Share

บทที่ 5

last update Tanggal publikasi: 2026-02-03 03:52:45

หลายเดือนมานี้ ฉันเฝ้าอ่านหนังสืออยู่ตลอดเวลา เพื่อหวังจะสอบเข้ามหาลัยและคณะเดียวกับพี่เซจิให้ได้ จึงไม่ค่อยได้ออกไปเที่ยวเล่นเหมือนแต่ก่อนแล้ว พ่อและแม่เห็นถึงความตั้งใจของฉันก็คอยช่วยสนับสนุนอยู่ไม่ห่าง

“วันนี้หนูจะออกไปอ่านหนังสือที่คาเฟ่นะคะ” ฉันเดินลงบันไดมาจากชั้นสองของตัวบ้าน แต่งกายด้วยชุดเสื้อยืดสีขาวกระโปรงพลีทสั้นเหนือเข่าขึ้นมาหนึ่งคืบ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้ดูสั้นเกินไปสำหรับคนสูงหนึ่งร้อยหกสิบเซนติเมตรอย่างฉันหรอก

ส่วนสาเหตุที่ฉันอยากจะออกไปอ่านข้างนอกมากกว่าอ่านที่บ้านนั้น เป็นเพราะการอ่านหนังสือที่บ้านจะมีความเครียดระดับหนึ่ง เพราะฉะนั้น หากได้เดินทางออกไปข้างนอก อาจเป็นตัวช่วยหลอกสมองได้บ้าง ว่าเรากำลังออกไปเที่ยวและในขณะเดียวกันก็อ่านหนังสือไปด้วยอย่างไรล่ะ ซึ่งพ่อกับแม่ก็ไม่ได้คัดค้านแต่อย่างใด

“ให้พ่อไปส่งไหม” พ่อของฉันเอ่ยถามขณะที่กำลังนั่งดูข่าวในโทรทัศน์ไปพลาง

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูไปคนเดียวได้”

“แล้วเซนโตะล่ะ ช่วงนี้ไม่เห็นมาเล่นที่บ้านเลย”

“เซนโตะกำลังยุ่งกับเรื่องสอบเข้าเหมือนกันค่ะ เห็นว่าโดนคุณพ่อกักบริเวณไม่ให้ออกมาข้างนอกจนกว่าจะสอบได้ หนูก็ไม่อยากไปกวนมันช่วงนี้ด้วย”

“นี่สินะ ทายาทโรงพยาบาลใหญ่ ก็ต้องจริงจังถึงขนาดนี้เลยล่ะ”

“ไปก่อนนะคะ” ฉันกล่าวลาพ่อกับแม่แล้วเดินออกจากบ้าน ระหว่างนั้นฉันก็คอยมองแท็กซี่ตลอดเวลา เพื่อจะเรียกให้ไปส่งคาเฟ่ที่ฉันตั้งใจจะไป

คาเฟ่คนค่อนข้างน้อย เงียบสงบเหมาะสำหรับอ่านหนังสือพอดีเลย อันที่จริงก็ไม่เชิงเป็นคาเฟ่สักเท่าไหร่ เป็นเหมือน co-working space เสียมากกว่า หลังจากเดินเข้าไปข้างในแล้ว ฉันก็รีบไปจับจองที่นั่งก่อนจะไปหาซื้อของกินเพิ่มเติม

แต่ในระหว่างที่อ่านหนังสืออยู่นั้น...อยู่ ๆ ก็มีคนมาทิ้งตัวนั่งลงข้าง ๆ เสียอย่างนั้น ทำเอาฉันที่กำลังโฟกัสกับการจับเวลาทำโจทย์แอบเสียสมาธิก่อนจะเหลือบมองไป ฉันมองเห็นหน้าผู้มาเยือนได้ไม่ค่อยชัดเจนนัก เนื่องจากเมื่อมาถึงเขาก็ทิ้งตัวฟุบลงไปกับโต๊ะ ราวกับอดหลับอดนอนที่ไหนมา แต่หากมองจากเสื้อฮู้ดตัวใหญ่โคร่งที่เขากำลังสวมใส่ก็พอจะรู้ว่าอีกฝ่ายต้องเป็นผู้ชายอย่างแน่นอน แต่กลิ่นน้ำหอมนี่ คุ้นจมูกอีกแล้วแฮะ...

ปึก!

