LOGINการเป็นหม้ายขันหมากทำให้จันทรเสียหน้า อับอาย ซ้ำยังเสียใจหวาดหวั่นว่าหมดจากไอ้กล่ำแล้ว ตนเองคงไม่มีโอกาสได้ออกเรือนเป็นแน่แท้ ก็ใช่ว่าจันทรจะไม่รู้เสียเมื่อไหร่ว่าคนในหมู่บ้านมองตนอย่างไร ดังนั้นไอ้กล่ำจึงเป็นเหมือนความหวังสุดท้ายและเป็นความหวังเดียวที่มีอยู่ หมดจากนี้แล้วเธอคงเป็นแม่เทื้อคาวัดไม่ได้ออกเรือน ต้องอยู่ปลงศพไปจนตายนั่นแหละ
“พ่อหมออย่ามาโกหกฉันดีกว่า พ่อหมอทำน้ำมันพรายให้นังเดือนมัน พ่อหมอก็ยอมรับมาเสียดี ๆ แล้วไปแก้ของไอ้กล่ำให้ฉัน มันจะได้กลับมาขอฉันเป็นเมีย พ่อหมอทำแบบนี้มันบาปกรรม ตกนรกหมกไหม้ใครก็ช่วยไม่ได้”
“ข้าจะไปโกหกเอ็งทำไม เอ็งมันก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ดอก แต่เนื้อตัวเอ็งเหม็นน้ำเหลืองเหม็นกลิ่นศพ ผู้ชายที่ไหนเขาจะชอบ”
“ฉันเป็นคนช่วยสัปเหร่อปลงศพก็จริง แต่ถึงเรือนฉันก็อาบน้ำแต่งตัว ประดินสอพอง กลิ่นน้ำเหลืองกลิ่นศพหามีไม่” จันทรไม่ยอมเหมือนกัน
“มันออกกันง่าย ๆ รึ” ขนาดน้ำมันพรายของบิดาเขา เก็บมาสองปีแล้วกลิ่นยังเหม็นจนอยากจะอาเจียนทุกครั้ง พวกกลิ่นศพกลิ่นผีนี่มันไม่ได้เอาออกกันง่าย ๆ หรอก
“พ่อหมออย่าโยกโย้ ฉันมาแจ้งให้พ่อหมอไปถอนของให้ไอ้กล่ำ”
“จะไปถอนอะไรเล่า” นังนี่พูดไม่รู้เรื่อง หมอแสงรำคาญเต็มที เขาไม่ได้ทำจะให้ไปถอนอะไร แลไอ้กล่ำก็ไม่น่าจะโดนของ น่าจะหลงผู้หญิงเสียมากกว่า “เอ็งต้องยอมรับ ไอ้กล่ำมันเปลี่ยนใจ”
“มันจะเปลี่ยนใจได้กระไร ถ้าพ่อหมอไม่แก้คุณไสยยาเสน่ห์ ฉันจะไปตีฆ้องร้องยังอยุธยาว่าพ่อหมอใช้อาคมทำลายงานแต่งฉัน”
“เรื่องของเอ็งเถิด” ไม่มีตรงไหนเกี่ยวกับเขาเลยสักนิด “เอ็งจะไปฟ้องใครก็เรื่องของเอ็ง”
ไอ้จุกยืนฟังอยู่นานสะกิดหมอแสงยิก ๆ กระซิบกระซาบโดยปราศจากคนเห็น
“มันจะยุ่งนาพ่อหมอ”
“ยุ่งยังไงวะ” หมอแสงหันไปถาม
ชาวบ้านบนเรือนเลิ่กลั่กกันใหญ่ เห็นว่าหมอแสงกำลังพูดกับความว่างเปล่า ข้าง ๆ เขาไม่มีใครอยู่สักคน
