공유

ตอนที่ 4 รับเมียเข้าเรือน

last update 게시일: 2026-03-03 19:46:26

หลังจากปรึกษาหารือกับไอ้จุกเรียบร้อยว่าจะตกลงปลงใจรับจันทรมาเป็นเมีย ห้าราตรีต่อมาหมอแสงก็ไปรับหญิงสาวตามสัญญา นางอบเชยผู้เป็นแม่ไม่รู้เรื่องลูกชายวางแผนจะหลอกใช้จันทรให้ลนน้ำมันพรายจากศพให้แล้วจะเขี่ยทิ้งอย่างไม่ไยดี จึงได้แต่ทอดถอนหายใจว่าลูกชายตนวาสนาไม่ดี ได้เมียไม่สมฐานะตัวเอง

“ลูกรับนางมาก็ไม่ได้ยกย่องเชิดชูออกหน้าออกตาหรอกขอรับ” หมอแสงพูดให้มารดาสบายใจ “ก็แค่จะรักษาสัจจะตัวเองก็เท่านั้น” คนเจ้าเล่ห์เล่นใหญ่เล่นโตให้มารดายังภาคภูมิใจกับตนเอง

ลออ ... น้องสาวแสนสวยของหมอแสงเห็นดีด้วยว่าพี่ชายควรยึดถือคำพูดตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ ไม่อย่างนั้นคงไม่มีใครนับหน้าถือตาอีก

“แล้วลูกก็ไม่คิดจะจัดงานแต่งงานหรืองานเลี้ยงใดใดทั้งสิ้น ในเมื่อนางอยากออกเรือนลูกก็แค่ให้นางมาอยู่บนเรือน ดีเสียอีก จะได้มีคนช่วยบ่าวไพร่ทำงานบ้านเพิ่มขึ้น” หมอแสงบอกมารดาอย่างนั้นก่อนจะไปรับจันทรที่กระต๊อบใกล้จะพังแหล่ไม่พังแหล่โดยไม่มีข้าวของกำนัลใดใดติดมือมาทั้งสิ้น ในเมื่อจะหลอกใช้ก็ไม่เห็นจะต้องให้น้ำใจกระเด็นไปถึงแม้แต่เพียงเฟื้องเดียวหรือผลไม้สักพวงเดียวเช่นกัน

สัปเหร่อเชยอยู่รอหมอแสงเป็นเพื่อนจันทร เห็นชายหนุ่มมาตัวเปล่าเล่าเปลือยก็หน้าบึ้งหน้าตูมใส่ มันทำอย่างกับมาช่วยหลวงพ่อกวาดลานวัด สวมเพียงโจงกระเบนสีดำกับเสื้อผ้าบางตัวเดียว ราวกับตื่นนอนล้างหน้าล้างตาแล้วพายเรือออกมาเลย

มันหยามกันฉิบหายได้ขนาดนี้!

“แม่เอ็งไม่มารึ” สัปเหร่อเชยถามถึงนางอบเชย มารดาของหมอแสงซึ่งควรจะมาด้วย คนเป็นแม่ควรจะสั่งสอนลูกชายไม่ใช่หรือว่าให้ทำตัวสมชายชาตรี ไม่ใช่ดูหมิ่นดูแคลนผู้หญิงเยี่ยงนี้

“แม่ข้าไม่ว่าง ไปถือศีลที่อยุธยา”

หมอแสงเสมองไปทางอื่น ไม่อยากสนใจสายตาจับผิดของสัปเหร่อเชย แต่ก็อดไม่ได้จะชำเลืองมอง 

“แล้วงานแต่งอีจันเล่า จะจัดขึ้นเมื่อใด” สัปเหร่อเชยทวงถาม แววตาคาดคั้นเขม่นมองหมอแสงไม่วางตา “จะไปอยู่เรือนเอ็งเฉย ๆ ได้รึ”

“ช่วงนี้ข้าถือศีล คงจัดงานมงคลไม่ได้”

“เอ็งเป็นพระรึ ถึงต้องถือศีลเข้าพรรษาสามเดือน”

ฟังออกไม่ยากว่าตัวเองกำลังโดนเหน็บ แต่หมอแสงไม่มีอารมณ์จะต่อล้อต่อเถียง แค่ต้องเดินผ่านป่าช้ามาที่นี่ก็หนักหนาสำหรับคนกลัวผีอย่างเขาเต็มที ไม่อยากต้องมาทะเลาะเบาะแว้งกับใครให้เป็นเรื่องเป็นราว ประเดี๋ยวชาวบ้านร้านตลาดก็เอาไปนินทากันทั่วอีก