มือหนาหยิบนมกล้วยออกมาตั้งลงบนโต๊ะก่อนจะเลื่อนมันส่งผ่านมาให้ฉัน นี่...เรารู้จักกันเหรอ

แต่ในขณะที่ฉันกำลังจะเอ่ยปากถาม อีกฝ่ายก็ผงกหัวขึ้นมาเสียก่อน “พี่เซจิ...” นี่เขามาทำอะไรที่นี่กันนะ

“พี่มาได้ยังไง”

“....”

“แล้วพี่มาทำอะไร นี่ไม่ใช่แถวมหาลัยพี่นี่นา...”

“ไม่ใช่เรื่องของเธอ” พูดจบเขาก็ฟุบลงกับโต๊ะ ก่อนจะหลับไป ฉันจึงต้องขยับตัวให้เงียบที่สุด เพื่อไม่ให้เสียงรบกวนเข้าไปในโสตประสาทของเขา

ฉันแอบมองพี่เซจิตอนที่เขากำลังนอนฟุบอยู่บนโต๊ะ แล้วก็เหมือนโชคเข้าข้าง เพราะขณะที่เขาหลับนั้น ได้หันหน้ามาทางที่ฉํนนั่งอยู่พอดี ฉันจึงได้โอกาสนอนฟุบลงกับโต๊ะโดยที่หันหน้าไปทางเขาเช่นกัน

‘น้องกำลังคิดถึงพี่อยู่พอดีเลย ดีจังที่พี่มานอนอยู่ตรงนี้...’

แต่ฟ้าเป็นใจอยู่ได้ไม่นาน อยู่ ๆ พี่เซจิก็ลืมตาตื่นขึ้นอย่างกะทันหัน ฉันจึงต้องรีบหันหลบไปอีกทาง

“ไม่อ่านแล้วเหรอ”

“อ...อ่านสิ...” ฉันรีบเปิดหนังสือเรียนขึ้นมากางปิดหน้าปิดตาของตัวเองด้วยความประหม่า

แต่สิ่งที่หญิงสาวไม่ทันได้เห็นคือท่าทีของชายหนุ่มที่หลุดยิ้มให้กับท่าทางเปิ่น ๆ ของเธออย่างช่วยไม่ได้

สองอาทิตย์ต่อมา...

“ไอ้@$%$^ ข้อสอบแม่งโคตรยากเลย….” เซนโตะพูดแบบนั้น แต่สีหน้ากลับดูไม่เคร่งเครียดเท่าไหร่

ตอนนี้พวกเรามาอยู่กันที่มหาลัย Bk ตามคาด ข้อสอบที่พี่เซจิมาช่วยบอกแนวให้ในวันนั้นออกเกินแปดสิบเปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่อยากประมาทเลือกคณะแพทย์หมดทุกอันดับหรอกนะ แต่โชคดีที่ยังสามารถเลือกอันดับอื่นนอกเหนือจากคณะแพทย์ได้ หากไม่ติดคณะนี้ก็ยังมีหวังอีกคณะหนึ่ง ซึ่งฉันและเซนโตะ พวกเราสองคนก็เลือกทั้งสามลำดับเหมือนกัน เพียงแต่ว่าถ้าใครได้อันไหนที่ดีกว่า พวกเราก็ตกลงกันแล้วว่าจะแยกกันก็ได้ เพราะยังไงฉันกับเซนโตะก็พักคอนโดเดียวกัน ห้องติด ๆ กันอยู่แล้ว ตามที่อาน้ำกับแม่ฉันตกลงกันไว้

“ก็ที่ติวกันก็ออกตั้งเยอะนะ”

“อือ”

“กูรู้ว่ามึงไม่ได้หมายความตามที่พูดหรอก...” ฉันปรายตามองมันอย่างรู้ทัน เพราะเซนโตะก็เป็นแบบนี้ตลอด

“-.-”

“แล้วมึงจะเข้าไปหาพี่มึงมั้ย” ฉันพยักหันหน้าไปทางพี่เซจิและกลุ่มเพื่อน ๆ ของเขา ซึ่งแต่ละคนจัดได้ว่าหน้าตาดีทั้งกลุ่ม ส่วนพวกผู้หญิงก็มองกลุ่มพี่เซจิตาเป็นมันตอนที่เดินผ่านไปมา ส่วนพวกเราสองคนกำลังนั่งรอหวาน มิ้ง และจีน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจะกลุ่มพวกพี่เขาสักเท่าไรนัก ฉันรู้ว่าพี่เซจิเห็นพวกเราแต่ก็ทำเป็นไม่สนใจ เขาทำท่าทีเหมือนหันไปคุยกับเพื่อนต่อ นี่ขนาดน้องชายตัวเองนะ….ยังหยิ่งได้ขนาดนี้!