“ใคร ๆ ก็คิดว่าพ่อหมอสืบทอดคุณไสยยาเสน่ห์จากท่านตามา” ไอ้จุกเรียกนายด้วง พ่อของหมอแสงว่าตาตามบรรดาศักดิ์ ในเมื่อตนนับถือหมอแสงเหมือนพ่อ พ่อของเขาย่อมเป็นตา “ถ้ามีการสืบพยาน คนในหมู่บ้านจะต้องเชื่อแน่ว่าพ่อหมอทำคุณไสยใส่ว่าที่ผัวแม่จันเขา”
“ก็กูไม่ได้ทำ” หมอแสงไม่ยอม ในเมื่อไม่ได้ทำแล้วเรื่องอะไรเขาต้องมายอมรับผิด
จันทรพยายามเพ่งไปยังข้างกายหมอแสง แต่ไม่เห็นใคร อย่างนั้นคงเป็นผี
แน่แล้วเชียว! หมอแสงเลี้ยงผีไว้จริง ๆ ขนาดนั้นยังกล้าโป้ปดว่าตนเองไม่ได้ทำยาเสน่ห์
“พวกเอ็งเห็นหรือไม่” หญิงสาวตะโกนให้ทุกคนเห็นพ้องต้องตาม “พ่อหมอของพวกเอ็งเลี้ยงผีเอาไว้ แล้วยังจะมาบอกว่าไม่ได้ทำยาเสน่ห์ได้อย่างไร”
หมอแสงละสายตาจากไอ้จุกมาตะโกน
“เลี้ยงผีก็เรื่องหนึ่ง ยาเสน่ห์ก็เรื่องหนึ่ง มันคนละเรื่องกันโว้ย”
“เลี้ยงผีไว้ทำยาเสน่ห์เป็นเรื่องเดียวกัน”
“โอ้ย! อีนี่ เอ็งนี่ดื้อด้านนัก ไม่แปลกหรอกที่ผู้ชายมันจะเปลี่ยนใจไม่เอาเอ็งทำเมีย”
“ฉันดื้อด้านอย่างไร พ่อหมอต่างหากไปช่วยนังผู้หญิงแพศยาโดยไม่รู้ผิดชอบชั่วดีทำให้ฉันไม่ได้ออกเรือน”
“เอ็งจะอยากออกเรือนกะไรนักหนานังจัน”
“ก็ฉันอยากมีผัว หมดจากไอ้กล่ำใครจะเอาฉันทำเมีย”
“เออ เอ็งก็รู้นี่” หมอแสงโกรธจนตัวสั่น คุยกับคนพูดไม่รู้เรื่องเลือดมันจะขึ้นหน้า “ว่าคนอย่างเอ็งมันไม่มีใครเอา”
“ก็ไอ้กล่ำมันจะเอา แต่เป็นเพราะน้ำมันพรายพ่อหมอ ทำให้มันไม่เอา พ่อหมอจึงต้องรับผิดชอบด้วยการแก้คุณไสยมนตร์ดำนี้ให้ฉัน”
“โอ้ย! นังนี่” หมอแสงหมดปัญญาจะพูด “ถ้าเอ็งอยากมีผัวมากนัก” เขาตบพื้นดังปัง ! สะเทือนเลือนลั่นทั่วทั้งเรือน ก่อนจะลุกขึ้นยืนเหยียด ยกมือขึ้นชี้หน้าคนดื้อด้านไม่ยอมรับความจริง
วินาทีความโกรธความรำคาญครอบงำจิตใจ ปากเหยียดตรงน่าเสน่หาก็เผลอปลดปล่อยวาจาผูกรัดมัดตัว “ก็มาเป็นเมียข้านี่มา!”
