Share

บทที่ 14

last update publish date: 2026-02-03 03:53:54

หลังจากวันนั้น พี่เซจิก็เริ่มทำตัวแปลกประหลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ  ทุกเย็นหลังจากฉันกลับถึงคอนโดก็จะเห็นเขายืนอยู่ตรงหน้าห้องเป็นประจำ ไม่รู้ว่ามีธุระอะไรที่ห้องของฉันนักหนา วันนี้เองก็เช่นกัน

“พอดี พี่มารอเซนโตะน่ะ...”

“เซนโตะไปห้องแฟนค่ะ ไม่ได้อยู่กับน้อง” ฉันตอบกลับทันควันพลางเดินหลบเลี่ยงเขาเข้าไปในห้อง แต่พี่เซจิก็ยังไม่วายเดินตามเข้ามาในห้องจนได้

“ก็นั่นแหละ...พี่มารอมันที่ห้องเธอไง เดี๋ยวมันกลับมา”

“แล้วทำไมไม่ไปรอที่ห้องพี่ล่ะ ถ้าเซนโตะกลับมาก็ต้องกลับห้องพี่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”

“ก็...เผื่อมันแวะห้องเธอก่อนไง”

เอาเถอะ ฉันไม่อยากซักไซ้ไร่เรียงความอะไรให้มันมากมายนักหรอก เขาอยากจะอยู่ก็ให้อยู่ไปแล้วกัน แต่วันนี้ฉันมีธุระต้องออกไปอ่านหนังสือที่หอสมุดตามที่นัดกับคิรันเอาไว้

เมื่ออาบน้ำเปลี่ยนจากชุดนักศึกษาเป็นชุดลำลองเรียบร้อยแล้ว ฉันก็หยิบกระเป๋าสะพายพร้อมกับไอแพดเพื่อเตรียมตัวออกไปอ่านหนังสือ แต่พอฉันก้าวพ้นประตูห้องนอน พี่เซจิก็รีบลุกขึ้นยืนทันที

“ไปไหน?”

“นัดเพื่อนอ่านหนังือเอาไว้ที่หอสมุดค่ะ”

“ไปด้วย” ว่าพลางหยิบกุญแจรถของตัวเองแล้วเดินตามฉันออกมาจนถึงหน้าประตูห้อง

“พี่จะไปทำไม น้องไปอ่านหนังสือไม่ได้ไปเที่ยวเล่นนะ ออกจะน่าเบื่อ”

“เอ่อ...พอดีนึกขึ้นได้ว่าจะไปอ่านหนังสือเหมือนกันไง” พี่เซจิหลุบตามองไปทางซ้ายราวกับพยายามหาเหตุผลในการติดสอบห้อยตามฉํนออกไปด้วย

นี่ฉันไม่ได้คิดไปเองอีกแล้วใช่ไหมเนี่ยะว่าช่วงนี้ดูเหมือนว่าเขาจะตัวติดกับฉันตลอดเลย...แต่ก็อย่างว่า...ฉันมันชอบคิดไปเองจนระแวงความรู้สึกของตัวเองไปหมดแล้ว ตอนนี้จึงไม่กล้าคิดฟันธงอะไรทั้งนั้น

“แล้วไม่รอเซนโตะแล้วเหรอคะ?”

“อ๋อ มันยังไม่มาหรอก เธอรีบไม่ใช่เหรอ ไปเถอะ”

“....” ฉันยังหยุดยืนนิ่งแล้วมองเขาด้วยสายตาไม่ค่อยไว้ใจนัก

“จะได้ช่วยติวหนังสือให้เธอด้วยไง ไม่ดีเหรอ?” พี่เซจิว่าจากนั้นก็ดันตัวฉันให้เดินออกจากห้องไปพร้อมกัน จะว่าไปแบบนี้ก็เข้าท่าเหมือนกัน ฉันกับคิรันจะได้มีคนติวหนังสือให้ด้วย

