LOGINและแล้ววันเสาร์ก็มาถึง ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ฉันพยายามหลบหน้าพี่เซจิอยู่ตลอด โธ่เอ๊ย ของขวัญ เรื่องบนรถวันนั้นน่าอายชะมัด พูดออกไปได้ยังไงกัน -///- และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็จะรู้ตัวว่าฉันพยายามหลบหน้า จึงไม่โผล่มาให้ฉันเห็นเหมือนกัน
แต่บอกตามตรง...อีกความรู้สึกหนึ่งฉันก็แอบน้อยใจเหมือนกันนะ เขาไม่พยายามที่จะมาเจอกันเลยอย่างนั้นสิ ขณะที่ภายในสมองกำลังครุ่นคิดเรื่องว้าวุ่นใจอยู่นั้น ขาของฉันก็ก้าวขึ้นไปบนแท่นอัฒจันทร์ที่อยู่ข้างสระว่ายน้ำเพื่อจับจองที่นั่งเข้าชมการแข่งขัน ใช่แล้ว วันนี้ฉันมาเชียร์คิรันแข่งขันกีฬาเฟรชชี่ แต่ไม่ได้มาคนเดียวหรอกนะ เพราะกลุ่มเพื่อนของฉัน พวกมิ้งและน้ำหวานก็มาด้วยเหมือนกัน เมื่อถึงเวลาแข่งขัน ฉันก็รีบนำป้ายที่อุตส่าห์ตัดแปะสติ๊กเกอร์อย่างประณีตออกมา “คิรัน!” ฉันตะโกนเรียกเขาที่กำลังยืนอยู่ข้างสระเพื่อเตรียมตัวแข่งขัน หลังจากเขาหันมามองฉันก็รีบยกป้ายที่เขียนเอาไว้ว่า ‘สู้เขานะคิรัน’ ขึ้นมาโบก ทันทีที่คิรันอ่านป้ายนั้นจบเขาก็ยกยิ้มแล้วโบกมือมาให้ฉันอย่างรับทราบ “แหม มึง เหมือนผัวเมียมาเชียร์กันเลยนะ” มิ้งเอ่ยแซวขึ้นมา ก่อนจะเบ้ปากให้ฉํนด้วยความหมั่นไส้ “จริง ถ้าจะหวานกันขนาดนี้” “หุบปากไปเลย นั่นเพื่อนกูไหมล่ะ” บอกตามตรง ช่วงนี้พวกเราตัวติดกันมาก จนคิรันจะกลายเป็นเพื่อนสนิทอีกคนของฉันไปแล้วเนี่ยะ เอาอะไรมาผัวเมียก่อน -_- “แหมมึง เพื่อนงานดีขนาดนี้ เอามาเป็นผัวก็ไม่แย่หรอกนะเว้ย ลองพิจารณาดู” น้ำหวานว่าพลางตบบ่าฉัน แล้วมองไปที่คิรันประหนึ่งกำลังมองเพชรเม็ดงาม “จริง กูได้ข่าวว่าบ้านคิรันเปิดคลินิกหลายสาขาด้วยนะเว้ย ไม่ว่าอะไรเขาก็น่าจะสรรหามาประเคนให้มึงได้แน่อะ ตั้งแต่บ้านยังรถ ถ้ามึงจะเป็นคุณหญิงของคิรันเขาอะนะ” ยังไม่เลิกเสี้ยมกันอีก -_- “จริง นิสัยก็แสนดี ไม่มั่วด้วย...” “อะไรของพวกมึงเนี่ยะ เลิกพูดแล้วหันไปดูนู่น การแข่งจะเริ่มแล้ว!” ฉันตัดบทสนทนาก่อนที่เสียงนกหวีดประกาศเริ่มการแข่งขันจะมาร่วมด้ว่วยฉันอีกแรง มิ้งและน้ำหวานจึงหยุดเสี้ยมแล้วหันไปสนใจการแข่งขันกันเป็นที่เรียบร้อย ฉันมองภาพคิรันที่กำลังว่ายน้ำแซงหน้าทุกคนได้อย่าคล่องแคล่ว จะว่าไปเขาก็เท่ห์อยู่หรอก แต่ติดตรงที่ว่า...