Share

บทที่12 ความจริงของน้อง

last update publish date: 2026-07-25 21:33:39

ตึก ตึก ตึก

"เดี๋ยวก่อนค่ะพี่พาย"

"..."

"เมจิขอเล่าอะไรบางอย่างได้มั้ยคะ"

"ได้"

"พี่พายอาจไม่รู้ว่ากว่าที่ขนมปังจะมาเรียนที่นี่ได้ต้องใช้ความพยายามมากแค่ไหน"

"พี่พายเป็นกำลังใจเพียงหนึ่งเดียวที่เพื่อนเมจิเหลืออยู่ อย่าใจร้ายกับขนมปังนักเลยค่ะ"

"หมายความว่าไง"

"เมจิไม่รู้ว่านี่คือเหตุผลของพี่พายหรือเปล่า แต่วันนั้นเป็นวันเดียวกับที่ครอบครัวของขนมปังประสบอุบัติเหตุ"

"..."

"พี่พายรู้อย่างนี้แล้ว พอจะใจดีกับเพื่อนเมจิบ้างได้มั้ยคะ"

"..."

ความรู้สึกชาไปทั้งหัวใจมันเป็นอย่างนี้เองเหรอวะ ทำเอาทุกคำที่ฝังอยู่ในหัวตีรวนกันไปหมดไม่รู้จะพูดตอบอะไรออกไป เป็นผมคนใจร้ายอย่างที่รุ่นน้องว่าจริง ๆ นั่นแหละ หากวันนั้นผมไม่เอาแต่คิดเองคนเดียวผมก็คงไม่ต้องปล่อยมือเธอและได้อยู่ข้างๆ เธอในช่วงเวลาที่ยากลำบาก แถมพอมีโอกาสได้กลับมาเจอกัน เป็นเพราะความทิฐิของผมอีกนั่นแหละที่ทำให้ละเลยความรู้สึกของเธอไป

จากที่ตั้งใจจะขับรถกลับคอนโดตัวเองไปนอนพัก ผมก็เดินกลับไปตามทางเดินหอผู้ป่วยแล้วหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้หน้าห้องของเธอแทน ก่อนจะหลับตาพิงศีรษะลงกำแพงห้องคิดทบทวนความรู้สึกตัวเองและหาทางชดเชยเวลาที่หายไปของเรา ทั้งที่ก็ไม่รู้ว่าเธอยังอยากให้ผมเป็นคนนั้นอยู่หรือเปล่า

ผมนั่งกึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่ตรงนั้นจนเวลาล่วงเลยใกล้ถึงเช้าวันใหม่ ตัดสินใจยืดสองแขนบิดขี้เกียจเล็กน้อยให้พอคลายความเมื่อยล้าและลุกไปล้างหน้าที่ห้องน้ำส่วนกลางข้างหน้าให้ตัวเองพอรู้สึกสดชื่น เพราะตั้งใจจะออกไปหาซื้อโจ๊กมาเป็นมื้อเช้าให้คนป่วย

"โจ๊กหมูใส่ไข่ลวกไม่ใส่ผักหนึ่งครับ"

"เดี๋ยวเดียวนะพ่อหนุ่ม"

"ครับ เอ่อ ขอเพิ่มอีกถุงใส่ผักปกติครับ"

"ได้ๆ"

แน่นอนว่าผมก็ไม่ลืมที่จะซื้อฝากเพื่อนของเธอเพิ่มอีกหนึ่งถุงจะได้มีคนกินเป็นเพื่อนไม่ให้เธอเหงา รอไม่นานโจ๊กหมูใส่ไข่สองถุงที่รัดยางสีต่างกันเป็นสัญลักษณ์ก็พร้อมให้ผมทำหน้าที่เป็นพนักงานส่งอาหารไปแขวนไว้ที่ลูกบิดประตูห้องคนไข้พิเศษ พร้อมกับเคาะประตูบอกให้คนในห้องรับรู้ โดยที่ผมพาตัวเองเดินออกมาไม่รอทักทายเพื่อนของเธอ เพราะกลัวว่าหากเธอได้ยินเสียงผมจะพาลให้โจ๊กถุงนี้ไม่มีเจ้าของเอาเสียเปล่าๆ ไม่สู้กลับไปตั้งหลักที่ห้องก่อนแล้วอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ามารอรับเธอออกจากโรงพยาบาลดีกว่า

นี่แหละ...วิธีที่ผมเฝ้าคิดมาค่อนคืน แผนไถ่โทษให้กับตัวเอง

 