ใครจะไปคิดเล่าว่าผู้หญิงประสาทอย่างจันทรจะเอาจริง
หมอแสงก็ไม่คิด ไอ้จุกก็ไม่คิด นางอบเชยแม่ของหมอแสงที่เพิ่งกลับมาจากตลาดพร้อมลูกสาวก็ไม่คิดเหมือนกันว่าแค่ไปตลาดประเดี๋ยวเดียว กลับมาลูกชายจะบอกเสียงอ่อย ๆ ว่าไปท้าทายผู้หญิงมาเป็นเมีย
หนักว่านั้นคือมีพยานรู้เห็นเป็นสิบ ๆ คน เพราะชาวบ้านนั่งกันหน้าสลอน หมอแสงไม่รู้จะบิดเบือนอย่างไร นอกจากจะกัดลิ้นตายในตอนนี้เขาก็ยังไม่อยากจะทำอย่างอื่นอีก
ส่วนตัวต้นเรื่องน่ะเหรอ หน้าระรื่นกลับป่าช้าไปแล้ว
หลังได้รับคำท้า จันทรตาวาว หากจะเทียบกันแล้วระหว่างไอ้กล่ำหลังงุ้ม หน้าตาเหมือนคนผจญอาเพศตลอดเวลา กับหมอแสงรูปงาม ซ้ำยังร่ำรวย แน่นอนว่าหมอแสงดีกว่าอย่างหาที่เปรียบมิได้ หญิงสาวจึงตะโกนให้ชาวบ้านเป็นพยานว่าหมอแสงเป็นคนลั่นวาจาเอ่ยให้เธอมาร่วมเรียงเคียงหมอนด้วยเอง มิใช่เกิดจากการที่ตนเองร้องขอแต่อย่างไร
“อย่างนั้นอีกห้าราตรีก็ไปรับฉันที่เรือนเถิด” ถึงจะเรียกว่าเรือนแต่แท้จริงเป็นเพียงกระต๊อบเล็ก ๆ ข้างป่าช้าเท่านั้น “ฉันจะแต่งตัวสวยงามประพรมน้ำอบรอพ่อหมอไปรับ”
ตอนนั้นหมอแสงได้เพียงยืนอึ้ง ไอ้จุกอึ้ง และแน่นอนว่าชาวบ้านก็อึ้ง พูดอะไรไม่ออก เกิดมาไม่เคยเห็นแม่หญิงหน้าด้านหน้าทนน่าโมโหเยี่ยงจันทรมาก่อน
หมอแสงถึงขนาด กินไม่ได้นอนไม่หลับ ไม่รู้จะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ดี เขาจะแต่งงานกับผู้หญิงบ้าจากป่าช้านั่นได้อย่างไร ก็ใจเขาผูกสมัครรักใครสนใจในตัวแม่เรไร ลูกสาวของนายทองอิน เศรษฐีร้านขายของเก่าโน่น
เรไรเป็นหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม น่ารักน่าทะนุถนอม เขาเจอหญิงสาวเมื่อไม่นานมานี้ตอนตามมารดาไปทำบุญที่วัด
หมอแสงชอบกิริยาเรียบร้อย ซ้ำหน้าตาผิวพรรณยังสะอาดสะอ้านน่ามอง ไม่กะมอมกะแมมเป็นหมาจรจัดแบบจันทร แล้วไอ้เรื่องหม้ายขันหมากนี่มันไม่เกี่ยวกับเขาเลยสักนิด เขาไม่ได้เป็นคนทำน้ำมันพรายให้แม่ดวงเดือนอะไรนั่นสักหน่อย
ยิ่งคิดหมอแสงยิ่งคับแค้นใจ มันเข้าทำนองเนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง กระดูกดันมาแขวนอยู่ที่คอเขาเสียเฉย ชายหนุ่มนอนไม่หลับลุกขึ้นฮึดฮัดขัดใจจนต้องออกจากเรือนมาครุ่นคิดอยู่ชานบ้าน
ไอ้จุกปรากฏกายขึ้นหมายจะปลอบพ่อมัน
“พ่อคิดอยู่เหรอจ๊ะ ว่าจะทำอย่างไร”
“เออสิวะ เรื่องอะไรข้าจะต้องแต่งงานกับผู้หญิงสกปรกอย่างนังจันด้วย”
“ฉันว่าอาบน้ำก็พอจะสะอาดขึ้นมาอยู่บ้างหรอกจ้ะ”
“ไอ้จุก !” หมอแสงตาวาว “เอ็งต้องช่วยคิดว่าจะทำยังไงถึงจะไม่ต้องแต่ง ไม่ใช่มาคิดว่าทำยังไงจะอยู่ร่วมกับมันได้”
“อ่อ เหรอจ๊ะ” ไอ้จุกยิ้มแหย เคาะกระโหลกตัวเองโป๊ก ๆ