หมอแสงยอมรับว่าเขาเองก็รู้สึกอับอายเรื่องว่าต้องรับผู้หญิงอย่างจันทรขึ้นเรือน วิสัยผู้ชายยึดมั่นถือมั่นว่าตัวเองดีไม่แพ้ใครเช่นเขาก็ชอบผู้หญิงสวยเป็นที่เชิดหน้าชูตาได้ทั้งนั้น ทั้งในใจหมอแสงเองก็คาดหวังว่าจะได้ร่วมเรียงเคียงหมอนกับเรไร ลูกสาวเศรษฐีในวันข้างหน้า การรับจันทรขึ้นเรือนเงียบ ๆ น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ได้น้ำมันพรายเมื่อไหร่ค่อยหาเรื่องหาราวให้หญิงสาวอยู่ไม่ได้ลงจากเรือนไปเองจะดีกว่า

คิดดังนั้นหมอแสงจึงตัดสินใจไม่ตอบโต้ เฉไฉไปร้องเรียกจันทรที่อยู่บนเรือนแทน

“นังจันเอ็งเสร็จหรือยัง ข้ารอนาน เมื่อยไปหมดแล้ว”

ครั้นได้ยินเสียงเรียกของหมอแสงจันทรก็ลุกลี้ลุกลนโผล่หน้าออกมา

“ฉันไหว้พระประเดี๋ยวพ่อหมอ”

“ไม่ต้องไหว้ ข้ารีบ”

“แต่ฉันอยากขอพร วันนี้วันดี”

“เอ็งจะลงมารึจะเดินกลับเรือนคนเดียว”

โดนกดดันเข้าจันทรก็ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร นอกจากตัดสินหอบถุงผ้าลงจากเรือนโดยไม่ได้ไหว้พระ หญิงสาวหน้าตามอมแมมวันนี้อาบน้ำอาบท่าสะอาดสะอ้าน ผมเผ้าเรียบแปล้ทิ้งยาวคลอเคลียไหล่แบบบาง เธอเลือกเสื้อผ้าใหม่ที่สุดเท่าที่มี แม้คาดอกจะเก่าคร่ำครึไปสักหน่อย หากผ้าถุงนั้นสีชาดเลยทีเดียวเชียว แม่ค้าในตลาดให้มาเนื่องจากจันทรช่วยเผาศพของผัวแกให้ แม่ค้าคนนั้นจึงตบรางวัลให้จันทรเป็นผ้าถุงสีสวยนี่แหละ

จันทรมาแล้วหมอแสงก็ไม่อยากรออีกต่อไป หันมาไหว้ลาสัปเหร่อเชยลวก ๆ อยากไปให้พ้น ๆ จากตรงนี้เสียที

“ข้าลาล่ะ” หน้าสัปเหร่อเชยเขาก็ไม่มอง หมอแสงเดินดุ่ม ๆ กลับไปทางวัดทันที

จันทรเลิ่กลั่ก ยังไม่ทันได้ลาสัปเหร่อเชย หญิงสาวยกมือไหว้สัปเหร่อเชยเร็ว ๆ จะวิ่งตามหมอแสงไป สัปเหร่อเชยรั้งมือหญิงสาวเอาไว้ หยิบเงินเฟื้องใส่ย่ามผ้าให้

“เอ็งเอานี่ไป”

เห็นแวบ ๆ ว่าเป็นเงิน จันทรก็ตาโต รีบล้วงเข้าไปในย่ามจะเอามาคืน

“ไม่เอาหรอกลุง”

“เอาไปเถอะ ข้างัดมาได้ เงินปากผี เขาให้เป็นค่าปลงศพ เอ็งไปตัวเปล่าเล่าเปลือยเขาจะดูถูก”

“เอ้า! ผีมันจะไม่ตามฉันเหรอลุง” ถึงว่าเอาเงินมาจากไหนตั้งหลายเฟื้อง เงินปากผีนี่เอง จันทรไม่คิดว่าการได้ของกำนัลในวันออกเรือนเป็นเงินปากผีจะดีสักเท่าไหร่ ออกจะน่าตะขิดตะขวงใจอยู่สักหน่อย

