Share

บทที่ 29

last update publish date: 2026-03-16 02:04:12

“ไม่เอา ของขวัญไม่อยากไป…” ฉันกอดอกยืนหันหลังให้พ่อกับแม่ที่เข้ามาเจรจาว่าจะให้ฉันไปญี่ปุ่นกับครอบครัวของพี่เซจิ พร้อมทั้งให้เหตุผลว่าจะให้ลองไปดูงานในโรงพยาบาล

ถ้าฉันไปก็หลบหน้าเขาต่อไม่ได้น่ะสิ บอกตามตรง ตั้งแต่เรื่องวันนั้นฉันก็ยังงอนเขาอยู่ อย่าคิดว่าของขวัญคนนี้จะยอมยกโทษให้ง่าย ๆ นะ!

“แต่แม่ตอบตกลงกับอาน้ำไปแล้วนะ ทริปนี้เซนโตะก็ไปด้วยกัน ปกติเห็นตัวติดกันตลอดไม่ใช่เหรอ”

“ตอนนี้ไม่ติดแล้วค่ะ เซนโตะมันติดเมียมันนู่น” ดูท่าคงจะพกเมียติดไปด้วยแน่ ๆ และฉันก็คงต้องไปอยู่ที่นู่นอย่างโดดเดี่ยว เพราะจะให้ไปอยู่กับพี่เซจิฉันก็ไม่เอาหรอก!

“นี่อย่าบอกนะว่าครั้งก่อนที่เราพูดว่าอกหัก…” พ่อเปรยขึ้นมาพลางยกมือขึ้นชี้นิ้วมาทางฉัน อย่าได้คิดเรื่องแบบนั้นเชียว...

“?”

“เพราะเซนโตะมีแฟนเหรอ?” พ่อถามออกมาตามตรง ส่วนแม่เองก็รอคำตอบเรื่องนี้เหมือนกัน นั่นไง! ว่าแล้วเชียว!

“โอ๊ยยยย ไม่ใช่ค่ะ ไอ้นี่น่ะ ปล่อยมันไปมีเมียก็ดีแล้ว คนเขาจะได้เลิกเข้าใจผิดว่ามันเป็นแฟนหนูสักที” ฉันบ่นลับหลัง เพราะหลายปีที่ผ่านมานี้ ยอมรับตามตรงที่ฉันโสดก้เป็นเพราะมันส่วนหนึ่งด้วย แต่ฉันก็ไม่อยากจะโทษมันมากนักหรอก เพราะสาเหตุหลักจริง ๆ เกิดจากพี่ชายของมันมากกว่า แต่ฉันก็ไม่ได้ปิดกั้นตัวเองถึงขนาดนั้นหรอกนะ ถ้ามีดีเข้ามาก็อยากจะลอง

หรือฉันควรจะเปิดใจไปหาคนอื่นอย่างจริงจังบ้างดี? เอาเป็นว่ากลับสู่ความเป็นจริง ณ ตอนนี้ก่อนดีกว่า เอายังไงดีเนี่ยะของขวัญ จะปฏิเสธยังไงดี

“อ้าว แล้วทำไมถึงไม่อยากไป ปกติเห็นบ่นนักหนาว่าอยากไปเที่ยวญี่ปุ่นบ้าง พอได้ไปแล้วกลับมาปฏิเสธซะงั้น” แม่ฉันถามขึ้นด้วยความงุนงง เพราะฉันเคยบ่นไปแบบนั้นจริง ๆ นั่นแหละ เพราะตอนนั้น ฉันอยากไปเพราะจะได้เดินเที่ยวเล่นกับพี่เซจิที่ญี่ปุ่น แต่ตอนนี้ฉันไม่อยากจะมองหน้าเขาด้วยซ้ำ!

