Compartir

บทที่ 15

last update Fecha de publicación: 2026-02-03 03:53:58

ถึงแม้จะรู้สึกสงสัยว่าใครกันที่เป็นคนซื้อของพวกนี้มาให้ แต่ฉันก็รู้สึกขอบคุณมากยิ่งกว่า ให้ตายเถอะของขวัญ ลืมเรื่องสำคัญแบบนี้ไปได้ยังไงกันว่าใกล้วันนั้นของเดือนแล้ว ควรจะพกผ้าอนามัยติดตัวเอาไว้เผื่อฉุกเฉินสิ

ฉันกลับมาถึงห้องของตัวเองโดยสวัสดิภาพ ก่อนจะพบว่าเซนโตะยืนรออยู่หน้าห้อง สีหน้าดูเป็นกังวลใจอย่างไรอย่างนั้น เมื่อเห็นฉํนมันก็รีบเดินตรงเข้ามาหาทันที

“มึง ไม่เป็นไรนะ”

“อืม...” สงสัยหวานกับมิ้งเป็นคนบอก บังเอิญว่าฉันทักไปหาพวกมันพอดี จึงไม่แปลกที่เซนโตะจะรู้เรื่องนี้เข้า “กูไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่...กูสงสัยว่ะ ว่าใครซื้อผ้าอนามัยกับกระโปรงตัวใหม่มาให้กู”

“เออเอาเหอะมึง เรื่องแบบนี้ช่างแม่งเหอะ” เซนโตะพูดเหมือนต้องการตัดจบเรื่องนี้

“หรือมึงรู้ว่าใคร?” ฉันหรี่ตามองส่งสายตาจับผิดไปหามันทันที หรือว่า...ไม่หรอกมั้ง อย่างเขาคนนั้นจะมาใส่ใจฉันได้ยังไง

“กู...จะไปรู้ได้ไงเล่า เลิกพูดถึงเรื่องร้าย ๆ เถอะของขวัญ มีคนช่วย...ก็ดีแล้ว”

เซนโตะว่าพลางรอให้ฉันเปิดประตูเพื่อจะเดินเข้าไปในห้อง เอาอีกแล้ว สองพี่น้องนี่ชอบมาวุ่นวายที่ห้องฉันกันตลอดเลย

ก๊อก ก๊อก

เพิ่งปิดประตูลงได้ไม่นานเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง ใครกันนะ ฉันมองดูนาฬิกาก่อนจะพบว่ามันเป็นเวลาสี่ทุ่มเข้าแล้ว มาหาเอาเวลานี้ซะด้วย

“เดี๋ยวมึง กูเปิดเอง...” เซนโตะที่เห็นว่ามันดึกมากแล้วจึงอาสาไปเปิดประตูให้แทน คงกลัวว่าจะเป็นโรคจิตมาเคาะประตูสินะ

ฉันพยักหน้ารับยอมให้มันเป็นฝ่ายเดินไปเปิด “มึงมาทำไมเนี่ยะ” แต่หลังจากฟังประโยคสนทนาและสีหน้าท่าทางของเซนโตะแล้ว แม้จะยังไม่เห็นหน้าฉันก็พอจะเดาได้ว่าเป็นใคร

“พี่เซจิ?” จริงสิ เขาตามหาเซนโตะอยู่นี่นา คงมาตามตัวน้องชายถึงห้องฉันอย่างที่ว่านั่นแหละ จะเป็นเรื่องอื่นไปได้ยังไงกัน

“อันนี้ดาร์คช็อกโกแลต ส่วนอันนี้โกโก้ผง แล้วก็...” พี่เซจิเดินเอาของเข้ามาวางลงบนโต๊ะในครัวของฉัน โดยของแต่ละอย่างล้วนเป็นของที่ผู้หญิงอยากทานในช่วงวันนั้นของเดือนแทบทั้งนั้น ทำเอาฉันหน้าร้อนฉ่าขึ้นมาทันที

“นี่ มึงบอกพี่เซจิเหรอ?” ฉันหันไปมองเซนโตะอย่างเอาเรื่อง มันก็รีบทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ทันที

“กูจะบ...”

