Share

บทที่ 16

last update Tanggal publikasi: 2026-02-03 03:55:07

“ก็กูจะใช้...”

“แต่ผมหยิบก่อน”

“กูจำเป็นต้องใช้ตอนนี้...เดี๋ยวผัดผักมันไหม้”

“ผมก็จำเป็นเหมือนกัน เดี๋ยวไข่ไหม้”

ฉันตื่นขึ้นเพราะเสียงเอะอะโวยวายดังไปทั่วบริเวณ แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่าพี่เซจิและคิรันกำลังเข้าครัวทำอาหารด้วยกันอยู่ ถึงแม้จะดูเหมือนคนกำลังจะเปิดศึกฆ่าแกงกันมากกว่าก็เถอะ

“ทำอะไรกัน?” ฉันเดินงัวเงียเข้ามาในห้องครัวเรียกความสนใจจากทั้งคู่ได้ทันควัน ก่อนจะจ้องมองสิ่งที่อยู่ในกะทะเริ่มเกรียมเข้าไปทุกที ฉันจึงต้องรีบเข้าไปคว้าตะหลิวในมือของคิรันออกมาถือไว้เอง ด้วยกลัวว่าทั้งคู่จะทำห้องฉันไฟลุกแทนที่จะได้นั่งทานข้าวกันอย่างปกติสุข

“ออกไปทั้งคู่เลย” ฉันชี้นิ้วไปทางโซนห้องนั่งเล่น ทั้งสองพากันคอตกแล้วเดินออกไปอย่างว่าง่าย ไม่นานอาหารก็ถูกยกออกมาตั้งวางไว้บนโต๊ะ

“แล้วเซนโตะล่ะคะ ไม่ได้มาด้วยกันเหรอ?” ฉันถามถึงเพื่อนสนิทตัวดี ที่ตอนนี้หายหน้าหายตาและส่งพี่ชายตัวเองมาคุมประพฤติฉันแทน

“ไปห้องแฟนแล้ว” พี่เซจิตอบพร้อมทำสีหน้าหน่าย ๆ ช่วงนี้ดูเหมือนเซนโตะจะติดแฟนสาวคนนี้มากเป็นพิเศษ หรือว่ามันจะเจอคนที่ใช่แล้วจริง ๆ นะ สงสัยต้องหาเวลาให้มันมานั่งชี้แจงสักหน่อยแล้ว

“อ่อ...” ฉันพยักหน้ารับทราบก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องนอนของตัวเองเพื่ออาบน้ำแต่งตัวและจัดการธุระให้เรียบร้อย หลังจากกลับออกมาก็พบว่าทั้งคู่กำลังยืนเถียงกันอีกตามเคย

“ส่งทัพพีมา กูจะตักข้าวให้ของขวัญเอง”

“ผมจับก่อน เดี๋ยวผมตักให้เอง” จากนั้นก็แย่งยื้อกันอยู่นาน

เฮ้อ...อยู่ ๆ ก็มีคนมาเอาอกเอาใจถึงสองคนได้ยังไงเนี่ยะของขวัญ...ฉันสบถในใจก่อนจะเดินตรงไปหาทั้งคู่แล้วคว้าทัพพีจากมือของคิรันมาถืออีกครั้ง

“เลิกตีกันได้แล้ว” ฉันว่าพลางใช้ทัพพีตักข้าวใส่จานให้แต่ละคนแล้วทั้งคู่ก็เดินไปนั่งที่โต๊ะทานอาหารอย่างเป็นระเบียบเหมือนเด็กอนุบาลไม่มีผิด

ก็อยากจะขำอยู่หรอกนะ แต่สถานการณ์แบบนี้ไม่น่าจะเหมาะ ฉันต้องทำตัวให้เคร่งขรึมเข้าไว้จึงจะคุมความประพฤติของทั้งคู่ได้อยู่หมัด ไม่อย่างนั้น ถ้าตีกันจนห้องฉันพังขึ้นมาจะแย่เอาได้

ทุกคนอยู่ในความสงบและนั่งลงทานข้าวด้วยกัน หลังจากทานเสร็จเรียบร้อย คิรันก็อาสาจะล้างจานให้ ซึ่งฉันก็ไม่ได้คัดค้าน ส่วนพี่เซจิก็ตามไปคอยช่วยคิรันอีกแรง

ฉันจ้องมองแผ่นหลังของทั้งคู่ด้วยความฉงน เป็นอะไรกันไปหมดนะ... ทุกคนทำตัวแปลกมาก คิรันจากที่ปกติวางตัวดีไม่วุ่นวายก็จะเอาชนะพี่เซจิให้ได้อยู่ตลอด แต่คนที่แปลกที่สุดก็คือพี่เซจิเนี่ยะแหละ เมื่อก่อนไม่เห็นจะมาใส่ใจเรื่องของฉันเลยสักนิด แต่ตอนนี้กลับต่างออกไป ถ้าจะมาคุมประพฤติกันจริงต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ?

