Share

บทที่ 6

last update publish date: 2026-02-03 03:53:11

@CLUB JB

แล้วในที่สุดฉันก็มาที่ผับเดิมอีกจนได้ แต่โชคร้ายหน่อยที่ลากหวานมาได้แค่คนเดียว เพราะพี่ไอเท็มแฟนมันก็มาที่ร้านนี้ด้วยเหมือนกัน ซึ่งพี่ไอเท็มเองก็เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับพี่เซจิด้วย นั่นหมายความว่าพี่เซจิก็อยู่ที่ร้านนี้ด้วยเหมือนกัน แต่ว่าโต๊ะของเขาห่างจากโต๊ะของฉันพอสมควร แต่ด้วยสกิลของฉันที่มักจะทำแบบนี้ประจำอยู่แล้ว ต่อให้โต๊ะไกลแค่ไหนฉันก็มองเห็นเขาได้อยู่ตลอด เรียกได้ว่าเขาอยู่ในสายตาของฉันแทบตลอด

“ของขวัญ แล้วไอ้เซ็นมันรู้หรือเปล่าว่ามึงมานี่อะ”

“หึ!”

“กรรม! แล้วกูจะโดนหางเลขด้วยมั้ยเนี่ย”

“ไม่หรอกน่า... มึงว่าเบนจามินเป็นไงบ้าง”

“กูว่าก็ดีนะดูเป็นมิตรไม่มีพิษมีภัยด้วย” หวานมันบอกพลางกระซิบกระซาบกับฉันระหว่างที่เบนจามินไปคุยกับเพื่อนโต๊ะอื่นอยู่

“เนอะ! กูไม่เข้าใจว่าทำไมไอ้เซ็นมันต้องกันท่าด้วยวะ เบนเขาก็แลเป็นคนดี”

“....”

“เดี๋ยวกูมานะมึง” แล้วไอ้หวานมันก็เดินไปที่โต๊ะของแฟนมัน ส่วนฉันก็จ้องภาพพี่เซจิกับผู้หญิงคนนั้นกำลังคุยกันอย่างถูกคอ ทั้ง ๆ ที่จริงพี่เขาเป็นคนไม่ค่อยพูดด้วยซ้ำ ยิ่งคุยกับฉันแทบนับประโยคได้เลย

“มองอะไรอยู่เหรอ ของขวัญ” เสียงของเบนจามินทำให้ฉันละสายตาจากพี่เซจิ แล้วหันไปมองร่างสูงที่อยู่ตรงข้ามแทน ฉันส่ายหน้าเบา ๆ พลางยิ้มให้เบนจามิน ทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“เหมือนจะเจอคนรู้จักน่ะ แต่ไม่ใช่หรอก”

“เออเราว่าจะถามตั้งแต่แรกแล้วเพื่อนเธออีกคนไม่ได้มาเหรอ”

“ใครอะ ไอ้เซนอะนะ”

“ใช่ ๆ ของขวัญกับเซนโตะไม่ได้คบกันหรอกเหรอ”

“ทำไมเบนถึงคิดงั้นอะ เราสองคนเป็นเพื่อนกัน เรากับเซนโตะสนิทกันตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วล่ะ”

“อ่อ อย่างงี้นี่เอง เอาเหล้าเพิ่มมั้ยเดี๋ยวเราชงให้”

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวเราชงเอง ว่าแต่...เบนดูจะรู้จักคนเยอะจังนะ มาที่นี่บ่อยเหรอ”

“ก็ประมาณนั้นอ่ะ พี่ชายเราเป็นหุ้นส่วนกับร้านนี้อะ ว่าแต่ของขวัญก็คอแข็งเหมือนกันนะเนี่ย ดื่มไปตั้งเยอะแล้วยังไม่เมาเลยอ่ะ”

“ทำไมอะจะมอมเหล้าเราเหรอ”

