Partager

จับขี้เมา

Auteur: ohpal
last update Date de publication: 2025-04-09 02:01:48

: บาร์

หลังจากที่ลู่จินออกไปคุยโทรศัพท์เสร็จก็พยายามประคองตัวเองเข้ามาบอกเหมยลี่ให้รู้ว่าเธอต้องกลับเสียแล้ว วันนี้คงไม่ได้พักกับเหมยลี่ตามที่รับปาก แต่พอมาถึงที่โต๊ะกลับพบว่าเพื่อนสาวมีชายหนุ่มรูปหล่อนั่งติดกันอยู่

"เหมยลี่...ฉันว่าฉันต้องกลับแล้ว"

ลู่จินพยายามกระซิบข้างหูเพื่อนสาวด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด แต่ดูเหมือนวันนี้เหมยลี่จะไม่ปล่อยเธอไปง่ายอย่างใจคิดเมื่อลู่จินถูกดึงให้นั่งลงข้างๆ เพื่อนรัก ก่อนเหมยลี่จะยื่นแก้วเหล้าให้เธอจนถึงปาก

"ดื่มชดใช้เดี๋ยวนี้ ชดใช้ที่หายไปไม่บอกเพื่อน"

"อ่าา ฉันเมาแล้วเหมยลี่"ลู่จินพยายามอธิบายพร้อมใช้มือดันแก้วเหล้าให้ออกห่างตัว แค่ตอนนี้ที่เธอเป็นอยู่ก็มึนหัวจนแทบยืนไม่ไหวแล้ว

"น๊าาาาาา"

"พอดีกว่าครับ...ลู่จินดูจะไม่ไหวแล้วเอาเป็นว่าผมดื่มแทนเธอนะ"

ระหว่างที่เหมยลี่คะยั้นคะยอจะให้ลู่จินดื่มให้ได้ ชายหนุ่มที่เข้ารวมนัดเดทคนหนึ่งก็แย่งแก้วเหล้าไปจากมือเล็กก่อนจะดื่มแทนลู่จินจนหมดแก้ว ทำเอาทั้งสองสาวหันมองหน้ากันทันทีก่อนที่เหมยลี่จะระบายยิ้มล้อเลียนออกมาเป็นเชิงแซวความสัมพันธ์ของทั้งคู่

"เห้ ลู่จินดูเหมือนอี๋เฉินจะสนใจเธอเลย"เหมยลี่กระซิบเบาๆ ที่ข้างหูเพื่อนสาวก่อนจะมองไปยัง 'มู่อี๋เฉิน'ชายหนุ่มที่มีอาชีพเป็นนายแบบแบรนด์เสื้อผ้าหลายแบรนด์ที่นั่งดูตรงข้ามกัน

"ไม่หรอกเขาหน้าตาดีขนาดนั้นต้องเจ้าชู้แน่ แถมยังเป็นนายแบบอีกไม่ไหวๆ"

ลู่จินพูดปฏิเสธออกไปเสียงดังเนื่องจากอาการหูอื้อทำเอาเจ้าของเรื่องถึงกับหลุดหัวเราะออกมากับท่าทางของเธอ จริงๆ วันนี้ตัวอี๋เฉินมาเป็นเพื่อนหยางฟางที่กำลังให้ความสนใจเหมยลี่อยู่เท่านั้น ตัวเขาไม่ได้คิดจะมาหาคู่จากการนัดเดทแบบนี้ แต่ที่เขาอาสาดื่มเพราะเห็นว่าลู่จินหน้าแดงและมีอาการเมาชัดเจนมากแล้วเท่านั้นเอง อุตส่าห์ทำความดีกลับถูกมองเป็นชายเจ้าชู้ไปเสียอย่างนั้น

"ผมเปล่าเจ้าชู้นะ"

"ได้ยินเหรอ?"ลู่จินตาเบิกกว้างเมื่อรู้ว่าเขาได้ยิน ทำเอามู่อี๋เฉินอดยิ้มกับท่าทางของเธอไม่ได้

"ไม่ต้องคิดมากหรอก ผมไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อย"