“สามคนนั้นออกห้องสอบช้าชิบ เดี๋ยวกูไปเข้าห้องน้ำแปปนะ มึงนั่งรอคนเดียวไปก่อน” ฉันพยักหน้ารับพลางนั่งเล่นโทรศัพท์ของตัวเองต่อ แต่หลังจากที่เซนโตะเดินออกไปได้แปปเดียว ก็มีใครไม่รู้มาสะกิดไหล่ฉันเข้า เป็นผู้ชายร่างสูงขาวหน้าลูกครึ่งยืนยิ้มให้ฉันทางด้านหลัง อีกมือข้าง หนึ่งเขาของกำลังถือโทรศัพท์อยู่ ไม่ต้องก็รู้ว่ามาทำไม….

“เธอ ๆ น่ารักจัง ชื่ออะไรอะ? เราขอไลน์หน่อยดิ”

“เราของขวัญแล้วนายล่ะ” ฉันรับโทรศัพท์เขามาพิมพ์ไลน์ตัวเองแล้วส่งคืนให้

“เราเบนจามิน เรียกเบนเฉย ๆ ก็ได้ นั่งคนเดียวเหรอ? ให้เรานั่งเป็นเพื่อนกันมั้ย”

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวเพื่อนเราก็มาแล้ว” ฉันบอกไล่เบนจามินเป็นนัย ๆ แต่ดูเหมือนเขาจะไม่เข้าใจ แถมยังนั่งข้างๆ ฉันอีกต่างฉัน

“งั้นรอให้เพื่อนเธอมาก่อนแล้วเราค่อยไปโอเคมั้ย?”

“^^” ฉันไม่ได้ตอบอะไรเขาไป ได้แต่ยิ้มแหยๆ ให้ตามมารยาท

“แล้วนี้ของขวัญจะเข้าคณะอะไรอะ”

“คณะแพทย์น่ะ แล้วเบนอยากเข้าคณะอะไรอะ”

“เราลงคณะแพทย์เป็นอันดับแรก ส่วนอันดับสองเป็นทันตะ”

“แสดงว่านายต้องเก่งมากแน่เลย”

“ก็ไม่ขนาดนั้นหรอก”

“ของขวัญ! กะ...” แล้วระหว่างที่ฉันกำลังสนทนากับเพื่อนใหม่อย่างเบนจามินจนเริ่มจะถูกคอกันมากขึ้นแล้ว เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นมาจากที่ไกล ๆ จนคนละแวกนั้นหันไปมองหาเจ้าของเสียงอย่างเซนโตะกันเสียยกใหญ่ มันหันมามองฉันเหมือนมีเรื่องจะคุย แต่พอเห็นเบนจามินที่นั่งอยู่ข้าง ๆ จึงเลือกที่จะเงียบแทน

“เซนโตะ! นี่เบนจามิน เบนจามินนี่เซนโตะเพื่อนเราเอง” ฉันแนะนำให้สองคนนั้นรู้จักกันพลางดึงเซนโตะให้นั่งลงข้าง ๆ ฉัน

“เพื่อนของขวัญมาแล้ว งั้นเราขอตัวก่อนแล้วกันนะ”

“นั่งคุยด้วยกันก่อนก็ได้นะเบน”

“ไม่เป็นไรอะ ไว้เราทักเธอทางไลน์แล้วกันนะ”

“โอเค” ฉันโบกมือลาเบนจามินที่เดินกลับไปหากลุ่มเพื่อนของเขา พอร่างของเบนจามินพ้นจากสายตาของโต๊ะเราเท่านั้น เสียงของเซนโตะก็ดังขึ้นทันที

“คุยกันไม่กี่คำนี่มึงให้ไลน์เลยเหรอ”

“ไม่ใช่นะมึง กูให้ไลน์ก่อนแล้วค่อยคุย”

“ไอ้ของขวัญ!”

