Share

บทที่11 เล่าความจริง

last update Tanggal publikasi: 2026-07-20 20:03:20

ปึก!

"เริ่ม"

เสียงแก้วที่เหลือเพียงน้ำแข็งก้อนกลมหนึ่งก้อนวางกระทบลงบนโต๊ะพร้อมกันหลังจากที่พวกผมชนเสร็จเป็นสัญญาณแจ้งเตือนให้ผมพร้อมรับการสอบสวนจากผู้ที่ตั้งตนว่าตัวเองถือไพ่ผดุงความยุติธรรมเอาไว้ในมือ และก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจาก ไอ้เฟิร์สกับไอ้พาลัน

"ขนมปังเป็นแฟนเก่ากู"

"แฟนเก่า? ตอนไหนวะ"

"ม.ปลาย"

ตอนนั้นเธอเป็นเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารัก ตากลมๆ แก้มป่องๆ ชอบถักเปียสองข้างต่างจากคนอื่นที่พากันเหล้าผมหางม้า ตอนพักกลางวันชอบแอบไปนอนหลับในห้องสมุด จนผมคนที่หนีความวุ่นวายมาหาที่สงบนั่งอ่านหนังสือการ์ตูนต้องคอยนั่งเฝ้าของที่เธอชอบวางไว้ข้างตัว เพราะกลัวว่าหากเธอตื่นขึ้นมาแล้วของหาย ดีไม่ดีผมจะถูกกล่าวหาว่าขโมยของเธอไปได้

นั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นของผมกับเธอ จากคนเฝ้าของให้หนึ่งครั้ง เพิ่มเป็นสองครั้ง สามครั้ง จนกระทั่งทุกวันตลอดทั้งสัปดาห์ กลายเป็นความเคยชินและความรู้สึกว่างเปล่าในวันที่เธอลาให้เราที่เรียนกันคนละชั้นปีไม่ได้เห็นหน้ากัน

สุดท้ายฝ่ายที่ขอช่องทางติดต่อก่อนเป็นผม และคนที่ขอเปลี่ยนสถานะจากคนเฝ้าของ เป็นเจ้าของเธอก็คือผมอีกเช่นกัน

"มึงไปหลอกน้องมา?"

"..."

ในสายตาเพื่อนผมเป็นคนเลวขนาดนั้นเลยเหรอวะ ได้แต่กลอกตามองบนอย่างเอือมระอาเบือนหน้าหนีไปทางอื่นทำเหมือนไม่อยากเล่าต่อ แต่เชื่อเถอะว่า เรื่องใส่ใจคนอื่นเพื่อนผมทั้งสองคนนั้นมีมากพอ โดยเฉพาะเรื่องของผม

"อะ โอเค ต่อ" หึ เป็นอย่างที่คิด ความอยากรู้อยากเห็นของไอ้เฟิร์สมีมากกว่าไอ้พาลัน หรืออาจจะเท่ากันเพียงแต่ไอ้เฟิร์สปากเบากว่าถึงได้ทำลายความเงียบโดยการถามก่อน

"วันที่กูจบม.6 น้องไม่มาตามนัด"

"มึงก็เลยคิดว่าน้องทิ้งมึง"

"อืม"

"น่าถีบสักทีนะมึงเนี่ย"

"รอพร้อมกู"

"แล้วลิตาไปเกี่ยวอะไรด้วย"

ส่วนไอ้พาลันคนที่รับบทเป็นผู้ฟังเอาแต่นั่งยกแก้วน้ำสีเข้มดื่มเงียบๆ ก็เริ่มปริปากร่วมวงสนทนา เพราะผมดึงน้องสาวหวงแก้วหวงแหวนของเพื่อนเข้ามาอยู่ในวงจรความว้าวุ่นของผมด้วย

"กูยืมน้องมาเป็นตัวหลอก"

โครม!