พ่อหมอของมันประกาศกร้าวต่อหน้าคนเกือบยี่สิบชีวิตบนเรือนของตนเอง หากไม่แต่งผู้คนคงติฉินนินทาหมดความเชื่อถือว่าหมอแสงพูดจาเลื่อนเปื้อนโกหกพกลม คราวนี้คงไม่มีใครเชื่อถือในคำพูดหรือเชื่อว่ามนตรามหาเสน่ห์ของหมอแสงจะใช้ได้อีกต่อไป แต่ถ้าหากแต่งพ่อหมอของมันก็คงต้องอยู่กับผู้หญิงกะมอมกะแมมเป็นผู้ช่วยปลงศพต่อไป ไม่ได้ร่วมเรียงเคียงหมอนกับแม่เรไรที่พ่อหมอของมันชอบ เพราะว่าคนเล่นของมีอาคมไม่สามารถมีเมียหลายคนได้ จะผิดศีลข้อสาม หากเป็นอย่างนั้นพ่อหมอของมันก็คงจะชอกช้ำเป็นยิ่งนัก
“พ่อหมอแต่งดีกว่าจ้ะ”
“ไอ้จุก !” หมอแสงทำท่าจะเขกกะโหลก ไอ้จุกรีบห้าม
“พ่อหมอฟังก่อน ๆ” ไอ้จุกเผ่นเผล็วออกมาให้ห่างหมอแสง ก่อนจะรีบอธิบาย “ฉันคิดอะไรดี ๆ ได้แล้ว”
“อะไรของเอ็งวะ”
“แม่จันน่ะไม่กลัวศพ”
“ก็เออสิวะ เป็นคนปลงศพจะกลัวศพได้อย่างไร ใครก็รู้มั้ยวะเรื่องนี้”
“ถ้าพ่อหมอแต่งงานกับแม่จัน พ่อหมอก็ใช้แม่จันไปลนน้ำมันพรายให้สิจ๊ะ”
เออว่ะ ! หมอแสงไม่ทันคิดเรื่องนี้ ลืมเสียสนิทใจว่าหญิงบ้าที่บุกเรือนตนมีอาชีพเป็นผู้ช่วยสัปเหร่อ ไม่กลัวศพ ไม่กลัวผี
“พ่อหมอจะได้ทำน้ำมันพรายมาขายได้อีก ผู้คนจะได้ไม่สงสัยว่าเป็นหมอเสน่ห์อะไรไม่ทำน้ำมันพราย”
“แล้วข้าจะทำอย่างไรกับนังจันเล่า เป็นผัวเมียกับมันไปจนตายเหรอวะ เอ็งก็รู้ว่าข้ามีเมียได้แค่ทีละคน” หากเขาไม่ได้เป็นหมอเสน่ห์ จะมีเมียเท่าไหร่ก็ได้ เป็นอย่างนั้นคงไม่หนักใจ รับจันทรมาทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ แล้วรับเรไรมาเชิดหน้าชูตาเป็นเมียเอกยังได้
“เรื่องแค่นี้ไม่น่ายากสำหรับพ่อหมอของฉันหรอก” ไอ้จุกยิ้มเจ้าเล่ห์
หมอแสงคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเข้าใจความหมายในแววตาของคู่หูต่างวัย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เป็นประกายบนใบหน้าคมคาย มุมปากยกขึ้นด้วยความรู้สึกสาสมแก่ใจ
“ในเมื่อมันอยากมีผัวนัก มันจะได้รู้ว่ารสชาติการมีผัวมันถึงใจขนาดไหน”
ในเมื่อข้อห้ามของการเรียนวิชาคาถามหาเสน่ห์คือห้ามผิดลูกผิดเมียเพื่อป้องกันไม่ให้หมอเสน่ห์ทำน้ำมันพรายใส่คนไปทั่ว
แต่ไม่ได้ห้ามมีเมียใหม่หากเลิกร้างกับเมียเก่า นั่นหมายความว่าถ้าเขาเลิกกับจันทรเองไม่ได้ เขาก็แค่ทำให้เธอเลิกราไปเอง เขาจะทรมาน ใจจืดใจดำ เกรี้ยวกราดตวาดเช้าเย็น ใช้งานเยี่ยงทาส ไม่ให้เกียรติ พูดจาส่อเสียด กล่าววาจาเลาะร้าย และให้อยู่อย่างอด ๆ อยาก ๆ จนหญิงสาวทนไม่ไหว ต้องเลิกร้างลงจากเรือนไปเอง
นอกจากจะสาแก่ใจแล้วยังได้น้ำมันจากผีตายโหงมาทำน้ำมันพรายด้วย
#อ่านนิยาย #นิยายสนุก #นิยายออนไลน์ #อีบุ๊ค
ดีเป็นบ้า !