“ถ้าอย่างนั้นเรากลับก่อนนะของขวัญ” คิรันบอกแล้วโบกมือลา “เดี๋ยวยังไงคืนนี้อาจจะแวะมา”

“ไม่ต้องมาหรอก คืนนี้ของขวัญไม่วาง”

“?” ไอคนที่เอ๊ะก็คือฉันเนี่ยะแหละ เพราะจำได้ว่าคืนนี้ตตารางของฉันก็ไม่ได้ติดธุระอะไรสักหน่อย แต่พี่เซจิก็ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติมไปมากกว่านี้

แต่ถึงอย่างนั้นคิรันก็ไม่ได้ถามซักไซ้แต่อย่างใด

“อ้าวเหรอ...ถ้าอย่างนั้น เจอกันที่คณะพรุ่งนี้นะของขวัญ” ว่าจบเขาก็หันมาโบกมือลาอีกครั้ง

“โอเค” ฉันโบกมือให้คิรันอีกครั้งก่อนที่เจ้าตัวจะเดินออกจากห้องไป สิ้นเสียงปิดประตูฉันก็หันมองอีกคนที่ยังยืนนิ่งไม่ไหวติง

“ไม่กลับเหรอคะ?”

“อ๋อ...เดี๋ยวก็จะไปแล้ว...” เขาพูดเสียงเบา แล้วชี้ไปที่ประตู “งั้นพี่ไปก่อนนะ”

ฉันพยักหน้ารับทราบแล้วมองตามแผ่นหลังของเขาที่หายวับไปหลังจากประตูปิดลง และแล้วภายในห้องก็กลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ฉันโหยหามาตั้งแต่เมื่อคืนวาน

แต่แล้วเสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง

[สอบวันไหน?] ถามแบบนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพี่เซจินั่นแหละ นี่ฉันเริ่มแปลกใจจริง ๆ แล้วนะเนี่ยะ ว่าเขาจะมาสนใจอะไรชีวิตของฉันนักหนา

[พรุ่งนี้ค่ะ] ตอบไปตามมารยาทหรอกนะ

[ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้ตอนเย็นทำตัวให้ว่างแล้วกันนะ]

[มีธุระอะไรเหรอคะ?]

[ก็ไม่ได้มีอะไรสำคัญหรอก แค่ทำตัวให้ว่างก็พอ]

ฉันส่งสติกเกอร์โอเคกลับไปเพียงเท่านั้น และหลังจากนั้นก็ไปนั่งอ่านหนังสือคนเดียวต่อ เมื่อถึงวันรุ่งขึ้น หลังจากสอบเสร็จฉันก็รู้สึกโล่งใจที่ทำข้อสอบได้ค่อนข้างเยอะพอสมควรจึงอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

“ของขวัญ มึงกลับเองได้ใช่ไหมวันนี้อะ กูต้องรีบไปหาแฟน”

“ค่ะ ว่าแต่...แฟนมึงนี่คนไหนวะ ไม่เห็นพามาเปิดตัวบ้าง”

“เออ ไว้ก่อน เดี๋ยววันเกิดกูจะพามาแนะนำทุกคนอย่างเป็นทางการ”

“จริงจังเลยดิ คนนี้?”

“เออ...ลูกสาวเพื่อนแม่อะ เจอกันตอนไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกันครั้งก่อน”

“รักแรกพบว่างั้น?” ฉันเอ่ยแซวมันก่อนจะพยักหน้ารับทราบข่าวคราวที่มันอุตส่าห์บอก ก็ดีแล้วล่ะที่คนอย่างมันร็จักเป็นฝั่งเป็นฝาสักที ตอนนี้ทุกคนในกลุ่มก็มีแฟนกันหมดแล้วเหลือแค่ฉันคนเดียว

ถึงว่าทำไมช่วงนี้เหงาจังเลยเรา...

