LOGIN@CLUB JB
แล้วในที่สุดฉันก็มาที่ผับเดิมอีกจนได้ แต่โชคร้ายหน่อยที่ลากหวานมาได้แค่คนเดียว เพราะพี่ไอเท็มแฟนมันก็มาที่ร้านนี้ด้วยเหมือนกัน ซึ่งพี่ไอเท็มเองก็เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับพี่เซจิด้วย นั่นหมายความว่าพี่เซจิก็อยู่ที่ร้านนี้ด้วยเหมือนกัน แต่ว่าโต๊ะของเขาห่างจากโต๊ะของฉันพอสมควร แต่ด้วยสกิลของฉันที่มักจะทำแบบนี้ประจำอยู่แล้ว ต่อให้โต๊ะไกลแค่ไหนฉันก็มองเห็นเขาได้อยู่ตลอด เรียกได้ว่าเขาอยู่ในสายตาของฉันแทบตลอด
“ของขวัญ แล้วไอ้เซ็นมันรู้หรือเปล่าว่ามึงมานี่อะ”
“หึ!”
“กรรม! แล้วกูจะโดนหางเลขด้วยมั้ยเนี่ย”
“ไม่หรอกน่า... มึงว่าเบนจามินเป็นไงบ้าง”
“กูว่าก็ดีนะดูเป็นมิตรไม่มีพิษมีภัยด้วย” หวานมันบอกพลางกระซิบกระซาบกับฉันระหว่างที่เบนจามินไปคุยกับเพื่อนโต๊ะอื่นอยู่
“เนอะ! กูไม่เข้าใจว่าทำไมไอ้เซ็นมันต้องกันท่าด้วยวะ เบนเขาก็แลเป็นคนดี”
“....”
“เดี๋ยวกูมานะมึง” แล้วไอ้หวานมันก็เดินไปที่โต๊ะของแฟนมัน ส่วนฉันก็จ้องภาพพี่เซจิกับผู้หญิงคนนั้นกำลังคุยกันอย่างถูกคอ ทั้ง ๆ ที่จริงพี่เขาเป็นคนไม่ค่อยพูดด้วยซ้ำ ยิ่งคุยกับฉันแทบนับประโยคได้เลย
“มองอะไรอยู่เหรอ ของขวัญ” เสียงของเบนจามินทำให้ฉันละสายตาจากพี่เซจิ แล้วหันไปมองร่างสูงที่อยู่ตรงข้ามแทน ฉันส่ายหน้าเบา ๆ พลางยิ้มให้เบนจามิน ทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เหมือนจะเจอคนรู้จักน่ะ แต่ไม่ใช่หรอก”
“เออเราว่าจะถามตั้งแต่แรกแล้วเพื่อนเธออีกคนไม่ได้มาเหรอ”
“ใครอะ ไอ้เซนอะนะ”
“ใช่ ๆ ของขวัญกับเซนโตะไม่ได้คบกันหรอกเหรอ”
“ทำไมเบนถึงคิดงั้นอะ เราสองคนเป็นเพื่อนกัน เรากับเซนโตะสนิทกันตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วล่ะ”
“อ่อ อย่างงี้นี่เอง เอาเหล้าเพิ่มมั้ยเดี๋ยวเราชงให้”
“ไม่เป็นไรเดี๋ยวเราชงเอง ว่าแต่...เบนดูจะรู้จักคนเยอะจังนะ มาที่นี่บ่อยเหรอ”
“ก็ประมาณนั้นอ่ะ พี่ชายเราเป็นหุ้นส่วนกับร้านนี้อะ ว่าแต่ของขวัญก็คอแข็งเหมือนกันนะเนี่ย ดื่มไปตั้งเยอะแล้วยังไม่เมาเลยอ่ะ”
“ทำไมอะจะมอมเหล้าเราเหรอ”
