินที่เพื่อนสาวในกลุ่มพูดฉันก็หันมองคิรันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ค่อนข้างโจ่งแจ้งหน่อย ส่วนอีกฝ่ายก็หันมามองฉันเช่นกัน พลางยกยิ้มให้

ฉันมองเขาด้วยความสงสัยอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่คิรันจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเกินตรงมา…ทางนี้!!!

แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาทั้งหล่อทั้งเท่ห์ในเวลาเดียวกัน สันกรามคมชัดส่งให้ดวงหน้าของเขาดูมีมิติ ชนิดที่ว่านั่งมองทั้งวันก็คงไม่มีเบื่อ

“ของขวัญ…“ เสียงทุ้มละมุนหูเอ่ยขึ้นหลังจากเดินมาถึงโต๊ะ

ว่าแต่…เขารู้จักชื่อฉันด้วยเหรอ!

”ห…ห๊ะ?“ ฉันไม่รู้จะตอบอะไร เพราะไม่ทราบว่าเขามีธุระอะไรกันแน่ จึงได้แต่รับคำเรียกขานของเขา

“คือ…ฉันเห็นว่าช่วงนี้เธออ่านหนังสือเยอะมาก ตอนพักก็ไปอ่านที่หอสมุดมหาลัย” ฉันขมวดีิ้วงุ่นด้วยความสงสัย แต่ดูเหมือนว่าช่วงนี้ฉันจะทำอย่างนั้นนะ เพราะใกล้สอบไงล่ะ

“อ๋อ แล้ว…นายมีอะไรเหรอ?”

“ขอไปอ่านด้วยได้ไหมครับ” เขาถามตรงประเด็นด้วยน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวล คนอะไรหล่อแล้วยังอบอุ่นเป็นที่สุด “เพราะยังไงเธอก็ไปอ่านคนเดียวอยู่แล้ว”

“เอ่อ…ฉันก็ไม่ติดอะไรนะ ไว้ถ้าเจอที่หอสมุดก็เข้ามาอ่านด้วยกันได้เลย”

“หมายถึง ขออ่านด้วยทุกวันเลยได้ไหม”

พอคิรันพูดจบ เพื่อนในโต๊ะก็พากันยกมือปิดปากแล้วร้องกรี๊ดออกมาราวกับรู้สึกฟิน แต่ก็เรียกรอยยิ้มของคิรันออกมาได้ ช่างเป็นรอยยิ้มฤดูใบไม้ผลิของจริงเลย

“คือนายอยากจะนัดอ่านหนังสือกับฉันเหรอ?”

“ใช่ครับ” เขาตอบกลับอย่างตรงไปตรงมาพร้อมรอยยิ้ม ประกอบกับความสุภาพของเขา ทำเอาใบหน้าของฉันร้อนฉ่าขึ้นมาในทันที

“ได้สิ”ฉันตอบรับคำอย่างหนักแน่น ในเมื่อเลือกที่จะมูฟออนแล้ว ก็ต้องเปิดใจยอมรับอะไรใหม่ ๆ บ้างเป็นธรรมดา ใช่ไหม ของขวัญ…

“ถ้าอย่างนั้นเอาไว้เจอกันนะครับ”กรี๊ด สุภาพที่สุด! แต่เดี๋ยวก่อนนะ…ที่ฉันตอบตกลงไปนี่ ถ้าไอเซ็นโตะมันรู้เข้า จะว่าอะไรหรือเปล่านะ

แต่ก็ช่างมันเถอะ เพราะในอนาคต เราแต่ละคนก็ต้องแยกย้ายไปตามเส้นทางของตัวเอง จะมามัวรอเพื่อนชี้นิ้วกำหนดเส้นทางไม่ได้หรอกนะ เดี๋ยวจะกอดคอกันขึ้นคานพอดี

เมื่อตกลงนัดหมายกันเรียบร้อย คิรันก็ไม่ลืมที่จะขอข้อมูลการติดต่อของฉันก่อนจะเดินกลับไปนั่งทานอาหารที่โต๊ะของตัวเอง

“โหยยย อยากอยู่คณะเดียวกับมึงบ้างจัง”

“แล้วมึงไม่สอบเข้ามาแต่แรกล่ะ”

“โอ้โห มึงคิดว่าง่ายมากมั้ง”

“ละนี่ กูจะบอกผัวมึง ว่ามึงมากรี๊ดเดือนคณะกู”

