LOGINkanom.pang🍞 : ขนมปังถึงห้องแล้วนะ
ข้อความที่ฉันส่งไปรายงานใครบางคนเพราะใช้ทฤษฎีน้ำหยดลงหินเข้าสู้ถูกเปิดอ่านทันทีราวกับว่าเปิดห้องแชทของฉันค้างไว้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้พิมพ์ข้อความคุยกันแม้แต่ข้อความเดียว แถมยังเพิ่งแยกกันเมื่อครู่เลยทำให้ได้รู้ว่าเขาจะไปนั่งร้านชิลเพื่อดื่มต่อกับกลุ่มเพื่อนสนิทของเขา โดยไม่มีคนอื่นไปเพิ่มให้ฉันต้องรู้สึกวุ่นวายใจ แต่เอ๊ะ! หรือว่าจะมีใครตามไปทีหลังหรือเปล่านะ? ไม่ได้การแล้ว ยังไงคืนนี้ฉันต้องดึงความสนใจของเขาให้อยู่ที่ฉันให้ได้ ถึงแม้จะไม่รู้ว่าช่วงเวลาก่อนหน้านี้จะมีใครเข้ามาทำให้เขาหวั่นไหวมากน้อยแค่ไหน แต่ตอนนี้...ฉันกลับมาทวงหัวใจดวงนี้แล้ว เพราะงั้นคนที่จะทำให้เขาหวั่นไหวได้อีกครั้งต้องมีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น! แต่ก่อนจะทำตามแผนที่วางเอาไว้ในใจ ฉันว่าฉันควรพาตัวเองไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสักหน่อยดีกว่าให้ความสดชื่นปลุกความสดใสขึ้นมาสักนิด เพราะราตรีนี้ยังอีกยาวไกล ฉันคิดว่าเป็นอย่างนั้นนะ kanom.pang🍞 : พี่พาย pie.pi : ? "เย็นชาจริงๆ เลยนะ" ฉันพึมพำกับหน้าจอโทรศัพท์พลางทิ้งตัวลงนอนกลิ้งบนเตียง เครื่องหมายคำถามที่เขาพิมพ์ตอบกลับมาทำให้รู้ได้ทันทีเลยว่าเวลานี้หน้าของเขาคงจะนิ่งมากและทำเพียงปรายตามองข้อความของฉันเพียงครู่เดียวเท่านั้นเหมือนอย่างที่เขาชอบทำให้เห็นอยู่บ่อยครั้งจนฉันเริ่มรู้สึกชินขึ้นมากแล้ว kanom.pang🍞 : ขนมปังปวดหัวมากเลย kanom.pang🍞 : พี่พายช่วยแวะซื้อยามาให้ขนมปังได้มั้ยคะ pie.pi : ไม่ว่าง "ไม่ว่าง หรือหลีสาวอยู่กันแน่" แล้วแผนขั้นต่อไปของฉันก็เริ่มขึ้นรีบเดินไปหยิบไดร์เป่าผมตรงโต๊ะกระจกมาเปิดลมร้อนเป่าไปตามใบหน้าลำคอและสองแขนให้อุณหภูมิของผิวหนังค่อยๆ สูงขึ้น จะเล่นบทคนป่วยนี่นะ ก็ต้องทำทุกอย่างให้แนบเนียนสิ 'อยู่ๆ ก็ป่วย:(' ระหว่างที่รอให้ทุกอย่างดำเนินไปตามแผน นิ้วเล็กเลื่อนกดเข้าหน้าโปรไฟล์โซเชียลพิมพ์ข้อความสั้นๆ พอให้ได้ใจความโพสต์ลงสตอรี่ของตัวเองแทนการพิมพ์บอกเขา ไม่ใช่ว่าไม่อยากขัดเวลาแห่งความสุขของเขา แต่เป็นเพราะหวังว่าเขาจะต้องเห็นข้อความนี้แน่ และก็เป็นอย่างที่ฉันคิด เพียงเวลาไม่กี่นาทีที่ฉันนั่งกดดูรายชื่อคนที่เข้ามาแอบดูสตอรี่ของฉันมีเขาเป็นหนึ่งในนั้น ทำใจดวงน้อยเต้นแรงเผลอยิ้มออกมาอย่างดีใจรู้สึกเริ่มมีความหวังขึ้นมาบ้าง มีเวลาเล่นมือถือ ก็แสดงว่าที่ตรงนั้นไม่ค่อยมีอะไรให้น่าสนใจ แล้วจะเอายังไงต่อละทีนี้ ควรไปต่อ หรือว่า ล้มเลิกแผนลงดี... แต่ไหนๆ ก็มาถึงขนาดนี้แล้ว ฉันขอไปต่ออีกสักหน่อยแล้วกัน พอตัดสินใจได้อย่างนั้นไดร์ลมร้อนก็ทำงานอีกครั้งยืนถือไดร์ทั้งที่ใจยังคงครุ่นคิดแอบหวังเพิ่มเล็กๆ เพราะหากเป็นพี่พายคนเดิม ความเป็นห่วงที่เขามีต้องมากกว่าที่คิดไว้แน่ เว้นเสียแต่...ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ pie.pi : ลงมาเอายา ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง เสียงแจ้งเตือนว่ามีข้อความเข้าก็ดังให้ได้ยินมาพร้อมกับข้อความจากเขา คนในแผนของฉัน ทำให้ได้รู้ว่าที่จริงแล้วก็ไม่ใช่ทุกอย่างที่เปลี่ยนไป อย่างน้อย...เขาก็ยังคงเป็นห่วงฉันอยู่ แต่จะส่งข้อความตอบกลับไปในทันที มีหวังโดนจับได้แน่ ฉันก็เลยทิ้งช่วงเวลาให้ห่างไปสักหน่อยโดยที่มือก็ยังคงถือไดร์เป่าตรงหน้าเพิ่มอุณหภูมิที่เพิ่งลดลงก่อนหน้าให้เพิ่มขึ้นมาเพื่อความสมจริงจนผิวแก้มและลำคอเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อจากลมร้อนดูเหมือนคนโดนพิษไข้กำลังรุมเร้าได้ที่ จงใจปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปเกือบสิบนาทีก่อนจะค่อยๆ พิมพ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ดูอ่อนแรงที่สุดผ่านตัวอักษร kanom.pang🍞 : พี่พาย ขนมปังลุกไม่ไหว pie.pi : เลขห้อง kanom.pang🍞 : 929 ค่ะ ฉันรีบกระโดดขึ้นเตียง ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงจนมิดคอ พยายามปรับจังหวะการหายใจให้ดูติดขัดเล็กน้อย แต่หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวยิ่งกว่าตอนไหนๆ ทั้งตื่นเต้นทั้งกังวลว่าเขาจะจับได้หรือเปล่า อีกใจก็แอบกลัว กลัวว่าตัวเองจะดูเข้าหาเขามากเกินไปและเขาจะรำคาญ ก็อก ก็อก ก็อก ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าที่ฟังดูเร่งรีบก็ดังขึ้นที่หน้าห้องตามด้วยเสียงเคาะประตูให้ฉันลุกขึ้นไปเปิดให้ แต่ในเมื่อฉันเพิ่งบอกเขาว่าตัวเองลุกไม่ไหวหากจะพาตัวเองลุกขึ้นไปตอนนี้ ดีไม่ดีมันจะกลายเป็นพิรุธให้เขาสังเกตได้มากกว่า ขนมปังเอ้ย...ไม่น่าคิดแผนนี้เลยจริงๆ แกร๊ก! ยังไม่ทันได้คิดตัดสินใจว่าควรทำอย่างไร รหัสประตูดิจิตอลดังให้รู้ว่ามีใครคนนึงกำลังกดลดล็อคเพื่อเปิดเข้ามาเหมือนเป็นเจ้าของห้องหรือมาทุกวันจนคุ้นเคยอย่างไรอย่างนั้น ทั้งที่จริงแล้วเขายังไม่เคยมาเลยสักครั้ง อาจจะเดาได้เหมือนตอนที่ปลดล็อคหน้าจอโทรศัพท์ของฉันละมั้ง เพราะฉันตั้งไว้เป็นรหัสเดียวกัน "ขนมปัง" "คะ" เสียงเล็กพยายามพูดออกมาเสียงเบาจนเขาต้องโน้มตัวลงมาใกล้ให้ฉันต้องกลั้นหายใจตัวเองระงับเสียงหัวใจที่กำลังเต้นโครมครามไม่ให้เขาได้ยิน ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองใบหน้าคมที่อยู่ห่างเพียงไม่ถึงหนึ่งไม้บรรทัด มีมือใหญ่ยื่นมาสัมผัสอุณหภูมิบนหน้าผากที่โผล่พ้นออกจากผ้าห่มตามแผนที่ฉันวางเอาไว้ "ลุกมากินยา" ตายแล้ว! ถึงจะคิดว่าตัวเองวางแผนไว้ดีอย่างไร แต่ฉันไม่ได้คิดถึงขนาดที่ว่าตัวเองจะต้องกินยาจริงๆ ด้วยนี่นา ยาเม็ดใหญ่ในมือเขากับขวดน้ำที่วางอยู่ข้างๆ ทำลมหายใจของฉันถึงกับติดขัด คิดอย่างไรก็คิดไม่ตก จะบอกว่ากินไปแล้วก็ไม่ได้ จะปฏิเสธว่าไม่อยากกินมันก็ดูแปลกเกินไป นี่สินะ...บทลงโทษของเด็กเลี้ยงแกะอย่างฉัน "ขนมปังไม่ชอบกินยา" "อย่าดื้อ" เสียงดุเข้มที่คุ้นเคยทำเอาฉันลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เขายังคงเป็นเขาคนเดิมที่ไม่ชอบคนงอแง และสายตาคมกริบคู่นั้นก็กำลังจ้องมองมาเหมือนกำลังสแกนเข้าไปถึงขั้วหัวใจว่าฉันป่วยการเมืองหรือว่าป่วยจริงกันแน่ ก่อนจะค่อยๆ ประคองฉันให้ลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง สัมผัสจากไออุ่นของมือใหญ่ทำเอาอุณหภูมิที่ฉันเพิ่งใช้ไดร์เป่าไว้ดูจะพุ่งสูงขึ้นไปอีกระดับจนคราวนี้ผิวของฉันเปลี่ยนจากสีแดงระเรื่อเป็นสีเหมือนลูกมะเขือเทศของจริงแบบไม่ต้องพึ่งลมร้อนแต่อย่างใด มือเล็กจำใจรับยาเม็ดโตเข้าปากตามด้วยน้ำอึกใหญ่ ความขมที่แผ่ซ่านในลำคอคือหลักฐานชั้นดีว่าแผนนี้มีราคาที่ต้องจ่าย จ่ายแพงซะด้วยนะ แต่ก็คุ้ม! "ขมปี๋เลย" ฉันทำหน้าเหยเกพลางส่งขวดน้ำคืนให้คนตัวสูงที่ยังคงยืนจ้องจับผิดไม่วางตา เขารับขวดน้ำไปวางไว้ที่โต๊ะข้างเตียงก่อนจะขยับเข้ามาใกล้อีกครั้งจนกลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อ่อนๆ จากตัวเขาลอยมาแตะจมูก เป็นกลิ่นที่ไม่ได้ชวนเหม็นจนเวียนหัว แต่มันกลับทำให้หัวใจของฉันทำงานหนักยิ่งกว่าเดิมจนค่อยๆ เลื่อนตัวลงนอนแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมหน้าไว้ให้เหลือเพียงตาคู่กลมที่ยังคงมองเขาอยู่ "ขอบคุณนะคะที่..." "ในฐานะพี่รหัส" ฉันกลืนทุกคำพูดลงไปทันทีที่เขาเฉลยสถานะตัวเองให้ฉันรู้ ว่าเขาคือพี่รหัสที่ฉันตามหามาหลายวันจนกลายเป็นคนสุดท้ายของคณะที่ยังไม่มีพี่เป็นของตัวเองสักที คงจะกลัวฉันคิดไปไกลนั่นแหละ "พี่พายเป็นพี่รหัสขนมปังเหรอคะ" "..." แต่ถึงอย่างนั้นก็ทำให้ฉันเผลอลืมตัวลุกพรวดขึ้นมานั่งจ้องหน้าเขาถามเสียงใสออกไป จนเห็นคิ้วเข้มของคนตรงหน้าขมวดเข้าหากันมองกลับมาด้วยความสงสัย สติที่มีอันน้อยนิดจึงกลับมาอยู่ที่เดิมรอยยิ้มที่เคยมีก่อนหน้าค่อยๆ เจื่อนลงเปลี่ยนเป็นยิ้มเพียงบางเบาเท่านั้น จะมีใครโชคดีเท่าฉันหรือเปล่านะ ได้แฟนเก่าคนเดิมมาเป็นพี่รหัสของตัวเองเหมือนทุกอย่างเป็นใจให้ฉันกับเขากลับมาใกล้กัน ถึงจะรู้ช้าไปหน่อย แต่ระหว่างทางที่ได้ใกล้กันก็พอจะทำให้ฉันตัดสินใจได้ว่า ฉันควรไปต่อ..."