“มันจะตามเอ็งไปทำไม ผัวเอ็งมันมีวิชาอาคมขนาดนั้น”

“ก็จริงนะ” จันทรก็เห็นด้วย หมอแสงร่ายคาถาแป๊บเดียว พวกผีคงกระเจิดกระเจิง

คนไม่รู้ว่าผัวตัวเองกลัวผียิ่งกว่าอะไรเห็นดีเห็นงามไปด้วย

“แล้วเอ็งจำที่ข้าบอกเอาไว้ให้ดีนะอีจัน ห้ามท้องเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นไอ้หมอแสงมันฆ่าเอ้งตายแน่”

วูบหนึ่งแววตาจันทรหวั่นไหว นึกกลัวขึ้นมาเหมือนกัน

“ได้จ้ะลุง ฉันจะไม่ให้ใครมาผ่าท้องฉันเอาลูกไปทำกุมารเด็ดขาดจ้ะ” จันทรรับปากเสียงดังหนักแน่น ก่อนจะลาสัปเหร่อเชยวิ่งตามหมอแสงไปทางป่าช้าเพื่อออกเรือนเสียที

แม้ใจหมอแสงจะอยากพ้นเขตวัดเขตชุมชนนี่เสียที ไม่อยากให้ใครเห็นว่าเขามารับจันทรไปที่เรือน หมอแสงอยากเอาจันทรมาใช้งานเงียบ ๆ และให้เธอออกจากเรือนไปเงียบ ๆ แต่โชคชะตาไม่เป็นใจให้เป็นอย่างนั้น ตอนเขาเดินกลับมาหลวงพ่อกำลังกวาดลานวัด เงยหน้าขึ้นมาเห็นว่าหมอแสงกำลังเดินจ้ำ ๆ จะผ่านไปวัดไป มีจันทรวิ่งตามสีหน้าท่าทางเร่งรีบ หลวงพ่ออดสงสัยไม่ได้จึงส่งเสียงทักทายไปตามประสา

“ไปไหนกันล่ะพ่อแสง”

หมอแสงจำใจต้องหยุดเดิน เลี้ยวเข้ามานั่งคุกเข่ายกมือไหว้หลวงพ่อ จันทรตามมานั่งยอง ๆ ลงเคียงข้าง หญิงสาวหอบแฮ่ก ! เกือบขาดใจเพราะวิ่งตามเขา

“จะกลับบ้านขอรับหลวงพ่อ”

“จันทรไปด้วยเรอะ”

หญิงสาวพยักหน้า

เรื่องหมอแสงจะรับจันทรเป็นเมียเป็นขี้ปากชาวบ้านไม่แตกต่างจากเรื่องอื่น ๆ แล้วจะมีที่ไหนเป็นแหล่งกระจายข่าวไปได้ดีกว่าที่วัดเล่า วันพระทีไรผู้คนต่างก็ถือของมาทำบุญ เสร็จจากทำบุญก็วิพากษ์วิจารณ์คนในหมู่บ้านกันเองสนุกปาก

เป็นอย่างนั้นเสมอมาเนิ่นนาน

ดังนั้นจึงไม่แปลกอะไรหากหลวงพ่อจะรู้ว่าหมอแสงมารับจันทรไปที่เรือนนั่นแล

“อย่างนั้นเข้ามาก่อนสิมา หลวงพ่อจะผูกข้อไม้ข้อมือให้”

หลวงพ่อวางไม้กวาดเดินนำเข้าไปในโบสถ์ด้วยน้ำใจ อยากจะอวยพรอวยชัยให้ทั้งสองคนโดยเฉพาะจันทรที่อาศัยข้าวก้นบาตรพระกินมาตั้งแต่เด็ก ๆ หลวงพ่อเองก็เมตตาเอ็นดูหญิงสาวเป็นทุนเดิม

หมอแสงไม่เต็มใจแต่ขัดไม่ได้ จำใจเดินตามหลวงพ่อเข้าไปด้านใน จันทรจึงตามเขาไปเงียบ ๆ

ชายหนุ่มตามมานั่งขัดสมาธิหน้าหลวงพ่อ ส่วนจันทรนั่งพับเพียบอยู่ด้านหลัง

หลวงพ่อหยิบสายสิญจน์ขึ้นมาสองเส้น บริกรรมคาถาก่อนจะผูกเส้นหนึ่งให้หมอแสง อีกเส้นหนึ่งหย่อนลงมือให้จันทร หญิงสาวรับมากำไว้ในมือ หลวงพ่อจึงบอกหมอแสงผูกให้

