Share

บทที่ 28

last update publish date: 2026-03-16 02:04:05

“หลับสบายจังเลยนะเมื่อคืนนี้” ว่าพลางบิดขี้เกียจแล้วยกยิ้มสดใส ต่างจากอีกคนที่ทำหน้ามุ่ยไม่รับบุญตั้งแต่เช้า

“คนเจ้าเล่ห์”

“เจ้าเล่ห์ตรงไหนกัน เธอหล่นมาหาพี่เองนะ”

“พี่นั่นแหละดึงน้องลงไป” เธอจำความรู้สึกนั้นได้แม่น ว่าเหมือนมีคนดึงลงไปจนทำให้ตัวเองตกเตียง

แล้วหลังจากนั้นทั้งสองก็ถกเถียงเรื่องนี้กันตลอดทั้งเช้า วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ของขวัญซซึ่งเป็นนักศึกษาแพทย์ปีหนึ่งจึงไม่มีธุระจำเป็นที่จะต้องเข้ามหาลัย แต่สำหรับเซจิที่เป็นนักศึกษาแพทย์ปีที่สาม เขาต้องไปเข้าแล็ปส่งกล้องวิชาพยาธิวิทยา ที่นัดติวกับเพื่อนในรุ่นเอาไว้

“ไปแต่งตัวซะ เดี๋ยวพี่ลงมารับ” ว่าจบเขาก็เดินออกจากห้องไปทิ้งให้ฉันงุนงง รับไปไหน วันนี้วันอาทิตย์ไม่ใช่เหรอ (. .)?

หรือว่าจะพาไปเดทกันนะ -///- บ้าบอ คิดอะไรเพ้อเจ้อนะของขวัญ...แต่ก็เอาเถอะ อาบน้ำแต่งตัวรอก็ได้ ในตอนแรกฉันก็แอบหวังว่าเขาจะพาไปที่ที่น่าสนใจ แต่เมื่อรู้ตัวอีกทีก็มาโผล่อยู่ในคณะเป็นที่เรียบร้อย

วันหยุดยังจะพามาที่นี่อีก แต่ไม่เป็นไร ฉันพอจะให้อภัยได้เพราะตัวเองได้อยู่ข้างเขาเนี่ยะแหละ -///-

“อ้าว เซจิ เข้ามาสิ” เพื่อนร่วมรุ่นของพี่เซจิทักทายแล้วเชื้อเชิญให้เขาเข้าไป แต่หลังจากนั้น พี่เซจิก็ยังไม่วายหันมาคว้ามือฉันให้เดินเข้าไปด้วยกัน

เดี๋ยวก่อนสิ เข้าได้ด้วยเหรอ?

ได้หรือไม่ ยังไงฉันก็มาถึงหน้าตู้ล็อคเกอร์เป็นที่เรียบร้อยแล้วล่ะ -_- พี่เซจิถอดเสื้อตัวนอกออกก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสื้อกาวน์ยาวสีขาวแล้วสวมแว่นตา ก่อนจะเปิดตำราเล่มหนาที่อยู่ในล็อคเกอร์อ่านดูอย่างคร่าว ๆ บอกตามตรง พอเห็นแบบนี้แล้วเขาดูไม่มีพิษมีภัยขึ้นมาทันทีเลย

ระหว่างที่ฉันกำลังมองท่าทางคงแก่เรียนของเขานั้น พี่เซจิก็ละสายตาออกจากตำราเล่มนั้นก่อนจะเก็บมันเข้าไปในตู้อีกครั้ง จากนั้นก็เรียกหาเพื่อนของตัวเองที่อยู่อีกฟากฝั่งของห้องล็อคเกอร์

“นับดาว มีเสื้อกาวน์ให้ยืมสักตัวไหม?”

“มี ๆ เดี๋ยวเอาให้นะ”

จากนั้นพี่นับดาว คนที่ฉันเคยเห็นว่าพี่เซจิพาออกไปทานข้าวด้วยและเข้าใจผิดว่าหล่อนป็นแฟนของเขา ก็เดินนำเสื้อกาวน์มาส่งให้ หลังจากพี่เซจิได้รับมันก็เดินมาใส่ให้ฉันทันที พลางหยิบยางมัดผมในตู้ล็อคเกอร์มารวบผมของฉันและใส่หมวกคลุมผมให้เสร็จสรรพอีกต่างหาก

“ตามมา...”