อื้อ..."บทลงโทษเริ่มขึ้นทันทีทั้งที่ประตูห้องยังไม่ทันปิดลงสนิท มือใหญ่ก็คว้าคอระหงส์เข้ามารับการลงโทษบทแรกที่เธอจะได้รับในคืนนี้โทษฐานที่กล้าพูดจาไม่เข้าหูเพียงเพราะอยากจะแกล้งให้ผมหัวร้อนและเธอทำสำเร็จ อยากจะแกล้งกันอย่างไรก็ได้ผมไม่ว่า แต่การบอกว่ามีคนอื่นเพียงแค่ได้ยินสั้นๆ สมองของผมก็แทบระเบิด ยังดีที่รู้จักยอมรับผิด แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าโทษของเธอจะลดน้อยลงไป ทำผิดคือทำผิด ทำผิดก็ต้องได้รับการลงโทษจะได้ไ่ม่มีครั้งที่สองหรือครั้งต่อไปเกิดขึ้นสัมผัสรุนแรงในคราแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลที่ผมอยากชวนให้เธอลุ่มหลงไปพร้อมกัน ปากได้รูปละเมียดชิมกลีบปากบางซ้ำๆ แอบขบกัดเบาเบาสลับกันไปมาอยากจัดการต้นเหตุที่กล้าอวดเก่งทำให้อารมณ์ของผมขุ่นมัวได้ขนาดนี้ ร่างเล็กถูกต้อนให้ถอยร่นจากหน้าชั้นวางรองเท้าไปตามโถงทางเดินสั้นๆ โดยที่ริมฝีปากของผมและเธอยังไม่ผละออกจากกัน เป็นผมที่ไม่ยอมปล่อยแม้เสียงเล็กจะคอยร้องประท้วงเพื่อขออากาศหายใจ ทุกเคลื่อนไหวที่ขยับเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจคอยกวาดต้อนพาสองขาเรียวอ่อนระทวยจนแผ่นหลังบางสัมผัสกับความนุ่มของโซฟาในห้องนั่งเล่น แรงกดจูบเพิ่มระดับความโหยหาจ
วิชาช่วงบ่ายโหดเอาเรื่องและกว่าอาจารย์จะยอมปล่อยให้ฉันพาสมองเบลอๆ ออกจากห้องเวลาก็ล่วงเลยจนเกือบเย็นทำเอาท้องเริ่มส่งเสียงร้องประท้วงด้วยความหิวโดยเฉพาะขนมหวานหรือไอศครีมเย็นๆ สักถ้วยเพราะรู้สึกว่าร่างกายอ่อนแรงเหมือนขาดน้ำตาลก็ว่าได้"พี่พาย รอตรงไหนคะ""เก้านาฬิกา""ไหนหละ ไม่เห็นเจอเลย"ทันทีที่ลงมาจากห้องเรียนยัยเมจิก็ปลีกตัวแยกไปอีกทาง ส่วนฉันก็พาตัวเองเดินมามองหาคนตัวโตที่ส่งข้อความมาบอกว่ารออยู่ข้างล่างตั้งแต่เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาเพราะมองหาเท่าไหร่ก็ไม่เห็นแม้แต่เส้นผมฟอด"อุ้ย!"ลองกวาดตามองไปรอบๆ หันหน้าตามเข็มนาฬิกาที่เขาบอกอีกทีก็ยังไม่เห็นใครสักคน จนกระทั่งแก้มนุ่มหันไปชนเข้ากับปลายจมูกมีสันที่มาพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยและฉันจำได้ดีว่าเป็นเขา ทำใจฉันหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มด้วยความตกใจ"นิสัยไม่ดีอีกแล้วนะคะ""ว่าพี่อีกแล้วนะครับ"นอกจากตาคู่คมจะดูกรุ่มกริ่มชอบใจที่ได้แกล้งกันแล้ว เขายังล้อเลียนฉันทั้งคำพูดและน้ำเสียงอีกทำฉันรู้สึกมันเขี้ยวเขาเอามากๆ คว้าแขนแกร่งมากัดจนจมเขี้ยวระบายความแค้นที่โดนเขาแกล้งมาตลอดทั้งวันจนรู้สึกพอใจจึงค่อ