"ขอโทษที่นินทาค่ะ"ลู่จินยกมือไหว้ท่วมหัวเป็นการขอโทษจนเรียกเสียงหัวเราะจากคนร่วมโต๊ะได้เป็นอย่างดี ก่อนที่เธอจะรู้สึกได้ถึงแรงสั่นบริเวณกระเป๋าสะพายหลายต่อหลายครั้ง พอเธอลวงมันออกมาดูก็พบว่าเป็นสายจากจางหลินอี้กำลังโทรเข้ามา และยังมีข้อความอีกมากมายเด้งเข้ารัว ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเขาคงมาถึงที่นี่แล้วและคงกำลังตามหาเธอ

"เป็นอะไรไปเหรอ?"เหมยลี่ถามเมื่อเห็นเพื่อนสาวมีท่าทีลุกลี้ลุกลนมากผิดปกติ

"ต้อง...ไปแล้ว โอมายก็อด"ฤทธิ์เหล้าในตัวหญิงสาวหายไปจนหมด เมื่อเธอได้รับข้อความจากจางหลินอี้ว่าเขาเดินเข้ามาหาเธอด้านในแล้ว นั้นมันทำให้หญิงสาวถึงขั้นตกใจเด้งตัวยืนขึ้นมองหาเจ้าของข้อความทันทีเพราะเธอจะให้เพื่อนสาวรู้ไม่ได้ว่าทั้งสองคนรู้จักกัน

ไม่รอช้าลู่จินรีบโบกมือลาทุกคนก่อนจะวิ่งตรงออกมามองหาจางหลินอี้ด้านนอก โดยไม่ทันมองว่าด้านหลังมีร่างสูงของนายแบบหนุ่มเดินตามมาติดๆ ด้วยความเป็นห่วง เขาคอยมองหญิงสาวที่กำลังลุกลี้ลุกลนกวาดสายตาไปมาแต่กลับไม่มองทางเกือบจะเดินสะดุดหลายต่อหลายครั้ง จนมู่อี๋เฉินทนไม่ไหวต้องยื่นมือไปคว้าเข้าที่แขนเล็กไว้เพราะเป็นห่วง ทำเอาเจ้าของร่างถึงกับสะดุ้งตกใจ

"ไม่ต้องกลัวผมเอง เห็นคุณรีบเดินจนสะดุดหลายรอบแล้วน่ะ"

"อะ อ่อขอบคุณนะ"ลู่จินพยายามแกะมือของเขาออกก่อนจะรีบยืนให้ตรง

"ไม่ต้องกลัว ผมไม่ได้คิดจะทำอะไรคุณแค่ช่วยจริงๆ"มู่อี๋เฉินรับรู้ได้ถึงความกังวลของลู่จินจึงเร่งอธิบาย

"ถ้าอยากช่วยก็ปล่อยได้แล้ว..."เสียงทุ้มต่ำเย็นเยือกดังขึ้นมาด้านหลังของลู่จิน มันคือเสียงของจางหลินอี้! ไป๋ลู่จินหดคอลงทันทีเมื่อรู้ว่าด้วยเองคงถูกดุแน่นอนก่อนจะเอื้อมมือไปแกะมือหนาออกจากแขนอีกครั้ง

ครั้งนี้เมื่อมู่อี๋เฉินเห็นท่าทีสลดของหญิงสาวก็รู้ได้ทันทีว่าผู้ชายที่เข้ามาใหม่คงเป็นญาติหรือใครสักคนที่ทำให้เธอรู้สึกกลัวได้เขาจึงยอมปล่อยเธอให้เป็นอิสระโดยดี

และเมื่อเขาปล่อยเธอได้ไม่นานร่างทั้งร่างของลู่จินก็ถูกคลุมด้วยเสื้อสูทตัวใหญ่ ตามมาด้วยเจ้าของเสื้อโอบเข้าที่ไหล่บางอย่างวิสาสะแล้วจัดการดึงเธอให้เดินออกมาด้านนอกโดยที่ไม่เอ่ยลาหรือขอบคุณมู่อี๋เฉินเลย ทำเอามู่อี๋เฉินถึงกับหัวเราะในลำคอกับความเสียมารยาทของชายที่ดูภูมิฐานคนนั้น