“ใช่ ไอเซนมันฝากให้ซื้อมาให้” พี่เซจิรีบพูดแทรกเซนโตะที่ยังไม่ทันได้พูดจบประโยค ก่อนจะรีบเดินเข้าไปหยุดอยู่ข้างมัน “มึงบอกกูไม่ใช่เหรอไอน้องรัก”

“ห๊ะ!? กูเนี่ยะ-/เออ มึงนั่นแหละ” พี่เซจิศอกเข้าตรงท้องของเนโตะ ถึงจะน่าสงสัยนิดหน่อยแต่สองพี่น้องอาจจะเล่นกันแบบนี้เป็นปกติอยู่แล้วก็ได้

“อ๋อ...ขอบคุณนะ ทั้งคู่เลย” ฉันบอกทั้งสองคนแล้วรีบเก็บของเข้าชั้นวางในครัวให้เรียบร้อย โดยมีพี่เซจิคอยเดินตามมาช่วยด้วย ฉันเอื้อมสุดแขนแต่ก็ยังไม่สามารถเปิดตู้เก็บของชั้นบนได้ พี่เซจิจึงคว้าของในมือฉันแล้วหยิบใส่ให้แทน

“เซนโตะกลับมาแล้วหนิคะ” ฉันท้วงทักเพราะเห็นว่าก่อนหน้านี้ที่มาวอแวหน้าห้องคือเขาต้องการตามหาเซนโตะ

“อ...อ๋อ...อืม...” พี่เซจิรับคำ หลังจากนั้นก็เดินออกจากโซนห้องครัวไปหาเซนโตะที่ยืนกอดอกมองเราทั้งสองคนอยู่ตรงโต๊ะอาหาร

“กูว่าแปลก ๆ” เซนโตะกอดอกแล้วขมวดคิ้วพลางมองพี่ชายตัวเอง

“อะไรมึง”

“กูว่า...”

“กลับห้องได้แล้วมึงอะ” ว่าพลางดันหลังเซนโตะให้ออกจากห้องของฉันไป เฮ้อ...กว่าจะเงียบสงบลงได้เนี่ยะนะ เล่นเอาเหนื่อยแทบแย่

ก๊อก ก๊อก

ผ่านไปสักชั่วโมงกว่าเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง อะไรกันอีกเนี่ยะ ใครอีก! ไอเซนโตะแน่เลย มาช่วงที่ฉันกำลังนั่งพักผ่อนดูซีรี่ส์ด้วยเนี่ยะสิ มันน่าฉุนเฉียวจริง!

“มีอะไรอีกไอเซน...เอ๊ะ?” เมื่อปิดประตูออกและกำลังจะโวยมันอย่างเต็มสตรีม ฉันก็ต้องหุบปากลงทันทีเมื่อเห็นว่าคนที่ปรากฎตัวคือ...คิรัน...

“นายมาทำอะไรป่านนี้เนี่ยะ?” ฉันไม่ได้แปลกใจที่เขาหาที่อยู่ของฉันเจอ เพราะฉันเป็นคนบอกเขาไปเอง แต่ที่น่าประหลาดคือมาหากันในเวลาแบบนี้เนี่ยะแหละ

“คือ...เมื่อกี้เห็นว่าเธออารมณ์ไม่ค่อยดีเพราะฉัน ก็เลยอยากจะมาขอโทษน่ะ” คิรันว่าพลางยื่นถุงขนมที่ซื้ออย่างเต็มไม้เต็มมือส่งมาให้

“ขอบคุณนะ” ฉันรับมันมาอย่างไม่เกรงใจ ก่อนจะเชื้อเชิญให้คิรันเข้ามาในห้องเพื่อนั่งพักก่อน จากนั้นฉันก็เดินไปรินน้ำมาให้

“ของขวัญอยู่คนเดียวเหรอ?”