“เปล่าซะหน่อย ก็เห็นผู้หญิงส่วนใหญ่คออ่อนอ่ะ แต่ของขวัญนี่ต้องยกนิ้วให้เลย ฮ่า ๆ” ฉันแอบหัวเราะแห้ง ๆ ให้กับคำพูดของเบนจามิน แต่ใจกลับเริ่มรู้สึกแปลกอย่างไรชอบกล

“นี่ของขวัญกลัวเราหรือเปล่า เราไม่ได้จะคิดอกุศลกับเธอนะ”

“เอาจริงเราก็เริ่มกลัวเหมือนกันแหละ” ฉันยกยิ้มแห้งตามเดิม พลางจ้องหน้าอีกฝ่ายกลับอย่างทีเล่นทีจริง “นี่เบนคิดจะมอมเหล้าเราจริงๆ ใช่มั้ย”

“ไม่ใช่แบบนั้นนะ เรา...” เบนจามินขยับเข้ามากระซิบที่ข้างหูฉัน ทำเอาฉันแอบตกใจเล็กน้อย ก่อนที่จะหันไปยิ้มอย่างมีเลศนัยให้เบนจามินที่ทำนิ้วจุปากเอาไว้ ไม่ให้บอกความลับนี้กับใคร อยากรู้มั้ยว่าคืออะไร... ฉันขอไม่บอกแล้วกันนะ แต่ความลับของเบนจามินทำให้ฉันเข้าใจเขา มากขึ้น เราสองคนนั่งคุยกันอยู่นานจนลืมหวานไปเลย มาสังเกตเห็นอีกครั้งว่ามีมันอยู่ด้วยก็ตอนที่มันเดินหน้าบึ้งมานั่งที่โต้ะเนี่ยะแหละ สงสัยจะทะเลาะกับแฟนมา

“เป็นอะไรอีกล่ะมึง”

“ก็พี่ไอเท็มอะดิ แม่งแดกเหล้าเยอะอีกแล้ว กูต้องขับตลอด มึงกลับคนเดียวได้ใช่มั้ย”

“อืม ไม่เป็นไรมึง กูกลับได้ แล้วนี่มึงจะกลับเลยเหรอ”

“กลับคนเดียวได้ไง เดี๋ยวเราขับไปส่งก็ได้”

“ฝากด้วยนะเบน กูว่าจะนั่งอีกสักพักแล้วมึงจะกลับยัง”

“ยัง”

“งั้นไปเข้าห้องน้ำเป็นเพื่อนกูหน่อยดิ” ฉันพยักหน้ารับพลางลุกไปห้องน้ำพร้อมกับหวาน แต่พอกลับมาอีกทีที่โต๊ะก็ไม่มีใครอยู่ซะแล้ว เบนจามินไปไหนเนี่ย ฉันกลับมานั่งจิบเหล้าที่โต๊ะ แต่จู่ ๆ หวานก็ลากฉันไปที่โต๊ะแฟนมันซะอย่างนั้น สงสัยอยากกลับบ้านแล้ว และฉันเองก็คิดว่าสมควรกลับด้วยเหมือนกัน

“ของขวัญ เป็นไรป่าวเนี่ย? ทำไมหน้าแดงจัง กินเหล้าตั้งนานยังไม่แดงขนาดนี้เลย แล้วนี่มึงจะทำอะไร!” หวานมันพูดอะไรของมันวะ? ทำไมฉันฟังไม่รู้เรื่องเลย แถมอยู่ ๆ ก็รู้สึกว่าอากาศในร้านมันร้อนขึ้นมาซะอย่างนั้น จนเนื้อตัวเริ่มมีเหงื่อออก ยังไม่ทันถึงโต๊ะดีด้วยซ้ำ

“หวาน ของขวัญเป็นอะไรน่ะ” ฉันหันไปมองพี่เซจิที่กำลังคุยอะไรกับหวานก็ไม่รู้ นอกจากนี้ยังหันมองมาทางฉันด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอีก

ฉันทำอะไรผิดไปอย่างนั้นเหรอ...