สองวันแล้วสินะ ที่ฉันไม่ได้เจอเขา...คนใจร้าย และเป็นสองวันที่ฉันต้องนอนซมอยู่บนเตียงคนไข้ก็เพราะเขานั่นแหละที่ปล่อยให้ฉันนั่งรอกว่าสองชั่วโมง รอทั้งที่ไม่รู้ว่าเขากับแฟนใหม่จะกินข้าวเสร็จเมื่อไหร่ แต่ก็ต้องโทษความซื่อบื้อของฉันเองด้วยที่เลือกเป็นฝ่ายนั่งรอ เพียงเพราะแค่อยากแน่ใจว่าสำหรับเขา...ฉันเป็นคนอื่นไปแล้วจริงๆ

"มาแล้วๆ โจ๊กหมูใส่ไข่ไม่ใส่ผักของแก"

"ใครหนอใครช่างรู้ใจว่าแกไม่กินผัก แกรู้มั้ยว่าใคร"

"ไม่รู้สิ"

ฉันมองชามโจ๊กบนโต๊ะที่ยัยเมจิเลื่อนมาให้อย่างเอาอกเอาใจ พยายามปัดความคิดเข้าข้างตัวเองว่าใครบางคนจะยอมตื่นแต่เช้าเพื่อซื้ออาหารเช้ามาให้กัน และถ้าเป็นเขาจริงๆ ก็ต้องแสดงตัวในฐานะพี่รหัสถือเข้ามาให้ด้วยตัวเองสิไม่ใช่แขวนเอาไว้ที่ประตูอย่างนี้ แต่ถึงอย่างนั้นใจดวงน้อยก็ยังแอบคิดหวังเล็กๆ อย่างห้ามไม่ได้พาให้ความรู้สึกที่ไม่ควรสั่นไหวกลับหวั่นไหวขึ้นมาอีกครั้ง

"จะว่าไม่ได้ตั้งใจก็ไม่น่าใช่ เพราะถุงของฉันผักมาครบมาก"

"พี่บีมรึเปล่า"

"โอ้ย! รายนั้นตื่นเที่ยงจ๊ะ

"รู้ดีเชียวนะ"

"หายแล้วถูกมั้ย"

"ก็ได้พยาบาลดีนี่นา"

ยัยเมจิยืนมองฉันตาเขียวจนฉันต้องรีบพูดประจบประแจงกลัวว่าจะโดนเพื่อนโกรธที่พูดพาดพิงถึงพีารหัสของเพื่อนที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่ แล้วหันมาก้มหน้าก้มตาหยิบช้อนตักโจ๊กนุ่มๆ ใส่ปากทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กลบเกลื่อนความผิดสดๆ ร้อนๆ ของตัวเอง

"อะ ฉันแบ่งหมูให้"

"ไม่ต้องเลยนะ"

"หรือไม่เอา"

"เอาสิ ของอร่อย"

เสียงหัวเราะคิกคักของเราสองคนดังไปทั่วห้องตลอดมื้ออาหารเช้าจากผู้ไม่ประสงค์ออกนาม กินไปก็พูดแซวกันไปว่าถ้าหากมีคนแอบคิดไม่ดีวางยาพิษในโจ๊กถุงนี้ เป็นเราสองคนนี่แหละที่เห็นแก่กินจนนำภัยมาถึงตัว

จะว่าไปสองวันนี้ถ้าเมจิไม่รีบกลับมาจากบ้านเพื่อมานอนเป็นเพื่อน ฉันคงเหงาแย่ ถ้าได้ออกไปแล้วคงต้องพาเพื่อนรักของฉันคนนี้ไปเลี้ยงไอศครีมของโปรดของนางสักหน่อย เรื่องของเรื่องฉันเองก็อยากกินเพราะว่าเป็นของโปรดของฉันเหมือนกัน

"แกจะเปลี่ยนชุดเลยมั้ย"

"เปลี่ยนๆ"

ฉันเอื้อมมือไปหยิบถุงกระดาษที่มีชุดเดรสพร้อมป้ายใหม่มาถือไว้ในมือ ก็เป็นชุดที่ฉันซื้อวันนั้นนั่นแหละ ก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวลงจากเตียงแล้วเดินเข้าห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมพร้อมกลับคอนโด คิดถึงเตียงนุ่มๆ จะแย่อยู่แล้ว

"เมจิ แกมาช่วยฉันหน่อยสิ"

แกร๊ก!

