Share

บทที่ 15

last update Last Updated: 2026-02-03 03:53:58

ถึงแม้จะรู้สึกสงสัยว่าใครกันที่เป็นคนซื้อของพวกนี้มาให้ แต่ฉันก็รู้สึกขอบคุณมากยิ่งกว่า ให้ตายเถอะของขวัญ ลืมเรื่องสำคัญแบบนี้ไปได้ยังไงกันว่าใกล้วันนั้นของเดือนแล้ว ควรจะพกผ้าอนามัยติดตัวเอาไว้เผื่อฉุกเฉินสิ

ฉันกลับมาถึงห้องของตัวเองโดยสวัสดิภาพ ก่อนจะพบว่าเซนโตะยืนรออยู่หน้าห้อง สีหน้าดูเป็นกังวลใจอย่างไรอย่างนั้น เมื่อเห็นฉํนมันก็รีบเดินตรงเข้ามาหาทันที

“มึง ไม่เป็นไรนะ”

“อืม...” สงสัยหวานกับมิ้งเป็นคนบอก บังเอิญว่าฉันทักไปหาพวกมันพอดี จึงไม่แปลกที่เซนโตะจะรู้เรื่องนี้เข้า “กูไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่...กูสงสัยว่ะ ว่าใครซื้อผ้าอนามัยกับกระโปรงตัวใหม่มาให้กู”

“เออเอาเหอะมึง เรื่องแบบนี้ช่างแม่งเหอะ” เซนโตะพูดเหมือนต้องการตัดจบเรื่องนี้

“หรือมึงรู้ว่าใคร?” ฉันหรี่ตามองส่งสายตาจับผิดไปหามันทันที หรือว่า...ไม่หรอกมั้ง อย่างเขาคนนั้นจะมาใส่ใจฉันได้ยังไง

“กู...จะไปรู้ได้ไงเล่า เลิกพูดถึงเรื่องร้าย ๆ เถอะของขวัญ มีคนช่วย...ก็ดีแล้ว”

เซนโตะว่าพลางรอให้ฉันเปิดประตูเพื่อจะเดินเข้าไปในห้อง เอาอีกแล้ว สองพี่น้องนี่ชอบมาวุ่นวายที่ห้องฉันกันตลอดเลย

ก๊อก ก๊อก

เพิ่งปิดประตูลงได้ไม่นานเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง ใครกันนะ ฉันมองดูนาฬิกาก่อนจะพบว่ามันเป็นเวลาสี่ทุ่มเข้าแล้ว มาหาเอาเวลานี้ซะด้วย

“เดี๋ยวมึง กูเปิดเอง...” เซนโตะที่เห็นว่ามันดึกมากแล้วจึงอาสาไปเปิดประตูให้แทน คงกลัวว่าจะเป็นโรคจิตมาเคาะประตูสินะ

ฉันพยักหน้ารับยอมให้มันเป็นฝ่ายเดินไปเปิด “มึงมาทำไมเนี่ยะ” แต่หลังจากฟังประโยคสนทนาและสีหน้าท่าทางของเซนโตะแล้ว แม้จะยังไม่เห็นหน้าฉันก็พอจะเดาได้ว่าเป็นใคร

“พี่เซจิ?” จริงสิ เขาตามหาเซนโตะอยู่นี่นา คงมาตามตัวน้องชายถึงห้องฉันอย่างที่ว่านั่นแหละ จะเป็นเรื่องอื่นไปได้ยังไงกัน

“อันนี้ดาร์คช็อกโกแลต ส่วนอันนี้โกโก้ผง แล้วก็...” พี่เซจิเดินเอาของเข้ามาวางลงบนโต๊ะในครัวของฉัน โดยของแต่ละอย่างล้วนเป็นของที่ผู้หญิงอยากทานในช่วงวันนั้นของเดือนแทบทั้งนั้น ทำเอาฉันหน้าร้อนฉ่าขึ้นมาทันที

“นี่ มึงบอกพี่เซจิเหรอ?” ฉันหันไปมองเซนโตะอย่างเอาเรื่อง มันก็รีบทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ทันที

“กูจะบ...”