“หวานก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะพี่เซจิ มันเพิ่งเป็นเมื่อกี้เองนะ ดื่มมาตั้งนาน หน้ายังไม่แดงขนาดนี้เลย”

“นั่งโต๊ะไหน พาพี่ไปดูหน่อย”

“ของขวัญ รอตรงนี้ไปก่อนนะ” พอฉันนั่งลงได้ หวานมันก็ออกไปไหนกับพี่เซจิก็ไม่รู้ ซึ่งฉันก็ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ส่งยิ้มหวานให้พวกเพื่อนพี่เซจิ โดยไม่รู้ว่าตัวเองทำไปเพื่ออะไรเหมือนกัน แต่ดูเหมือนว่าฉันจะควบคุมตัวเองไม่ได้เลยเนี่ยะสิ

สำรวมสิของขวัญ....สำรวมหน่อย...

“กูว่าอาการน้องของขวัญแม่งคุ้น ๆ ว่ะ” พวกเพื่อนพี่เซจิคุยเรื่องอะไรกันก็ไม่รู้ ซึ่งฉันก็ยิ้มให้พวกพี่เขาไปเรื่อย ว่าแต่...ทำไมพวกเพื่อนของพี่เซจิแต่ละคนถึงหล่อกันจังเลยนะ แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้เอ่ยชื่นชมความหล่อของพวกเขา พี่เซจิกับหวานก็เดินกลับมาที่โต๊ะกันก่อน

ไม่เพียงเท่านั้น พี่เซจิยังกระชากแขนฉันให้ลุกขึ้นเต็มความสูงก่อนจะรีบอุ้มฉันพาดบ่า

“รู้ตัวมั้ยเนี่ยว่ากินอะไรเข้าไป” พี่เซจิบ่นพึมพำอะไรสักอย่างแล้วเขาก็หันไปคุยกับเพื่อน

“สรุปน้องของขวัญเป็นอะไรวะ กูว่าอาการเหมือน...”

“อือ…โดนยา อย่าบอกใครนะมึงโดยเฉพาะ…”

“ไอ้เซนโตะ!” ทั้งโต๊ะพูดขึ้นพร้อมกันเสียงดังมาก แต่ฉันพอจะจับใจความได้ว่าอะไรเกี่ยวกับเซนโตะเนี่ยะแหละ อยากรู้ด้วยจัง…

“เปิดแอร์หน่อยได้มั้ย” ฉันถือวิสาสะเร่งแอร์ในรถพี่เซจิจนสุด หลังจากที่ตัวเองถูกโยนเข้ามาในรถหรู โดยที่ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะถูกเขาพาไปที่ไหนกันแน่

แต่ว่าตอนนี้ร่างกายฉันมันรู้สึกร้อนรุ่มไปหมดแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จนต้องปลดกระดุมเสื้อตัวเองออกทีละเม็ดให้อากาศถ่ายเท แต่แล้วพี่เซจิกลับจับมือของฉันเอาไว้ เพื่อไม่ให้ปลดกระดุมเม็ดที่สามออกได้

“อย่าของขวัญ! อย่าทำแบบนี้!”

“แต่ของขวัญร้อน” ฉันพยายามปัดมือพี่เซจิออกแล้วพยายามจะปลดกระดุมตัวเองออกอีกครั้ง จนอีกคนต้องจดรถลงข้างทางเพื่อที่จะหยุดยั้งการกระทำของฉันแทน

“ของขวัญ! มีสติหน่อยสิ!”