ร่างสูงเดินนำฉันเข้าไปท่ามกลางสายตาเพื่อนร่วมรุ่นของเขาที่หันมองฉันเป็นตาเดียว ทำให้ฉันรู้สึกกระอักกระอ่วนใจแปลก ๆ แล้วขาพี่เซจิก็ยาวเหลือเกิน ครั้นจะก้าวให้ตามทันก็ลำบากอยู่ไม่น้อย

“น้องของขวัญใช่ไหม?” พี่ผู้ชายคนหนึ่งทักขึ้น แต่ฉันไม่เคยรู้จักเขามาก่อนจึงได้แต่ยิ้มรับแล้วพยักหน้าให้เล็กน้อย “ตัวจริงสวยกว่าในรูปอีกนะครับ”

“ข...ขอบคุณค่ะ...”

“ช่วงนี้เรียนเป็นยังไงบ้างล่ะ มีอะไรไม่เข้าใจมาถามพวกพี่ได้นะ” แล้วกลุ่มพี่ผู้ชายก็เริ่มเข้ามารุมล้อมฉันมากขึ้นเรื่อย ๆ

“นี่ ตั้งใจกันหน่อย พรุ่งนี้จะสอบอยู่แล้ว ห่วงเรื่องเรียนของตัวเองกันก่อนเถอะ” พี่เซจิเดินย้อนกลับมาช่วยเอาไว้ได้ทันเวลาพอดี ก่อนจะคว้าจับมือฉันแล้วเดินพาไปที่โต๊ะของเขาเอง

“นั่งนี่ซะ ไม่ต้องไปคุยกับพวกมันนะ” ชายหนุ่มว่าพลางกวาดสายตามองไปทั่วทั้งห้อง ซึ่งดูเหมือนว่าตอนนี้ของขวัญจะต้องเป็นเป้าสายตาของบรรดารุ่นพี่ผู้ชายอย่างถ้วนหน้า ทำเอาเขารู้สึกคิดผิดอย่างไรก็ไม่รู้ ที่พาเธอเข้ามาในห้องนี้ด้วยกัน ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ คงปล่อยให้นอนอยู่ที่คอนโดไปแล้ว

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่วางใจปล่อยเธอเอาไว้คนเดียวหรอก ด้วยความกลัวว่าคนตัวเล็กอาจหนีเที่ยวอีก มันก็ได้อย่างเสียอย่างแหละนะเซจิ -_-

“เห้ย ดูไอเซจิจะหวงน้องสาวมันมากเลยนะนั่น”

“น้องสาวที่ไหนล่ะ พวกมึงดูไม่ออกเหรอ”

“เอ้า ไม่ใช่น้องสาวเหรอวะ ก็เซจิมันเคยบอกว่าของขวัญเป็นน้องสาวมัน”

“พี่น้องท้องชนกันสิไม่ว่า”

“เสียดายว่ะ”

“มองจากดาวอังคารยังรู้”

กลุ่มเพื่อนร่วมรุ่นยืนพูดคุยกัน แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้ใส่ใจเสียงรอบข้างแต่อย่างใด พลางหยิบแผ่นสไลด์ขึ้นมาส่องกล้องจุลทรรศน์ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังหันมองและให้ความสนใจร่างบางอยู่เป็นระยะ ๆ ซึ่งตอนนี้เธอก็ได้หยิบไอแพดขึ้นมานั่งอ่านหนังสืออยู่ไม่ไกลจากเขานัก

หลังจากอ่านไปได้สักพัก เธอก็ละสายตาขากไอแพดแล้วจ้องมองเซจิที่กำลังจดจ่อกับงานตรงหน้า ใบหน้าหล่อตกกระทบเข้ากับแสงไฟภายในห้องพอดี และด้วยเครื่องแต่งกายของเขาในตอนนี้ ทำให้ดูอบอุ่นและเคร่งขรึมไปในเวลาเดียวกัน

มองไม่เบื่อเลย...