“ใช่ ไอเซนมันฝากให้ซื้อมาให้” พี่เซจิรีบพูดแทรกเซนโตะที่ยังไม่ทันได้พูดจบประโยค ก่อนจะรีบเดินเข้าไปหยุดอยู่ข้างมัน “มึงบอกกูไม่ใช่เหรอไอน้องรัก”

“ห๊ะ!? กูเนี่ยะ-/เออ มึงนั่นแหละ” พี่เซจิศอกเข้าตรงท้องของเนโตะ ถึงจะน่าสงสัยนิดหน่อยแต่สองพี่น้องอาจจะเล่นกันแบบนี้เป็นปกติอยู่แล้วก็ได้

“อ๋อ...ขอบคุณนะ ทั้งคู่เลย” ฉันบอกทั้งสองคนแล้วรีบเก็บของเข้าชั้นวางในครัวให้เรียบร้อย โดยมีพี่เซจิคอยเดินตามมาช่วยด้วย ฉันเอื้อมสุดแขนแต่ก็ยังไม่สามารถเปิดตู้เก็บของชั้นบนได้ พี่เซจิจึงคว้าของในมือฉันแล้วหยิบใส่ให้แทน

“เซนโตะกลับมาแล้วหนิคะ” ฉันท้วงทักเพราะเห็นว่าก่อนหน้านี้ที่มาวอแวหน้าห้องคือเขาต้องการตามหาเซนโตะ

“อ...อ๋อ...อืม...” พี่เซจิรับคำ หลังจากนั้นก็เดินออกจากโซนห้องครัวไปหาเซนโตะที่ยืนกอดอกมองเราทั้งสองคนอยู่ตรงโต๊ะอาหาร

“กูว่าแปลก ๆ” เซนโตะกอดอกแล้วขมวดคิ้วพลางมองพี่ชายตัวเอง

“อะไรมึง”

“กูว่า...”

“กลับห้องได้แล้วมึงอะ” ว่าพลางดันหลังเซนโตะให้ออกจากห้องของฉันไป เฮ้อ...กว่าจะเงียบสงบลงได้เนี่ยะนะ เล่นเอาเหนื่อยแทบแย่

ก๊อก ก๊อก

ผ่านไปสักชั่วโมงกว่าเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง อะไรกันอีกเนี่ยะ ใครอีก! ไอเซนโตะแน่เลย มาช่วงที่ฉันกำลังนั่งพักผ่อนดูซีรี่ส์ด้วยเนี่ยะสิ มันน่าฉุนเฉียวจริง!

“มีอะไรอีกไอเซน...เอ๊ะ?” เมื่อปิดประตูออกและกำลังจะโวยมันอย่างเต็มสตรีม ฉันก็ต้องหุบปากลงทันทีเมื่อเห็นว่าคนที่ปรากฎตัวคือ...คิรัน...

“นายมาทำอะไรป่านนี้เนี่ยะ?” ฉันไม่ได้แปลกใจที่เขาหาที่อยู่ของฉันเจอ เพราะฉันเป็นคนบอกเขาไปเอง แต่ที่น่าประหลาดคือมาหากันในเวลาแบบนี้เนี่ยะแหละ

“คือ...เมื่อกี้เห็นว่าเธออารมณ์ไม่ค่อยดีเพราะฉัน ก็เลยอยากจะมาขอโทษน่ะ” คิรันว่าพลางยื่นถุงขนมที่ซื้ออย่างเต็มไม้เต็มมือส่งมาให้

“ขอบคุณนะ” ฉันรับมันมาอย่างไม่เกรงใจ ก่อนจะเชื้อเชิญให้คิรันเข้ามาในห้องเพื่อนั่งพักก่อน จากนั้นฉันก็เดินไปรินน้ำมาให้

“ของขวัญอยู่คนเดียวเหรอ?”

“อื้ม...ก็ไม่เชิงหรอก ไอเซนโตะมันชอบแวะมาบ่อย ๆ น่ะ” ฉันบอกไปตามตรงก่อนจะนั่งลงข้างเขา

“เฮ้อ...อีกไม่นานก็สอบแล้ว เครียดเหมือนกันเนอะ” คิรันหันมองฉันพลางถอนหายใจออกมา ฉันเองก็แทบไม่ต่างกัน โชคดีที่พรุ่งนี้เป็นวันหยุดให้ได้อ่านหนังสือพอดี

