Mag-log in"กูไปหาพี่ก่อน"
"เออ" เพราะวันนี้เป็นวันที่ทุกคณะทั้งมหาวิทยาลัยจัดกิจกรรมต้อนรับน้องปีหนึ่งอย่างเป็นทางการพร้อมกัน มีทั้งซุ้มกิจกรรม การประกวดดาวเดือนและปิดท้ายด้วยดนตรีสดจากศิลปินชื่อดังให้ทุกคนได้ผ่อนคลาย ทีมงานอย่างผมและเพื่อนๆ เลยต้องเข้ามามหาวิทยาลัยกันตั้งแต่เช้าเพื่อดูความเรียบร้อยของสถานที่และตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ กันอีกครั้งเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดและให้งานออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด แม้ว่าเมื่อคืนผม ไอ้เฟิร์สและไอ้พาลันจะช่วยกันเดินดูจนดึกดื่นแล้วก็ตาม จนต้องพากันเดินมาซื้อกาแฟเข้มๆ ดื่มคนละแก้วเพื่อปลุกตัวเองให้ตื่นพร้อมลุยงานในวันที่ยาวไกลเช่นนี้ "พี่มินิน" "มาแล้วเหรอพาย กล่องนี้ขนมที่พายสั่ง" "เท่าไหร่ พายโอน" "ไม่ต้องๆ" "ไม่ได้ คุณน้ามินทำเหนื่อย" "ถ้างั้นเดี๋ยวพี่ส่งบิลไปในแชทแล้วกัน" "พายไปก่อน" ผมพยักหน้าเล็กน้อยให้พี่มินินผู้ที่เปรียบเสมือนพี่สาวแท้ๆ เพราะโตและเป็นเพื่อนเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็กไม่ต่างจากเฮียตริติณเฮียฟิล์มและเฮียเลนส์ ก่อนจะเดินไปยกกล่องครัวซองค์เนยสดกล่องใหญ่ที่ผมรบกวนให้คุณน้ามินและพี่มินินช่วยจัดชุดเบรคแจกน้องปีหนึ่งให้ที่ท้ายรถไฟฟ้าสีชมพูแล้วเดินกลับไปอาคารเรียนของตัวเองที่อยู่ข้างกัน "มานั่น" จนได้ยินเสียงจ้อกแจ้กจอแจของน้องๆ ที่เริ่มทยอยมาลงทะเบียนเช็คชื่อเข้าร่วมกิจกรรม ขายาวจึงรีบก้าวเท้าให้เร็วขึ้นเพื่อให้ทันเอาขนมในมือไปให้เพื่อนช่วยแจกรุ่นน้อง "กล่องนี้ของใครวะ" "ของกู" ผมรีบแย่งกล่องขนมลายการ์ตูนในมือไอ้เฟิร์สมาถือไว้เพราะตั้งใจให้คุณน้ามินช่วยทำพิเศษเตรียมไว้ให้เป็นของขวัญรับน้องรหัสที่ผมเพิ่งเฉลยไปเมื่อวันก่อน เป็นขนมปังรูปหมูน้อยไส้หมูหยองที่ผมพอจะจำได้ว่าเป็นของโปรดเธอ ให้เป็นของขวัญชิ้นแรกจากผมในฐานะพี่รหัส ต้อนรับน้องรหัสที่ชื่อ ขนมปัง "เด็กอักษรยังไม่มา?" "เจาะจงมั้ยว่าใคร?" "ทุกคน" "หึ" ปกติคนที่พูดมากที่สุดในกลุ่มพวกผมสามคนคือไอ้เฟิร์ส แต่วันนี้กลับเป็นไอ้พาลันที่ยืนล้วงกระเป๋าอีกมือถือแก้วกาแฟชวนให้บรรดาสาวๆ ที่เดินผ่านไปผ่านมาส่งสายตาระยิบระยับจนผมอดหมั่นไส้ไม่ได้ ยิ่งไอ้เพื่อนของผมมันทำเป็นแกล้งพูดหว่านแหเหมือนว่าตัวเองรู้ทันผม ผมก็ยิ่งอยากถีบมันสักที แต่ติดตรงที่กลัวเพื่อนจะเสียหน้าต่อหน้าน้องปีหนึ่ง ผมจึงทำได้เพียงปรายตามองอย่างคาดโทษขอฝากไว้ก่อนแล้วดึงสายตามองไปรอบๆ มองนั่นมองนี่ไปเรื่อย จนไปสะดุดเข้ากับคนตัวเล็กที่กำลังเดินยิ้มกว้างจนตาหยีฝ่าวงล้อมของเพื่อนร่วมรุ่นเข้ามากับเพื่อนสนิทของเธอตรงไปลงชื่อและทำกิจกรรมในซุ้มของสองคณะเป็นซุ้มแรก ซุ้มที่เราสองคนช่วยกันทาสีนั่นแหละ "น้องมึงลงประกวดดาว?" "ไม่รู้" เพราะเธอไม่เคยเล่าให้ฟัง และไม่ใช่ธุระที่ผมจะต้องถามหรือสนใจ กว่าเธอจะรู้ว่าพี่รหัสของตัวเองคือใคร เวลาก็กระชั้นชิดเกินกว่าที่เธอจะมาปรึกษาหรือเตรียมตัวได้ทัน แต่ถึงมีเวลามากพอพี่รหัสอย่างผมก็คงแนะนำให้เธออยู่ร่วมกิจกรรมเหมือนเด็กปีหนึ่งคนอื่นๆ ดูเหมาะสมกว่าให้คนขาสั้น หุ่นปุ๊กลุก แก้มป่องๆ ตากลมๆ ผมยาวๆ ผิวขาวๆ อย่างเธอไปเดินอยู่บนเวทีประกวดแข่งกับคนอื่นให้เป็นที่สนใจ "กูว่าต้องเหมาะ" "ไม่เหมาะ" "ไม่เหมาะ หรือมึงหวง" "ทำไมกูต้องหวง" "ถามกูสองคน คงตอบแทนไม่ได้" วันนี้คงไม่ใช่วันของผม ไม่อย่างนั้นคงไม่โดนไอ้เพื่อนเวรสองคนนี้รวมหัวกันไล่ต้อนให้ผมรู้สึกรำคาญใจถึงเพียงนี้ ขนาดยังไม่รู้ความเป็นมาของเรื่องราวระหว่างผมกับเด็กนั่น ยังช่วยกันป่วนขนาดนี้ ถ้ารู้คงไม่พ้นที่จะป้ายสีใส่ความให้ผมกลายเป็นผู้ร้ายทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว ผมคือคนที่โดนทิ้ง... คิดแล้วก็หงุดหงิดหวะ! ทุกกิจกรรมดำเนินไปตามเวลาที่เหมาะสมจนถึงช่วงพักกลางวัน รถทรัคฟู้ดทั้งของคาวของหวานและเครื่องดื่มที่ไอ้เฟิร์สไอ้พาลันช่วยกันหามาเลี้ยงน้องๆ ก็มารอพร้อมเสิร์ฟความอิ่มอร่อยให้ทุกคนได้อิ่มท้อง แน่นอนว่าไอ้สองคนนั้นไม่ลืมที่จะเอาบิลจากร้านค้ามาหารให้ผมร่วมจ่ายในสัดส่วนที่เท่ากัน ผมก็เลยส่งบิลค่าขนมเบรคเข้ากลุ่มพร้อมเลขบัญชีให้ทั้งสองคนหารด้วยเพื่อความเท่าเทียมถึงแม้ว่าเราสามคนจะไม่มีใครคิดเล็กคิดน้อยเรื่องนี้ก็ตาม "พี่พาย ขนมปังเอาหมี่ไก่ฉีกมาเผื่อ" "อร่อยมากเลยนะคะ" "อืม ขอบใจ" กล่องหมี่ไก่ฉีกเจ้าดังที่มือเล็กยื่นมาให้พร้อมกับรอยยิ้มที่กว้างซะจนเห็นฟันสวยเรียงกันครบทุกซี่ให้ผมยื่นมือไปรับมาไว้ ก่อนจะหันไปหยิบกล่องขนมที่วางอยู่บนโต๊ะส่งให้เธอเหมือนแลกของกันธรรมดา