“สายสิญจน์นี้หลวงพ่อปลุกเสกเอง ผูกเอาไว้อย่าให้ขาดล่ะ เกิดอะไรขึ้น หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กัน พ่อแสงผูกให้จันมันสิ จะได้เป็นสิริมงคล อยู่ด้วยกันร่มเย็นเป็นสุข”

หมอแสงไม่รู้จะทำอย่างไร จำใจหันไปขอสายสิญจน์จากจันทร อ้อมด้ายเชือกป่านลงคาถารอบข้อมือเล็ก ก่อนจะมัดขัดกันด้วยเงื่อนตายจนสุด

“โอ้ย ! ข้าเจ็บ” จันทรหน้านิ่ว ก็ผูกรัดซะเต็มแรงขนาดนี้

“เอ้า! ผูกแน่นอะไรขนาดนั้น แบบนั้นจันมันจะตายเอานะ เอามีดไปตัดให้มันก่อนไป” หลวงพ่อหยิบสายสิญจน์เส้นใหม่ให้ หมอแสงจำใจรับมาผูกใหม่ คราวนี้เบามือลง “เอ้อ ! อย่างนั้นแหละ ผูกกันไว้จะได้ครองคู่กันไปนาน ๆ”

ครั้นพอจะออกจากโบสถ์ก็สวนเข้ากับกลุ่มของแม่เรไรซึ่งบังเอิญมาไหว้พระพอดี หมอแสงที่กำลังจะก้าวออกจากโบสถ์ถึงกับชะงัก สายตาจับจ้องหญิงสาวหน้ามนรูปร่างเล็ก ผิวพรรณผุดผาด กิริยานุ่มนวล มองอย่างไร มุมไหนก็กระจ่างชัดว่าเป็นผู้ดิบผู้ดีไม่วางตา ผมยาวสลวยดำขลับทิ้งตัวลงปลิวตามแรงลมเบา ๆ ใจเขาวูบไหวด้วยหวาดกลัวว่าอีกฝ่ายจะรับรู้เรื่องการรับจันทรเป็นเมีย

เรไรเมื่อเห็นหมอแสงก็ยกมือไหว้ เก็บกิริยาอาการ

“พ่อหมอมาไหว้พระเหมือนกันหรือเจ้าคะ”

“ไม่ใช่จ้ะ ฉันกับหมอแสงกำลังจะ...”

“เงียบ !” หมอแสงหันมาตวาดจันทรที่กำลังจะบอกเรไรว่าตัวเองกำลังจะออกเรือนไปกับหมอแสง

จันทรหุบปาก ตกใจสับสนปะปนงุนงงหากเหตุผลไม่ได้ว่าทำไมตนเองโดนตวาด

หมอแสงหน้าบอกบุญไม่รับ มันวันอะไรของมันวะ ร้อยวันพันปีเขาไม่เคยเจอเรไรระหว่างทางไปไหน ๆ สักที นอกจากรู้อยู่แล้วว่าหญิงสาวจะไปไหนแล้วตามไป ไฉนวันที่ไม่อยากเจอที่สุดกลับเจอเสียได้

“ข้าจะกลับเรือนแล้ว ขอตัวก่อนนะเรไร”

บอกแล้วหมอแสงก็เบี่ยงตัวหลบ มิวายจะลากข้อมือของจันทรมาด้วย หญิงสาวห่วงหน้าพะวงหลังว่ายังไม่ได้ให้คำตอบกับอีกฝ่ายเลยว่าตัวเองกำลังจะออกเรือนไปกับหมอแสง

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • พ่อหมอเจ้าคะอย่าร้ายกับเมียให้มากนัก   ตอนพิเศษ ศึกแม่ผัวลูกสะใภ้ 3

