Share

บทที่10 ทำน้องโกรธ

last update Tanggal publikasi: 2026-07-19 13:46:48

"พรุ่งนี้พี่พายไปไหนรึเปล่าคะ"

"นอน"

"แล้วจะตื่นกี่โมงคะ"

"มีอะไร"

"ไปซื้อของเป็นเพื่อนขนมปังหน่อยได้มั้ย"

"เพื่อนเธอ?"

"เมจิกลับบ้านต่างจังหวัดค่ะ"

"..."

บทสนทนาแสนสั้นจบลงด้วยความเงียบงัน ก่อนที่ผมจะถอนหายใจทิ้งเบาๆ ขณะที่นิ้วเคาะพวงมาลัยรถเป็นจังหวะตามเสียงเพลง พลางมองสัญญาณไฟจราจรที่ยังคงเป็นสีแดงเข้ม ทั้งที่พรุ่งนี้ตั้งใจจะนอนโง่ๆ ให้ลืมโลกกลับกลายเป็นต้องตื่นมาสวมบทสารถีจำเป็นเสียอย่างนั้น

"ห้าโมงเย็น"

"คะ?"

"จะไปก็ห้าโมง ไม่ไปก็เรื่องของเธอ"

ผมตัดบทแค่นั้น ทันที่รถคันหน้าเริ่มเคลื่อนตัวเมื่อไฟสัญญาณเปลี่ยนเป็นสีเขียวให้ผมหักพวงมาลัยมุ่งหน้าไปยังคอนโดของยัยเด็กหน้ามึนที่พักหลังมานี้เข้ามาป้วนเปี้ยนในตารางชีวิตผมบ่อยเกินความจำเป็น ทั้งที่ความจริงผมจะปฏิเสธก็ได้ จะอ้างว่าติดงานหาข้ออ้างบอกปัดว่าไม่ว่าง หรือบอกไปตามตรงว่าไม่อยากไปก็ย่อมได้ แต่พอเห็นภาพใบหน้ากลมๆ กับดวงตาใสแจ๋วที่ชอบมองมาอย่างมีความหวังนั่น ทำให้คำปฏิเสธมันมักจะติดอยู่ที่ลำคอทุกที เหมือนกับครั้งนี้

"ขอบคุณที่มาส่งนะคะ"

ฟอด

"เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ"

"..."

รถคันหรูจอดสนิทรอให้เด็กหน้ามึนลงจอดรถแล้วผมจะได้พาตัวเองกลับห้องไปนอนพักสักที โดยไม่ทันคิดว่าเธอจะใจกล้าจู่โจมยื่นหน้าเข้ามาใกล้และกดปลายจมูกเชิดรั้นลงบนแก้มสากก่อนจะรีบเปิดประตูหนีลงจากรถ ทิ้งให้ผมนิ่งค้างอยู่กับสัมผัสนุ่มหยุ่นที่ทิ้งรอยอุ่นจางๆ ไว้บนแก้มทำเอาเส้นประสาททั่วร่างกายของผมเหมือนถูกไฟช็อตไปชั่วขณะ ได้แต่ยกมือขึ้นแตะรอยสัมผัสที่ยังหลงเหลือกลิ่นแป้งเด็กจางๆ อย่างเผลอตัว

"เด็กแสบ"

เสียงทุ้มพึมพำกับความมืดภายในรถที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำ พลางส่ายหัวเพื่อไล่ความรู้สึกประหลาดที่กำลังตีรวนอยู่ภายใน มันไม่ใช่แค่ความรำคาญ แต่มันคือความรู้สึกวุ่นวายใจที่เหนือการควบคุมของพวกโลกส่วนตัวสูงลิบลิ่วอย่างผม และอาจเป็นเพราะความเหนื่อยล้าที่มีทำให้ผมเรียกสติกลับมาอีกครั้งแล้วเหยียบคันเร่งจับพวงมาลัยตรงไปคอนโดตัวเองที่อยู่ห่างกันไม่ถึงสิบนาที

"จะทำยังไงกับเด็กนี่ดีวะ"