“อื้ม...ก็ไม่เชิงหรอก ไอเซนโตะมันชอบแวะมาบ่อย ๆ น่ะ” ฉันบอกไปตามตรงก่อนจะนั่งลงข้างเขา

“เฮ้อ...อีกไม่นานก็สอบแล้ว เครียดเหมือนกันเนอะ” คิรันหันมองฉันพลางถอนหายใจออกมา ฉันเองก็แทบไม่ต่างกัน โชคดีที่พรุ่งนี้เป็นวันหยุดให้ได้อ่านหนังสือพอดี

“นั่นน่ะสิ แต่ยังไงก็ต้องผ่านไปให้ได้ ไม่อย่างนั้น...พังแน่” ฉันอดไม่ได้ที่จะนึกถึงภาพว่าหากตัวเองสอบตกในวิชาพื้นฐานพวกนี้ ซึ่งเป็นเพียงเนื้อหาของชั้นปีหนึ่งเท่านั้น หากเป็นแบบนั้นจริง อนาคตของฉันคงมืดมนอย่างไม่ต้องคิดเลย

“ถ้าอย่างนั้นพวกเรามาอ่านด้วยกันไหม?” คิรันกล่าว แววตาของเขาเต็มไปด้วยประกายความมุ่งมั่น แต่ฉันกลับไฟมอดเสียอย่างนั้น อาจเป็นความอ่อนล้าด้วยความที่เป็นวันนั้นของเดือนด้วย

“ตอนนี้เหรอ?” น้ำเสียงของฉันไม่บอกก็รู้ว่าอิดโรยขนาดไหน แต่ถึงอย่างนั้นคิรันก็ยังส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ พลางพูดกระตุ้นใส่ไฟฉันอีกครั้ง

“อื้ม ไหน ๆ พรุ่งนี้ก็หยุดแล้ว เราก็มาอ่านเท่าที่ไหวแล้วพักกันให้เต็มที่เถอะ”

“เอาอย่างนั้นก็ได้” เอาวะ ของขวัญ ยังไงก็ต้องรอด...จะมาล่วงตอนปีหนึ่งไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นคงเสียความตั้งใจแย่เลย

นั่งอ่านไปได้สักพัก ฉันก็เริ่มเลื้อยลงไปกับโต๊ะ ในขณะที่คิรันซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามยังนั่งอ่านอยู่อย่างไม่ลดละ สุดยอดไปเลยนะ...หลังจากคิดแบบนั้นภาพตรงหน้าฉันก็เริ่มดับไป...

“หลับแล้วเหรอของขวัญ...” ชายหนุ่มที่ยังนั่งอยู่เอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นหญิงสาวตรงหน้าฟุบนอนลงกับโต๊ะ ทันใดนั้น รอยยิ้มแสนเอ็นดูก็ปรากฎขึ้นบนใบหน้าของเขาเข้าอย่างจัง

เมื่อเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามไร้ซึ่งเสียงตอบรับ เขาก็ละความสนใจจากไอแพดที่ก้มอ่านอยู่ ก่อนจะค่อย ๆ ฟุบลงกับโต๊ะเฉกเช่นเดียวดัน แต่เป็นในทิศทางที่หันหน้าเข้าหาของขวัญ

สายตาของเขาจ้องมองดวงหน้าสวยที่กำลังหลับด้วยความหลงใหล และด้วยความที่อยากให้เกียรติเธออย่างถึงที่สุด เขาจึงไม่แม้แต่ที่จะเอื้อมมือไปแตะสัมผัสเธออย่างล่วงเกินเลยสักนิด มีเพียงสายตาที่เฝ้าเชยชมเท่านั้น ก่อนจะหลับตาลงเพื่อพักสายตาของตัวเอง

หลังจากพักสายตาได้สิบห้านาที คิรันก็ลุกขึ้นแล้วนั่งอ่านหนังสือต่อ ไม่นานนัก ของขวัญก็ตื่นขึ้นมาอีกครั้งด้วยสีหน้างัวเงีย

‘น่ารักที่สุดเลย’ คิรันครุ่นคิดในใจ แต่ถึงอย่างนั้นสายตาของเขาก็พยายามจ้องมองไอแพดของตัวเองต่อไป เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายต้องอึดอัดใจ

“ฉันหลับไปนานแค่ไหนเนี่ยะ!?” เมื่อได้สติเธอก็โวยวายด้วยความร้อนรน ไม่ร็ว่าตัวเองหลับยันเช้าหรือเปล่า แบบนั้นคงน่าอายแย่ เพราะอุตส่าห์บอกเสียดิบดีว่าจะอ่านให้เต็มที่

“แปปเดียวเอง ฉันก็หลับไปนิดนึงเหมือนกัน”

“จริงเหรอ?”

