Share

บทที่ 16

last update Last Updated: 2026-02-03 03:55:07

“ก็กูจะใช้...”

“แต่ผมหยิบก่อน”

“กูจำเป็นต้องใช้ตอนนี้...เดี๋ยวผัดผักมันไหม้”

“ผมก็จำเป็นเหมือนกัน เดี๋ยวไข่ไหม้”

ฉันตื่นขึ้นเพราะเสียงเอะอะโวยวายดังไปทั่วบริเวณ แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่าพี่เซจิและคิรันกำลังเข้าครัวทำอาหารด้วยกันอยู่ ถึงแม้จะดูเหมือนคนกำลังจะเปิดศึกฆ่าแกงกันมากกว่าก็เถอะ

“ทำอะไรกัน?” ฉันเดินงัวเงียเข้ามาในห้องครัวเรียกความสนใจจากทั้งคู่ได้ทันควัน ก่อนจะจ้องมองสิ่งที่อยู่ในกะทะเริ่มเกรียมเข้าไปทุกที ฉันจึงต้องรีบเข้าไปคว้าตะหลิวในมือของคิรันออกมาถือไว้เอง ด้วยกลัวว่าทั้งคู่จะทำห้องฉันไฟลุกแทนที่จะได้นั่งทานข้าวกันอย่างปกติสุข

“ออกไปทั้งคู่เลย” ฉันชี้นิ้วไปทางโซนห้องนั่งเล่น ทั้งสองพากันคอตกแล้วเดินออกไปอย่างว่าง่าย ไม่นานอาหารก็ถูกยกออกมาตั้งวางไว้บนโต๊ะ

“แล้วเซนโตะล่ะคะ ไม่ได้มาด้วยกันเหรอ?” ฉันถามถึงเพื่อนสนิทตัวดี ที่ตอนนี้หายหน้าหายตาและส่งพี่ชายตัวเองมาคุมประพฤติฉันแทน

“ไปห้องแฟนแล้ว” พี่เซจิตอบพร้อมทำสีหน้าหน่าย ๆ ช่วงนี้ดูเหมือนเซนโตะจะติดแฟนสาวคนนี้มากเป็นพิเศษ หรือว่ามันจะเจอคนที่ใช่แล้วจริง ๆ นะ สงสัยต้องหาเวลาให้มันมานั่งชี้แจงสักหน่อยแล้ว

“อ่อ...” ฉันพยักหน้ารับทราบก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องนอนของตัวเองเพื่ออาบน้ำแต่งตัวและจัดการธุระให้เรียบร้อย หลังจากกลับออกมาก็พบว่าทั้งคู่กำลังยืนเถียงกันอีกตามเคย

“ส่งทัพพีมา กูจะตักข้าวให้ของขวัญเอง”

“ผมจับก่อน เดี๋ยวผมตักให้เอง” จากนั้นก็แย่งยื้อกันอยู่นาน

เฮ้อ...อยู่ ๆ ก็มีคนมาเอาอกเอาใจถึงสองคนได้ยังไงเนี่ยะของขวัญ...ฉันสบถในใจก่อนจะเดินตรงไปหาทั้งคู่แล้วคว้าทัพพีจากมือของคิรันมาถืออีกครั้ง

“เลิกตีกันได้แล้ว” ฉันว่าพลางใช้ทัพพีตักข้าวใส่จานให้แต่ละคนแล้วทั้งคู่ก็เดินไปนั่งที่โต๊ะทานอาหารอย่างเป็นระเบียบเหมือนเด็กอนุบาลไม่มีผิด

ก็อยากจะขำอยู่หรอกนะ แต่สถานการณ์แบบนี้ไม่น่าจะเหมาะ ฉันต้องทำตัวให้เคร่งขรึมเข้าไว้จึงจะคุมความประพฤติของทั้งคู่ได้อยู่หมัด ไม่อย่างนั้น ถ้าตีกันจนห้องฉันพังขึ้นมาจะแย่เอาได้