กว่าสองชั่วโมงที่ตาคู่คมพยายามข่มตาลงให้หลับอย่างที่ควรจะเป็น แต่สมองกลับมีแต่ภาพของใครบางคนที่พยายามสลัดอย่างไรก็ยังวนเวียนกลับมาซ้ำๆ จนต้องคิดวางแผนบางอย่างเพื่อที่เธอจะได้ไม่เข้ามาวุ่นวายกับผมมากไปกว่านี้ และแผนของผมจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากใครคนหนึ่งเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อยและแนบเนียนที่สุด

'พี่มินิน เด็กนั่นก็รู้จัก'

'น้องโฟ มีหวังได้โดนเฮียติณกระทืบแน่'

ลองไล่ชื่อผู้หญิงที่ผมพอจะสนิทด้วยก็มีอยู่แค่ไม่กี่คน และแต่ละคนใช่ว่าผมจะสามารถส่งข้อความไปหาสุ่มสี่สุ่มห้าได้ ที่พอจะทำได้คงจะมีเพียงน้องสาวไอ้พาลันที่ผมเคยช่วยเป็นหูเป็นตาให้ช่วงที่ไอ้พาลันไม่อยู่ คิดได้อย่างนั้นเลยเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะข้างหัวเตียงมาส่งข้อความหาลิตาเอ่ยปากขอให้น้องมาช่วยสักชั่วโมงสองชั่วโมงแลกกับกระเป๋าแบรนด์เนมหนึ่งใบเป็นของตอบแทนค่าเสียเวลา

"โอเคค่ะ ลิตาส่งรูปกระเป๋าให้แล้วนะ"

ข้อความเสียงตอบกลับจากลิตาดังขึ้นในเวลาไม่ถึงนาที พร้อมคำตกลงด้วยน้ำเสียงร่าเริงที่มาพร้อมกับรูปกระเป๋าที่เธออยากได้ของกำนัลชิ้นใหญ่ที่ทำให้เธอไม่อิออดที่จะช่วยเพื่อนพี่ชายอย่างผม แน่นอนว่าราคานั้นทำผมเหงื่อตกอยู่เหมือนกันแต่เพื่อทำให้เด็กนั่นรู้ว่าทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว ผมจำเป็นจะต้องขีดเส้นใต้กับเธอให้ชัดเจน

ห้าโมงตรงตามตัวเลขบนนาฬิกา รถหรูสีดำขลับเคลื่อนตัวมาจอดหน้าคอนโดเดิมตามเวลาที่นัดไว้ เห็นเธอในชุดเดรสสีอ่อนยืนชะเง้อคอมองหาจนกระทั่งเห็นรถของผมเลี้ยวเข้ามา ดวงตาใสแจ๋วนั่นก็เปล่งประกายขึ้นมาทันที แต่รอยยิ้มกว้างกลับชะงักค้างเมื่อประตูรถฝั่งข้างคนขับถูกลดกระจกลง เผยให้เห็นใบหน้าสวยเฉี่ยวของลิตาที่นั่งไขว่ห้างส่งยิ้มหวานให้อยู่ก่อนแล้ว

"เธอนั่งข้างหลัง"

"อ่อ ค่ะ"

เป็นผมที่ชะโงกหน้าผ่านลิตาไปเล็กน้อยส่งสายตาบอกให้อีกคนพาตัวเองไปเปิดประตูนั่งด้านหลัง แต่ตุ๊กตาหน้ารถที่ผมจ้างมากลับนั่งตัวแข็งทื่อสัมผัสได้ถึงความเลิ่กลั่กที่เธอมีจนผมกลัวว่าแผนจะแตกรีบเอื้อมมือกดปุ่มปิดกระจก แล้วดึงสายตามองดุใส่ลิตาให้เล่นละครแนบเนียนกว่านี้

"เราชื่อลิตานะ"

"ขนมปังค่ะ"

ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือคิดผิดที่จ้างลิตามาเป็นตัวหลอกวันนี้ เพราะนอกจากจะไม่แกล้งแสดงตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของผมแล้วยังชวนคนข้างหลังพูดคุยอย่างสนิทสนมตลอดทางทิ้งให้ผมทำหน้าที่เป็นคนขับรถของพวกเธออย่างแท้จริง

"ขนมปังจะไปซื้ออะไรเหรอ"

"ของใช้เข้าห้องหน่ะ"

"เหรอ ถ้างั้น..."