“พี่เซจิ! น้อง...น้องเป็นอะไรไม่รู้” ว่าจบฉันก็เริ่มร้องไห้ออกมาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้

“เธอโดนวางยา”

“พี่เซจิช่วยน้องด้วย! ทำยังไงก็ได้ให้มันหายทรมานซะที” ฉันบีบมือพี่เซจิอย่างแรงพลางบังคับให้มือหนานั้นเลื่อนต่ำลงไปจนอยู่ระดับหน้าอก ฉันไม่อยากให้พี่เซจิมองฉันเป็นคนแบบนี้เลย แต่ฉันบังคับตัวเองไม่ได้ ตอนนี้ร่างกายของฉันมันต้องการแบบนี้ โอ้ยยย!!! แต่ทำไมฉันต้องมารู้สึกดีกับอะไรแบบนี้ด้วยน่าอายชะมัด

“ของขวัญอย่า!!”

“ขอโทษนะคะพี่เซจิแต่ว่าน้องต้องการพี่จริง ๆ...” ว่าแล้วฉันก็ย้ายตัวเองไปยังด้านฝั่งคนขับขึ้นคร่อมร่างสูงของพี่เซจิอย่างไร้ยางอาย ใช่! ฉันรู้ว่ามันดูแย่มาก แต่ว่าตอนนี้ร่างกายของฉันนั้นสั่งให้ทำแบบนี้ และฉันก็ไม่อาจจะฝืนมันได้อีกต่อไปแล้ว

พรึบ!

และแล้วเสื้อยืดที่พี่เซจิหวงนักหวงหนาก็หลุดออกจากตัวเขาไปในที่สุดด้วยน้ำมือของฉันเอง ฉันไม่รอช้าโน้มหน้าเข้าไปประกบริมฝีปากพี่เซจิอย่างเงอะงะเพราะฉันไม่เคยจูบกับใครมาก่อนเลยด้วยซ้ำ แต่ว่าในตอนนี้ฉันกลับเป็นฝ่ายรุกเสียเอง ทั้งที่พี่เซจิมีประสบการณ์ในเรื่องนี้มากกว่าฉันเสียอีก น่าอายชะมัด นี่ฉันสบถคำนี้กับตัวเองเป็นรอบที่เท่าไรแล้วเนี่ย

ขอโทษนะคะพี่เซจิ น้องเองก็ไม่อยากให้พี่ต้องมาเห็นในสภาพแบบนี้เลย…

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 30

    ไม่หนาวอย่างที่คิดนี่นา ฮ่าๆๆ ฉันทำปากเก่งไปอย่างนั้นแหละ เป็นเพราะได้เสื้อโค้ทกับผ้าพันคอรวมถึงถุงเท้าที่พี่เซจิเตรียมมา จึงช่วยให้ความอบอุ่นกับฉันได้พอสมควร ทำดีก็เป็นเหมือนกันนะเราเนี่ยะฉันแอบมองเขาจากทางด้านหลัง เพราะตอนนี้พี่เซจิกำลังนั่งอยู่ตรงเบาะข้างหน้าพร้อมกับคุณอา มาซาชิ เพื่อพูดคุยเรื่องที่จะต้องไปพบปะทีมผู้บริหารโรงพยาบาลในอีกสองวันข้างหน้าใช้เวลาเกือบชั่วโมงก็มาถึงบ้านตระกูลทากาฮาชิที่ญี่ปุ่น ฉันว่าบ้านที่ไทยก็ใหญ่มากแล้วนะ แต่พอเป็นบ้านที่ญี่ปุ่นแล้วที่ไทยกลับเทียบไม่ติดเลยเนี่ยะสิ แบบนี้ต้องเรียกว่าคฤหาสน์มากกว่าบ้านแล้ว“ของขวัญเคยใส่กิโมโนไหมลูก” คุณอามาซาชิหันมาพูดกับฉันระหว่างทางที่พวกเรากำลังเดินเข้าไปในตัวบ้าน“ไม่เคยค่ะ” ฉันส่ายศีรษะด้วยความงุนงง คงจะเคยแหละ หน้าอย่างฉันคงจะซื้อกิโมโนมาใส่เดินเล่นที่ประเทศไทยอยู่หรอก -_-“เดี๋ยววันนี้อาจะให้ช่างตัดผ้าเข้ามาวัดตัวให้ เป็นชุดที่ต้องใส่ไหว้บรรพบุรุษในวันสุดสัปดาห์นี้ หนูแพทเองก็ด้วยนะ”“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ฉันและแพทพยักหน้ารับทราบแล้วกล่าวขอบคุณ นี่พวกฉันต้องไปร่วมพิธีอะไรกับพวกเขาด้วยอย่างนั้นเหรอ คิดว่าจะเป็นพิธีเฉพ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 29

    “ไม่เอา ของขวัญไม่อยากไป…” ฉันกอดอกยืนหันหลังให้พ่อกับแม่ที่เข้ามาเจรจาว่าจะให้ฉันไปญี่ปุ่นกับครอบครัวของพี่เซจิ พร้อมทั้งให้เหตุผลว่าจะให้ลองไปดูงานในโรงพยาบาลถ้าฉันไปก็หลบหน้าเขาต่อไม่ได้น่ะสิ บอกตามตรง ตั้งแต่เรื่องวันนั้นฉันก็ยังงอนเขาอยู่ อย่าคิดว่าของขวัญคนนี้จะยอมยกโทษให้ง่าย ๆ นะ!“แต่แม่ตอบตกลงกับอาน้ำไปแล้วนะ ทริปนี้เซนโตะก็ไปด้วยกัน ปกติเห็นตัวติดกันตลอดไม่ใช่เหรอ”“ตอนนี้ไม่ติดแล้วค่ะ เซนโตะมันติดเมียมันนู่น” ดูท่าคงจะพกเมียติดไปด้วยแน่ ๆ และฉันก็คงต้องไปอยู่ที่นู่นอย่างโดดเดี่ยว เพราะจะให้ไปอยู่กับพี่เซจิฉันก็ไม่เอาหรอก!“นี่อย่าบอกนะว่าครั้งก่อนที่เราพูดว่าอกหัก…” พ่อเปรยขึ้นมาพลางยกมือขึ้นชี้นิ้วมาทางฉัน อย่าได้คิดเรื่องแบบนั้นเชียว...“?”“เพราะเซนโตะมีแฟนเหรอ?” พ่อถามออกมาตามตรง ส่วนแม่เองก็รอคำตอบเรื่องนี้เหมือนกัน นั่นไง! ว่าแล้วเชียว!“โอ๊ยยยย ไม่ใช่ค่ะ ไอ้นี่น่ะ ปล่อยมันไปมีเมียก็ดีแล้ว คนเขาจะได้เลิกเข้าใจผิดว่ามันเป็นแฟนหนูสักที” ฉันบ่นลับหลัง เพราะหลายปีที่ผ่านมานี้ ยอมรับตามตรงที่ฉันโสดก้เป็นเพราะมันส่วนหนึ่งด้วย แต่ฉันก็ไม่อยากจะโทษมันมากนักหรอก เพราะสาเหตุห