ฉันโบกมือให้เซนโตะรีบไปก่อนจะเดินออกมารอรถตรงหน้ามหาลัย แต่ในขณะที่กำลังจะขึ้นรถประจำทางเพื่อกลับคอนโด รถหรูคันหนึ่งก็เข้ามาจอดเทียบตรงหน้าฉันพอดี

กระจกรถถูกเลื่อนลง ตามมาด้วยเสียงคุ้นเคยจากคนที่อยู่ในรถ “ขึ้นมาสิ”

“ขึ้นได้เหรอคะ?” ฉันมองคนตรงหน้าอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เพราะครั้งล่าสุดที่ขึ้นไปนั่งบนรถของเขา บรรยากาศค่อนข้างอึมครึมเป็นอย่างมาก

“บอกว่าให้ขึ้นมาไง” เนี่ยะ ชอบออกคำสั่งอีกแล้ว! และฉันก็ต้องรู้สึกเกร็งทุกครั้งที่เขาทำแบบนี้ แต่ก็นะ...เอาวะของขวัญ...ขึ้นก็ได้ แต่ก็แค่ไม่อยากให้เสียน้ำใจหรอกนะ -_-

“ค่ะ” ฉันจึงรีบก้าวขึ้นรถตามคำสั่งของพี่เซจิ เมื่อคาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อยแล้วฉันก็เอ่ยปากคนที่ควบคุมพวงมาลัยรถอีกครั้ง “จะพาน้องไปไหนเหรอคะ?”

“ดูหนัง”

“ห...ห๊ะ?”

@ M Cinema

ยังไม่ทันหายตกใจฉันก็มาโผล่ที่โรงภาพยนตร์เป็นที่เรียบร้อย เราสองคนมาหยุดยืนอยู่ตรงบอร์ดฉายโปรแกรมหนัง พี่เซจิกวาดสายตามองมันสักครู่ก่อนจะหันมองฉันอีกครั้ง

“พี่เซจิอยากดูหนังเรื่องไหนเหรอคะ? อาทิตย์นี้มีแต่หนังผีกับหนัง...รัก” ฉันถามพี่เซจิก่อนเพื่อเป็นการรักษามารยาท เพราะถึงยังไงเขาก็เป็นฝ่ายชวนมา เพราะฉะนั้นควรให้เขาเป็นฝ่ายได้เลือกก่อน

“เธออยากดูเรื่องไหนล่ะ” ถามแบบนี้คงจะตามใจกันสินะ

“หนังผีก็ได้ค่ะ หนังรักมันน่าเบื่อ มีแต่พวกคลั่งรัก...ไม่ได้เรื่องเลย” ฉันบอกไปก่อนจะเหลือบมองพี่เซจิที่อยู่ ๆสีหน้าก็ซีดเซียวขึ้นมาอย่างกะทันหัน “พี่เซจิคงไม่กลัวใช่มั้ยคะ” ยิ้มร้าย

กรี๊ด!

“ตัวเองดูท่าจะกลัวกว่าแท้ ๆ”

“กลัวแค่บางช่วงเฉย ๆ ค่ะ -0-” เพราะหนังผีเรื่องนี้มีจังหวะสะดุ้งบ่อยหรอก -//-

“หึหึ!” เขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ ทำเอาฉันแอบเสียเซลฟ์ไปเลย ปกติหนังผีมันก็ต้องมีฉากน่ากลัวอะไรแบบนี้อยู่แล้ว มันก็ต้องมีกลัวกันบ้างสิ -_-

“พี่ขำอะไร ไม่ตลกนะ -*-”

ฉันเผลอตีไหล่เขาเบา ๆ อย่างลืมตัว จนทำให้เขาหยุดหัวเราะแล้วหันมามองหน้าฉันแทน นี่ฉันทำอะไรไม่ถูกหรือเปล่านะ

“ขอโทษค่ะ...” ระหว่างที่เราสองคนมองหน้ากันและฉันกำลังคิดคำขอโทษดี ๆ ที่เผลอตีไหล่เขา แต่แล้วอยู่ ๆ เขาก็เอาแขนกั้นเบาะขึ้นแล้วขยับเข้ามาใกล้จนไหล่ของเราสองคนแนบชิดกัน