“ของขวัญ……” ฉันไม่รู้จะเอ่ยแก้ตัวยังไงให้ฟังขึ้น หรือว่าต้องยอมไป

“อาน้ำจองตั๋วเครื่องบินให้เราเรียบร้อยแล้ว พาสปอร์ตลูกก็มีแล้ว ติดปัญหาตรงไหนกันล่ะ”

ลูกชายคนโตเขานั่นแหละที่เป็นปัญหา แถมเป็นเรื่องใหญ่มีผลต่อหัวใจของขวัญด้วยค่ะ

เมื่อเห็นว่าฉันไม่สามารถตอบเหตุผลที่จะไม่ไปได้ แม่ก็ถอนหายใจออกมาก่อนจะตรงไปหยิบกระเป๋าเดินทางของฉันมาเปิดออกพร้อมทั้งเริ่มทำการจัดแจงเสื้อผ้าให้ฉันอีกต่างหาก

“เดี๋ยวสิแม่”

“ยังไงก็ต้องไปนะ บ้านนู้นเขาเตรียมทุกอย่างเอาไว้ให้แล้ว ปฏิเสธโดยไม่มีเหตุผลแบบนี้มันเสียมารยาทรู้ไหม” แม่กล่าวพร้อมส่งสายตาดุมาให้ ทำเอาฉันไม่สามารถปฏิเสธได้อีกต่อไป

“ (. .) ก็ได้ เดี๋ยวของขวัญเตรียมเองค่ะ…” ฉันเดินไปจับแขนแม่ออกด้วยความจำนน พลางเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทาง ช่วงนี้อากาศที่ญี่ปุ่นน่าจะหนาวอยู่ แต่เสื้อผ้าที่ฉันมีมันเหมาะกับอากาศเมืองไทยทั้งนั้นเลยเนี่ยะสิ…

เอาเถอะ คงไม่หนาวมากเท่าไหร่หรอก แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็หยิบเสื้อสเวตเตอร์ติดไปด้วยเพื่อกันตาย

เฮ้อออออ สุดท้ายก็ต้องยอมไปจนได้ T^T

เมื่อถึงวันออกเดินทาง เซนโตะก็เดินมารับฉันที่หน้าบ้านพร้อมกับแฟนสาวของมัน เห็นไหมล่ะ ฉันคิดเอาไว้แล้วไม่มีผิด ว่ามันต้องพาแพทไปด้วยแน่นอน ช่วงนี้ทางมหาลัยจัดงานเปิดบ้าน สำหรับเด็กปีหนึ่งอย่างพวกฉันและเซนโตะ รวมถึงแพท จึงได้หยุดการเรียนการสอนช่วงหนึ่ง ส่วนพี่เซจิที่อยู่ปีสาม เหมือนจะได้ปิดเทอมก่อนเพื่อเตรียมตัวขึ้นวอร์ดออกตรวจคนไข้ในชั้นปีที่สี่ และหลังจากนี้จะไม่ได้หยุดพักอีกนานแสนนาน

เอาเป็นว่าพวกเราทั้งสี่คนสามารถไปญี่ปุ่นได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องห่วงเรื่องการเรียนที่มหาลัยสักเท่าไหร่ แต่สิ่งที่ฉันเป็นกังวลมันไม่ใช่เรื่องนั้นอยู่แล้ว

พี่เซจิเดินเข้ามาหยิบกระเป๋าเดินทางออกไปจากมือของฉัน แล้วส่งให้พ่อบ้านเพื่อนำไปใส่รถ แต่แล้วสายตาเจ้ากรรมของฉันก็เหลือบไปเห็นผ้าพันคอที่พาดอยู่บนกระเป๋าเป้ของพี่เซจิ ฉันจำได้ในทันทีเพราะมันคือสีเดียวกันกับที่ยัยพี่เชอรีนนั่นเอามาให้

เออ! พกไปถึงญี่ปุ่นเลยสิ! ไม่พายัยนั่นไปด้วยเลยล่ะ!

ฉันว่าจะขอบคุณสักหน่อยที่ช่วยเอากระเป๋าไปเก็บให้ แต่เห็นแบบนี้ไม่ทำมันแล้ว!

