LOGINสำหรับเขาเธอเป็นแค่น้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น แต่สำหรับเธอ เขาคือรักแรกที่จนถึงตอนนี้ก็ยังปักหมุดหัวใจเอาไว้ที่เขาเพียงคนเดียว พอจะมีโอกาสบ้างไหมนะ ที่น้องน้อยจะได้ครอบครองหัวใจพี่ชายกำมะลอคนนี้ได้บ้าง' เรื่องราวของ ของขวัญ เด็กสาวผู้แอบหมายปองพี่ชายข้างบ้านซึ่งเป็นลูกชายเพื่อนสนิทแม่ของตัวเองอย่างเซจิ ด้วยความที่เธอและเขาเกิดในวันที่และเดือนเดียวกัน ครอบครัวจึงจัดงานวันเกิดร่วมให้กับพวกเขาทั้งสองอยู่เสมอ ทุกปีในวันคล้ายวันเกิด เธอจะมีความสุขมาก ต่างจากเขาที่ดูเบื่อหน่าย แต่ถึงอย่างนั้น เธอเองก็ได้แต่เฝ้าอธิษฐานว่า คงมีสักวัน ที่ตัวเธอนั้นจะได้เป็นของขวัญสำหรับเขา… แต่ดูเหมือนว่า…เขาจะไม่ค่อยชอบของขวัญชิ้นนี้สักเท่าไหร่เลย งานนี้มีเป็น
View MoreHappy birthday to you… happy birthday to you ~
ภายในบ้านหลังใหญ่ ใจกลางห้องโถงของตัวบ้านถูกตกแต่งไปด้วยลูกโป่งและของตกแต่งหลากสีสัน แต่เพียงชั่วพริบตา ไฟที่ส่องสว่างก็มืดดับลงไปเสียหมด เหลือเพียงแสงสว่างจากดวงเทียนเล็ก ๆ ที่กำลังเคลื่อนเข้ามา เพื่อให้เด็กหญิงหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มราวกับตุ๊กตาในวัย 8 ขวบที่กำลังตื่นเต้นได้เป่ามันให้มอดดับลง
แต่ภายในห้องโถงนั้นไม่ได้มีเธอแค่เพียงคนเดียวเท่านั้นที่มีสิทธิ์ในการเป่าเทียนในครั้งนี้ เพราะยังมีอีกคนหนึ่ง ซึ่งเกิดในวันเดียวกับเธอ
เด็กหญิงละสายตาจากแสงเทียนสลัวไปหาเด็กชายวัย 10 ขวบที่เอาแต่ทำหน้าบึ้งตึงประหนึ่งไม่ค่อยพอใจกับการจัดงานวันเกิดร่วมกับเธอสักเท่าไหร่นัก เขาพยายามบอกแม่เสมอว่าอยากจัดแยก แต่ด้วยความที่ครอบครัวของทั้งสองสนิทสนมกันมาก นอกจากนี้บ้านยังอยู่ใกล้กันอีกด้วย ความปรารถนาของเขาจึงเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะถึงอย่างไร ทางผู้ใหญ่ก็ไม่มีวันแยกจัดงานวันเกิดให้เขาอยู่แล้ว
‘จัดรวมกันไปเลย จะได้ไม่ต้องเสียเวลา’ พ่อของเซจิเอ่ยขึ้น ความเยือกเย็นจากน้ำเสียงนั้นยิ่งทำให้เซจิไม่อยากจะเซ้าซี้สักเท่าไหร่นัก จึงต้องลงเอยด้วยการจัดงานวันเกิดร่วมกับด็กหญิงคนนี้โดยตลอด
“...Happy birthday to...youuuuuuuuuu~~~” เมื่อเสียงเพลงจบลง ทั้งสองก็เป่าเทียน แต่มีเพียงเด็กหญิงเท่านั้นที่ตั้งหน้าตั้งตาอธิษฐานด้วยความตั้งใจ
“สุขสันต์วันเกิดนะเซจิ…มีความสุขมาก ๆ นะ”
“ขอบคุณครับ อาพราว”
“เซจิอธิษฐานอะไรเหรอบอกได้หรือเปล่าจ๊ะ”
“ถ้าผมบอกไปเดี๋ยวคำอธิษฐานจะไม่เป็นจริงครับ (ขอให้จัดงานวันเกิด แยกกับยัยของขวัญนี่สักที!)” เด็กชายบอกพลางยิ้มให้อาพราว ก่อนจะหันไปมองเด็กหญิงที่เอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มที่แลดูมีความสุขกับงานวันเกิดเป็นอย่างมาก
“แล้วของขวัญล่ะ? อธิษฐานว่าอะไร บอกอาได้มั้ยจ้ะ” อาน้ำผู้เป็นแม่ของเซจิเอ่ยถามเด็กหญิงด้วยประโยคเช่นเดียวกัน
“หนูคงจะบอกอาน้ำไม่ได้หรอกค่ะ ไม่อย่างนั้นคำอธิษฐานของหนูก็จะไม่เป็นจริงน่ะสิคะ”
“เธอขอว่าอะไรเหรอของขวัญ” “เซนโตะ” เด็กชายในวัยเดียวกันชะโงกหนามาถามเธอขึ้น จนของขวัญสะดุ้งตกใจ เธอเผลอเขกหัวของเขาเบา ๆ ต่อหน้าทุกคน ซึ่งก็ไม่มีใครว่าอะไร เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าเด็กสองคนนี้สนิทกันมากแค่ไหน ต่างพากันหัวเราะชอบใจกันเสียด้วยซ้ำ
เด็กหญิงของขวัญแทบไม่ได้สนใจเสียงหัวเราะเหล่านั้นเลยสักนิด กลับเอาแต่จ้องมองเด็กชายที่มีชื่อว่า เซจิ อยู่เป็นระยะ นอกจากนี้ยังพยายามไม่ให้ใครจับสังเกตได้อีกต่างหาก
อยากรู้มั้ยล่ะ ว่าเธอขอพรว่าอะไร เธอขอให้...