ทุกคนอยู่ในความสงบและนั่งลงทานข้าวด้วยกัน หลังจากทานเสร็จเรียบร้อย คิรันก็อาสาจะล้างจานให้ ซึ่งฉันก็ไม่ได้คัดค้าน ส่วนพี่เซจิก็ตามไปคอยช่วยคิรันอีกแรง

ฉันจ้องมองแผ่นหลังของทั้งคู่ด้วยความฉงน เป็นอะไรกันไปหมดนะ... ทุกคนทำตัวแปลกมาก คิรันจากที่ปกติวางตัวดีไม่วุ่นวายก็จะเอาชนะพี่เซจิให้ได้อยู่ตลอด แต่คนที่แปลกที่สุดก็คือพี่เซจิเนี่ยะแหละ เมื่อก่อนไม่เห็นจะมาใส่ใจเรื่องของฉันเลยสักนิด แต่ตอนนี้กลับต่างออกไป ถ้าจะมาคุมประพฤติกันจริงต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ?

“ถ้าอย่างนั้นเรากลับก่อนนะของขวัญ” คิรันบอกแล้วโบกมือลา “เดี๋ยวยังไงคืนนี้อาจจะแวะมา”

“ไม่ต้องมาหรอก คืนนี้ของขวัญไม่วาง”

“?” ไอคนที่เอ๊ะก็คือฉันเนี่ยะแหละ เพราะจำได้ว่าคืนนี้ตตารางของฉันก็ไม่ได้ติดธุระอะไรสักหน่อย แต่พี่เซจิก็ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติมไปมากกว่านี้

แต่ถึงอย่างนั้นคิรันก็ไม่ได้ถามซักไซ้แต่อย่างใด

“อ้าวเหรอ...ถ้าอย่างนั้น เจอกันที่คณะพรุ่งนี้นะของขวัญ” ว่าจบเขาก็หันมาโบกมือลาอีกครั้ง

“โอเค” ฉันโบกมือให้คิรันอีกครั้งก่อนที่เจ้าตัวจะเดินออกจากห้องไป สิ้นเสียงปิดประตูฉันก็หันมองอีกคนที่ยังยืนนิ่งไม่ไหวติง

“ไม่กลับเหรอคะ?”

“อ๋อ...เดี๋ยวก็จะไปแล้ว...” เขาพูดเสียงเบา แล้วชี้ไปที่ประตู “งั้นพี่ไปก่อนนะ”

ฉันพยักหน้ารับทราบแล้วมองตามแผ่นหลังของเขาที่หายวับไปหลังจากประตูปิดลง และแล้วภายในห้องก็กลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ฉันโหยหามาตั้งแต่เมื่อคืนวาน

แต่แล้วเสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง

[สอบวันไหน?] ถามแบบนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพี่เซจินั่นแหละ นี่ฉันเริ่มแปลกใจจริง ๆ แล้วนะเนี่ยะ ว่าเขาจะมาสนใจอะไรชีวิตของฉันนักหนา

[พรุ่งนี้ค่ะ] ตอบไปตามมารยาทหรอกนะ

[ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้ตอนเย็นทำตัวให้ว่างแล้วกันนะ]

[มีธุระอะไรเหรอคะ?]

[ก็ไม่ได้มีอะไรสำคัญหรอก แค่ทำตัวให้ว่างก็พอ]

ฉันส่งสติกเกอร์โอเคกลับไปเพียงเท่านั้น และหลังจากนั้นก็ไปนั่งอ่านหนังสือคนเดียวต่อ เมื่อถึงวันรุ่งขึ้น หลังจากสอบเสร็จฉันก็รู้สึกโล่งใจที่ทำข้อสอบได้ค่อนข้างเยอะพอสมควรจึงอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

“ของขวัญ มึงกลับเองได้ใช่ไหมวันนี้อะ กูต้องรีบไปหาแฟน”

“ค่ะ ว่าแต่...แฟนมึงนี่คนไหนวะ ไม่เห็นพามาเปิดตัวบ้าง”

“เออ ไว้ก่อน เดี๋ยววันเกิดกูจะพามาแนะนำทุกคนอย่างเป็นทางการ”

“จริงจังเลยดิ คนนี้?”