ฉันรีบหันหน้าหลบสายตาของเขาที่กำลังมองมาอย่างไม่ลดละ ก่อนจะเดินไปพูดคุยกับแพทและเซนโตะแทน จากนั้นพวกเราก็ออกเดนทางไปยังสนามบินด้วยกัน

“ของขวัญ อาว่าชุดหนูอาจจะบางไปสำหรับอากาศช่วงนี้ เดี๋ยวจะหนาวเอานะลูก” เมื่อมาถึงสนามบิน อาน้ำที่เพิ่งสังเกตเห็นเสื้อผ้าที่ฉันสวมใส่ก็มองด้วยสายตาเป็นห่วง

บอกตามตรง นี่เป็นชุดที่หนาที่สุดที่ฉันมีในบ้านแล้ว ก็ฉันไม่เคยมีความคิดว่าจะไปต่างประเทศช่วงนี้เลยนี่นา

“หนาสุดที่มีแล้วค่ะอาน้ำ พอดีกะทันหันเกินไป หนูไม่ทันได้เตรียมตัวเลยค่ะ”

“ไม่เป็นไรลูก เดี๋ยวพอลงเครื่องแล้วก็รีบขึ้นรถเลยแล้วกันนะ จะได้ไม่หนาวเกิน” อาน้ำว่าแล้วหลังจากนั้นพวกเราก็เดินไปเช็คอินแล้วมานั่งรอตรงล็อบบี้

“อ้าว แล้วนี่ไอ้เซจิหายไปไหนเนี่ยะ” เซนโตะกวาดสายตามองซ้ายขวาเมื่อเห็นว่าพี่ชายตัวเองไม่อยู่แถวนั้น ฉันเองก็เมินเขาจนไม่ทันได้สังเกตเลย

แต่เพียงไม่นานเขาก็เดินกลับมาพร้อมถุงกระดาษในมือ ส่วนข้างในถุงจะเป็นอะไรนั้นฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แล้วก็ไม่อยากจะใส่ใจด้วย!

@ท่าอากาศยานนานาชาติ นาริตะ

ใช้เวลาอยู่บนเครื่องประมาณหกชั่วโมงกว่าก็มาถึงท่าอากาศยานนานาชาตินาริตะเป็นที่เรียบร้อย โชคดีที่นั่งชั้นธุรกิจมาจึงไม่เมื่อยเนื้อตัวสักเท่าไหร่ แต่แล้วฉันก็เริ่มเห้นถึงความหายนะ เพราะทันทีที่ก้าวลงจากเครื่องอุณภูมิกลับสูงกว่าที่คาดการณ์เอาไว้จนมีหิมะโปรยปรายลงมาทีเดียว

แค่ก้าวออกจากตัวเครื่องยังขนาดนี้ อย่าว่าแต่ก้าวออกจากสนามบินเลยของขวัญ มีหวังได้ช็อคตายเพราะความหนาวก่อนแน่...

ระหว่างที่ฉันกำลังมองหาว่าจะเดินไปซื้อเสื้อโค้ทมาสวมเพิ่มดีไหม พี่เซจิก็ลากฉันไปหลบอยู่ที่มุมหนึ่ง ก่อนจะหยิบของด้านในถุงกระดาษที่เขาถือมาตั้งแต่อยู่สุวรรณภูมิออกมา

“นั่งลง” เขาเอ่ยเสียงเรียบ และฉันก็นั่งลงอย่างว่าง่าย ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ฉันเห็นว่าในมือของเขาตอนนี้มีถุงเท้ายาวอยู่คู่หนึ่งด้วย

เมื่อนั่งลงแล้ว มือหนาของพี่เซจิก็จับฉันถอดรองเท้าออก ก่อนจะสวมถุงเท้าให้อย่างเสร็จสรรพ มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ ส่งให้ฉันใส่เองก็ได้มั้ง -///-

ยังไม่จบเพียงเท่านั้น เขายังหยิบเสื้อโค้ทที่ดูจะพอดีกับส่วนสูงของฉันออกมาอีกต่างหาก “ใส่ซะ” เป็นเพียงคำพูดสั้น ๆ แต่ได้ใจความ ฉันจึงยืนขึ้นแล้วรีบคว้าเสื้อโค้ทนั้นมาสวมใส่ตามคำสั่ง

และเหตุการณ์ทั้งหมดก็อยู่ท่ามกลางสายตาจากคุณอา มาซาชิอาน้ำ รวมถึงเซนโตะและแพทที่กำลังมองมาด้วยความตกตะลึง