แต่หลังจากนั้นพี่เซจิก็ละสายตาจากงานของตัวเองแล้วหันมามองฉัน ทำเอาหลบสายตาแทบไม่ทันเลยทีเดียว แต่แล้วเขาก็หัวเราะขึ้นมาก่อนจะยื่นมือมาทางฉันเป็นการเชื้อเชิญ

“อยากลองดูหน่อยไหม” เขาว่าพลางหยิบถุงมือและหน้ากากอนามัยอย่างดีมาสวมให้ฉันแล้วพาเข้าไปส่องกล้องดูจานเพาะเชื้อ

เขาเลื่อนเก้าอี้ของตัวเองถอยหลังออกห่างจากโต๊ะเพื่อให้เหลือช่องว่างพอจะสอดแทรกเก้าอี้ให้ฉันนั่งอยู่ระหว่างตัวเขากับโต๊ะได้ หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ จับมือสอนฉันปรับกล้องจุลทรรศน์ตรงหน้า

“เห็นแล้ว!” ฉันตะโกนด้วยความตื่นเต้นก่อนจะละสายตาแล้วหันไปมองหน้าพี่เซจิที่ตอนนี้อยู่ใกล้กันมาก รู้ตัวอีกทีฉันก็ผงะถอยหลังจนเกือบตกเก้าอี้ ยังดีที่มีมือหนาของเขาคอยประคองเอาไว้

“ทำดี ๆ สิ เดี๋ยวจานเพาะเชื้อแตกนะ”

“ขอโทษค่ะ”

และฉันก็ได้เปิดโลกว่าชื่อแบคทีเรียแต่ละตัวนั้นช่างยาวเหลือเกิน ทำเอาฉันเริ่มหวั่นว่าตัวเองจะสามารถเรียนจบคณะนี้ได้หรือเปล่า เฮ้อ...เครียดแล้วก็อ่านหนังสือของตัวเองต่อดีกว่า

จนกระทั่งพี่เซจิทำแล็ปและทบทวนเนื้อหาเสร็จเรียบร้อย เขาก็พาฉันไปทานข้าวและเดินเล่นในห้างเหมือนอย่างที่เคยทำเป็นประจำ แต่ที่ไม่เหมือนเดิมมในวันนี้ก็คือ เขาจับมือฉันเอาไว้ตลอดเวลาเลยเนี่ยะสิ

หลังจากวันนั้น พี่เซจิก็เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตฉันมากขึ้นเรื่อย ๆ เรียกได้ว่าเราสองคนตัวติดกันตลอดเวลา ตอนเช้าเขาอาสาไปส่งที่มหาลัย ส่วนตอนเย็นก็รอกลับพร้อมกัน แต่ถึงอย่างนั้น ก็ต้องคอยสลับหน้าที่นี้กับเซนโตะในบางวัน ด้วยความกลัวว่ามันจะสงสัย

แต่ดูเหมือนว่าเซนโตะจะไม่ค่อยมาใส่ใจชีวิตของฉันมากเท่าเมื่อก่อนแล้ว ตั้งแต่มันมีแฟนเป็นตัวเป็นตน นอกจากนี้มันยังย้ายข้าวของออกไปอยู่คอนโดแฟนเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย แบบนี้ทำให้ทางสะดวกขึ้นเยอะ เพราะฉันเองก็ไม่ต้องคอยกังวล เวลาพี่เซจิจะมาหาที่ห้องด้วย

เทศกาลวันวาเลนไทน์เริ่มเข้ามาใกล้ทุกที ฉันครุ่นคิดอย่างหนักว่าจะให้อะไรเป็นของขวัญพี่เซจิ แต่คิดยังไงก็ยังคิดไม่ออก จึงตัดสินใจว่าจะลองถามเขาดูในตอนเย็นวันนี้

หลังจากเลิกเรียนและเดินลงมาที่ลานคณะ ฉันก้เห้นพี่เซจินั่งรออยู่ตรงที่ประจำของตัวเอง แต่ในขณะที่ฉันกำลังจะก้าวเข้าไปหาเขานั้น ก็มีเรื่องน่าหงุดหงิดใจเข้ามาเสียก่อน