จำที่ฉันบอกได้มั้ยคะทุกคนที่ฉันบอกไปตั้งแต่แรกว่าเวลาฉันจะคุยกับใครคือต้องผ่านการสแกนของเซนโตะซะก่อน ดูว่ามันโอเคด้วยหรือเปล่า หมอนี่มันดูคนออกว่าคนไหนหลอกคนไหนจริงใจ เพราะมันเองก็ผ่านเรื่องพวกนี้มาเยอะเหมือนกัน และเบนจามินนี่ฉันผิดไหมที่จะบอกว่าฉันรู้สึกถูกชะตาด้วย ไม่ได้หมายความว่าในเชิงชู้สาวนะ แค่คิดว่าเขาเองก็น่าจะเป็นเพื่อนที่ดีสำหรับฉันได้ แต่ดูจากสายตาที่เซนโตะมองแล้วนั้น ดูก็รู้ว่ามันไม่ให้เบนจามินผ่านแน่ ๆ

“คนนี้ไม่ผ่าน!”

“มึงเบนก็ดูเป็นคนนิสัยดีนะ กูหมายถึงไม่ได้คิดจะคบเป็นแฟน”

“แต่มันไม่ได้มองมึงเป็นเพื่อนตั้งแต่แรกไง ไม่งั้นจะขอไลน์มึงทำไมจริงมั๊ย?”

“...” ฉันเลือกที่จะเงียบแล้วปล่อยให้เซนโตะบ่นต่อไป เอาจริงๆ ฉันว่าเบนจามินเขาก็ดูนิสัยดีนะ ฉันแอบเหลือบตาไปมองกลุ่มโต๊ะของพี่เซจิอย่างแนบเนียน ดูเหมือนพี่เซจิจะไม่ได้ใส่ใจฉันเลยแม้แต่น้อย ยังคงคุยกับเพื่อนอยู่ นี่ฉันกำลังหวังอะไรอยู่เนี่ย…ยังไงมันก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว...

และแล้วเวลาก็ล่วงเลยผ่านมาอีกสองสัปดาห์ เป็นช่วงเวลาที่ผลสอบของทางมหาลัยออกพอดี ฉันที่ตอนนี้กำลังนั่งใจจดใจจ่ออยู่กับหน้าแล็ปทอปแอบอารมณ์เสียเล็กน้อย เนื่องจากเว็บของมหาลัยล่มจนฉันไม่สามารถเข้าไปดูผลของตัวเองได้สักที

ส่วนมืออีกข้างก็ถือโทรศัพท์คอลอยู่กับเซนโตะด้วย พอดีว่าช่วงนี้ไอ้ตัวดีมันไปเที่ยวต่างประเทศกับอาน้ำ ปกติต้องเป็นแม่ฉันที่ไปกับแม่ของมัน แต่ว่าช่วงนี้สุขภาพแม่ของฉันไม่ค่อยดี จึงไม่ค่อยอยากเดินทางไกลสักเท่าไหร่ อาน้ำจึงตัดสินใจหอบหิ้วลูกชายคนเล็กอย่างเซนโตะไปช่วยถือของด้วย ด้วยเหตุนี้ มันจึงฝากให้ฉันดูผลสอบให้ด้วย  แต่คุยกับมันมาเป็นชั่วโมงแล้วเว็บก็ยังเข้าไม่ได้สักที

“โอ๊ย! เมื่อไรเว็บจะเข้าได้สักที”

[ของขวัญ มึงพูดประโยคนี้มาเป็นล้านรอบแล้วนะ เน็ตบ้านมึงไม่แรงก็เงี้ยแหละ]

[ก็ฟังกูพูดอีกสักรอบไม่ได้หรือไง คอยดูเดี๋ยวกูจะไม่ดูให้มึง]

[ไม่ได้อะ ไม่งั้นมึงก็อดของฝากเหมือนกัน]

[-0-]

[กูอยู่คุยกับมึงนานกว่านี้ไม่ได้แล้วว่ะ แม่เรียกแล้ว อย่าลืมดูให้กูด้วยนะ ไม่งั้นกูจะเอาของฝากที่จะให้มึงไปให้หมาท้ายซอยแดกให้หมดเลย]

[เออค่ะ]

แต่เมื่อกดวางสายจากเซนโตะ หน้าเว็บก็หายล่มซะอย่างนั้น หรือว่าจริง ๆแล้วเซนโตะคือตัวบังสัญญาณกันแน่นะ เมื่อเข้าได้แล้วฉํนจึงรีบใส่รหัสเพื่อเข้าไปดูผลการสอบของตัวเองก่อน และแล้ว...

กรี๊ดดดดดดดดดด!!!!