“เออ ดูแลน้องดีเหมือนกันเนอะ” มาซาชิกล่าวขึ้นพร้อมกับหันมองภรรยาตัวเองที่พยักหน้าเห็นด้วย พวกเขาไม่ได้คิดว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์เกินเลยอะไรทั้งนั้น คิดเพียงว่าพวกเขาโตมาด้วยกัน จึงอาจดูแลกันแบบนี้เป็นเรื่องปกติ

แต่สำหรับเซนโตะที่ยืนมองอยู่นั้นกลับรู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่ พี่ชายของเขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้ให้ใครทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นกับญาติของตัวเองหรือแม้แต่ผู้หญิงหลายคนที่เคยคบหา และเมื่อได้มาเห็นการกระทำของเขาแบบนี้ก็ทำให้รู้สึกตกใจอยู่ไม่น้อย

หลังจากเซจิลุกขึ้นแล้วพาของขวัญกลับมารวมกลุ่มตามเดิมแล้ว ทุกคนก็เริ่มเดินต่ออีกครั้ง เซนโตะปลีกตัวออกห่างจากแฟนสาวตัวเองแล้วมายืนเทียบเคียงพี่ชายตัวเองทันที

“มึง...”

“ไม่ต้องพูด ไม่ต้องถาม ไม่ต้องยุ่ง”

เซนโตะที่ได้ยินพี่ชายตัวเองพูดแบบนั้นก็กวาดสายตามองค้อนทันที “กูก็ไม่ได้อยากยุ่งนักหรอก แต่นั่นเพื่อนสนิทกูไหมล่ะ”

“ถึงบ้านก่อนแล้วค่อยคุย” ถึงจะบอกน้องชายตัวเองแบบนั้น แต่เขาก็ไม่ได้มีความคิดที่จะพูดคุยอะไรมากมายอยู่แล้ว เห็นชัดขนาดนี้ยังจะต้องคุยหรือถามอะไรเพิ่มเติมอีกเหรอ ไม่มีคอมมอนเซ้นส์หรือไง -_-

เมื่อเดินออกมาถึงลานจอดรถในสนามบิน อุณภูมิข้างนอกก็ทำให้ร่างบางเริ่มหน้าซีด เธออยู่เมืองร้อนมาทั้งชีวิต มาเหยียบต่างประเทศครั้งแรกก็เจออากาศหนาวจนติดลบแบบนี้ จะปรับตัวไหวได้ยังไงกัน

เซจิเห็นแบบนั้นก็ดึงผ้าพันคอของตัวเองที่ผูกอยู่ออกมา แล้วพันให้ของขวัญแทน

“ไม่เอา ฉันไม่ชอบผ้าพันคอนี่!” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงดื้อดึงพร้อมทั้งจะเดินหนี แต่ถึงอย่างนั้นเซจิก็ยังรั้งตัวเธอให้ยืนนิ่งแล้วพันต่อไป

“ใส่ไปเถอะ อากาศมันหนาว”

“ไม่หนาว!”

“อย่าดื้อได้ไหม” ว่าพลางดึงผ้าพันคอขึ้นปิดปากของเธอราวกับบ่งบอกให้หยุดบ่น “แล้วผ้าพันคอนี่ก็ของแม่พี่ถักให้ ไม่ใช่ของเชอรีน” พูดจบก็ดีดหน้าผากเธออีกรอบก่อนจะรีบก้าวนำหน้าเธอไปที่รถ ซึ่งคนอื่น ๆ ได้ขึ้นไปรอทั้งคู่กันเรียบร้อยแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 30