ใจฉันมันไม่ได้เปลี่ยนกันง่าย ๆ เนี่ยะสิ ‘แต่สำหรับฉัน พี่เซจิเป็นจักรวาลเลยนะ ไม่ใช่แค่เพียงบ้านหรือรถ’ โอ๊ย รำคาญตัวเองจัง โดนมากับตัวขนาดนี้ยังจะให้ค่าเขาอีกเหรอของขวัญ! เมื่อการแข่งขันจบลง คิรันก็คว้าเหรียญทองมาให้คณะของเราได้สำเร็จ อย่างว่าแหละนะ เขาเป็นคนเพอร์เฟ็กต์ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ทำได้ดีไปหมดทุกอย่าง “ขอสัมภาษณ์หน่อยค่ะ รู้สึกยังไงที่ได้คว้าเหรียญทองนี้มาครอบครองคะ” พิธีกรสัมภาษณ์คิรัน กองเชียร์ต่างพากันเงียบเพื่อจะได้ยินเสียงเขาได้อย่างชัดเจน นั่นทำให้ท่าทางของเขาดูประหม่าขึ้นมา เมื่อเห็นแบบนั้นฉันจึงรีบตะโกนออกไป เพื่อให้เขารู้สึกผ่อนคลาย “ทำได้ดีมากคิรัน!” และหลังจากนั้นกองเชียร์ทุกคนก็พากันหันมามองฉัน ก่อนจะส่งเสียงปรบมือเป็นกำลังใจให้คิรันกันยกใหญ่ “ครับ...ส่วนตัวผมคิดว่าเพราะมีกำลังใจดีด้วยครับ จึงทำให้คว้าเหรียญทองนี้มาได้” ว่าพลางส่งยิ้มมาให้ฉัน กองเชียร์ก็พากันส่งเสียงกรี๊ดยกใหญ่ “เห็นไหมมึง กูว่าลองคบก็ไม่เสียหายหรอกนะ...” มิ้งก็ซิบข้างหูฉัน “มึงพอเลย” ฉันผลักมันให้ออกห่าง ก่อนที่มันจะเสี้ยมอะไรที่เป็นไปไม่ได้ขึ้นมาอีก หลังจากการแข่งขันจบลง พวกกลุ่มเพื่อนของฉันก็พากันมานั่งที่ร้านคาเฟ่ โดยไม่ลืมจะโทรบอกให้เซนโตะแวะเข้ามาหาด้วย ส่วนคิรันนั้น เขาขอตัวไปทำธุระกับที่บ้าน จึงไม่สามารถมาด้วยกันได้ “ไงมึง” เซนโตะเดินเข้ามาเห็นโต๊ะของพวกฉันก็รีบทักทายทันที “กว่าจะมาได้เนอะ ช่วงนี้หายหน้าหายตาว่ะ” มิ้งเปิดประเด็น “ก็ต้องเข้าใจคนติดเมียหน่อย” น้ำหวานก็แซวต่อ “แล้วไหนเมียมึงที่บอกจะพามาให้รู้จักอะ” ฉันถามเซนโตะเพราะเห็นมันสัญญาเอาไว้ว่าจะพามาเจอกันวันเสาร์นี้ “เดี๋ยวก็มาแล้ว อีกประมาณชั่วโมงว่ะ เขาติดธุระอยู่” “นานจังวะ เดี๋ยวพวกกูต้องกลับแล้วเนี่ยะ ผัวรออยู่ที่ห้องละ” น้ำหวานกับมิ้งว่า หลังจากนั่งต่อไปอีกสิบห้านาทีพวกมันก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปจ่ายเงินส่วนของตัวเองกัน เหลือเพียงฉันกับเซนโตะที่นั่งรอแฟนของมันปรากฎตัว แต่ยังไม่ทันจะได้เจอแฟนของมัน คนที่ฉันกำลังหลบหน้าอยู่ตลอดทั้งสัปดาห์นี้กลับมาปรากฎตัวขึ้นเสียก่อน สร้างความกระอักกระอ่วนใจให้ฉันยกใหญ่ “เอ้า มาทำไรวะ” เซนโตะทักทายพี่ชายตัวเอง “กูมาหาเพื่อน” “อ่อ...