“แบบนี้คงหายกลัวบ้างนิดนึงแหละมั้ง” ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่สายตาก็ยังจับจ้องอยู่ที่จอฉายหนังอยู่ไม่ขาด

ตึกตัก-ตึกตัก

ขณะที่ฉันกำลังหันมองใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังจดจ่ออยู่กับหนัง หัวใจเจ้ากรรมก็เริ่มเต้นรัวขึ้นมาอีกครั้ง อาการแบบนี้มันเป็นสัญญาณอันตรายชัด ๆ เมื่อเป็นเช่นนั้น ฉันจึงรีบหันหน้ากลับไปมองจอฉายต่อทันที

อย่านะ...ของขวัญ...ไม่ได้นะ จะต้องให้ตัวเองช้ำใจเพราะคน ๆ นี้อีกกี่รอบถึงจะรู้จักจดจำใส่ใจสักที

‘ว่าแต่...ทำไมอยู่ ๆ ฉันก็รู้สึกอยากให้หนังเรื่องนี้มีสักยี่สิบสี่ชั่วโมงขึ้นมาเสียอย่างนั้นล่ะ...’

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 30

    ไม่หนาวอย่างที่คิดนี่นา ฮ่าๆๆ ฉันทำปากเก่งไปอย่างนั้นแหละ เป็นเพราะได้เสื้อโค้ทกับผ้าพันคอรวมถึงถุงเท้าที่พี่เซจิเตรียมมา จึงช่วยให้ความอบอุ่นกับฉันได้พอสมควร ทำดีก็เป็นเหมือนกันนะเราเนี่ยะฉันแอบมองเขาจากทางด้านหลัง เพราะตอนนี้พี่เซจิกำลังนั่งอยู่ตรงเบาะข้างหน้าพร้อมกับคุณอา มาซาชิ เพื่อพูดคุยเรื่องที่จะต้องไปพบปะทีมผู้บริหารโรงพยาบาลในอีกสองวันข้างหน้าใช้เวลาเกือบชั่วโมงก็มาถึงบ้านตระกูลทากาฮาชิที่ญี่ปุ่น ฉันว่าบ้านที่ไทยก็ใหญ่มากแล้วนะ แต่พอเป็นบ้านที่ญี่ปุ่นแล้วที่ไทยกลับเทียบไม่ติดเลยเนี่ยะสิ แบบนี้ต้องเรียกว่าคฤหาสน์มากกว่าบ้านแล้ว“ของขวัญเคยใส่กิโมโนไหมลูก” คุณอามาซาชิหันมาพูดกับฉันระหว่างทางที่พวกเรากำลังเดินเข้าไปในตัวบ้าน“ไม่เคยค่ะ” ฉันส่ายศีรษะด้วยความงุนงง คงจะเคยแหละ หน้าอย่างฉันคงจะซื้อกิโมโนมาใส่เดินเล่นที่ประเทศไทยอยู่หรอก -_-“เดี๋ยววันนี้อาจะให้ช่างตัดผ้าเข้ามาวัดตัวให้ เป็นชุดที่ต้องใส่ไหว้บรรพบุรุษในวันสุดสัปดาห์นี้ หนูแพทเองก็ด้วยนะ”“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ฉันและแพทพยักหน้ารับทราบแล้วกล่าวขอบคุณ นี่พวกฉันต้องไปร่วมพิธีอะไรกับพวกเขาด้วยอย่างนั้นเหรอ คิดว่าจะเป็นพิธีเฉพ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 29