“นั่นน่ะสิ แต่ยังไงก็ต้องผ่านไปให้ได้ ไม่อย่างนั้น...พังแน่” ฉันอดไม่ได้ที่จะนึกถึงภาพว่าหากตัวเองสอบตกในวิชาพื้นฐานพวกนี้ ซึ่งเป็นเพียงเนื้อหาของชั้นปีหนึ่งเท่านั้น หากเป็นแบบนั้นจริง อนาคตของฉันคงมืดมนอย่างไม่ต้องคิดเลย

“ถ้าอย่างนั้นพวกเรามาอ่านด้วยกันไหม?” คิรันกล่าว แววตาของเขาเต็มไปด้วยประกายความมุ่งมั่น แต่ฉันกลับไฟมอดเสียอย่างนั้น อาจเป็นความอ่อนล้าด้วยความที่เป็นวันนั้นของเดือนด้วย

“ตอนนี้เหรอ?” น้ำเสียงของฉันไม่บอกก็รู้ว่าอิดโรยขนาดไหน แต่ถึงอย่างนั้นคิรันก็ยังส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ พลางพูดกระตุ้นใส่ไฟฉันอีกครั้ง

“อื้ม ไหน ๆ พรุ่งนี้ก็หยุดแล้ว เราก็มาอ่านเท่าที่ไหวแล้วพักกันให้เต็มที่เถอะ”

“เอาอย่างนั้นก็ได้” เอาวะ ของขวัญ ยังไงก็ต้องรอด...จะมาล่วงตอนปีหนึ่งไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นคงเสียความตั้งใจแย่เลย

นั่งอ่านไปได้สักพัก ฉันก็เริ่มเลื้อยลงไปกับโต๊ะ ในขณะที่คิรันซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามยังนั่งอ่านอยู่อย่างไม่ลดละ สุดยอดไปเลยนะ...หลังจากคิดแบบนั้นภาพตรงหน้าฉันก็เริ่มดับไป...

“หลับแล้วเหรอของขวัญ...” ชายหนุ่มที่ยังนั่งอยู่เอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นหญิงสาวตรงหน้าฟุบนอนลงกับโต๊ะ ทันใดนั้น รอยยิ้มแสนเอ็นดูก็ปรากฎขึ้นบนใบหน้าของเขาเข้าอย่างจัง

เมื่อเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามไร้ซึ่งเสียงตอบรับ เขาก็ละความสนใจจากไอแพดที่ก้มอ่านอยู่ ก่อนจะค่อย ๆ ฟุบลงกับโต๊ะเฉกเช่นเดียวดัน แต่เป็นในทิศทางที่หันหน้าเข้าหาของขวัญ

สายตาของเขาจ้องมองดวงหน้าสวยที่กำลังหลับด้วยความหลงใหล และด้วยความที่อยากให้เกียรติเธออย่างถึงที่สุด เขาจึงไม่แม้แต่ที่จะเอื้อมมือไปแตะสัมผัสเธออย่างล่วงเกินเลยสักนิด มีเพียงสายตาที่เฝ้าเชยชมเท่านั้น ก่อนจะหลับตาลงเพื่อพักสายตาของตัวเอง

หลังจากพักสายตาได้สิบห้านาที คิรันก็ลุกขึ้นแล้วนั่งอ่านหนังสือต่อ ไม่นานนัก ของขวัญก็ตื่นขึ้นมาอีกครั้งด้วยสีหน้างัวเงีย

‘น่ารักที่สุดเลย’ คิรันครุ่นคิดในใจ แต่ถึงอย่างนั้นสายตาของเขาก็พยายามจ้องมองไอแพดของตัวเองต่อไป เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายต้องอึดอัดใจ

“ฉันหลับไปนานแค่ไหนเนี่ยะ!?” เมื่อได้สติเธอก็โวยวายด้วยความร้อนรน ไม่ร็ว่าตัวเองหลับยันเช้าหรือเปล่า แบบนั้นคงน่าอายแย่ เพราะอุตส่าห์บอกเสียดิบดีว่าจะอ่านให้เต็มที่

“แปปเดียวเอง ฉันก็หลับไปนิดนึงเหมือนกัน”

“จริงเหรอ?”