“เห้ยๆๆ พอเลย”

พวกสาว ๆ พากันพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่า อีกมุมหนึ่งมีคนกำลังจับจ้องมาด้วยสายตาเคร่งขรึม เขาจ้องมองโต๊ะที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับตัวเองซึ่งห่างออกไปเพียงไม่เท่าไหร่อย่างไม่วางตา ในใจร้อนรนราวกับมีไฟลุกโชนท่วมท้น

@ Seiji Talk

ผมนั่งมองโต๊ะของพวกเพื่อนของขวัญที่กำลังกรี๊ดไอหนุ่มหน้าอ่อนนั่น ดูเหมือนว่ามันจะเดินมาขอไลน์ของขวัญและคุยอะไรกันก็ไม่รู้ เพราะจุดที่ผมนั่งอยู่ไกลเกินที่จะได้ยิน

แล้วไอเซนโตะหายไปไหนเนี่ยะ

ผมกวาดสายตามองหาน้องชายของตัวเองที่ปกติจะตัวติดกับของขวัญอยู่ไม่ห่าง แต่ตอนนี้กลับไร้วี่แววเสียอย่างนั้น

[มึงอยู่ไหนวะ?] ผมรีบคว้าโทรศัพท์มากดส่งไลน์หามัน รู้สึกร้อนรนยังไงไม่รู้

[มีอะไร?]

[แล้วทำไมมึงปล่อยของขวัญอยู่คนเดียว?]

[เจอกันเหรอ?]

[เออ ละมึงไปไหน ไม่คุมประพฤติมันเหรอ]

[เอ้า กูไม่ใช่พ่อ ไม่ใช่ผัวมันไหมวะ]

[//ส่งรูปที่แอบถ่ายเมื่อกี้ไปให้]

[อ่อ คิรัน คนนี้กูให้ผ่าน รูปหล่อ อบอุ่น นุ่มนวล ปลอดภัยหายห่วง]

[หายห่วงบ้านพ่อมึงสิ]

[เอ้า เออ บ้านกูก็บ้านมึงเหมือนกันอะ พ่อเดียวกัน ละมึงเป็นไรเนี่ยะ ผีเข้าอ่อ]

[สรุป มึงจะไม่มาไล่ไอ้หมอนั่นออกไปใช่ป้ะ]

[อะไรของมึง น้องมันจะมีผัวก็ปล่อยมันเถอะ คนนี้กูว่าโอเคกว่าคนอื่น ๆ ที่ผ่านมาเลย แค่นี้แหละ กูจะไปอยู่กับแฟน]

[ถ้ามึงไม่มาคืนนี้ไม่ต้องเข้าห้อง กูจะเปลี่ยนรหัส]

[กูนอนห้องแฟนได้ ละอีกอย่าง กูจะฟ้องแม่ด้วย ที่มึงเปลี่ยนรหัสไม่ให้กูเข้า] ไม่ว่าทางไหนผมก็พ่ายแพ้ไอ้เซ็นโตะลูกรักของที่บ้านตลอดเลยสินะ

[เดี๋ยวกูกลับไปรับมันไปส่งที่คอนโดเอง มึงจะทำอะไรก็ไปทำ อะไรวะเนี่ยะ อยู่ ๆ มาเล่นบทพี่ชายหวงน้องสาวเฉย] //บ่นยาว

[กูไม่ได้หวงเว้ย แค่ไม่อยากให้มันโดนผู้ชายหลอกหรอก ละมึงไม่ต้องมาแล้ว เดี๋ยวกูเอากลับเอง]

เถียงกันผ่านข้อความเสร็จผมก็วางโทรศัพท์ลงก่อนจะมองตรงไปยังโต๊ะเป้าหมายตรงหน้า เตรียมพร้อมพุ่งชน!