ลืมไป นี่ก็ร้านเพื่อนมึงนี่หว่า” จากนั้นเซนโตะก็นั่งเล่นโทรศัพท์ต่อ ไม่ได้สนใจที่พี่เซจิเดินมานั่งลงข้าง ๆ ฉันเลยแม้แต่น้อย เมื่อเป็นแบบนั้นฉันก็รีบขยับเลื่อนเก้าอี้ออกห่างทันที ก่อนที่มือหนาของเขาจะคว้าจับเก้าอี้ของฉันเอาไว้แน่น แต่ไม่ได้ทำอย่างโจ่งแจ้งหรอกนะ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าสายตาของเซนโตะนั่นเอง “เราต้องคุยกันนะ” พี่เซจิกระซิบกระซาบข้างหูของฉัน โดยไม่ให้เซนโตะได้ทันสังเกตเห็น ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปหาเพื่อนของเขาที่อยู่อีกฟากของร้าน ฉันนั่งพูดคุยกับโซนโตะต่อ และไม่นานก็มีผู้หญิงสูงยาวเข่าดี ผิวขาวอมชมพู ใบหน้าสวยหวาน ประกอบกับมีท่าทางเรียบร้อยเดินเข้ามาที่โต๊ะของพวกเราพลางส่งยิ้มให้ฉันอย่างเป็นมิตร ถ้าให้เดาผู้หญิงคนนี้สินะที่เป็นคนเปลี่ยนโลกทั้งใบและกำลังครอบครองหัวใจเพื่อนรักของฉันอยู่ในตอนนี้ บอกตามตรงฉันค่อนข้างแปลกใจ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยเห็นเซนโตะคบกับผู้หญิงเรียบร้อยแบบนี้สักเท่าไรนัก แต่ก็ดีใจกับมันด้วยที่ได้เจอคนที่ใช่และพร้อมจะจริงจังด้วยสักที จากนั้นเธอก็ยกมือไหว้พี่เซจิที่อยู่อีกฟากของร้านเหมือนรู้จักกันอยู่ก่อนแล้ว “มึงนี่แพท แพทนี่...” เซนโตะแนะนำให้ฉันกับแพทได้ทำความรู้จักกัน แต่ยังไม่ทันได้พูดจบ แพทก็แทรกขึ้นก่อน “ของขวัญใช่มั้ย?” “อื้ม ยินดีที่ได้รู้จักนะ” “ดีใจจังเลย ได้เจอสักที รู้ไหม เซนโตะเล่าเรื่องของขวัญให้เราฟังบ่อยมากเลย” “ไอเซน นินทาอะไรกูป้ะเนี่ยะ” “ไม่มีอะไรแบบนั้นหรอก เซนโตะไม่เอาเรื่องเพื่อนมาพูดเสียหาย หรอก” “แพท เอาอะไรไหม เดี๋ยวเราไปสั่งมาให้” เซนโตะเดินเข้ามาถามหวานใจของตัวเองด้วยความเอาใจใส่ ซึ่งฉันก็ได้แต่ปรายตามองมันก่อนจะเบ้หน้าใส่ แหม พออยู่กับแฟนก็เปลี่ยนนิสัยเป็นคนละขั้วเชียวนะ “แล้วนี่...