หมอแสงตั้งชื่อลูกสาวคนแรกว่า ‘อิ่ม’ เพราะแม่ชอบเวลากินอิ่มที่สุด ยามอิ่มท้องจะได้ไม่ทนทรมาน เป็นคำอวยพรอวยชัยให้ลูกได้กินอิ่มนอนหลับตลอดไปหลังคลอดลูกจันทรก็กลับมากระทบกระทั่งกับแม่ผัวตามเคย นางอบเชยคอยเข้ามาวุ่นวายกับหลานไม่เว้นวายประสาคนว่าง งานการก็ไม่ต้องทำ งานบ้านงานเรือนแม่ลออก็คอยจัดการให้ ส่วนการดูแลลูกชายตน จันทรก็รับหน้าที่นี้ในฐานะเมียไปแล้ว นางอบเชยจะเหลืออะไรให้ทำเล่านอกจากเลี้ยงหลานตอนแรกหมอแสงคิดว่าหากมีหลาน เด็กน้อยคงจะเป็นกาวใจให้แม่กับเมียเขาได้ใกล้ชิดช่วยกันเลี้ยงหลาน แล้วที่ขัดแย้งกันมานานนมอาจจะดีขึ้นปรากฏว่าไม่ !เขาอาจจะคิดดีมากเกินไป เพราะความเป็นจริงคือ ยิ่งมีหลาน รอยแตกร้าวยิ่งพินาศไปใหญ่“เจ้าให้ลูกไปนั่งเล่นกองดินกองทรายได้อย่างไรเล่า ลูกเป็นหญิงเนื้อตัวผิวพรรณบอบบาง หากเป็นริ้วเป็นรอยไปจะทำอย่างไร”ตอนแม่อิ่มได้เกือบสองขวบ จันทรเพียงพาลูกออกไปนั่งเล่นกับพวกบ่าว เด็กน้อยหัดเดินมีเสียงพวกบ่าวร้องเรียกให้กำลังใจ ความที่ขายังไม่แข็งแรงสักเท่าไหร่ เดินไปสักหน่อยก็ล้มเผละลงบนดินอยู่อย่างนั้น เนื้อตัวเปรอะเปื้อนตามประสาสำหรับจันทร หญิงสาวไม่ได้คิดอะไรมากมาย มอ
เรไรเตรียมข้าวของแต่เช้า พาบ่าวไพร่ยกขบวนมาที่เรือนหมอแสง ตอนนั้นจันทรช่วยผัวตระเตรียมข้าวของอยู่ในห้องพิธี หมอแสงบ่นเมียเล็กน้อย เรื่องสร้างเรื่องสร้างราวให้วุ่นวาย คนเป็นเมียค้อนขวับ หมอแสงจึงเงียบปากไป นั่งม้วนสายสิญจน์เงียบ ๆ ไปน่าจะปลอดภัยกว่า“คุณพี่บอกว่าให้ฉันตอบคุณแม่แค่ว่า ได้เจ้าค่ะ นี่เจ้าคะ”ก็จริงอยู่ว่าเขาให้ตอบอย่างนั้น แต่เขาหมายถึงเรื่องเตรียมสำรับ เก็บผัก เย็บผ้า ร้อยดอกไม้นั่น ไม่ใช่เรื่องมีเมียเพิ่ม“แล้วหากปฏิเสธ คุณแม่ท่านก็ไม่จบอีกนะเจ้าคะ”เรื่องนี้หมอแสงก็เห็นด้วย นั่นก็แม่ นี่ก็เมีย ไม่รู้จะโอนเอนไปทางไหน ก็รักทั้งคู่นั่นแหละ“ให้ฝ่ายแม่เรไรปฏิเสธเองไม่ดีกว่าหรือเจ้าคะ”“แล้วหากนางลนน้ำมันพรายได้อย่างเอ็งเล่า”จันทรหลุดหัวเราะ มองหน้าผัวแล้วก็เกิดขำ หมอแสงตาวาว เข้าใจความหมายสายตาของเมียดี สายตาแบบนี้มันเหมือนจะบอกว่า ขนาดเขาที่เป็นหมอเสน่ห์ยังลนไม่ได้ นับประสาอะไรคนอื่นจะลนได้เล่าอย่างไรอย่างนั้นเลย“เอ็งนี่มันร้ายนัก”“ฉันไม่ได้อะไรนะเจ้าคะ”จันทรไม่รับหรอกว่าเย้ยเขาทางสายตา หมอแสงเห็นว่าบ่นไปก็รังแต่จะเข้าตัว สู้เตรียมของไปเงียบ ๆ เสียดีกว่าเรไรชะเง้อชะแ