“อื้ม ถ้าหายง่วงแล้วก็อ่านต่อกันเถอะ” ว่าพลางส่งยิ้มแล้วทำท่าเป็นกำลังใจให้ เฮ้อ ช่างเป็นผู้ชายที่อบอุ่นเหลือเกิน

ทั้งสองอ่านต่อไปอีกไม่กี่ชั่วโมง ก่อนจะฟุบหลับกันจนถึงเช้าของอีกวัน และแล้วเสียงเคาะประตูหน้าห้องก็ดังขึ้นอีกครั้ง เรียกสติของชายหนุ่มให้ตื่นขึ้นก่อนเป็นคนแรก

คิรันลุกขึ้นนั่ง รู้สึกปวดเมื่อยคอเป็นอย่างมาก หลังจากบิดขี้เกียจแล้วก็หันมองของขวัญที่ยังนอนไม่ได้สติอยู่อีกครั้ง เขาจึงตัดสินใจลุกขึ้นและเดินไปเปิดประตูด้วยตัวเอง

“อ้าว ไอคิรัน มึงมาไงเนี่ยะ?” เป็นเซนโตะที่เอ่ยทักขึ้นมา ก่อนจะตามมาด้วยเซจิที่สีหน้าตอนนี้ดูไม่ค่อยสบอารมณ์อีกครั้ง เขาว่าจะมาดูอาการของยัยตัวแสบสักหน่อย ว่าดีขึ้นแล้วหรือยัง ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอไอ้หนุ่มนี่โผล่ออกมาจากห้องของเธอ

น่าหงุดหงิดชะมัด...

“มาอ่านหนังสือกับของขวัญน่ะ” คิรันตอบตามความจริง ซึ่งเซนโตะก็พยักหน้ารับทราบ เขาไม่ว่าอะไรอยู่แล้วหากเป็นเพื่อนคนนี้ เพราะเขารู้ดีว่ามันเป็นคนยังไง คิรันไม่มีทางล่วงเกินของขวัญแน่นอน ว่าแต่...นี่เพิ่งจะสิบโมงเองนะ ปกติของขวัญยังไม่ตื่นนี่นา หรือที่บอกว่าอ่านหนังสือนี่...คือโต้รุ่งด้วยกัน...

“นี่มึงอย่าบอกนะ...ว่ามาอยู่ที่ห้องของขวัญทั้งคืน?” ยังคงเป็นเซนโตะที่เอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง ส่วนพี่ชายของเขานั้น เงียบกริบไปตั้งแต่เห็นหน้าคิรันโผล่ออกมาราวกับโดนกดปุ่มปิดคำพูดไปโดยเสียสิ้นเชิง

สายตาคมกริบจ้องมองหนุ่มหน้าใสภายในห้อง ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “แล้วของขวัญไปไหน”

“นอนอยู่ครับ” คิรันตอบเขาด้วยความสุภาพ ทั้งที่รู้ว่าอีกคนจ้องจะฆ่าเขาอยู่แล้ว พลางชี้ไปยังโต๊ะที่พวกเขานั่งอ่านหนังสือด้วยกัน

“เออ ดีแล้ว...ถ้าอย่างนั้น...กูฝากมึงด้วยแล้วกัน กูจะไปห้องแฟนละ” เซนโตะว่าพลางจะเดินออกไปนอกห้อง

“มึงจะไปไหน อยู่ดูของขวัญด้วยกันก่อน” เซจิกล่าวเสียงเข้ม ทำเอาน้องชายของเขาถึงกับขมวดคิ้วด้วยความฉงน เพราะปกติแล้วพี่ชายของเขาสนใจยัยของขวัญซะที่ไหนกันล่ะ

“เป็นพี่ชายที่ห่วงน้องสาวจังเลยนะครับ”

ไม่รู้สิ คำว่าห่วงกับหวงมันมีเส้นบาง ๆ ขีดอยู่นะ...หรืออาจจะหวงเกินพี่ชายไปแล้ว...