ด้านลู่จินที่ถูกหลินอี้ลากมาที่รถก็แทบจะยืนไม่อยู่เพราะความมึนหัว แต่ใช่ว่าหลินอี้จะสงสารเธอ…เขากลับเหวี่ยงร่างบางเข้าไปในรถอย่างแรงจนตัวกระแทกเข้ากับเบาะที่นั่งข้างคนขับดัง อึก

ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินอ้อมมานั่งประจำที่คนขับทั้งๆ ที่สายตายังคงจ้องหน้าหญิงสาวไม่วางตาแถมยังเป็นสายตามองขวางอีกต่างหาก ปึก! เสียงปิดประตูแรงๆ ของหลินอี้ทำให้ลู่จินสะดุ้งอีกครั้งก่อนเธอจะค่อยๆ ขดตัวซุกกับเสื้อสูทตัวหนาหลบสายตาดุ

...ท่ามกลางความเงียบที่รถคันหรูยังคงนิ่งสนิทเพราะเจ้าของรถยังไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดีพอ ตอนแรกแค่คิดว่าเธอแอบมาเที่ยวโดยที่เขายังไม่อนุญาตมันก็ทำเขาโกรธมากแล้ว แต่เขากลับมาเจอภาพเธอยืนจับมือถือแขนกับชายหนุ่มวัยรุ่นนั้นอีกมันทำเอาเขาแทบบ้าเลย!

"พี่หลินอี้...คือ"

"ใครอนุญาตให้เธอมาเที่ยว! แล้วกล้าดียังไงมาจับมือถือแขนกับผู้ชายในสถานที่แบบนี้!!"

ไป๋ลู่จินพยายามทำลายความเงียบแต่กลับถูกเขาตวาดออกมาเสียงดังลั่นรถอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน สายตาคมกริบที่ตวัดมองจ้องมายังเธอนั้นทำให้ตัวลู่จินสั่นไปด้วยความกลัว

"ฉันนึกว่าพี่เห็นข้อความฉันแล้ว..."

"ถ้าฉันยังไม่ได้ตอบแสดงว่าเธอยังไม่ได้รับอนุญาตไง เรื่องแค่นี้ต้องให้ฉันพูดเหรอลู่จินแล้วไอ้ที่เธอมากับผู้ชายนี่หมายความว่ายังไง? ลืมหรือไงว่าฉันเป็นใครห๊า!!"

ปึก! จางหลินอี้ยังคงตะคอกใส่เธอเสียงดังก่อนที่ฝ่ามือหนาจะฟาดลงที่พวงมาลัยอย่างแรงเป็นการระบายอารมณ์ ภาพที่ลู่จินเห็นมันเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยได้สัมผัสจากชายคนนี้มาก่อนเพราะทุกครั้งที่ได้เจอกันตั้งแต่วันที่รู้ว่าเขาคือคู่หมั้นเขาก็ไม่เคยพูดกับเธอเกินสามประโยคด้วยซ้ำ ทว่าเขากำลังโมโหใส่เธอมันทำให้ลู่จินรู้สึกกลัวจนน้ำตาซึม

"ฉันขอโทษค่ะ..."

"ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร"หลังจากฟังคำขอโทษทั้งน้ำตา น้ำเสียงของคนโมโหก็เบาลงแต่ยังปนไปด้วยความหงุดหงิดที่ไม่จางหาย เขาถามพร้อมกับมองตรงไปนอกหน้ากระจกราวกับว่าไม่อยากให้เธอเห็นแววตา

"เพื่อนของผู้ชายที่เหมยลี่นัดบอร์ด"

"ว่าไงนะ? นี่เธอมานัดบอร์ดเหรอ?"ใบหน้าหล่อหันมามองจ้องลู่จินพร้อมกับมือหนาบีบเข้าที่ไหล่บางของลู่จินแรงๆ มันทำให้น้ำตาที่ซึมอยู่ในดวงตาหวานไหลออกมาเป็นทางเพราะรู้สึกเจ็บ