แต่หลังจากมาถึงหอสมุด สิ่งที่ฉันคาดหวังว่าจะออกมาอย่างสวยงามกลับไม่เป็นไปตามคาดเสียอย่างนั้น เมื่อพี่เซจิกับคิรันเริ่มเปิดฉากแยกเขี้ยวใส่กันตลอดเวลา จนตอนนี้มีเพียงฉันที่จดจ่อกับการอ่านหนังสืออยู่เพียงคนเดียว

“นี่ ถ้าจะทะเลาะกันช่วยไปนั่งกันตรงนู้นได้ไหม” ฉันชี้ไปที่โต๊ะว่างตรงหน้าที่อยู่ห่างจากโต๊ะของพวกเราประมาณสองเมตร ทั้งคู่จึงเงียบปากลงทันที

“ของขวัญ นี่พี่ชายแท้ ๆ เธอเหรอ ดูไม่เหมือนเธอเลยนะ” คิรันว่าพลางส่งสายตามาถามฉัน จะเหมือนได้ยังไงล่ะ เป็นแค่พี่ชายข้างบ้าน ลูกชายของเพื่อนสนิทแม่

“ไม่ต้องเสือกได้ป้ะ” นี่ก็ตอบแรงเหลือเกิ๊นนนนน

“พี่เซจิ คิรัน ถ้ายังไม่หยุดของขวัญจะลุกหนีไปนั่งที่อื่นแล้วนะ” ในเมื่อไล่แล้วไม่ไปก็จะลุกหนีซะเองเลย จบปัญหา “จะสอบกันอยู่แล้วมัวมานั่งเถียงกันจะได้อะไรไหม”

แบบนี้ต้องดุสักหน่อย ว่าจะมานั่งอ่านหนังสือเพื่อรีบเก็บเนื้อหาให้ครบก่อนสอบ แต่กลับรายล้อมไปด้วยปัญหาเสียอย่างนั้น

“จะอ่านหนังสือก็กลับไปอ่านที่คอนโดก็ได้หนิ” พี่เซจิบ่นแล้วเสนอขึ้นมาว่าให้ฉันรีบกลับ หรือว่าการรีบกลับจะดีกว่ามานั่งอยู่ท่ามกลางสมรภูมิที่สองคนนี้เป็นคนก่อนะ

แล้วทำไมสองคนนี้จะต้องตีกันด้วยเนี่ยะ...ฉันรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก วันนี้ยิ่งรู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัวอยู่แล้วด้วย มาเจอแบบนี้ก็หัวเสียเข้าไปใหญ่น่ะสิ

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมกลับไปอ่านกับของขวัญที่คอนโดแล้วกัน”

“มึงเพ้อป้ะเนี่ยะ คิดว่ากูจะยอมให้มึงเข้าห้องของขวัญเหรอ?”

“แล้วพี่มีสิทธิ์อะไร เป็นเจ้าของห้องเหรอ?”

ฉันได้แต่ยกมือขึ้นกุมขมับ ก่อนจะรู้สึกปวดท้องขึ้นมาอย่างกะทันหัน อาจเป็นเพราะเครียดเรื่องที่ว่าจะอ่านหนังสือสอบไม่ทันด้วย มันจึงเป็นสัญญาณส่งต่อไปทั่วร่างกาย

“โอ๊ย พอแล้ว ฉันจะกลับแล้ว ไม่ต้องตามกันมาด้วย ท้องก็ปวด พวกนายก็ยังจะทำฉันหงุดหงิดอีก!” ฉันลุกออกจากที่นั่งก่อนจะเดินไปตามทางเดินหอสมุดเพื่อกลับออกไป แต่ระหว่างทางก็ยังอยากแวะเข้าห้องน้ำก่อน

แต่เมื่อเข้าไปในห้องน้ำฉันก็พบถึงความวินาศครั้งใหญ่ ก่อนจะถึงบางอ้อว่าทำไมตัวเองถึงรู้สึกปวดหน่วงบริเวณท้องน้อยเมื่อเห็นเลือดสีแดงเปรอะตรงกระโปรงที่สวม ถึงแม้จะไม่มากนัก แต่ก็พอเห็นอยู่บ้าง โชคดีที่ตอนนี้เป็นช่วงกลางคืน คนจึงไม่ค่อยพลุกพล่านนัก ไม่อย่างนั้นมีหวังอายแย่เลย