"แก พี่บีม""ปล่อยให้ยืนหน้าแก่อยู่ตรงนั้นแหละ""ห๊ะ?"ระหว่างรอเรียนช่วงบ่าย ฉันกับเมจิเลยมานั่งหลบอากาศร้อนในร้านกาแฟไม่ไกลจากอาคารเรียน พากันนั่งดูจอโทรศัพท์อยู่นานสายตาก็เริ่มเมื่อยล้าจากแสงสีฟ้าที่ส่งผ่านมาจากหน้าจอเป็นเหตุให้ฉันต้องพักสายตาโดยการหันไปมองต้นไม้สีเขียวที่อยู่รอบๆ ร้านแต่กลับเห็นพี่รหัสของเมจิยืนทำหน้าตึงเหมือนพี่พายเมื่อก่อนอยู่ด้านนอก และถ้าให้เดาสาเหตุคงมาจากยัยเมจิเพื่อนฉันคนนี้ไม่ผิดแน่"ฉันว่าแกควรออกไปนะ""..."ไม่อย่างนั้นมดที่เดินผ่านตรงนั้นได้กลั้นหายใจตายก่อนพอดีเพราะรัศมีความน่ากลัวที่แผ่ออกมาจากหน้าพี่บีมตอนนี้ ฉันเองยังไม่กล้าสบตาทำเป็นมองนั่นมองนี่ไปเรื่อยเลย ฉะนั้นคนที่จะช่วยแก้สถานการณ์อันน่ากลัวนี้ได้ดีที่สุดมีแค่ยัยเมจิเท่านั้น เชื่อฉันสิ!และก็เป็นอย่างที่ฉันคิด ทันทีที่เพื่อนของฉันเดินออกไปบรรยากาศโดยรอบก็สดชื่นขึ้นมาในพริบตาเพราะทั้งคู่ได้เดินตามกันไป คงจะไปหาที่ทะเลาะ เอ้ย! ที่คุยปรึกษาปัญหาหัวใจกัน เพื่อนอย่างฉันทำได้แค่นั่งรอให้กำลังใจอยู่ห่างๆ ตรงนี้"ฮัลโหล พี่พาย""อยู่ไหน""ร้านกาแฟอักษรค่ะ""อืม"ระหว่างที่กำลังนั่งคิดอะไรเพลินๆ อยู่คน
"ทำหน้าเหมือนแม่แมวหวงลูก""..."ตั้งแต่พาเธอขึ้นมานั่งบนรถ คนตัวเล็กก็เอาแต่นั่งกอดอกทำหน้าบึ้งหันมองออกนอกหน้าต่างไม่ยอมพูดยอมจาแม้แต่คำเดียว จนผมต้องเปิดเพลงคลอเบาเบาไม่ให้บรรยากาศวังเวงจนเกินไปปรับอุณหภูมิภายในรถให้เย็นลงแล้วหันช่องแอร์ไปทางข้างคนขับหวังช่วยให้ควันที่กำลังออกมาจากใบหูเล็กเย็นจนเธอกลับมาอารมณ์ดีเหมือนเดิม ต้องโทษไอ้เฟิร์สที่พูดมากจนงานเข้าผมขนาดนี้ เลิกเป็นเพื่อนกับมันตอนนี้ทันไหมวะ?"แวะกินอะไรมั้ย""...""เกี๊ยวน้ำกับหวานเย็นร้านเดิมดีมั้ย""ค่ะ"และสุดท้ายผมก็ทำสำเร็จยกสองเมนูโปรดของเธอมาเป็นตัวหลอกล่อให้เธอยอมพูดด้วย แม้จะเป็นการตอบรับคำสั้นๆ แต่นั่นก็เป็นสัญญาณที่ค่อนข้างดีบอกให้รู้ว่าใจดวงเล็กเริ่มอ่อนลงบ้างแล้ว หรือจะเห็นแก่ของกินหรือเปล่าก็อาจจะเป็นอย่างนั้น แต่ช่างเถอะ! นาทีนี้แค่ทำให้เธอกลับมาพูดเจื้อยแจ้วให้ฟังก็พอต่อให้ต้องแลกกับเกี๊ยวน้ำสิบชามหวานเย็นอีกสิบถ้วยก็ตาม"เกี๊ยวน้ำไม่ใส่ผักหนึ่ง บะหมี่เกี๊ยวแห้งพิเศษหนึ่งครับ""นั่งรอ เดี๋ยวพี่ไปสั่งหวานเย็น ใส่อะไรบ้าง""ขนมปัง เยลลี่ ลูกชิด แล้วก็มันม่วงค่ะ""น้ำแดง?""ขอผสมน้ำเขียวด้วยได้มั้ยคะ""ได้"สิ