คิรันจ้องมองประสานสายตากับเซจิที่ยืนประชันหน้ากันอยู่ โดยมีเซนโตะยืนมองด้วยความฉงน สองคนนี้นี่ยังไง...ใกล้ขนาดนี้ ถ้าไม่จูบก็ต้องมีมวยสักยกแล้วล่ะ

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 30

    ไม่หนาวอย่างที่คิดนี่นา ฮ่าๆๆ ฉันทำปากเก่งไปอย่างนั้นแหละ เป็นเพราะได้เสื้อโค้ทกับผ้าพันคอรวมถึงถุงเท้าที่พี่เซจิเตรียมมา จึงช่วยให้ความอบอุ่นกับฉันได้พอสมควร ทำดีก็เป็นเหมือนกันนะเราเนี่ยะฉันแอบมองเขาจากทางด้านหลัง เพราะตอนนี้พี่เซจิกำลังนั่งอยู่ตรงเบาะข้างหน้าพร้อมกับคุณอา มาซาชิ เพื่อพูดคุยเรื่องที่จะต้องไปพบปะทีมผู้บริหารโรงพยาบาลในอีกสองวันข้างหน้าใช้เวลาเกือบชั่วโมงก็มาถึงบ้านตระกูลทากาฮาชิที่ญี่ปุ่น ฉันว่าบ้านที่ไทยก็ใหญ่มากแล้วนะ แต่พอเป็นบ้านที่ญี่ปุ่นแล้วที่ไทยกลับเทียบไม่ติดเลยเนี่ยะสิ แบบนี้ต้องเรียกว่าคฤหาสน์มากกว่าบ้านแล้ว“ของขวัญเคยใส่กิโมโนไหมลูก” คุณอามาซาชิหันมาพูดกับฉันระหว่างทางที่พวกเรากำลังเดินเข้าไปในตัวบ้าน“ไม่เคยค่ะ” ฉันส่ายศีรษะด้วยความงุนงง คงจะเคยแหละ หน้าอย่างฉันคงจะซื้อกิโมโนมาใส่เดินเล่นที่ประเทศไทยอยู่หรอก -_-“เดี๋ยววันนี้อาจะให้ช่างตัดผ้าเข้ามาวัดตัวให้ เป็นชุดที่ต้องใส่ไหว้บรรพบุรุษในวันสุดสัปดาห์นี้ หนูแพทเองก็ด้วยนะ”“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ฉันและแพทพยักหน้ารับทราบแล้วกล่าวขอบคุณ นี่พวกฉันต้องไปร่วมพิธีอะไรกับพวกเขาด้วยอย่างนั้นเหรอ คิดว่าจะเป็นพิธีเฉพ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 29

    “ไม่เอา ของขวัญไม่อยากไป…” ฉันกอดอกยืนหันหลังให้พ่อกับแม่ที่เข้ามาเจรจาว่าจะให้ฉันไปญี่ปุ่นกับครอบครัวของพี่เซจิ พร้อมทั้งให้เหตุผลว่าจะให้ลองไปดูงานในโรงพยาบาลถ้าฉันไปก็หลบหน้าเขาต่อไม่ได้น่ะสิ บอกตามตรง ตั้งแต่เรื่องวันนั้นฉันก็ยังงอนเขาอยู่ อย่าคิดว่าของขวัญคนนี้จะยอมยกโทษให้ง่าย ๆ นะ!“แต่แม่ตอบตกลงกับอาน้ำไปแล้วนะ ทริปนี้เซนโตะก็ไปด้วยกัน ปกติเห็นตัวติดกันตลอดไม่ใช่เหรอ”“ตอนนี้ไม่ติดแล้วค่ะ เซนโตะมันติดเมียมันนู่น” ดูท่าคงจะพกเมียติดไปด้วยแน่ ๆ และฉันก็คงต้องไปอยู่ที่นู่นอย่างโดดเดี่ยว เพราะจะให้ไปอยู่กับพี่เซจิฉันก็ไม่เอาหรอก!“นี่อย่าบอกนะว่าครั้งก่อนที่เราพูดว่าอกหัก…” พ่อเปรยขึ้นมาพลางยกมือขึ้นชี้นิ้วมาทางฉัน อย่าได้คิดเรื่องแบบนั้นเชียว...“?”“เพราะเซนโตะมีแฟนเหรอ?” พ่อถามออกมาตามตรง ส่วนแม่เองก็รอคำตอบเรื่องนี้เหมือนกัน นั่นไง! ว่าแล้วเชียว!“โอ๊ยยยย ไม่ใช่ค่ะ ไอ้นี่น่ะ ปล่อยมันไปมีเมียก็ดีแล้ว คนเขาจะได้เลิกเข้าใจผิดว่ามันเป็นแฟนหนูสักที” ฉันบ่นลับหลัง เพราะหลายปีที่ผ่านมานี้ ยอมรับตามตรงที่ฉันโสดก้เป็นเพราะมันส่วนหนึ่งด้วย แต่ฉันก็ไม่อยากจะโทษมันมากนักหรอก เพราะสาเหตุห