"ฉะ ฉันมาเป็นเพื่อนเหมยลี่เท่านั้นฉันไม่ได้นัด"

ไป๋ลู่จินตอบเสียงสั่นแต่ไม่ได้ทำให้จางหลินอี้สงบลงได้เลย หนำซ้ำยิ่งเขารู้ความจริงว่าเธอไม่ได้มาเที่ยวธรรมดาแต่มันคือการนัดบอร์ดใจของเขาก็ยิ่งร้อนอย่างกับถูกไฟเผา แต่จำต้องกดอารมณ์ไว้ในใจเมื่อเห็นดวงตาใสนั้นเต็มไปด้วยน้ำตา เขาเลือกจะโน้มตัวลงมากระซิบข้างใบหูของหญิงสาวเป็นการเอ่ยคำขาด

"ถ้าเธอยังไม่รู้ว่าฉันมีสถานะอะไรสำหรับเธอ ฉันเองก็จะไม่ไว้หน้าใครอีก"

ระหว่างที่ใบหน้าคมกำลังถอยห่างออกไปไม่ไกลชั่วขณะหนึ่งที่ดวงตาคมสบเข้ากับดวงตาใส อยู่ๆ หลินอี้ก็พุ่งใบหน้าเข้ามานาบริมฝีปากอุ่นลงบนริมฝีปากแดงทันที

เขาใช้มือทั้งสองข้างกดร่างเล็กที่กำลังดิ้นให้อยู่กับที่จนลู่จินต้องจำยอมปล่อยให้เขาเข้าครอบครองริมฝีปากรสสตรอว์เบอร์รีของเธอเนิ่นนานจนพอใจ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ปล่อยเธอเป็นอิสระแต่ยังไม่วายจ้องใบหน้านวลด้วยสายตาคมดุอย่างไม่รู้สึกผิด

"พี่หลินอี๋! ทะ ทำไมพี่จูบฉัน!!"ลู่จินถามออกไปด้วยความตกใจ การกระทำเมื่อครู่ของเขาทำให้เธอถึงกับสร่างเมาทันที

"จำไว้แค่ฉันไม่ใช่คนเดิมก็พอ"

"พี่เปลี่ยนไปมาก พี่ไม่เคยเป็นแบบนี้"

"มันจะมากจนเธอพูดไม่ออกเลยละ! เตรียมใจของเธอให้พร้อมเถอะ กลับมาก็สร้างเรื่องขนาดนี้คอยดูว่าฉันจะจัดการกับผู้หญิงแบบเธอยังไง"

เขาละความสนใจจากหญิงสาวแล้วหันกลับไปบังคับรถให้ออกตัวจากสถานที่นี้ทั้งๆ ที่อารมณ์ยังไม่ดีขึ้นมากนัก แต่ตอนนี้เขาเหนื่อยเกินกว่าจะดุด่าเธอแล้วแถมนี่มันก็ดึกมากเขาอยากจะนอนพักเหลือเกินแล้ว ทำงานมาเหนื่อยๆ ยังต้องมาตามคนขี้เมากลับบ้านอีก!

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พี่ชาย(ไม่ใช่)คนดี   บทส่งท้าย...รอยยิ้มที่สดใส

