Share

บทที่ 13

last update Tanggal publikasi: 2026-02-03 03:53:50

“โอ๊ย! พี่เป็นอะไรเนี่ยะ!” ฉันร้องออกมาเพราะแรงเหวี่ยงจากพี่เซจิที่โยนร่างของฉันลงบนเบาะหลังรถ และฉันก็โวยวายขึ้นทันทีหลังจากที่เขาปล่อยให้ฉันเป็นอิสระ ก่อนที่ขายาวจะก้าวอ้อมไปทางประตูฝั่งคนขับแล้วเปิดขึ้นมานั่ง

“ไม่ได้เป็นอะไรหนิ เธอนั่นแหละดื้อ บอกให้กลับด้วยกันก็ไม่ยอมกลับ ฉันก็เลยต้องทำแบบนี้” ว่าพลางจับพวงมาลัยรถแล้วขับออกมาจากร้านอาหาร

“ก็น้องไม่อยากขัดจังหวะพี่อยู่กับแฟนหนิ” ฉันพูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกไปตามตรง ไม่รู้ว่ามันฟังดูเป็นการประชดหรือเปล่านะ แต่สำหรับฉันแล้วมันหมายความตามนั้นจริง ๆ

หลังจากฟังสิ่งที่ฉันชี้แจงแล้วพี่เซจิก็นิ่งเงียบเหมือนทุกครั้ง เขาไม่มีเหตุจำเป็นจะต้องชี้แจงเรื่องนี้กับฉันหรอก แต่บอกตามตรง ว่าฉันก็แอบหวังให้เขาปฏิเสธกลับมา ว่าผู้หญิงคนนั้นกับเขาไม่ใช่แฟนกัน แต่ก็ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับจากเขา

บอกตามตรง เห็นแบบนี้แล้ว...ฉันจะตัดใจจากพี่เซจิขั้นเด็ดขาดแล้วล่ะ ทุกคนรอดูได้เลย

ไม่นานนักรถก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าร้านคาเฟ่แห่งหนึ่งแทนที่จะเป็นคอนโดของพวกเรา ฉันรีบหันมองเขาด้วยแววตาฉงนสงสัย แต่ในขณะที่กำลังจะเอ่ยปากถาม เขาก็เปิดปากอธิบายขึ้นก่อนแล้ว

“ฉันอยากกินของหวานน่ะ ถือว่ามากินเป็นเพื่อนหน่อยแล้วกันนะ” ว่าจบก็ปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วเดินลงจากรถไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“แปลกคน...” การกระทำของเขาทำให้ฉันที่ยังนั่งนิ่งอยู่บนรถต้องบ่นอุบ ก็ตอนแรกเขาดูรีบร้อนอยากจะกลับไปถึงคอนโดให้ได้ ถึงขั้นแบกฉันขึ้นรถเลยทีเดียว แต่ตอนนี้กลับมาแวะร้านคาเฟ่แล้วสั่งขนมอย่างสบายใจเสียอย่างนั้น

“ขนมและเครื่องดื่มที่สั่งได้แล้วค่ะ” พนักงานสาวในร้านเดินมาเสิร์ฟขนม แต่เมื่อเห็นพี่เซจิ นางก็ส่งสายตาหวานแหววเป็นการหยอดเขา แต่ก็อย่างว่า คุณเขาหล่อ สาว ๆ ที่ไหนก็หมายปองทั้งนั้นแหละ

“กินสิ” พี่เซจิเลื่อนจานที่ใส่ขนมเค้กมาให้ฉัน

“ขอบคุณค่ะ” ฉันรับมาอย่างไม่เกรงใจ เพราะเรื่องกินเรื่องใหญ่สำหรับของขวัญคนนี้อยู่แล้ว แต่ทานไปได้สักพักฉันก็ยังเห็นพี่เซจินิ่งอยู่ เขาไม่ตักเค้กกินแม้แต่เสี้ยวเดียว เอาแต่นั่งมองฉันอยู่ฝ่ายเดียว “พี่เซจิไม่กินเหรอคะ ไหนว่าอยากกินไง”

“อ๋อ อยู่ ๆ ก็อิ่มขึ้นมาแล้วน่ะ” พี่เซจิรีบหันมองทางอื่นแล้วยกโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนไถแทน

“อร่อยดีนะคะ ลองสักหน่อยเถอะ เป็นคนสั่งมาแท้ ๆ” ฉันตักเค้กใส่ช้อนแล้วยื่นไปตรงหน้าเขา พี่เซจิมองอยู่สักพักก่อนจะอ้าปากแล้วยอมทานมันเข้าไป แต่สายตาเจ้ากรรมก็ยังจ้องมองมาที่ตาของฉันอย่างไม่วางตา

ตึกตักตึกตัก

อยู่ ๆ ฉันก็รู้สึกว่าหัวใจตัวเองกำลังเต้นรัวขึ้นมาเสียอย่างนั้น ไม่ได้นะ จะเป็นแบบนี้ไม่ได้สิของขวัญ เมื่อกี้เพิ่งตัดสินใจว่าจะตัดใจจากเขาไปเองนะ ทำแบบนี้เท่ากับไม่ซื่อสัตย์กับตัวเอง!

“ขอบคุณนะ” พี่เซจพูดขึ้นหลังจากที่ฉันดึงช้อนกลับพร้อมกับละสายตาออกจากทิวทัศน์อันตรายตรงหน้าทันที หากจ้องมองต่อไปคงได้หัวใจวายตายแน่

“สรุปพี่มาที่นี่ทำไม...ไม่เห็นจะกินอะไรเลยสักหน่อย” ฉันพูดเสียงเบา ไม่ได้ต้องการคำตอบหรอกแค่บ่นไปเรื่อยเท่านั้นแหละ

“ก็ปกติแล้ว ผู้หญิงชอบให้พามากินของหวานหลังจากกินข้าวไม่ใช่เหรอ?”

สถานการณ์แบบนี้ฉันควรจะดีใจหรือว่าทำยังไงดีล่ะเนี่ยะ สิ่งที่เขาพูดนั้นดูเหมือนจะบ่งบอกว่าเขาเริ่มมองฉันในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งมากกว่าน้องสาวแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นฉันกลับรู้สึกฉุนเฉียวอย่างไรบอกไม่ถูก นี่เขาผ่านผู้หญิงมากี่คนกันนะถึงได้รู้เรื่องมากมายขนาดนี้

“ดูเหมือนว่าพี่จะมีประสบการณ์โชกโชนเรื่องผู้หญิงนะคะ” พูดจบฉันก็วางช้อนที่ตักขนมเค้กลงก่อนจะหยิบกระดาษทิชชู่ขึ้นมาซับปากให้เรียบร้อย “แต่น้องไม่ใช่ผู้หญิงที่พี่จะเดาทางได้ง่ายหรอกนะคะ เค้กอร่อยมาก ขอบคุณที่พามาค่ะ”

จากนั้นฉันก็ลุกขึ้นยืนแล้วก้าวออกจากร้านมาโดยไม่ให้อีกคนได้ทันตามออกมา ก่อนจะโบกแท็กซี่บริเวณนั้นเพื่อตรงกลับคอนโดของตัวเอง เสียเวลาแล้วยังต้องมาเสียใจอีก...

@ Seiji Talk

ให้ตายเถอะ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าของขวัญเอาใจยากขนาดนี้ แล้วผมพูดอะไรผิดไปอย่างนั้นเหรอ? เพราะสิ่งที่ผมพูดมันเป็นความจริงนี่นา ผู้หญิงชอบทานของหวานไม่ใช่เหรอ ผมพาเธอมาที่นี่เพื่อไถ่โทษที่ลากเธอออกมาจากร้านอาหารด้วยท่าทีที่ดูไม่เหมาะไม่ควร แต่ดูเหมือนจะไปพูดอะไรขัดใจเธอเข้าจนได้

ว่าแต่...ทำไมผมจะต้องใส่ใจด้วยล่ะ...