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 28

    “หลับสบายจังเลยนะเมื่อคืนนี้” ว่าพลางบิดขี้เกียจแล้วยกยิ้มสดใส ต่างจากอีกคนที่ทำหน้ามุ่ยไม่รับบุญตั้งแต่เช้า“คนเจ้าเล่ห์”“เจ้าเล่ห์ตรงไหนกัน เธอหล่นมาหาพี่เองนะ”“พี่นั่นแหละดึงน้องลงไป” เธอจำความรู้สึกนั้นได้แม่น ว่าเหมือนมีคนดึงลงไปจนทำให้ตัวเองตกเตียงแล้วหลังจากนั้นทั้งสองก็ถกเถียงเรื่องนี้กันตลอดทั้งเช้า วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ของขวัญซซึ่งเป็นนักศึกษาแพทย์ปีหนึ่งจึงไม่มีธุระจำเป็นที่จะต้องเข้ามหาลัย แต่สำหรับเซจิที่เป็นนักศึกษาแพทย์ปีที่สาม เขาต้องไปเข้าแล็ปส่งกล้องวิชาพยาธิวิทยา ที่นัดติวกับเพื่อนในรุ่นเอาไว้“ไปแต่งตัวซะ เดี๋ยวพี่ลงมารับ” ว่าจบเขาก็เดินออกจากห้องไปทิ้งให้ฉันงุนงง รับไปไหน วันนี้วันอาทิตย์ไม่ใช่เหรอ (. .)?หรือว่าจะพาไปเดทกันนะ -///- บ้าบอ คิดอะไรเพ้อเจ้อนะของขวัญ...แต่ก็เอาเถอะ อาบน้ำแต่งตัวรอก็ได้ ในตอนแรกฉันก็แอบหวังว่าเขาจะพาไปที่ที่น่าสนใจ แต่เมื่อรู้ตัวอีกทีก็มาโผล่อยู่ในคณะเป็นที่เรียบร้อยวันหยุดยังจะพามาที่นี่อีก แต่ไม่เป็นไร ฉันพอจะให้อภัยได้เพราะตัวเองได้อยู่ข้างเขาเนี่ยะแหละ -///-“อ้าว เซจิ เข้ามาสิ” เพื่อนร่วมรุ่นของพี่เซจิทักทายแล้วเชื้อเชิญให้เขา