    ไม่หนาวอย่างที่คิดนี่นา ฮ่าๆๆ ฉันทำปากเก่งไปอย่างนั้นแหละ เป็นเพราะได้เสื้อโค้ทกับผ้าพันคอรวมถึงถุงเท้าที่พี่เซจิเตรียมมา จึงช่วยให้ความอบอุ่นกับฉันได้พอสมควร ทำดีก็เป็นเหมือนกันนะเราเนี่ยะฉันแอบมองเขาจากทางด้านหลัง เพราะตอนนี้พี่เซจิกำลังนั่งอยู่ตรงเบาะข้างหน้าพร้อมกับคุณอา มาซาชิ เพื่อพูดคุยเรื่องที่จะต้องไปพบปะทีมผู้บริหารโรงพยาบาลในอีกสองวันข้างหน้าใช้เวลาเกือบชั่วโมงก็มาถึงบ้านตระกูลทากาฮาชิที่ญี่ปุ่น ฉันว่าบ้านที่ไทยก็ใหญ่มากแล้วนะ แต่พอเป็นบ้านที่ญี่ปุ่นแล้วที่ไทยกลับเทียบไม่ติดเลยเนี่ยะสิ แบบนี้ต้องเรียกว่าคฤหาสน์มากกว่าบ้านแล้ว“ของขวัญเคยใส่กิโมโนไหมลูก” คุณอามาซาชิหันมาพูดกับฉันระหว่างทางที่พวกเรากำลังเดินเข้าไปในตัวบ้าน“ไม่เคยค่ะ” ฉันส่ายศีรษะด้วยความงุนงง คงจะเคยแหละ หน้าอย่างฉันคงจะซื้อกิโมโนมาใส่เดินเล่นที่ประเทศไทยอยู่หรอก -_-“เดี๋ยววันนี้อาจะให้ช่างตัดผ้าเข้ามาวัดตัวให้ เป็นชุดที่ต้องใส่ไหว้บรรพบุรุษในวันสุดสัปดาห์นี้ หนูแพทเองก็ด้วยนะ”“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ฉันและแพทพยักหน้ารับทราบแล้วกล่าวขอบคุณ นี่พวกฉันต้องไปร่วมพิธีอะไรกับพวกเขาด้วยอย่างนั้นเหรอ คิดว่าจะเป็นพิธีเฉพ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 29

    “ไม่เอา ของขวัญไม่อยากไป…” ฉันกอดอกยืนหันหลังให้พ่อกับแม่ที่เข้ามาเจรจาว่าจะให้ฉันไปญี่ปุ่นกับครอบครัวของพี่เซจิ พร้อมทั้งให้เหตุผลว่าจะให้ลองไปดูงานในโรงพยาบาลถ้าฉันไปก็หลบหน้าเขาต่อไม่ได้น่ะสิ บอกตามตรง ตั้งแต่เรื่องวันนั้นฉันก็ยังงอนเขาอยู่ อย่าคิดว่าของขวัญคนนี้จะยอมยกโทษให้ง่าย ๆ นะ!“แต่แม่ตอบตกลงกับอาน้ำไปแล้วนะ ทริปนี้เซนโตะก็ไปด้วยกัน ปกติเห็นตัวติดกันตลอดไม่ใช่เหรอ”“ตอนนี้ไม่ติดแล้วค่ะ เซนโตะมันติดเมียมันนู่น” ดูท่าคงจะพกเมียติดไปด้วยแน่ ๆ และฉันก็คงต้องไปอยู่ที่นู่นอย่างโดดเดี่ยว เพราะจะให้ไปอยู่กับพี่เซจิฉันก็ไม่เอาหรอก!“นี่อย่าบอกนะว่าครั้งก่อนที่เราพูดว่าอกหัก…” พ่อเปรยขึ้นมาพลางยกมือขึ้นชี้นิ้วมาทางฉัน อย่าได้คิดเรื่องแบบนั้นเชียว...“?”“เพราะเซนโตะมีแฟนเหรอ?” พ่อถามออกมาตามตรง ส่วนแม่เองก็รอคำตอบเรื่องนี้เหมือนกัน นั่นไง! ว่าแล้วเชียว!“โอ๊ยยยย ไม่ใช่ค่ะ ไอ้นี่น่ะ ปล่อยมันไปมีเมียก็ดีแล้ว คนเขาจะได้เลิกเข้าใจผิดว่ามันเป็นแฟนหนูสักที” ฉันบ่นลับหลัง เพราะหลายปีที่ผ่านมานี้ ยอมรับตามตรงที่ฉันโสดก้เป็นเพราะมันส่วนหนึ่งด้วย แต่ฉันก็ไม่อยากจะโทษมันมากนักหรอก เพราะสาเหตุห