"เธอไปซื้อ ฉันกับลิตาจะไปกินข้าว เสร็จแล้วรอแถวนี้"

"อ่อ ค่ะ"

สุดท้ายผมก็ต้องตัดสินใจจัดการแยกเพื่อนใหม่ที่เพิ่งรู้จักออกจากกัน ไม่อย่างนั้นมีหวังความได้แตกแล้วแผนที่ผมวางไว้คงพังไม่เป็นท่า คว้ามือลิตามากุมไว้แล้วพาเดินผ่านหน้าใครบางคนที่กำลังยืนงงเหมือนทำอะไรไม่ถูก ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองว่าเธอจะเดินไปทางไหน

"พี่พาย ใจร้ายเกินไปแล้วนะ"

"พูดมาก ไม่เอาแล้วเหรอ กระเป๋า?"

"ต้องเอาอยู่แล้วสิ"

"ดูใบเล็ก"

"ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นะ"

"เกือบทำเสียเรื่อง ไม่มีสิทธิ์เลือก"

"โห ก็ขนมปังน่ารักนี่นา ลิตาทำร้ายไม่ลงหรอก ไม่เหมือนพี่พาย"

"ดูแค่กระเป๋าสตางค์พอ"

"โอเคๆ ไม่พูดแล้ว"

ผมกับลิตาตรงไปยังชอปกระเป๋าแบรนด์ดังเพื่อจ่ายค่าจ้างตามที่คุยกันไว้เมื่อคืน แต่เมื่อผู้ถูกจ้างทำงานไม่ตรงใจผู้ว่าจ้าง กระเป๋าสตางค์ใบเล็กราคาสี่ใบเทามีทอนถือเป็นค่าแรงที่เรียกได้ว่าคุ้มค่ามากและผู้ถูกจ้างไม่มีสิทธิ์อิดออดเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นค่าจ้างจะเหลือเพียงอาหารญี่ปุ่นหนึ่งมื้อเท่านั้น

"พี่พาย ลิตาว่ารอขนมปังด้วยดีกว่ามั้ย"

"ไม่ต้อง"

"แล้วจะปล่อยให้ขนมปังหิวเหรอ"

"โตแล้ว หิวก็เดินไปหาข้าวกิน"

"โอ้โห ไม่เผื่อว่าตัวเองจะต้องกลายเป็นคนง้อเลยนะ"

"..."

ท่าทางเบะปากมองบนเหมือนว่าหมันไส้ผมนักหนาทำมือใหญ่ยื่นไปผลักศีรษะของคนเป็นน้องเบาเบาหนึ่งที ก่อนจะพากันเดินออกจากชอปกระเป๋าไปยังร้านอาหารญี่ปุ่นที่อยู่อีกชั้น โดยที่ผมไม่ได้จับมือเหมือนอย่างที่ทำต่อหน้าเธอ แต่กับล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วเดินทิ้งห่างกับลิตาราวกับว่าไม่ได้มาด้วยกัน

"ไม่เป็นห่วง แต่สั่งใส่กล่อง คืออะไรเอ่ย"

"กินดึก"

"อ๋อ เหรอ"

สาบานเลยว่าถ้ามีครั้งต่อไปผมจะไม่มีทางยืมมือเด็กแสบนี่มาช่วยกันภัยให้อีกเป็นอันขาด ปล่อยให้คนขาสั้นถือถุงกระดาษวิ่งตามหลังมาอยู่อย่างนั้น ส่วนผมก็ก้าวขาตรงไปยังทางออกลานจอดรถมองหาใครบางคนที่ผมปล่อยให้รอกว่าสองชั่วโมง จนกระทั่งเห็นเธอนั่งตัวงอมีถุงช้อปปิ้งถุงใหญ่ในอ้อมกอดอยู่บนม้านั่ง ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ก็ยิ่งเห็นใบหน้าซีดเซียวราวกับกำลังจะเป็นลมอย่างไรอย่างนั้น