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 27

    กลับจากคุยเรื่องหัวใจกับพี่เซจิแล้ว พวกมิ้งและน้ำหวานก็ชวนฉันออกไปเที่ยวฉลองที่ร้านประจำ เนื่องในโอกาสที่คิรันได้แชมป์ และใช่ค่ะ พวกมันชวนดาวเด่นอย่างคิรันลับหลังฉันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะมาชวนฉันเสียอีก และถ้าฉันไม่ไปก็คงเสียมารยาทมากแน่นอนของขวัญคนนี้จึงต้องแต่งตัวออกมาข้างนอกอีกครั้ง ทั้งที่บอกฝันดีพี่เซจิเรียบร้อยแล้ว ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยแฮะของขวัญ“ทางนี้คิรัน” มิ้งโบกมือเรียก ก่อนจะเว้นที่ว่างข้าง ๆ ฉันเอาไว้เพื่อให้คิรันได้เดินมานั่งอย่างรู้งาน -_-คิรันเดินเข้ามาพร้อมกับชุดลำลองที่ฉันไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก เพราะส่วนใหญ่เจอกัแต่นที่มหาลัยจึงคุ้นตาเขาในคาบชุดนักศึกษาเสียมากกว่า แต่ตอนนี้เขาก็แค่เปลี่ยนไปใส่เสื้อยืดสีขาวแทนเสื้อเชิ้ตเท่านั้น ส่วนกางเกงเป็นกางเกงแสล็คเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกสะกดสายตาได้ขนาดนี้นะ หรืออาจเป็นเพราะใบหน้าที่หล่อเหลาเกินมนุษย์ของเขาล่ะแต่ฉันว่าเลิกพรรณนาถึงรูปร่างหน้าตาของเขาเถอะ เพราะถึงหล่อแค่ไหนคนในใจของฉันก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ก็คือพี่เซจินั่นแหละพูดถึงพี่เซจิแล้วก็ทำให้ฉันถึงเรื่องที่เราตกลงคุยกัน บอกตามตรงฉันก็รู้สึกว่าตั

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 26

    พี่เซจิพามาถึงจุดหมาย ซึ่งเป็นสวนหย่อมที่ผู้คนต่างมาเดินเล่นพักผ่อนกันเป็นคู่ ในช่วงยามเย็นแบบนี้ ดวงอาทิตย์กับลังลับขอบฟ้า แสงอาทิตย์กำลังอบอุ่นได้ที่เลยทีเดียวแต่ก็อบอุ่นหัวใจได้เพียงบรรยากาศเท่านั้น เพราะตอนนี้ฉันรู้สึกว่ากำลังมีบางอย่างที่หนักอึ้งอยู่ภายในใจ บอกตามตรง ฉันไม่พร้อมจะเผชิญหน้าเขาเลย อยากจะหนีไปให้พ้นเสียด้วยซ้ำ แต่อีกใจก็อยากรู้ว่าเขาอยากจะพูดเรื่องอะไรหรือว่าพี่เซจิจะพาฉันมาคุยเรื่องที่ฉันสารภาพออกไปวันนั้น และเรียกมาปฏิเสธกันนะ...ไม่เอาอะ ของขวัญไม่อยากฟังคำนั้น...ฉันควรจะวิ่งหนีไปให้ไกลสิ แต่มานึกขึ้นได้ตอนนี้ก็สายไปแล้วล่ะของขวัญพี่เซจิมายืนอยู่ตรงหน้าฉัน แววตาของเขาดูจริงจังประกอบกับความลึกลับซึ่งทำให้ฉันไม่สามารถอ่านได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เขายืนนิ่งเงียบอยู่สักครู่ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ราวกับว่าเขากำลังรวบรวมความกล้าที่จะพูดอะไรบางอย่าง"มีเรื่องอะไรจะคุยเหรอคะ?" ฉันตัดสินใจเปิดปากถามออกไปตรง ๆ เพราะต้องการรีบตัดความอึดอัดใจนี้ทิ้ง เอาเลย ของขวัญพร้อมแล้ว จะปฏิเสธก็บอกมาตามตรงเลยสิ!พี่เซจินิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 25