         

          @Seiji Talk

ผมทำอะไรผิดไปอีกแล้วเนี่ยะ...ของขวัญลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินจำก้าวออกไป สีหน้าเธอดูซีดเซียวอย่างบอกไม่ถูก เมื่อเห็นดังนั้นผมจึงลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามไปทันที ก่อนจะสังเกตเห็นว่า...เอาเถอะ เป็นสิ่งที่ผู้หญฺงก็คงรู้กันแหละนะ

ทำยังไงดีล่ะ...เธอเดินเข้าห้องน้ำไป มีหวังเห็นแล้วแน่เลย แต่ก็ไม่รู้ว่าจะกล้าเดินออกมาหรือเปล่าเนี่ยะสิ แต่ถ้าผมยื่นมือเข้าไปช่วย เธอจะรู้สึกอายจนวีนใส่ผมอีกรอบหรือเปล่านะ

[มึง อยู่ไหน]

[อยู่ห้องแฟน มีไร]

[มึง คืองี้...] ผมเล่าเรื่องทั้งหมดให้เซนโตะฟัง ก่อนจะยกหูโทรศัพท์สุมหัวกันแก้ไขปัญหานี้ [เอาไงดีวะเนี่ยะ นี่เข้าไปนานแล้วด้วย สงสัยไม่กล้าออกมาแหงเลย]

[กูว่าบอกน้ำหวานหรือไอมิ้งให้เข้าไปช่วยได้ไหมวะ] เซนโตะเสนอ แต่ผมกลับไม่เห็นด้วยอย่างมาก

[แบบนั้นก็รู้ดิว่ากูเห็น]

[แล้วจะทำยังไงได้วะ]

[มึงนั่นแหละต้องมา มึงสนิทกับมันอะ]

[กูสนิท แต่เรื่องนี้มันเรื่องส่วนตัวของพวกผู้หญิงเขาหรือเปล่าวะ กูจะมาสนิทไปทุกเรื่องก็ใช่ว่า]

[แล้วนี่กูโทรหามึงทำไมวะเนี่ยะ ช่วยได้เยอะซะจริง]

[เห้ย เดี๋ยวนะ ว่าแต่...มึงไปอยู่กับของขวัญได้ไงวะนั่น]

[ใช่เวลามาตั้งคำถามไหมวะ ถ้าไม่มีปัญญาช่วยก็แค่นี้แหละ] ผมรีบกดตัดสายทันที ด้วยกลัวว่าน้องชายตัวแสบจะถามจ้อต่อไป ดูเหมือนว่าผมจะต้องจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองแล้วสินะ

ผมขับรถออกไปหาซื้อกระโปรงตัวใหม่ให้เธอก่อนจะมาหยุดยืนอยู่ที่โซน...ผ้าอนามัย...เอายังไงดีวะเซจิ ไม่เคยใส่เองด้วยแล้วจะรู้ไหมเนี่ยะว่าแบบไหนดี...

ผมมองสำรวจโดยรอบว่าส่วนใหญ่ผู้หญิงเขาเลือกแบบไหน ก่อนจะหยิบทุกชิ้นที่มีคนเลือกใส่ลงในตะกร้าอย่างไร้ความรู้ เอาเถอะ เอาไปกองตรงหน้าเดี่ยวเธอก็เลือกใช้เองนั่นแหละ...