“เซจิ ถ้าอย่างนั้นเรากลับก่อนนะ ขอบคุณมากที่วันนี้มาช่วยติวให้“ นับดาว เพื่อนผู้หญิงในคณะของผมบอกก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วโบกมือลา คงเห็นว่าผมดูเหมือนจะยุ่ง

“เราไปส่งได้นะ“ เป็นเพราะฟ้ามืดแล้ว และกำลังจะกลับพอดีผมจึงอาสาแบบนั้น นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนที่ผมจะต้องจับคู่ขึ้นวอร์ดในปีสี่ด้วย และด้วยคำกล่าวที่ว่า ’เรียนหมอจะเรียนคนเดียวไม่ได้นะ ต้องร่วมด้วยช่วยกันกับเพื่อน‘ ดังนั้นผมจึงคิดว่าคงเป็นการดี หากพวกเราผูกมิตรกันเอาไว้เสียแต่เนิ่น ๆ

ใช่แล้ว เราไม่ค่อยสนิทหรือพูดคุยกันเท่าไหร่ แต่แล้วอยู่ ๆ วันนี้ ขณะที่ผมกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในหอสมุด เธอก็เดินเข้ามานั่งด้วยพร้อมกับบอกว่า ”ช่วยติวพาโธ(*1)ให้หน่อยได้ไหม เห็นว่านายคะแนนดีน่ะ“ และหลังจากติวเสร็จ เราก็มาจบที่ร้านอาหารร้านนี้ แต่ไม่คิดเลยว่าจะบังเอิญมาเจอของขวัญที่นี่ด้วย

“ถ้าอย่างนั้นรบกวนด้วยนะ” นับดาวกล่าวอย่างสุภาพ ผมจึงลุกขึ้นยืนตามเธอแต่ก่อนจะเดินออกจากร้านผมก็ไปหยุดที่โต๊ะหนึ่งก่อน

“กินเสร็จรึยัง?” ผมถามเสียงเรียบ ตอนนี้มาหยุดอยู่ตรงโต๊ะเป้าหมายที่จด ๆ จ้อง ๆ เมื่อสักครู่เป็นที่เรียบร้อย ทุกตนในโต๊ะต่างหันมองผมด้วยความฉงน แต่พวกเธอก็พอจะรู้ได้ว่าผมกำลังคุยกับใคร

”(‘ ’) (. .) (‘ ’)“ เจ้าของใบหน้าตากลมแป๋วดุจดั่งตุ๊กตาพยักหน้าหนึ่งครั้งเป็นคำตอบให้ผม แต่แววตาของเธอก็ยังดูฉงน

“กินเสร็จแล้วก็ตามมา จะกลับคอนโดแล้ว”

“แต่เซนโตะบอกว่า…”

“ฉันบอกมันแล้ว ตามมา…”

ร่างบางหันมองไปทั่วบริเวณ เมื่อเห็นว่านับดาวยืนอยู่ข้างผม เธอก็จดจ้องราวกับช่างใจว่าจะตามมาด้วยดีไหม

“ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะ เดี๋ยวของขวัญกลับ-/กรี๊ด พี่เซจิทำอะไร!”

ผมไม่รีรอให้เธอปฏิเสธจนจบประโยคก็เข้าไปช้อนตัวเธอขึ้นพาดบ่าแล้วเตรียมจะเดินพาไปขึ้นรถของผม สายตาคนในร้านอาหารมองมากันเต็มไปหมด แต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร

แต่แล้ว…

“ทำอะไรครับ” ไอหน้าอ่อนชื่อคิรันเข้ามายืนขวางเอาไว้

“ไม่เกี่ยวกับมึง หลบไป”

“เกี่ยวสิ ก็พี่จะพาของขวัญไป”

“น้องสาวกู มึงไม่เกี่ยว” พูดจบผมก็รีบพาของขวัญเดินเลี่ยงมันแล้วออกจากร้านมา ขณะที่จะก้าวไปถึงรถ นับดาวก็เรียกผมก่อน

“เอ่อ…เซจิ ฉันว่าฉันกลับเองดีกว่า” เธอหยุดยืนอยู่ตรงหน้าร้านอาหารแล้วยืนโบกมือลาผมแทน ราวกับกลัวผมอย่างนั้นแหละ

“ถ้าอย่างนั้นก็ระวังตัวล่ะ” ผมตอบเธอกลับไปอย่างไม่ค่อยใส่ใจนัก เอาเถอะ ผมไม่ได้อยากจะไปส่งตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ดีเหมือนกัน จะได้รีบกลับไปจัดการยัยเด็กนี่ให้รู้แล้วรู้รอด