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 28

    “หลับสบายจังเลยนะเมื่อคืนนี้” ว่าพลางบิดขี้เกียจแล้วยกยิ้มสดใส ต่างจากอีกคนที่ทำหน้ามุ่ยไม่รับบุญตั้งแต่เช้า“คนเจ้าเล่ห์”“เจ้าเล่ห์ตรงไหนกัน เธอหล่นมาหาพี่เองนะ”“พี่นั่นแหละดึงน้องลงไป” เธอจำความรู้สึกนั้นได้แม่น ว่าเหมือนมีคนดึงลงไปจนทำให้ตัวเองตกเตียงแล้วหลังจากนั้นทั้งสองก็ถกเถียงเรื่องนี้กันตลอดทั้งเช้า วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ของขวัญซซึ่งเป็นนักศึกษาแพทย์ปีหนึ่งจึงไม่มีธุระจำเป็นที่จะต้องเข้ามหาลัย แต่สำหรับเซจิที่เป็นนักศึกษาแพทย์ปีที่สาม เขาต้องไปเข้าแล็ปส่งกล้องวิชาพยาธิวิทยา ที่นัดติวกับเพื่อนในรุ่นเอาไว้“ไปแต่งตัวซะ เดี๋ยวพี่ลงมารับ” ว่าจบเขาก็เดินออกจากห้องไปทิ้งให้ฉันงุนงง รับไปไหน วันนี้วันอาทิตย์ไม่ใช่เหรอ (. .)?หรือว่าจะพาไปเดทกันนะ -///- บ้าบอ คิดอะไรเพ้อเจ้อนะของขวัญ...แต่ก็เอาเถอะ อาบน้ำแต่งตัวรอก็ได้ ในตอนแรกฉันก็แอบหวังว่าเขาจะพาไปที่ที่น่าสนใจ แต่เมื่อรู้ตัวอีกทีก็มาโผล่อยู่ในคณะเป็นที่เรียบร้อยวันหยุดยังจะพามาที่นี่อีก แต่ไม่เป็นไร ฉันพอจะให้อภัยได้เพราะตัวเองได้อยู่ข้างเขาเนี่ยะแหละ -///-“อ้าว เซจิ เข้ามาสิ” เพื่อนร่วมรุ่นของพี่เซจิทักทายแล้วเชื้อเชิญให้เขา

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 27

    กลับจากคุยเรื่องหัวใจกับพี่เซจิแล้ว พวกมิ้งและน้ำหวานก็ชวนฉันออกไปเที่ยวฉลองที่ร้านประจำ เนื่องในโอกาสที่คิรันได้แชมป์ และใช่ค่ะ พวกมันชวนดาวเด่นอย่างคิรันลับหลังฉันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะมาชวนฉันเสียอีก และถ้าฉันไม่ไปก็คงเสียมารยาทมากแน่นอนของขวัญคนนี้จึงต้องแต่งตัวออกมาข้างนอกอีกครั้ง ทั้งที่บอกฝันดีพี่เซจิเรียบร้อยแล้ว ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยแฮะของขวัญ“ทางนี้คิรัน” มิ้งโบกมือเรียก ก่อนจะเว้นที่ว่างข้าง ๆ ฉันเอาไว้เพื่อให้คิรันได้เดินมานั่งอย่างรู้งาน -_-คิรันเดินเข้ามาพร้อมกับชุดลำลองที่ฉันไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก เพราะส่วนใหญ่เจอกัแต่นที่มหาลัยจึงคุ้นตาเขาในคาบชุดนักศึกษาเสียมากกว่า แต่ตอนนี้เขาก็แค่เปลี่ยนไปใส่เสื้อยืดสีขาวแทนเสื้อเชิ้ตเท่านั้น ส่วนกางเกงเป็นกางเกงแสล็คเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกสะกดสายตาได้ขนาดนี้นะ หรืออาจเป็นเพราะใบหน้าที่หล่อเหลาเกินมนุษย์ของเขาล่ะแต่ฉันว่าเลิกพรรณนาถึงรูปร่างหน้าตาของเขาเถอะ เพราะถึงหล่อแค่ไหนคนในใจของฉันก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ก็คือพี่เซจินั่นแหละพูดถึงพี่เซจิแล้วก็ทำให้ฉันถึงเรื่องที่เราตกลงคุยกัน บอกตามตรงฉันก็รู้สึกว่าตั