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 28

    “หลับสบายจังเลยนะเมื่อคืนนี้” ว่าพลางบิดขี้เกียจแล้วยกยิ้มสดใส ต่างจากอีกคนที่ทำหน้ามุ่ยไม่รับบุญตั้งแต่เช้า“คนเจ้าเล่ห์”“เจ้าเล่ห์ตรงไหนกัน เธอหล่นมาหาพี่เองนะ”“พี่นั่นแหละดึงน้องลงไป” เธอจำความรู้สึกนั้นได้แม่น ว่าเหมือนมีคนดึงลงไปจนทำให้ตัวเองตกเตียงแล้วหลังจากนั้นทั้งสองก็ถกเถียงเรื่องนี้กันตลอดทั้งเช้า วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ของขวัญซซึ่งเป็นนักศึกษาแพทย์ปีหนึ่งจึงไม่มีธุระจำเป็นที่จะต้องเข้ามหาลัย แต่สำหรับเซจิที่เป็นนักศึกษาแพทย์ปีที่สาม เขาต้องไปเข้าแล็ปส่งกล้องวิชาพยาธิวิทยา ที่นัดติวกับเพื่อนในรุ่นเอาไว้“ไปแต่งตัวซะ เดี๋ยวพี่ลงมารับ” ว่าจบเขาก็เดินออกจากห้องไปทิ้งให้ฉันงุนงง รับไปไหน วันนี้วันอาทิตย์ไม่ใช่เหรอ (. .)?หรือว่าจะพาไปเดทกันนะ -///- บ้าบอ คิดอะไรเพ้อเจ้อนะของขวัญ...แต่ก็เอาเถอะ อาบน้ำแต่งตัวรอก็ได้ ในตอนแรกฉันก็แอบหวังว่าเขาจะพาไปที่ที่น่าสนใจ แต่เมื่อรู้ตัวอีกทีก็มาโผล่อยู่ในคณะเป็นที่เรียบร้อยวันหยุดยังจะพามาที่นี่อีก แต่ไม่เป็นไร ฉันพอจะให้อภัยได้เพราะตัวเองได้อยู่ข้างเขาเนี่ยะแหละ -///-“อ้าว เซจิ เข้ามาสิ” เพื่อนร่วมรุ่นของพี่เซจิทักทายแล้วเชื้อเชิญให้เขา

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 27

    กลับจากคุยเรื่องหัวใจกับพี่เซจิแล้ว พวกมิ้งและน้ำหวานก็ชวนฉันออกไปเที่ยวฉลองที่ร้านประจำ เนื่องในโอกาสที่คิรันได้แชมป์ และใช่ค่ะ พวกมันชวนดาวเด่นอย่างคิรันลับหลังฉันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะมาชวนฉันเสียอีก และถ้าฉันไม่ไปก็คงเสียมารยาทมากแน่นอนของขวัญคนนี้จึงต้องแต่งตัวออกมาข้างนอกอีกครั้ง ทั้งที่บอกฝันดีพี่เซจิเรียบร้อยแล้ว ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยแฮะของขวัญ“ทางนี้คิรัน” มิ้งโบกมือเรียก ก่อนจะเว้นที่ว่างข้าง ๆ ฉันเอาไว้เพื่อให้คิรันได้เดินมานั่งอย่างรู้งาน -_-คิรันเดินเข้ามาพร้อมกับชุดลำลองที่ฉันไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก เพราะส่วนใหญ่เจอกัแต่นที่มหาลัยจึงคุ้นตาเขาในคาบชุดนักศึกษาเสียมากกว่า แต่ตอนนี้เขาก็แค่เปลี่ยนไปใส่เสื้อยืดสีขาวแทนเสื้อเชิ้ตเท่านั้น ส่วนกางเกงเป็นกางเกงแสล็คเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกสะกดสายตาได้ขนาดนี้นะ หรืออาจเป็นเพราะใบหน้าที่หล่อเหลาเกินมนุษย์ของเขาล่ะแต่ฉันว่าเลิกพรรณนาถึงรูปร่างหน้าตาของเขาเถอะ เพราะถึงหล่อแค่ไหนคนในใจของฉันก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ก็คือพี่เซจินั่นแหละพูดถึงพี่เซจิแล้วก็ทำให้ฉันถึงเรื่องที่เราตกลงคุยกัน บอกตามตรงฉันก็รู้สึกว่าตั