“เปล่าซะหน่อย ก็เห็นผู้หญิงส่วนใหญ่คออ่อนอ่ะ แต่ของขวัญนี่ต้องยกนิ้วให้เลย ฮ่า ๆ” ฉันแอบหัวเราะแห้ง ๆ ให้กับคำพูดของเบนจามิน แต่ใจกลับเริ่มรู้สึกแปลกอย่างไรชอบกล
“นี่ของขวัญกลัวเราหรือเปล่า เราไม่ได้จะคิดอกุศลกับเธอนะ”
“เอาจริงเราก็เริ่มกลัวเหมือนกันแหละ” ฉันยกยิ้มแห้งตามเดิม พลางจ้องหน้าอีกฝ่ายกลับอย่างทีเล่นทีจริง “นี่เบนคิดจะมอมเหล้าเราจริงๆ ใช่มั้ย”
“ไม่ใช่แบบนั้นนะ เรา...” เบนจามินขยับเข้ามากระซิบที่ข้างหูฉัน ทำเอาฉันแอบตกใจเล็กน้อย ก่อนที่จะหันไปยิ้มอย่างมีเลศนัยให้เบนจามินที่ทำนิ้วจุปากเอาไว้ ไม่ให้บอกความลับนี้กับใคร อยากรู้มั้ยว่าคืออะไร... ฉันขอไม่บอกแล้วกันนะ แต่ความลับของเบนจามินทำให้ฉันเข้าใจเขา มากขึ้น เราสองคนนั่งคุยกันอยู่นานจนลืมหวานไปเลย มาสังเกตเห็นอีกครั้งว่ามีมันอยู่ด้วยก็ตอนที่มันเดินหน้าบึ้งมานั่งที่โต้ะเนี่ยะแหละ สงสัยจะทะเลาะกับแฟนมา
“เป็นอะไรอีกล่ะมึง”
“ก็พี่ไอเท็มอะดิ แม่งแดกเหล้าเยอะอีกแล้ว กูต้องขับตลอด มึงกลับคนเดียวได้ใช่มั้ย”
“อืม ไม่เป็นไรมึง กูกลับได้ แล้วนี่มึงจะกลับเลยเหรอ”
“กลับคนเดียวได้ไง เดี๋ยวเราขับไปส่งก็ได้”
“ฝากด้วยนะเบน กูว่าจะนั่งอีกสักพักแล้วมึงจะกลับยัง”
“ยัง”
“งั้นไปเข้าห้องน้ำเป็นเพื่อนกูหน่อยดิ” ฉันพยักหน้ารับพลางลุกไปห้องน้ำพร้อมกับหวาน แต่พอกลับมาอีกทีที่โต๊ะก็ไม่มีใครอยู่ซะแล้ว เบนจามินไปไหนเนี่ย ฉันกลับมานั่งจิบเหล้าที่โต๊ะ แต่จู่ ๆ หวานก็ลากฉันไปที่โต๊ะแฟนมันซะอย่างนั้น สงสัยอยากกลับบ้านแล้ว และฉันเองก็คิดว่าสมควรกลับด้วยเหมือนกัน
“ของขวัญ เป็นไรป่าวเนี่ย? ทำไมหน้าแดงจัง กินเหล้าตั้งนานยังไม่แดงขนาดนี้เลย แล้วนี่มึงจะทำอะไร!” หวานมันพูดอะไรของมันวะ? ทำไมฉันฟังไม่รู้เรื่องเลย แถมอยู่ ๆ ก็รู้สึกว่าอากาศในร้านมันร้อนขึ้นมาซะอย่างนั้น จนเนื้อตัวเริ่มมีเหงื่อออก ยังไม่ทันถึงโต๊ะดีด้วยซ้ำ
“หวาน ของขวัญเป็นอะไรน่ะ” ฉันหันไปมองพี่เซจิที่กำลังคุยอะไรกับหวานก็ไม่รู้ นอกจากนี้ยังหันมองมาทางฉันด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอีก
ฉันทำอะไรผิดไปอย่างนั้นเหรอ...