“เออ...ลูกสาวเพื่อนแม่อะ เจอกันตอนไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกันครั้งก่อน”

“รักแรกพบว่างั้น?” ฉันเอ่ยแซวมันก่อนจะพยักหน้ารับทราบข่าวคราวที่มันอุตส่าห์บอก ก็ดีแล้วล่ะที่คนอย่างมันร็จักเป็นฝั่งเป็นฝาสักที ตอนนี้ทุกคนในกลุ่มก็มีแฟนกันหมดแล้วเหลือแค่ฉันคนเดียว

ถึงว่าทำไมช่วงนี้เหงาจังเลยเรา...

ฉันโบกมือให้เซนโตะรีบไปก่อนจะเดินออกมารอรถตรงหน้ามหาลัย แต่ในขณะที่กำลังจะขึ้นรถประจำทางเพื่อกลับคอนโด รถหรูคันหนึ่งก็เข้ามาจอดเทียบตรงหน้าฉันพอดี

กระจกรถถูกเลื่อนลง ตามมาด้วยเสียงคุ้นเคยจากคนที่อยู่ในรถ “ขึ้นมาสิ”

“ขึ้นได้เหรอคะ?” ฉันมองคนตรงหน้าอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เพราะครั้งล่าสุดที่ขึ้นไปนั่งบนรถของเขา บรรยากาศค่อนข้างอึมครึมเป็นอย่างมาก

“บอกว่าให้ขึ้นมาไง” เนี่ยะ ชอบออกคำสั่งอีกแล้ว! และฉันก็ต้องรู้สึกเกร็งทุกครั้งที่เขาทำแบบนี้ แต่ก็นะ...เอาวะของขวัญ...ขึ้นก็ได้ แต่ก็แค่ไม่อยากให้เสียน้ำใจหรอกนะ -_-

“ค่ะ” ฉันจึงรีบก้าวขึ้นรถตามคำสั่งของพี่เซจิ เมื่อคาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อยแล้วฉันก็เอ่ยปากคนที่ควบคุมพวงมาลัยรถอีกครั้ง “จะพาน้องไปไหนเหรอคะ?”

“ดูหนัง”

“ห...ห๊ะ?”

@ M Cinema

ยังไม่ทันหายตกใจฉันก็มาโผล่ที่โรงภาพยนตร์เป็นที่เรียบร้อย เราสองคนมาหยุดยืนอยู่ตรงบอร์ดฉายโปรแกรมหนัง พี่เซจิกวาดสายตามองมันสักครู่ก่อนจะหันมองฉันอีกครั้ง

“พี่เซจิอยากดูหนังเรื่องไหนเหรอคะ? อาทิตย์นี้มีแต่หนังผีกับหนัง...รัก” ฉันถามพี่เซจิก่อนเพื่อเป็นการรักษามารยาท เพราะถึงยังไงเขาก็เป็นฝ่ายชวนมา เพราะฉะนั้นควรให้เขาเป็นฝ่ายได้เลือกก่อน

“เธออยากดูเรื่องไหนล่ะ” ถามแบบนี้คงจะตามใจกันสินะ

“หนังผีก็ได้ค่ะ หนังรักมันน่าเบื่อ มีแต่พวกคลั่งรัก...ไม่ได้เรื่องเลย” ฉันบอกไปก่อนจะเหลือบมองพี่เซจิที่อยู่ ๆสีหน้าก็ซีดเซียวขึ้นมาอย่างกะทันหัน “พี่เซจิคงไม่กลัวใช่มั้ยคะ” ยิ้มร้าย

กรี๊ด!