“เซจิ...” คนที่เรียกเขาแบบนี้ไม่ใช่ฉันหรอกนะ แต่เป็นพี่สาวคนที่ฉันเคยเจอตอนไปห้าง ถ้าจำไม่ผิดคงชื่อ ‘เชอรีน’ วันนี้เจ้าหล่อนมาในชุดนักศึกษา สวมกระโปรงทรงเอเหนือเข่าจนให้ความรู้สึกวาบหวิว แต่ด้วยรูปร่างเธอเป็นคนสูงยาวเข่าดี ใส่อะไรจึงดูสวยสะดุดตาไปหมด เห็นแล้วฉันก็หงอยอย่างรู้สึกไร้ซึ่งทางสู้

“มีอะไร” พี่เซจิดูหน้าไม่ต้อนรับสักเท่าไหร่ ก็ดีแล้ว...อย่าไปต้อนรับมัน!

“เราแค่จะเอาของมาให้น่ะ” พี่สาวเชอรีนยื่นถุงกระดาษซึ่งข้างในใส่ผ้าพันคอไหมพรมเอาไว้ “ฉันถักเองกับมือเลยนะ รู้ว่าอีกไม่นาน เดี๋ยวเซจิจะต้องไปญี่ปุ่น อากาศที่นู่นหนาวมาก ฉันก็เลยถักมาให้ ถือว่าเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์จากฉันแล้วกันนะ”

พล่ามยาวจนน่าหงุดหงิดยังไงไม่รู้สิ

พี่เซจิมองของตรงหน้าด้วยความชั่งใจว่าจะรับดีหรือไม่ จนกระทั่งสายตาของเขาหันมาเห็นฉันที่กำลังยืนมองเหตุการณ์อยู่ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่ปฎิเสธสิ่งของชิ้นนั้น

“ของขวัญ...เราไปเจอร้านขนมร้านหนึ่งมา อร่อยมากเลย สนใจไปกินด้วยกันไหม” คิรันเข้ามาเอ่ยชวนได้ทันเวลาพอดีเลย

“เอาสิ” ฉันตอบกลับไปก่อนจะเดินออกจากลานคณะไปพร้อมกับคิรัน แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะหันไปมองท่าทีของพี่เซจิอีกครั้ง

และแล้วฉันก็เห็นว่าเขารับถุงกระดาษนั้นมาจากมือยัยพี่เชอรีนนั่นจนได้ เหอะ ได้ของขวัญแล้วใช่ไหมล่ะ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องเอาของจากฉันแล้ว! งอน!

@Seiji Talk

ผมไม่คิดว่าเชอรีนจะเข้ามาหาถึงที่ลานคณะแถมยังเอาของมาให้อีกต่างหาก ผมกลัวว่าของขวัญจะเข้าใจผิด จึงนิ่งเงียบไปแล้วเตรียมจะปฏิเสธ แต่ในขณะที่กำลังจะบอกปัด ผมก็เห็นของขวัญตัดสินใจเดินออกไปพร้อมกับเด็กหนุ่มคิรันนั่นโดยทิ้งผมที่นั่งรอเธอมาอยู่เกือบชั่วโมงเอาไว้ข้างหลัง

“ขอบคุณนะ” เมื่อเป็นอย่างนั้นผมจึงตัดสินใจรับของที่เชอรีนนำมาให้ด้วยความต้องการประชดเธอกลับ

ผมรู้ว่าเธอไม่พอใจ แต่ในเมื่อเธอตัดสินใจแบบนั้นผมก็ไม่จำเป็นจะต้องสนใจความรู้สึกของเธอเช่นกัน แต่เรื่องแบบนี้ ให้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวก้เกินพอแล้ว ดังนั้นในระหว่างที่ผมกำลังจะเดินไปที่ลานจอดรถ ก็ได้หันไปบอกกล่าวกับเชอรีนอีกครั้ง

“คราวหลังไม่ต้องทำแบบนี้แล้วนะ ฉันว่าครั้งก่อนที่ห้างก็พูดไปชัดเจนแล้ว ว่าอย่ายัดเยียดตัวเองเข้ามาในชีวิตฉันอีก” ใช่ครับ ในวันนั้นผมพูดกับเธอค่อนข้างแรงด้วย จึงนึกไม่ถึงว่าเจ้าหล่อนยังจะเสนอหน้ามาหาผมถึงที่นี่อีก

