เข้าสู่ระบบหลังจากปรึกษาหารือกับไอ้จุกเรียบร้อยว่าจะตกลงปลงใจรับจันทรมาเป็นเมีย ห้าราตรีต่อมาหมอแสงก็ไปรับหญิงสาวตามสัญญา นางอบเชยผู้เป็นแม่ไม่รู้เรื่องลูกชายวางแผนจะหลอกใช้จันทรให้ลนน้ำมันพรายจากศพให้แล้วจะเขี่ยทิ้งอย่างไม่ไยดี จึงได้แต่ทอดถอนหายใจว่าลูกชายตนวาสนาไม่ดี ได้เมียไม่สมฐานะตัวเอง
“ลูกรับนางมาก็ไม่ได้ยกย่องเชิดชูออกหน้าออกตาหรอกขอรับ” หมอแสงพูดให้มารดาสบายใจ “ก็แค่จะรักษาสัจจะตัวเองก็เท่านั้น” คนเจ้าเล่ห์เล่นใหญ่เล่นโตให้มารดายังภาคภูมิใจกับตนเอง
ลออ ... น้องสาวแสนสวยของหมอแสงเห็นดีด้วยว่าพี่ชายควรยึดถือคำพูดตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ ไม่อย่างนั้นคงไม่มีใครนับหน้าถือตาอีก
“แล้วลูกก็ไม่คิดจะจัดงานแต่งงานหรืองานเลี้ยงใดใดทั้งสิ้น ในเมื่อนางอยากออกเรือนลูกก็แค่ให้นางมาอยู่บนเรือน ดีเสียอีก จะได้มีคนช่วยบ่าวไพร่ทำงานบ้านเพิ่มขึ้น” หมอแสงบอกมารดาอย่างนั้นก่อนจะไปรับจันทรที่กระต๊อบใกล้จะพังแหล่ไม่พังแหล่โดยไม่มีข้าวของกำนัลใดใดติดมือมาทั้งสิ้น ในเมื่อจะหลอกใช้ก็ไม่เห็นจะต้องให้น้ำใจกระเด็นไปถึงแม้แต่เพียงเฟื้องเดียวหรือผลไม้สักพวงเดียวเช่นกัน
สัปเหร่อเชยอยู่รอหมอแสงเป็นเพื่อนจันทร เห็นชายหนุ่มมาตัวเปล่าเล่าเปลือยก็หน้าบึ้งหน้าตูมใส่ มันทำอย่างกับมาช่วยหลวงพ่อกวาดลานวัด สวมเพียงโจงกระเบนสีดำกับเสื้อผ้าบางตัวเดียว ราวกับตื่นนอนล้างหน้าล้างตาแล้วพายเรือออกมาเลย
มันหยามกันฉิบหายได้ขนาดนี้!
“แม่เอ็งไม่มารึ” สัปเหร่อเชยถามถึงนางอบเชย มารดาของหมอแสงซึ่งควรจะมาด้วย คนเป็นแม่ควรจะสั่งสอนลูกชายไม่ใช่หรือว่าให้ทำตัวสมชายชาตรี ไม่ใช่ดูหมิ่นดูแคลนผู้หญิงเยี่ยงนี้
“แม่ข้าไม่ว่าง ไปถือศีลที่อยุธยา”
หมอแสงเสมองไปทางอื่น ไม่อยากสนใจสายตาจับผิดของสัปเหร่อเชย แต่ก็อดไม่ได้จะชำเลืองมอง
“แล้วงานแต่งอีจันเล่า จะจัดขึ้นเมื่อใด” สัปเหร่อเชยทวงถาม แววตาคาดคั้นเขม่นมองหมอแสงไม่วางตา “จะไปอยู่เรือนเอ็งเฉย ๆ ได้รึ”
“ช่วงนี้ข้าถือศีล คงจัดงานมงคลไม่ได้”
“เอ็งเป็นพระรึ ถึงต้องถือศีลเข้าพรรษาสามเดือน”
ฟังออกไม่ยากว่าตัวเองกำลังโดนเหน็บ แต่หมอแสงไม่มีอารมณ์จะต่อล้อต่อเถียง แค่ต้องเดินผ่านป่าช้ามาที่นี่ก็หนักหนาสำหรับคนกลัวผีอย่างเขาเต็มที ไม่อยากต้องมาทะเลาะเบาะแว้งกับใครให้เป็นเรื่องเป็นราว ประเดี๋ยวชาวบ้านร้านตลาดก็เอาไปนินทากันทั่วอีก