แพทเรียนมหาลัยเดียวกับพวกเราเหมือนกันใช่มั้ย” “ใช่จ่ะ เราเรียนเภสัช” “ดีจัง คณะอยู่ใกล้ ๆ กันเลย” “ใช่จ่ะ เอาไว้จะแวะไปหาบ่อย ๆ นะ” กลายเป็นว่าทั้งโต๊ะมีฉันกับแพทคุยกันอยู่สองคน เธอดูเป็นมิตรกับทุกคนมาก ขนาดเราสองคนเพิ่งรู้จักกัน แต่ดูเหมือนฉันกับแพทจะสนิทกันได้อย่างรวดเร็ว กลายเป็นว่าเหมือนฉันได้เพื่อนใหม่เพิ่มมาอีกคนหนึ่งด้วย “เป็นไงคนนี้ผ่านมั้ยครับ” เซนโตะถามฉัน หลังจากที่แพทเดินไปเข้าห้องน้ำ “สามผ่านเลย” จะไม่ให้ผ่านก็จะใจร้ายเกินไปแล้ว ทั้งสวยน่ารักทั้งนิสัยดีแบบนี้ ฉันอิจฉาเซนโตะจังเลย... “ว่าแต่มึงเคยรู้จักแพทมาก่อนป้ะ เห็นว่าเป็นลูกสาวเพื่อนแม่” “อือก็เคยเจอกันตอนเด็ก ๆ อ่ะ แต่ไม่บ่อยหรอก ไม่คิดว่าโตมาจะสวยขนาดนี้ ถูกใจกูเลย” ฉันก็รู้สึกยินดีกับเพื่อนรักอยู่หรอก แต่ทำไม...ฉันถึงไม่เคยสมหวังในเรื่องแบบนี้กับเขาบ้างนะ “เซนโตะ...กู...อิจฉามึงว่ะ” ฉันว่าพลางจ้องหน้าของมันอย่างจริงจัง และมันก็คงรู้สึกได้ “หาสักคนสิวะ” ใจจริงเขาอยากจะบอกว่า ‘แล้วพี่ชายกูล่ะ’ แต่ดูจากสีหน้าของขวัญและระยะห่างที่เซจินั่งแล้ว บ่งบอกได้ชัดเจนว่าทั้งคู่อาจจะมีปัญหากัน เฮ้อ...เพราะแบบนี้ไง ถึงไม่อยากให้พี่ชายคบกับเพื่อนสนิท พอมีปัญหากันแล้ว คนกลางอย่างเขาก็จะวางตัวลำบากนิดหน่อย ไม่รู้ว่ามีปัญหาเรื่องอะไรกันเนี่ยะสิ แต่ถ้าให้เดาก็คงเป็นเรื่องผู้หญิงของเซจิแน่... “ถ้ากูหาได้ง่ายขนาดนั้น ป่านนี้คงมีไปแล้ว” “เอาเถอะ เดี๋ยวก็เจอ...” เซนโตะว่าก่อนจะปรายตามองพี่ชายตัวเองโดยไม่ให้ของขวัญรู้ตัว เดี๋ยวคงเคลียร์กันได้แหละมั้ง ว่าแต่...สองคนนี้คบกันจริงใช่ไหมเนี่ยะ เขายังไม่ค่อยมั่นใจนัก และดูเหมือนว่าของขวัญก็จะไม่ยอมบอกง่าย ๆ ด้วย เธอคงกลัวว่าจะโดนเขาว่ากล่าวเป็นแน่ “กลับบ้านกันดี ๆ นะ” เราใช้เวลานั่งคุยกันได้สักพักใหญ่ก็ถึงเวลาที่ต้องแยกย้าย เซนโตะกับแพทกลับด้วยกัน ส่วนฉัน...คืออย่างนี้นะ ฉันไม่ได้อยากจะกลับพร้อมพี่เซจินักหรอก แต่เขาบอกว่ามีเรื่องต้องคุยกันไง...จริง ๆ นะ “กลับกับพวกเราก็ได้นะของขวัญ กลับคนเดียวมันอันตราย” แพทยื่นข้อเสนอ “ไม่เป็นไร เดี๋ยวว่าจะซื้อของใช้ก่อนกลับด้วย” “แต่...” “ช่างเถอะแพท เรากลับกันเถอะ...” “ไปๆๆ” ฉันโบกมือไล่สองคนนั้นแล้วเดินแยกตัวออกมา แต่ที่น่าแปลกใจก็คือเซนโตะไม่แม้แต่จะคัดค้านเนี่ยะสิ หรือว่ามันจะดูออกว่าฉันชอบพี่เซจิ... ไม่หรอกมั้ง... หลังจากที่แยกย้ายกันแล้ว พี่เซจิก็รีบเดินเข้ามาหาฉันก่อนจะคว้าจับข้อมือเพื่อพาเดินไปที่รถของตัวเอง แต่ในเมื่อฉันไม่ค่อยเต็มใจนัก แบบนี้คงเรียกว่าฉุดมากกว่าไม่หนาวอย่างที่คิดนี่นา