LOGINรู้ว่าวันนี้เธอมีนัดกินข้าวกับเพื่อนตามประสาผู้หญิง ซึ่งแฟนอย่างผมก็เข้าใจไม่ตามไปให้เธอต้องรู้สึกอึดอัดจนคุยกับเพื่อนไม่สนุก แต่ถึงตัวไม่ไปผมก็ไม่ลืมที่จะดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายถือโอกาสยื่นบัตรแบล็คการ์ดอีกใบที่แอบทำไวัให้เผื่ออยากได้กระเป๋าสักใบสองใบ เธอจะได้ชอปปิ้งอย่างสบายใจ
แต่ที่ทำให้ผมหงุดหงิดมากจนอยากจะจับมาฟาดก้นสักทีสองทีก็เพราะธอเล่นขาดการติดต่อไปนานหลายชั่วโมง โทรไปไม่รับ ส่งข้อความไปไม่ตอบจนผมเป็นห่วงคิดกังวลไปต่างๆ นานากลัวว่าเธอจะเกิดอุบัติเหตุหรือมีอันตรายอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า กระทั่งเห็นข้อความแจ้งเตือนการใช้บัตรแบล็คการ์ดผมถึงโล่งอกพอจะนั่งรออยู่ในรถอย่างใจเย็นได้บ้าง แต่ก็ไม่เย็นมากพอที่จะหายหงุดหงิดเพียงได้กินแซนวิชที่เธอป้อนไม่กี่คำ "..." "ถ้าพี่พายไม่พูด ขนมปังไม่ง้อ" แล้วดูเอาเถอะ! ว่าเธอดื้อมากขนาดไหน พอเห็นว่าผมไม่หายโกรธ ปากเล็กๆ ก็เชิดขึ้นจนเกือบถึงปลายจมูกนั่งทำหน้างอนใส่ จนกระทั่งรถแล่นเข้ามาจอดในชั้นลานจอดรถของคอนโด คนแสนดื้อก็เปิดประตูลงจากฝั่งข้างคนขับรีบซอยเท้าเดินไปกดลิฟต์ไม่รอผมเดินไปพร้อมกันเหมือนทุกวัน "ไม่ง้อพี่ แล้วจะง้อใคร" "ง้อใครก็ได้ค่ะ ขนมปังโตแล้ว" "อื้อ..." ตึ๊ง! "ดื้อ" ให้ผมต้องรีบวิ่งตามไปคว้าแขนเล็กที่กำลังจะก้าวเท้าเข้าลิฟต์เพื่อหนีหน้าให้หยุดรอแล้วเข้าลิฟต์มายืนมองหน้ากัน มองสบตาคู่กลมที่แววตาเต็มไปด้วยความดื้อรั้นกับท่าทางกอดอกเชิดหน้าขึ้นดูเอาแต่ใจ ไหนจะคำพูดคำจาที่ฟังแล้วชวนให้ความหงุดหงิดเพิ่มเป็นทวีคูณอดไม่ได้ที่จะคว้าคอระหงส์เข้ามารับการลงโทษปิดปากเล็กที่เอาแต่พูดไม่เข้าหูด้วยปากของผมเอง ขบเม้มริมฝีปากของคนแสนพยศจนกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอยู่ในปากสลับกับมือใหญ่ที่คอยฟาดก้มกลมงอนแล้วบีบเค้นระบายความหงุดหงิดอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งเสียงเสียงลิฟต์ดังให้ได้ยินว่าถึงชั้นบนสุดห้องของผม ผมถึงจะยอมถอนริมฝีปากออกแต่ยังคงมองดุคนในอ้อมกอดที่ยังคงทำหน้าบึ้ง และดูเหมือนว่าปากเชิดๆ นั่นจะเชิดขึ้นมากกว่าเดิม ใครกันแน่วะ...