    "ฉันชอบรอยยิ้มของเธอที่สุด ชอบตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็น"เสียงของมู่อี๋เฉินเบาราวกับลมถูกเอ่ยออกมาเมื่อร่างเล็กของหญิงสาวในดวงใจเดินออกจากร้านไปจนลับตา กว่าเขาจะทำใจมาแสดงละครกับเธอในวันนี้ได้ก็เล่นเอาหนักใจไม่น้อย...เพราะเขาเองก็ชอบเธอมาก คนที่เป็นพลังบวกให้คนรอบข้างอย่างลู่จินเขาไม่อยากจะเสียเธอไปเพียงเพราะคบกันไม่ได้ เขาจึงจำยอมจะต้องลดความรู้สึกตัวเองลงเพื่อให้ตัวเองยังมีโอกาสได้เห็นรอยยิ้มนั้นไม่ว่าจะสถานะใดก็ตาม"สวัสดี"มู่อี๋เฉินเอ่ยทักชายหนุ่มที่เดินเข้ามานั่งแทนที่ของลู่จินที่เพิ่งออกไปได้ไม่นาน จริงๆ เขาเห็นหลินอี้แอบมองมาตั้งแต่ตอนที่ลู่จินนั่งรออยู่ตรงนี้แล้ว การที่หลินอี้ทนเก็บความหึงได้ขนาดนั้นคงมีเรื่องอยากจะคุยกับเขาเป็นแน่"เรื่องของลู่จิน..."หลินอี้เอ่ยเปิดประเด็นด้วยเสียงนิ่ง"ไม่ต้องห่วง ผมขอกลับไปเป็นเพื่อนกับเธอ"มู่อี๋เฉินเอ่ยแทรกประโยคของหลินอี้ เขารู้ดีว่าใบหน้าตึงเครียดนั้นคงคิดว่าเขาจะมาตามเซ้าซี้ลู่จินจนกังวลใจ แต่ดูเหมือนว่าเมื่อคนตรงหน้าได้คำตอบที่ชัดเจนจากเขาคิ้วที่ถูกผูกโบเป็นปมก่อนหน้าก็ค่อยๆ คลายออกราวกับโล่งใจ"ทำไมตอนนี้ถึงยอมแพ้"หลินอี้พูดโดยที่ห

  • พี่ชาย(ไม่ใช่)คนดี   เรายังเป็นเพื่อนกันได้ใช่ไหม

    : บริษัทจางหลิน: ลู่จิน ฉันถูกปู่ไล่กลับมาช่วยงานที่บริษัทกับพี่หลินอี้หลังจากที่เราอยู่เฝ้าปู่กันถึงสามวันติด ทำให้ตอนนี้งานที่บริษัทยุ่งเหยิงไปหมด และฉันเชื่อว่าพี่หลินอี้จะไม่เหนื่อยขนาดนี้เลยถ้าตอนอยู่อเมริกาเขาหัดรับสายเลขาเสียบ้าง "พี่หลินอี้มีอะไรให้หนูช่วยไหม"ฉันถามขึ้นด้วยความเบื่อเหนื่อยเมื่อเล่นเกมจนชนะไปทุกด่านแล้ว นี่ก็ผ่านมาครึ่งวันเข้าไปแล้วพี่หลินอี้ก็ยังคงนั่งอ่านเอกสารและแก้เอกสารอยู่ที่เดิมไม่ขยับ "ไม่มีครับ เบื่อเหรอ?"พี่หลินอี้วางปากกาพร้อมหันมามองสบตาฉันผ่านแว่นตาใส ภาพของเขาตอนนี้มันช่างหล่อเหลาจนสามารถสะกดให้ฉันไม่สามารถละสายตาจากเขาได้เลยจริงๆ"ก็...เบื่อสิคะ หางานให้ทำหน่อย"ฉันพูดอ้อนก่อนจะเดินตรงไปกอดคอแฟนหนุ่มของตัวเองไว้หลวมๆ เป็นการเอาใจ ตอนนี้บอกตามตรงฉันไม่รู้จะทำอะไรแก้เบื่อแล้ว "อยากทำอะไรละ? ให้พี่กินหนูฆ่าเวลาดีไหม"คนเจ้าเล่ห์พูดพร้อมยื่นใบหน้าเข้ามาขโมยหอมที่แก้มฉันเสียงดัง ฟอด ตั้งแต่คบกันมาเขาก็เอาเปรียบฉันอยู่เรื่อยเลยแถมยังไม่เคยจะเลือกที่อีกต่างหากเรียกได้ว่าว่างเป็นเอาเปรียบไม่รู้ว่าอดอยากมาจากไหน"คิดแต่เรื่องลามก!""ก็เห็นครางสะเพรา