    “ไม่เอา ของขวัญไม่อยากไป…” ฉันกอดอกยืนหันหลังให้พ่อกับแม่ที่เข้ามาเจรจาว่าจะให้ฉันไปญี่ปุ่นกับครอบครัวของพี่เซจิ พร้อมทั้งให้เหตุผลว่าจะให้ลองไปดูงานในโรงพยาบาลถ้าฉันไปก็หลบหน้าเขาต่อไม่ได้น่ะสิ บอกตามตรง ตั้งแต่เรื่องวันนั้นฉันก็ยังงอนเขาอยู่ อย่าคิดว่าของขวัญคนนี้จะยอมยกโทษให้ง่าย ๆ นะ!“แต่แม่ตอบตกลงกับอาน้ำไปแล้วนะ ทริปนี้เซนโตะก็ไปด้วยกัน ปกติเห็นตัวติดกันตลอดไม่ใช่เหรอ”“ตอนนี้ไม่ติดแล้วค่ะ เซนโตะมันติดเมียมันนู่น” ดูท่าคงจะพกเมียติดไปด้วยแน่ ๆ และฉันก็คงต้องไปอยู่ที่นู่นอย่างโดดเดี่ยว เพราะจะให้ไปอยู่กับพี่เซจิฉันก็ไม่เอาหรอก!“นี่อย่าบอกนะว่าครั้งก่อนที่เราพูดว่าอกหัก…” พ่อเปรยขึ้นมาพลางยกมือขึ้นชี้นิ้วมาทางฉัน อย่าได้คิดเรื่องแบบนั้นเชียว...“?”“เพราะเซนโตะมีแฟนเหรอ?” พ่อถามออกมาตามตรง ส่วนแม่เองก็รอคำตอบเรื่องนี้เหมือนกัน นั่นไง! ว่าแล้วเชียว!“โอ๊ยยยย ไม่ใช่ค่ะ ไอ้นี่น่ะ ปล่อยมันไปมีเมียก็ดีแล้ว คนเขาจะได้เลิกเข้าใจผิดว่ามันเป็นแฟนหนูสักที” ฉันบ่นลับหลัง เพราะหลายปีที่ผ่านมานี้ ยอมรับตามตรงที่ฉันโสดก้เป็นเพราะมันส่วนหนึ่งด้วย แต่ฉันก็ไม่อยากจะโทษมันมากนักหรอก เพราะสาเหตุห

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 28

    “หลับสบายจังเลยนะเมื่อคืนนี้” ว่าพลางบิดขี้เกียจแล้วยกยิ้มสดใส ต่างจากอีกคนที่ทำหน้ามุ่ยไม่รับบุญตั้งแต่เช้า“คนเจ้าเล่ห์”“เจ้าเล่ห์ตรงไหนกัน เธอหล่นมาหาพี่เองนะ”“พี่นั่นแหละดึงน้องลงไป” เธอจำความรู้สึกนั้นได้แม่น ว่าเหมือนมีคนดึงลงไปจนทำให้ตัวเองตกเตียงแล้วหลังจากนั้นทั้งสองก็ถกเถียงเรื่องนี้กันตลอดทั้งเช้า วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ของขวัญซซึ่งเป็นนักศึกษาแพทย์ปีหนึ่งจึงไม่มีธุระจำเป็นที่จะต้องเข้ามหาลัย แต่สำหรับเซจิที่เป็นนักศึกษาแพทย์ปีที่สาม เขาต้องไปเข้าแล็ปส่งกล้องวิชาพยาธิวิทยา ที่นัดติวกับเพื่อนในรุ่นเอาไว้“ไปแต่งตัวซะ เดี๋ยวพี่ลงมารับ” ว่าจบเขาก็เดินออกจากห้องไปทิ้งให้ฉันงุนงง รับไปไหน วันนี้วันอาทิตย์ไม่ใช่เหรอ (. .)?หรือว่าจะพาไปเดทกันนะ -///- บ้าบอ คิดอะไรเพ้อเจ้อนะของขวัญ...แต่ก็เอาเถอะ อาบน้ำแต่งตัวรอก็ได้ ในตอนแรกฉันก็แอบหวังว่าเขาจะพาไปที่ที่น่าสนใจ แต่เมื่อรู้ตัวอีกทีก็มาโผล่อยู่ในคณะเป็นที่เรียบร้อยวันหยุดยังจะพามาที่นี่อีก แต่ไม่เป็นไร ฉันพอจะให้อภัยได้เพราะตัวเองได้อยู่ข้างเขาเนี่ยะแหละ -///-“อ้าว เซจิ เข้ามาสิ” เพื่อนร่วมรุ่นของพี่เซจิทักทายแล้วเชื้อเชิญให้เขา