จนกระทั่งมีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาพอดี

“ซื้อไปให้แฟนเหรอคะ”

“เอ่อ...ให้น้องสาวครับ -///-” ผมตอบกลับไปแต่ก็ยังไม่กล้าที่จะเหลือบมองผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยอายเกินกว่าจะทำอย่างนั้น

“ไม่ต้องเขินไปหรอกค่ะ สมัยนี้มีผู้ชายมาซื้อให้แฟนกันเยอะแยะ”

“ค...ครับ -///-”

“แนะนำเป็นยี่ห้อนี่ค่ะ เป็นยี่ห้อสามัญทั่วไปที่ผู้หญิงเลือกใช้”

“ข...ขอบคุณครับ -///-”

“อ่อ...แล้วก็ในตะกร้าพวกนั้น เอาไปเก็บนะคะ ไม่ต้องซื้อเยอะขนาดนั้นก็ได้ค่ะ” เธอพูดพร้อมน้ำเสียงขำขันนิดหน่อย แต่ทำผมใบหน้าร้อนฉ่ายิ่งกว่าเดิมเสียอีก

หลังจากยืนเลือกสิ่งของที่ยากที่สุดในชีวิตแล้ว ผมก็รีบขับรถมาที่หอสมุดมหาลัยตามเดิม ใช้เวลาไปกลับภายในยี่สิบนาทีเพียงเท่านั้น ด้วยกลัวว่าของขวัญจะทนอยู่ในห้องน้ำนานเกินไป

ผมอาศัยจังหวะที่คนไม่พลุกพล่านเดินเข้าไปในห้องน้ำหญิง แล้วส่งกระโปรงตัวใหม่กับผ้าอนามัย...เข้าไปในห้องน้ำที่ประตูปิดค้างเอาไว้อยู่โดยไม่ได้ส่งเสียงสักแอะ

ภาวนาให้เป็นเธอแล้วกัน...แต่ก็คงใช่ เพราะว่าประตูปิดอยู่ห้องเดียวเท่านั้น เมื่อส่งของที่จำเป็นเสร็จ ผมก็รีบเดินออกมาจากห้องน้ำหญิงทันที โชคดีที่เวลานี้คนไม่ค่อยพลุกพล่าน จึงไม่เป็นที่สนใจสักเท่าไหร่นัก

ออกมาจากห้องน้ำเรียบร้อย ผมก็รีบไปหลบอยู่ตรงมุมเสาเพื่อรอสังเกตการณ์ว่าของขวัญจะออกมาเมื่อไหร่ และในไม่ช้า เธอก็เดินออกมาพร้อมกับมองไปทั่วบริเวณ สงสัยกำลังมองหาว่าใครเป็นคนเอาไปให้...

ขณะเดียวกัน ผมก็ได้แต่ยืนหลบสายตาของเธอที่กำลังมองหาอย่างไม่ลดละ แต่ดูเหมือนว่าจะหาไม่เจอสักที เธอจึงเดินกลับออกไปนอกหอสมุดแล้ว...

“โล่งอกไปทีนะ...ของขวัญ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 30

    ไม่หนาวอย่างที่คิดนี่นา ฮ่าๆๆ ฉันทำปากเก่งไปอย่างนั้นแหละ เป็นเพราะได้เสื้อโค้ทกับผ้าพันคอรวมถึงถุงเท้าที่พี่เซจิเตรียมมา จึงช่วยให้ความอบอุ่นกับฉันได้พอสมควร ทำดีก็เป็นเหมือนกันนะเราเนี่ยะฉันแอบมองเขาจากทางด้านหลัง เพราะตอนนี้พี่เซจิกำลังนั่งอยู่ตรงเบาะข้างหน้าพร้อมกับคุณอา มาซาชิ เพื่อพูดคุยเรื่องที่จะต้องไปพบปะทีมผู้บริหารโรงพยาบาลในอีกสองวันข้างหน้าใช้เวลาเกือบชั่วโมงก็มาถึงบ้านตระกูลทากาฮาชิที่ญี่ปุ่น ฉันว่าบ้านที่ไทยก็ใหญ่มากแล้วนะ แต่พอเป็นบ้านที่ญี่ปุ่นแล้วที่ไทยกลับเทียบไม่ติดเลยเนี่ยะสิ แบบนี้ต้องเรียกว่าคฤหาสน์มากกว่าบ้านแล้ว“ของขวัญเคยใส่กิโมโนไหมลูก” คุณอามาซาชิหันมาพูดกับฉันระหว่างทางที่พวกเรากำลังเดินเข้าไปในตัวบ้าน“ไม่เคยค่ะ” ฉันส่ายศีรษะด้วยความงุนงง คงจะเคยแหละ หน้าอย่างฉันคงจะซื้อกิโมโนมาใส่เดินเล่นที่ประเทศไทยอยู่หรอก -_-“เดี๋ยววันนี้อาจะให้ช่างตัดผ้าเข้ามาวัดตัวให้ เป็นชุดที่ต้องใส่ไหว้บรรพบุรุษในวันสุดสัปดาห์นี้ หนูแพทเองก็ด้วยนะ”“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ฉันและแพทพยักหน้ารับทราบแล้วกล่าวขอบคุณ นี่พวกฉันต้องไปร่วมพิธีอะไรกับพวกเขาด้วยอย่างนั้นเหรอ คิดว่าจะเป็นพิธีเฉพ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 29