"..."

"แกช่วยรูดซิปให้หน่อยได้มั้ย ฉันรูดไม่ถนัดเลย"

"..."

ตอนลองชุดนี้ที่ร้านฉันก็สามารถรูดซิปเองได้ง่ายนี่นา อาจเป็นเพราะยังเจ็บแผลรอยเข็มน้ำเกลืออยู่ละมั้งเลยพาให้ทำอะไรเองไม่ค่อยสะดวกจนต้องตะโกนขอความช่วยเหลือจากเพื่อนให้เข้ามาช่วยทำให้ แต่แปลกนะ...ทำไมเข้ามาเงียบๆ ไม่พูดไม่จา ไม่ใช่ว่ารำคาญฉันหรอกนะ

"พะ พี่พาย"

"เข้ามาได้ยังไงคะ"

"ประตู"

"..."

เพราะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของใครอีกคน ทำให้ฉันต้องรีบหันไปเผื่อว่าเพื่อนโกรธที่ฉันไหว้วานมากเกินไปจะได้ขอโทษได้ทันเวลา แต่ทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่ฉันคิด เพราะคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเป็นคนตัวโตที่แสนจะใจร้ายทำใจฉันหลุดไปอยู่ตรงตาตุ่มด้วยความตกใจ ตกใจที่เป็นเขา เป็นเขาที่ช่วยรูดซิปชุดเดรสตั้งแต่ตรงสะโพกขึ้นมาจนถึงด้านบนด้วยความชำนาญ และยิ่งไปกว่านั้นตาคู่คมของเขายังจ้องมองมาราวกับอยากจะแผดเผาพาให้ฉันรู้สึกร้อนระอุจนผิวเปลี่ยนสีให้เห็นด้วยความรู้สึกที่ทั้งอายประกอบกับความโมโหในคำตอบกวนๆ ของเขา

เมื่อก่อน ฉันหลงชอบเขาไปได้อย่างไรกันนะ!

"เมจิละคะ"

"กลับไปแล้ว"

"ห๊ะ!"

"ตกใจอะไร"

"ก็ต้องตกใจสิ"

ปากเล็กยู่เข้าหากันทำปากงุบงิบพูดคนเดียวไม่ให้ใครอีกคนได้ยิน ตาคู่กลมทำตาปริบๆ มองถุงช้อปปิ้งใบใหญ่และถุงยาที่วางคู่กันอยู่บนเตียงคนไข้ใจก็แอบเคืองเพื่อนอยู่ในใจที่กลับไปไม่บอกกันสักคำ แถมยังปล่อยให้อยู่กับคนใจร้ายสองต่อสองอีก ที่ว่าจะพาไปเลี้ยงไอศครีมฉันถือว่าโมฆะ

"ทำอะไร"

"ยกของค่ะ"

"..."

ฉันเลียนแบบความยียวนของเขามาตอบคำถามที่ว่า ว่าฉันทำอะไรอยู่ พร้อมกับของพะรุงพะรังในมือที่พยายามจะถือคนเดียวให้หมดโดยไม่ปริปากขอความช่วยเหลือจากเขาเดี๋ยวจะมาหาว่าฉันวุ่นวายกับเขาอีก ทำคิ้วเข้มของคนตรงหน้าเลิกมองกันอย่างเอาเรื่อง

แล้วจะยังไง...ใครสน ขนมปังไม่สน!

"หายดีเมื่อไหร่ โดนแน่!"

"ขนมปังไม่กลัวหรอก ไม่ต้องมาขู่"

"หึ แสดงว่าหายแล้ว?"

"หะ หายแล้วสิ"

จากที่ว่าจะไม่สน ก็ต้องกลับมาสนเพราะคนตรงหน้าค่อยๆ ก้าวเข้าหาทีละก้าวพร้อมกับยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์พาให้สองขาเล็กก้าวถอยหลังจนชนขอบเตียงแต่ก็ยังทำใจสู้ทั้งที่ตาคู่กลมหลับตาปี๋เมื่อใบหน้าคนใจร้ายยื่นเข้ามาใกล้ ใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่กระทบลงผิวแก้ม ก่อนที่ของในสองมือจะลอยหายไปอยู่ในมือของเขา

"หึ คิดอะไร"

"ใครคิด ขนมปังไม่ได้คิด"

"แต่พี่คิด"