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 27

    กลับจากคุยเรื่องหัวใจกับพี่เซจิแล้ว พวกมิ้งและน้ำหวานก็ชวนฉันออกไปเที่ยวฉลองที่ร้านประจำ เนื่องในโอกาสที่คิรันได้แชมป์ และใช่ค่ะ พวกมันชวนดาวเด่นอย่างคิรันลับหลังฉันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะมาชวนฉันเสียอีก และถ้าฉันไม่ไปก็คงเสียมารยาทมากแน่นอนของขวัญคนนี้จึงต้องแต่งตัวออกมาข้างนอกอีกครั้ง ทั้งที่บอกฝันดีพี่เซจิเรียบร้อยแล้ว ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยแฮะของขวัญ“ทางนี้คิรัน” มิ้งโบกมือเรียก ก่อนจะเว้นที่ว่างข้าง ๆ ฉันเอาไว้เพื่อให้คิรันได้เดินมานั่งอย่างรู้งาน -_-คิรันเดินเข้ามาพร้อมกับชุดลำลองที่ฉันไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก เพราะส่วนใหญ่เจอกัแต่นที่มหาลัยจึงคุ้นตาเขาในคาบชุดนักศึกษาเสียมากกว่า แต่ตอนนี้เขาก็แค่เปลี่ยนไปใส่เสื้อยืดสีขาวแทนเสื้อเชิ้ตเท่านั้น ส่วนกางเกงเป็นกางเกงแสล็คเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกสะกดสายตาได้ขนาดนี้นะ หรืออาจเป็นเพราะใบหน้าที่หล่อเหลาเกินมนุษย์ของเขาล่ะแต่ฉันว่าเลิกพรรณนาถึงรูปร่างหน้าตาของเขาเถอะ เพราะถึงหล่อแค่ไหนคนในใจของฉันก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ก็คือพี่เซจินั่นแหละพูดถึงพี่เซจิแล้วก็ทำให้ฉันถึงเรื่องที่เราตกลงคุยกัน บอกตามตรงฉันก็รู้สึกว่าตั

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 26

    พี่เซจิพามาถึงจุดหมาย ซึ่งเป็นสวนหย่อมที่ผู้คนต่างมาเดินเล่นพักผ่อนกันเป็นคู่ ในช่วงยามเย็นแบบนี้ ดวงอาทิตย์กับลังลับขอบฟ้า แสงอาทิตย์กำลังอบอุ่นได้ที่เลยทีเดียวแต่ก็อบอุ่นหัวใจได้เพียงบรรยากาศเท่านั้น เพราะตอนนี้ฉันรู้สึกว่ากำลังมีบางอย่างที่หนักอึ้งอยู่ภายในใจ บอกตามตรง ฉันไม่พร้อมจะเผชิญหน้าเขาเลย อยากจะหนีไปให้พ้นเสียด้วยซ้ำ แต่อีกใจก็อยากรู้ว่าเขาอยากจะพูดเรื่องอะไรหรือว่าพี่เซจิจะพาฉันมาคุยเรื่องที่ฉันสารภาพออกไปวันนั้น และเรียกมาปฏิเสธกันนะ...ไม่เอาอะ ของขวัญไม่อยากฟังคำนั้น...ฉันควรจะวิ่งหนีไปให้ไกลสิ แต่มานึกขึ้นได้ตอนนี้ก็สายไปแล้วล่ะของขวัญพี่เซจิมายืนอยู่ตรงหน้าฉัน แววตาของเขาดูจริงจังประกอบกับความลึกลับซึ่งทำให้ฉันไม่สามารถอ่านได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เขายืนนิ่งเงียบอยู่สักครู่ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ราวกับว่าเขากำลังรวบรวมความกล้าที่จะพูดอะไรบางอย่าง"มีเรื่องอะไรจะคุยเหรอคะ?" ฉันตัดสินใจเปิดปากถามออกไปตรง ๆ เพราะต้องการรีบตัดความอึดอัดใจนี้ทิ้ง เอาเลย ของขวัญพร้อมแล้ว จะปฏิเสธก็บอกมาตามตรงเลยสิ!พี่เซจินิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 25