ไม่หนาวอย่างที่คิดนี่นา ฮ่าๆๆ ฉันทำปากเก่งไปอย่างนั้นแหละ เป็นเพราะได้เสื้อโค้ทกับผ้าพันคอรวมถึงถุงเท้าที่พี่เซจิเตรียมมา จึงช่วยให้ความอบอุ่นกับฉันได้พอสมควร ทำดีก็เป็นเหมือนกันนะเราเนี่ยะฉันแอบมองเขาจากทางด้านหลัง เพราะตอนนี้พี่เซจิกำลังนั่งอยู่ตรงเบาะข้างหน้าพร้อมกับคุณอา มาซาชิ เพื่อพูดคุยเรื่องที่จะต้องไปพบปะทีมผู้บริหารโรงพยาบาลในอีกสองวันข้างหน้าใช้เวลาเกือบชั่วโมงก็มาถึงบ้านตระกูลทากาฮาชิที่ญี่ปุ่น ฉันว่าบ้านที่ไทยก็ใหญ่มากแล้วนะ แต่พอเป็นบ้านที่ญี่ปุ่นแล้วที่ไทยกลับเทียบไม่ติดเลยเนี่ยะสิ แบบนี้ต้องเรียกว่าคฤหาสน์มากกว่าบ้านแล้ว“ของขวัญเคยใส่กิโมโนไหมลูก” คุณอามาซาชิหันมาพูดกับฉันระหว่างทางที่พวกเรากำลังเดินเข้าไปในตัวบ้าน“ไม่เคยค่ะ” ฉันส่ายศีรษะด้วยความงุนงง คงจะเคยแหละ หน้าอย่างฉันคงจะซื้อกิโมโนมาใส่เดินเล่นที่ประเทศไทยอยู่หรอก -_-“เดี๋ยววันนี้อาจะให้ช่างตัดผ้าเข้ามาวัดตัวให้ เป็นชุดที่ต้องใส่ไหว้บรรพบุรุษในวันสุดสัปดาห์นี้ หนูแพทเองก็ด้วยนะ”“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ฉันและแพทพยักหน้ารับทราบแล้วกล่าวขอบคุณ นี่พวกฉันต้องไปร่วมพิธีอะไรกับพวกเขาด้วยอย่างนั้นเหรอ คิดว่าจะเป็นพิธีเฉพ
“ไม่เอา ของขวัญไม่อยากไป…” ฉันกอดอกยืนหันหลังให้พ่อกับแม่ที่เข้ามาเจรจาว่าจะให้ฉันไปญี่ปุ่นกับครอบครัวของพี่เซจิ พร้อมทั้งให้เหตุผลว่าจะให้ลองไปดูงานในโรงพยาบาลถ้าฉันไปก็หลบหน้าเขาต่อไม่ได้น่ะสิ บอกตามตรง ตั้งแต่เรื่องวันนั้นฉันก็ยังงอนเขาอยู่ อย่าคิดว่าของขวัญคนนี้จะยอมยกโทษให้ง่าย ๆ นะ!“แต่แม่ตอบตกลงกับอาน้ำไปแล้วนะ ทริปนี้เซนโตะก็ไปด้วยกัน ปกติเห็นตัวติดกันตลอดไม่ใช่เหรอ”“ตอนนี้ไม่ติดแล้วค่ะ เซนโตะมันติดเมียมันนู่น” ดูท่าคงจะพกเมียติดไปด้วยแน่ ๆ และฉันก็คงต้องไปอยู่ที่นู่นอย่างโดดเดี่ยว เพราะจะให้ไปอยู่กับพี่เซจิฉันก็ไม่เอาหรอก!“นี่อย่าบอกนะว่าครั้งก่อนที่เราพูดว่าอกหัก…” พ่อเปรยขึ้นมาพลางยกมือขึ้นชี้นิ้วมาทางฉัน อย่าได้คิดเรื่องแบบนั้นเชียว...“?”“เพราะเซนโตะมีแฟนเหรอ?” พ่อถามออกมาตามตรง ส่วนแม่เองก็รอคำตอบเรื่องนี้เหมือนกัน นั่นไง! ว่าแล้วเชียว!“โอ๊ยยยย ไม่ใช่ค่ะ ไอ้นี่น่ะ ปล่อยมันไปมีเมียก็ดีแล้ว คนเขาจะได้เลิกเข้าใจผิดว่ามันเป็นแฟนหนูสักที” ฉันบ่นลับหลัง เพราะหลายปีที่ผ่านมานี้ ยอมรับตามตรงที่ฉันโสดก้เป็นเพราะมันส่วนหนึ่งด้วย แต่ฉันก็ไม่อยากจะโทษมันมากนักหรอก เพราะสาเหตุห