เอาใจก็ไม่ชอบ ไม่รู้จะทำยังไงแล้วเนี่ยะ ว่าแล้วก็หงุดหงิดยังไงไม่รู้ ผมไม่เคยเสียท่าให้ผู้หญิงคนไหนเลยนะ ทุกคนต่างชอบที่ผมเอาใจทั้งนั้น เพราะไม่ใช่ทุกคคนที่ผมจะทำอะไรแบบนี้ให้ นอกจากแฟนเก่าของผม

[เห้ย เป็นหนึ่ง วันนี้มึงว่างเปล่าวะ] ผมยกสายโทรศัพท์หาเพื่อนสนิทคนหนึ่งในกลุ่ม เพราะรู้ว่ายังไงหมอนี่มันก็ว่างอยู่แล้ว และอาจหาวิธีช่วยผมคลายความหงุดหงิดจากของขวัญได้

[ว่าไงไอหมอ กูว่างทุกวันอยู่แล้วเว้ย] เห็นไหมล่ะ ผมพูดไม่เคยผิด

[กูจะเข้าไปที่ร้านมึง อยู่ต้อนรับกูด้วยแล้วกัน]

[มึงเป็นไรเนี่ยะ หงุดหงิดใครมาวะ] ดูเหมือนว่ามันจะฟังน้ำเสียงของผมออก

[ก็แค่...เออ...ช่างมันเถอะกูไม่อยากพูดถึง]

[มึงนี่ แบบนี้ก็มีให้เห็นด้วยเหรอวะ] มันพูดแซวพร้อมเสียงฟังดูน่าขัน [ถ้างั้น เดี๋ยวกูจัดห้องพิเศษแบบเดิมให้แล้วกันนะ]

[เออ...เดี๋ยวกูเข้าไป]

@CLUB JB

“ไหน คุณเซจิของเราเป็นไรวะ” เจ้าของสถานที่แห่งหนึ่ง หรือเป็นหนึ่งพูดขึ้นเมื่อเห็นผมก้าวขาเข้าไปในห้องวีไอพีที่มันจัดให้

“ดูทรงละเรื่องผู้หญิงชัวร์” มาร์ติน หนึ่งในสมาชิกของกลุ่มเพื่อนกล่าวขึ้นพลางส่งสายตายิ้มเยาะมาทางผมราวกับรู้ทัน

“อย่างไอเซจิเนี่ยะนะจะมาหงุดหงิดเพราะเรื่องผู้หญิง” เป็นหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับมาร์ตินกล่าวขึ้นราวกับกำลังถกข้อพิพาทกัน ขณะเดียวกันนั้น เจ้าของผับอย่างมันก็ทำการรินเหล้าให้ผมไปด้วย แหม รู้สึกเป็นเกียรติเหลือเกินที่คุณเป็นหนึ่งรินให้

“จะเป็นเรื่องอื่นไปได้ยังไง เรื่องเรียนก็ดูไม่น่าใช่ ระดับไอเซจิ” แม้ต่ไอเท็มที่เอาแต่นั่งไถโทรศัพท์ก็ยังร่วมลงความเห็นแบบเดียวกับมาร์ติน

บางทีผมก็ไม่ค่อยชอบใจนักที่มีผองเพื่อนคอยรู้ทันกันไปซะทุกเรื่อง จะเก็บทรงสักหน่อยก็ไม่ได้เลย

“ใครวะ เล่าให้กูฟังหน่อยสิ” มาร์ตินลุกออกจากที่นั่งของตัวเองแล้วเดินตรงมาทิ้งตัวนั่งลงข้างโซฟาเบาะใกล้ผม

“กูทะเลาะกับของขวัญมา ไม่ใช่ผู้หญิงที่ไหน”

“นั่นก็ผู้หญิง”

“น้องกูไหมล่ะ”

“มึงมองของขวัญเป็นน้องจริงเหรอวะ” ไอเท็มละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์แล้วถามผมด้วยสีหน้าจริงจัง “ได้ข่าวว่าของขวัญถูกมึงลากออกมาจากร้านอาหาร เพราะน้องสาวตัวดีของมึงคนนี้ถูกไอ้หนุ่มเดือนคณะของมึงขอไลน์”

รู้เรื่องนี้กันได้ยังไงวะเนี่ยะ แต่ขณะที่ผมกำลังครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วนก็เห็นน้ำหวานเดินเข้ามานั่งข้างไอเท็มพอดิบพอดี ผมจึงพอจะทราบแล้วว่ามันรู้ได้ยังไง