ที่ต้องเป็นคนง้อ? "คนที่ต้องง้อคือปัง" "ก็ปังไม่อยากง้อแล้วนี่" เป็นผมเองที่ตามใจเธอจนเอาแต่ใจแข่งกับผมได้เก่งขนาดนี้ ไม่เป็นไร... ในเมื่อผมเป็นคนเริ่มหงุดหงิดเอง โมโหเอง ไม่พูดกับเธอก่อนเอง เพราะฉะนั้นจะกลายเป็นคนง้อเธอเองด้วยคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร จัดการรวบตัวเด็กแสนดื้อพาดบนไหล่แกร่งพาเดินตรงเข้าห้องนอนโดยไม่รอให้เธอได้ทันตั้งตัว ก่อนจะเปลี่ยนปลายทางจากเตียงกว้างเป็นเดินเข้าห้องน้ำหวังให้ความเย็นของน้ำช่วยลดอารมณ์ขุ่นมัวของเราสองคนไม่ให้โกรธกันข้ามวันตามข้อตกลงการเป็นแฟนกัน "อ๊ะ พี่พาย ปังไม่ไหว" "พี่ยังอยากง้ออยู่" "อื้ม" "ปะ ปังไม่ได้โกรธ" "ปังงอนพี่" เสียงหวานเริ่มสั่นพร่าเมื่อแผ่นหลังบางสัมผัสกับความเย็นของกระเบื้องห้องน้ำ ท่ามกลางสายน้ำจากเรนชาวเวอร์ที่ไหลลงมากระทบร่างเปลือยเปล่าของเราทั้งคู่จนเปียกโชกให้เริ่มรู้สึกหนาว แต่ก็ไม่ทำให้ผมถอยห่างคิดจะปล่อยเธอเป็นอิสระในตอนนี้กลับยิ่งขยับกายเข้าไปแนบชิดให้ไออุ่นบนผิวกายของผมกอดผิวบางเอาไว้ คอยกระซิบข้างใบหูเล็กปรับความเข้าใจกันสลับกับหยอกเย้างับลงไปเบาเบาจนคนตัวเล็กย่นคอหนีความรู้สึกหวามไหว ก่อนจะผวาคว้าคอแกร่งไว้แน่นเพื่อพยุงตัวไม่ให้ขาเรียวเล็กข้างหนึ่งที่แตะพื้นทรุดลงไป "ปะ ปังหายแล้ว" "เชื่อดีมั้ย" "ดะ ดีสิ" ใครจะยอมเชื่อง่ายๆ และผมไม่ใช่คนเชื่ออะไรใครง่ายดายเพียงเพราะฟังหนึ่งคำพูเสียงด้วยซิ ยิ่งเป็นคำพูดที่ออกมาจากปากบวมเจ่อในช่วงเวลาสั่นไหวอย่างนี้ด้วยแล้ว เรื่องอะไรที่ผมจะหลงเชื่อเธอง่ายๆ และกว่าที่ผมจะยอมปล่อยร่างนุ่มนิ่มให้เป็นอิสระก็ตอนที่คนในอ้อมกอดหลับกลางอากาศให้ผมต้องพาเธอออกมาเช็ดตัวแล้วใส่เสื้อผ้าให้ ก่อนจะพาเข้านอนพร้อมกัน "มาคุยกันก่อน" "ห้ามบ่นปังแล้วนะ" "บ่น" "แต่เมื่อคืนพี่พายทำโทษปังไปเยอะแล้วนะคะ" "เมื่อคืนพี่ง้อ" "โอเค ปังยอมค่ะ" สองมือเล็กของคนบนตักแกร่งยกขึ้นทำท่ายอมแพ้แต่โดยดียอมนั่งฟังเรื่องที่ผมจะพูดเป็นข้อตกลงที่ผมเพิ่งคิดขึ้นมาใหม่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน "ต้องรับโทรศัพท์พี่ทุกสาย" "ปังลืมเปิดเสียง" "และต้องตอบทุกข้อความ" "ก็ปังคุยเพลินนี่นา" "อื้อ" ไม่ใช่ว่าตัวแสบไม่ตั้งใจฟังหรืออย่างไร เธอนั่งกอดอกนิ่งตั้งใจฟังทุกคำที่ผมพูดมาก มากเสียจนเถียงกลับมาได้ทุกประโยคทำผมมันเขี้ยวมากโน้มหน้าลงไปอ้าปากงับแก้มกลมตรงหน้าจนเธอร้องประท้วงเสียงหลง "ที่พี่พูด เข้าหูบ้างมั้ย" "เข้าค่ะ เข้าหูซ้าย แต่ทะลุออกหูขวาไปแล้ว อุ๊บ!" นิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมข้างแก้มนุ่มทัดหูตาคู่คมมองเธออย่างเอ็นดูรอฟังว่าเธอจะคิดคำอะไรมาเถียง แล้วก็คิดไม่ผิดตัวแสบเถียงเสียงใสก่อนตากลมโตจะเบิกกว้างตกใจที่ตัวเองเผลอพูดสิ่งที่คิดออกมาให้ผมได้ยิน นั่งตัวตรงแข็งทื่อยกมือขึ้นมาปิดปากน่ากัดไว้อย่างนั้นเหมือนรู้ว่าถ้าไม่ใช้มือเล็กปิดเอาไว้ ผมก็จะปิดให้ด้วยปากของผมเอง "อยากโดนเหมือนเมื่อคืน?" "ไม่ ไม่ ไม่" "ปังรับทราบและจะปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดค่ะ" จนในที่สุดโอกาสเอาคืนให้หายมันเขี้ยวก็เป็นของผมอีกครั้ง เมื่อตัวแสบใช้มือที่ปิดปากตัวเองเอาไว้ทำท่าประกอบยืนยันว่าตัวเองจะทำตามข้อตกลงที่ผมเพิ่มขึ้นมาอย่างตั้งใจโดยไม่ทันระวังภัยใกล้ตัวที่ค่อยๆ โน้มหน้าเข้าไปใกล้ จุ๊บ ใกล้มากพอให้ได้กลืนกินริมฝีปากเล็กๆ ที่ขบเม้มเล่นเท่าไหร่ก็ไม่เคยรู้สึกเบื่อกวาดไล่ต้อนลิ้นซุกซนดูดดึงเล่นระบายความมันเขี้ยว จนกระทั่งเสียงท้องร้องประท้วงอยากกินมื้อแรกของวันดังให้ได้ยิน ผมถึงจำใจปล่อยเธอให้เป็นอิสระ พาตัวเองลุกขึ้นไปใส่เสื้อจนเรียบร้อยแล้วเดินออกจากห้องนอนลงไปหยิบอาหารที่สั่งผ่านเดลิเวอรี่มาเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนที่ชั้นล่างของคอนโด "หืม น่ากินจัง" "ก็กินเยอะๆ จะได้มีแรงรับมือพี่" "...""เลิกกี่โมง""สี่โมงเย็นค่ะ""ในตารางเลิกเที่ยง"สองสามวันมานี้เธอดูแปลกไปจนผมเองเริ่มเกิดความรู้สึกสงสัยว่าเธอกำลังปิดบังอะไรไว้ไม่อยากให้ผมรู้หรือเปล่า ทั้งที่รู้ดีว่าไม่ควรรู้สึกอย่างนั้น เรื่องของความคิดเป็นสิ่งที่ไม่อาจห้ามได้แต่ไม่ถึงขนาดที่ผมจะเอามาเป็นชนวนอารมณ์ให้ต้องทะเลาะกันจนเรื่องราวไปกันใหญ่"ก็ คือว่า...""สี่โมงพี่รอตรงนี้""ค่ะ"ฟอด"ปังไปก่อนนะ"รอฟังคำตอบที่เธอพยายามคิดหาเหตุผลมาบอกกันอยู่นาน เหลือบมองมือเล็กที่วางประสานบีบเข้าหากันแน่นบนตักดูประหม่าอย่างเห็นได้ชัด ไหนจะเสียงหวานอึกๆอักๆ กับสีหน้าคล้ายกังวลจนผมต้องเป็นฝ่ายตัดบทเสียเอง เลือกที่จะมารอรับกลับห้องพร้อมกันตามเวลาที่เธอบอก