ทำคนตัวเล็กยืนทำหน้างงตากลมโตมองกล่องขนมตาปริบๆ รอให้ผมพูดอธิบายว่าข้างในนั้นคืออะไร ซึ่งผมก็ปล่อยผ่านแล้วพาตัวเองเดินอ้อมมานั่งที่โต๊ะ เปิดกล่องหมี่ไก่ฉีกหยิบตะเกียบข้างๆ มาคีบเส้นหมี่เข้าปากไม่สนใจว่าเวลานี้ใครอีกคนที่อยู่ในห้องจะทำสีหน้าอย่างไร "วันนี้พี่พายกลับกี่โมงคะ" "ดึก" "ฟังดนตรีก่อนเหรอ" "อืม" "งั้นขนมปังขอติดรถกลับด้วยนะ" "..." "ดึกแล้วเรียกรถยาก ไม่อยากกวนพี่บีม" เสียงเจื้อยแจ้วทำผมชะงักแต่เพียงครู่เดียวเท่านั้น คงหมายถึงพี่รหัสของเพื่อนสนิทเธอสินะ แล้วทำไมต้องไปรบกวนพี่รหัสของคนอื่นให้ไปส่งด้วย ใครรู้เข้าจะหาว่าผมไม่ดูแลน้องตัวเอง เธอถึงต้องไปพึ่งพาคนอื่นให้วุ่นวาย ต่อให้จะสนิทกันมากหรืออีกฝ่ายจะเต็มใจขนาดไหน ผมก็คิดว่าไม่ค่อยสมควรเท่าไหร่ อีกอย่างคนที่เธอพูดถึงก็เป็นรุ่นพี่ผู้ชาย ง่ายให้ใครต่อใครเข้าใจผิดแล้วเอาไปพูดต่อให้มากความ "อืม" "อืมนี่เต็มใจหรือไม่เต็มใจคะ" "ถามมาก" "ก็ขนมปังอยากรู้" "ตามหน้าที่" "...ก็ยังดี" เป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินน้ำเสียงที่ฟังดูน้อยใจจากเธอหลังจากที่เธอเดินกลับเข้ามาในชีวิต ทำตาคู่คมชำเลืองมองดูสีหน้าของคนตัวเล็กว่าจะเป็นไปอย่างที่คิดหรือเปล่า จนได้เห็นมือของเธอบีบเข้าหากันเหมือนกำลังประหม่า ใบหน้าที่ดูสดใสก่อนหน้าดูเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัดทำใจที่เคยคิดว่าด้านชากระตุกวูบเป็นความรู้สึกที่ห่างหายไปหลายปีจนผมไม่คิดว่าจะกลับมารู้สึกอย่างนี้ได้อีก แต่ที่ดึงความสนใจให้ผมต้องหยุดเพ่งมองอยู่อย่างนั้นก็ตรงเสื้อของเธอมีรอยเปียกน้ำเป็นวงกว้างจนเกือบเห็นอะไรอะไรที่ซ่อนอยู่ข้างใน ทำคิ้วเข้มขมวดเป็นปมแน่น หงุดหงิดกับความไม่ระวังตัวของเธอ เด็กไม่รู้จักโต! "ใส่ไว้" "หืม" "เสื้อเธอเปียก" "อ๋อ ขอบคุณค่ะ" จนผมต้องถอดเสื้อช็อปที่ใส่อยู่ส่งให้เธอใส่คลุมเอาไว้จะได้ไม่ดึงดูดสายตาใครต่อใครให้หันมามองสนใจอะไรที่ไม่ควรสนใจ เพียงเท่านั้นก็ทำให้เธอเผยรอยยิ้มออกมาเหมือนว่าได้ตุ๊กตาหมีตัวใหญ่อย่างไรอย่างนั้น "ขนมปังไปก่อนนะคะ เมจิรออยู่" "เดี๋ยวขนมปังโทรหานะ" "อืม" เสียงดนตรีเพลงสุดท้ายจบลงพร้อมกับเสียงพลุที่จุดเฉลิมฉลองปิดงานต้อนรับน้องใหม่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ทุกคนในงานจนพากันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดกล้องบันทึกภาพความทรงจำ ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มทยอยเดินออกจากงานแยกย้ายกันกลับ ทิ้งไว้เพียงความสนุกและความวุ่นวายเล็กๆ ของทีมงานที่รีบช่วยกันเก็บสถานที่เพื่อไม่ให้เสร็จดึกจนเกินไป ไม่ต่างจากผม ไอ้เฟิร์สและไอ้พาลันที่วิ่งวุ่นช่วยกันยกอุปกรณ์ต่างๆ ไปเก็บในห้องอุปกรณ์ แน่นอนว่าผมไม่ลืมที่จะส่งข้อความไปบอกใครบางคนให้หาที่มีแสงไฟสว่างนั่งรอก่อน ซึ่งเธอก็ตอบกลับอย่างว่าง่ายพร้อมกับบอกพิกัดให้ผมเดินไปหาได้สะดวก "เหนื่อยหวะ ไปหาอะไรดื่มเย็นๆ กันปะ" "วันอื่น" ผมทิ้งไอ้สองคนนั้นยืนทำหน้างงกันอยู่อย่างนั้น แล้วพาตัวเองเดินลัดเลาะมารับตัวยุ่งที่นั่งรออยู่หน้าอาคารศูนย์กีฬาจนได้เห็นว่าเธอนั้นไม่ได้นั่งอยู่คนเดียว แต่ยังมีเมจิ ไอ้บีมและรุ่นพี่คณะเธอนั่งอยู่ข้างๆ พูดคุยกันด้วยท่าทางที่สนิทสนมพอสมควร ทำผมรู้สึกเกรงใจทุกคนที่ต้องอยู่เป็นเพื่อนน้องรหัสของผมคนนี้ รีบก้าวขาไปแทรกกลางระหว่างเธอกับรุ่นพี่ของเธอ รับเธอเดินไปที่รถด้วยกัน "แวะกินเกี๊ยวน้ำก่อนได้มั้ยคะ ขนมปังหิว" "วุ่นวาย" "งั้นพี่พายส่งขนมปังที่ร้านก็ได้" "..." รถคันหรูตีไฟเลี้ยวเข้าจอดข้างทางหน้าร้านบะหมี่เกี๊ยวที่เธออยากกิน ไม่ใช่เพราะตามใจหรือกลัวว่าเธอจะงอนอะไร แต่เพราะเป็นทางผ่านไม่ได้ลำบากต้องวนรถไปมาหลายรอบ และผมเองก็อยากกินอะไรที่มันเบาท้องหน่อยเหมือนกัน"ไหนแกลองว่ามาซิ ทำไมถึงเบี้ยวนัดฉันได้""ก็..."เมื่อวันที่นัดกันไปเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดของฉัน ทั้งๆ ที่นัดกันเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วแท้ๆ แต่สุดท้ายเพื่อนสนิทที่สุดของฉันกลับส่งข้อความมาบอกว่ามีธุระกระทันหันในตอนสามทุ่มและขอชดเชยเวลาให้โดยการพาฉันมาเลี้ยงปิ้งย่างวันนี้แทน"อื้ม ก็..."มีธุระฉันพอจะเข้าใจได้ แต่ที่ทำให้ฉันไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้คือท่าทางอึกอักเหมือนเจอโจทย์ที่ยากมากดูพยายามคิดหาเหตุผลมาอธิบายให้ฉันฟังไม่ได้ ไหนจะสายตาเลิ่กลั่กพยายามซ่อนพิรุธไม่ให้ฉันสังเกตได้นั่นอีก ชวนให้ฉันนึกสนุกอยากจะแกล้งลองเป็นฝ่ายไล่ต้อนให้เพื่อนจนมุมดูบ้าง