หมอแสงยอมรับว่าเขาเองก็รู้สึกอับอายเรื่องว่าต้องรับผู้หญิงอย่างจันทรขึ้นเรือน วิสัยผู้ชายยึดมั่นถือมั่นว่าตัวเองดีไม่แพ้ใครเช่นเขาก็ชอบผู้หญิงสวยเป็นที่เชิดหน้าชูตาได้ทั้งนั้น ทั้งในใจหมอแสงเองก็คาดหวังว่าจะได้ร่วมเรียงเคียงหมอนกับเรไร ลูกสาวเศรษฐีในวันข้างหน้า การรับจันทรขึ้นเรือนเงียบ ๆ น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ได้น้ำมันพรายเมื่อไหร่ค่อยหาเรื่องหาราวให้หญิงสาวอยู่ไม่ได้ลงจากเรือนไปเองจะดีกว่า
คิดดังนั้นหมอแสงจึงตัดสินใจไม่ตอบโต้ เฉไฉไปร้องเรียกจันทรที่อยู่บนเรือนแทน
“นังจันเอ็งเสร็จหรือยัง ข้ารอนาน เมื่อยไปหมดแล้ว”
ครั้นได้ยินเสียงเรียกของหมอแสงจันทรก็ลุกลี้ลุกลนโผล่หน้าออกมา
“ฉันไหว้พระประเดี๋ยวพ่อหมอ”
“ไม่ต้องไหว้ ข้ารีบ”
“แต่ฉันอยากขอพร วันนี้วันดี”
“เอ็งจะลงมารึจะเดินกลับเรือนคนเดียว”
โดนกดดันเข้าจันทรก็ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร นอกจากตัดสินหอบถุงผ้าลงจากเรือนโดยไม่ได้ไหว้พระ หญิงสาวหน้าตามอมแมมวันนี้อาบน้ำอาบท่าสะอาดสะอ้าน ผมเผ้าเรียบแปล้ทิ้งยาวคลอเคลียไหล่แบบบาง เธอเลือกเสื้อผ้าใหม่ที่สุดเท่าที่มี แม้คาดอกจะเก่าคร่ำครึไปสักหน่อย หากผ้าถุงนั้นสีชาดเลยทีเดียวเชียว แม่ค้าในตลาดให้มาเนื่องจากจันทรช่วยเผาศพของผัวแกให้ แม่ค้าคนนั้นจึงตบรางวัลให้จันทรเป็นผ้าถุงสีสวยนี่แหละ
จันทรมาแล้วหมอแสงก็ไม่อยากรออีกต่อไป หันมาไหว้ลาสัปเหร่อเชยลวก ๆ อยากไปให้พ้น ๆ จากตรงนี้เสียที
“ข้าลาล่ะ” หน้าสัปเหร่อเชยเขาก็ไม่มอง หมอแสงเดินดุ่ม ๆ กลับไปทางวัดทันที
จันทรเลิ่กลั่ก ยังไม่ทันได้ลาสัปเหร่อเชย หญิงสาวยกมือไหว้สัปเหร่อเชยเร็ว ๆ จะวิ่งตามหมอแสงไป สัปเหร่อเชยรั้งมือหญิงสาวเอาไว้ หยิบเงินเฟื้องใส่ย่ามผ้าให้
“เอ็งเอานี่ไป”
เห็นแวบ ๆ ว่าเป็นเงิน จันทรก็ตาโต รีบล้วงเข้าไปในย่ามจะเอามาคืน
“ไม่เอาหรอกลุง”
“เอาไปเถอะ ข้างัดมาได้ เงินปากผี เขาให้เป็นค่าปลงศพ เอ็งไปตัวเปล่าเล่าเปลือยเขาจะดูถูก”
“เอ้า! ผีมันจะไม่ตามฉันเหรอลุง” ถึงว่าเอาเงินมาจากไหนตั้งหลายเฟื้อง เงินปากผีนี่เอง จันทรไม่คิดว่าการได้ของกำนัลในวันออกเรือนเป็นเงินปากผีจะดีสักเท่าไหร่ ออกจะน่าตะขิดตะขวงใจอยู่สักหน่อย