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 30

    ไม่หนาวอย่างที่คิดนี่นา ฮ่าๆๆ ฉันทำปากเก่งไปอย่างนั้นแหละ เป็นเพราะได้เสื้อโค้ทกับผ้าพันคอรวมถึงถุงเท้าที่พี่เซจิเตรียมมา จึงช่วยให้ความอบอุ่นกับฉันได้พอสมควร ทำดีก็เป็นเหมือนกันนะเราเนี่ยะฉันแอบมองเขาจากทางด้านหลัง เพราะตอนนี้พี่เซจิกำลังนั่งอยู่ตรงเบาะข้างหน้าพร้อมกับคุณอา มาซาชิ เพื่อพูดคุยเรื่องที่จะต้องไปพบปะทีมผู้บริหารโรงพยาบาลในอีกสองวันข้างหน้าใช้เวลาเกือบชั่วโมงก็มาถึงบ้านตระกูลทากาฮาชิที่ญี่ปุ่น ฉันว่าบ้านที่ไทยก็ใหญ่มากแล้วนะ แต่พอเป็นบ้านที่ญี่ปุ่นแล้วที่ไทยกลับเทียบไม่ติดเลยเนี่ยะสิ แบบนี้ต้องเรียกว่าคฤหาสน์มากกว่าบ้านแล้ว“ของขวัญเคยใส่กิโมโนไหมลูก” คุณอามาซาชิหันมาพูดกับฉันระหว่างทางที่พวกเรากำลังเดินเข้าไปในตัวบ้าน“ไม่เคยค่ะ” ฉันส่ายศีรษะด้วยความงุนงง คงจะเคยแหละ หน้าอย่างฉันคงจะซื้อกิโมโนมาใส่เดินเล่นที่ประเทศไทยอยู่หรอก -_-“เดี๋ยววันนี้อาจะให้ช่างตัดผ้าเข้ามาวัดตัวให้ เป็นชุดที่ต้องใส่ไหว้บรรพบุรุษในวันสุดสัปดาห์นี้ หนูแพทเองก็ด้วยนะ”“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ฉันและแพทพยักหน้ารับทราบแล้วกล่าวขอบคุณ นี่พวกฉันต้องไปร่วมพิธีอะไรกับพวกเขาด้วยอย่างนั้นเหรอ คิดว่าจะเป็นพิธีเฉพ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 29

    “ไม่เอา ของขวัญไม่อยากไป…” ฉันกอดอกยืนหันหลังให้พ่อกับแม่ที่เข้ามาเจรจาว่าจะให้ฉันไปญี่ปุ่นกับครอบครัวของพี่เซจิ พร้อมทั้งให้เหตุผลว่าจะให้ลองไปดูงานในโรงพยาบาลถ้าฉันไปก็หลบหน้าเขาต่อไม่ได้น่ะสิ บอกตามตรง ตั้งแต่เรื่องวันนั้นฉันก็ยังงอนเขาอยู่ อย่าคิดว่าของขวัญคนนี้จะยอมยกโทษให้ง่าย ๆ นะ!“แต่แม่ตอบตกลงกับอาน้ำไปแล้วนะ ทริปนี้เซนโตะก็ไปด้วยกัน ปกติเห็นตัวติดกันตลอดไม่ใช่เหรอ”“ตอนนี้ไม่ติดแล้วค่ะ เซนโตะมันติดเมียมันนู่น” ดูท่าคงจะพกเมียติดไปด้วยแน่ ๆ และฉันก็คงต้องไปอยู่ที่นู่นอย่างโดดเดี่ยว เพราะจะให้ไปอยู่กับพี่เซจิฉันก็ไม่เอาหรอก!“นี่อย่าบอกนะว่าครั้งก่อนที่เราพูดว่าอกหัก…” พ่อเปรยขึ้นมาพลางยกมือขึ้นชี้นิ้วมาทางฉัน อย่าได้คิดเรื่องแบบนั้นเชียว...“?”“เพราะเซนโตะมีแฟนเหรอ?” พ่อถามออกมาตามตรง ส่วนแม่เองก็รอคำตอบเรื่องนี้เหมือนกัน นั่นไง! ว่าแล้วเชียว!“โอ๊ยยยย ไม่ใช่ค่ะ ไอ้นี่น่ะ ปล่อยมันไปมีเมียก็ดีแล้ว คนเขาจะได้เลิกเข้าใจผิดว่ามันเป็นแฟนหนูสักที” ฉันบ่นลับหลัง เพราะหลายปีที่ผ่านมานี้ ยอมรับตามตรงที่ฉันโสดก้เป็นเพราะมันส่วนหนึ่งด้วย แต่ฉันก็ไม่อยากจะโทษมันมากนักหรอก เพราะสาเหตุห