"สมควร/สมควร"

ผมตอบออกไปตามตรงอย่างไม่มีปิดบัง โดยไม่ได้หวังว่าเพื่อนจะลดโทษให้แต่อย่างใด ในเมื่อเรื่องทุกอย่างมาถึงขนาดนี้แล้ว ลูกผู้ชายอย่างผมก็ไม่มีอะไรจะเสีย เลยเป็นเหตุให้ผมที่นั่งอยู่บนเก้าอี้กลมหงายหลังลงมากองกับพื้นด้วยเท้าของไอ้เฟิร์สที่ถีบตรงขาเก้าอี้เหมือนนัดกับเท้าของไอ้พาลันที่ยันเข้ามาตรงสีข้างเต็มแรงพร้อมกันโดนที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัว

คนล้มอย่าข้ามอาจจะใช่ แต่สำหรับพวกผมสามคนแล้วกลับตรงกันข้าม เพราะใครล้มต้องโดนกระทืบซ้ำ และคนนั้นคือ...ผม

"แล้วมึงจะเอายังไงต่อ"

"ไม่รู้วะ น้องไม่ให้กูไปเยี่ยม"

"มึงก็เลยเชื่อง?"

"..."

หลังจากเรื่องนี้ สาบานเลยว่าผมจะไม่มีทางพลาดอีกเด็ดขาดและหากวันไหนไอ้เพื่อนนรกสองคนนี้พลาด ผมจะเป็นคนแรกที่ปลอบใจเพื่อนโดยการขยี้ซ้ำให้เหมือนที่ทั้งสองคนรวมหัวกันซ้ำเติมผมแน่นอน แต่วันนี้ยังไม่ใช่วันของผมการเปลี่ยนความสนใจไปยังแก้วตรงหน้าคือทางออกที่ดีที่สุดของผมในตอนนี้

"พรุ่งนี้กูจะไปเยี่ยมน้อง"

"กูไม่ให้ไป"

"หวงอะไร มึงก็ไปกับกู"

"อืม"

หรือนี่จะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผม เพราะอย่างน้อยเธอน่าจะเกรงใจไอ้เฟิร์สอยู่บ้างจนไม่กล้าไล่ผมไปไหน ผมก็เลยพยักหน้ายอมตกลงแต่โดยดีพร้อมกับยื่นแก้วไปชนแก้วของเพื่อนๆ แทนคำขอบคุณที่มาเป็นทั้งผู้พิพากษาคดีและที่ปรับทุกข์ให้ผม

เกร้ง!

เสียงแก้วกระทบกันดังขึ้นท่ามกลางเสียงเพลงสุดท้ายของวงดนตรีที่บอกให้รู้ว่าเวลานี้ดึกมากพอให้พวกเราทั้งสามคนต้องแยกย้ายกลับห้องของตัวเอง ส่วนผม...

23:45 น.

ลานจอดรถเงียบสงัดมีเพียงแสงไฟนีออนสลัวที่ส่องสว่างพอให้เห็นเงารถคันหรู มีสายตาคู่คมมองขึ้นไปห้องผู้ป่วยชั้นบนสุด ชั้นที่ผมรู้ดีว่ามี 'ใครบางคน'  กำลังนอนพักรักษาตัวอยู่บนนั้น ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูรถเดินตรงเข้าไปในหอผู้ป่วยกดปุ่มลิฟต์เลขชั้นบนสุดพร้อมกับเสียงหัวใจที่ดังสลับกับเสียงสลิงที่พาห้องโดยสารขึ้นไปหาเธอ

ติ๊ง!

เสียงลมหายใจที่มีกลิ่นแอลกอฮอล์ผสมจางๆ ลอยอยู่ในอากาศ ก่อนที่ขายาวจะก้าวออกจากห้องโดยสายรีบตรงไปยังห้องพักที่อยู่สุดทางเดิน แปลกที่คนไม่เคยกลัวอะไรอย่างผม มาเวลานี้กลับยืนตั้งหลักอยู่หน้าประตูสีขาวอยู่นาน นานพอให้มือใหญ่ใจกล้าค่อยๆ จับลูกบิดแล้วเปิดเข้าไปให้เสียงเบาที่สุดเท่าที่ตัวเองจะสามารถทำได้

"พะ..."

"ชู่..."