“มันจะตามเอ็งไปทำไม ผัวเอ็งมันมีวิชาอาคมขนาดนั้น”
“ก็จริงนะ” จันทรก็เห็นด้วย หมอแสงร่ายคาถาแป๊บเดียว พวกผีคงกระเจิดกระเจิง
คนไม่รู้ว่าผัวตัวเองกลัวผียิ่งกว่าอะไรเห็นดีเห็นงามไปด้วย
“แล้วเอ็งจำที่ข้าบอกเอาไว้ให้ดีนะอีจัน ห้ามท้องเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นไอ้หมอแสงมันฆ่าเอ้งตายแน่”
วูบหนึ่งแววตาจันทรหวั่นไหว นึกกลัวขึ้นมาเหมือนกัน
“ได้จ้ะลุง ฉันจะไม่ให้ใครมาผ่าท้องฉันเอาลูกไปทำกุมารเด็ดขาดจ้ะ” จันทรรับปากเสียงดังหนักแน่น ก่อนจะลาสัปเหร่อเชยวิ่งตามหมอแสงไปทางป่าช้าเพื่อออกเรือนเสียที
แม้ใจหมอแสงจะอยากพ้นเขตวัดเขตชุมชนนี่เสียที ไม่อยากให้ใครเห็นว่าเขามารับจันทรไปที่เรือน หมอแสงอยากเอาจันทรมาใช้งานเงียบ ๆ และให้เธอออกจากเรือนไปเงียบ ๆ แต่โชคชะตาไม่เป็นใจให้เป็นอย่างนั้น ตอนเขาเดินกลับมาหลวงพ่อกำลังกวาดลานวัด เงยหน้าขึ้นมาเห็นว่าหมอแสงกำลังเดินจ้ำ ๆ จะผ่านไปวัดไป มีจันทรวิ่งตามสีหน้าท่าทางเร่งรีบ หลวงพ่ออดสงสัยไม่ได้จึงส่งเสียงทักทายไปตามประสา
“ไปไหนกันล่ะพ่อแสง”
หมอแสงจำใจต้องหยุดเดิน เลี้ยวเข้ามานั่งคุกเข่ายกมือไหว้หลวงพ่อ จันทรตามมานั่งยอง ๆ ลงเคียงข้าง หญิงสาวหอบแฮ่ก ! เกือบขาดใจเพราะวิ่งตามเขา
“จะกลับบ้านขอรับหลวงพ่อ”
“จันทรไปด้วยเรอะ”
หญิงสาวพยักหน้า
เรื่องหมอแสงจะรับจันทรเป็นเมียเป็นขี้ปากชาวบ้านไม่แตกต่างจากเรื่องอื่น ๆ แล้วจะมีที่ไหนเป็นแหล่งกระจายข่าวไปได้ดีกว่าที่วัดเล่า วันพระทีไรผู้คนต่างก็ถือของมาทำบุญ เสร็จจากทำบุญก็วิพากษ์วิจารณ์คนในหมู่บ้านกันเองสนุกปาก
เป็นอย่างนั้นเสมอมาเนิ่นนาน
ดังนั้นจึงไม่แปลกอะไรหากหลวงพ่อจะรู้ว่าหมอแสงมารับจันทรไปที่เรือนนั่นแล
“อย่างนั้นเข้ามาก่อนสิมา หลวงพ่อจะผูกข้อไม้ข้อมือให้”
หลวงพ่อวางไม้กวาดเดินนำเข้าไปในโบสถ์ด้วยน้ำใจ อยากจะอวยพรอวยชัยให้ทั้งสองคนโดยเฉพาะจันทรที่อาศัยข้าวก้นบาตรพระกินมาตั้งแต่เด็ก ๆ หลวงพ่อเองก็เมตตาเอ็นดูหญิงสาวเป็นทุนเดิม
หมอแสงไม่เต็มใจแต่ขัดไม่ได้ จำใจเดินตามหลวงพ่อเข้าไปด้านใน จันทรจึงตามเขาไปเงียบ ๆ
ชายหนุ่มตามมานั่งขัดสมาธิหน้าหลวงพ่อ ส่วนจันทรนั่งพับเพียบอยู่ด้านหลัง