นับตั้งแต่จันทรกลับมาอยู่ที่สุพรรณบุรี หมอแสงก็ยังไม่ได้อยู่อย่างสงบเลยสักวัน หลังจากหมดปัญหาระหว่างผัวเมีย ก็เข้าสู่ปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้ต่อ ตัวหมอแสงเองไม่ได้สนใจไยดีสายตาชาวบ้านสักเท่าไหร่แล้ว แต่กับมารดาเขาก็ยังเกรงอกเกรงใจ แลแน่ใจด้วยว่าจันทรเองก็คงเกรงอกเกรงใจเหมือนกัน เพียงแต่ว่ารูปแบบของการเกรงใจของผู้เป็นเมีย ไม่ใคร่จะเหมือนเขาสักเท่าไหร่“บอกกี่ครั้งแล้วว่ากำลังท้องกำลังไส้อย่ามาร้อยมาลัย ผีจะผลัก ไม่เข้าใจรึแม่จันทร” เสียงบ่นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ดังขึ้นจากชานบ้านเป็นประจำ นางอบเชยส่งสายตาไม่พอใจดุสะใภ้จนบังเกิดเป็นความเคยชินของคนบนเรือนไปเสียแล้ว“ตอนกลางวันไม่มีผีดอกเจ้าค่ะ” ขนาดเจ้าจุกยังหายหัวไปเลย“ข้าบอกอะไรเจ้าก็ทำ ไม่ต้องมาเถียงฉอด ๆ นี่จะไม่เกรงอกเกรงใจกันแล้วใช่หรือไม่”“พรุ่งนี้ฉันว่าจะใส่บาตรให้พ่อกับแม่น่ะเจ้าค่ะ” จันทรอ้างเหตุผล พอเป็นของพ่อของแม่ก็อยากทำเอง“ก็ให้พวกบาวไพร่มันทำ”หมอแสงชำเลืองมองเมีย จังหวะนั้นเมียก็มองมาพอดี หมอแสงเลยจำต้องลุกจากชานหน้าเรือนมานั่งลงข้าง ๆ ดึงเอาพานดอกไม้มาทำเสียเอง“พ่อแสงหยุดเดี๋ยวนี้” คนเป็นแม่ออกคำสั่ง “เป็นชายมาร้อยมาลัยได้อ
“เอ็งเป็นอะไรรึ สีหน้าดูกังวล”“ฉันคิดเรื่องที่สุพรรณ”คนเป็นผัวค่อนข้างแปลกใจเมื่อเมียบอกว่าคิดถึงเรื่องที่สุพรรณ ก็แต่ไหนแต่ไรมาคนอย่างจันทรไม่เคยคิดมากเกินกว่าเวลาที่ตนอยู่ เรียกได้ว่าเป็นคนที่อยู่กับปัจจุบันล้วน ๆ“คิดว่ากระไร” เขาลูบผมดำขลับด้วยความรักใคร่ กดจมูกลงข้างขมับหนัก ๆ ทีนึง“ถึงที่นั่นพ่อหมอไม่อายคนอื่นหรือจ้ะ ที่พาฉันกลับไป”“อาย” หมอแสงยอมรับโดยดุษฎี คนเราไม่ได้เปลี่ยนกันได้ชั่วพริบตาขนาดนั้น เขายังกังวลเรื่องสายคนอื่นอยู่มาก“อย่างนั้นไม่ดีกว่าหรือจ้ะ ถ้าพ่อหมอจะกลับไปเพียงลำพัง”“เอ็งวนไปวนมาอีกแล้ว” หมอแสงว่า “ข้าอายก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของข้า เอ็งเป็นเมียข้า