“อื้ม ถ้าหายง่วงแล้วก็อ่านต่อกันเถอะ” ว่าพลางส่งยิ้มแล้วทำท่าเป็นกำลังใจให้ เฮ้อ ช่างเป็นผู้ชายที่อบอุ่นเหลือเกิน

ทั้งสองอ่านต่อไปอีกไม่กี่ชั่วโมง ก่อนจะฟุบหลับกันจนถึงเช้าของอีกวัน และแล้วเสียงเคาะประตูหน้าห้องก็ดังขึ้นอีกครั้ง เรียกสติของชายหนุ่มให้ตื่นขึ้นก่อนเป็นคนแรก

คิรันลุกขึ้นนั่ง รู้สึกปวดเมื่อยคอเป็นอย่างมาก หลังจากบิดขี้เกียจแล้วก็หันมองของขวัญที่ยังนอนไม่ได้สติอยู่อีกครั้ง เขาจึงตัดสินใจลุกขึ้นและเดินไปเปิดประตูด้วยตัวเอง

“อ้าว ไอคิรัน มึงมาไงเนี่ยะ?” เป็นเซนโตะที่เอ่ยทักขึ้นมา ก่อนจะตามมาด้วยเซจิที่สีหน้าตอนนี้ดูไม่ค่อยสบอารมณ์อีกครั้ง เขาว่าจะมาดูอาการของยัยตัวแสบสักหน่อย ว่าดีขึ้นแล้วหรือยัง ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอไอ้หนุ่มนี่โผล่ออกมาจากห้องของเธอ

น่าหงุดหงิดชะมัด...

“มาอ่านหนังสือกับของขวัญน่ะ” คิรันตอบตามความจริง ซึ่งเซนโตะก็พยักหน้ารับทราบ เขาไม่ว่าอะไรอยู่แล้วหากเป็นเพื่อนคนนี้ เพราะเขารู้ดีว่ามันเป็นคนยังไง คิรันไม่มีทางล่วงเกินของขวัญแน่นอน ว่าแต่...นี่เพิ่งจะสิบโมงเองนะ ปกติของขวัญยังไม่ตื่นนี่นา หรือที่บอกว่าอ่านหนังสือนี่...คือโต้รุ่งด้วยกัน...

“นี่มึงอย่าบอกนะ...ว่ามาอยู่ที่ห้องของขวัญทั้งคืน?” ยังคงเป็นเซนโตะที่เอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง ส่วนพี่ชายของเขานั้น เงียบกริบไปตั้งแต่เห็นหน้าคิรันโผล่ออกมาราวกับโดนกดปุ่มปิดคำพูดไปโดยเสียสิ้นเชิง

สายตาคมกริบจ้องมองหนุ่มหน้าใสภายในห้อง ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “แล้วของขวัญไปไหน”

“นอนอยู่ครับ” คิรันตอบเขาด้วยความสุภาพ ทั้งที่รู้ว่าอีกคนจ้องจะฆ่าเขาอยู่แล้ว พลางชี้ไปยังโต๊ะที่พวกเขานั่งอ่านหนังสือด้วยกัน

“เออ ดีแล้ว...ถ้าอย่างนั้น...กูฝากมึงด้วยแล้วกัน กูจะไปห้องแฟนละ” เซนโตะว่าพลางจะเดินออกไปนอกห้อง

“มึงจะไปไหน อยู่ดูของขวัญด้วยกันก่อน” เซจิกล่าวเสียงเข้ม ทำเอาน้องชายของเขาถึงกับขมวดคิ้วด้วยความฉงน เพราะปกติแล้วพี่ชายของเขาสนใจยัยของขวัญซะที่ไหนกันล่ะ

“เป็นพี่ชายที่ห่วงน้องสาวจังเลยนะครับ”

ไม่รู้สิ คำว่าห่วงกับหวงมันมีเส้นบาง ๆ ขีดอยู่นะ...หรืออาจจะหวงเกินพี่ชายไปแล้ว...

คิรันจ้องมองประสานสายตากับเซจิที่ยืนประชันหน้ากันอยู่ โดยมีเซนโตะยืนมองด้วยความฉงน สองคนนี้นี่ยังไง...ใกล้ขนาดนี้ ถ้าไม่จูบก็ต้องมีมวยสักยกแล้วล่ะ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 16