หลวงพ่อหยิบสายสิญจน์ขึ้นมาสองเส้น บริกรรมคาถาก่อนจะผูกเส้นหนึ่งให้หมอแสง อีกเส้นหนึ่งหย่อนลงมือให้จันทร หญิงสาวรับมากำไว้ในมือ หลวงพ่อจึงบอกหมอแสงผูกให้
“สายสิญจน์นี้หลวงพ่อปลุกเสกเอง ผูกเอาไว้อย่าให้ขาดล่ะ เกิดอะไรขึ้น หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กัน พ่อแสงผูกให้จันมันสิ จะได้เป็นสิริมงคล อยู่ด้วยกันร่มเย็นเป็นสุข”
หมอแสงไม่รู้จะทำอย่างไร จำใจหันไปขอสายสิญจน์จากจันทร อ้อมด้ายเชือกป่านลงคาถารอบข้อมือเล็ก ก่อนจะมัดขัดกันด้วยเงื่อนตายจนสุด
“โอ้ย ! ข้าเจ็บ” จันทรหน้านิ่ว ก็ผูกรัดซะเต็มแรงขนาดนี้
“เอ้า! ผูกแน่นอะไรขนาดนั้น แบบนั้นจันมันจะตายเอานะ เอามีดไปตัดให้มันก่อนไป” หลวงพ่อหยิบสายสิญจน์เส้นใหม่ให้ หมอแสงจำใจรับมาผูกใหม่ คราวนี้เบามือลง “เอ้อ ! อย่างนั้นแหละ ผูกกันไว้จะได้ครองคู่กันไปนาน ๆ”
ครั้นพอจะออกจากโบสถ์ก็สวนเข้ากับกลุ่มของแม่เรไรซึ่งบังเอิญมาไหว้พระพอดี หมอแสงที่กำลังจะก้าวออกจากโบสถ์ถึงกับชะงัก สายตาจับจ้องหญิงสาวหน้ามนรูปร่างเล็ก ผิวพรรณผุดผาด กิริยานุ่มนวล มองอย่างไร มุมไหนก็กระจ่างชัดว่าเป็นผู้ดิบผู้ดีไม่วางตา ผมยาวสลวยดำขลับทิ้งตัวลงปลิวตามแรงลมเบา ๆ ใจเขาวูบไหวด้วยหวาดกลัวว่าอีกฝ่ายจะรับรู้เรื่องการรับจันทรเป็นเมีย
เรไรเมื่อเห็นหมอแสงก็ยกมือไหว้ เก็บกิริยาอาการ
“พ่อหมอมาไหว้พระเหมือนกันหรือเจ้าคะ”
“ไม่ใช่จ้ะ ฉันกับหมอแสงกำลังจะ...”
“เงียบ !” หมอแสงหันมาตวาดจันทรที่กำลังจะบอกเรไรว่าตัวเองกำลังจะออกเรือนไปกับหมอแสง
จันทรหุบปาก ตกใจสับสนปะปนงุนงงหากเหตุผลไม่ได้ว่าทำไมตนเองโดนตวาด
หมอแสงหน้าบอกบุญไม่รับ มันวันอะไรของมันวะ ร้อยวันพันปีเขาไม่เคยเจอเรไรระหว่างทางไปไหน ๆ สักที นอกจากรู้อยู่แล้วว่าหญิงสาวจะไปไหนแล้วตามไป ไฉนวันที่ไม่อยากเจอที่สุดกลับเจอเสียได้
“ข้าจะกลับเรือนแล้ว ขอตัวก่อนนะเรไร”
บอกแล้วหมอแสงก็เบี่ยงตัวหลบ มิวายจะลากข้อมือของจันทรมาด้วย หญิงสาวห่วงหน้าพะวงหลังว่ายังไม่ได้ให้คำตอบกับอีกฝ่ายเลยว่าตัวเองกำลังจะออกเรือนไปกับหมอแสง