“เอาเรื่องว่ะ...” เป็นหนึ่งที่นั่งฟังบทสนทนาอยู่นานเริ่มเข้ามามีส่วนร่วมด้วยอีกคน ใจคอจะไม่ให้ผมได้มีที่ยืนเลยใช่ไหมเนี่ยะ

“กูเป็นห่วงหรอก ไอหมอนั่นดูไม่น่าไว้ใจ”

“ห่วงหรือหวง” ไอบ้ามาร์ตินพูดขึ้นขณะยกแก้วเหล้าขึ้นจิบไปพลาง ก่อนจะส่งสายตาขำขันมาให้ผมอีกครั้งเมื่อเห็นว่าผมปต่อไม่ถูก

ผมอยากจะแก้ต่างว่า ไม่ได้หวง...แค่เป็นห่วงในฐานะพี่ชาย แต่พกนี้ดูเหมือนจะไม่ยอมรับฟังผมเลยเนี่ยะสิ...

“แล้วแต่พวกมึงจะคิดเถอะ” ผมปลงแล้ว

ว่าแต่...ยัยตัวแสบนั่นกลับถึงคอนโหรือยังนะ สงสัยต้องรีบกลับไปตรวจสอบหน่อยแล้ว

“เอาสาวสักคนไหมล่ะ เผื่ออารมณ์จะดีขึ้นแล้วค่อยไปลุยต่อ” ไอเป็นหนึ่งเสนอขึ้นมา แต่บอกตามตรงว่าผมไม่มีอารมณ์อะไรแบบนั้นเลยเนี่ยะสิ

“ไม่เอาล่ะ เบื่อ เดี๋ยวกูจะกลับแล้ว”

บอกตามตรง หลังจากผมได้แตะเนื้อต้องตัวของขวัญอย่างจริงจังในวันที่เธอโดนวางยา ผมก็ไม่รู้สึกอยากใกล้ชิดกับผู้หญิงคนไหนอีกเลย เหมือนเธอเปิดปุ่มความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของผมไปเสียอย่างนั้น ซึ่งผมเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนี้ได้

“กูไปละ” ผมโบกมือลาทุกคนที่อยู่ในห้องวีไอพีแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

“อะไรวะ ไม่แตะเหล้าที่กูรินให้เลยสักนิด” เป็นหนึ่งโวยวาย แต่ก็ไม่ได้คิดจะรั้งผมเอาไว้อยู่แล้ว

@ Condo J

หลังจากผมกลับมาถึงคอนโด ในตอนแรกก็ว่าจะขึ้นไปที่ห้องของตัวเองเลย แต่มือดันไปกดทเข้าที่ชั้นแปดก่อนชั้นสิบเอ็ดเนี่ยะสิ แต่ก็ฌอาเถอะ ไหน ๆ ก็กดแล้ว เดินผ่านไปหน่อยก็ได้...

ประตูลิฟต์เปิดออก ผมก็เดินมาหยุดที่หน้าห้องของยัยตัวแสบ ขณะที่กำลังจะเอาหูไปแนบกับช่องประตูเพื่อได้ยินเสียง ประตูก็เปิดออกเสียก่อน ปรากฎภาพร่างบางในชุดนอนกางเกงขาสั้นกำลังจะเอาถุงขยะออกไปทิ้ง

“พี่เซจิ? มาทำอะไรตรงนี้คะ?”

ซวยแล้วสิ...

“ก...ก็แค่มา......เอ่อ...เซนโตะอยู่ไหม” เอาวะ ใช้น้องชายตัวเองเป็นข้ออ้างเนี่ยะแหละ ฟังดูสมเหตุสมผลสุดแล้ว แต่ร่างบางตรงหน้าก็ยังไม่วายขมวดคิ้วแล้วหรี่ตามองอย่างจ้องจับผิดอย่างไรอย่างนั้น

“ไม่อยู่ค่ะ” เธอตอบกลับมา ท่าทางเย็นชาเป็นที่สุด ดูไม่สดใสเหมือนของขวัญที่ผมรู้จักเลยสักนิด “แล้วพี่หาไอเซนไปทำไมเหรอคะ ปกติไม่เห็นจะเคยถามหา”

“เอ่อ...มันฝากซื้อของน่ะ ก็เลยลงมาตามดู ห...เห็นมันไม่อยู่ที่ห้อง ก็เลยคิดว่าอยู่กับเธอ...” นิ่งไว้เซจิ ไม่มีพิรุธตรงไหนหรอก...