    “ก็กูจะใช้...”“แต่ผมหยิบก่อน”“กูจำเป็นต้องใช้ตอนนี้...เดี๋ยวผัดผักมันไหม้”“ผมก็จำเป็นเหมือนกัน เดี๋ยวไข่ไหม้”ฉันตื่นขึ้นเพราะเสียงเอะอะโวยวายดังไปทั่วบริเวณ แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่าพี่เซจิและคิรันกำลังเข้าครัวทำอาหารด้วยกันอยู่ ถึงแม้จะดูเหมือนคนกำลังจะเปิดศึกฆ่าแกงกันมากกว่าก็เถอะ“ทำอะไรกัน?” ฉันเดินงัวเงียเข้ามาในห้องครัวเรียกความสนใจจากทั้งคู่ได้ทันควัน ก่อนจะจ้องมองสิ่งที่อยู่ในกะทะเริ่มเกรียมเข้าไปทุกที ฉันจึงต้องรีบเข้าไปคว้าตะหลิวในมือของคิรันออกมาถือไว้เอง ด้วยกลัวว่าทั้งคู่จะทำห้องฉันไฟลุกแทนที่จะได้นั่งทานข้าวกันอย่างปกติสุข“ออกไปทั้งคู่เลย” ฉันชี้นิ้วไปทางโซนห้องนั่งเล่น ทั้งสองพากันคอตกแล้วเดินออกไปอย่างว่าง่าย ไม่นานอาหารก็ถูกยกออกมาตั้งวางไว้บนโต๊ะ“แล้วเซนโตะล่ะคะ ไม่ได้มาด้วยกันเหรอ?” ฉันถามถึงเพื่อนสนิทตัวดี ที่ตอนนี้หายหน้าหายตาและส่งพี่ชายตัวเองมาคุมประพฤติฉันแทน“ไปห้องแฟนแล้ว” พี่เซจิตอบพร้อมทำสีหน้าหน่าย ๆ ช่วงนี้ดูเหมือนเซนโตะจะติดแฟนสาวคนนี้มากเป็นพิเศษ หรือว่ามันจะเจอคนที่ใช่แล้วจริง ๆ นะ สงสัยต้องหาเวลาให้มันมานั่งชี้แจงสักหน่อยแล้ว“อ่อ...” ฉันพยักหน

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 15

    ถึงแม้จะรู้สึกสงสัยว่าใครกันที่เป็นคนซื้อของพวกนี้มาให้ แต่ฉันก็รู้สึกขอบคุณมากยิ่งกว่า ให้ตายเถอะของขวัญ ลืมเรื่องสำคัญแบบนี้ไปได้ยังไงกันว่าใกล้วันนั้นของเดือนแล้ว ควรจะพกผ้าอนามัยติดตัวเอาไว้เผื่อฉุกเฉินสิฉันกลับมาถึงห้องของตัวเองโดยสวัสดิภาพ ก่อนจะพบว่าเซนโตะยืนรออยู่หน้าห้อง สีหน้าดูเป็นกังวลใจอย่างไรอย่างนั้น เมื่อเห็นฉํนมันก็รีบเดินตรงเข้ามาหาทันที“มึง ไม่เป็นไรนะ”“อืม...” สงสัยหวานกับมิ้งเป็นคนบอก บังเอิญว่าฉันทักไปหาพวกมันพอดี จึงไม่แปลกที่เซนโตะจะรู้เรื่องนี้เข้า “กูไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่...กูสงสัยว่ะ ว่าใครซื้อผ้าอนามัยกับกระโปรงตัวใหม่มาให้กู”“เออเอาเหอะมึง เรื่องแบบนี้ช่างแม่งเหอะ” เซนโตะพูดเหมือนต้องการตัดจบเรื่องนี้“หรือมึงรู้ว่าใคร?” ฉันหรี่ตามองส่งสายตาจับผิดไปหามันทันที หรือว่า...ไม่หรอกมั้ง อย่างเขาคนนั้นจะมาใส่ใจฉันได้ยังไง“กู...จะไปรู้ได้ไงเล่า เลิกพูดถึงเรื่องร้าย ๆ เถอะของขวัญ มีคนช่วย...ก็ดีแล้ว”เซนโตะว่าพลางรอให้ฉันเปิดประตูเพื่อจะเดินเข้าไปในห้อง เอาอีกแล้ว สองพี่น้องนี่ชอบมาวุ่นวายที่ห้องฉันกันตลอดเลยก๊อก ก๊อกเพิ่งปิดประตูลงได้ไม่นานเสียงเคาะประตูก็ดั