“หวานก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะพี่เซจิ มันเพิ่งเป็นเมื่อกี้เองนะ ดื่มมาตั้งนาน หน้ายังไม่แดงขนาดนี้เลย”
“นั่งโต๊ะไหน พาพี่ไปดูหน่อย”
“ของขวัญ รอตรงนี้ไปก่อนนะ” พอฉันนั่งลงได้ หวานมันก็ออกไปไหนกับพี่เซจิก็ไม่รู้ ซึ่งฉันก็ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ส่งยิ้มหวานให้พวกเพื่อนพี่เซจิ โดยไม่รู้ว่าตัวเองทำไปเพื่ออะไรเหมือนกัน แต่ดูเหมือนว่าฉันจะควบคุมตัวเองไม่ได้เลยเนี่ยะสิ
สำรวมสิของขวัญ....สำรวมหน่อย...
“กูว่าอาการน้องของขวัญแม่งคุ้น ๆ ว่ะ” พวกเพื่อนพี่เซจิคุยเรื่องอะไรกันก็ไม่รู้ ซึ่งฉันก็ยิ้มให้พวกพี่เขาไปเรื่อย ว่าแต่...ทำไมพวกเพื่อนของพี่เซจิแต่ละคนถึงหล่อกันจังเลยนะ แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้เอ่ยชื่นชมความหล่อของพวกเขา พี่เซจิกับหวานก็เดินกลับมาที่โต๊ะกันก่อน
ไม่เพียงเท่านั้น พี่เซจิยังกระชากแขนฉันให้ลุกขึ้นเต็มความสูงก่อนจะรีบอุ้มฉันพาดบ่า
“รู้ตัวมั้ยเนี่ยว่ากินอะไรเข้าไป” พี่เซจิบ่นพึมพำอะไรสักอย่างแล้วเขาก็หันไปคุยกับเพื่อน
“สรุปน้องของขวัญเป็นอะไรวะ กูว่าอาการเหมือน...”
“อือ…โดนยา อย่าบอกใครนะมึงโดยเฉพาะ…”
“ไอ้เซนโตะ!” ทั้งโต๊ะพูดขึ้นพร้อมกันเสียงดังมาก แต่ฉันพอจะจับใจความได้ว่าอะไรเกี่ยวกับเซนโตะเนี่ยะแหละ อยากรู้ด้วยจัง…
“เปิดแอร์หน่อยได้มั้ย” ฉันถือวิสาสะเร่งแอร์ในรถพี่เซจิจนสุด หลังจากที่ตัวเองถูกโยนเข้ามาในรถหรู โดยที่ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะถูกเขาพาไปที่ไหนกันแน่
แต่ว่าตอนนี้ร่างกายฉันมันรู้สึกร้อนรุ่มไปหมดแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จนต้องปลดกระดุมเสื้อตัวเองออกทีละเม็ดให้อากาศถ่ายเท แต่แล้วพี่เซจิกลับจับมือของฉันเอาไว้ เพื่อไม่ให้ปลดกระดุมเม็ดที่สามออกได้
“อย่าของขวัญ! อย่าทำแบบนี้!”
“แต่ของขวัญร้อน” ฉันพยายามปัดมือพี่เซจิออกแล้วพยายามจะปลดกระดุมตัวเองออกอีกครั้ง จนอีกคนต้องจดรถลงข้างทางเพื่อที่จะหยุดยั้งการกระทำของฉันแทน
“ของขวัญ! มีสติหน่อยสิ!”