ฮ่าๆๆ ฉันทำปากเก่งไปอย่างนั้นแหละ เป็นเพราะได้เสื้อโค้ทกับผ้าพันคอรวมถึงถุงเท้าที่พี่เซจิเตรียมมา จึงช่วยให้ความอบอุ่นกับฉันได้พอสมควร ทำดีก็เป็นเหมือนกันนะเราเนี่ยะฉันแอบมองเขาจากทางด้านหลัง เพราะตอนนี้พี่เซจิกำลังนั่งอยู่ตรงเบาะข้างหน้าพร้อมกับคุณอา มาซาชิ เพื่อพูดคุยเรื่องที่จะต้องไปพบปะทีมผู้บริหารโรงพยาบาลในอีกสองวันข้างหน้าใช้เวลาเกือบชั่วโมงก็มาถึงบ้านตระกูลทากาฮาชิที่ญี่ปุ่น ฉันว่าบ้านที่ไทยก็ใหญ่มากแล้วนะ แต่พอเป็นบ้านที่ญี่ปุ่นแล้วที่ไทยกลับเทียบไม่ติดเลยเนี่ยะสิ แบบนี้ต้องเรียกว่าคฤหาสน์มากกว่าบ้านแล้ว“ของขวัญเคยใส่กิโมโนไหมลูก” คุณอามาซาชิหันมาพูดกับฉันระหว่างทางที่พวกเรากำลังเดินเข้าไปในตัวบ้าน“ไม่เคยค่ะ” ฉันส่ายศีรษะด้วยความงุนงง คงจะเคยแหละ หน้าอย่างฉันคงจะซื้อกิโมโนมาใส่เดินเล่นที่ประเทศไทยอยู่หรอก -_-“เดี๋ยววันนี้อาจะให้ช่างตัดผ้าเข้ามาวัดตัวให้ เป็นชุดที่ต้องใส่ไหว้บรรพบุรุษในวันสุดสัปดาห์นี้ หนูแพทเองก็ด้วยนะ”“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ฉันและแพทพยักหน้ารับทราบแล้วกล่าวขอบคุณ นี่พวกฉันต้องไปร่วมพิธีอะไรกับพวกเขาด้วยอย่างนั้นเหรอ คิดว่าจะเป็นพิธีเฉพ
“ไม่เอา ของขวัญไม่อยากไป…” ฉันกอดอกยืนหันหลังให้พ่อกับแม่ที่เข้ามาเจรจาว่าจะให้ฉันไปญี่ปุ่นกับครอบครัวของพี่เซจิ พร้อมทั้งให้เหตุผลว่าจะให้ลองไปดูงานในโรงพยาบาลถ้าฉันไปก็หลบหน้าเขาต่อไม่ได้น่ะสิ บอกตามตรง ตั้งแต่เรื่องวันนั้นฉันก็ยังงอนเขาอยู่ อย่าคิดว่าของขวัญคนนี้จะยอมยกโทษให้ง่าย ๆ นะ!“แต่แม่ตอบตกลงกับอาน้ำไปแล้วนะ ทริปนี้เซนโตะก็ไปด้วยกัน ปกติเห็นตัวติดกันตลอดไม่ใช่เหรอ”“ตอนนี้ไม่ติดแล้วค่ะ เซนโตะมันติดเมียมันนู่น” ดูท่าคงจะพกเมียติดไปด้วยแน่ ๆ และฉันก็คงต้องไปอยู่ที่นู่นอย่างโดดเดี่ยว เพราะจะให้ไปอยู่กับพี่เซจิฉันก็ไม่เอาหรอก!“นี่อย่าบอกนะว่าครั้งก่อนที่เราพูดว่าอกหัก…” พ่อเปรยขึ้นมาพลางยกมือขึ้นชี้นิ้วมาทางฉัน อย่าได้คิดเรื่องแบบนั้นเชียว...“?”“เพราะเซนโตะมีแฟนเหรอ?” พ่อถามออกมาตามตรง ส่วนแม่เองก็รอคำตอบเรื่องนี้เหมือนกัน นั่นไง! ว่าแล้วเชียว!“โอ๊ยยยย ไม่ใช่ค่ะ ไอ้นี่น่ะ ปล่อยมันไปมีเมียก็ดีแล้ว คนเขาจะได้เลิกเข้าใจผิดว่ามันเป็นแฟนหนูสักที” ฉันบ่นลับหลัง เพราะหลายปีที่ผ่านมานี้ ยอมรับตามตรงที่ฉันโสดก้เป็นเพราะมันส่วนหนึ่งด้วย แต่ฉันก็ไม่อยากจะโทษมันมากนักหรอก เพราะสาเหตุห