    หมอแสงตั้งชื่อลูกสาวคนแรกว่า ‘อิ่ม’ เพราะแม่ชอบเวลากินอิ่มที่สุด ยามอิ่มท้องจะได้ไม่ทนทรมาน เป็นคำอวยพรอวยชัยให้ลูกได้กินอิ่มนอนหลับตลอดไปหลังคลอดลูกจันทรก็กลับมากระทบกระทั่งกับแม่ผัวตามเคย นางอบเชยคอยเข้ามาวุ่นวายกับหลานไม่เว้นวายประสาคนว่าง งานการก็ไม่ต้องทำ งานบ้านงานเรือนแม่ลออก็คอยจัดการให้ ส่วนการดูแลลูกชายตน จันทรก็รับหน้าที่นี้ในฐานะเมียไปแล้ว นางอบเชยจะเหลืออะไรให้ทำเล่านอกจากเลี้ยงหลานตอนแรกหมอแสงคิดว่าหากมีหลาน เด็กน้อยคงจะเป็นกาวใจให้แม่กับเมียเขาได้ใกล้ชิดช่วยกันเลี้ยงหลาน แล้วที่ขัดแย้งกันมานานนมอาจจะดีขึ้นปรากฏว่าไม่ !เขาอาจจะคิดดีมากเกินไป เพราะความเป็นจริงคือ ยิ่งมีหลาน รอยแตกร้าวยิ่งพินาศไปใหญ่“เจ้าให้ลูกไปนั่งเล่นกองดินกองทรายได้อย่างไรเล่า ลูกเป็นหญิงเนื้อตัวผิวพรรณบอบบาง หากเป็นริ้วเป็นรอยไปจะทำอย่างไร”ตอนแม่อิ่มได้เกือบสองขวบ จันทรเพียงพาลูกออกไปนั่งเล่นกับพวกบ่าว เด็กน้อยหัดเดินมีเสียงพวกบ่าวร้องเรียกให้กำลังใจ ความที่ขายังไม่แข็งแรงสักเท่าไหร่ เดินไปสักหน่อยก็ล้มเผละลงบนดินอยู่อย่างนั้น เนื้อตัวเปรอะเปื้อนตามประสาสำหรับจันทร หญิงสาวไม่ได้คิดอะไรมากมาย มอ

  • พ่อหมอเจ้าคะอย่าร้ายกับเมียให้มากนัก   ตอนพิเศษ ศึกแม่ผัวลูกสะใภ้ 2

    เรไรเตรียมข้าวของแต่เช้า พาบ่าวไพร่ยกขบวนมาที่เรือนหมอแสง ตอนนั้นจันทรช่วยผัวตระเตรียมข้าวของอยู่ในห้องพิธี หมอแสงบ่นเมียเล็กน้อย เรื่องสร้างเรื่องสร้างราวให้วุ่นวาย คนเป็นเมียค้อนขวับ หมอแสงจึงเงียบปากไป นั่งม้วนสายสิญจน์เงียบ ๆ ไปน่าจะปลอดภัยกว่า“คุณพี่บอกว่าให้ฉันตอบคุณแม่แค่ว่า ได้เจ้าค่ะ นี่เจ้าคะ”ก็จริงอยู่ว่าเขาให้ตอบอย่างนั้น แต่เขาหมายถึงเรื่องเตรียมสำรับ เก็บผัก เย็บผ้า ร้อยดอกไม้นั่น ไม่ใช่เรื่องมีเมียเพิ่ม“แล้วหากปฏิเสธ คุณแม่ท่านก็ไม่จบอีกนะเจ้าคะ”เรื่องนี้หมอแสงก็เห็นด้วย นั่นก็แม่ นี่ก็เมีย ไม่รู้จะโอนเอนไปทางไหน ก็รักทั้งคู่นั่นแหละ“ให้ฝ่ายแม่เรไรปฏิเสธเองไม่ดีกว่าหรือเจ้าคะ”“แล้วหากนางลนน้ำมันพรายได้อย่างเอ็งเล่า”จันทรหลุดหัวเราะ มองหน้าผัวแล้วก็เกิดขำ หมอแสงตาวาว เข้าใจความหมายสายตาของเมียดี สายตาแบบนี้มันเหมือนจะบอกว่า ขนาดเขาที่เป็นหมอเสน่ห์ยังลนไม่ได้ นับประสาอะไรคนอื่นจะลนได้เล่าอย่างไรอย่างนั้นเลย“เอ็งนี่มันร้ายนัก”“ฉันไม่ได้อะไรนะเจ้าคะ”จันทรไม่รับหรอกว่าเย้ยเขาทางสายตา หมอแสงเห็นว่าบ่นไปก็รังแต่จะเข้าตัว สู้เตรียมของไปเงียบ ๆ เสียดีกว่าเรไรชะเง้อชะแ