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 28

    “หลับสบายจังเลยนะเมื่อคืนนี้” ว่าพลางบิดขี้เกียจแล้วยกยิ้มสดใส ต่างจากอีกคนที่ทำหน้ามุ่ยไม่รับบุญตั้งแต่เช้า“คนเจ้าเล่ห์”“เจ้าเล่ห์ตรงไหนกัน เธอหล่นมาหาพี่เองนะ”“พี่นั่นแหละดึงน้องลงไป” เธอจำความรู้สึกนั้นได้แม่น ว่าเหมือนมีคนดึงลงไปจนทำให้ตัวเองตกเตียงแล้วหลังจากนั้นทั้งสองก็ถกเถียงเรื่องนี้กันตลอดทั้งเช้า วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ของขวัญซซึ่งเป็นนักศึกษาแพทย์ปีหนึ่งจึงไม่มีธุระจำเป็นที่จะต้องเข้ามหาลัย แต่สำหรับเซจิที่เป็นนักศึกษาแพทย์ปีที่สาม เขาต้องไปเข้าแล็ปส่งกล้องวิชาพยาธิวิทยา ที่นัดติวกับเพื่อนในรุ่นเอาไว้“ไปแต่งตัวซะ เดี๋ยวพี่ลงมารับ” ว่าจบเขาก็เดินออกจากห้องไปทิ้งให้ฉันงุนงง รับไปไหน วันนี้วันอาทิตย์ไม่ใช่เหรอ (. .)?หรือว่าจะพาไปเดทกันนะ -///- บ้าบอ คิดอะไรเพ้อเจ้อนะของขวัญ...แต่ก็เอาเถอะ อาบน้ำแต่งตัวรอก็ได้ ในตอนแรกฉันก็แอบหวังว่าเขาจะพาไปที่ที่น่าสนใจ แต่เมื่อรู้ตัวอีกทีก็มาโผล่อยู่ในคณะเป็นที่เรียบร้อยวันหยุดยังจะพามาที่นี่อีก แต่ไม่เป็นไร ฉันพอจะให้อภัยได้เพราะตัวเองได้อยู่ข้างเขาเนี่ยะแหละ -///-“อ้าว เซจิ เข้ามาสิ” เพื่อนร่วมรุ่นของพี่เซจิทักทายแล้วเชื้อเชิญให้เขา

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 27

    กลับจากคุยเรื่องหัวใจกับพี่เซจิแล้ว พวกมิ้งและน้ำหวานก็ชวนฉันออกไปเที่ยวฉลองที่ร้านประจำ เนื่องในโอกาสที่คิรันได้แชมป์ และใช่ค่ะ พวกมันชวนดาวเด่นอย่างคิรันลับหลังฉันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะมาชวนฉันเสียอีก และถ้าฉันไม่ไปก็คงเสียมารยาทมากแน่นอนของขวัญคนนี้จึงต้องแต่งตัวออกมาข้างนอกอีกครั้ง ทั้งที่บอกฝันดีพี่เซจิเรียบร้อยแล้ว ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยแฮะของขวัญ“ทางนี้คิรัน” มิ้งโบกมือเรียก ก่อนจะเว้นที่ว่างข้าง ๆ ฉันเอาไว้เพื่อให้คิรันได้เดินมานั่งอย่างรู้งาน -_-คิรันเดินเข้ามาพร้อมกับชุดลำลองที่ฉันไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก เพราะส่วนใหญ่เจอกัแต่นที่มหาลัยจึงคุ้นตาเขาในคาบชุดนักศึกษาเสียมากกว่า แต่ตอนนี้เขาก็แค่เปลี่ยนไปใส่เสื้อยืดสีขาวแทนเสื้อเชิ้ตเท่านั้น ส่วนกางเกงเป็นกางเกงแสล็คเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกสะกดสายตาได้ขนาดนี้นะ หรืออาจเป็นเพราะใบหน้าที่หล่อเหลาเกินมนุษย์ของเขาล่ะแต่ฉันว่าเลิกพรรณนาถึงรูปร่างหน้าตาของเขาเถอะ เพราะถึงหล่อแค่ไหนคนในใจของฉันก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ก็คือพี่เซจินั่นแหละพูดถึงพี่เซจิแล้วก็ทำให้ฉันถึงเรื่องที่เราตกลงคุยกัน บอกตามตรงฉันก็รู้สึกว่าตั