“ตัวเองดูท่าจะกลัวกว่าแท้ ๆ”

“กลัวแค่บางช่วงเฉย ๆ ค่ะ -0-” เพราะหนังผีเรื่องนี้มีจังหวะสะดุ้งบ่อยหรอก -//-

“หึหึ!” เขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ ทำเอาฉันแอบเสียเซลฟ์ไปเลย ปกติหนังผีมันก็ต้องมีฉากน่ากลัวอะไรแบบนี้อยู่แล้ว มันก็ต้องมีกลัวกันบ้างสิ -_-

“พี่ขำอะไร ไม่ตลกนะ -*-”

ฉันเผลอตีไหล่เขาเบา ๆ อย่างลืมตัว จนทำให้เขาหยุดหัวเราะแล้วหันมามองหน้าฉันแทน นี่ฉันทำอะไรไม่ถูกหรือเปล่านะ

“ขอโทษค่ะ...” ระหว่างที่เราสองคนมองหน้ากันและฉันกำลังคิดคำขอโทษดี ๆ ที่เผลอตีไหล่เขา แต่แล้วอยู่ ๆ เขาก็เอาแขนกั้นเบาะขึ้นแล้วขยับเข้ามาใกล้จนไหล่ของเราสองคนแนบชิดกัน

“แบบนี้คงหายกลัวบ้างนิดนึงแหละมั้ง” ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่สายตาก็ยังจับจ้องอยู่ที่จอฉายหนังอยู่ไม่ขาด

ตึกตัก-ตึกตัก

ขณะที่ฉันกำลังหันมองใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังจดจ่ออยู่กับหนัง หัวใจเจ้ากรรมก็เริ่มเต้นรัวขึ้นมาอีกครั้ง อาการแบบนี้มันเป็นสัญญาณอันตรายชัด ๆ เมื่อเป็นเช่นนั้น ฉันจึงรีบหันหน้ากลับไปมองจอฉายต่อทันที

อย่านะ...ของขวัญ...ไม่ได้นะ จะต้องให้ตัวเองช้ำใจเพราะคน ๆ นี้อีกกี่รอบถึงจะรู้จักจดจำใส่ใจสักที

‘ว่าแต่...ทำไมอยู่ ๆ ฉันก็รู้สึกอยากให้หนังเรื่องนี้มีสักยี่สิบสี่ชั่วโมงขึ้นมาเสียอย่างนั้นล่ะ...’

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 16

    “ก็กูจะใช้...”“แต่ผมหยิบก่อน”“กูจำเป็นต้องใช้ตอนนี้...เดี๋ยวผัดผักมันไหม้”“ผมก็จำเป็นเหมือนกัน เดี๋ยวไข่ไหม้”ฉันตื่นขึ้นเพราะเสียงเอะอะโวยวายดังไปทั่วบริเวณ แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่าพี่เซจิและคิรันกำลังเข้าครัวทำอาหารด้วยกันอยู่ ถึงแม้จะดูเหมือนคนกำลังจะเปิดศึกฆ่าแกงกันมากกว่าก็เถอะ“ทำอะไรกัน?” ฉันเดินงัวเงียเข้ามาในห้องครัวเรียกความสนใจจากทั้งคู่ได้ทันควัน ก่อนจะจ้องมองสิ่งที่อยู่ในกะทะเริ่มเกรียมเข้าไปทุกที ฉันจึงต้องรีบเข้าไปคว้าตะหลิวในมือของคิรันออกมาถือไว้เอง ด้วยกลัวว่าทั้งคู่จะทำห้องฉันไฟลุกแทนที่จะได้นั่งทานข้าวกันอย่างปกติสุข“ออกไปทั้งคู่เลย” ฉันชี้นิ้วไปทางโซนห้องนั่งเล่น ทั้งสองพากันคอตกแล้วเดินออกไปอย่างว่าง่าย ไม่นานอาหารก็ถูกยกออกมาตั้งวางไว้บนโต๊ะ“แล้วเซนโตะล่ะคะ ไม่ได้มาด้วยกันเหรอ?” ฉันถามถึงเพื่อนสนิทตัวดี ที่ตอนนี้หายหน้าหายตาและส่งพี่ชายตัวเองมาคุมประพฤติฉันแทน“ไปห้องแฟนแล้ว” พี่เซจิตอบพร้อมทำสีหน้าหน่าย ๆ ช่วงนี้ดูเหมือนเซนโตะจะติดแฟนสาวคนนี้มากเป็นพิเศษ หรือว่ามันจะเจอคนที่ใช่แล้วจริง ๆ นะ สงสัยต้องหาเวลาให้มันมานั่งชี้แจงสักหน่อยแล้ว“อ่อ...” ฉันพยักหน