"เธอ"

"พะ พี่พาย ปังปวดท้อง"

และเสียงสั่นเครือที่ได้ยินทำลายความเย็นชาของผมไปจนหมด รีบช้อนตัวร่างบางไร้เรี่ยวแรงขึ้นแนบอกด้วยความรู้สึกผิดในหัวใจจนชาหนึบ ลิตาที่วิ่งตามมามีสีหน้าตกใจไม่แพ้กัน รีบพากันขึ้นรถแล้วเหยียบคันเร่งไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดด้วยความเร็วที่หัวใจแทบจะหยุดเต้น

"คนไข้มีอาการเครียดสะสมและรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา จนเกิดภาวะเลือดออกในกระเพาะอาหารครับ"

คำวินิจฉัยของหมอเหมือนแรงตบหน้าผมฉาดใหญ่ ผมปล่อยให้เธอรอนานกว่าสองชั่วโมงโดยไม่ถามไถ่เพียงเพราะอยากผลักไสเธอออกไปจากชีวิตเท่านั้น รอไม่นานเธอก็ลืมตาตื่นขึ้นมาในห้องพักฟื้น มีผมนั่งรออยู่ข้างๆ ส่วนลิตา ผมโทรให้พาลันมารับกลับไปสักพักใหญ่แล้ว ได้แต่บอกเพื่อนไปว่าจะเล่าทุกอย่างให้ฟังวันหลัง ซึ่งคนเข้าใจง่ายอย่างไอ้พาลันก็ไม่ถามให้มากความพยักหน้าแล้วพาน้องตัวเองกลับ

เมื่อดวงตาใสแจ๋วที่เคยเปล่งประกายกลับราบเรียบและเย็นชาขึ้นทันทีที่กวาดตามาเห็นผม ทำเอาใจที่คิดว่าแข็งแรงกระตุกวูบแต่ยังเก็บซ่อนความรู้สึกเอาไว้

"ดื่มน้ำก่อน"

"ขนมปังถือเองค่ะ"

"กินโจ๊ก ฉันเพิ่งสั่งมาให้"

"ขอบคุณค่ะ ขนมปังไม่หิว"

"อย่าดื้อ"

"พี่พายกลับเถอะค่ะ ขนมปังอยู่คนเดียวได้"

ผมได้แต่ยืนนิ่งมองแผ่นหลังเล็กสั่นเทาที่เพิ่งหันหลังให้ทันทีที่พูดจบไม่แม้แต่จะสบตากันเหมือนอย่างเคย ด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกตัดสินใจวางถ้วยโจ๊กไว้บนโต๊ะข้างเตียงคนไข้พร้อมน้ำดื่มและยาให้เธอหยิบได้ง่าย แล้วพาตัวเองเดินออกมานั่งอยู่หน้าห้องผู้ป่วยคิดทบทวนในสิ่งที่ผมเลือกทำลงไปว่าที่จริงแล้ว เป็นสิ่งที่ผมต้องการจริงๆ ใช่หรือเปล่า