รายชื่อของฉันเด่นหลาอยู่บนหน้าจอพร้อมกับข้อความสีเขียวขนาดเล็กที่ระบุแสดงความยินดี พร้อมกับคณะอันดับหนึ่งที่ฉันอยากเข้าขึ้นมา ฮือ...ไม่เสียแรงที่อดหลับอดนอนตั้งใจอ่านหนังสือ

ฉันรีบถ่ายรูปผลสอบของฉันไปให้เซนโตะดูทันที ก่อนจะล็อกอินใหม่อีกครั้งเพื่อเข้าไปดูผลสอบให้มันอีกครั้ง

ไม่นานนักรายชื่อของเซนโตะก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับข้อความสีเขียวแบบเดียวกับฉันไม่มีผิด นั่นหมายความว่าพวกเราสอบติดเหมือนกันและคณะเดียวกันด้วย!

ฉันดีใจมากเมื่อคิดว่าจะมีเพื่อนเรียนด้วย ตอนแรกก็แอบกลัวอยู่เหมือนกันว่าจะติดคณะเดียวกันหรือเปล่า เพราะมันเล่นหายหน้าไปเลยช่วงอ่านหนังสือสอบ แถมยังบอกว่าทำไม่ได้ อีกทั้งคณะที่พวกเราจะเข้าก็ติดหนึ่งในคณะที่เข้ายากด้วย แต่อย่างเซนโตะมันเก่งอยู่แล้ว ซ้ำยังหัวดีกว่าฉันอีก เพียงแต่ว่ามันแอบขี้เกียจไปหน่อยบางทีก็เท่านั้น

ฉันกดถ่ายผลสอบของเซนโตะ แต่ในขณะที่กำลังจะส่งไปให้มันนั้น ก็มีไลน์โทรแทรกเข้ามาเสียก่อน...

“ว่าไงเบน” นี่ฉันได้บอกหรือเปล่าว่าหลังจากที่ทำความรู้จักกับเบนจามินไปคราวนั้น พวกเราก็ติดต่อกันมาเรื่อย ๆ แบบไม่ให้เซนโตะรู้ แต่คุยแค่ทางไลน์นะ ไม่กล้านัดเจอกับเขาหรอก เพราะถ้าหากว่าเซนโตะรู้เข้าฉันต้องตายแน่ ไม่ก็เบนจามินที่จะลำบากเอา

ไม่รู้ว่าฉันเคยเล่าให้ฟังแล้วหรือยัง ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่ง ที่ฉันพยายามจะแอบคุยกับผู้ชายที่เคยเข้ามาจีบ ซึ่งตอนนั้นเซนโตะเคยเอ่ยปากเตือนไปแล้ว แล้วพอมันรู้เข้า มันก็ไปดักต่อยผู้ชายคนนั้น ฉันก็เพิ่งมารู้สรรพคุณทีหลังว่ามันหม้อผู้หญิงไปทั่วแล้วคิดจะฟันฉันแล้วทิ้งเหมือนผู้หญิงคนอื่น ๆด้วย แต่ก็อย่างที่บอก ฉันไม่ได้คิดจะคบใครซะหน่อย เพราะฉันชอบแค่พี่เซจิคนเดียวเท่านั้น

[ของขวัญ รู้ผลสอบยัง]

[อืมเพิ่งเปิดเนี่ย เบนติดคณะที่อยากเรียนมั้ย]

[ติดคณะแพทย์แล้ว]

[ดีใจด้วยนะคณะของเบนสอบยากกว่าเราอีก เก่งชะมัด…]

[แล้วของขวัญติดคณะที่อยากเรียนหรือเปล่า]

[ติดสิ แอบลุ้นแทบแย่]

[ดีใจด้วยเหมือนกันนะ ของขวัญ…]

[....]