“พี่เซจิ! น้อง...น้องเป็นอะไรไม่รู้” ว่าจบฉันก็เริ่มร้องไห้ออกมาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้
“เธอโดนวางยา”
“พี่เซจิช่วยน้องด้วย! ทำยังไงก็ได้ให้มันหายทรมานซะที” ฉันบีบมือพี่เซจิอย่างแรงพลางบังคับให้มือหนานั้นเลื่อนต่ำลงไปจนอยู่ระดับหน้าอก ฉันไม่อยากให้พี่เซจิมองฉันเป็นคนแบบนี้เลย แต่ฉันบังคับตัวเองไม่ได้ ตอนนี้ร่างกายของฉันมันต้องการแบบนี้ โอ้ยยย!!! แต่ทำไมฉันต้องมารู้สึกดีกับอะไรแบบนี้ด้วยน่าอายชะมัด
“ของขวัญอย่า!!”
“ขอโทษนะคะพี่เซจิแต่ว่าน้องต้องการพี่จริง ๆ...” ว่าแล้วฉันก็ย้ายตัวเองไปยังด้านฝั่งคนขับขึ้นคร่อมร่างสูงของพี่เซจิอย่างไร้ยางอาย ใช่! ฉันรู้ว่ามันดูแย่มาก แต่ว่าตอนนี้ร่างกายของฉันนั้นสั่งให้ทำแบบนี้ และฉันก็ไม่อาจจะฝืนมันได้อีกต่อไปแล้ว
พรึบ!
และแล้วเสื้อยืดที่พี่เซจิหวงนักหวงหนาก็หลุดออกจากตัวเขาไปในที่สุดด้วยน้ำมือของฉันเอง ฉันไม่รอช้าโน้มหน้าเข้าไปประกบริมฝีปากพี่เซจิอย่างเงอะงะเพราะฉันไม่เคยจูบกับใครมาก่อนเลยด้วยซ้ำ แต่ว่าในตอนนี้ฉันกลับเป็นฝ่ายรุกเสียเอง ทั้งที่พี่เซจิมีประสบการณ์ในเรื่องนี้มากกว่าฉันเสียอีก น่าอายชะมัด นี่ฉันสบถคำนี้กับตัวเองเป็นรอบที่เท่าไรแล้วเนี่ย
ขอโทษนะคะพี่เซจิ น้องเองก็ไม่อยากให้พี่ต้องมาเห็นในสภาพแบบนี้เลย…
“ก็กูจะใช้...”“แต่ผมหยิบก่อน”“กูจำเป็นต้องใช้ตอนนี้...เดี๋ยวผัดผักมันไหม้”“ผมก็จำเป็นเหมือนกัน เดี๋ยวไข่ไหม้”ฉันตื่นขึ้นเพราะเสียงเอะอะโวยวายดังไปทั่วบริเวณ แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่าพี่เซจิและคิรันกำลังเข้าครัวทำอาหารด้วยกันอยู่ ถึงแม้จะดูเหมือนคนกำลังจะเปิดศึกฆ่าแกงกันมากกว่าก็เถอะ“ทำอะไรกัน?” ฉันเดินงัวเงียเข้ามาในห้องครัวเรียกความสนใจจากทั้งคู่ได้ทันควัน ก่อนจะจ้องมองสิ่งที่อยู่ในกะทะเริ่มเกรียมเข้าไปทุกที ฉันจึงต้องรีบเข้าไปคว้าตะหลิวในมือของคิรันออกมาถือไว้เอง ด้วยกลัวว่าทั้งคู่จะทำห้องฉันไฟลุกแทนที่จะได้นั่งทานข้าวกันอย่างปกติสุข“ออกไปทั้งคู่เลย” ฉันชี้นิ้วไปทางโซนห้องนั่งเล่น ทั้งสองพากันคอตกแล้วเดินออกไปอย่างว่าง่าย ไม่นานอาหารก็ถูกยกออกมาตั้งวางไว้บนโต๊ะ“แล้วเซนโตะล่ะคะ ไม่ได้มาด้วยกันเหรอ?” ฉันถามถึงเพื่อนสนิทตัวดี ที่ตอนนี้หายหน้าหายตาและส่งพี่ชายตัวเองมาคุมประพฤติฉันแทน“ไปห้องแฟนแล้ว” พี่เซจิตอบพร้อมทำสีหน้าหน่าย ๆ ช่วงนี้ดูเหมือนเซนโตะจะติดแฟนสาวคนนี้มากเป็นพิเศษ หรือว่ามันจะเจอคนที่ใช่แล้วจริง ๆ นะ สงสัยต้องหาเวลาให้มันมานั่งชี้แจงสักหน่อยแล้ว“อ่อ...” ฉันพยักหน