วางตะเกียบในมือแล้วเปลี่ยนมานั่งเท้าคางมองฝั่งตรงข้ามด้วยสายตากรุ่มกริ่มรอฟังคำตอบอย่างตั้งใจอย่างที่ฉันเคยเจอ ก็จากยัยเมจินี่แหละสนุกดีเหมือนกันนะ"โอเค ฉันยอมแล้วๆ"และในที่สุดธุระที่ว่าของยัยเมจิก็ถูกเล่าออกมาอย่างอัดอั้นจนฉันเองแทบจะฟังไม่ทันประติดประต่อเรื่องราวแทบไม่ถูก สรุปได้เพียงว่าสิ่งที่ยัยเมจิเจอไม่ต่างจากฉันมากนัก แต่ฉันอาจจะดีกว่าตรงที่คนขี้หวงพอจะมีเหตุผลอยู่บ้าง ถึงจะเป็นเหตุผลของเขาคนเดียวก็เถอะ!"ครั้งนี้ฉันจะยอมปล่อยแกไ
และแล้วก็ถึงวันที่ฉันได้ไปฉลองวันเกิดในสถานที่ที่ไม่เคยไปมาก่อนนั่นก็คือร้านเหล้า อยากจะลองไปดูสักครั้งอยากลองสัมผัสบรรยากาศที่ใครหลายคนพากันหลงใหลสักหน่อยอันที่จริงวันคล้ายวันเกิดของฉันล่วงเลยมาหลายวันแล้วนะ แต่เพราะว่าวันนั้นฉันโดนพิษไข้เล่นงานเสียก่อนพาให้ต้องเลื่อนนัดยัยเมจิมาเป็นวันนี้แทน จะวันไหนสำหรับฉันก็เหมือนกันนั่นแหละ ขอแค่มีเขาคุณแฟนของฉันและเพื่อนที่สนิทที่สุดมากินข้าวเป็นเพื่อนฉันก็สุขใจมากแล้ว"พี่พาย พี่พายเห็นเสื้อกล้ามสีดำของปังมั้ยคะ" ฉันจำได้ว่าเขาอาสาเอาไปส่งร้านซักรีดให้นี่นา ไม่ใช่ว่าทางร้านเอามาส่งแล้วหรอกเหรอ"ทิ้งไปแล้ว""ห๊ะ?""ตกใจอะไร""เอาเสื้อปังไปทิ้งทำไม""พี่ไม่ชอบ""แต่นั่นเสื้อปังนะ""เดี๋ยวพี่ซื้อให้ใหม่"ฉันไม่ได้ฟังผิดไปหรอกใช่ไหม อยู่อยู่คนที่กำลังนั่งอ่านหนังสือการ์ตูนตอนนี้บอกว่าตัวเองเป็นคนเอาเสื้อผ้าของฉันไปทิ้งหน้าตาเฉย เขาทำอย่างนี้ได้อย่างไรกัน เหลือจะเชื่อเขาเลย!แล้ววันนี้ฉันจะใส่ชุดอะไรไปกันละ ในเมื่อตู้เสื้อผ้าของฉันตอนนี้เหลือเพียงชุดเดรสน่ารักๆ และเสื้อยืดกับกางเกงขายาวที่เหมาะกับการใส่ไปทำบุญที่วัดมากกว่า ไม่หลงเหลือเสื้อที่เข้าก
กว่าสองชั่วโมงพายุลูกใหญ่ถึงจะสงบลง เป็นผมที่ใจดีปล่อยให้คนอ่อนแรงนอนพักเพราะไม่อยากให้เธอตื่นตกใจกับสัมผัสของผมจนไม่อนุญาตให้มีครั้งต่อไปเกิดขึ้นอีก ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ผมจะไม่ยอมและยอมไม่ได้เด็ดขาดค่อยๆ ช้อนตัวเธอเดินเข้าห้องนอน วางร่างบางลงบนเตียงกว้างให้เธอได้นอนพักสบายๆ ส่วนผมพาตัวเองไปหาผ้าขนหนูชุบน้ำแล้วออกมาหย่อนตัวนั่งลงข้างๆ ค่อยๆ เช็ดผิวสีชมพูอย่างทะนุถนอมจนทั่วไม่เหลือความเหนียวเหนอะหนะให้เธอรู้สึกไม่สบายตัว ก่อนจะกลับไปจัดการตัวเองในห้องน้ำบ้างแล้วกลับออกมาล้มตัวนอนลงข้างๆ ดึงเอวบางเข้ามานอนหนุนแขนในอ้อมกอดหลับตาลงตามเธอเข้าไปในความฝัน"..."