    และแล้ววันเสาร์ก็มาถึง ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ฉันพยายามหลบหน้าพี่เซจิอยู่ตลอด โธ่เอ๊ย ของขวัญ เรื่องบนรถวันนั้นน่าอายชะมัด พูดออกไปได้ยังไงกัน -///- และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็จะรู้ตัวว่าฉันพยายามหลบหน้า จึงไม่โผล่มาให้ฉันเห็นเหมือนกันแต่บอกตามตรง...อีกความรู้สึกหนึ่งฉันก็แอบน้อยใจเหมือนกันนะ เขาไม่พยายามที่จะมาเจอกันเลยอย่างนั้นสิขณะที่ภายในสมองกำลังครุ่นคิดเรื่องว้าวุ่นใจอยู่นั้น ขาของฉันก็ก้าวขึ้นไปบนแท่นอัฒจันทร์ที่อยู่ข้างสระว่ายน้ำเพื่อจับจองที่นั่งเข้าชมการแข่งขัน ใช่แล้ว วันนี้ฉันมาเชียร์คิรันแข่งขันกีฬาเฟรชชี่ แต่ไม่ได้มาคนเดียวหรอกนะ เพราะกลุ่มเพื่อนของฉัน พวกมิ้งและน้ำหวานก็มาด้วยเหมือนกันเมื่อถึงเวลาแข่งขัน ฉันก็รีบนำป้ายที่อุตส่าห์ตัดแปะสติ๊กเกอร์อย่างประณีตออกมา“คิรัน!” ฉันตะโกนเรียกเขาที่กำลังยืนอยู่ข้างสระเพื่อเตรียมตัวแข่งขัน หลังจากเขาหันมามองฉันก็รีบยกป้ายที่เขียนเอาไว้ว่า ‘สู้เขานะคิรัน’ ขึ้นมาโบกทันทีที่คิรันอ่านป้ายนั้นจบเขาก็ยกยิ้มแล้วโบกมือมาให้ฉันอย่างรับทราบ“แหม มึง เหมือนผัวเมียมาเชียร์กันเลยนะ” มิ้งเอ่ยแซวขึ้นมา ก่อนจะเบ้ปากให้ฉํนด้วยความหมั่นไส้“จริง ถ้าจะหว

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 7

    @Seiji Talkไม่คิดเลยว่าจะเจอกันที่นี่ได้!ผมเหลืออบตามองไปเห็นเพื่อนสนิทของน้องชายตัวเองที่ดูเหมือนจะแอบมาเที่ยวกับผู้ชายคนอื่น แถมวันนี้ยังไม่มีเพื่อนในกลุ่มด้วยเลย เว้นแต่คนชือน้ำหวาน ซึ่งพวกเธอเป็นผู้หญิงเพียงแค่สองคนในกลุ่มนั้น พนันได้เลยว่าไอ้เซ็นโตะน้องชายของผมจะต้องไม่รู้แน่นอน ว่าเพื่อนสนิ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 6

    @CLUB JBแล้วในที่สุดฉันก็มาที่ผับเดิมอีกจนได้ แต่โชคร้ายหน่อยที่ลากหวานมาได้แค่คนเดียว เพราะพี่ไอเท็มแฟนมันก็มาที่ร้านนี้ด้วยเหมือนกัน ซึ่งพี่ไอเท็มเองก็เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับพี่เซจิด้วย นั่นหมายความว่าพี่เซจิก็อยู่ที่ร้านนี้ด้วยเหมือนกัน แต่ว่าโต๊ะของเขาห่างจากโต๊ะของฉันพอสมควร แต่ด้วยสกิลของฉัน

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 5

    หลายเดือนมานี้ ฉันเฝ้าอ่านหนังสืออยู่ตลอดเวลา เพื่อหวังจะสอบเข้ามหาลัยและคณะเดียวกับพี่เซจิให้ได้ จึงไม่ค่อยได้ออกไปเที่ยวเล่นเหมือนแต่ก่อนแล้ว พ่อและแม่เห็นถึงความตั้งใจของฉันก็คอยช่วยสนับสนุนอยู่ไม่ห่าง“วันนี้หนูจะออกไปอ่านหนังสือที่คาเฟ่นะคะ” ฉันเดินลงบันไดมาจากชั้นสองของตัวบ้าน แต่งกายด้วยชุดเ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 4

    @ห้างC“ไอ้เซน! พี่เซจินัดกี่โมงเนี่ย?”“มันบอกกูว่าบ่ายสองนะ”“นี่ก็บ่ายสองครึ่งแล้วนะ กูว่าพวกเรากลับกันเถอะ พี่เซจิคงไม่มาแล้วล่ะ” ฉันชูนาฬิกาข้อมือที่บอกเวลาบ่ายสองครึ่งให้เซนโตะที่นั่งดูดน้ำอยู่ข้าง ๆ พิจารณา ก่อนจะลุกขึ้นแล้วก้าวเดินออกจากร้าน แต่ทว่า...พลั่ก!“อุ๊ย ขอโทษค่ะ” ฉันเดินไปชนกับแ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status