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่25 ถ้าน้องไม่กลับมา

    "เลิกกี่โมง""สี่โมงเย็นค่ะ""ในตารางเลิกเที่ยง"สองสามวันมานี้เธอดูแปลกไปจนผมเองเริ่มเกิดความรู้สึกสงสัยว่าเธอกำลังปิดบังอะไรไว้ไม่อยากให้ผมรู้หรือเปล่า ทั้งที่รู้ดีว่าไม่ควรรู้สึกอย่างนั้น เรื่องของความคิดเป็นสิ่งที่ไม่อาจห้ามได้แต่ไม่ถึงขนาดที่ผมจะเอามาเป็นชนวนอารมณ์ให้ต้องทะเลาะกันจนเรื่องราวไปกันใหญ่"ก็ คือว่า...""สี่โมงพี่รอตรงนี้""ค่ะ"ฟอด"ปังไปก่อนนะ"รอฟังคำตอบที่เธอพยายามคิดหาเหตุผลมาบอกกันอยู่นาน เหลือบมองมือเล็กที่วางประสานบีบเข้าหากันแน่นบนตักดูประหม่าอย่างเห็นได้ชัด ไหนจะเสียงหวานอึกๆอักๆ กับสีหน้าคล้ายกังวลจนผมต้องเป็นฝ่ายตัดบทเสียเอง เลือกที่จะมารอรับกลับห้องพร้อมกันตามเวลาที่เธอบอก เพียงเท่านั้นก็ทำให้ใบหน้าที่กำลังจะร้องไห้เปลี่ยนเป็นสดใสได้ในพริบตายื่นหน้าเข้ามากดปลายจมูกเชิดรั้นหอมแก้มผมฟอดใหญ่อย่างออดอ้อนก่อนจะลงรถไปด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน ทำตาคู่คมมองตามแผ่นหลังบางจนลับสายตาหายเข้าไปในอาคารเรียนด้วยสายตาเกินคาดเดา เธอคงไม่รู้ว่าตัวเองโกหกไม่เก่งเลยสักนิดจนเผยพิรุธออกมาให้ผมจับสังเกตได้เต็มไปหมดkanom.pang🍞 : พี่มินิน ขนมปังถึงแล้วค่ะ(ข้อความถูกยกเลิก)ผมเลือก

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่24 อยาก(ให้)ง้อ

    รู้ว่าวันนี้เธอมีนัดกินข้าวกับเพื่อนตามประสาผู้หญิง ซึ่งแฟนอย่างผมก็เข้าใจไม่ตามไปให้เธอต้องรู้สึกอึดอัดจนคุยกับเพื่อนไม่สนุก แต่ถึงตัวไม่ไปผมก็ไม่ลืมที่จะดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายถือโอกาสยื่นบัตรแบล็คการ์ดอีกใบที่แอบทำไวัให้เผื่ออยากได้กระเป๋าสักใบสองใบ เธอจะได้ชอปปิ้งอย่างสบายใจแต่ที่ทำให้ผมหงุดหงิดมากจนอยากจะจับมาฟาดก้นสักทีสองทีก็เพราะธอเล่นขาดการติดต่อไปนานหลายชั่วโมง โทรไปไม่รับ ส่งข้อความไปไม่ตอบจนผมเป็นห่วงคิดกังวลไปต่างๆ นานากลัวว่าเธอจะเกิดอุบัติเหตุหรือมีอันตรายอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า กระทั่งเห็นข้อความแจ้งเตือนการใช้บัตรแบล็คการ์ดผมถึงโล่งอกพอจะนั่งรออยู่ในรถอย่างใจเย็นได้บ้าง แต่ก็ไม่เย็นมากพอที่จะหายหงุดหงิดเพียงได้กินแซนวิชที่เธอป้อนไม่กี่คำ"...""ถ้าพี่พายไม่พูด ขนมปังไม่ง้อ"แล้วดูเอาเถอะ! ว่าเธอดื้อมากขนาดไหน พอเห็นว่าผมไม่หายโกรธ ปากเล็กๆ ก็เชิดขึ้นจนเกือบถึงปลายจมูกนั่งทำหน้างอนใส่ จนกระทั่งรถแล่นเข้ามาจอดในชั้นลานจอดรถของคอนโด คนแสนดื้อก็เปิดประตูลงจากฝั่งข้างคนขับรีบซอยเท้าเดินไปกดลิฟต์ไม่รอผมเดินไปพร้อมกันเหมือนทุกวัน"ไม่ง้อพี่ แล้วจะง้อใคร""ง้อใครก็ได้ค่ะ ขนมปังโต