เพียงเท่านั้นก็ทำให้ใบหน้าที่กำลังจะร้องไห้เปลี่ยนเป็นสดใสได้ในพริบตายื่นหน้าเข้ามากดปลายจมูกเชิดรั้นหอมแก้มผมฟอดใหญ่อย่างออดอ้อนก่อนจะลงรถไปด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน ทำตาคู่คมมองตามแผ่นหลังบางจนลับสายตาหายเข้าไปในอาคารเรียนด้วยสายตาเกินคาดเดา เธอคงไม่รู้ว่าตัวเองโกหกไม่เก่งเลยสักนิดจนเผยพิรุธออกมาให้ผมจับสังเกตได้เต็มไปหมดkanom.pang🍞 : พี่มินิน ขนมปังถึงแล้วค่ะ(ข้อความถูกยกเลิก)ผมเลือก
รู้ว่าวันนี้เธอมีนัดกินข้าวกับเพื่อนตามประสาผู้หญิง ซึ่งแฟนอย่างผมก็เข้าใจไม่ตามไปให้เธอต้องรู้สึกอึดอัดจนคุยกับเพื่อนไม่สนุก แต่ถึงตัวไม่ไปผมก็ไม่ลืมที่จะดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายถือโอกาสยื่นบัตรแบล็คการ์ดอีกใบที่แอบทำไวัให้เผื่ออยากได้กระเป๋าสักใบสองใบ เธอจะได้ชอปปิ้งอย่างสบายใจแต่ที่ทำให้ผมหงุดหงิดมากจนอยากจะจับมาฟาดก้นสักทีสองทีก็เพราะธอเล่นขาดการติดต่อไปนานหลายชั่วโมง โทรไปไม่รับ ส่งข้อความไปไม่ตอบจนผมเป็นห่วงคิดกังวลไปต่างๆ นานากลัวว่าเธอจะเกิดอุบัติเหตุหรือมีอันตรายอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า กระทั่งเห็นข้อความแจ้งเตือนการใช้บัตรแบล็คการ์ดผมถึงโล่งอกพอจะนั่งรออยู่ในรถอย่างใจเย็นได้บ้าง แต่ก็ไม่เย็นมากพอที่จะหายหงุดหงิดเพียงได้กินแซนวิชที่เธอป้อนไม่กี่คำ"...""ถ้าพี่พายไม่พูด ขนมปังไม่ง้อ"แล้วดูเอาเถอะ! ว่าเธอดื้อมากขนาดไหน พอเห็นว่าผมไม่หายโกรธ ปากเล็กๆ ก็เชิดขึ้นจนเกือบถึงปลายจมูกนั่งทำหน้างอนใส่ จนกระทั่งรถแล่นเข้ามาจอดในชั้นลานจอดรถของคอนโด คนแสนดื้อก็เปิดประตูลงจากฝั่งข้างคนขับรีบซอยเท้าเดินไปกดลิฟต์ไม่รอผมเดินไปพร้อมกันเหมือนทุกวัน"ไม่ง้อพี่ แล้วจะง้อใคร""ง้อใครก็ได้ค่ะ ขนมปังโต
"ไหนแกลองว่ามาซิ ทำไมถึงเบี้ยวนัดฉันได้""ก็..."เมื่อวันที่นัดกันไปเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดของฉัน ทั้งๆ ที่นัดกันเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วแท้ๆ แต่สุดท้ายเพื่อนสนิทที่สุดของฉันกลับส่งข้อความมาบอกว่ามีธุระกระทันหันในตอนสามทุ่มและขอชดเชยเวลาให้โดยการพาฉันมาเลี้ยงปิ้งย่างวันนี้แทน"อื้ม ก็..."