ถึงแม้จะรู้สึกสงสัยว่าใครกันที่เป็นคนซื้อของพวกนี้มาให้ แต่ฉันก็รู้สึกขอบคุณมากยิ่งกว่า ให้ตายเถอะของขวัญ ลืมเรื่องสำคัญแบบนี้ไปได้ยังไงกันว่าใกล้วันนั้นของเดือนแล้ว ควรจะพกผ้าอนามัยติดตัวเอาไว้เผื่อฉุกเฉินสิฉันกลับมาถึงห้องของตัวเองโดยสวัสดิภาพ ก่อนจะพบว่าเซนโตะยืนรออยู่หน้าห้อง สีหน้าดูเป็นกังวลใจอย่างไรอย่างนั้น เมื่อเห็นฉํนมันก็รีบเดินตรงเข้ามาหาทันที“มึง ไม่เป็นไรนะ”“อืม...” สงสัยหวานกับมิ้งเป็นคนบอก บังเอิญว่าฉันทักไปหาพวกมันพอดี จึงไม่แปลกที่เซนโตะจะรู้เรื่องนี้เข้า “กูไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่...กูสงสัยว่ะ ว่าใครซื้อผ้าอนามัยกับกระโปรงตัวใหม่มาให้กู”“เออเอาเหอะมึง เรื่องแบบนี้ช่างแม่งเหอะ” เซนโตะพูดเหมือนต้องการตัดจบเรื่องนี้“หรือมึงรู้ว่าใคร?” ฉันหรี่ตามองส่งสายตาจับผิดไปหามันทันที หรือว่า...ไม่หรอกมั้ง อย่างเขาคนนั้นจะมาใส่ใจฉันได้ยังไง“กู...จะไปรู้ได้ไงเล่า เลิกพูดถึงเรื่องร้าย ๆ เถอะของขวัญ มีคนช่วย...ก็ดีแล้ว”เซนโตะว่าพลางรอให้ฉันเปิดประตูเพื่อจะเดินเข้าไปในห้อง เอาอีกแล้ว สองพี่น้องนี่ชอบมาวุ่นวายที่ห้องฉันกันตลอดเลยก๊อก ก๊อกเพิ่งปิดประตูลงได้ไม่นานเสียงเคาะประตูก็ดั
หลังจากวันนั้น พี่เซจิก็เริ่มทำตัวแปลกประหลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกเย็นหลังจากฉันกลับถึงคอนโดก็จะเห็นเขายืนอยู่ตรงหน้าห้องเป็นประจำ ไม่รู้ว่ามีธุระอะไรที่ห้องของฉันนักหนา วันนี้เองก็เช่นกัน“พอดี พี่มารอเซนโตะน่ะ...”“เซนโตะไปห้องแฟนค่ะ ไม่ได้อยู่กับน้อง” ฉันตอบกลับทันควันพลางเดินหลบเลี่ยงเขาเข้าไปในห้อง แต่พี่เซจิก็ยังไม่วายเดินตามเข้ามาในห้องจนได้“ก็นั่นแหละ...พี่มารอมันที่ห้องเธอไง เดี๋ยวมันกลับมา”“แล้วทำไมไม่ไปรอที่ห้องพี่ล่ะ ถ้าเซนโตะกลับมาก็ต้องกลับห้องพี่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”“ก็...