ฉันพาตัวเองเดินลัดเลาะจากลานจอดรถของคณะวิศวะมาโรงอาหารของคณะอักษร ยืนกรานไม่ยอมให้เขาเดินมาส่งเพราะไม่อยากเป็นเป้าสายตาของใครต่อใครโดยเฉพาะบรรดาสาวๆ ของเขาคนที่เพิ่งขอฉันเป็นแฟนอีกครั้งนั่นแหละ แต่ถามว่าเขายอมแต่โดยดีหรือเปล่า บอกเลยว่ายากมากและกว่าที่ฉันจะพาตัวเองลงมาจากรถคันหรูได้ต้องยอมให้เขาเอาแต่ใจตัวเองอยู่นานหลายนาทีทำปากฉันบวมเจ่อจนต้องใส่หน้ากากอนามัย ขืนยัยเมจิเห็นคงได้โดยแซวไม่พักคอยล้อกันไม่หยุดแน่"แก ไม่สบายเหรอ?""อ๋อ อืม เป็นหวัดนิดหน่อยหน่ะ""แล้วจะเรียนไหวเหรอ แอร์ในห้องเรียนเย็นมากนะ""ไหวๆ"เพราะกลัวว่าเพื่อนจะสังเกตเห็นความปกติบนใบหน้า ฉันเลยจำเป็นต้องโกหกบอกว่าตัวเองกินมื้อเช้ามาแล้วทั้งที่กินเพียงขนมปังปิ้งมาหนึ่งแผ่นเท่านั้น รับอาสานั่งจองโต๊ะให้เพื่อนไปซื้อข้าวอย่างสบายใจ ส่วนตัวเองก็นั่งภาวนาขอให้ชั่วโมงเรียนช่วงเช้าไม่นานจนเกินไปไม่อย่างนั้นท้องฉันได้ส่งเสียงร้องออกมาจนเพื่อนๆ ได้ยินกันทั้งห้องแน่"เรียนเสร็จแล้วไปเดินเล่นกันมั้ย หรือแกอยากกลับไปนอน""พี่พายชวนไปดูเขาแข่งรถหน่ะ""อ่อเหรอ แบบนี้เขาเรียกว่าเปิดตัวหรือเปล่านะ...""เปิดตัวอะไรกัน ไม่ใช่ซะหน่อย"
kanom.pang🍞 : ปาท่องโก๋ยังมีคู่รูปจานปาท่องโก๋วางคู่กับแก้วชาเย็นที่ร้านอาหารเช้าชื่อดังใจกลางเมืองถูกโพสต์ลงโซเชียลของคนที่กำลังบอกให้โลกรู้ว่าตัวเองโสดไม่มีใคร เรียกความสนใจจากพวกแมลงพากันมากดถูกใจและคอมเมนท์รับบัตรคิวต่อแถวกันยาวเป็นหางว่าว ทำอุณหภูมิในสมองของผมพุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด หากอยู่ใกล้กันตอนนี้คงได้ฟาดก้นงอนๆ นั่นสักที ข้อหาที่ชอบทำอะไรขัดใจผมpie.pi : ทำอะไรรีบเปลี่ยนหน้าจอเป็นห้องแชทพิมพ์ข้อความส่งไปหาเธอคนที่ไม่ยอมมาเที่ยวกับผม เพราะบอกว่ามีนัดไปถ่ายรูปเล่นกับเมจิเพื่อนสนิทของเธอ ปล่อยให้ผมมานั่งเหงาท่ามกลางคู่พ่อแง่แม่งอนสองคู่ในฐานะเจ้าของสถานที่ โคตรจะน่าเบื่อkanom.pang🍞 : กินขนมอยู่ค่ะรอไม่ถึงหนึ่งนาทีรูปขนมปังสังขยาหลากสีก็ส่งมาพร้อมกับข้อความที่ทำให้ผมนึกภาพกลมๆ ออกว่าเวลานี้แก้มของเธอคงจะป่องออกมาจนน่าบีบเล่นมากแน่pie.pi : พี่กลับแล้วไปกินข้าวกันนะkanom.pang🍞 : ขอดูก่อนค่ะpie.pi : ถึงแล้วไปรับอะไรคือขอดูก่อน? เพราะงั้นผมไม่เปิดโอกาสให้เธอปฏิเสธกันเป็นรอบที่สอง ปิดประโยคโดยการมัดมือชกไม่รับความเห็นต่างแล้วเปลี่ยนหน้าจอเข้าหน้าเกมนั่งเล่นระหว่างรอเพื่อนๆ