มีธุระฉันพอจะเข้าใจได้ แต่ที่ทำให้ฉันไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้คือท่าทางอึกอักเหมือนเจอโจทย์ที่ยากมากดูพยายามคิดหาเหตุผลมาอธิบายให้ฉันฟังไม่ได้ ไหนจะสายตาเลิ่กลั่กพยายามซ่อนพิรุธไม่ให้ฉันสังเกตได้นั่นอีก ชวนให้ฉันนึกสนุกอยากจะแกล้งลองเป็นฝ่ายไล่ต้อนให้เพื่อนจนมุมดูบ้าง วางตะเกียบในมือแล้วเปลี่ยนมานั่งเท้าคางมองฝั่งตรงข้ามด้วยสายตากรุ่มกริ่มรอฟังคำตอบอย่างตั้งใจอย่างที่ฉันเคยเจอ ก็จากยัยเมจินี่แหละสนุกดีเหมือนกันนะ"โอเค ฉันยอมแล้วๆ"และในที่สุดธุระที่ว่าของยัยเมจิก็ถูกเล่าออกมาอย่างอัดอั้นจนฉันเองแทบจะฟังไม่ทันประติดประต่อเรื่องราวแทบไม่ถูก สรุปได้เพียงว่าสิ่งที่ยัยเมจิเจอไม่ต่างจากฉันมากนัก แต่ฉันอาจจะดีกว่าตรงที่คนขี้หวงพอจะมีเหตุผลอยู่บ้าง ถึงจะเป็นเหตุผลของเขาคนเดียวก็เถอะ!"ครั้งนี้ฉันจะยอมปล่อยแกไ
และแล้วก็ถึงวันที่ฉันได้ไปฉลองวันเกิดในสถานที่ที่ไม่เคยไปมาก่อนนั่นก็คือร้านเหล้า อยากจะลองไปดูสักครั้งอยากลองสัมผัสบรรยากาศที่ใครหลายคนพากันหลงใหลสักหน่อยอันที่จริงวันคล้ายวันเกิดของฉันล่วงเลยมาหลายวันแล้วนะ แต่เพราะว่าวันนั้นฉันโดนพิษไข้เล่นงานเสียก่อนพาให้ต้องเลื่อนนัดยัยเมจิมาเป็นวันนี้แทน จะวันไหนสำหรับฉันก็เหมือนกันนั่นแหละ ขอแค่มีเขาคุณแฟนของฉันและเพื่อนที่สนิทที่สุดมากินข้าวเป็นเพื่อนฉันก็สุขใจมากแล้ว"พี่พาย พี่พายเห็นเสื้อกล้ามสีดำของปังมั้ยคะ" ฉันจำได้ว่าเขาอาสาเอาไปส่งร้านซักรีดให้นี่นา ไม่ใช่ว่าทางร้านเอามาส่งแล้วหรอกเหรอ"ทิ้งไปแล้ว""ห๊ะ?""ตกใจอะไร""เอาเสื้อปังไปทิ้งทำไม""พี่ไม่ชอบ""แต่นั่นเสื้อปังนะ""เดี๋ยวพี่ซื้อให้ใหม่"ฉันไม่ได้ฟังผิดไปหรอกใช่ไหม อยู่อยู่คนที่กำลังนั่งอ่านหนังสือการ์ตูนตอนนี้บอกว่าตัวเองเป็นคนเอาเสื้อผ้าของฉันไปทิ้งหน้าตาเฉย เขาทำอย่างนี้ได้อย่างไรกัน เหลือจะเชื่อเขาเลย!แล้ววันนี้ฉันจะใส่ชุดอะไรไปกันละ ในเมื่อตู้เสื้อผ้าของฉันตอนนี้เหลือเพียงชุดเดรสน่ารักๆ และเสื้อยืดกับกางเกงขายาวที่เหมาะกับการใส่ไปทำบุญที่วัดมากกว่า ไม่หลงเหลือเสื้อที่เข้าก
กว่าสองชั่วโมงพายุลูกใหญ่ถึงจะสงบลง เป็นผมที่ใจดีปล่อยให้คนอ่อนแรงนอนพักเพราะไม่อยากให้เธอตื่นตกใจกับสัมผัสของผมจนไม่อนุญาตให้มีครั้งต่อไปเกิดขึ้นอีก ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ผมจะไม่ยอมและยอมไม่ได้เด็ดขาดค่อยๆ ช้อนตัวเธอเดินเข้าห้องนอน วางร่างบางลงบนเตียงกว้างให้เธอได้นอนพักสบายๆ ส่วนผมพาตัวเองไปหาผ้าขนหนูชุบน้ำแล้วออกมาหย่อนตัวนั่งลงข้างๆ ค่อยๆ เช็ดผิวสีชมพูอย่างทะนุถนอมจนทั่วไม่เหลือความเหนียวเหนอะหนะให้เธอรู้สึกไม่สบายตัว ก่อนจะกลับไปจัดการตัวเองในห้องน้ำบ้างแล้วกลับออกมาล้มตัวนอนลงข้างๆ ดึงเอวบางเข้ามานอนหนุนแขนในอ้อมกอดหลับตาลงตามเธอเข้าไปในความฝัน"..."