    “ไม่เอา ของขวัญไม่อยากไป…” ฉันกอดอกยืนหันหลังให้พ่อกับแม่ที่เข้ามาเจรจาว่าจะให้ฉันไปญี่ปุ่นกับครอบครัวของพี่เซจิ พร้อมทั้งให้เหตุผลว่าจะให้ลองไปดูงานในโรงพยาบาลถ้าฉันไปก็หลบหน้าเขาต่อไม่ได้น่ะสิ บอกตามตรง ตั้งแต่เรื่องวันนั้นฉันก็ยังงอนเขาอยู่ อย่าคิดว่าของขวัญคนนี้จะยอมยกโทษให้ง่าย ๆ นะ!“แต่แม่ตอบตกลงกับอาน้ำไปแล้วนะ ทริปนี้เซนโตะก็ไปด้วยกัน ปกติเห็นตัวติดกันตลอดไม่ใช่เหรอ”“ตอนนี้ไม่ติดแล้วค่ะ เซนโตะมันติดเมียมันนู่น” ดูท่าคงจะพกเมียติดไปด้วยแน่ ๆ และฉันก็คงต้องไปอยู่ที่นู่นอย่างโดดเดี่ยว เพราะจะให้ไปอยู่กับพี่เซจิฉันก็ไม่เอาหรอก!“นี่อย่าบอกนะว่าครั้งก่อนที่เราพูดว่าอกหัก…” พ่อเปรยขึ้นมาพลางยกมือขึ้นชี้นิ้วมาทางฉัน อย่าได้คิดเรื่องแบบนั้นเชียว...“?”“เพราะเซนโตะมีแฟนเหรอ?” พ่อถามออกมาตามตรง ส่วนแม่เองก็รอคำตอบเรื่องนี้เหมือนกัน นั่นไง! ว่าแล้วเชียว!“โอ๊ยยยย ไม่ใช่ค่ะ ไอ้นี่น่ะ ปล่อยมันไปมีเมียก็ดีแล้ว คนเขาจะได้เลิกเข้าใจผิดว่ามันเป็นแฟนหนูสักที” ฉันบ่นลับหลัง เพราะหลายปีที่ผ่านมานี้ ยอมรับตามตรงที่ฉันโสดก้เป็นเพราะมันส่วนหนึ่งด้วย แต่ฉันก็ไม่อยากจะโทษมันมากนักหรอก เพราะสาเหตุห