  • พ่อหมอเจ้าคะอย่าร้ายกับเมียให้มากนัก   ตอนพิเศษ ศึกแม่ผัวลูกสะใภ้ 1

    นับตั้งแต่จันทรกลับมาอยู่ที่สุพรรณบุรี หมอแสงก็ยังไม่ได้อยู่อย่างสงบเลยสักวัน หลังจากหมดปัญหาระหว่างผัวเมีย ก็เข้าสู่ปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้ต่อ ตัวหมอแสงเองไม่ได้สนใจไยดีสายตาชาวบ้านสักเท่าไหร่แล้ว แต่กับมารดาเขาก็ยังเกรงอกเกรงใจ แลแน่ใจด้วยว่าจันทรเองก็คงเกรงอกเกรงใจเหมือนกัน เพียงแต่ว่ารูปแบบของการเกรงใจของผู้เป็นเมีย ไม่ใคร่จะเหมือนเขาสักเท่าไหร่“บอกกี่ครั้งแล้วว่ากำลังท้องกำลังไส้อย่ามาร้อยมาลัย ผีจะผลัก ไม่เข้าใจรึแม่จันทร” เสียงบ่นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ดังขึ้นจากชานบ้านเป็นประจำ นางอบเชยส่งสายตาไม่พอใจดุสะใภ้จนบังเกิดเป็นความเคยชินของคนบนเรือนไปเสียแล้ว“ตอนกลางวันไม่มีผีดอกเจ้าค่ะ” ขนาดเจ้าจุกยังหายหัวไปเลย“ข้าบอกอะไรเจ้าก็ทำ ไม่ต้องมาเถียงฉอด ๆ นี่จะไม่เกรงอกเกรงใจกันแล้วใช่หรือไม่”“พรุ่งนี้ฉันว่าจะใส่บาตรให้พ่อกับแม่น่ะเจ้าค่ะ” จันทรอ้างเหตุผล พอเป็นของพ่อของแม่ก็อยากทำเอง“ก็ให้พวกบาวไพร่มันทำ”หมอแสงชำเลืองมองเมีย จังหวะนั้นเมียก็มองมาพอดี หมอแสงเลยจำต้องลุกจากชานหน้าเรือนมานั่งลงข้าง ๆ ดึงเอาพานดอกไม้มาทำเสียเอง“พ่อแสงหยุดเดี๋ยวนี้” คนเป็นแม่ออกคำสั่ง “เป็นชายมาร้อยมาลัยได้อ

  • พ่อหมอเจ้าคะอย่าร้ายกับเมียให้มากนัก   ตอนที่ 30 ตอนจบ !

    “เอ็งเป็นอะไรรึ สีหน้าดูกังวล”“ฉันคิดเรื่องที่สุพรรณ”คนเป็นผัวค่อนข้างแปลกใจเมื่อเมียบอกว่าคิดถึงเรื่องที่สุพรรณ ก็แต่ไหนแต่ไรมาคนอย่างจันทรไม่เคยคิดมากเกินกว่าเวลาที่ตนอยู่ เรียกได้ว่าเป็นคนที่อยู่กับปัจจุบันล้วน ๆ“คิดว่ากระไร” เขาลูบผมดำขลับด้วยความรักใคร่ กดจมูกลงข้างขมับหนัก ๆ ทีนึง“ถึงที่นั่นพ่อหมอไม่อายคนอื่นหรือจ้ะ ที่พาฉันกลับไป”“อาย” หมอแสงยอมรับโดยดุษฎี คนเราไม่ได้เปลี่ยนกันได้ชั่วพริบตาขนาดนั้น เขายังกังวลเรื่องสายคนอื่นอยู่มาก“อย่างนั้นไม่ดีกว่าหรือจ้ะ ถ้าพ่อหมอจะกลับไปเพียงลำพัง”“เอ็งวนไปวนมาอีกแล้ว” หมอแสงว่า “ข้าอายก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของข้า เอ็งเป็นเมียข้า ข้าให้สิทธิ์เอ็งเต็มที่ เอ็งมีหน้าที่ดูแลเรือน ดูแลบ่าวไพร่ก็ทำไป ข้ามีหน้าที่หน้าด้านหน้าทนให้คนต่อว่าต่อขานก็เท่านั้น”“ฉันไม่เข้าใจเลยเจ้าค่ะ” จันทรไม่เคยรับรู้ถึงความรู้สึกนั้น เพราะเธอไม่ได้อับอายที่มีเขา“เรามันมนุษย์ธรรมดาจันทร บางเรื่องเอ็งปล่อยข้ารู้สึกแล้วอย่าถือสาได้หรือไม่ ข้าสัญญาว่าจะดูแลเอ็งอย่างดี เท่าที่ข้าจะทำได้”“แล้วฉันจะตอบแทนสิ่งใดพ่อหมอได้หรือไม่”หมอแสงเม้มปากครุ่นคิด หากจะมีอะไรสักอย่