    และแล้ววันเสาร์ก็มาถึง ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ฉันพยายามหลบหน้าพี่เซจิอยู่ตลอด โธ่เอ๊ย ของขวัญ เรื่องบนรถวันนั้นน่าอายชะมัด พูดออกไปได้ยังไงกัน -///- และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็จะรู้ตัวว่าฉันพยายามหลบหน้า จึงไม่โผล่มาให้ฉันเห็นเหมือนกันแต่บอกตามตรง...อีกความรู้สึกหนึ่งฉันก็แอบน้อยใจเหมือนกันนะ เขาไม่พยายามที่จะมาเจอกันเลยอย่างนั้นสิขณะที่ภายในสมองกำลังครุ่นคิดเรื่องว้าวุ่นใจอยู่นั้น ขาของฉันก็ก้าวขึ้นไปบนแท่นอัฒจันทร์ที่อยู่ข้างสระว่ายน้ำเพื่อจับจองที่นั่งเข้าชมการแข่งขัน ใช่แล้ว วันนี้ฉันมาเชียร์คิรันแข่งขันกีฬาเฟรชชี่ แต่ไม่ได้มาคนเดียวหรอกนะ เพราะกลุ่มเพื่อนของฉัน พวกมิ้งและน้ำหวานก็มาด้วยเหมือนกันเมื่อถึงเวลาแข่งขัน ฉันก็รีบนำป้ายที่อุตส่าห์ตัดแปะสติ๊กเกอร์อย่างประณีตออกมา“คิรัน!” ฉันตะโกนเรียกเขาที่กำลังยืนอยู่ข้างสระเพื่อเตรียมตัวแข่งขัน หลังจากเขาหันมามองฉันก็รีบยกป้ายที่เขียนเอาไว้ว่า ‘สู้เขานะคิรัน’ ขึ้นมาโบกทันทีที่คิรันอ่านป้ายนั้นจบเขาก็ยกยิ้มแล้วโบกมือมาให้ฉันอย่างรับทราบ“แหม มึง เหมือนผัวเมียมาเชียร์กันเลยนะ” มิ้งเอ่ยแซวขึ้นมา ก่อนจะเบ้ปากให้ฉํนด้วยความหมั่นไส้“จริง ถ้าจะหว

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 24

    เพิ่งรู้ตัวว่าโทรศัพท์แบตหมดไปตั้งแต่ตอนอยู่ในห้าง ฉันกลับมาถึงบ้านจึงเพิ่งมีโอกาสได้ชาร์จ ถือว่าโชคดีนะเนี่ยะของขวัญที่ตัดสินใจให้คิรันมาส่ง ไม่อย่างนั้นคงใช้ชีวิตลำบากแน่เลย“ยังไงเนี่ยะเรา ทำไมอยู่ ๆ ถึงกลับมานอนที่บ้าน” หลังจากลงมานั่งทานอาหารกันพร้อมหน้า แม่ของฉันก็เปิดประเด็นขึ้นทันที เพราะช่

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 23

    ฉันเดินอย่างล่องลอยไปทั่วห้างหลังจากปลีกวิเวกออกมาจากสองคนนั้น ในสมองตอนนี้ขาวโพลนไปหมด จึงตัดสินใจไม่ได้ว่าจะไปไหนต่อดี ครั้นจะกลับคอนโดก็รู้สึกว่าไม่อยากอยู่ในห้องคนเดียว“ของขวัญ...”“เอ๊ะ คิรัน นายมาได้ไงเนี่ยะ” ฉันทำเสียงแปลกใจเมื่อเห็นว่าเขามาปรากฎอยู่ตรงหน้าพอดี“มาซื้อของน่ะ แล้วของขวัญมาทำ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 22

    “ของขวัญ เราลงแข่งว่ายน้ำในงานกีฬาเฟรชชี่ด้วย” คิรันบอกฉันขณะที่เดินขึ้นไปยังห้องเลคเชอร์คณะด้วยกัน“จริงเหรอ?” นึกไม่ถึงเลยว่าคิรันจะลงแข่งว่ายน้ำ ดูไม่ออกเลยว่าถนัดทางด้านกีฬาด้วย เพราะเขาดูสุขุมเรียบร้อยมาก“ใช่ เธอจะไปเชียร์ไหม?” เขาว่าพลางส่งสายตาคาดหวัง แล้วเรื่องแบบนี้คนอย่างของขวัญจะพลาดได้

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 21

    @Seiji Talkผมค่อย ๆ ย่องเข้าห้องของตัวเองเพื่อไม่ให้เกิดเสียงจนเซนโตะรู้ว่าผมไม่ได้อยู่ห้องทั้งคืน“เอ้า ตื่นแล้วเหรอ?” เซนโตะเดินออกมาพร้อมกับหยิบจานและช้อนไปทานอาหารเช้า“อ...เออ...” ทำไมอยู่ ๆ วันนี้มันถามวะ ปกติไม่เคยเห็นผมอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ“กูว่าวันนี้จะเข้าคณะสายหน่อย วิชาแรกไม่ค่อยมีอะไรเย

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status