“หลับสบายจังเลยนะเมื่อคืนนี้” ว่าพลางบิดขี้เกียจแล้วยกยิ้มสดใส ต่างจากอีกคนที่ทำหน้ามุ่ยไม่รับบุญตั้งแต่เช้า“คนเจ้าเล่ห์”“เจ้าเล่ห์ตรงไหนกัน เธอหล่นมาหาพี่เองนะ”“พี่นั่นแหละดึงน้องลงไป” เธอจำความรู้สึกนั้นได้แม่น ว่าเหมือนมีคนดึงลงไปจนทำให้ตัวเองตกเตียงแล้วหลังจากนั้นทั้งสองก็ถกเถียงเรื่องนี้กันตลอดทั้งเช้า วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ของขวัญซซึ่งเป็นนักศึกษาแพทย์ปีหนึ่งจึงไม่มีธุระจำเป็นที่จะต้องเข้ามหาลัย แต่สำหรับเซจิที่เป็นนักศึกษาแพทย์ปีที่สาม เขาต้องไปเข้าแล็ปส่งกล้องวิชาพยาธิวิทยา ที่นัดติวกับเพื่อนในรุ่นเอาไว้“ไปแต่งตัวซะ เดี๋ยวพี่ลงมารับ” ว่าจบเขาก็เดินออกจากห้องไปทิ้งให้ฉันงุนงง รับไปไหน วันนี้วันอาทิตย์ไม่ใช่เหรอ (. .)?หรือว่าจะพาไปเดทกันนะ -///- บ้าบอ คิดอะไรเพ้อเจ้อนะของขวัญ...แต่ก็เอาเถอะ อาบน้ำแต่งตัวรอก็ได้ ในตอนแรกฉันก็แอบหวังว่าเขาจะพาไปที่ที่น่าสนใจ แต่เมื่อรู้ตัวอีกทีก็มาโผล่อยู่ในคณะเป็นที่เรียบร้อยวันหยุดยังจะพามาที่นี่อีก แต่ไม่เป็นไร ฉันพอจะให้อภัยได้เพราะตัวเองได้อยู่ข้างเขาเนี่ยะแหละ -///-“อ้าว เซจิ เข้ามาสิ” เพื่อนร่วมรุ่นของพี่เซจิทักทายแล้วเชื้อเชิญให้เขา
กลับจากคุยเรื่องหัวใจกับพี่เซจิแล้ว พวกมิ้งและน้ำหวานก็ชวนฉันออกไปเที่ยวฉลองที่ร้านประจำ เนื่องในโอกาสที่คิรันได้แชมป์ และใช่ค่ะ พวกมันชวนดาวเด่นอย่างคิรันลับหลังฉันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะมาชวนฉันเสียอีก และถ้าฉันไม่ไปก็คงเสียมารยาทมากแน่นอนของขวัญคนนี้จึงต้องแต่งตัวออกมาข้างนอกอีกครั้ง ทั้งที่บอกฝันดีพี่เซจิเรียบร้อยแล้ว ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยแฮะของขวัญ“ทางนี้คิรัน” มิ้งโบกมือเรียก ก่อนจะเว้นที่ว่างข้าง ๆ ฉันเอาไว้เพื่อให้คิรันได้เดินมานั่งอย่างรู้งาน -_-คิรันเดินเข้ามาพร้อมกับชุดลำลองที่ฉันไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก เพราะส่วนใหญ่เจอกัแต่นที่มหาลัยจึงคุ้นตาเขาในคาบชุดนักศึกษาเสียมากกว่า