จนกระทั่งแผงอกสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิอันร้อนระอุที่ค่อยๆ สูงขึ้นปลุกให้ผมลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสาย เวลานี้ผิวขาวอมชมพูของคนในอ้อมกอดเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำคิ้วเรียวเล็กผูกกันเป็นปมแน่นราวกับกำลังฝันร้ายอย่างไรอย่างนั้น ให้ผมต้องรีบลุกไปหาอุปกรณ์เช็ดตัวและเจลลดไข้มาวางบนหน้าผากมนด้วยความร้อนใจ คอยเช็ดตัวไม่ห่างให้อุณหภูมิที่สูงค่อยๆ ลดจนเย็นลง ให้คิ้วที่ผูกเป็นโบว์ค่อยๆ คลายออกปมออกให้ผมรู้สึกโล่งใจที่เธอต้องนอนซมอย่างนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากผม
"อื้อ..."บทลงโทษเริ่มขึ้นทันทีทั้งที่ประตูห้องยังไม่ทันปิดลงสนิท มือใหญ่ก็คว้าคอระหงส์เข้ามารับการลงโทษบทแรกที่เธอจะได้รับในคืนนี้โทษฐานที่กล้าพูดจาไม่เข้าหูเพียงเพราะอยากจะแกล้งให้ผมหัวร้อนและเธอทำสำเร็จ อยากจะแกล้งกันอย่างไรก็ได้ผมไม่ว่า แต่การบอกว่ามีคนอื่นเพียงแค่ได้ยินสั้นๆ สมองของผมก็แทบระเบิด ยังดีที่รู้จักยอมรับผิด แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าโทษของเธอจะลดน้อยลงไป ทำผิดคือทำผิด ทำผิดก็ต้องได้รับการลงโทษจะได้ไ่ม่มีครั้งที่สองหรือครั้งต่อไปเกิดขึ้นสัมผัสรุนแรงในคราแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลที่ผมอยากชวนให้เธอลุ่มหลงไปพร้อมกัน ปากได้รูปละเมียดชิมกลีบปากบางซ้ำๆ แอบขบกัดเบาเบาสลับกันไปมาอยากจัดการต้นเหตุที่กล้าอวดเก่งทำให้อารมณ์ของผมขุ่นมัวได้ขนาดนี้ ร่างเล็กถูกต้อนให้ถอยร่นจากหน้าชั้นวางรองเท้าไปตามโถงทางเดินสั้นๆ โดยที่ริมฝีปากของผมและเธอยังไม่ผละออกจากกัน เป็นผมที่ไม่ยอมปล่อยแม้เสียงเล็กจะคอยร้องประท้วงเพื่อขออากาศหายใจ ทุกเคลื่อนไหวที่ขยับเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจคอยกวาดต้อนพาสองขาเรียวอ่อนระทวยจนแผ่นหลังบางสัมผัสกับความนุ่มของโซฟาในห้องนั่งเล่น แรงกดจูบเพิ่มระดับความโหยหาจ