[คืนนี้ว่างเธอว่างมั้ยมาฉลองที่CLUB JB แถวๆ มหาลัยกัน ชวนเพื่อน ๆ มาด้วยก็ได้]

[อืมขอคิดดูก่อนนะแล้วเดี๋ยวเราจะบอกอีกที]

[โอเค... เรารอฟังข่าวดีอยู่นะ]

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 30

    ไม่หนาวอย่างที่คิดนี่นา ฮ่าๆๆ ฉันทำปากเก่งไปอย่างนั้นแหละ เป็นเพราะได้เสื้อโค้ทกับผ้าพันคอรวมถึงถุงเท้าที่พี่เซจิเตรียมมา จึงช่วยให้ความอบอุ่นกับฉันได้พอสมควร ทำดีก็เป็นเหมือนกันนะเราเนี่ยะฉันแอบมองเขาจากทางด้านหลัง เพราะตอนนี้พี่เซจิกำลังนั่งอยู่ตรงเบาะข้างหน้าพร้อมกับคุณอา มาซาชิ เพื่อพูดคุยเรื่องที่จะต้องไปพบปะทีมผู้บริหารโรงพยาบาลในอีกสองวันข้างหน้าใช้เวลาเกือบชั่วโมงก็มาถึงบ้านตระกูลทากาฮาชิที่ญี่ปุ่น ฉันว่าบ้านที่ไทยก็ใหญ่มากแล้วนะ แต่พอเป็นบ้านที่ญี่ปุ่นแล้วที่ไทยกลับเทียบไม่ติดเลยเนี่ยะสิ แบบนี้ต้องเรียกว่าคฤหาสน์มากกว่าบ้านแล้ว“ของขวัญเคยใส่กิโมโนไหมลูก” คุณอามาซาชิหันมาพูดกับฉันระหว่างทางที่พวกเรากำลังเดินเข้าไปในตัวบ้าน“ไม่เคยค่ะ” ฉันส่ายศีรษะด้วยความงุนงง คงจะเคยแหละ หน้าอย่างฉันคงจะซื้อกิโมโนมาใส่เดินเล่นที่ประเทศไทยอยู่หรอก -_-“เดี๋ยววันนี้อาจะให้ช่างตัดผ้าเข้ามาวัดตัวให้ เป็นชุดที่ต้องใส่ไหว้บรรพบุรุษในวันสุดสัปดาห์นี้ หนูแพทเองก็ด้วยนะ”“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ฉันและแพทพยักหน้ารับทราบแล้วกล่าวขอบคุณ นี่พวกฉันต้องไปร่วมพิธีอะไรกับพวกเขาด้วยอย่างนั้นเหรอ คิดว่าจะเป็นพิธีเฉพ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 29

    “ไม่เอา ของขวัญไม่อยากไป…” ฉันกอดอกยืนหันหลังให้พ่อกับแม่ที่เข้ามาเจรจาว่าจะให้ฉันไปญี่ปุ่นกับครอบครัวของพี่เซจิ พร้อมทั้งให้เหตุผลว่าจะให้ลองไปดูงานในโรงพยาบาลถ้าฉันไปก็หลบหน้าเขาต่อไม่ได้น่ะสิ บอกตามตรง ตั้งแต่เรื่องวันนั้นฉันก็ยังงอนเขาอยู่ อย่าคิดว่าของขวัญคนนี้จะยอมยกโทษให้ง่าย ๆ นะ!“แต่แม่ตอบตกลงกับอาน้ำไปแล้วนะ ทริปนี้เซนโตะก็ไปด้วยกัน ปกติเห็นตัวติดกันตลอดไม่ใช่เหรอ”“ตอนนี้ไม่ติดแล้วค่ะ เซนโตะมันติดเมียมันนู่น” ดูท่าคงจะพกเมียติดไปด้วยแน่ ๆ และฉันก็คงต้องไปอยู่ที่นู่นอย่างโดดเดี่ยว เพราะจะให้ไปอยู่กับพี่เซจิฉันก็ไม่เอาหรอก!“นี่อย่าบอกนะว่าครั้งก่อนที่เราพูดว่าอกหัก…” พ่อเปรยขึ้นมาพลางยกมือขึ้นชี้นิ้วมาทางฉัน อย่าได้คิดเรื่องแบบนั้นเชียว...“?”“เพราะเซนโตะมีแฟนเหรอ?” พ่อถามออกมาตามตรง ส่วนแม่เองก็รอคำตอบเรื่องนี้เหมือนกัน นั่นไง! ว่าแล้วเชียว!“โอ๊ยยยย ไม่ใช่ค่ะ ไอ้นี่น่ะ ปล่อยมันไปมีเมียก็ดีแล้ว คนเขาจะได้เลิกเข้าใจผิดว่ามันเป็นแฟนหนูสักที” ฉันบ่นลับหลัง เพราะหลายปีที่ผ่านมานี้ ยอมรับตามตรงที่ฉันโสดก้เป็นเพราะมันส่วนหนึ่งด้วย แต่ฉันก็ไม่อยากจะโทษมันมากนักหรอก เพราะสาเหตุห