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 14

    หลังจากวันนั้น พี่เซจิก็เริ่มทำตัวแปลกประหลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกเย็นหลังจากฉันกลับถึงคอนโดก็จะเห็นเขายืนอยู่ตรงหน้าห้องเป็นประจำ ไม่รู้ว่ามีธุระอะไรที่ห้องของฉันนักหนา วันนี้เองก็เช่นกัน“พอดี พี่มารอเซนโตะน่ะ...”“เซนโตะไปห้องแฟนค่ะ ไม่ได้อยู่กับน้อง” ฉันตอบกลับทันควันพลางเดินหลบเลี่ยงเขาเข้าไปในห้อง แต่พี่เซจิก็ยังไม่วายเดินตามเข้ามาในห้องจนได้“ก็นั่นแหละ...พี่มารอมันที่ห้องเธอไง เดี๋ยวมันกลับมา”“แล้วทำไมไม่ไปรอที่ห้องพี่ล่ะ ถ้าเซนโตะกลับมาก็ต้องกลับห้องพี่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”“ก็...เผื่อมันแวะห้องเธอก่อนไง”เอาเถอะ ฉันไม่อยากซักไซ้ไร่เรียงความอะไรให้มันมากมายนักหรอก เขาอยากจะอยู่ก็ให้อยู่ไปแล้วกัน แต่วันนี้ฉันมีธุระต้องออกไปอ่านหนังสือที่หอสมุดตามที่นัดกับคิรันเอาไว้เมื่ออาบน้ำเปลี่ยนจากชุดนักศึกษาเป็นชุดลำลองเรียบร้อยแล้ว ฉันก็หยิบกระเป๋าสะพายพร้อมกับไอแพดเพื่อเตรียมตัวออกไปอ่านหนังสือ แต่พอฉันก้าวพ้นประตูห้องนอน พี่เซจิก็รีบลุกขึ้นยืนทันที“ไปไหน?”“นัดเพื่อนอ่านหนังือเอาไว้ที่หอสมุดค่ะ”“ไปด้วย” ว่าพลางหยิบกุญแจรถของตัวเองแล้วเดินตามฉันออกมาจนถึงหน้าประตูห้อง“พี่จะไปทำไม น้

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 13

    “โอ๊ย! พี่เป็นอะไรเนี่ยะ!” ฉันร้องออกมาเพราะแรงเหวี่ยงจากพี่เซจิที่โยนร่างของฉันลงบนเบาะหลังรถ และฉันก็โวยวายขึ้นทันทีหลังจากที่เขาปล่อยให้ฉันเป็นอิสระ ก่อนที่ขายาวจะก้าวอ้อมไปทางประตูฝั่งคนขับแล้วเปิดขึ้นมานั่ง“ไม่ได้เป็นอะไรหนิ เธอนั่นแหละดื้อ บอกให้กลับด้วยกันก็ไม่ยอมกลับ ฉันก็เลยต้องทำแบบนี้” ว่าพลางจับพวงมาลัยรถแล้วขับออกมาจากร้านอาหาร“ก็น้องไม่อยากขัดจังหวะพี่อยู่กับแฟนหนิ” ฉันพูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกไปตามตรง ไม่รู้ว่ามันฟังดูเป็นการประชดหรือเปล่านะ แต่สำหรับฉันแล้วมันหมายความตามนั้นจริง ๆหลังจากฟังสิ่งที่ฉันชี้แจงแล้วพี่เซจิก็นิ่งเงียบเหมือนทุกครั้ง เขาไม่มีเหตุจำเป็นจะต้องชี้แจงเรื่องนี้กับฉันหรอก แต่บอกตามตรง ว่าฉันก็แอบหวังให้เขาปฏิเสธกลับมา ว่าผู้หญิงคนนั้นกับเขาไม่ใช่แฟนกัน แต่ก็ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับจากเขาบอกตามตรง เห็นแบบนี้แล้ว...ฉันจะตัดใจจากพี่เซจิขั้นเด็ดขาดแล้วล่ะ ทุกคนรอดูได้เลยไม่นานนักรถก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าร้านคาเฟ่แห่งหนึ่งแทนที่จะเป็นคอนโดของพวกเรา ฉันรีบหันมองเขาด้วยแววตาฉงนสงสัย แต่ในขณะที่กำลังจะเอ่ยปากถาม เขาก็เปิดปากอธิบายขึ้นก่อนแล้ว“ฉันอยากกินของหวานน่ะ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 12