ข้าให้สิทธิ์เอ็งเต็มที่ เอ็งมีหน้าที่ดูแลเรือน ดูแลบ่าวไพร่ก็ทำไป ข้ามีหน้าที่หน้าด้านหน้าทนให้คนต่อว่าต่อขานก็เท่านั้น”“ฉันไม่เข้าใจเลยเจ้าค่ะ” จันทรไม่เคยรับรู้ถึงความรู้สึกนั้น เพราะเธอไม่ได้อับอายที่มีเขา“เรามันมนุษย์ธรรมดาจันทร บางเรื่องเอ็งปล่อยข้ารู้สึกแล้วอย่าถือสาได้หรือไม่ ข้าสัญญาว่าจะดูแลเอ็งอย่างดี เท่าที่ข้าจะทำได้”“แล้วฉันจะตอบแทนสิ่งใดพ่อหมอได้หรือไม่”หมอแสงเม้มปากครุ่นคิด หากจะมีอะไรสักอย่
จันทรนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น กระทั่งหมอแสงจัดการกับพวกโจรเรียบร้อยแล้วจึงเดินกลับขึ้นเรือนมานั่งลงข้าง ๆ เมีย ดึงทั้งตัวคนกำลังขวัญเสียเข้ามาปลอบ“ไม่เป็นไรแล้ว ปลอดภัยแล้ว”เขาเองก็เกือบตายเหมือนกัน ใครจะไปคิดว่าคนที่จ้างจะกลายเป็นโจรจริง ๆ ขึ้นมาเสียอย่างนั้นหมอแสงเห็นไอ้สองคนนี้นั่งดื่มสุราในตลาด จึงเสนอเงินให้ แลกกับการทำเป็นปล้นเรือน เขาจะทำเหมือนว่าพวกโจรเก่าหวนคืนกลับมา เรือนนี้จะได้ดูไม่ปลอดภัย จันทรจะได้ยอมกลับสุพรรณไปด้วยกัน กลายเป็นว่าไอ้พวกนั้นรับเงินค่าจ้างไปแล้วแต่มาปล้นจริง มันน่าโมโหน้อยเสียเมื่อไหร่ตอนเอาโจรชั่วสองคนไปมัดกับเสาเรือน หมอแสงเลยเอาน้ำมันพรายของเจ้าจุกป้ายไปทีนึง ให้มันเห็นหน้าเขา หลงเสน่ห์เขาทุรนทุรายอยู่ที่เสาเรือน ซ้ำยังลงคาถาอาคมกันศัตรูปองร้ายเอาไว้ ไม่ให้พวกนั้นมองเห็นตัว ให้มันโหยหาเสน่หาแต่ไม่อาจจะพบเห็นหน้าแตะเนื้อต้องตัวได้ มันจะได้เจ็บเจียนตาย ข้อหาทำเมียเขาอกสั่นขวัญแขวนสมน้ำหน้าไอ้พวกชั่ว !“เรากลับสุพรรณกันเถอะเจ้าค่ะ พ่อหมอ ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว” จันทรกลัวว่าพวกโจรจะมาอีก แค่เห็นเขาโดนมีดจ่อใจเธอก็จะขาดรอน ๆ หมอแสงลอบยิ้มกริ่ม กอดเมียเ
แผนการเริ่มขึ้นคืนเดือนเต็มดวง หมอแสงเลือกวันที่สว่างไสวที่สุด เขานอนหน้าเรือนเฉกเช่นเคย กระทั่งได้ยินเสียงกุกกักดังมาจากใต้ถุนเรือนจึงลืมตาขึ้นด้วยคิดว่าได้เวลาแล้วชายหนุ่มใช้หลังมือเคาะประตูเรือนเบา ๆ“จันทร” เสียงกระซิบแผ่วเรียกเมียที่กำลังหลับใหลในห้อง จันทรงัวเงียบ่นผัวอยู่ภายใน ยิ่งกำลังท้องกำลังไส้จึงอ่อนเพลียไม่อยากจะลุก หมอแสงก็พยายามจะเคาะอีก “จันทร