เผื่อมันแวะห้องเธอก่อนไง”เอาเถอะ ฉันไม่อยากซักไซ้ไร่เรียงความอะไรให้มันมากมายนักหรอก เขาอยากจะอยู่ก็ให้อยู่ไปแล้วกัน แต่วันนี้ฉันมีธุระต้องออกไปอ่านหนังสือที่หอสมุดตามที่นัดกับคิรันเอาไว้เมื่ออาบน้ำเปลี่ยนจากชุดนักศึกษาเป็นชุดลำลองเรียบร้อยแล้ว ฉันก็หยิบกระเป๋าสะพายพร้อมกับไอแพดเพื่อเตรียมตัวออกไปอ่านหนังสือ แต่พอฉันก้าวพ้นประตูห้องนอน พี่เซจิก็รีบลุกขึ้นยืนทันที“ไปไหน?”“นัดเพื่อนอ่านหนังือเอาไว้ที่หอสมุดค่ะ”“ไปด้วย” ว่าพลางหยิบกุญแจรถของตัวเองแล้วเดินตามฉันออกมาจนถึงหน้าประตูห้อง“พี่จะไปทำไม น้
“โอ๊ย! พี่เป็นอะไรเนี่ยะ!” ฉันร้องออกมาเพราะแรงเหวี่ยงจากพี่เซจิที่โยนร่างของฉันลงบนเบาะหลังรถ และฉันก็โวยวายขึ้นทันทีหลังจากที่เขาปล่อยให้ฉันเป็นอิสระ ก่อนที่ขายาวจะก้าวอ้อมไปทางประตูฝั่งคนขับแล้วเปิดขึ้นมานั่ง“ไม่ได้เป็นอะไรหนิ เธอนั่นแหละดื้อ บอกให้กลับด้วยกันก็ไม่ยอมกลับ ฉันก็เลยต้องทำแบบนี้” ว่าพลางจับพวงมาลัยรถแล้วขับออกมาจากร้านอาหาร“ก็น้องไม่อยากขัดจังหวะพี่อยู่กับแฟนหนิ” ฉันพูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกไปตามตรง ไม่รู้ว่ามันฟังดูเป็นการประชดหรือเปล่านะ แต่สำหรับฉันแล้วมันหมายความตามนั้นจริง ๆหลังจากฟังสิ่งที่ฉันชี้แจงแล้วพี่เซจิก็นิ่งเงียบเหมือนทุกครั้ง เขาไม่มีเหตุจำเป็นจะต้องชี้แจงเรื่องนี้กับฉันหรอก แต่บอกตามตรง ว่าฉันก็แอบหวังให้เขาปฏิเสธกลับมา ว่าผู้หญิงคนนั้นกับเขาไม่ใช่แฟนกัน แต่ก็ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับจากเขาบอกตามตรง เห็นแบบนี้แล้ว...ฉันจะตัดใจจากพี่เซจิขั้นเด็ดขาดแล้วล่ะ ทุกคนรอดูได้เลยไม่นานนักรถก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าร้านคาเฟ่แห่งหนึ่งแทนที่จะเป็นคอนโดของพวกเรา ฉันรีบหันมองเขาด้วยแววตาฉงนสงสัย แต่ในขณะที่กำลังจะเอ่ยปากถาม เขาก็เปิดปากอธิบายขึ้นก่อนแล้ว“ฉันอยากกินของหวานน่ะ
“มึง นั่นพี่เซจิป่าววะ” น้ำหวานที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พูดขึ้น บังเอิญว่าเป็นทิศที่หันหน้าเขาหาเขาพอดี น้ำหวานจึงต้องเห็นเป็นธรรมดาอยู่แล้ว และหลังจากได้ยินแบบนั้นทุกคนก็พากันหันไปมอง แต่ก็ไม่ได้พรวดพราดหันไปหรอกนะ เพราะกลุ่มเพื่อนของฉันมีวิธีหันอย่างแนบเนียนอยู่แล้ว“เออว่ะ ใช่จริงด้วย ว่าแต่พี่เขาเปลี่ยนคนควงอีกแล้วเหรอวะ”ฉันปรายตามองเขาอีกครั้งก่อนจะเห็นท่าทางยิ้มแย้มรวมถึงสายตาที่เขาใช้มองผู้หญิงคนนั้น มันช่าง...