แต่ตอนนี้เขาก็แค่เปลี่ยนไปใส่เสื้อยืดสีขาวแทนเสื้อเชิ้ตเท่านั้น ส่วนกางเกงเป็นกางเกงแสล็คเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกสะกดสายตาได้ขนาดนี้นะ หรืออาจเป็นเพราะใบหน้าที่หล่อเหลาเกินมนุษย์ของเขาล่ะแต่ฉันว่าเลิกพรรณนาถึงรูปร่างหน้าตาของเขาเถอะ เพราะถึงหล่อแค่ไหนคนในใจของฉันก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ก็คือพี่เซจินั่นแหละพูดถึงพี่เซจิแล้วก็ทำให้ฉันถึงเรื่องที่เราตกลงคุยกัน บอกตามตรงฉันก็รู้สึกว่าตั
พี่เซจิพามาถึงจุดหมาย ซึ่งเป็นสวนหย่อมที่ผู้คนต่างมาเดินเล่นพักผ่อนกันเป็นคู่ ในช่วงยามเย็นแบบนี้ ดวงอาทิตย์กับลังลับขอบฟ้า แสงอาทิตย์กำลังอบอุ่นได้ที่เลยทีเดียวแต่ก็อบอุ่นหัวใจได้เพียงบรรยากาศเท่านั้น เพราะตอนนี้ฉันรู้สึกว่ากำลังมีบางอย่างที่หนักอึ้งอยู่ภายในใจ บอกตามตรง ฉันไม่พร้อมจะเผชิญหน้าเขาเลย อยากจะหนีไปให้พ้นเสียด้วยซ้ำ แต่อีกใจก็อยากรู้ว่าเขาอยากจะพูดเรื่องอะไรหรือว่าพี่เซจิจะพาฉันมาคุยเรื่องที่ฉันสารภาพออกไปวันนั้น และเรียกมาปฏิเสธกันนะ...ไม่เอาอะ ของขวัญไม่อยากฟังคำนั้น...ฉันควรจะวิ่งหนีไปให้ไกลสิ แต่มานึกขึ้นได้ตอนนี้ก็สายไปแล้วล่ะของขวัญพี่เซจิมายืนอยู่ตรงหน้าฉัน แววตาของเขาดูจริงจังประกอบกับความลึกลับซึ่งทำให้ฉันไม่สามารถอ่านได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เขายืนนิ่งเงียบอยู่สักครู่ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ราวกับว่าเขากำลังรวบรวมความกล้าที่จะพูดอะไรบางอย่าง"มีเรื่องอะไรจะคุยเหรอคะ?" ฉันตัดสินใจเปิดปากถามออกไปตรง ๆ เพราะต้องการรีบตัดความอึดอัดใจนี้ทิ้ง เอาเลย ของขวัญพร้อมแล้ว จะปฏิเสธก็บอกมาตามตรงเลยสิ!พี่เซจินิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอ
และแล้ววันเสาร์ก็มาถึง ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ฉันพยายามหลบหน้าพี่เซจิอยู่ตลอด โธ่เอ๊ย ของขวัญ เรื่องบนรถวันนั้นน่าอายชะมัด พูดออกไปได้ยังไงกัน -///- และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็จะรู้ตัวว่าฉันพยายามหลบหน้า จึงไม่โผล่มาให้ฉันเห็นเหมือนกันแต่บอกตามตรง...