“หลับสบายจังเลยนะเมื่อคืนนี้” ว่าพลางบิดขี้เกียจแล้วยกยิ้มสดใส ต่างจากอีกคนที่ทำหน้ามุ่ยไม่รับบุญตั้งแต่เช้า“คนเจ้าเล่ห์”“เจ้าเล่ห์ตรงไหนกัน เธอหล่นมาหาพี่เองนะ”“พี่นั่นแหละดึงน้องลงไป” เธอจำความรู้สึกนั้นได้แม่น ว่าเหมือนมีคนดึงลงไปจนทำให้ตัวเองตกเตียงแล้วหลังจากนั้นทั้งสองก็ถกเถียงเรื่องนี้กันตลอดทั้งเช้า วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ของขวัญซซึ่งเป็นนักศึกษาแพทย์ปีหนึ่งจึงไม่มีธุระจำเป็นที่จะต้องเข้ามหาลัย แต่สำหรับเซจิที่เป็นนักศึกษาแพทย์ปีที่สาม เขาต้องไปเข้าแล็ปส่งกล้องวิชาพยาธิวิทยา ที่นัดติวกับเพื่อนในรุ่นเอาไว้“ไปแต่งตัวซะ เดี๋ยวพี่ลงมารับ” ว่าจบเขาก็เดินออกจากห้องไปทิ้งให้ฉันงุนงง รับไปไหน วันนี้วันอาทิตย์ไม่ใช่เหรอ (. .)?หรือว่าจะพาไปเดทกันนะ -///- บ้าบอ คิดอะไรเพ้อเจ้อนะของขวัญ...แต่ก็เอาเถอะ อาบน้ำแต่งตัวรอก็ได้ ในตอนแรกฉันก็แอบหวังว่าเขาจะพาไปที่ที่น่าสนใจ แต่เมื่อรู้ตัวอีกทีก็มาโผล่อยู่ในคณะเป็นที่เรียบร้อยวันหยุดยังจะพามาที่นี่อีก แต่ไม่เป็นไร ฉันพอจะให้อภัยได้เพราะตัวเองได้อยู่ข้างเขาเนี่ยะแหละ -///-“อ้าว เซจิ เข้ามาสิ” เพื่อนร่วมรุ่นของพี่เซจิทักทายแล้วเชื้อเชิญให้เขา
กลับจากคุยเรื่องหัวใจกับพี่เซจิแล้ว พวกมิ้งและน้ำหวานก็ชวนฉันออกไปเที่ยวฉลองที่ร้านประจำ เนื่องในโอกาสที่คิรันได้แชมป์ และใช่ค่ะ พวกมันชวนดาวเด่นอย่างคิรันลับหลังฉันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะมาชวนฉันเสียอีก และถ้าฉันไม่ไปก็คงเสียมารยาทมากแน่นอนของขวัญคนนี้จึงต้องแต่งตัวออกมาข้างนอกอีกครั้ง ทั้งที่บอกฝันดีพี่เซจิเรียบร้อยแล้ว ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยแฮะของขวัญ“ทางนี้คิรัน” มิ้งโบกมือเรียก ก่อนจะเว้นที่ว่างข้าง ๆ ฉันเอาไว้เพื่อให้คิรันได้เดินมานั่งอย่างรู้งาน -_-คิรันเดินเข้ามาพร้อมกับชุดลำลองที่ฉันไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก เพราะส่วนใหญ่เจอกัแต่นที่มหาลัยจึงคุ้นตาเขาในคาบชุดนักศึกษาเสียมากกว่า แต่ตอนนี้เขาก็แค่เปลี่ยนไปใส่เสื้อยืดสีขาวแทนเสื้อเชิ้ตเท่านั้น ส่วนกางเกงเป็นกางเกงแสล็คเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกสะกดสายตาได้ขนาดนี้นะ หรืออาจเป็นเพราะใบหน้าที่หล่อเหลาเกินมนุษย์ของเขาล่ะแต่ฉันว่าเลิกพรรณนาถึงรูปร่างหน้าตาของเขาเถอะ เพราะถึงหล่อแค่ไหนคนในใจของฉันก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ก็คือพี่เซจินั่นแหละพูดถึงพี่เซจิแล้วก็ทำให้ฉันถึงเรื่องที่เราตกลงคุยกัน บอกตามตรงฉันก็รู้สึกว่าตั