“พี่ก็ไลน์ไปถามไอเซนสิคะว่ามันอยู่ไหน เพราะวันนี้หลังจากเรียนเสร็จมันก็หายหัวไปเลย” ของขวัญก้าวออกมาข้างนอกห้องหวังจะเดินไปตรงจุดทิ้งขยะ

“อ่อ...ได้สิ...ขอโทษที่รบกวนนะ เธอเข้าห้องไปเถอะ” ผมว่าพลางคว้าถุงขยะในมือของเธอออกมาถือไว้เองแล้วหมุนตัวหันหลังกลับไปที่ลิฟต์ โดยไม่ลืมที่จะทิ้งขยะก่อน

เกือบไปแล้วไอ้เซจิ...ว่าแต่..ทำไมผมจะต้องมาทำอะไรบ้าบอแบบนี้ด้วยเนี่ยะ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 30

    ไม่หนาวอย่างที่คิดนี่นา ฮ่าๆๆ ฉันทำปากเก่งไปอย่างนั้นแหละ เป็นเพราะได้เสื้อโค้ทกับผ้าพันคอรวมถึงถุงเท้าที่พี่เซจิเตรียมมา จึงช่วยให้ความอบอุ่นกับฉันได้พอสมควร ทำดีก็เป็นเหมือนกันนะเราเนี่ยะฉันแอบมองเขาจากทางด้านหลัง เพราะตอนนี้พี่เซจิกำลังนั่งอยู่ตรงเบาะข้างหน้าพร้อมกับคุณอา มาซาชิ เพื่อพูดคุยเรื่องที่จะต้องไปพบปะทีมผู้บริหารโรงพยาบาลในอีกสองวันข้างหน้าใช้เวลาเกือบชั่วโมงก็มาถึงบ้านตระกูลทากาฮาชิที่ญี่ปุ่น ฉันว่าบ้านที่ไทยก็ใหญ่มากแล้วนะ แต่พอเป็นบ้านที่ญี่ปุ่นแล้วที่ไทยกลับเทียบไม่ติดเลยเนี่ยะสิ แบบนี้ต้องเรียกว่าคฤหาสน์มากกว่าบ้านแล้ว“ของขวัญเคยใส่กิโมโนไหมลูก” คุณอามาซาชิหันมาพูดกับฉันระหว่างทางที่พวกเรากำลังเดินเข้าไปในตัวบ้าน“ไม่เคยค่ะ” ฉันส่ายศีรษะด้วยความงุนงง คงจะเคยแหละ หน้าอย่างฉันคงจะซื้อกิโมโนมาใส่เดินเล่นที่ประเทศไทยอยู่หรอก -_-“เดี๋ยววันนี้อาจะให้ช่างตัดผ้าเข้ามาวัดตัวให้ เป็นชุดที่ต้องใส่ไหว้บรรพบุรุษในวันสุดสัปดาห์นี้ หนูแพทเองก็ด้วยนะ”“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ฉันและแพทพยักหน้ารับทราบแล้วกล่าวขอบคุณ นี่พวกฉันต้องไปร่วมพิธีอะไรกับพวกเขาด้วยอย่างนั้นเหรอ คิดว่าจะเป็นพิธีเฉพ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 29