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 28

    “หลับสบายจังเลยนะเมื่อคืนนี้” ว่าพลางบิดขี้เกียจแล้วยกยิ้มสดใส ต่างจากอีกคนที่ทำหน้ามุ่ยไม่รับบุญตั้งแต่เช้า“คนเจ้าเล่ห์”“เจ้าเล่ห์ตรงไหนกัน เธอหล่นมาหาพี่เองนะ”“พี่นั่นแหละดึงน้องลงไป” เธอจำความรู้สึกนั้นได้แม่น ว่าเหมือนมีคนดึงลงไปจนทำให้ตัวเองตกเตียงแล้วหลังจากนั้นทั้งสองก็ถกเถียงเรื่องนี้กันตลอดทั้งเช้า วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ของขวัญซซึ่งเป็นนักศึกษาแพทย์ปีหนึ่งจึงไม่มีธุระจำเป็นที่จะต้องเข้ามหาลัย แต่สำหรับเซจิที่เป็นนักศึกษาแพทย์ปีที่สาม เขาต้องไปเข้าแล็ปส่งกล้องวิชาพยาธิวิทยา ที่นัดติวกับเพื่อนในรุ่นเอาไว้“ไปแต่งตัวซะ เดี๋ยวพี่ลงมารับ” ว่าจบเขาก็เดินออกจากห้องไปทิ้งให้ฉันงุนงง รับไปไหน วันนี้วันอาทิตย์ไม่ใช่เหรอ (. .)?หรือว่าจะพาไปเดทกันนะ -///- บ้าบอ คิดอะไรเพ้อเจ้อนะของขวัญ...แต่ก็เอาเถอะ อาบน้ำแต่งตัวรอก็ได้ ในตอนแรกฉันก็แอบหวังว่าเขาจะพาไปที่ที่น่าสนใจ แต่เมื่อรู้ตัวอีกทีก็มาโผล่อยู่ในคณะเป็นที่เรียบร้อยวันหยุดยังจะพามาที่นี่อีก แต่ไม่เป็นไร ฉันพอจะให้อภัยได้เพราะตัวเองได้อยู่ข้างเขาเนี่ยะแหละ -///-“อ้าว เซจิ เข้ามาสิ” เพื่อนร่วมรุ่นของพี่เซจิทักทายแล้วเชื้อเชิญให้เขา

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 27

    กลับจากคุยเรื่องหัวใจกับพี่เซจิแล้ว พวกมิ้งและน้ำหวานก็ชวนฉันออกไปเที่ยวฉลองที่ร้านประจำ เนื่องในโอกาสที่คิรันได้แชมป์ และใช่ค่ะ พวกมันชวนดาวเด่นอย่างคิรันลับหลังฉันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะมาชวนฉันเสียอีก และถ้าฉันไม่ไปก็คงเสียมารยาทมากแน่นอนของขวัญคนนี้จึงต้องแต่งตัวออกมาข้างนอกอีกครั้ง ทั้งที่บอกฝันดีพี่เซจิเรียบร้อยแล้ว ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยแฮะของขวัญ“ทางนี้คิรัน” มิ้งโบกมือเรียก ก่อนจะเว้นที่ว่างข้าง ๆ ฉันเอาไว้เพื่อให้คิรันได้เดินมานั่งอย่างรู้งาน -_-คิรันเดินเข้ามาพร้อมกับชุดลำลองที่ฉันไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก เพราะส่วนใหญ่เจอกัแต่นที่มหาลัยจึงคุ้นตาเขาในคาบชุดนักศึกษาเสียมากกว่า แต่ตอนนี้เขาก็แค่เปลี่ยนไปใส่เสื้อยืดสีขาวแทนเสื้อเชิ้ตเท่านั้น ส่วนกางเกงเป็นกางเกงแสล็คเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกสะกดสายตาได้ขนาดนี้นะ หรืออาจเป็นเพราะใบหน้าที่หล่อเหลาเกินมนุษย์ของเขาล่ะแต่ฉันว่าเลิกพรรณนาถึงรูปร่างหน้าตาของเขาเถอะ เพราะถึงหล่อแค่ไหนคนในใจของฉันก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ก็คือพี่เซจินั่นแหละพูดถึงพี่เซจิแล้วก็ทำให้ฉันถึงเรื่องที่เราตกลงคุยกัน บอกตามตรงฉันก็รู้สึกว่าตั