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 28

    “หลับสบายจังเลยนะเมื่อคืนนี้” ว่าพลางบิดขี้เกียจแล้วยกยิ้มสดใส ต่างจากอีกคนที่ทำหน้ามุ่ยไม่รับบุญตั้งแต่เช้า“คนเจ้าเล่ห์”“เจ้าเล่ห์ตรงไหนกัน เธอหล่นมาหาพี่เองนะ”“พี่นั่นแหละดึงน้องลงไป” เธอจำความรู้สึกนั้นได้แม่น ว่าเหมือนมีคนดึงลงไปจนทำให้ตัวเองตกเตียงแล้วหลังจากนั้นทั้งสองก็ถกเถียงเรื่องนี้กันตลอดทั้งเช้า วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ของขวัญซซึ่งเป็นนักศึกษาแพทย์ปีหนึ่งจึงไม่มีธุระจำเป็นที่จะต้องเข้ามหาลัย แต่สำหรับเซจิที่เป็นนักศึกษาแพทย์ปีที่สาม เขาต้องไปเข้าแล็ปส่งกล้องวิชาพยาธิวิทยา ที่นัดติวกับเพื่อนในรุ่นเอาไว้“ไปแต่งตัวซะ เดี๋ยวพี่ลงมารับ” ว่าจบเขาก็เดินออกจากห้องไปทิ้งให้ฉันงุนงง รับไปไหน วันนี้วันอาทิตย์ไม่ใช่เหรอ (. .)?หรือว่าจะพาไปเดทกันนะ -///- บ้าบอ คิดอะไรเพ้อเจ้อนะของขวัญ...แต่ก็เอาเถอะ อาบน้ำแต่งตัวรอก็ได้ ในตอนแรกฉันก็แอบหวังว่าเขาจะพาไปที่ที่น่าสนใจ แต่เมื่อรู้ตัวอีกทีก็มาโผล่อยู่ในคณะเป็นที่เรียบร้อยวันหยุดยังจะพามาที่นี่อีก แต่ไม่เป็นไร ฉันพอจะให้อภัยได้เพราะตัวเองได้อยู่ข้างเขาเนี่ยะแหละ -///-“อ้าว เซจิ เข้ามาสิ” เพื่อนร่วมรุ่นของพี่เซจิทักทายแล้วเชื้อเชิญให้เขา

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 27

    กลับจากคุยเรื่องหัวใจกับพี่เซจิแล้ว พวกมิ้งและน้ำหวานก็ชวนฉันออกไปเที่ยวฉลองที่ร้านประจำ เนื่องในโอกาสที่คิรันได้แชมป์ และใช่ค่ะ พวกมันชวนดาวเด่นอย่างคิรันลับหลังฉันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะมาชวนฉันเสียอีก และถ้าฉันไม่ไปก็คงเสียมารยาทมากแน่นอนของขวัญคนนี้จึงต้องแต่งตัวออกมาข้างนอกอีกครั้ง ทั้งที่บอกฝันดีพี่เซจิเรียบร้อยแล้ว ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยแฮะของขวัญ“ทางนี้คิรัน” มิ้งโบกมือเรียก ก่อนจะเว้นที่ว่างข้าง ๆ ฉันเอาไว้เพื่อให้คิรันได้เดินมานั่งอย่างรู้งาน -_-คิรันเดินเข้ามาพร้อมกับชุดลำลองที่ฉันไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก เพราะส่วนใหญ่เจอกัแต่นที่มหาลัยจึงคุ้นตาเขาในคาบชุดนักศึกษาเสียมากกว่า แต่ตอนนี้เขาก็แค่เปลี่ยนไปใส่เสื้อยืดสีขาวแทนเสื้อเชิ้ตเท่านั้น ส่วนกางเกงเป็นกางเกงแสล็คเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกสะกดสายตาได้ขนาดนี้นะ หรืออาจเป็นเพราะใบหน้าที่หล่อเหลาเกินมนุษย์ของเขาล่ะแต่ฉันว่าเลิกพรรณนาถึงรูปร่างหน้าตาของเขาเถอะ เพราะถึงหล่อแค่ไหนคนในใจของฉันก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ก็คือพี่เซจินั่นแหละพูดถึงพี่เซจิแล้วก็ทำให้ฉันถึงเรื่องที่เราตกลงคุยกัน บอกตามตรงฉันก็รู้สึกว่าตั