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่23 พี่ขี้งอน

    "ไหนแกลองว่ามาซิ ทำไมถึงเบี้ยวนัดฉันได้""ก็..."เมื่อวันที่นัดกันไปเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดของฉัน ทั้งๆ ที่นัดกันเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วแท้ๆ แต่สุดท้ายเพื่อนสนิทที่สุดของฉันกลับส่งข้อความมาบอกว่ามีธุระกระทันหันในตอนสามทุ่มและขอชดเชยเวลาให้โดยการพาฉันมาเลี้ยงปิ้งย่างวันนี้แทน"อื้ม ก็..."มีธุระฉันพอจะเข้าใจได้ แต่ที่ทำให้ฉันไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้คือท่าทางอึกอักเหมือนเจอโจทย์ที่ยากมากดูพยายามคิดหาเหตุผลมาอธิบายให้ฉันฟังไม่ได้ ไหนจะสายตาเลิ่กลั่กพยายามซ่อนพิรุธไม่ให้ฉันสังเกตได้นั่นอีก ชวนให้ฉันนึกสนุกอยากจะแกล้งลองเป็นฝ่ายไล่ต้อนให้เพื่อนจนมุมดูบ้าง วางตะเกียบในมือแล้วเปลี่ยนมานั่งเท้าคางมองฝั่งตรงข้ามด้วยสายตากรุ่มกริ่มรอฟังคำตอบอย่างตั้งใจอย่างที่ฉันเคยเจอ ก็จากยัยเมจินี่แหละสนุกดีเหมือนกันนะ"โอเค ฉันยอมแล้วๆ"และในที่สุดธุระที่ว่าของยัยเมจิก็ถูกเล่าออกมาอย่างอัดอั้นจนฉันเองแทบจะฟังไม่ทันประติดประต่อเรื่องราวแทบไม่ถูก สรุปได้เพียงว่าสิ่งที่ยัยเมจิเจอไม่ต่างจากฉันมากนัก แต่ฉันอาจจะดีกว่าตรงที่คนขี้หวงพอจะมีเหตุผลอยู่บ้าง ถึงจะเป็นเหตุผลของเขาคนเดียวก็เถอะ!"ครั้งนี้ฉันจะยอมปล่อยแกไ

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่22 ไม่ให้ผ่าน

    และแล้วก็ถึงวันที่ฉันได้ไปฉลองวันเกิดในสถานที่ที่ไม่เคยไปมาก่อนนั่นก็คือร้านเหล้า อยากจะลองไปดูสักครั้งอยากลองสัมผัสบรรยากาศที่ใครหลายคนพากันหลงใหลสักหน่อยอันที่จริงวันคล้ายวันเกิดของฉันล่วงเลยมาหลายวันแล้วนะ แต่เพราะว่าวันนั้นฉันโดนพิษไข้เล่นงานเสียก่อนพาให้ต้องเลื่อนนัดยัยเมจิมาเป็นวันนี้แทน จะวันไหนสำหรับฉันก็เหมือนกันนั่นแหละ ขอแค่มีเขาคุณแฟนของฉันและเพื่อนที่สนิทที่สุดมากินข้าวเป็นเพื่อนฉันก็สุขใจมากแล้ว"พี่พาย พี่พายเห็นเสื้อกล้ามสีดำของปังมั้ยคะ" ฉันจำได้ว่าเขาอาสาเอาไปส่งร้านซักรีดให้นี่นา ไม่ใช่ว่าทางร้านเอามาส่งแล้วหรอกเหรอ"ทิ้งไปแล้ว""ห๊ะ?""ตกใจอะไร""เอาเสื้อปังไปทิ้งทำไม""พี่ไม่ชอบ""แต่นั่นเสื้อปังนะ""เดี๋ยวพี่ซื้อให้ใหม่"ฉันไม่ได้ฟังผิดไปหรอกใช่ไหม อยู่อยู่คนที่กำลังนั่งอ่านหนังสือการ์ตูนตอนนี้บอกว่าตัวเองเป็นคนเอาเสื้อผ้าของฉันไปทิ้งหน้าตาเฉย เขาทำอย่างนี้ได้อย่างไรกัน เหลือจะเชื่อเขาเลย!แล้ววันนี้ฉันจะใส่ชุดอะไรไปกันละ ในเมื่อตู้เสื้อผ้าของฉันตอนนี้เหลือเพียงชุดเดรสน่ารักๆ และเสื้อยืดกับกางเกงขายาวที่เหมาะกับการใส่ไปทำบุญที่วัดมากกว่า ไม่หลงเหลือเสื้อที่เข้าก