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 15

    ถึงแม้จะรู้สึกสงสัยว่าใครกันที่เป็นคนซื้อของพวกนี้มาให้ แต่ฉันก็รู้สึกขอบคุณมากยิ่งกว่า ให้ตายเถอะของขวัญ ลืมเรื่องสำคัญแบบนี้ไปได้ยังไงกันว่าใกล้วันนั้นของเดือนแล้ว ควรจะพกผ้าอนามัยติดตัวเอาไว้เผื่อฉุกเฉินสิฉันกลับมาถึงห้องของตัวเองโดยสวัสดิภาพ ก่อนจะพบว่าเซนโตะยืนรออยู่หน้าห้อง สีหน้าดูเป็นกังวลใจอย่างไรอย่างนั้น เมื่อเห็นฉํนมันก็รีบเดินตรงเข้ามาหาทันที“มึง ไม่เป็นไรนะ”“อืม...” สงสัยหวานกับมิ้งเป็นคนบอก บังเอิญว่าฉันทักไปหาพวกมันพอดี จึงไม่แปลกที่เซนโตะจะรู้เรื่องนี้เข้า “กูไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่...กูสงสัยว่ะ ว่าใครซื้อผ้าอนามัยกับกระโปรงตัวใหม่มาให้กู”“เออเอาเหอะมึง เรื่องแบบนี้ช่างแม่งเหอะ” เซนโตะพูดเหมือนต้องการตัดจบเรื่องนี้“หรือมึงรู้ว่าใคร?” ฉันหรี่ตามองส่งสายตาจับผิดไปหามันทันที หรือว่า...ไม่หรอกมั้ง อย่างเขาคนนั้นจะมาใส่ใจฉันได้ยังไง“กู...จะไปรู้ได้ไงเล่า เลิกพูดถึงเรื่องร้าย ๆ เถอะของขวัญ มีคนช่วย...ก็ดีแล้ว”เซนโตะว่าพลางรอให้ฉันเปิดประตูเพื่อจะเดินเข้าไปในห้อง เอาอีกแล้ว สองพี่น้องนี่ชอบมาวุ่นวายที่ห้องฉันกันตลอดเลยก๊อก ก๊อกเพิ่งปิดประตูลงได้ไม่นานเสียงเคาะประตูก็ดั