จนกระทั่งแผงอกสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิอันร้อนระอุที่ค่อยๆ สูงขึ้นปลุกให้ผมลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสาย เวลานี้ผิวขาวอมชมพูของคนในอ้อมกอดเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำคิ้วเรียวเล็กผูกกันเป็นปมแน่นราวกับกำลังฝันร้ายอย่างไรอย่างนั้น ให้ผมต้องรีบลุกไปหาอุปกรณ์เช็ดตัวและเจลลดไข้มาวางบนหน้าผากมนด้วยความร้อนใจ คอยเช็ดตัวไม่ห่างให้อุณหภูมิที่สูงค่อยๆ ลดจนเย็นลง ให้คิ้วที่ผูกเป็นโบว์ค่อยๆ คลายออกปมออกให้ผมรู้สึกโล่งใจที่เธอต้องนอนซมอย่างนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากผม
"อื้อ..."บทลงโทษเริ่มขึ้นทันทีทั้งที่ประตูห้องยังไม่ทันปิดลงสนิท มือใหญ่ก็คว้าคอระหงส์เข้ามารับการลงโทษบทแรกที่เธอจะได้รับในคืนนี้โทษฐานที่กล้าพูดจาไม่เข้าหูเพียงเพราะอยากจะแกล้งให้ผมหัวร้อนและเธอทำสำเร็จ อยากจะแกล้งกันอย่างไรก็ได้ผมไม่ว่า แต่การบอกว่ามีคนอื่นเพียงแค่ได้ยินสั้นๆ สมองของผมก็แทบระเบิด ยังดีที่รู้จักยอมรับผิด แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าโทษของเธอจะลดน้อยลงไป ทำผิดคือทำผิด ทำผิดก็ต้องได้รับการลงโทษจะได้ไ่ม่มีครั้งที่สองหรือครั้งต่อไปเกิดขึ้นสัมผัสรุนแรงในคราแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลที่ผมอยากชวนให้เธอลุ่มหลงไปพร้อมกัน ปากได้รูปละเมียดชิมกลีบปากบางซ้ำๆ แอบขบกัดเบาเบาสลับกันไปมาอยากจัดการต้นเหตุที่กล้าอวดเก่งทำให้อารมณ์ของผมขุ่นมัวได้ขนาดนี้ ร่างเล็กถูกต้อนให้ถอยร่นจากหน้าชั้นวางรองเท้าไปตามโถงทางเดินสั้นๆ โดยที่ริมฝีปากของผมและเธอยังไม่ผละออกจากกัน เป็นผมที่ไม่ยอมปล่อยแม้เสียงเล็กจะคอยร้องประท้วงเพื่อขออากาศหายใจ ทุกเคลื่อนไหวที่ขยับเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจคอยกวาดต้อนพาสองขาเรียวอ่อนระทวยจนแผ่นหลังบางสัมผัสกับความนุ่มของโซฟาในห้องนั่งเล่น แรงกดจูบเพิ่มระดับความโหยหาจ