    “มึง นั่นพี่เซจิป่าววะ” น้ำหวานที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พูดขึ้น บังเอิญว่าเป็นทิศที่หันหน้าเขาหาเขาพอดี น้ำหวานจึงต้องเห็นเป็นธรรมดาอยู่แล้ว และหลังจากได้ยินแบบนั้นทุกคนก็พากันหันไปมอง แต่ก็ไม่ได้พรวดพราดหันไปหรอกนะ เพราะกลุ่มเพื่อนของฉันมีวิธีหันอย่างแนบเนียนอยู่แล้ว“เออว่ะ ใช่จริงด้วย ว่าแต่พี่เขาเปลี่ยนคนควงอีกแล้วเหรอวะ”ฉันปรายตามองเขาอีกครั้งก่อนจะเห็นท่าทางยิ้มแย้มรวมถึงสายตาที่เขาใช้มองผู้หญิงคนนั้น มันช่าง...อบอุ่นเหลือเกิน เป็นสายตาที่ฉันคงไม่มีวันได้รับจากเขา“ของขวัญ มึงจะกินอะไรเนี่ยะ กูเรียกหลายรอบแล้วนะ”“อ๋อ...เอาตามมึงละกัน” ฉันบอกกล่าวหลังจากเรียกสติคืนมาได้“เออ จะได้รีบสั่ง หิวกันจะตายแล้ว”“เห้ย นั่นคิรัน เดือนคณะมึงป้ะของขวัญ” มิ้งส่งสายตาไปยังทิศสิบสิงนาฬิกาข้างหลังของฉัน ก่อนที่พวกเราจะค่อย ๆ ลอบมองอย่างแนบเนียนแล้วหันกลับมาพูดจาชุมนุมกันอีกครั้ง“เออว่ะ” ว่าจบ พวกมันก็ส่งสายตามาทางฉันอย่างมีเล่ศ์นัย อะไรกันอีกล่ะเนี่ยะ“อะแฮ่ม...ของขวัญ...”“?”“ฉันว่าคิรันมองเธออยู่นะ”“บ้าหน่า เขาอาจจะแค่ตกใจที่พวกเราแห่กันหันไปมองก็ได้” ฉันว่าพลางยกแก้วน้ำขึ้นจิบเป็นการเลี่ยงบทสน

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 11

    “วันนี้ดูอารมณ์ดีเนอะมึงอ่ะ” เซ็นโตะนั่งท้าวคางมองฉันที่กำลังหั่นผักเตรียมทำอาหารอยู่ในห้องของมัน“ยังไงวะ กูก็ยิ้มแบบนี้ทุกวันมั้ยล่ะ”“ไม่อ่ะ กูรู้สึกว่าวันนี้มึงยิ้มมากกว่าปกติ เหมือน....”“เหมือนอะไร?”“...คนบ้า”“ไอ้%#@$%$” ฉันบ่นมันอุบอิบแล้วจัดการทำกับข้าวของตัวเองต่อไป โดยสายตาเจ้ากรรมก็ยังไม่วายเหลือบมองพี่เซจิอยู่ตลอด พี่เซจิที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ด้วย สงสัยช่วงนี้สอบถี่ เพราะตั้งแต่มาถึงที่ห้องฉันก็เห็นเขาก้มหน้าอ่านหนังสืออยู่ตลอดเวลาแต่ในวันนี้เขาดูเงียบลงกว่าเมื่อคืนเยอะเลย ไม่แม้แต่จะทักทายอะไรฉันด้วยซ้ำ ออกมาจากห้องนอนตัวเองได้ก็อ่านหนังสืออยู่ในท่านั้น ทั้งห้องจึงมีเพียงเสียงของฉันและเซ็นโตะที่พูดคุยตอบโต้กันไปมา“เอ้า! เสร็จแล้ว!” ฉันยกแกงจืดเต้าหู้หมูสับกับผัดผักมาวางไว้ที่โต๊ะกินข้าวและนั่งรอเซ็นโตะที่กำลังเดินไปตักข้าวมา ตามหน้าที่ที่ตกลงกันเอาไว้ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว แต่เผลอแปบเดียวพี่เซจิก็หายไปจากโต๊ะอ่านหนังสือเสียอย่างนั้น อาจจะเข้าไปนอนในห้องแล้วล่ะมั้ง แต่แล้วก็เหมือนว่าฉันจะคิดผิด เมื่อร่างสูงที่ฉันกำลังนึกถึงอยู่นั้น เดินออกมาจากห้องนอนของต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status