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 26

    พี่เซจิพามาถึงจุดหมาย ซึ่งเป็นสวนหย่อมที่ผู้คนต่างมาเดินเล่นพักผ่อนกันเป็นคู่ ในช่วงยามเย็นแบบนี้ ดวงอาทิตย์กับลังลับขอบฟ้า แสงอาทิตย์กำลังอบอุ่นได้ที่เลยทีเดียวแต่ก็อบอุ่นหัวใจได้เพียงบรรยากาศเท่านั้น เพราะตอนนี้ฉันรู้สึกว่ากำลังมีบางอย่างที่หนักอึ้งอยู่ภายในใจ บอกตามตรง ฉันไม่พร้อมจะเผชิญหน้าเขาเลย อยากจะหนีไปให้พ้นเสียด้วยซ้ำ แต่อีกใจก็อยากรู้ว่าเขาอยากจะพูดเรื่องอะไรหรือว่าพี่เซจิจะพาฉันมาคุยเรื่องที่ฉันสารภาพออกไปวันนั้น และเรียกมาปฏิเสธกันนะ...ไม่เอาอะ ของขวัญไม่อยากฟังคำนั้น...ฉันควรจะวิ่งหนีไปให้ไกลสิ แต่มานึกขึ้นได้ตอนนี้ก็สายไปแล้วล่ะของขวัญพี่เซจิมายืนอยู่ตรงหน้าฉัน แววตาของเขาดูจริงจังประกอบกับความลึกลับซึ่งทำให้ฉันไม่สามารถอ่านได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เขายืนนิ่งเงียบอยู่สักครู่ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ราวกับว่าเขากำลังรวบรวมความกล้าที่จะพูดอะไรบางอย่าง"มีเรื่องอะไรจะคุยเหรอคะ?" ฉันตัดสินใจเปิดปากถามออกไปตรง ๆ เพราะต้องการรีบตัดความอึดอัดใจนี้ทิ้ง เอาเลย ของขวัญพร้อมแล้ว จะปฏิเสธก็บอกมาตามตรงเลยสิ!พี่เซจินิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 25

    และแล้ววันเสาร์ก็มาถึง ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ฉันพยายามหลบหน้าพี่เซจิอยู่ตลอด โธ่เอ๊ย ของขวัญ เรื่องบนรถวันนั้นน่าอายชะมัด พูดออกไปได้ยังไงกัน -///- และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็จะรู้ตัวว่าฉันพยายามหลบหน้า จึงไม่โผล่มาให้ฉันเห็นเหมือนกันแต่บอกตามตรง...อีกความรู้สึกหนึ่งฉันก็แอบน้อยใจเหมือนกันนะ เขาไม่พยายามที่จะมาเจอกันเลยอย่างนั้นสิขณะที่ภายในสมองกำลังครุ่นคิดเรื่องว้าวุ่นใจอยู่นั้น ขาของฉันก็ก้าวขึ้นไปบนแท่นอัฒจันทร์ที่อยู่ข้างสระว่ายน้ำเพื่อจับจองที่นั่งเข้าชมการแข่งขัน ใช่แล้ว วันนี้ฉันมาเชียร์คิรันแข่งขันกีฬาเฟรชชี่ แต่ไม่ได้มาคนเดียวหรอกนะ เพราะกลุ่มเพื่อนของฉัน พวกมิ้งและน้ำหวานก็มาด้วยเหมือนกันเมื่อถึงเวลาแข่งขัน ฉันก็รีบนำป้ายที่อุตส่าห์ตัดแปะสติ๊กเกอร์อย่างประณีตออกมา“คิรัน!” ฉันตะโกนเรียกเขาที่กำลังยืนอยู่ข้างสระเพื่อเตรียมตัวแข่งขัน หลังจากเขาหันมามองฉันก็รีบยกป้ายที่เขียนเอาไว้ว่า ‘สู้เขานะคิรัน’ ขึ้นมาโบกทันทีที่คิรันอ่านป้ายนั้นจบเขาก็ยกยิ้มแล้วโบกมือมาให้ฉันอย่างรับทราบ“แหม มึง เหมือนผัวเมียมาเชียร์กันเลยนะ” มิ้งเอ่ยแซวขึ้นมา ก่อนจะเบ้ปากให้ฉํนด้วยความหมั่นไส้“จริง ถ้าจะหว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status