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่21 ติดหนึบ

    กว่าสองชั่วโมงพายุลูกใหญ่ถึงจะสงบลง เป็นผมที่ใจดีปล่อยให้คนอ่อนแรงนอนพักเพราะไม่อยากให้เธอตื่นตกใจกับสัมผัสของผมจนไม่อนุญาตให้มีครั้งต่อไปเกิดขึ้นอีก ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ผมจะไม่ยอมและยอมไม่ได้เด็ดขาดค่อยๆ ช้อนตัวเธอเดินเข้าห้องนอน วางร่างบางลงบนเตียงกว้างให้เธอได้นอนพักสบายๆ ส่วนผมพาตัวเองไปหาผ้าขนหนูชุบน้ำแล้วออกมาหย่อนตัวนั่งลงข้างๆ ค่อยๆ เช็ดผิวสีชมพูอย่างทะนุถนอมจนทั่วไม่เหลือความเหนียวเหนอะหนะให้เธอรู้สึกไม่สบายตัว ก่อนจะกลับไปจัดการตัวเองในห้องน้ำบ้างแล้วกลับออกมาล้มตัวนอนลงข้างๆ ดึงเอวบางเข้ามานอนหนุนแขนในอ้อมกอดหลับตาลงตามเธอเข้าไปในความฝัน"..."จนกระทั่งแผงอกสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิอันร้อนระอุที่ค่อยๆ สูงขึ้นปลุกให้ผมลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสาย เวลานี้ผิวขาวอมชมพูของคนในอ้อมกอดเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำคิ้วเรียวเล็กผูกกันเป็นปมแน่นราวกับกำลังฝันร้ายอย่างไรอย่างนั้น ให้ผมต้องรีบลุกไปหาอุปกรณ์เช็ดตัวและเจลลดไข้มาวางบนหน้าผากมนด้วยความร้อนใจ คอยเช็ดตัวไม่ห่างให้อุณหภูมิที่สูงค่อยๆ ลดจนเย็นลง ให้คิ้วที่ผูกเป็นโบว์ค่อยๆ คลายออกปมออกให้ผมรู้สึกโล่งใจที่เธอต้องนอนซมอย่างนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากผม

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่20 ลงโทษเด็ก NC

    "อื้อ..."บทลงโทษเริ่มขึ้นทันทีทั้งที่ประตูห้องยังไม่ทันปิดลงสนิท มือใหญ่ก็คว้าคอระหงส์เข้ามารับการลงโทษบทแรกที่เธอจะได้รับในคืนนี้โทษฐานที่กล้าพูดจาไม่เข้าหูเพียงเพราะอยากจะแกล้งให้ผมหัวร้อนและเธอทำสำเร็จ อยากจะแกล้งกันอย่างไรก็ได้ผมไม่ว่า แต่การบอกว่ามีคนอื่นเพียงแค่ได้ยินสั้นๆ สมองของผมก็แทบระเบิด ยังดีที่รู้จักยอมรับผิด แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าโทษของเธอจะลดน้อยลงไป ทำผิดคือทำผิด ทำผิดก็ต้องได้รับการลงโทษจะได้ไ่ม่มีครั้งที่สองหรือครั้งต่อไปเกิดขึ้นสัมผัสรุนแรงในคราแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลที่ผมอยากชวนให้เธอลุ่มหลงไปพร้อมกัน ปากได้รูปละเมียดชิมกลีบปากบางซ้ำๆ แอบขบกัดเบาเบาสลับกันไปมาอยากจัดการต้นเหตุที่กล้าอวดเก่งทำให้อารมณ์ของผมขุ่นมัวได้ขนาดนี้ ร่างเล็กถูกต้อนให้ถอยร่นจากหน้าชั้นวางรองเท้าไปตามโถงทางเดินสั้นๆ โดยที่ริมฝีปากของผมและเธอยังไม่ผละออกจากกัน เป็นผมที่ไม่ยอมปล่อยแม้เสียงเล็กจะคอยร้องประท้วงเพื่อขออากาศหายใจ ทุกเคลื่อนไหวที่ขยับเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจคอยกวาดต้อนพาสองขาเรียวอ่อนระทวยจนแผ่นหลังบางสัมผัสกับความนุ่มของโซฟาในห้องนั่งเล่น แรงกดจูบเพิ่มระดับความโหยหาจ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status