แต่ก็ยังทำให้เพื่อนของเธอที่กำลังนั่งอ่านหนังสือหันมามอง จนผมต้องใช้นิ้วชี้แตะตรงริมฝีปากส่งสัญญาณไม่ให้เธอส่งเสียงดังพาให้คนใต้ผ้าห่มสีขาวสะอาดลืมตาตื่นขึ้นมาเห็นผม และเมจิก็เหมือนจะรู้หน้าที่ถึงได้ค่อยๆ พาตัวเองเดินออกไปรอด้านนอก เปิดโอกาสให้ผมได้มีเวลามองใบหน้าที่ถึงแม้จะยังซีดเซียวแต่ยังคงมีเค้าความน่ารักให้เห็น ถือวิสาสะเอื้อมมือไปเกี่ยวไรผมข้างแก้มกลมทัดหูให้เรียบร้อยราวกับกลัวว่าเส้นผมเส้นนั้นจะรบกวนฝันหวานของเธอจนคิ้วเล็กต้องขมวดยุ่ง แล้วเลื่อนมือไปช่วยจัดผ้าห่มไม่ให้เธอรู้สึกหนาว

"ขอโทษนะ"

เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน แม้รู้ดีว่าเธอไม่มีทางได้ยินมันในตอนนี้ แต่ความรู้สึกผิดที่อัดแน่นอยู่ในอกมันบีบคั้นจนผมต้องระบายออกมา ที่เธอต้องนอนป่วยอยู่อย่างนี้ก็เพราะผม

'ถ้ากูเป็นมึง กูจะถามน้องว่าทำไมวันนั้นถึงไม่มา'

จริงอย่างที่ไอ้พาลันบอก ผมควรถามหาเหตุผลมากกว่ามาจมอยู่กับความคิดของตัวเองและคอยอยู่หลังกำแพงที่เป็นคนสร้ามันขึ้นมาตลอดสองปี เป็นความคิดที่วันนี้มันกลับมาเป็นอาวุธทำลายรอยยิ้มที่เคยสดใสให้หายไป และกลายเป็นเธอที่ค่อยๆ ก่อกำแพงไม่ให้ผมข้ามกลับไป

"ขอบใจมาก"

"ค่ะ"

เพราะเกรงใจเมจิที่ต้องนั่งรออยู่ด้านนอกคนเดียว ผมจึงใช้เวลาไม่ถึงสิบห้านาทีดูแลความเรียบร้อยทุกอย่างจนมั่นใจถึงจะพาตัวเองออกมาจากห้องผู้ป่วย แน่นอนว่าไม่ลืมที่จะพยักหน้าเล็กน้อยขอบใจรุ่นน้องที่เปิดทางให้ผมและช่วยมาอยู่เป็นเพื่อนขนมปังโดยไม่ปริปากบ่นเลยสักคำ

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่23 พี่ขี้งอน

    "ไหนแกลองว่ามาซิ ทำไมถึงเบี้ยวนัดฉันได้""ก็..."เมื่อวันที่นัดกันไปเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดของฉัน ทั้งๆ ที่นัดกันเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วแท้ๆ แต่สุดท้ายเพื่อนสนิทที่สุดของฉันกลับส่งข้อความมาบอกว่ามีธุระกระทันหันในตอนสามทุ่มและขอชดเชยเวลาให้โดยการพาฉันมาเลี้ยงปิ้งย่างวันนี้แทน"อื้ม ก็..."มีธุระฉันพอจะเข้าใจได้ แต่ที่ทำให้ฉันไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้คือท่าทางอึกอักเหมือนเจอโจทย์ที่ยากมากดูพยายามคิดหาเหตุผลมาอธิบายให้ฉันฟังไม่ได้ ไหนจะสายตาเลิ่กลั่กพยายามซ่อนพิรุธไม่ให้ฉันสังเกตได้นั่นอีก ชวนให้ฉันนึกสนุกอยากจะแกล้งลองเป็นฝ่ายไล่ต้อนให้เพื่อนจนมุมดูบ้าง วางตะเกียบในมือแล้วเปลี่ยนมานั่งเท้าคางมองฝั่งตรงข้ามด้วยสายตากรุ่มกริ่มรอฟังคำตอบอย่างตั้งใจอย่างที่ฉันเคยเจอ ก็จากยัยเมจินี่แหละสนุกดีเหมือนกันนะ"โอเค ฉันยอมแล้วๆ"และในที่สุดธุระที่ว่าของยัยเมจิก็ถูกเล่าออกมาอย่างอัดอั้นจนฉันเองแทบจะฟังไม่ทันประติดประต่อเรื่องราวแทบไม่ถูก สรุปได้เพียงว่าสิ่งที่ยัยเมจิเจอไม่ต่างจากฉันมากนัก แต่ฉันอาจจะดีกว่าตรงที่คนขี้หวงพอจะมีเหตุผลอยู่บ้าง ถึงจะเป็นเหตุผลของเขาคนเดียวก็เถอะ!"ครั้งนี้ฉันจะยอมปล่อยแกไ