อบอุ่นเหลือเกิน เป็นสายตาที่ฉันคงไม่มีวันได้รับจากเขา“ของขวัญ มึงจะกินอะไรเนี่ยะ กูเรียกหลายรอบแล้วนะ”“อ๋อ...เอาตามมึงละกัน” ฉันบอกกล่าวหลังจากเรียกสติคืนมาได้“เออ จะได้รีบสั่ง หิวกันจะตายแล้ว”“เห้ย นั่นคิรัน เดือนคณะมึงป้ะของขวัญ” มิ้งส่งสายตาไปยังทิศสิบสิงนาฬิกาข้างหลังของฉัน ก่อนที่พวกเราจะค่อย ๆ ลอบมองอย่างแนบเนียนแล้วหันกลับมาพูดจาชุมนุมกันอีกครั้ง“เออว่ะ” ว่าจบ พวกมันก็ส่งสายตามาทางฉันอย่างมีเล่ศ์นัย อะไรกันอีกล่ะเนี่ยะ“อะแฮ่ม...ของขวัญ...”“?”“ฉันว่าคิรันมองเธออยู่นะ”“บ้าหน่า เขาอาจจะแค่ตกใจที่พวกเราแห่กันหันไปมองก็ได้” ฉันว่าพลางยกแก้วน้ำขึ้นจิบเป็นการเลี่ยงบทสน
“วันนี้ดูอารมณ์ดีเนอะมึงอ่ะ” เซ็นโตะนั่งท้าวคางมองฉันที่กำลังหั่นผักเตรียมทำอาหารอยู่ในห้องของมัน“ยังไงวะ กูก็ยิ้มแบบนี้ทุกวันมั้ยล่ะ”“ไม่อ่ะ กูรู้สึกว่าวันนี้มึงยิ้มมากกว่าปกติ เหมือน....”“เหมือนอะไร?”“...คนบ้า”“ไอ้%#@$%$” ฉันบ่นมันอุบอิบแล้วจัดการทำกับข้าวของตัวเองต่อไป โดยสายตาเจ้ากรรมก็ยังไม่วายเหลือบมองพี่เซจิอยู่ตลอด พี่เซจิที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ด้วย สงสัยช่วงนี้สอบถี่ เพราะตั้งแต่มาถึงที่ห้องฉันก็เห็นเขาก้มหน้าอ่านหนังสืออยู่ตลอดเวลาแต่ในวันนี้เขาดูเงียบลงกว่าเมื่อคืนเยอะเลย ไม่แม้แต่จะทักทายอะไรฉันด้วยซ้ำ ออกมาจากห้องนอนตัวเองได้ก็อ่านหนังสืออยู่ในท่านั้น ทั้งห้องจึงมีเพียงเสียงของฉันและเซ็นโตะที่พูดคุยตอบโต้กันไปมา“เอ้า! เสร็จแล้ว!” ฉันยกแกงจืดเต้าหู้หมูสับกับผัดผักมาวางไว้ที่โต๊ะกินข้าวและนั่งรอเซ็นโตะที่กำลังเดินไปตักข้าวมา ตามหน้าที่ที่ตกลงกันเอาไว้ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว แต่เผลอแปบเดียวพี่เซจิก็หายไปจากโต๊ะอ่านหนังสือเสียอย่างนั้น อาจจะเข้าไปนอนในห้องแล้วล่ะมั้ง แต่แล้วก็เหมือนว่าฉันจะคิดผิด เมื่อร่างสูงที่ฉันกำลังนึกถึงอยู่นั้น เดินออกมาจากห้องนอนของต





![ยัยเอ๋อนี่ของผม[My dear]เมียผม](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