พูดจบผมก็เดินตรงไปที่ลานจอดรถโดยไม่หันกลับไปมองเธออีกเลย ว่าแต่...ของขวัญกับไอ้เด็กนั่นจะไปที่ไหนกันเนี่ยะ...โชคดีที่ผมเปิดจีพีเอสโทรศัพท์ของของขวัญเอาไว้ จึงสามารถตามพิกัดเธอได้ทุกเมื่อ หลังจากขับรถมาเรื่อย ๆ ก็เห็นว่ามาจอดที่ห้างแห่งหนึ่ง

[พี่รออยู่ที่ลานจอดรถชั้น G นะ]

ผ่านไปครึ่งชั่วโมงก็ยังไร้วี่แววการตอบกลับจากของขวัญ...

นี่อย่าบอกนะว่างอนแล้วจะเล่นบทหลบหน้าหลบตาเหมือนครั้งก่อนอีกเนี่ย

[ของขวัญ]

ชัดเลยแบบนี้ เพราะผมส่งไปย้ำอีกครั้งก็ยังไร้วี่แววการตอบกลับจากเธอ ทำไมต้องมาเป็นตอนนี้ด้วยวะเนี่ยะ!

ผ่านไปหลายวันก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้นว่าของขวัญกำลังพยายามหลบหน้าผมเหมือนตอนนั้นอีกแล้ว แต่ครั้งนี้ผมกลับรู้สึกว่าตัวเองว้าวุ่นมากกว่าตอนนั้นเสียอีก

“เซจิ อย่าลืมเตรียมของนะลูก” แม่ของผมเดินเข้ามาย้ำ เพราะถึงช่วงที่ผมจะต้องไปญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นวันครบรอบที่จะต้องไปกราบไหว้บรรพบุรุษ นอกจากนี้ยังต้องไปช่วยคุณพ่อตรวจสอบโรงพยาบาลสาขาที่นู่นอีกด้วย

แล้วของขวัญล่ะ...ผมไม่สบายใจที่จะทิ้งเธอเอาไว้ในตอนที่เรามีปัญหากันอยู่แบบนี้ เพราะมันเอื้อให้เด็กหนุ่มคิรันนั่นเข้ามาแทรกแซงได้

“แม่ครับ ผมขอพาของขวัญไปด้วยได้ไหม”

“เอ๊ะ? ของขวัญเหรอ?”

“ใช่ครับ ผมอยากให้น้องไปด้วย...”

“?” แม่ผมทำสีหน้าฉงน เพราะร้อยวันพันปีผมก็ไปกับเซนโตะแค่สองคนตลอด แต่ปีนี้กลับเสนอชื่อของขวัญขึ้นมาด้วย ก็ไม่แปลกที่แม่จะทำหน้าสงสัย

“เอ่อ...เพราะไหน ๆ ก็จะไปดูงานที่โรงพยาบาลด้วย ของขวัญก็เรียนคณะแพทย์เหมือนกัน ผมอยากให้น้องลองไปเปิดหูเปิดตาดูมาตรฐานโรงพยาบาลที่นู่นด้วยครับ

หวังว่าจะฟังขึ้น...

“ก็น่าสนใจนะ เดี๋ยวแม่ไปบอกอาพราวให้แล้วกัน”