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 26

    พี่เซจิพามาถึงจุดหมาย ซึ่งเป็นสวนหย่อมที่ผู้คนต่างมาเดินเล่นพักผ่อนกันเป็นคู่ ในช่วงยามเย็นแบบนี้ ดวงอาทิตย์กับลังลับขอบฟ้า แสงอาทิตย์กำลังอบอุ่นได้ที่เลยทีเดียวแต่ก็อบอุ่นหัวใจได้เพียงบรรยากาศเท่านั้น เพราะตอนนี้ฉันรู้สึกว่ากำลังมีบางอย่างที่หนักอึ้งอยู่ภายในใจ บอกตามตรง ฉันไม่พร้อมจะเผชิญหน้าเขาเลย อยากจะหนีไปให้พ้นเสียด้วยซ้ำ แต่อีกใจก็อยากรู้ว่าเขาอยากจะพูดเรื่องอะไรหรือว่าพี่เซจิจะพาฉันมาคุยเรื่องที่ฉันสารภาพออกไปวันนั้น และเรียกมาปฏิเสธกันนะ...ไม่เอาอะ ของขวัญไม่อยากฟังคำนั้น...ฉันควรจะวิ่งหนีไปให้ไกลสิ แต่มานึกขึ้นได้ตอนนี้ก็สายไปแล้วล่ะของขวัญพี่เซจิมายืนอยู่ตรงหน้าฉัน แววตาของเขาดูจริงจังประกอบกับความลึกลับซึ่งทำให้ฉันไม่สามารถอ่านได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เขายืนนิ่งเงียบอยู่สักครู่ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ราวกับว่าเขากำลังรวบรวมความกล้าที่จะพูดอะไรบางอย่าง"มีเรื่องอะไรจะคุยเหรอคะ?" ฉันตัดสินใจเปิดปากถามออกไปตรง ๆ เพราะต้องการรีบตัดความอึดอัดใจนี้ทิ้ง เอาเลย ของขวัญพร้อมแล้ว จะปฏิเสธก็บอกมาตามตรงเลยสิ!พี่เซจินิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 25

    และแล้ววันเสาร์ก็มาถึง ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ฉันพยายามหลบหน้าพี่เซจิอยู่ตลอด โธ่เอ๊ย ของขวัญ เรื่องบนรถวันนั้นน่าอายชะมัด พูดออกไปได้ยังไงกัน -///- และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็จะรู้ตัวว่าฉันพยายามหลบหน้า จึงไม่โผล่มาให้ฉันเห็นเหมือนกันแต่บอกตามตรง...อีกความรู้สึกหนึ่งฉันก็แอบน้อยใจเหมือนกันนะ เขาไม่พยายามที่จะมาเจอกันเลยอย่างนั้นสิขณะที่ภายในสมองกำลังครุ่นคิดเรื่องว้าวุ่นใจอยู่นั้น ขาของฉันก็ก้าวขึ้นไปบนแท่นอัฒจันทร์ที่อยู่ข้างสระว่ายน้ำเพื่อจับจองที่นั่งเข้าชมการแข่งขัน ใช่แล้ว วันนี้ฉันมาเชียร์คิรันแข่งขันกีฬาเฟรชชี่ แต่ไม่ได้มาคนเดียวหรอกนะ เพราะกลุ่มเพื่อนของฉัน พวกมิ้งและน้ำหวานก็มาด้วยเหมือนกันเมื่อถึงเวลาแข่งขัน ฉันก็รีบนำป้ายที่อุตส่าห์ตัดแปะสติ๊กเกอร์อย่างประณีตออกมา“คิรัน!” ฉันตะโกนเรียกเขาที่กำลังยืนอยู่ข้างสระเพื่อเตรียมตัวแข่งขัน หลังจากเขาหันมามองฉันก็รีบยกป้ายที่เขียนเอาไว้ว่า ‘สู้เขานะคิรัน’ ขึ้นมาโบกทันทีที่คิรันอ่านป้ายนั้นจบเขาก็ยกยิ้มแล้วโบกมือมาให้ฉันอย่างรับทราบ“แหม มึง เหมือนผัวเมียมาเชียร์กันเลยนะ” มิ้งเอ่ยแซวขึ้นมา ก่อนจะเบ้ปากให้ฉํนด้วยความหมั่นไส้“จริง ถ้าจะหว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status