คนขี้เกียจตัวเป็นขนโดนปลุกหลังจากหลับได้ไม่นาน หมอแสงเรียกบ่าวไพร่ขึ้นมาพาจันทรลงไปยังครัว หญิงสาวยังงุนงงในคราแรก ไม่รู้ว่าเป็นเมียเจ้าของเรือนต้องลงมาเตรียมสำรับข้าวด้วย กระทั่งเห็นว่ามีกับข้าวมากมายก่ายกองความคิดสงสัยจึงถูกปัดทิ้ง รีบกระวีกระวาดแสดงความขยันขันแข็งเสนอหน้าเข้าไปช่วยเหลือทันที“ฉันยกให้นะจ๊ะ ฉันยกให้” หญิงสาวยื้อเอาสำรับข้าวจากมือบ่าว อีกฝ่ายไม่กล้าให้เพราะกลัวว่าจะโดนเอ็ด หมอแสงลงมากำกับเองว่าให้ใช้จันทรได้อย่างเต็มที่พวกคนรับใช้ได้แต่งุนงงว่าเหตุไฉนบ่าวจึงจะใช้เมียเจ้าของเรือนได้ยายทอง..คนรับใช้เก่าแกเข้ามาช่วยสอนจันทรให้ทำกับข้าว ทั้งแกะปลา ทำแกง ตำน้ำพริก ไปถึงล้างผักเด็ดผัก หญิงสาวทำไปน้ำลายสอไป ตาละห้อยรอคอยจะได้กินอาหารมื้อใหญ่ให้เต็มคราบ“พ่อหมอน่ะไม่ชอบก้างปลาเลยนะเจ้าคะ” ยายทองสอนหญิงสาว “นิดนึงก็ไม่ได้ เห็นอย่างนี้เป็นคนละเอียดนะเจ้าคะ แม่หญิง..”“จันจ้ะ ฉันชื่อจัน” จันทรแกะปลาตามยายทองบอก ไม่ได้สนใจหรอกว่าใครจะชอบหรือไม่ชอบก้าง เธอกินได้หมด ถ้าก้างเข้าปากจะเคี้ยวให้ละเอียดกลืนลงคอด้วยซ้ำ “ส่วนผักนี่ใบช้ำ ๆ ให้ทิ้งไปเลย”“ทิ้งเลยเหรอป้า” หญิงสาวมองผักท
เรไรเข้ามากราบพระในโบสถ์ สีหน้าราบเรียบไม่บ่งบอกว่าภายในใจคิดอะไรอยู่ มีเพียงแววตาวูบไหวไปมาเท่านั้นบอกว่าข้างในไม่ได้สงบนิ่งเหมือนกิริยาอาการที่แสดงออก กระทั่งหลวงพ่อให้พรพรมน้ำมันเรียบร้อยแล้วจึงขอตัวไปกวาดลานวัดต่อ หญิงสาวลูกเศรษฐีผู้ได้ชื่อว่าเป็นต้นแบบของแม่หญิงผู้งามพร้อมแห่งสุพรรณบุรีจึงหันมาหาคนรับใช้ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดอันเต็มไปด้วยความริษยาว่า“อีจันทรมันงามหรือไม่ พวกเอ็งว่า”“ไม่งามเจ้าค่ะ” คนรับใช้รู้ความตอบแทบจะทันที “อย่างนั้นรึ”“เจ้าค่ะ”“อย่างนั้นทำไมพ่อหมอแสงจึงออกเรือนกับมันเล่า” เรื่องหมอแสงออกเรือนใคร ๆ ก็รู้ แน่นอนว่าเรไรก็ย่อมรู้เรไรไม่ชอบจันทรมาแต่ไหนแต่ไร หรือจะพูดให้ถูกอีกสักนิดหญิงสาวไม่ชอบผู้หญิงคนไหนเลยสักคนเดียว ไม่ว่าจะเป็นดวงเดือนหรือลออน้องสาวของหมอแสง นิสัยของเรไรเป็นคนขี้อิจฉาริษยาคนไปทั่ว ความอิจฉานั่นกำลังพุ่งเพิ่มขึ้นทบเท่าทวีเมื่อเห็นว่าผู้หญิงกำพร้าพ่อแม่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างจันทรได้ออกเรือนไปกับหมอแสง ผู้ชายคนที่ตัวเองแอบสนใจ“มันเล่นของหรือไม่เจ้าคะ” นางเขียว คนรับใช้จีบปากจีบคอตอบเข้าข้างผู้เป็นนาย“มึงจะบ้ารึอีเขียว” เรไรสบ