  • พ่อหมอเจ้าคะอย่าร้ายกับเมียให้มากนัก   ตอนที่ 29 ข้าอยู่นี่แล้ว

    จันทรนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น กระทั่งหมอแสงจัดการกับพวกโจรเรียบร้อยแล้วจึงเดินกลับขึ้นเรือนมานั่งลงข้าง ๆ เมีย ดึงทั้งตัวคนกำลังขวัญเสียเข้ามาปลอบ“ไม่เป็นไรแล้ว ปลอดภัยแล้ว”เขาเองก็เกือบตายเหมือนกัน ใครจะไปคิดว่าคนที่จ้างจะกลายเป็นโจรจริง ๆ ขึ้นมาเสียอย่างนั้นหมอแสงเห็นไอ้สองคนนี้นั่งดื่มสุราในตลาด จึงเสนอเงินให้ แลกกับการทำเป็นปล้นเรือน เขาจะทำเหมือนว่าพวกโจรเก่าหวนคืนกลับมา เรือนนี้จะได้ดูไม่ปลอดภัย จันทรจะได้ยอมกลับสุพรรณไปด้วยกัน กลายเป็นว่าไอ้พวกนั้นรับเงินค่าจ้างไปแล้วแต่มาปล้นจริง มันน่าโมโหน้อยเสียเมื่อไหร่ตอนเอาโจรชั่วสองคนไปมัดกับเสาเรือน หมอแสงเลยเอาน้ำมันพรายของเจ้าจุกป้ายไปทีนึง ให้มันเห็นหน้าเขา หลงเสน่ห์เขาทุรนทุรายอยู่ที่เสาเรือน ซ้ำยังลงคาถาอาคมกันศัตรูปองร้ายเอาไว้ ไม่ให้พวกนั้นมองเห็นตัว ให้มันโหยหาเสน่หาแต่ไม่อาจจะพบเห็นหน้าแตะเนื้อต้องตัวได้ มันจะได้เจ็บเจียนตาย ข้อหาทำเมียเขาอกสั่นขวัญแขวนสมน้ำหน้าไอ้พวกชั่ว !“เรากลับสุพรรณกันเถอะเจ้าค่ะ พ่อหมอ ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว” จันทรกลัวว่าพวกโจรจะมาอีก แค่เห็นเขาโดนมีดจ่อใจเธอก็จะขาดรอน ๆ หมอแสงลอบยิ้มกริ่ม กอดเมียเ

  • พ่อหมอเจ้าคะอย่าร้ายกับเมียให้มากนัก   ตอนที่ 28 แผนการพากลับเรือน

    แผนการเริ่มขึ้นคืนเดือนเต็มดวง หมอแสงเลือกวันที่สว่างไสวที่สุด เขานอนหน้าเรือนเฉกเช่นเคย กระทั่งได้ยินเสียงกุกกักดังมาจากใต้ถุนเรือนจึงลืมตาขึ้นด้วยคิดว่าได้เวลาแล้วชายหนุ่มใช้หลังมือเคาะประตูเรือนเบา ๆ“จันทร” เสียงกระซิบแผ่วเรียกเมียที่กำลังหลับใหลในห้อง จันทรงัวเงียบ่นผัวอยู่ภายใน ยิ่งกำลังท้องกำลังไส้จึงอ่อนเพลียไม่อยากจะลุก หมอแสงก็พยายามจะเคาะอีก “จันทร ข้าได้ยินเสียงแปลก ๆ”จนแล้วจนรอดจันทรก็ไม่เปิดออกมา หมอแสงจึงเคาะซ้ำลงไปเสียงดังกว่าเดิม“จันทรเอ็งไม่ได้ยินข้ารึ”จะว่าไม่ได้ยินเลยก็ไม่ใช่ แต่ทุกคืนหมอแสงก็เคาะฝาเรือนเธอด้วยเรื่องไร้สาระ ยุงกัดบ้าง หิวข้าวบ้าง น้ำค้างแรงบ้าง นอนฝันร้ายบ้าง สารพัดสารเพจะหาข้ออ้างเข้ามานอนข้างใน จันทรกำลังท้องจึงขี้เกียจมากกว่าปกติ หญิงสาวอยากจะนอนมากกว่าไปสนทนาเรื่องไร้สาระเล็ก ๆ น้อย ๆ นั่น“จันทร” เสียงหมอแสงดังขึ้นอีก เมื่อจันทรไม่เปิดเขาก็รัวเสียงดัง“จันทร เอ็งได้ยินข้าหรือไม่ จันทรโว้ย”คนเป็นผัวชักฉุน เรียกเท่าไหร่เมียก็ไม่ลุกสักที สันดานเดิมก็เอาแต่ใจ จึงเผลอไผลแสดงออกมาแล้วก็นึกได้ เสียงเบาลงไปอีก“จันทรเอ็งได้ยินข้าหรือไม่”จันทรเหน