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่25 ถ้าน้องไม่กลับมา

    "เลิกกี่โมง""สี่โมงเย็นค่ะ""ในตารางเลิกเที่ยง"สองสามวันมานี้เธอดูแปลกไปจนผมเองเริ่มเกิดความรู้สึกสงสัยว่าเธอกำลังปิดบังอะไรไว้ไม่อยากให้ผมรู้หรือเปล่า ทั้งที่รู้ดีว่าไม่ควรรู้สึกอย่างนั้น เรื่องของความคิดเป็นสิ่งที่ไม่อาจห้ามได้แต่ไม่ถึงขนาดที่ผมจะเอามาเป็นชนวนอารมณ์ให้ต้องทะเลาะกันจนเรื่องราวไปกันใหญ่"ก็ คือว่า...""สี่โมงพี่รอตรงนี้""ค่ะ"ฟอด"ปังไปก่อนนะ"รอฟังคำตอบที่เธอพยายามคิดหาเหตุผลมาบอกกันอยู่นาน เหลือบมองมือเล็กที่วางประสานบีบเข้าหากันแน่นบนตักดูประหม่าอย่างเห็นได้ชัด ไหนจะเสียงหวานอึกๆอักๆ กับสีหน้าคล้ายกังวลจนผมต้องเป็นฝ่ายตัดบทเสียเอง เลือกที่จะมารอรับกลับห้องพร้อมกันตามเวลาที่เธอบอก เพียงเท่านั้นก็ทำให้ใบหน้าที่กำลังจะร้องไห้เปลี่ยนเป็นสดใสได้ในพริบตายื่นหน้าเข้ามากดปลายจมูกเชิดรั้นหอมแก้มผมฟอดใหญ่อย่างออดอ้อนก่อนจะลงรถไปด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน ทำตาคู่คมมองตามแผ่นหลังบางจนลับสายตาหายเข้าไปในอาคารเรียนด้วยสายตาเกินคาดเดา เธอคงไม่รู้ว่าตัวเองโกหกไม่เก่งเลยสักนิดจนเผยพิรุธออกมาให้ผมจับสังเกตได้เต็มไปหมดkanom.pang🍞 : พี่มินิน ขนมปังถึงแล้วค่ะ(ข้อความถูกยกเลิก)ผมเลือก

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่24 อยาก(ให้)ง้อ

    รู้ว่าวันนี้เธอมีนัดกินข้าวกับเพื่อนตามประสาผู้หญิง ซึ่งแฟนอย่างผมก็เข้าใจไม่ตามไปให้เธอต้องรู้สึกอึดอัดจนคุยกับเพื่อนไม่สนุก แต่ถึงตัวไม่ไปผมก็ไม่ลืมที่จะดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายถือโอกาสยื่นบัตรแบล็คการ์ดอีกใบที่แอบทำไวัให้เผื่ออยากได้กระเป๋าสักใบสองใบ เธอจะได้ชอปปิ้งอย่างสบายใจแต่ที่ทำให้ผมหงุดหงิดมากจนอยากจะจับมาฟาดก้นสักทีสองทีก็เพราะธอเล่นขาดการติดต่อไปนานหลายชั่วโมง โทรไปไม่รับ ส่งข้อความไปไม่ตอบจนผมเป็นห่วงคิดกังวลไปต่างๆ นานากลัวว่าเธอจะเกิดอุบัติเหตุหรือมีอันตรายอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า กระทั่งเห็นข้อความแจ้งเตือนการใช้บัตรแบล็คการ์ดผมถึงโล่งอกพอจะนั่งรออยู่ในรถอย่างใจเย็นได้บ้าง แต่ก็ไม่เย็นมากพอที่จะหายหงุดหงิดเพียงได้กินแซนวิชที่เธอป้อนไม่กี่คำ"...""ถ้าพี่พายไม่พูด ขนมปังไม่ง้อ"แล้วดูเอาเถอะ! ว่าเธอดื้อมากขนาดไหน พอเห็นว่าผมไม่หายโกรธ ปากเล็กๆ ก็เชิดขึ้นจนเกือบถึงปลายจมูกนั่งทำหน้างอนใส่ จนกระทั่งรถแล่นเข้ามาจอดในชั้นลานจอดรถของคอนโด คนแสนดื้อก็เปิดประตูลงจากฝั่งข้างคนขับรีบซอยเท้าเดินไปกดลิฟต์ไม่รอผมเดินไปพร้อมกันเหมือนทุกวัน"ไม่ง้อพี่ แล้วจะง้อใคร""ง้อใครก็ได้ค่ะ ขนมปังโต