“ขอบคุณครับ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 30

    ไม่หนาวอย่างที่คิดนี่นา ฮ่าๆๆ ฉันทำปากเก่งไปอย่างนั้นแหละ เป็นเพราะได้เสื้อโค้ทกับผ้าพันคอรวมถึงถุงเท้าที่พี่เซจิเตรียมมา จึงช่วยให้ความอบอุ่นกับฉันได้พอสมควร ทำดีก็เป็นเหมือนกันนะเราเนี่ยะฉันแอบมองเขาจากทางด้านหลัง เพราะตอนนี้พี่เซจิกำลังนั่งอยู่ตรงเบาะข้างหน้าพร้อมกับคุณอา มาซาชิ เพื่อพูดคุยเรื่องที่จะต้องไปพบปะทีมผู้บริหารโรงพยาบาลในอีกสองวันข้างหน้าใช้เวลาเกือบชั่วโมงก็มาถึงบ้านตระกูลทากาฮาชิที่ญี่ปุ่น ฉันว่าบ้านที่ไทยก็ใหญ่มากแล้วนะ แต่พอเป็นบ้านที่ญี่ปุ่นแล้วที่ไทยกลับเทียบไม่ติดเลยเนี่ยะสิ แบบนี้ต้องเรียกว่าคฤหาสน์มากกว่าบ้านแล้ว“ของขวัญเคยใส่กิโมโนไหมลูก” คุณอามาซาชิหันมาพูดกับฉันระหว่างทางที่พวกเรากำลังเดินเข้าไปในตัวบ้าน“ไม่เคยค่ะ” ฉันส่ายศีรษะด้วยความงุนงง คงจะเคยแหละ หน้าอย่างฉันคงจะซื้อกิโมโนมาใส่เดินเล่นที่ประเทศไทยอยู่หรอก -_-“เดี๋ยววันนี้อาจะให้ช่างตัดผ้าเข้ามาวัดตัวให้ เป็นชุดที่ต้องใส่ไหว้บรรพบุรุษในวันสุดสัปดาห์นี้ หนูแพทเองก็ด้วยนะ”“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ฉันและแพทพยักหน้ารับทราบแล้วกล่าวขอบคุณ นี่พวกฉันต้องไปร่วมพิธีอะไรกับพวกเขาด้วยอย่างนั้นเหรอ คิดว่าจะเป็นพิธีเฉพ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 29

    “ไม่เอา ของขวัญไม่อยากไป…” ฉันกอดอกยืนหันหลังให้พ่อกับแม่ที่เข้ามาเจรจาว่าจะให้ฉันไปญี่ปุ่นกับครอบครัวของพี่เซจิ พร้อมทั้งให้เหตุผลว่าจะให้ลองไปดูงานในโรงพยาบาลถ้าฉันไปก็หลบหน้าเขาต่อไม่ได้น่ะสิ บอกตามตรง ตั้งแต่เรื่องวันนั้นฉันก็ยังงอนเขาอยู่ อย่าคิดว่าของขวัญคนนี้จะยอมยกโทษให้ง่าย ๆ นะ!“แต่แม่ตอบตกลงกับอาน้ำไปแล้วนะ ทริปนี้เซนโตะก็ไปด้วยกัน ปกติเห็นตัวติดกันตลอดไม่ใช่เหรอ”“ตอนนี้ไม่ติดแล้วค่ะ เซนโตะมันติดเมียมันนู่น” ดูท่าคงจะพกเมียติดไปด้วยแน่ ๆ และฉันก็คงต้องไปอยู่ที่นู่นอย่างโดดเดี่ยว เพราะจะให้ไปอยู่กับพี่เซจิฉันก็ไม่เอาหรอก!“นี่อย่าบอกนะว่าครั้งก่อนที่เราพูดว่าอกหัก…” พ่อเปรยขึ้นมาพลางยกมือขึ้นชี้นิ้วมาทางฉัน อย่าได้คิดเรื่องแบบนั้นเชียว...“?”“เพราะเซนโตะมีแฟนเหรอ?” พ่อถามออกมาตามตรง ส่วนแม่เองก็รอคำตอบเรื่องนี้เหมือนกัน นั่นไง! ว่าแล้วเชียว!“โอ๊ยยยย ไม่ใช่ค่ะ ไอ้นี่น่ะ ปล่อยมันไปมีเมียก็ดีแล้ว คนเขาจะได้เลิกเข้าใจผิดว่ามันเป็นแฟนหนูสักที” ฉันบ่นลับหลัง เพราะหลายปีที่ผ่านมานี้ ยอมรับตามตรงที่ฉันโสดก้เป็นเพราะมันส่วนหนึ่งด้วย แต่ฉันก็ไม่อยากจะโทษมันมากนักหรอก เพราะสาเหตุห