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 26

    พี่เซจิพามาถึงจุดหมาย ซึ่งเป็นสวนหย่อมที่ผู้คนต่างมาเดินเล่นพักผ่อนกันเป็นคู่ ในช่วงยามเย็นแบบนี้ ดวงอาทิตย์กับลังลับขอบฟ้า แสงอาทิตย์กำลังอบอุ่นได้ที่เลยทีเดียวแต่ก็อบอุ่นหัวใจได้เพียงบรรยากาศเท่านั้น เพราะตอนนี้ฉันรู้สึกว่ากำลังมีบางอย่างที่หนักอึ้งอยู่ภายในใจ บอกตามตรง ฉันไม่พร้อมจะเผชิญหน้าเขาเลย อยากจะหนีไปให้พ้นเสียด้วยซ้ำ แต่อีกใจก็อยากรู้ว่าเขาอยากจะพูดเรื่องอะไรหรือว่าพี่เซจิจะพาฉันมาคุยเรื่องที่ฉันสารภาพออกไปวันนั้น และเรียกมาปฏิเสธกันนะ...ไม่เอาอะ ของขวัญไม่อยากฟังคำนั้น...ฉันควรจะวิ่งหนีไปให้ไกลสิ แต่มานึกขึ้นได้ตอนนี้ก็สายไปแล้วล่ะของขวัญพี่เซจิมายืนอยู่ตรงหน้าฉัน แววตาของเขาดูจริงจังประกอบกับความลึกลับซึ่งทำให้ฉันไม่สามารถอ่านได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เขายืนนิ่งเงียบอยู่สักครู่ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ราวกับว่าเขากำลังรวบรวมความกล้าที่จะพูดอะไรบางอย่าง"มีเรื่องอะไรจะคุยเหรอคะ?" ฉันตัดสินใจเปิดปากถามออกไปตรง ๆ เพราะต้องการรีบตัดความอึดอัดใจนี้ทิ้ง เอาเลย ของขวัญพร้อมแล้ว จะปฏิเสธก็บอกมาตามตรงเลยสิ!พี่เซจินิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 25

    และแล้ววันเสาร์ก็มาถึง ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ฉันพยายามหลบหน้าพี่เซจิอยู่ตลอด โธ่เอ๊ย ของขวัญ เรื่องบนรถวันนั้นน่าอายชะมัด พูดออกไปได้ยังไงกัน -///- และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็จะรู้ตัวว่าฉันพยายามหลบหน้า จึงไม่โผล่มาให้ฉันเห็นเหมือนกันแต่บอกตามตรง...อีกความรู้สึกหนึ่งฉันก็แอบน้อยใจเหมือนกันนะ เขาไม่พยายามที่จะมาเจอกันเลยอย่างนั้นสิขณะที่ภายในสมองกำลังครุ่นคิดเรื่องว้าวุ่นใจอยู่นั้น ขาของฉันก็ก้าวขึ้นไปบนแท่นอัฒจันทร์ที่อยู่ข้างสระว่ายน้ำเพื่อจับจองที่นั่งเข้าชมการแข่งขัน ใช่แล้ว วันนี้ฉันมาเชียร์คิรันแข่งขันกีฬาเฟรชชี่ แต่ไม่ได้มาคนเดียวหรอกนะ เพราะกลุ่มเพื่อนของฉัน พวกมิ้งและน้ำหวานก็มาด้วยเหมือนกันเมื่อถึงเวลาแข่งขัน ฉันก็รีบนำป้ายที่อุตส่าห์ตัดแปะสติ๊กเกอร์อย่างประณีตออกมา“คิรัน!” ฉันตะโกนเรียกเขาที่กำลังยืนอยู่ข้างสระเพื่อเตรียมตัวแข่งขัน หลังจากเขาหันมามองฉันก็รีบยกป้ายที่เขียนเอาไว้ว่า ‘สู้เขานะคิรัน’ ขึ้นมาโบกทันทีที่คิรันอ่านป้ายนั้นจบเขาก็ยกยิ้มแล้วโบกมือมาให้ฉันอย่างรับทราบ“แหม มึง เหมือนผัวเมียมาเชียร์กันเลยนะ” มิ้งเอ่ยแซวขึ้นมา ก่อนจะเบ้ปากให้ฉํนด้วยความหมั่นไส้“จริง ถ้าจะหว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status