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่23 พี่ขี้งอน

    "ไหนแกลองว่ามาซิ ทำไมถึงเบี้ยวนัดฉันได้""ก็..."เมื่อวันที่นัดกันไปเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดของฉัน ทั้งๆ ที่นัดกันเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วแท้ๆ แต่สุดท้ายเพื่อนสนิทที่สุดของฉันกลับส่งข้อความมาบอกว่ามีธุระกระทันหันในตอนสามทุ่มและขอชดเชยเวลาให้โดยการพาฉันมาเลี้ยงปิ้งย่างวันนี้แทน"อื้ม ก็..."มีธุระฉันพอจะเข้าใจได้ แต่ที่ทำให้ฉันไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้คือท่าทางอึกอักเหมือนเจอโจทย์ที่ยากมากดูพยายามคิดหาเหตุผลมาอธิบายให้ฉันฟังไม่ได้ ไหนจะสายตาเลิ่กลั่กพยายามซ่อนพิรุธไม่ให้ฉันสังเกตได้นั่นอีก ชวนให้ฉันนึกสนุกอยากจะแกล้งลองเป็นฝ่ายไล่ต้อนให้เพื่อนจนมุมดูบ้าง วางตะเกียบในมือแล้วเปลี่ยนมานั่งเท้าคางมองฝั่งตรงข้ามด้วยสายตากรุ่มกริ่มรอฟังคำตอบอย่างตั้งใจอย่างที่ฉันเคยเจอ ก็จากยัยเมจินี่แหละสนุกดีเหมือนกันนะ"โอเค ฉันยอมแล้วๆ"และในที่สุดธุระที่ว่าของยัยเมจิก็ถูกเล่าออกมาอย่างอัดอั้นจนฉันเองแทบจะฟังไม่ทันประติดประต่อเรื่องราวแทบไม่ถูก สรุปได้เพียงว่าสิ่งที่ยัยเมจิเจอไม่ต่างจากฉันมากนัก แต่ฉันอาจจะดีกว่าตรงที่คนขี้หวงพอจะมีเหตุผลอยู่บ้าง ถึงจะเป็นเหตุผลของเขาคนเดียวก็เถอะ!"ครั้งนี้ฉันจะยอมปล่อยแกไ

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่22 ไม่ให้ผ่าน

    และแล้วก็ถึงวันที่ฉันได้ไปฉลองวันเกิดในสถานที่ที่ไม่เคยไปมาก่อนนั่นก็คือร้านเหล้า อยากจะลองไปดูสักครั้งอยากลองสัมผัสบรรยากาศที่ใครหลายคนพากันหลงใหลสักหน่อยอันที่จริงวันคล้ายวันเกิดของฉันล่วงเลยมาหลายวันแล้วนะ แต่เพราะว่าวันนั้นฉันโดนพิษไข้เล่นงานเสียก่อนพาให้ต้องเลื่อนนัดยัยเมจิมาเป็นวันนี้แทน จะวันไหนสำหรับฉันก็เหมือนกันนั่นแหละ ขอแค่มีเขาคุณแฟนของฉันและเพื่อนที่สนิทที่สุดมากินข้าวเป็นเพื่อนฉันก็สุขใจมากแล้ว"พี่พาย พี่พายเห็นเสื้อกล้ามสีดำของปังมั้ยคะ" ฉันจำได้ว่าเขาอาสาเอาไปส่งร้านซักรีดให้นี่นา ไม่ใช่ว่าทางร้านเอามาส่งแล้วหรอกเหรอ"ทิ้งไปแล้ว""ห๊ะ?""ตกใจอะไร""เอาเสื้อปังไปทิ้งทำไม""พี่ไม่ชอบ""แต่นั่นเสื้อปังนะ""เดี๋ยวพี่ซื้อให้ใหม่"ฉันไม่ได้ฟังผิดไปหรอกใช่ไหม อยู่อยู่คนที่กำลังนั่งอ่านหนังสือการ์ตูนตอนนี้บอกว่าตัวเองเป็นคนเอาเสื้อผ้าของฉันไปทิ้งหน้าตาเฉย เขาทำอย่างนี้ได้อย่างไรกัน เหลือจะเชื่อเขาเลย!แล้ววันนี้ฉันจะใส่ชุดอะไรไปกันละ ในเมื่อตู้เสื้อผ้าของฉันตอนนี้เหลือเพียงชุดเดรสน่ารักๆ และเสื้อยืดกับกางเกงขายาวที่เหมาะกับการใส่ไปทำบุญที่วัดมากกว่า ไม่หลงเหลือเสื้อที่เข้าก