  • พี่ชาย(ไม่ใช่)คนดี   วินาทีที่แล้วก็เป็นอดีต

    หลังจากกลับมาพักผ่อนที่โรงแรม ลู่จินก็ยังคงนั่งมองไปนอกหน้าต่างนิ่งราวกับกำลังใช้ความคิดมากมาย จนหลินอี้ที่เอนตัวทำงานอยู่บนเตียงข้างกันถึงกับต้องเก็บงานแล้วขยับตัวเข้าไปโอบเมียสาวไว้ก่อนจะเกยคางลงบนบ่าเล็กอย่างเอาใจ เขารู้ว่าเธอคงคิดมากเรื่องคุณปู่ไม่น้อยอีกทั้งเธอยังไม่รู้ว่าอันที่จริงแล้วมันเป็นเพียงแผนการของท่านเท่านั้น ไม่แปลกที่เธอจะกังวลอันที่จริงการผ่าตัดของปู่ลู่จินผ่านไปได้ด้วยดี เนื้องอกส่วนนั้นถูกตัดได้อย่างปลอดภัย จะเหลือเพียงแค่รอให้แผลฟื้นตัวดีขึ้นก็สามารถกลับไปรักษาตัวที่บ้านได้ อีกทั้งการตรวจสุขภาพครั้งใหญ่ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง"คิดมากเรื่องคุณปู่เหรอ""คิดถึงช่วงเวลาที่ทำให้ครอบครัวหนักใจค่ะ""หมายถึง?""ที่หนูหนีไปทุกคนคงเป็นห่วงมาก...ตอนนั้นหนูโกรธจนไม่ติดต่อใครเลยแต่สุดท้ายทางบ้านก็ยังส่งคนตามหาและตามดูแลห่างๆ""ท่านคงห่วง...""แต่หนูก็ทำเป็นไม่รู้ใช้ชีวิตของตัวเองไป หางานทำเลี้ยงตัวเอง เที่ยวกับเพื่อนทุกวัน...ยังดีที่งานพิเศษรายได้ดีหนูเลยไม่ต้องติดต่อขอเงินทางบ้าน แต่การที่หนูไม่ติดต่อมันก็ทำให้หนูพลาดไปหลายอย่าง..."เสียงลู่จินอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดจนหลินอี้ต้

  • พี่ชาย(ไม่ใช่)คนดี   อยากชดใช้

    ร่างสวยยืนนิ่งอยู่ที่ประตูห้องพักผู้ป่วยวีไอพีโดยที่มีมือหนาของหลินอี้คอยจับที่บ่าไว้ตลอด ทั้งที่ตลอดการเดินทางมาลู่จินทำใจไว้แล้วแท้ๆ ว่าจะเข้มแข็ง แต่ด้วยความที่เธอไม่เคยเห็นคุณปู่ป่วยจนนอนโรงพยาบาลมาก่อน บอกตามตรงมันทำให้เธอรู้สึกหน่วงที่ใจจนเจ็บ"ไม่เป็นไรนะลู่จิน คุณปู่แค่อ่อนเพลียจากการผ่าตัด"หลินอี้ยังคงปลอบใจแฟนสาว ทำให้ลู่จินมีแรงใจขึ้นมาแล้วเปิดประตูเข้าไปในห้องพักอย่างสงบ ก่อนที่สายตาสวยของเธอจะมองสำรวจไปทั่วห้องสีขาวแล้วมาหยุดที่ร่างชายสูงวัยบนเตียงผู้ป่วย ร่างนั้นเต็มไปด้วยสายออกซิเจนและสายยางมากมายถูกเชื่อมเข้ากับตัวที่ยังคงนอนนิ่งภาพที่เห็นทำเอาลู่จินถึงกับจุกอกจนน้ำตาไหลเธอได้แต่ก้าวเท้าเข้าไปหาท่านช้าๆ โดยไม่สนคำทักทายของพ่อและแม่ตัวเองด้วยซ้ำ ก่อนที่จะวางมือเล็กลงบนมือที่ทั้งขาวซีดและเหี่ยวแห้งตามกาลเวลานั้น "ลู่จินลูกเพิ่งมาถึงทำไมไม่ไปพักก่อนละลูก"แม่ของลู่จินเดินเข้ามาลูบเข้าที่ผมลูกสาวเบาๆ แต่ถึงอย่างนั้นลู่จินก็ยังไร้ซึ่งเสียงตอบรับ เธอเอาแต่มองใบหน้าชายสูงวัยที่กำลังนอนหลับนิ่งพร้อมน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม"ลู่จิน ตอนนี้คุณปู่เพิ่งได้รับยานอนหลับไปไม่ต้องคิดมาก”