    “ไม่เอา ของขวัญไม่อยากไป…” ฉันกอดอกยืนหันหลังให้พ่อกับแม่ที่เข้ามาเจรจาว่าจะให้ฉันไปญี่ปุ่นกับครอบครัวของพี่เซจิ พร้อมทั้งให้เหตุผลว่าจะให้ลองไปดูงานในโรงพยาบาลถ้าฉันไปก็หลบหน้าเขาต่อไม่ได้น่ะสิ บอกตามตรง ตั้งแต่เรื่องวันนั้นฉันก็ยังงอนเขาอยู่ อย่าคิดว่าของขวัญคนนี้จะยอมยกโทษให้ง่าย ๆ นะ!“แต่แม่ตอบตกลงกับอาน้ำไปแล้วนะ ทริปนี้เซนโตะก็ไปด้วยกัน ปกติเห็นตัวติดกันตลอดไม่ใช่เหรอ”“ตอนนี้ไม่ติดแล้วค่ะ เซนโตะมันติดเมียมันนู่น” ดูท่าคงจะพกเมียติดไปด้วยแน่ ๆ และฉันก็คงต้องไปอยู่ที่นู่นอย่างโดดเดี่ยว เพราะจะให้ไปอยู่กับพี่เซจิฉันก็ไม่เอาหรอก!“นี่อย่าบอกนะว่าครั้งก่อนที่เราพูดว่าอกหัก…” พ่อเปรยขึ้นมาพลางยกมือขึ้นชี้นิ้วมาทางฉัน อย่าได้คิดเรื่องแบบนั้นเชียว...“?”“เพราะเซนโตะมีแฟนเหรอ?” พ่อถามออกมาตามตรง ส่วนแม่เองก็รอคำตอบเรื่องนี้เหมือนกัน นั่นไง! ว่าแล้วเชียว!“โอ๊ยยยย ไม่ใช่ค่ะ ไอ้นี่น่ะ ปล่อยมันไปมีเมียก็ดีแล้ว คนเขาจะได้เลิกเข้าใจผิดว่ามันเป็นแฟนหนูสักที” ฉันบ่นลับหลัง เพราะหลายปีที่ผ่านมานี้ ยอมรับตามตรงที่ฉันโสดก้เป็นเพราะมันส่วนหนึ่งด้วย แต่ฉันก็ไม่อยากจะโทษมันมากนักหรอก เพราะสาเหตุห

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 28

    “หลับสบายจังเลยนะเมื่อคืนนี้” ว่าพลางบิดขี้เกียจแล้วยกยิ้มสดใส ต่างจากอีกคนที่ทำหน้ามุ่ยไม่รับบุญตั้งแต่เช้า“คนเจ้าเล่ห์”“เจ้าเล่ห์ตรงไหนกัน เธอหล่นมาหาพี่เองนะ”“พี่นั่นแหละดึงน้องลงไป” เธอจำความรู้สึกนั้นได้แม่น ว่าเหมือนมีคนดึงลงไปจนทำให้ตัวเองตกเตียงแล้วหลังจากนั้นทั้งสองก็ถกเถียงเรื่องนี้กันตลอดทั้งเช้า วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ของขวัญซซึ่งเป็นนักศึกษาแพทย์ปีหนึ่งจึงไม่มีธุระจำเป็นที่จะต้องเข้ามหาลัย แต่สำหรับเซจิที่เป็นนักศึกษาแพทย์ปีที่สาม เขาต้องไปเข้าแล็ปส่งกล้องวิชาพยาธิวิทยา ที่นัดติวกับเพื่อนในรุ่นเอาไว้“ไปแต่งตัวซะ เดี๋ยวพี่ลงมารับ” ว่าจบเขาก็เดินออกจากห้องไปทิ้งให้ฉันงุนงง รับไปไหน วันนี้วันอาทิตย์ไม่ใช่เหรอ (. .)?หรือว่าจะพาไปเดทกันนะ -///- บ้าบอ คิดอะไรเพ้อเจ้อนะของขวัญ...แต่ก็เอาเถอะ อาบน้ำแต่งตัวรอก็ได้ ในตอนแรกฉันก็แอบหวังว่าเขาจะพาไปที่ที่น่าสนใจ แต่เมื่อรู้ตัวอีกทีก็มาโผล่อยู่ในคณะเป็นที่เรียบร้อยวันหยุดยังจะพามาที่นี่อีก แต่ไม่เป็นไร ฉันพอจะให้อภัยได้เพราะตัวเองได้อยู่ข้างเขาเนี่ยะแหละ -///-“อ้าว เซจิ เข้ามาสิ” เพื่อนร่วมรุ่นของพี่เซจิทักทายแล้วเชื้อเชิญให้เขา