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 26

    พี่เซจิพามาถึงจุดหมาย ซึ่งเป็นสวนหย่อมที่ผู้คนต่างมาเดินเล่นพักผ่อนกันเป็นคู่ ในช่วงยามเย็นแบบนี้ ดวงอาทิตย์กับลังลับขอบฟ้า แสงอาทิตย์กำลังอบอุ่นได้ที่เลยทีเดียวแต่ก็อบอุ่นหัวใจได้เพียงบรรยากาศเท่านั้น เพราะตอนนี้ฉันรู้สึกว่ากำลังมีบางอย่างที่หนักอึ้งอยู่ภายในใจ บอกตามตรง ฉันไม่พร้อมจะเผชิญหน้าเขาเลย อยากจะหนีไปให้พ้นเสียด้วยซ้ำ แต่อีกใจก็อยากรู้ว่าเขาอยากจะพูดเรื่องอะไรหรือว่าพี่เซจิจะพาฉันมาคุยเรื่องที่ฉันสารภาพออกไปวันนั้น และเรียกมาปฏิเสธกันนะ...ไม่เอาอะ ของขวัญไม่อยากฟังคำนั้น...ฉันควรจะวิ่งหนีไปให้ไกลสิ แต่มานึกขึ้นได้ตอนนี้ก็สายไปแล้วล่ะของขวัญพี่เซจิมายืนอยู่ตรงหน้าฉัน แววตาของเขาดูจริงจังประกอบกับความลึกลับซึ่งทำให้ฉันไม่สามารถอ่านได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เขายืนนิ่งเงียบอยู่สักครู่ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ราวกับว่าเขากำลังรวบรวมความกล้าที่จะพูดอะไรบางอย่าง"มีเรื่องอะไรจะคุยเหรอคะ?" ฉันตัดสินใจเปิดปากถามออกไปตรง ๆ เพราะต้องการรีบตัดความอึดอัดใจนี้ทิ้ง เอาเลย ของขวัญพร้อมแล้ว จะปฏิเสธก็บอกมาตามตรงเลยสิ!พี่เซจินิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 25

    และแล้ววันเสาร์ก็มาถึง ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ฉันพยายามหลบหน้าพี่เซจิอยู่ตลอด โธ่เอ๊ย ของขวัญ เรื่องบนรถวันนั้นน่าอายชะมัด พูดออกไปได้ยังไงกัน -///- และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็จะรู้ตัวว่าฉันพยายามหลบหน้า จึงไม่โผล่มาให้ฉันเห็นเหมือนกันแต่บอกตามตรง...อีกความรู้สึกหนึ่งฉันก็แอบน้อยใจเหมือนกันนะ เขาไม่พยายามที่จะมาเจอกันเลยอย่างนั้นสิขณะที่ภายในสมองกำลังครุ่นคิดเรื่องว้าวุ่นใจอยู่นั้น ขาของฉันก็ก้าวขึ้นไปบนแท่นอัฒจันทร์ที่อยู่ข้างสระว่ายน้ำเพื่อจับจองที่นั่งเข้าชมการแข่งขัน ใช่แล้ว วันนี้ฉันมาเชียร์คิรันแข่งขันกีฬาเฟรชชี่ แต่ไม่ได้มาคนเดียวหรอกนะ เพราะกลุ่มเพื่อนของฉัน พวกมิ้งและน้ำหวานก็มาด้วยเหมือนกันเมื่อถึงเวลาแข่งขัน ฉันก็รีบนำป้ายที่อุตส่าห์ตัดแปะสติ๊กเกอร์อย่างประณีตออกมา“คิรัน!” ฉันตะโกนเรียกเขาที่กำลังยืนอยู่ข้างสระเพื่อเตรียมตัวแข่งขัน หลังจากเขาหันมามองฉันก็รีบยกป้ายที่เขียนเอาไว้ว่า ‘สู้เขานะคิรัน’ ขึ้นมาโบกทันทีที่คิรันอ่านป้ายนั้นจบเขาก็ยกยิ้มแล้วโบกมือมาให้ฉันอย่างรับทราบ“แหม มึง เหมือนผัวเมียมาเชียร์กันเลยนะ” มิ้งเอ่ยแซวขึ้นมา ก่อนจะเบ้ปากให้ฉํนด้วยความหมั่นไส้“จริง ถ้าจะหว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status