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่21 ติดหนึบ

    กว่าสองชั่วโมงพายุลูกใหญ่ถึงจะสงบลง เป็นผมที่ใจดีปล่อยให้คนอ่อนแรงนอนพักเพราะไม่อยากให้เธอตื่นตกใจกับสัมผัสของผมจนไม่อนุญาตให้มีครั้งต่อไปเกิดขึ้นอีก ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ผมจะไม่ยอมและยอมไม่ได้เด็ดขาดค่อยๆ ช้อนตัวเธอเดินเข้าห้องนอน วางร่างบางลงบนเตียงกว้างให้เธอได้นอนพักสบายๆ ส่วนผมพาตัวเองไปหาผ้าขนหนูชุบน้ำแล้วออกมาหย่อนตัวนั่งลงข้างๆ ค่อยๆ เช็ดผิวสีชมพูอย่างทะนุถนอมจนทั่วไม่เหลือความเหนียวเหนอะหนะให้เธอรู้สึกไม่สบายตัว ก่อนจะกลับไปจัดการตัวเองในห้องน้ำบ้างแล้วกลับออกมาล้มตัวนอนลงข้างๆ ดึงเอวบางเข้ามานอนหนุนแขนในอ้อมกอดหลับตาลงตามเธอเข้าไปในความฝัน"..."จนกระทั่งแผงอกสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิอันร้อนระอุที่ค่อยๆ สูงขึ้นปลุกให้ผมลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสาย เวลานี้ผิวขาวอมชมพูของคนในอ้อมกอดเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำคิ้วเรียวเล็กผูกกันเป็นปมแน่นราวกับกำลังฝันร้ายอย่างไรอย่างนั้น ให้ผมต้องรีบลุกไปหาอุปกรณ์เช็ดตัวและเจลลดไข้มาวางบนหน้าผากมนด้วยความร้อนใจ คอยเช็ดตัวไม่ห่างให้อุณหภูมิที่สูงค่อยๆ ลดจนเย็นลง ให้คิ้วที่ผูกเป็นโบว์ค่อยๆ คลายออกปมออกให้ผมรู้สึกโล่งใจที่เธอต้องนอนซมอย่างนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากผม

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่20 ลงโทษเด็ก NC

    "อื้อ..."บทลงโทษเริ่มขึ้นทันทีทั้งที่ประตูห้องยังไม่ทันปิดลงสนิท มือใหญ่ก็คว้าคอระหงส์เข้ามารับการลงโทษบทแรกที่เธอจะได้รับในคืนนี้โทษฐานที่กล้าพูดจาไม่เข้าหูเพียงเพราะอยากจะแกล้งให้ผมหัวร้อนและเธอทำสำเร็จ อยากจะแกล้งกันอย่างไรก็ได้ผมไม่ว่า แต่การบอกว่ามีคนอื่นเพียงแค่ได้ยินสั้นๆ สมองของผมก็แทบระเบิด ยังดีที่รู้จักยอมรับผิด แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าโทษของเธอจะลดน้อยลงไป ทำผิดคือทำผิด ทำผิดก็ต้องได้รับการลงโทษจะได้ไ่ม่มีครั้งที่สองหรือครั้งต่อไปเกิดขึ้นสัมผัสรุนแรงในคราแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลที่ผมอยากชวนให้เธอลุ่มหลงไปพร้อมกัน ปากได้รูปละเมียดชิมกลีบปากบางซ้ำๆ แอบขบกัดเบาเบาสลับกันไปมาอยากจัดการต้นเหตุที่กล้าอวดเก่งทำให้อารมณ์ของผมขุ่นมัวได้ขนาดนี้ ร่างเล็กถูกต้อนให้ถอยร่นจากหน้าชั้นวางรองเท้าไปตามโถงทางเดินสั้นๆ โดยที่ริมฝีปากของผมและเธอยังไม่ผละออกจากกัน เป็นผมที่ไม่ยอมปล่อยแม้เสียงเล็กจะคอยร้องประท้วงเพื่อขออากาศหายใจ ทุกเคลื่อนไหวที่ขยับเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจคอยกวาดต้อนพาสองขาเรียวอ่อนระทวยจนแผ่นหลังบางสัมผัสกับความนุ่มของโซฟาในห้องนั่งเล่น แรงกดจูบเพิ่มระดับความโหยหาจ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status