หลังจากปรึกษาหารือกับไอ้จุกเรียบร้อยว่าจะตกลงปลงใจรับจันทรมาเป็นเมีย ห้าราตรีต่อมาหมอแสงก็ไปรับหญิงสาวตามสัญญา นางอบเชยผู้เป็นแม่ไม่รู้เรื่องลูกชายวางแผนจะหลอกใช้จันทรให้ลนน้ำมันพรายจากศพให้แล้วจะเขี่ยทิ้งอย่างไม่ไยดี จึงได้แต่ทอดถอนหายใจว่าลูกชายตนวาสนาไม่ดี ได้เมียไม่สมฐานะตัวเอง“ลูกรับนางมาก็ไม่ได้ยกย่องเชิดชูออกหน้าออกตาหรอกขอรับ” หมอแสงพูดให้มารดาสบายใจ “ก็แค่จะรักษาสัจจะตัวเองก็เท่านั้น” คนเจ้าเล่ห์เล่นใหญ่เล่นโตให้มารดายังภาคภูมิใจกับตนเองลออ ... น้องสาวแสนสวยของหมอแสงเห็นดีด้วยว่าพี่ชายควรยึดถือคำพูดตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ ไม่อย่างนั้นคงไม่มีใครนับหน้าถือตาอีก“แล้วลูกก็ไม่คิดจะจัดงานแต่งงานหรืองานเลี้ยงใดใดทั้งสิ้น ในเมื่อนางอยากออกเรือนลูกก็แค่ให้นางมาอยู่บนเรือน ดีเสียอีก จะได้มีคนช่วยบ่าวไพร่ทำงานบ้านเพิ่มขึ้น” หมอแสงบอกมารดาอย่างนั้นก่อนจะไปรับจันทรที่กระต๊อบใกล้จะพังแหล่ไม่พังแหล่โดยไม่มีข้าวของกำนัลใดใดติดมือมาทั้งสิ้น ในเมื่อจะหลอกใช้ก็ไม่เห็นจะต้องให้น้ำใจกระเด็นไปถึงแม้แต่เพียงเฟื้องเดียวหรือผลไม้สักพวงเดียวเช่นกันสัปเหร่อเชยอยู่รอหมอแสงเป็นเพื่อนจันทร เห็นชายหนุ่มมาต
ส่วนจันทรดีใจจนเนื้อเต้น ประกายความสุขอิ่มเอิบทั่วใบหน้า ได้หมอแสงเป็นผัวดีกว่าไอ้กล่ำเป็นไหน ๆ ความรวยไม่แพ้แต่ความหล่อล้ำหน้า ซ้ำหมอแสงยังเป็นที่นับหน้าถือตาของผู้คนในหมู่บ้านอีกคนกำลังจะมีผัวใหม่เดินผิวปากเป็นจังหวะเพลงผ่านป่าช้าข้างวัดกลับกระต๊อบเพื่อไปเตรียมเนื้อเตรียมตัวจะออกเรือนในอีกห้าราตรีข้างหน้า แต่ก่อนจันทรไม่เคยบ่นเรื่องดินตรงป่าช้าแข็งแต่อย่างไร วันนี้เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าดินนี้แข็งยิ่งนัก ไม่เหมาะกับฝ่าเท้าของหญิงกำลังจะออกเรือนเช่นเธอ“ฝ่าตีนด้านหมด” หญิงสาวบ่นพลางพลิกฝ่าเท้าขึ้นมอง เห็นทีจะต้องขัดสีฉวีวรรณกันยกใหญ่ จะออกเรือนทั้งที ปล่อยให้ฝ่าตีนแตกระแหงเหมือนดินหน้าแล้งมิได้หรอกถึงกระต๊อบน้อยจันทรก็หยิบเสียมเล็ก ๆ ข้างกระต๊อบเดินเข้าป่าหายไปขุดขมิ้นได้หัวใหญ่เท่าฝ่ามือ ขูดกับหินหยาบแล้วผสมดินสอพองสำหรับขัดตัว เป็นเจ้าสาวผิวต้องเนียนผ่องแผ้วอำไพ ยามเดินไปที่ไหนคนจะได้ไม่ดูถูกตัวเธอจันทรยามนี้หัวใจปลอดโปร่ง หมอแสงรูปงามซ้ำยังดูเป็นโล้เป็นพายกว่าไอ้กล่ำหลายเท่านัก หากได้ออกเรือนกับหมอแสงเ