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 27

    กลับจากคุยเรื่องหัวใจกับพี่เซจิแล้ว พวกมิ้งและน้ำหวานก็ชวนฉันออกไปเที่ยวฉลองที่ร้านประจำ เนื่องในโอกาสที่คิรันได้แชมป์ และใช่ค่ะ พวกมันชวนดาวเด่นอย่างคิรันลับหลังฉันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะมาชวนฉันเสียอีก และถ้าฉันไม่ไปก็คงเสียมารยาทมากแน่นอนของขวัญคนนี้จึงต้องแต่งตัวออกมาข้างนอกอีกครั้ง ทั้งที่บอกฝันดีพี่เซจิเรียบร้อยแล้ว ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยแฮะของขวัญ“ทางนี้คิรัน” มิ้งโบกมือเรียก ก่อนจะเว้นที่ว่างข้าง ๆ ฉันเอาไว้เพื่อให้คิรันได้เดินมานั่งอย่างรู้งาน -_-คิรันเดินเข้ามาพร้อมกับชุดลำลองที่ฉันไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก เพราะส่วนใหญ่เจอกัแต่นที่มหาลัยจึงคุ้นตาเขาในคาบชุดนักศึกษาเสียมากกว่า แต่ตอนนี้เขาก็แค่เปลี่ยนไปใส่เสื้อยืดสีขาวแทนเสื้อเชิ้ตเท่านั้น ส่วนกางเกงเป็นกางเกงแสล็คเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกสะกดสายตาได้ขนาดนี้นะ หรืออาจเป็นเพราะใบหน้าที่หล่อเหลาเกินมนุษย์ของเขาล่ะแต่ฉันว่าเลิกพรรณนาถึงรูปร่างหน้าตาของเขาเถอะ เพราะถึงหล่อแค่ไหนคนในใจของฉันก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ก็คือพี่เซจินั่นแหละพูดถึงพี่เซจิแล้วก็ทำให้ฉันถึงเรื่องที่เราตกลงคุยกัน บอกตามตรงฉันก็รู้สึกว่าตั

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 26

    พี่เซจิพามาถึงจุดหมาย ซึ่งเป็นสวนหย่อมที่ผู้คนต่างมาเดินเล่นพักผ่อนกันเป็นคู่ ในช่วงยามเย็นแบบนี้ ดวงอาทิตย์กับลังลับขอบฟ้า แสงอาทิตย์กำลังอบอุ่นได้ที่เลยทีเดียวแต่ก็อบอุ่นหัวใจได้เพียงบรรยากาศเท่านั้น เพราะตอนนี้ฉันรู้สึกว่ากำลังมีบางอย่างที่หนักอึ้งอยู่ภายในใจ บอกตามตรง ฉันไม่พร้อมจะเผชิญหน้าเขาเลย อยากจะหนีไปให้พ้นเสียด้วยซ้ำ แต่อีกใจก็อยากรู้ว่าเขาอยากจะพูดเรื่องอะไรหรือว่าพี่เซจิจะพาฉันมาคุยเรื่องที่ฉันสารภาพออกไปวันนั้น และเรียกมาปฏิเสธกันนะ...ไม่เอาอะ ของขวัญไม่อยากฟังคำนั้น...ฉันควรจะวิ่งหนีไปให้ไกลสิ แต่มานึกขึ้นได้ตอนนี้ก็สายไปแล้วล่ะของขวัญพี่เซจิมายืนอยู่ตรงหน้าฉัน แววตาของเขาดูจริงจังประกอบกับความลึกลับซึ่งทำให้ฉันไม่สามารถอ่านได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เขายืนนิ่งเงียบอยู่สักครู่ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ราวกับว่าเขากำลังรวบรวมความกล้าที่จะพูดอะไรบางอย่าง"มีเรื่องอะไรจะคุยเหรอคะ?" ฉันตัดสินใจเปิดปากถามออกไปตรง ๆ เพราะต้องการรีบตัดความอึดอัดใจนี้ทิ้ง เอาเลย ของขวัญพร้อมแล้ว จะปฏิเสธก็บอกมาตามตรงเลยสิ!พี่เซจินิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 25