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 14

    หลังจากวันนั้น พี่เซจิก็เริ่มทำตัวแปลกประหลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกเย็นหลังจากฉันกลับถึงคอนโดก็จะเห็นเขายืนอยู่ตรงหน้าห้องเป็นประจำ ไม่รู้ว่ามีธุระอะไรที่ห้องของฉันนักหนา วันนี้เองก็เช่นกัน“พอดี พี่มารอเซนโตะน่ะ...”“เซนโตะไปห้องแฟนค่ะ ไม่ได้อยู่กับน้อง” ฉันตอบกลับทันควันพลางเดินหลบเลี่ยงเขาเข้าไปในห้อง แต่พี่เซจิก็ยังไม่วายเดินตามเข้ามาในห้องจนได้“ก็นั่นแหละ...พี่มารอมันที่ห้องเธอไง เดี๋ยวมันกลับมา”“แล้วทำไมไม่ไปรอที่ห้องพี่ล่ะ ถ้าเซนโตะกลับมาก็ต้องกลับห้องพี่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”“ก็...เผื่อมันแวะห้องเธอก่อนไง”เอาเถอะ ฉันไม่อยากซักไซ้ไร่เรียงความอะไรให้มันมากมายนักหรอก เขาอยากจะอยู่ก็ให้อยู่ไปแล้วกัน แต่วันนี้ฉันมีธุระต้องออกไปอ่านหนังสือที่หอสมุดตามที่นัดกับคิรันเอาไว้เมื่ออาบน้ำเปลี่ยนจากชุดนักศึกษาเป็นชุดลำลองเรียบร้อยแล้ว ฉันก็หยิบกระเป๋าสะพายพร้อมกับไอแพดเพื่อเตรียมตัวออกไปอ่านหนังสือ แต่พอฉันก้าวพ้นประตูห้องนอน พี่เซจิก็รีบลุกขึ้นยืนทันที“ไปไหน?”“นัดเพื่อนอ่านหนังือเอาไว้ที่หอสมุดค่ะ”“ไปด้วย” ว่าพลางหยิบกุญแจรถของตัวเองแล้วเดินตามฉันออกมาจนถึงหน้าประตูห้อง“พี่จะไปทำไม น้

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 13

    “โอ๊ย! พี่เป็นอะไรเนี่ยะ!” ฉันร้องออกมาเพราะแรงเหวี่ยงจากพี่เซจิที่โยนร่างของฉันลงบนเบาะหลังรถ และฉันก็โวยวายขึ้นทันทีหลังจากที่เขาปล่อยให้ฉันเป็นอิสระ ก่อนที่ขายาวจะก้าวอ้อมไปทางประตูฝั่งคนขับแล้วเปิดขึ้นมานั่ง“ไม่ได้เป็นอะไรหนิ เธอนั่นแหละดื้อ บอกให้กลับด้วยกันก็ไม่ยอมกลับ ฉันก็เลยต้องทำแบบนี้” ว่าพลางจับพวงมาลัยรถแล้วขับออกมาจากร้านอาหาร“ก็น้องไม่อยากขัดจังหวะพี่อยู่กับแฟนหนิ” ฉันพูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกไปตามตรง ไม่รู้ว่ามันฟังดูเป็นการประชดหรือเปล่านะ แต่สำหรับฉันแล้วมันหมายความตามนั้นจริง ๆหลังจากฟังสิ่งที่ฉันชี้แจงแล้วพี่เซจิก็นิ่งเงียบเหมือนทุกครั้ง เขาไม่มีเหตุจำเป็นจะต้องชี้แจงเรื่องนี้กับฉันหรอก แต่บอกตามตรง ว่าฉันก็แอบหวังให้เขาปฏิเสธกลับมา ว่าผู้หญิงคนนั้นกับเขาไม่ใช่แฟนกัน แต่ก็ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับจากเขาบอกตามตรง เห็นแบบนี้แล้ว...ฉันจะตัดใจจากพี่เซจิขั้นเด็ดขาดแล้วล่ะ ทุกคนรอดูได้เลยไม่นานนักรถก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าร้านคาเฟ่แห่งหนึ่งแทนที่จะเป็นคอนโดของพวกเรา ฉันรีบหันมองเขาด้วยแววตาฉงนสงสัย แต่ในขณะที่กำลังจะเอ่ยปากถาม เขาก็เปิดปากอธิบายขึ้นก่อนแล้ว“ฉันอยากกินของหวานน่ะ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 12