ข้าได้ยินเสียงแปลก ๆ”จนแล้วจนรอดจันทรก็ไม่เปิดออกมา หมอแสงจึงเคาะซ้ำลงไปเสียงดังกว่าเดิม“จันทรเอ็งไม่ได้ยินข้ารึ”จะว่าไม่ได้ยินเลยก็ไม่ใช่ แต่ทุกคืนหมอแสงก็เคาะฝาเรือนเธอด้วยเรื่องไร้สาระ ยุงกัดบ้าง หิวข้าวบ้าง น้ำค้างแรงบ้าง นอนฝันร้ายบ้าง สารพัดสารเพจะหาข้ออ้างเข้ามานอนข้างใน จันทรกำลังท้องจึงขี้เกียจมากกว่าปกติ หญิงสาวอยากจะนอนมากกว่าไปสนทนาเรื่องไร้สาระเล็ก ๆ น้อย ๆ นั่น“จันทร” เสียงหมอแสงดังขึ้นอีก เมื่อจันทรไม่เปิดเขาก็รัวเสียงดัง“จันทร เอ็งได้ยินข้าหรือไม่ จันทรโว้ย”คนเป็นผัวชักฉุน เรียกเท่าไหร่เมียก็ไม่ลุกสักที สันดานเดิมก็เอาแต่ใจ จึงเผลอไผลแสดงออกมาแล้วก็นึกได้ เสียงเบาลงไปอีก“จันทรเอ็งได้ยินข้าหรือไม่”จันทรเหน
หากเป็นเกมส์การละเล่นหมอแสงก็ต้องยอมรับว่าตัวเองพ่ายแพ้ ทั้งที่ตั้งกติกาขึ้นเอง ลงเล่นเอง แล้วก็พ่ายแพ้เองอย่างสิ้นท่า ไม่มีการนอนเฉย ๆ อย่างปากว่าในเมื่อเนื้อสาวอันโอชะอยู่ใกล้เพียงปลายจมูกมีหรือเขาจะปล่อยให้หลุดมือหลุดรอดไปได้ ที่ว่าจะเขี่ยทิ้งหลังเสร็จสิ้นการลนน้ำมันพรายกลายเป็นลมปากปลิวหายไปกับ
สิ่งที่หมอแสงคิดไม่เกินจริง ถึงตอนเช้าฤทธิ์น้ำมันพรายจะบางเบาหากแต่ดวงตาใสซื่อยังมองเขาวาววับเป็นประกายสุกสกาว ตลอดทั้งวันจันทรตามติดเขาเป็นเงา ซ้ำยังแต่งเนื้อแต่งตัวน่าหวาดเสียวทำเอาหมอแสงใจสั่นวูบวาบไม่อยู่กับเนื้อกับเนื้อผ้าแถบเก่าคร่ำครึกลายเป็นสีสันสดใส ถามได้ความว่าลออเอาให้ตั้งแต่เมื
ได้ผล ! ผีตายโหงหยุดความเกรี้ยวกราดลงทันที หมอแสงหายใจหอบ จันทรใช้ปลายนิ้วแตะ ๆ ร่างศพให้แน่ใจว่าจะไม่ขยับเขยื้อนอีก หญิงสาวหันไปหาหมอแสง ความเป็นห่วงทำให้ไขว้เขว ห่วงหน้าพะวงหลังอยู่อย่างนั้น“เอ็งไม่ต้องสนข้า ลนน้ำมันเร็ว ๆ” หมอแสงเร่ง อีกไม่นานจะพ้นสองยามแล้ว ยิ่งใกล้สว่างมากเท่าไหร่ผีตายโหงยิ่ง
ในเมื่อท่องคาถาไม่รู้เรื่องก็ไม่ทงไม่ท่องมันละ หมอแสงวางสร้อยประคำในมือลง ลุกออกจากสายสิญจน์ไปชะเง้อมองลูกน้องสองคนขุดศพ จะได้ถือโอกาสนี้หลีกหนีจันทรไปด้วยในตัว ส่วนหัวของศพตายโหงโผล่พ้นดินออกมาให้เห็น หมอแสงกระโดดเหยงกลับเข้ามาในวงสายสิญจน์ใหม่ จันทรวางมีดหมอในมือลงหันมาถามผัวหน้าซื่อตาใสตามประส