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 28

    “หลับสบายจังเลยนะเมื่อคืนนี้” ว่าพลางบิดขี้เกียจแล้วยกยิ้มสดใส ต่างจากอีกคนที่ทำหน้ามุ่ยไม่รับบุญตั้งแต่เช้า“คนเจ้าเล่ห์”“เจ้าเล่ห์ตรงไหนกัน เธอหล่นมาหาพี่เองนะ”“พี่นั่นแหละดึงน้องลงไป” เธอจำความรู้สึกนั้นได้แม่น ว่าเหมือนมีคนดึงลงไปจนทำให้ตัวเองตกเตียงแล้วหลังจากนั้นทั้งสองก็ถกเถียงเรื่องนี้กันตลอดทั้งเช้า วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ของขวัญซซึ่งเป็นนักศึกษาแพทย์ปีหนึ่งจึงไม่มีธุระจำเป็นที่จะต้องเข้ามหาลัย แต่สำหรับเซจิที่เป็นนักศึกษาแพทย์ปีที่สาม เขาต้องไปเข้าแล็ปส่งกล้องวิชาพยาธิวิทยา ที่นัดติวกับเพื่อนในรุ่นเอาไว้“ไปแต่งตัวซะ เดี๋ยวพี่ลงมารับ” ว่าจบเขาก็เดินออกจากห้องไปทิ้งให้ฉันงุนงง รับไปไหน วันนี้วันอาทิตย์ไม่ใช่เหรอ (. .)?หรือว่าจะพาไปเดทกันนะ -///- บ้าบอ คิดอะไรเพ้อเจ้อนะของขวัญ...แต่ก็เอาเถอะ อาบน้ำแต่งตัวรอก็ได้ ในตอนแรกฉันก็แอบหวังว่าเขาจะพาไปที่ที่น่าสนใจ แต่เมื่อรู้ตัวอีกทีก็มาโผล่อยู่ในคณะเป็นที่เรียบร้อยวันหยุดยังจะพามาที่นี่อีก แต่ไม่เป็นไร ฉันพอจะให้อภัยได้เพราะตัวเองได้อยู่ข้างเขาเนี่ยะแหละ -///-“อ้าว เซจิ เข้ามาสิ” เพื่อนร่วมรุ่นของพี่เซจิทักทายแล้วเชื้อเชิญให้เขา

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 27

    กลับจากคุยเรื่องหัวใจกับพี่เซจิแล้ว พวกมิ้งและน้ำหวานก็ชวนฉันออกไปเที่ยวฉลองที่ร้านประจำ เนื่องในโอกาสที่คิรันได้แชมป์ และใช่ค่ะ พวกมันชวนดาวเด่นอย่างคิรันลับหลังฉันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะมาชวนฉันเสียอีก และถ้าฉันไม่ไปก็คงเสียมารยาทมากแน่นอนของขวัญคนนี้จึงต้องแต่งตัวออกมาข้างนอกอีกครั้ง ทั้งที่บอกฝันดีพี่เซจิเรียบร้อยแล้ว ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยแฮะของขวัญ“ทางนี้คิรัน” มิ้งโบกมือเรียก ก่อนจะเว้นที่ว่างข้าง ๆ ฉันเอาไว้เพื่อให้คิรันได้เดินมานั่งอย่างรู้งาน -_-คิรันเดินเข้ามาพร้อมกับชุดลำลองที่ฉันไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก เพราะส่วนใหญ่เจอกัแต่นที่มหาลัยจึงคุ้นตาเขาในคาบชุดนักศึกษาเสียมากกว่า แต่ตอนนี้เขาก็แค่เปลี่ยนไปใส่เสื้อยืดสีขาวแทนเสื้อเชิ้ตเท่านั้น ส่วนกางเกงเป็นกางเกงแสล็คเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกสะกดสายตาได้ขนาดนี้นะ หรืออาจเป็นเพราะใบหน้าที่หล่อเหลาเกินมนุษย์ของเขาล่ะแต่ฉันว่าเลิกพรรณนาถึงรูปร่างหน้าตาของเขาเถอะ เพราะถึงหล่อแค่ไหนคนในใจของฉันก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ก็คือพี่เซจินั่นแหละพูดถึงพี่เซจิแล้วก็ทำให้ฉันถึงเรื่องที่เราตกลงคุยกัน บอกตามตรงฉันก็รู้สึกว่าตั