    “มึง นั่นพี่เซจิป่าววะ” น้ำหวานที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พูดขึ้น บังเอิญว่าเป็นทิศที่หันหน้าเขาหาเขาพอดี น้ำหวานจึงต้องเห็นเป็นธรรมดาอยู่แล้ว และหลังจากได้ยินแบบนั้นทุกคนก็พากันหันไปมอง แต่ก็ไม่ได้พรวดพราดหันไปหรอกนะ เพราะกลุ่มเพื่อนของฉันมีวิธีหันอย่างแนบเนียนอยู่แล้ว“เออว่ะ ใช่จริงด้วย ว่าแต่พี่เขาเปลี่ยนคนควงอีกแล้วเหรอวะ”ฉันปรายตามองเขาอีกครั้งก่อนจะเห็นท่าทางยิ้มแย้มรวมถึงสายตาที่เขาใช้มองผู้หญิงคนนั้น มันช่าง...อบอุ่นเหลือเกิน เป็นสายตาที่ฉันคงไม่มีวันได้รับจากเขา“ของขวัญ มึงจะกินอะไรเนี่ยะ กูเรียกหลายรอบแล้วนะ”“อ๋อ...เอาตามมึงละกัน” ฉันบอกกล่าวหลังจากเรียกสติคืนมาได้“เออ จะได้รีบสั่ง หิวกันจะตายแล้ว”“เห้ย นั่นคิรัน เดือนคณะมึงป้ะของขวัญ” มิ้งส่งสายตาไปยังทิศสิบสิงนาฬิกาข้างหลังของฉัน ก่อนที่พวกเราจะค่อย ๆ ลอบมองอย่างแนบเนียนแล้วหันกลับมาพูดจาชุมนุมกันอีกครั้ง“เออว่ะ” ว่าจบ พวกมันก็ส่งสายตามาทางฉันอย่างมีเล่ศ์นัย อะไรกันอีกล่ะเนี่ยะ“อะแฮ่ม...ของขวัญ...”“?”“ฉันว่าคิรันมองเธออยู่นะ”“บ้าหน่า เขาอาจจะแค่ตกใจที่พวกเราแห่กันหันไปมองก็ได้” ฉันว่าพลางยกแก้วน้ำขึ้นจิบเป็นการเลี่ยงบทสน

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 11

    “วันนี้ดูอารมณ์ดีเนอะมึงอ่ะ” เซ็นโตะนั่งท้าวคางมองฉันที่กำลังหั่นผักเตรียมทำอาหารอยู่ในห้องของมัน“ยังไงวะ กูก็ยิ้มแบบนี้ทุกวันมั้ยล่ะ”“ไม่อ่ะ กูรู้สึกว่าวันนี้มึงยิ้มมากกว่าปกติ เหมือน....”“เหมือนอะไร?”“...คนบ้า”“ไอ้%#@$%$” ฉันบ่นมันอุบอิบแล้วจัดการทำกับข้าวของตัวเองต่อไป โดยสายตาเจ้ากรรมก็ยังไม่วายเหลือบมองพี่เซจิอยู่ตลอด พี่เซจิที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ด้วย สงสัยช่วงนี้สอบถี่ เพราะตั้งแต่มาถึงที่ห้องฉันก็เห็นเขาก้มหน้าอ่านหนังสืออยู่ตลอดเวลาแต่ในวันนี้เขาดูเงียบลงกว่าเมื่อคืนเยอะเลย ไม่แม้แต่จะทักทายอะไรฉันด้วยซ้ำ ออกมาจากห้องนอนตัวเองได้ก็อ่านหนังสืออยู่ในท่านั้น ทั้งห้องจึงมีเพียงเสียงของฉันและเซ็นโตะที่พูดคุยตอบโต้กันไปมา“เอ้า! เสร็จแล้ว!” ฉันยกแกงจืดเต้าหู้หมูสับกับผัดผักมาวางไว้ที่โต๊ะกินข้าวและนั่งรอเซ็นโตะที่กำลังเดินไปตักข้าวมา ตามหน้าที่ที่ตกลงกันเอาไว้ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว แต่เผลอแปบเดียวพี่เซจิก็หายไปจากโต๊ะอ่านหนังสือเสียอย่างนั้น อาจจะเข้าไปนอนในห้องแล้วล่ะมั้ง แต่แล้วก็เหมือนว่าฉันจะคิดผิด เมื่อร่างสูงที่ฉันกำลังนึกถึงอยู่นั้น เดินออกมาจากห้องนอนของต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status