  • พ่อหมอเจ้าคะอย่าร้ายกับเมียให้มากนัก   ตอนที่ 14 ผัวใหม่ตัวปัญหา

    หากเป็นเกมส์การละเล่นหมอแสงก็ต้องยอมรับว่าตัวเองพ่ายแพ้ ทั้งที่ตั้งกติกาขึ้นเอง ลงเล่นเอง แล้วก็พ่ายแพ้เองอย่างสิ้นท่า ไม่มีการนอนเฉย ๆ อย่างปากว่าในเมื่อเนื้อสาวอันโอชะอยู่ใกล้เพียงปลายจมูกมีหรือเขาจะปล่อยให้หลุดมือหลุดรอดไปได้ ที่ว่าจะเขี่ยทิ้งหลังเสร็จสิ้นการลนน้ำมันพรายกลายเป็นลมปากปลิวหายไปกับ

  • พ่อหมอเจ้าคะอย่าร้ายกับเมียให้มากนัก   ตอนที่ 13 พ่อหมอรังเกียจฉันหรือเจ้าคะ

    สิ่งที่หมอแสงคิดไม่เกินจริง ถึงตอนเช้าฤทธิ์น้ำมันพรายจะบางเบาหากแต่ดวงตาใสซื่อยังมองเขาวาววับเป็นประกายสุกสกาว ตลอดทั้งวันจันทรตามติดเขาเป็นเงา ซ้ำยังแต่งเนื้อแต่งตัวน่าหวาดเสียวทำเอาหมอแสงใจสั่นวูบวาบไม่อยู่กับเนื้อกับเนื้อผ้าแถบเก่าคร่ำครึกลายเป็นสีสันสดใส ถามได้ความว่าลออเอาให้ตั้งแต่เมื

  • พ่อหมอเจ้าคะอย่าร้ายกับเมียให้มากนัก   ตอนที่ 12 พ่อหมอช่วยฉันด้วย

    ได้ผล ! ผีตายโหงหยุดความเกรี้ยวกราดลงทันที หมอแสงหายใจหอบ จันทรใช้ปลายนิ้วแตะ ๆ ร่างศพให้แน่ใจว่าจะไม่ขยับเขยื้อนอีก หญิงสาวหันไปหาหมอแสง ความเป็นห่วงทำให้ไขว้เขว ห่วงหน้าพะวงหลังอยู่อย่างนั้น“เอ็งไม่ต้องสนข้า ลนน้ำมันเร็ว ๆ” หมอแสงเร่ง อีกไม่นานจะพ้นสองยามแล้ว ยิ่งใกล้สว่างมากเท่าไหร่ผีตายโหงยิ่ง

  • พ่อหมอเจ้าคะอย่าร้ายกับเมียให้มากนัก   ตอนที่ 11 ผีตายโหงมันร้ายนัก

    ในเมื่อท่องคาถาไม่รู้เรื่องก็ไม่ทงไม่ท่องมันละ หมอแสงวางสร้อยประคำในมือลง ลุกออกจากสายสิญจน์ไปชะเง้อมองลูกน้องสองคนขุดศพ จะได้ถือโอกาสนี้หลีกหนีจันทรไปด้วยในตัว ส่วนหัวของศพตายโหงโผล่พ้นดินออกมาให้เห็น หมอแสงกระโดดเหยงกลับเข้ามาในวงสายสิญจน์ใหม่ จันทรวางมีดหมอในมือลงหันมาถามผัวหน้าซื่อตาใสตามประส

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status