  • พี่ชาย(ไม่ใช่)คนดี   แบ่งมันมาได้

    หลังจากลงไปส่งแม่ขึ้นรถไปที่สนามบินเสร็จ หลินอี้ก็รีบขึ้นมาเก็บของเพื่อจะไปรับลู่จินและเตรียมใจจะบอกเธอเรื่องอาการป่วยของคุณปู่ ทั้งที่ในใจก็กำลังกังวลเรื่องความรู้สึกของลู่จินเขากลัวว่าเธอจะเสียใจ แต่เขาคิดว่าในเมื่อทั้งคู่เลือกที่จะคบหากันอย่างจริงจังแม้แต่เรื่องเล็กน้อยเขาก็ไม่ควรปิดบังเธอเพียงไม่นานเมื่อเขาเดินทางมาถึงที่จอดรถของกองถ่ายก็ต้องตกใจเมื่อเห็นลู่จินกำลังนั่งร้องไห้อยู่ริมฟุตบาทอย่างสะอึกสะอื้น จนหลินอี้ตกใจรีบจอดรถทิ้งไว้กลางทางแบบนั้นก่อนจะตรงเข้าไปโอบไหล่เธอไว้เพื่อปลอบขวัญ"เกิดอะไรขึ้น หนูเป็นอะไร"เขาถามอย่างร้อนใจในขณะที่มือก็ลูบไปตามเนื้อตัวของเมียสาวฟืบ !ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงก่อนจะโผล่กอดหลินอี้แน่นจนเขารับรู้ได้ถึงความเปียกชื้นของหยดน้ำตาที่ไหลออกมาจากตาใส ก่อนเธอจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนไหวถึงสาเหตุที่ทำให้ร้องไห้หนัก"คุณปู่ไม่สบายเหรอ?""รู้แล้วเหรอ?"หลินอี้ถามแฟนสาวเบาๆ เธอพยักหน้าตอบรับก่อนจะยื่นโทรศัพท์มาให้เขาซึ่งมันก็แสดงประวัติการโทรเข้าเป็นเบอร์ของคุณน้าแม่ของลู่จิน"แม่โทรมา บอกว่า อึกๆ ที่หายไปเพราะคุณปู่ไม่สบาย"เธอเงยหน้ามองสบตาแฟนหนุ่มด้ว

  • พี่ชาย(ไม่ใช่)คนดี   เพราะแม่ยังเป็นแม่เสมอ

    หลายวันต่อมาหลินอี้ยังคงทำงานตามปกติส่วนลู่จินแฟนสาวคนสวยวันนี้เธอขอไปออกกองเพื่อไปช่วยงานร้าน ซึ่งชายหนุ่มก็กำชับแฟนสาวอย่างเคร่งครัดว่าอย่าเปิดโอกาสให้ใครเข้ามาจีบและอยู่ให้ห่างจากมู่อี๋เฉิน ช่วงบ่ายหลังจากเคลียร์งานเสร็จเขาจะรีบตรงไปรับเธอ"ประธานครับ""มีอะไรซูเฟีย ถ้าให้เซ็นเอกสารต่อไม่เอาแล้วนะ ฉันต้องไปรับลู่จิน"หลินอี้ตอบเลขาหนุ่มทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสาร ทำให้ซูเฟียหันไปมองหญิงวัยกลางคนที่ยืนสง่าอยู่ด้านหลังซึ่งเธอก็พยักหน้าเป็นเชิงว่าให้เขาออกจากห้องนี้ไปก่อน ส่วนเธอก็หย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามลูกชายตัวดีก่อนจะใช้นิ้วเรียวสวยเคาะเบาๆ ที่โต๊ะเพื่อเรียกความสนใจของหลินอี้ให้เงยหน้าขึ้นมามองเมื่อหลินอี้ได้เงยตามองขึ้นมาก็ถึงกับนิ่งไปด้วยความแปลกใจ เพราะเดิมทีความสัมพันธ์ของเขาและพ่อแม่ค่อนข้างห่างเหินทำให้การได้พบกันระหว่างเขาและครอบครัวส่วนมากจะเกิดขึ้นทางธุรกิจ แต่ใช่ว่าเขาจะน้อยใจ...เขาเข้าใจดีว่าการทำธุรกิจมันยุ่งและวุ่นวายมากขนาดไหน"มาได้ยังไงครับแม่ ไม่เห็นบอกก่อนเลย"หลินอี้ยิ้มให้คนเป็นแม่อย่างอบอุ่น