อีกความรู้สึกหนึ่งฉันก็แอบน้อยใจเหมือนกันนะ เขาไม่พยายามที่จะมาเจอกันเลยอย่างนั้นสิขณะที่ภายในสมองกำลังครุ่นคิดเรื่องว้าวุ่นใจอยู่นั้น ขาของฉันก็ก้าวขึ้นไปบนแท่นอัฒจันทร์ที่อยู่ข้างสระว่ายน้ำเพื่อจับจองที่นั่งเข้าชมการแข่งขัน ใช่แล้ว วันนี้ฉันมาเชียร์คิรันแข่งขันกีฬาเฟรชชี่ แต่ไม่ได้มาคนเดียวหรอกนะ เพราะกลุ่มเพื่อนของฉัน พวกมิ้งและน้ำหวานก็มาด้วยเหมือนกันเมื่อถึงเวลาแข่งขัน ฉันก็รีบนำป้ายที่อุตส่าห์ตัดแปะสติ๊กเกอร์อย่างประณีตออกมา“คิรัน!” ฉันตะโกนเรียกเขาที่กำลังยืนอยู่ข้างสระเพื่อเตรียมตัวแข่งขัน หลังจากเขาหันมามองฉันก็รีบยกป้ายที่เขียนเอาไว้ว่า ‘สู้เขานะคิรัน’ ขึ้นมาโบกทันทีที่คิรันอ่านป้ายนั้นจบเขาก็ยกยิ้มแล้วโบกมือมาให้ฉันอย่างรับทราบ“แหม มึง เหมือนผัวเมียมาเชียร์กันเลยนะ” มิ้งเอ่ยแซวขึ้นมา ก่อนจะเบ้ปากให้ฉํนด้วยความหมั่นไส้“จริง ถ้าจะหว
เพิ่งรู้ตัวว่าโทรศัพท์แบตหมดไปตั้งแต่ตอนอยู่ในห้าง ฉันกลับมาถึงบ้านจึงเพิ่งมีโอกาสได้ชาร์จ ถือว่าโชคดีนะเนี่ยะของขวัญที่ตัดสินใจให้คิรันมาส่ง ไม่อย่างนั้นคงใช้ชีวิตลำบากแน่เลย“ยังไงเนี่ยะเรา ทำไมอยู่ ๆ ถึงกลับมานอนที่บ้าน” หลังจากลงมานั่งทานอาหารกันพร้อมหน้า แม่ของฉันก็เปิดประเด็นขึ้นทันที เพราะช่
ฉันเดินอย่างล่องลอยไปทั่วห้างหลังจากปลีกวิเวกออกมาจากสองคนนั้น ในสมองตอนนี้ขาวโพลนไปหมด จึงตัดสินใจไม่ได้ว่าจะไปไหนต่อดี ครั้นจะกลับคอนโดก็รู้สึกว่าไม่อยากอยู่ในห้องคนเดียว“ของขวัญ...”“เอ๊ะ คิรัน นายมาได้ไงเนี่ยะ” ฉันทำเสียงแปลกใจเมื่อเห็นว่าเขามาปรากฎอยู่ตรงหน้าพอดี“มาซื้อของน่ะ แล้วของขวัญมาทำ
“ของขวัญ เราลงแข่งว่ายน้ำในงานกีฬาเฟรชชี่ด้วย” คิรันบอกฉันขณะที่เดินขึ้นไปยังห้องเลคเชอร์คณะด้วยกัน“จริงเหรอ?” นึกไม่ถึงเลยว่าคิรันจะลงแข่งว่ายน้ำ ดูไม่ออกเลยว่าถนัดทางด้านกีฬาด้วย เพราะเขาดูสุขุมเรียบร้อยมาก“ใช่ เธอจะไปเชียร์ไหม?” เขาว่าพลางส่งสายตาคาดหวัง แล้วเรื่องแบบนี้คนอย่างของขวัญจะพลาดได้
@Seiji Talkผมค่อย ๆ ย่องเข้าห้องของตัวเองเพื่อไม่ให้เกิดเสียงจนเซนโตะรู้ว่าผมไม่ได้อยู่ห้องทั้งคืน“เอ้า ตื่นแล้วเหรอ?” เซนโตะเดินออกมาพร้อมกับหยิบจานและช้อนไปทานอาหารเช้า“อ...เออ...” ทำไมอยู่ ๆ วันนี้มันถามวะ ปกติไม่เคยเห็นผมอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ“กูว่าวันนี้จะเข้าคณะสายหน่อย วิชาแรกไม่ค่อยมีอะไรเย