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่22 ไม่ให้ผ่าน

    และแล้วก็ถึงวันที่ฉันได้ไปฉลองวันเกิดในสถานที่ที่ไม่เคยไปมาก่อนนั่นก็คือร้านเหล้า อยากจะลองไปดูสักครั้งอยากลองสัมผัสบรรยากาศที่ใครหลายคนพากันหลงใหลสักหน่อยอันที่จริงวันคล้ายวันเกิดของฉันล่วงเลยมาหลายวันแล้วนะ แต่เพราะว่าวันนั้นฉันโดนพิษไข้เล่นงานเสียก่อนพาให้ต้องเลื่อนนัดยัยเมจิมาเป็นวันนี้แทน จะวันไหนสำหรับฉันก็เหมือนกันนั่นแหละ ขอแค่มีเขาคุณแฟนของฉันและเพื่อนที่สนิทที่สุดมากินข้าวเป็นเพื่อนฉันก็สุขใจมากแล้ว"พี่พาย พี่พายเห็นเสื้อกล้ามสีดำของปังมั้ยคะ" ฉันจำได้ว่าเขาอาสาเอาไปส่งร้านซักรีดให้นี่นา ไม่ใช่ว่าทางร้านเอามาส่งแล้วหรอกเหรอ"ทิ้งไปแล้ว""ห๊ะ?""ตกใจอะไร""เอาเสื้อปังไปทิ้งทำไม""พี่ไม่ชอบ""แต่นั่นเสื้อปังนะ""เดี๋ยวพี่ซื้อให้ใหม่"ฉันไม่ได้ฟังผิดไปหรอกใช่ไหม อยู่อยู่คนที่กำลังนั่งอ่านหนังสือการ์ตูนตอนนี้บอกว่าตัวเองเป็นคนเอาเสื้อผ้าของฉันไปทิ้งหน้าตาเฉย เขาทำอย่างนี้ได้อย่างไรกัน เหลือจะเชื่อเขาเลย!แล้ววันนี้ฉันจะใส่ชุดอะไรไปกันละ ในเมื่อตู้เสื้อผ้าของฉันตอนนี้เหลือเพียงชุดเดรสน่ารักๆ และเสื้อยืดกับกางเกงขายาวที่เหมาะกับการใส่ไปทำบุญที่วัดมากกว่า ไม่หลงเหลือเสื้อที่เข้าก