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 26

    พี่เซจิพามาถึงจุดหมาย ซึ่งเป็นสวนหย่อมที่ผู้คนต่างมาเดินเล่นพักผ่อนกันเป็นคู่ ในช่วงยามเย็นแบบนี้ ดวงอาทิตย์กับลังลับขอบฟ้า แสงอาทิตย์กำลังอบอุ่นได้ที่เลยทีเดียวแต่ก็อบอุ่นหัวใจได้เพียงบรรยากาศเท่านั้น เพราะตอนนี้ฉันรู้สึกว่ากำลังมีบางอย่างที่หนักอึ้งอยู่ภายในใจ บอกตามตรง ฉันไม่พร้อมจะเผชิญหน้าเขาเลย อยากจะหนีไปให้พ้นเสียด้วยซ้ำ แต่อีกใจก็อยากรู้ว่าเขาอยากจะพูดเรื่องอะไรหรือว่าพี่เซจิจะพาฉันมาคุยเรื่องที่ฉันสารภาพออกไปวันนั้น และเรียกมาปฏิเสธกันนะ...ไม่เอาอะ ของขวัญไม่อยากฟังคำนั้น...ฉันควรจะวิ่งหนีไปให้ไกลสิ แต่มานึกขึ้นได้ตอนนี้ก็สายไปแล้วล่ะของขวัญพี่เซจิมายืนอยู่ตรงหน้าฉัน แววตาของเขาดูจริงจังประกอบกับความลึกลับซึ่งทำให้ฉันไม่สามารถอ่านได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เขายืนนิ่งเงียบอยู่สักครู่ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ราวกับว่าเขากำลังรวบรวมความกล้าที่จะพูดอะไรบางอย่าง"มีเรื่องอะไรจะคุยเหรอคะ?" ฉันตัดสินใจเปิดปากถามออกไปตรง ๆ เพราะต้องการรีบตัดความอึดอัดใจนี้ทิ้ง เอาเลย ของขวัญพร้อมแล้ว จะปฏิเสธก็บอกมาตามตรงเลยสิ!พี่เซจินิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 25

    และแล้ววันเสาร์ก็มาถึง ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ฉันพยายามหลบหน้าพี่เซจิอยู่ตลอด โธ่เอ๊ย ของขวัญ เรื่องบนรถวันนั้นน่าอายชะมัด พูดออกไปได้ยังไงกัน -///- และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็จะรู้ตัวว่าฉันพยายามหลบหน้า จึงไม่โผล่มาให้ฉันเห็นเหมือนกันแต่บอกตามตรง...อีกความรู้สึกหนึ่งฉันก็แอบน้อยใจเหมือนกันนะ เขาไม่พยายามที่จะมาเจอกันเลยอย่างนั้นสิขณะที่ภายในสมองกำลังครุ่นคิดเรื่องว้าวุ่นใจอยู่นั้น ขาของฉันก็ก้าวขึ้นไปบนแท่นอัฒจันทร์ที่อยู่ข้างสระว่ายน้ำเพื่อจับจองที่นั่งเข้าชมการแข่งขัน ใช่แล้ว วันนี้ฉันมาเชียร์คิรันแข่งขันกีฬาเฟรชชี่ แต่ไม่ได้มาคนเดียวหรอกนะ เพราะกลุ่มเพื่อนของฉัน พวกมิ้งและน้ำหวานก็มาด้วยเหมือนกันเมื่อถึงเวลาแข่งขัน ฉันก็รีบนำป้ายที่อุตส่าห์ตัดแปะสติ๊กเกอร์อย่างประณีตออกมา“คิรัน!” ฉันตะโกนเรียกเขาที่กำลังยืนอยู่ข้างสระเพื่อเตรียมตัวแข่งขัน หลังจากเขาหันมามองฉันก็รีบยกป้ายที่เขียนเอาไว้ว่า ‘สู้เขานะคิรัน’ ขึ้นมาโบกทันทีที่คิรันอ่านป้ายนั้นจบเขาก็ยกยิ้มแล้วโบกมือมาให้ฉันอย่างรับทราบ“แหม มึง เหมือนผัวเมียมาเชียร์กันเลยนะ” มิ้งเอ่ยแซวขึ้นมา ก่อนจะเบ้ปากให้ฉํนด้วยความหมั่นไส้“จริง ถ้าจะหว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status