  • พี่ชาย(ไม่ใช่)คนดี   ความเจ้าเล่ห์ของประธานจาง

    ก๊อกๆเสียงเคาะประตูดังขึ้นเรียกความสนใจจากสองหนุ่มสาวให้หันไปมอง ภาพตรงหน้าคือนางแสดงสาวที่เป็นต้นเหตุของเรื่องวุ่นวายในบริษัทกำลังยืนอยู่ในชุดเดรสสีแดงสดด้วยสายตาไม่พอใจนัก ด้านหลังยังมีผู้จัดการส่วนตัวที่เดินตามมาติดๆ ด้วยสีหน้าซีดเซียวบ่งบอกว่าเธอคงเพิ่งถูกดาราสาวต่อว่ามาแน่นอน ลู่จินที่เห็นคว

  • พี่ชาย(ไม่ใช่)คนดี   มีสิ่งมีชีวิตอยู่ในห้องก็ดี

    :ลู่จินอึดอัดชะมัด...ตั้งแต่กลับมาถึงบ้านพี่หลินอี้ก็ไม่พูดอะไรกับฉันเลยสักคำเอาแต่ตีหน้านิ่งจนฉันรู้สึกกังวล ฉันถามก็ไม่ค่อยจะตอบอย่างกับว่าเขากำลังคิดมากเรื่องอะไรอยู่อย่างนั้นแหละ การที่เขาเงียบไปไม่มีเหตุผลแบบนี้มันทำให้ฉันคิดมากชะมัดเลยหรือจะเป็นเพราะงานเขาเยอะเกินไป? ฉันควรช่วยงานเขาเสียหน

  • พี่ชาย(ไม่ใช่)คนดี   หลังจากจูบกัน

    :จางหลินอี๋ตลอดทางกลับบ้านผมยังคงชำเลืองหางตามองหญิงสาวข้างกายเป็นระยะ เพราะเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอให้อารมณ์นำเหตุผลเสียแล้ว ผมโมโหจนเผลอจูบเธอเข้าโดยที่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเองเผลอทำแบบนั้น…อาจจะเป็นเพราะไม่อยากให้เธอพูดอะไรไปมากกว่านั้นแล้วละมั้ง เพราะยิ่งพูดคนฟังอย่างผมก็ยิ่งโมโ

  • พี่ชาย(ไม่ใช่)คนดี   ไม่ได้ห่วงฉันแค่ทำหน้าที่

    ตกเย็นฉันรู้สึกว่าวันนี้เป็นวันที่ฉันรู้สึกสนุกมากจริงๆ มันเป็นประสบการณ์ใหม่ของชีวิตเลยที่ฉันทำงานขนาดนี้ เพราะช่วงที่เรียนก็มีทำงานอยู่บ้างแต่ยังไม่ถึงขั้นตั้งใจทำงานแลกเงินแบบนี้พอก้มมองนาฬิกาในโทรศัพท์ก็พบว่าตอนนี้ก็ห้าโมงกว่าแล้ว ฉันกำลังเดินข้ามถนนมาหาพี่จางหลินอี้ตามที่เขาบอก ตอนมาส่งของรู้

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status