วิชาช่วงบ่ายโหดเอาเรื่องและกว่าอาจารย์จะยอมปล่อยให้ฉันพาสมองเบลอๆ ออกจากห้องเวลาก็ล่วงเลยจนเกือบเย็นทำเอาท้องเริ่มส่งเสียงร้องประท้วงด้วยความหิวโดยเฉพาะขนมหวานหรือไอศครีมเย็นๆ สักถ้วยเพราะรู้สึกว่าร่างกายอ่อนแรงเหมือนขาดน้ำตาลก็ว่าได้"พี่พาย รอตรงไหนคะ""เก้านาฬิกา""ไหนหละ ไม่เห็นเจอเลย"ทันทีที่ลงมาจากห้องเรียนยัยเมจิก็ปลีกตัวแยกไปอีกทาง ส่วนฉันก็พาตัวเองเดินมามองหาคนตัวโตที่ส่งข้อความมาบอกว่ารออยู่ข้างล่างตั้งแต่เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาเพราะมองหาเท่าไหร่ก็ไม่เห็นแม้แต่เส้นผมฟอด"อุ้ย!"ลองกวาดตามองไปรอบๆ หันหน้าตามเข็มนาฬิกาที่เขาบอกอีกทีก็ยังไม่เห็นใครสักคน จนกระทั่งแก้มนุ่มหันไปชนเข้ากับปลายจมูกมีสันที่มาพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยและฉันจำได้ดีว่าเป็นเขา ทำใจฉันหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มด้วยความตกใจ"นิสัยไม่ดีอีกแล้วนะคะ""ว่าพี่อีกแล้วนะครับ"นอกจากตาคู่คมจะดูกรุ่มกริ่มชอบใจที่ได้แกล้งกันแล้ว เขายังล้อเลียนฉันทั้งคำพูดและน้ำเสียงอีกทำฉันรู้สึกมันเขี้ยวเขาเอามากๆ คว้าแขนแกร่งมากัดจนจมเขี้ยวระบายความแค้นที่โดนเขาแกล้งมาตลอดทั้งวันจนรู้สึกพอใจจึงค่อ
"แก พี่บีม""ปล่อยให้ยืนหน้าแก่อยู่ตรงนั้นแหละ""ห๊ะ?"ระหว่างรอเรียนช่วงบ่าย ฉันกับเมจิเลยมานั่งหลบอากาศร้อนในร้านกาแฟไม่ไกลจากอาคารเรียน พากันนั่งดูจอโทรศัพท์อยู่นานสายตาก็เริ่มเมื่อยล้าจากแสงสีฟ้าที่ส่งผ่านมาจากหน้าจอเป็นเหตุให้ฉันต้องพักสายตาโดยการหันไปมองต้นไม้สีเขียวที่อยู่รอบๆ ร้านแต่กลับเห็นพี่รหัสของเมจิยืนทำหน้าตึงเหมือนพี่พายเมื่อก่อนอยู่ด้านนอก และถ้าให้เดาสาเหตุคงมาจากยัยเมจิเพื่อนฉันคนนี้ไม่ผิดแน่"ฉันว่าแกควรออกไปนะ""..."ไม่อย่างนั้นมดที่เดินผ่านตรงนั้นได้กลั้นหายใจตายก่อนพอดีเพราะรัศมีความน่ากลัวที่แผ่ออกมาจากหน้าพี่บีมตอนนี้ ฉันเองยังไม่กล้าสบตาทำเป็นมองนั่นมองนี่ไปเรื่อยเลย ฉะนั้นคนที่จะช่วยแก้สถานการณ์อันน่ากลัวนี้ได้ดีที่สุดมีแค่ยัยเมจิเท่านั้น เชื่อฉันสิ!และก็เป็นอย่างที่ฉันคิด ทันทีที่เพื่อนของฉันเดินออกไปบรรยากาศโดยรอบก็สดชื่นขึ้นมาในพริบตาเพราะทั้งคู่ได้เดินตามกันไป คงจะไปหาที่ทะเลาะ เอ้ย! ที่คุยปรึกษาปัญหาหัวใจกัน เพื่อนอย่างฉันทำได้แค่นั่งรอให้กำลังใจอยู่ห่างๆ ตรงนี้"ฮัลโหล พี่พาย""อยู่ไหน""ร้านกาแฟอักษรค่ะ""อืม"ระหว่างที่กำลังนั่งคิดอะไรเพลินๆ อยู่คน