    และแล้ววันเสาร์ก็มาถึง ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ฉันพยายามหลบหน้าพี่เซจิอยู่ตลอด โธ่เอ๊ย ของขวัญ เรื่องบนรถวันนั้นน่าอายชะมัด พูดออกไปได้ยังไงกัน -///- และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็จะรู้ตัวว่าฉันพยายามหลบหน้า จึงไม่โผล่มาให้ฉันเห็นเหมือนกันแต่บอกตามตรง...อีกความรู้สึกหนึ่งฉันก็แอบน้อยใจเหมือนกันนะ เขาไม่พยายามที่จะมาเจอกันเลยอย่างนั้นสิขณะที่ภายในสมองกำลังครุ่นคิดเรื่องว้าวุ่นใจอยู่นั้น ขาของฉันก็ก้าวขึ้นไปบนแท่นอัฒจันทร์ที่อยู่ข้างสระว่ายน้ำเพื่อจับจองที่นั่งเข้าชมการแข่งขัน ใช่แล้ว วันนี้ฉันมาเชียร์คิรันแข่งขันกีฬาเฟรชชี่ แต่ไม่ได้มาคนเดียวหรอกนะ เพราะกลุ่มเพื่อนของฉัน พวกมิ้งและน้ำหวานก็มาด้วยเหมือนกันเมื่อถึงเวลาแข่งขัน ฉันก็รีบนำป้ายที่อุตส่าห์ตัดแปะสติ๊กเกอร์อย่างประณีตออกมา“คิรัน!” ฉันตะโกนเรียกเขาที่กำลังยืนอยู่ข้างสระเพื่อเตรียมตัวแข่งขัน หลังจากเขาหันมามองฉันก็รีบยกป้ายที่เขียนเอาไว้ว่า ‘สู้เขานะคิรัน’ ขึ้นมาโบกทันทีที่คิรันอ่านป้ายนั้นจบเขาก็ยกยิ้มแล้วโบกมือมาให้ฉันอย่างรับทราบ“แหม มึง เหมือนผัวเมียมาเชียร์กันเลยนะ” มิ้งเอ่ยแซวขึ้นมา ก่อนจะเบ้ปากให้ฉํนด้วยความหมั่นไส้“จริง ถ้าจะหว

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 3

    ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูจากด้านนอกปลุกฉันให้ตื่นขึ้นอย่างอดไม่ได้ด้วย สภาพที่ยังงัวเงียและแฮงค์ไม่หายจากเมื่อคืนดีนัก ฉันหันไปมองไอ้ร่างสูงที่นอนอยู่ข้างล่างเตียงแล้วเดินลงจากเตียงข้ามตัวเจ้าของห้องที่นอนกองอยู่กับพื้นไปอย่างโซซัดโซเซเพื่อไปเปิดประตูห้องให้คนด้านนอกได้เข้ามา“อ้าว! หนูของขวัญเองเหร

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 2

    “ไอเซนโตะ ใช่….ร้านนี้จริงๆ เหรอวะ? ที่หวานมันบอกว่าจะเลี้ยงเหล้าพวกเราอ่ะ” ของขวัญสาวสวยในชุดเสื้อกล้ามรัดรูปและกางเกงยีนส์ขาสั้นหันไปสะกิดเซนโตะที่เอาแต่ส่งสายตาหว่านเสน่ห์ผู้หญิงไปทั่วสาเหตุที่ถามเป็นเพราะเริ่มไม่แน่ใจ เธอไม่รู้ว่านี้คือร้านที่เพื่อนในกลุ่มนัดมาพบปะกันหรือเปล่า นอกจากนี้ยังเป็น

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 1

    10 years later...ขอให้พี่เซจิรักฉันนั้นคือคำอธิษฐานของของขวัญ หญิงสาววัยสิบแปดปี ที่ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน คำอธิษฐานของเธอก็ยังคงเป็นเช่นเดิมเสมอมา เธอหลงรักเซจิ พี่ชายของเพื่อนสนิทตัวเองมาตั้งแต่สมัยเด็กแล้ว และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เธอก็ยังรักเขาไม่มีเปลี่ยน แม้จะปิดบังความรู้สึกน

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทนำ

    Happy birthday to you… happy birthday to you ~ภายในบ้านหลังใหญ่ ใจกลางห้องโถงของตัวบ้านถูกตกแต่งไปด้วยลูกโป่งและของตกแต่งหลากสีสัน แต่เพียงชั่วพริบตา ไฟที่ส่องสว่างก็มืดดับลงไปเสียหมด เหลือเพียงแสงสว่างจากดวงเทียนเล็ก ๆ ที่กำลังเคลื่อนเข้ามา เพื่อให้เด็กหญิงหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มราวกับตุ๊กตาในวัย 8

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status