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่21 ติดหนึบ

    กว่าสองชั่วโมงพายุลูกใหญ่ถึงจะสงบลง เป็นผมที่ใจดีปล่อยให้คนอ่อนแรงนอนพักเพราะไม่อยากให้เธอตื่นตกใจกับสัมผัสของผมจนไม่อนุญาตให้มีครั้งต่อไปเกิดขึ้นอีก ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ผมจะไม่ยอมและยอมไม่ได้เด็ดขาดค่อยๆ ช้อนตัวเธอเดินเข้าห้องนอน วางร่างบางลงบนเตียงกว้างให้เธอได้นอนพักสบายๆ ส่วนผมพาตัวเองไปหาผ้าขนหนูชุบน้ำแล้วออกมาหย่อนตัวนั่งลงข้างๆ ค่อยๆ เช็ดผิวสีชมพูอย่างทะนุถนอมจนทั่วไม่เหลือความเหนียวเหนอะหนะให้เธอรู้สึกไม่สบายตัว ก่อนจะกลับไปจัดการตัวเองในห้องน้ำบ้างแล้วกลับออกมาล้มตัวนอนลงข้างๆ ดึงเอวบางเข้ามานอนหนุนแขนในอ้อมกอดหลับตาลงตามเธอเข้าไปในความฝัน"..."จนกระทั่งแผงอกสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิอันร้อนระอุที่ค่อยๆ สูงขึ้นปลุกให้ผมลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสาย เวลานี้ผิวขาวอมชมพูของคนในอ้อมกอดเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำคิ้วเรียวเล็กผูกกันเป็นปมแน่นราวกับกำลังฝันร้ายอย่างไรอย่างนั้น ให้ผมต้องรีบลุกไปหาอุปกรณ์เช็ดตัวและเจลลดไข้มาวางบนหน้าผากมนด้วยความร้อนใจ คอยเช็ดตัวไม่ห่างให้อุณหภูมิที่สูงค่อยๆ ลดจนเย็นลง ให้คิ้วที่ผูกเป็นโบว์ค่อยๆ คลายออกปมออกให้ผมรู้สึกโล่งใจที่เธอต้องนอนซมอย่างนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากผม

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่20 ลงโทษเด็ก NC

    "อื้อ..."บทลงโทษเริ่มขึ้นทันทีทั้งที่ประตูห้องยังไม่ทันปิดลงสนิท มือใหญ่ก็คว้าคอระหงส์เข้ามารับการลงโทษบทแรกที่เธอจะได้รับในคืนนี้โทษฐานที่กล้าพูดจาไม่เข้าหูเพียงเพราะอยากจะแกล้งให้ผมหัวร้อนและเธอทำสำเร็จ อยากจะแกล้งกันอย่างไรก็ได้ผมไม่ว่า แต่การบอกว่ามีคนอื่นเพียงแค่ได้ยินสั้นๆ สมองของผมก็แทบระเบิด ยังดีที่รู้จักยอมรับผิด แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าโทษของเธอจะลดน้อยลงไป ทำผิดคือทำผิด ทำผิดก็ต้องได้รับการลงโทษจะได้ไ่ม่มีครั้งที่สองหรือครั้งต่อไปเกิดขึ้นสัมผัสรุนแรงในคราแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลที่ผมอยากชวนให้เธอลุ่มหลงไปพร้อมกัน ปากได้รูปละเมียดชิมกลีบปากบางซ้ำๆ แอบขบกัดเบาเบาสลับกันไปมาอยากจัดการต้นเหตุที่กล้าอวดเก่งทำให้อารมณ์ของผมขุ่นมัวได้ขนาดนี้ ร่างเล็กถูกต้อนให้ถอยร่นจากหน้าชั้นวางรองเท้าไปตามโถงทางเดินสั้นๆ โดยที่ริมฝีปากของผมและเธอยังไม่ผละออกจากกัน เป็นผมที่ไม่ยอมปล่อยแม้เสียงเล็กจะคอยร้องประท้วงเพื่อขออากาศหายใจ ทุกเคลื่อนไหวที่ขยับเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจคอยกวาดต้อนพาสองขาเรียวอ่อนระทวยจนแผ่นหลังบางสัมผัสกับความนุ่มของโซฟาในห้องนั่งเล่น แรงกดจูบเพิ่มระดับความโหยหาจ