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 26

    พี่เซจิพามาถึงจุดหมาย ซึ่งเป็นสวนหย่อมที่ผู้คนต่างมาเดินเล่นพักผ่อนกันเป็นคู่ ในช่วงยามเย็นแบบนี้ ดวงอาทิตย์กับลังลับขอบฟ้า แสงอาทิตย์กำลังอบอุ่นได้ที่เลยทีเดียวแต่ก็อบอุ่นหัวใจได้เพียงบรรยากาศเท่านั้น เพราะตอนนี้ฉันรู้สึกว่ากำลังมีบางอย่างที่หนักอึ้งอยู่ภายในใจ บอกตามตรง ฉันไม่พร้อมจะเผชิญหน้าเขาเลย อยากจะหนีไปให้พ้นเสียด้วยซ้ำ แต่อีกใจก็อยากรู้ว่าเขาอยากจะพูดเรื่องอะไรหรือว่าพี่เซจิจะพาฉันมาคุยเรื่องที่ฉันสารภาพออกไปวันนั้น และเรียกมาปฏิเสธกันนะ...ไม่เอาอะ ของขวัญไม่อยากฟังคำนั้น...ฉันควรจะวิ่งหนีไปให้ไกลสิ แต่มานึกขึ้นได้ตอนนี้ก็สายไปแล้วล่ะของขวัญพี่เซจิมายืนอยู่ตรงหน้าฉัน แววตาของเขาดูจริงจังประกอบกับความลึกลับซึ่งทำให้ฉันไม่สามารถอ่านได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เขายืนนิ่งเงียบอยู่สักครู่ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ราวกับว่าเขากำลังรวบรวมความกล้าที่จะพูดอะไรบางอย่าง"มีเรื่องอะไรจะคุยเหรอคะ?" ฉันตัดสินใจเปิดปากถามออกไปตรง ๆ เพราะต้องการรีบตัดความอึดอัดใจนี้ทิ้ง เอาเลย ของขวัญพร้อมแล้ว จะปฏิเสธก็บอกมาตามตรงเลยสิ!พี่เซจินิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 25

    และแล้ววันเสาร์ก็มาถึง ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ฉันพยายามหลบหน้าพี่เซจิอยู่ตลอด โธ่เอ๊ย ของขวัญ เรื่องบนรถวันนั้นน่าอายชะมัด พูดออกไปได้ยังไงกัน -///- และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็จะรู้ตัวว่าฉันพยายามหลบหน้า จึงไม่โผล่มาให้ฉันเห็นเหมือนกันแต่บอกตามตรง...อีกความรู้สึกหนึ่งฉันก็แอบน้อยใจเหมือนกันนะ เขาไม่พยายามที่จะมาเจอกันเลยอย่างนั้นสิขณะที่ภายในสมองกำลังครุ่นคิดเรื่องว้าวุ่นใจอยู่นั้น ขาของฉันก็ก้าวขึ้นไปบนแท่นอัฒจันทร์ที่อยู่ข้างสระว่ายน้ำเพื่อจับจองที่นั่งเข้าชมการแข่งขัน ใช่แล้ว วันนี้ฉันมาเชียร์คิรันแข่งขันกีฬาเฟรชชี่ แต่ไม่ได้มาคนเดียวหรอกนะ เพราะกลุ่มเพื่อนของฉัน พวกมิ้งและน้ำหวานก็มาด้วยเหมือนกันเมื่อถึงเวลาแข่งขัน ฉันก็รีบนำป้ายที่อุตส่าห์ตัดแปะสติ๊กเกอร์อย่างประณีตออกมา“คิรัน!” ฉันตะโกนเรียกเขาที่กำลังยืนอยู่ข้างสระเพื่อเตรียมตัวแข่งขัน หลังจากเขาหันมามองฉันก็รีบยกป้ายที่เขียนเอาไว้ว่า ‘สู้เขานะคิรัน’ ขึ้นมาโบกทันทีที่คิรันอ่านป้ายนั้นจบเขาก็ยกยิ้มแล้วโบกมือมาให้ฉันอย่างรับทราบ“แหม มึง เหมือนผัวเมียมาเชียร์กันเลยนะ” มิ้งเอ่ยแซวขึ้นมา ก่อนจะเบ้ปากให้ฉํนด้วยความหมั่นไส้“จริง ถ้าจะหว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status