การเป็นหม้ายขันหมากทำให้จันทรเสียหน้า อับอาย ซ้ำยังเสียใจหวาดหวั่นว่าหมดจากไอ้กล่ำแล้ว ตนเองคงไม่มีโอกาสได้ออกเรือนเป็นแน่แท้ ก็ใช่ว่าจันทรจะไม่รู้เสียเมื่อไหร่ว่าคนในหมู่บ้านมองตนอย่างไร ดังนั้นไอ้กล่ำจึงเป็นเหมือนความหวังสุดท้ายและเป็นความหวังเดียวที่มีอยู่ หมดจากนี้แล้วเธอคงเป็นแม่เทื้อคาวัดไม่ได้ออกเรือน ต้องอยู่ปลงศพไปจนตายนั่นแหละ“พ่อหมออย่ามาโกหกฉันดีกว่า พ่อหมอทำน้ำมันพรายให้นังเดือนมัน พ่อหมอก็ยอมรับมาเสียดี ๆ แล้วไปแก้ของไอ้กล่ำให้ฉัน มันจะได้กลับมาขอฉันเป็นเมีย พ่อหมอทำแบบนี้มันบาปกรรม ตกนรกหมกไหม้ใครก็ช่วยไม่ได้”“ข้าจะไปโกหกเอ็งทำไม เอ็งมันก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ดอก แต่เนื้อตัวเอ็งเหม็นน้ำเหลืองเหม็นกลิ่นศพ ผู้ชายที่ไหนเขาจะชอบ”“ฉันเป็นคนช่วยสัปเหร่อปลงศพก็จริง แต่ถึงเรือนฉันก็อาบน้ำแต่งตัว ประดินสอพอง กลิ่นน้ำเหลืองกลิ่นศพหามีไม่” จันทรไม่ยอมเหมือนกัน“มันออกกันง่าย ๆ รึ” ขนาดน้ำมันพรายของบิดาเขา เก็บมาสองปีแล้วกลิ่นยังเหม็นจนอยากจะอาเจียนทุกครั้ง พวกกลิ่นศพกลิ่นผีนี่มันไม่ได้
“มันมาอีกแล้วรึ”เจ้าของตำหนักหมอเสน่ห์ผู้โด่งดังทั่วคุ้งเเควสุพรรณบุรีหน้าเครียด ค้อมตัวลงถามไอ้จุก สมุนกุมารทองด้วยน้ำเสียงรำคาญจิตรำคาญใจ มือข้างหนึ่งวางบนเข่าซึ่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นยกสูงภายในเรือนส่วนใช้สำหรับทำพิธีชายหนุ่มรูปร่างสูง ไหล่กว้าง เนื้อตัวกำยำกล้ามท้องเป็นลอน ส่วนอกแน่นหนัดสักลายเสือสองตัวทะยานเข้าหากันน่าเกรงขาม ใบหน้าคมคาย ผมเสยไปด้านหลังปล่อยเพียงปอยเล็ก ๆ ลงตรงหน้า สันกรามชัด ดูมีเสน่ห์ สีหน้าจริงจัง หากแต่แววตาแสนเจ้าเล่ห์เพทุบายชายหนุ่มยกมือแตะปลายจมูกแล้วถอนหายใจ ริมฝีปากเหยียดเกือบเป็นเส้นตรงเม้มแล้วคลายยามครุ่นคิดหาทางออกให้เรื่องน่ารำคาญจิตใจพื้นเพหมอแสงเป็นลูกชายเศรษฐีผู้ร่ำรวย นายด้วงบิดาของหมอแสงชื่นชอบเรื่องคุณไสยทั้งสายดำและสายขาว จึงตระเวนร่ำเรียนศึกษาคาถาอาคมจากสำนักต่าง ๆ แล้วนำเงินจากการค้าขายมาเปิดสำนักหมอเสน่ห์จนมีชื่อเสียงโด่งดังก่อนจะตายไปเพราะโดนเสน่ห์เช่นเดียวกันเข้าทำนองหมองูตายเพราะงู !หลังบิดาจากไปหมอแสงก็รับสืบทอดตำหนักแห่งน