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่19 ชอบทำให้หึง

    วิชาช่วงบ่ายโหดเอาเรื่องและกว่าอาจารย์จะยอมปล่อยให้ฉันพาสมองเบลอๆ ออกจากห้องเวลาก็ล่วงเลยจนเกือบเย็นทำเอาท้องเริ่มส่งเสียงร้องประท้วงด้วยความหิวโดยเฉพาะขนมหวานหรือไอศครีมเย็นๆ สักถ้วยเพราะรู้สึกว่าร่างกายอ่อนแรงเหมือนขาดน้ำตาลก็ว่าได้"พี่พาย รอตรงไหนคะ""เก้านาฬิกา""ไหนหละ ไม่เห็นเจอเลย"ทันทีที่ลงมาจากห้องเรียนยัยเมจิก็ปลีกตัวแยกไปอีกทาง ส่วนฉันก็พาตัวเองเดินมามองหาคนตัวโตที่ส่งข้อความมาบอกว่ารออยู่ข้างล่างตั้งแต่เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาเพราะมองหาเท่าไหร่ก็ไม่เห็นแม้แต่เส้นผมฟอด"อุ้ย!"ลองกวาดตามองไปรอบๆ หันหน้าตามเข็มนาฬิกาที่เขาบอกอีกทีก็ยังไม่เห็นใครสักคน จนกระทั่งแก้มนุ่มหันไปชนเข้ากับปลายจมูกมีสันที่มาพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยและฉันจำได้ดีว่าเป็นเขา ทำใจฉันหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มด้วยความตกใจ"นิสัยไม่ดีอีกแล้วนะคะ""ว่าพี่อีกแล้วนะครับ"นอกจากตาคู่คมจะดูกรุ่มกริ่มชอบใจที่ได้แกล้งกันแล้ว เขายังล้อเลียนฉันทั้งคำพูดและน้ำเสียงอีกทำฉันรู้สึกมันเขี้ยวเขาเอามากๆ คว้าแขนแกร่งมากัดจนจมเขี้ยวระบายความแค้นที่โดนเขาแกล้งมาตลอดทั้งวันจนรู้สึกพอใจจึงค่อ

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่18 อย่าทำให้หวง

    "แก พี่บีม""ปล่อยให้ยืนหน้าแก่อยู่ตรงนั้นแหละ""ห๊ะ?"ระหว่างรอเรียนช่วงบ่าย ฉันกับเมจิเลยมานั่งหลบอากาศร้อนในร้านกาแฟไม่ไกลจากอาคารเรียน พากันนั่งดูจอโทรศัพท์อยู่นานสายตาก็เริ่มเมื่อยล้าจากแสงสีฟ้าที่ส่งผ่านมาจากหน้าจอเป็นเหตุให้ฉันต้องพักสายตาโดยการหันไปมองต้นไม้สีเขียวที่อยู่รอบๆ ร้านแต่กลับเห็นพี่รหัสของเมจิยืนทำหน้าตึงเหมือนพี่พายเมื่อก่อนอยู่ด้านนอก และถ้าให้เดาสาเหตุคงมาจากยัยเมจิเพื่อนฉันคนนี้ไม่ผิดแน่"ฉันว่าแกควรออกไปนะ""..."ไม่อย่างนั้นมดที่เดินผ่านตรงนั้นได้กลั้นหายใจตายก่อนพอดีเพราะรัศมีความน่ากลัวที่แผ่ออกมาจากหน้าพี่บีมตอนนี้ ฉันเองยังไม่กล้าสบตาทำเป็นมองนั่นมองนี่ไปเรื่อยเลย ฉะนั้นคนที่จะช่วยแก้สถานการณ์อันน่ากลัวนี้ได้ดีที่สุดมีแค่ยัยเมจิเท่านั้น เชื่อฉันสิ!และก็เป็นอย่างที่ฉันคิด ทันทีที่เพื่อนของฉันเดินออกไปบรรยากาศโดยรอบก็สดชื่นขึ้นมาในพริบตาเพราะทั้งคู่ได้เดินตามกันไป คงจะไปหาที่ทะเลาะ เอ้ย! ที่คุยปรึกษาปัญหาหัวใจกัน เพื่อนอย่างฉันทำได้แค่นั่งรอให้กำลังใจอยู่ห่างๆ ตรงนี้"ฮัลโหล พี่พาย""อยู่ไหน""ร้านกาแฟอักษรค่ะ""อืม"ระหว่างที่กำลังนั่งคิดอะไรเพลินๆ อยู่คน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status